Share

บทที่ 6

Penulis: จูน
เธอเช็ดเลือดและเหงื่อบริเวณหน้าผาก จากนั้นก็สวมเสื้อ แล้วจึงตามนางข้าหลวงของฮองเฮาเข้าไปข้างใน

ความงดงามของพระราชวังนั้นตรงกันข้ามกับความซอมซ่อและความจนตรอกของเธออย่างสื้นเชิง เธอพยายามย่ำเท้าเดินตามไปอย่างสงบเสงี่ยม ทีละก้าว ทีละก้าว จนรู้สึกว่าลำบากยากเย็นเสียเหลือเกิน

ข้างหน้ามีเงาคนเคลื่อนไหวไปมา แต่แท้ที่จริงแล้วไม่ใช่เงาเคลื่อนไหวของผู้ใด กลับเป็นตัวเธอเองที่รู้สึกเหวียนหัวจนตาลาย ดังนั้นเธอจึงมองเห็นอย่างเลือนลางว่ามีคนสามคนกำลังนั่งอยู่ในตำหนัก คนตรงกลางสวมใส่ผ้าไหมปักเงินปักทองชาววังสีแดง มัดมวยผมสูง เพียงแค่ชำเลืองมอง ก็รู้สึกว่างามสง่ามากทีเดียว

เธอคุกเข่าลงบนพื้น “หม่อมฉันเซี่ยจื่ออัน ขอเข้าเฝ้าฮองเฮาเพคะ”

ภายในตำหนักเงียบสงัด แม้แต่เสียงหายใจก็ไม่ได้ยิน โคมไฟบนผนังส่องสว่างผ่านฝาเคลือบสีออกมาได้อย่างสวยงาม สะท้อนทุกสิ่งทุกอย่าง ราวกับเป็นดินแดนมหัศจรรย์

ผ่านไปชั่วขณะหนึ่ง ก็ได้ยินเสียงผู้หญิงนางหนึ่งที่แทบจะไร้อารมณ์และแสนจะเย็นชาดังขึ้น “เงยหน้า” เซี่ยจื่ออันใช้มือทั้งสองพยุงตัวขึ้น และเงยหน้าอย่างช้า ๆ

ดวงตาอันแหลมคมและโหดร้ายจ้องมาที่เธอ นัยน์ตาเป็นสีฟ้าเข้ม สิ่งนี้ทำให้เธอนึกถึงคราวที่ไปเป็นแพทย์ทหาร ครั้งหนึ่งเคยประสบกับอันตราย ณ ดินแดนทะเลทรายแห่งหนึ่ง เธอเผชิญหน้ากับงูหางกระดิ่งที่ซ่อนตัวอยู่หลังเนินทราย มันมองเธออย่างดุร้ายแบบนี้เช่นกัน

มองจากหางตา เธอเห็นฮองเฮาอยู่ข้าง ๆ มีคนนั่งอยู่ทางซ้ายและทางขวาด้านละคน ผู้ที่ประทับทางด้านขวาคือท่านอ๋องเหลียง พระองค์ดูไม่พอใจเป็นอย่างมาก ทั้งไม่พูดและยังเบือนหน้าหนี ราวกับไม่อยากแม้แต่จะมองไปที่เธอ

ได้เห็นท่านอ๋องเหลียงประทับอยู่ที่นี่ จึงสามารถวางไจไปได้ครึ่งหนึ่ง อย่างน้อยแผนการของเธอก็บรรลุไปอย่างราบรื่น

ส่วนชายที่สวมใส่ชุดดำทางด้านซ้าย เธอไม่เคยพบมาก่อน เจ้าของเดิมก็คงไม่เคยเห็นมาก่อนเช่นกัน เพราะในความคิดของเธอ เขาไม่มีความน่าประทับใจใด ๆ เลย

ออร่าที่เปล่งประกายของคนผู้นี้ ทำให้เซี่ยจื่ออันตกใจเล็กน้อยและไม่กล้ามองหน้า เขาเพียงนั่งเฉยอยู่ข้าง ๆ ในมือถือถ้วยกระเบื้องใบหนึ่ง แต่ท่าทางที่เย็นชานี้ กลับทำให้คนรู้สึกกดดันอย่างแรงกล้า

เซี่ยจื่ออันคิดในใจ เป็นไปได้ว่าเขาอาจจะเป็นน้องชายขององค์จักรพรรดิ หรือไม่ก็เป็นผู้สำเร็จราชการแทนองค์จักรพรรดิมู่หรงเจี๋ย

เพื่อไม่ให้เซี่ยจื่ออันคิดต่อไป ฮองเฮาจึงพูดออกมาอย่างช้า ๆ เปลี่ยนไปจากที่ดุร้ายเมื่อก่อนหน้านี้ มุมปากยกขึ้น และหัวเราะเบา ๆ “เจ้าคือเซี่ยจื่ออันใช่หรือไม่?”

