LOGINซูจิ่นเหยาวิ่งหนีเจ้าหนี้ของพีชายเข้าไปในป่า จู่ๆฟ้าที่ผ่าลงมาทำเธอเข้ามาอีกมิติหนึ่ง บ้านหลังเก่าซ่อมซ่อคือที่ที่เธอเห็นอยู่ตรงหน้า ทันทีที่เข้ามาถึงพบกับหนุ่มน้อยนอนบาดเจ็บอยู่คนเดียว “รีบหนีไป!”
View Moreแฮก แฮก แฮก ก
ร่างเล็กที่วิ่งตามถนนในชนบททำชาวบ้านต่างมองด้วยความสงสาร ก่อนจะตามด้วยชายชุดดำราวสามคนที่วิ่งตามมา ทำให้เธอหยุดพักไม่ได้ “หยุดนะ! ตอบมาเดี๋ยวนี้พี่ชายแกไปไหน!” “มันหนีไปแล้วโว้ย!! อย่ามาตามฉัน!!โอ้ยเหนื่อย!!” เธอมีชื่อว่าซูจิ่นเหยา ใช้ชีวิตในชนบทมา25ปี ทั้งชีวิตอยู่กับยายแค่สองคน เพราะพ่อแม่แยกทางกัน แม่ตายไปเมื่อสามปีก่อน ตอนนั้นเธอได้มีโอกาสไปเคารพศพและได้เจอพี่ชายแท้ๆกับพ่อบังเกิดเกล้า จากนั้นไม่นานพี่ชายก็มาตามอีกแจ้งว่าพ่อตายด้วยโรคร้าย เธอก็เดินทางไปเคารพศพอีกเช่นกัน พี่ชายที่พัดพรากเพราะครอบครัวพ่อเลือกจะเอาพี่ชายไปนั้น จู่ๆก็ติดต่อกันมากขึ้น และแน่นอนพี่ชายเธอขอเงินจากยายบ่อยๆเช่นกัน เธอที่มีอาชีพเกษตกร ขายพืชไร่ได้ต้องแบ่งเงินไว้ให้พี่ชายด้วย จนกระทั่งจู่ๆเขาก็มาที่นี่พร้อมกระเป๋าบอกว่าตกงานจึงมาขออาศัยด้วย ยายดีใจมากที่หลานชายจะมาอยู่ด้วย ตั้งแต่นั้นมาเธอเหมือนคนดวงกุด ถูกพี่ชายไถเงินทุกวัน!! และแน่นอนปีนี้คงเป็นปีที่ดวงตกสุดๆ เพราะพี่ชายแอบเอาบ้านไปจำนอง ยายที่มารู้ทีหลังถึงกลับช็อกจนหามส่งโรงบาลไม่ทัน หลังฝังศพยาย ไอ้สามตัวนี้ก็มาทวงเงินกับเธอทุกวันจนชาวบ้านโดนข่มขู่ไปด้วย ไม่มีใครกล้ายื่นมือช่วยเหลือ “มันเอาเงินฉันไป ถ้าหามันไม่เจอแกต้องรับผิดชอบ!!” คนวิ่งตามหลังยังตะโกนไม่หยุด “โว้ยยย!! ก็บอกว่าไม่รู้เรื่องยังไงเล่า ไม่มีเงินให้ด้วยอย่ามาตามสิวะ!!” ดีที่เธอเตรียมจะหนีออกจากหมู่บ้านตอนนี้ทรัพย์สินที่แอบซ่อนไว้เล็กๆน้อยๆจึงอยู่ในกระเป๋าสะพายหลัง คนที่วิ่งจนเหลือแรงเฮือกสุดท้ายมองไปข้างหน้าอย่างสิ้นหวัง จู่ๆก็เห็นชายชราผมขาวคนนึงยืนอยู่ริมทาง “นังหนู!!ทางนี้” มือเหี่ยวย่นภายมือเข้าไปในป่าที่มีโพลงอยู่นิดเดียว “ปลอดภัยหรือคะ” ไม่มีเวลาให้คิดเมื่อชายชราพยักหน้าเธอตีโค้งเข้าไปทันที ก่อนสับเท้าสุดชีวิต!! แต่สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ฝนตกหนักจนมองทางไม่เห็น มองไม่เห็นแม้กระทั่งว่ามีใครตามมาหรือไม่!! เปรี้ยงงง!! เสียงสายฟ้าฟาดพร้อมแสงวาบเข้ามาในหัวทำเธอหลับตาปี๋ ก่อนที่สายฝนที่กระหน่ำเมื่อครู่จะหยุดลง!! “นี่มัน…อะไรกัน!!”“เรื่องนั้นไม่ต้องลำบาก แค่เห็นเธอมีความสุขดีก็ดีใจแล้ว ว่าแต่พ่อหนุ่มคนที่ไหนหล่ะ” คนแก่ยังเอื้อเฟื้อถามหากับชายหนุ่มที่เอาแต่มองเด็กสาวอีกด้วย“ผม…คนปักกิ่งคับ” ดีที่ท่องมาหลายชั่วโมง คนที่เห็นว่าคุณยายเป็นมิตรรีบเอ่ยบอกจนซูจิ่นเหยาแอบยิ้ม“จริงหรอ!! ดีๆ คนในเมืองย่อมให้โอกาสในชีวิตที่ดีกว่า ไปเถอะอย่าอาลัยอาวรณ์นัก มีชีวิตที่ดีแล้ว จะเสียดายทำไมกัน” คนที่เห็นกันมาตั้งแต่เด็กมีแต่ความปราถนาดี รีบส่งเสริมให้กลับไปใช้ชีวิตดีๆที่ปักกิ่ง“ยายไว้หนูจะมาเยี่ยมใหม่นะคะ ยายดูแลตัวเองดีๆนะ” หลังจากรู้แน่แล้วว่าไม่มีทางได้บ้านคืนเธอพาเขานั่งรถไฟฟ้าเข้าเมืองทันที แต่ก่อนจะไปปักกิ่งเธอแวะที่เมืองซี เพื่อจัดการบางอย่าง“จื่อเยวี่ย นายอยากเก็บของอะไรพวกนี้ไว้เป็นที่ระลึกหรือไม่“ เขาเลิกคิ้วอย่างงงงวย จนกระทั่งดวงตากลมเหล่ไปที่กระเป๋าใบโตที่เขาเป็นคนถือ และกระเป๋าลากที่เธอพึ่งหาซื้อเมื่อเช้าเพื่อบรรจุชุดเกาะโดยเฉพาะ”ไม่หล่ะทุกอย่างอยู่ในหัวใจฉันเธอขายเถอะ“ เธอเผยยิ้มออกมาก่อนดึงแก้มเขาแรงๆ”ป้ายประจำตระกูลซานฉันจะเก็บไว้ยามนายคิดถึงพ่อแม่ ส่วนป้ายประจำตัวแม่ทัพ ก็เอาไว้เพื่อให้นายคิดถึงคนที่นั่น
ร่างหนาที่ผมยังเป็นทรงเดิมแต่อยู่ในชุดสมัยใหม่ แม้ไม่ชินแต่เขาก็พยายามไม่ขยับตัวมากเกินไป เพราะชุดที่นางเรียกว่า…ชุดนอน…“แบบนี้สบายตัวไหม” ทั้งคู่มาเปิดห้องในโฮเตลเล็กๆ เพื่อพักเอาแรงก่อน พรุ่งนี้จะลองเดินไปดูบ้านหลังเดิมดูเสียหน่อย“ข้า เอ่อ ฉัน…ก็ดี คือมันแปลก แต่มันก็ดี” พอได้อาบน้ำแต่งตัวใหม่เขารู้สึกดีขึ้นนิดหน่อย แต่ตอนอาบน้ำมีเรื่องให้ตื่นตะหนกเหมือนกัน เพราะที่อาบน้ำในโรงแรมเล็กๆนี้เป็นแบบอาบน้ำรวม เขาไม่เขินอายแต่ใช้ฝักบัวไม่เป็น ยืนจ้องหน้าอุปกรณ์ต่างๆตั้งนาน จนเธอสงสัยจึงส่งเสียเรียก และทันทีที่เขาออกมาเธอพึ่งตะหนักได้ว่า…ที่นี่เขาไม่ได้คุ้นชิน จากนั้นจึงแอบดึงร่างหนาเข้าไปในห้องน้ำ จัดการสอนเขาเปิดน้ำฝักตัว สระผมด้วยแชมพู รวมถึงถูสบู่เหลว ความเขินอายวนในอากาศแต่เธอรีบเร้นกายออกมาก่อนที่ใครจะมาเห็น ปัญหาที่ตามมาคือเสื้อผ้าพวกนี้เขาใส่ไม่เป็น!! และ…มันน่ารักเกินไป!!“คริ คริ น่ารักเป็นบ้าเลย ไว้พรุ่งนี้ฉันจะพานายไปตัดผม เอาทรงไหนดี จางหลิงเฮ่อไหม หรือหยางหยาง หรือว่า…จะเป็น…แบบเกาหลีไปเลย ทำสีผมไปเลย” ท่าทางสนุกสนานของเธอที่จับเขาแต่งตัวและคิดทรงผมให้ทำร่างหนาที่นั่งอกผาย
วูบ ครึ่มมมมมม เสียงฟ้าร้องดังสนั่นทำสองร่างที่นอนกอดกันท่ามกลางสายฝนได้สติ“ข้าตายแล้วงั้นเหรอ” ร่างบางเปียกโชกจนเสื้อผ้าลู่ไปตามลำตัว นอนทับอยู่บนอกกว้างไม่ยอมขยับเขยื้อน“เจ้าตายข้าก็ตาย” เสียงแหบทุ้มที่ลืมตาขึ้นมามองดวงหน้างามทำนางรีบลุกขึ้น“อาเหยียน!”“ข้าเอง ดูเหมือนว่าตรงนี้…จะเป็นป่า…”นางมองไปรอบๆเห็นทางออกที่เมื่อหลายเดือนก่อนนางวิ่งทะลุออกมา“ใช่!! ใช่จริงๆด้วยท่านกลับมากลับข้า!! ท่านกลับมาด้วยจริงๆ” ร่างเล็กโถมเข้ากอดเขาจนเต็มแรง ทั้งยังหยิกแก้มเขาซ้ำๆให้รู้ว่านี่ไม่ใช่ความฝัน“ฮ่าๆ ฮ่าๆ เจ้าไม่ไม่ได้ฝันไป ข้าอยู่ตรงนี้จริงๆ” นางถอยออกมามองเขาด้วยน้ำตา“คนที่นั่นรอดใช่หรือไม่” เขาประคองสองแก้มนวลก่อนจะพูดบางอย่างออกมา“รอด อาจารย์บอกข้าเอง ต่อจากนี้คงต้องเป็นข้าที่ต้องทำงานให้หนักขึ้นเพื่อขอให้เจ้าปรานีข้าแล้วหล่ะ” “เช่นนั้นข้าจะเลี้ยงดูเจ้าตลอดชีวิต” จบคำพูดเป็นนางที่ดึงเขาเข้ามากอด แต่เขากลับไม่ทำแค่กอด ริมฝีปากหนาทาบทับลงมาตามใจปราถนาอย่างไม่อาจหักห้ามจิตใจ“ก่อนหน้านี้มีเรื่องมากมายทำให้ข้าไม่ได้ผูกจองจำเจ้าไว้ทางกาย จิ่นเหยา…ชีวิตข้าตั้งแต่เสียท่านแม่ไป มีลมหายใจต่อ
ขาแกร่งชะงักงัน“ท่านรู้เรื่องนี้หรือขอรับ” ครานี้เขาหันหน้ากลับมาเต็มตัว ชายชราที่หนวดเครารุงรังพยักหน้าช้าๆ“หากไม่มีนางแล้วชีวิตข้าจะมีประโยชน์อะไร ข้ารอคอยนางมานานเท่าไหร่หากอาจารย์รู้ต้องเห็นใจข้าหรือไม่ นางมาที่นี่เพื่อเสียสละชีวิตตนเองงั้นหรือขอรับ ข้า…ปล่อยนางไปไม่ได้จริงๆ” แววตาแน่วแน่ของเขาพร้อมที่จะสละชีพหากทำให้นางมีชีวิตอยู่ต่อได้และไม่ยากลำบาก“เห้อ…ความรักหนุ่มสาว คนแก่ๆอย่างข้าคงจะดันทุรังห้ามไม่ไหว” ห่อผ้าผือเล็กขนาดเท่าฝ่ามือถูกยื่นให้เขา“เก็บไว้อย่าเปิดออกมาเชียว หากมั่นใจว่าเจ้ามีชีวิตรอดแน่ๆค่อยหยิบมันออกมาเปิด ไปเถอะไปจัดการพวกหนักแผ่นดินให้ราบคราบ แต่ว่าหลังจากเจ้าเดินออกไปปากถ้ำนี้จะปิดผนึกทันที…เกาเหยียนโจว อย่าหาว่าข้าใจร้ายเลย ทุกสิ่งล้วนเป็นไปตามกรรม“ เขาพยักหน้าก่อนคุกเข่าลงคำนับ ”บุญคุณนี้ศิษย์จะไม่ลืมขอรับ กวนซีซี ฟู่กุ่ย คุ้มกันองค์รัชทายาท จากนี้จนกว่าจะรุ่งอรุณฟ้าใหม่หากข้าไม่กลับมา ดูแลพระองค์เท่าชีวิต!!“”ขอรับ/ขอรับ ท่านแม่ทัพ!“ เหล่าทหารและศิษย์ร่วมสาบารรวมถึงชาวบ้านต่างมีน้ำตา แม้รู้ว่านี่อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้เจอกันแต่ความแน่วแน่ของท่านแม่ท