“กราบทูลฮองเฮา หม่อมฉันคือ เซี่ยจื่ออันเพคะ” เซี่ยจื่ออันตอบรับ ลำคอเหมือนมีใยฝ้ายอุดอยู่ พูดอย่างลำบากมาก จากนั้นฮองเฮาก็ยิ้มออกมา นัยน์ตากลับมาดุร้ายอีกครั้ง เสียงล่องลอย

“ได้ยินมาว่า เจ้าไม่ชอบองค์ท่านอ๋องเหลียงอย่างนั้นรึ”

ประโยคที่ฟังดูสบาย ๆ ได้กลายเป็นคำถามไปเสียแล้ว

เซี่ยจื่ออันก้มศีรษะลงอย่างสงบ แล้วค่อย ๆ เงยศีรษะขึ้นอย่างช้า ๆ ด้วยแววตาอันเศร้าหมอง “ฮองเฮา หม่อมฉันรู้ว่าโทษประหารในวันนี้ยากเกินแก่การให้อภัย และหม่อมฉันก็ขอรับการลงโทษ แต่การที่หม่อมฉันกระทำการเช่นนี้ มิใช่ตั้งใจให้องค์ท่านอ๋องเหลียงเสียหน้า แท้จริงแล้ว หม่อมฉันไม่มีทางเลือกต่างหาก หม่อมฉันรู้สึกผิดและหาได้สบายใจไม่ ดังนั้นไม่ว่าฮองเฮาและองค์ท่านอ๋องเหลียงจะลงโทษหม่อมฉันอย่างไร หม่อมฉันขอยอมรับผิดทุกประการ”

“โอ้” ดวงตาของฮองเฮาเย็นชาเล็กน้อย “เจ้าไม่มีทางเลือกได้อย่างไร ไหนเล่าให้ข้าฟัง”

ท่านอ๋องมู่หรงเจี๋ยได้ยินดังนั้นจึงยิ้มเล็กน้อย นางฉลาดแถมยังไม่ปฏิเสธความผิดสักนิด กลับบอกอย่างตรงไปตรงมาว่าโทษการประหารชีวิตของนางยากที่จะให้อภัย แต่เมื่อใดก็ตาม หากนางปริปากอธิบายความ ต้องทำให้ฮองเฮาโกรธเป็นฟืนไฟอย่างแน่นอน จะมีโอกาสพูดออกไปได้ที่ไหน

เซี่ยจื่ออันคุกเข่าลงอย่างยากลำบาก และพูดต่อไปว่า “ฮองเฮาเพคะ เมื่อครู่นี้แม่นมของฮองเฮาบอกว่า เพื่อที่จะขอพรให้พระราชชนนี มารดาหรือฮูหยินของขุนนางสูงศักดิ์ที่เข้ามาในวังหลวงภายในหนึ่งเดือน จำต้องกราบสามครั้ง คำนับเก้าครั้ง จิตใจที่แสดงความกตัญญูเช่นนี้ ทำให้หม่อมฉันประทับใจอย่างมาก วันนี้หม่อมฉันยอมเสี่ยงตายดีกว่าไปขึ้นเกี้ยว แม้ว่าใจดวงนี้ของหม่อมฉันจะเคร่งศาสนาไม่เท่าฮองเฮา แต่ก็เพื่อท่านแม่ของหม่อมฉันเช่นกัน หม่อมฉันอยู่ในตำแหน่งเสนาบดี ควรต้องได้ยินจากปากของฮองเฮา หากหม่อมฉันสามารถอภิเสกกับฝ่าบาทได้ ก็จะเปลี่ยนเป็นนางสนมที่เสวยสุขและมีเกียรติ แต่กระนั้นหม่อมฉันก็มิสามารถเสวยสุขเพียงผู้เดียว แต่กลับทิ้งมารดาไว้ในที่แสนอันตรายได้ลงคอ ตราบใดที่หม่อมฉันแต่งงานออกไป มารดาของหม่อมฉันจะถูกนำตัวออกจากบ้านเพราะโดนกฎการขับชั่วโคตร”

มู่หรงเจี๋ยรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ดูเหมือนว่าวันนี้เป็นวันที่นางจะถูกเรียกตัวไปสารภาพผิดในวังหลวง แม้ว่าถ้อยคำทั้งหลายจะถูกเตรียมไว้ก่อนหน้าแล้วก็ตาม นางก็ไม่ได้พูดว่านางไม่ต้องการแต่งงานกับองค์ท่านอ๋องเหลียง ทั้งยังไม่ได้แสดงความลังเลหรือความคับข้องใจใด ๆ ต่อการแต่งงานครั้งนี้สักนิด นั่นก็เพื่อสิ่ง ๆ เดียวกันคือความกตัญญู

มู่หรงเจี๋ยต้องการดูว่านางจะอยู่กับฮองเฮาได้นานเพียงใด เขาจึงพูดอย่างเฉยเมยว่า “กฏการขับไล่เจ็ดชั่วโคตร ไม่ใช่มีเพียงความผิดข้อนี้เสียเมื่อไหร่ เหตุใดเจ้าถึงแน่ใจนักว่า พ่อของเจ้าจะทิ้งแม่ของเจ้าด้วยโทษข้อนี้กัน”

เซี่ยจื่ออันมองไปที่ชายผู้เปรียบดั่งเทพเจ้าผู้หนึ่งผ่านหน้าผากอันเปียกชุ่มของเขา เขาจ้องมองตัวเอง ทั่วทั้งร่างกายส่งกลิ่นอายแห่งความว่างเปล่า แต่ยังกลับทำให้ผู้คนรู้สึกว่าสูงส่งเกินเอื้อมไม่เปลี่ยน

อย่างไรก็ตาม ดูเขาจะถามอย่างไม่ได้ใส่ใจเท่าใดนัก แต่นั้นกลับช่วยให้นางได้กราบทูลฮองเฮาว่า พ่อของนางต้องการหย่าร้างกับภรรยาจริง ๆ

เขาจะช่วยเหลือตนเองเพราะเหตุใด

เซี่ยจื่ออันยิ้มอย่างข่มขื่น “ท่านอ๋อง เรามิได้มีเพียงกฎการขับไล่เจ็ดชั่วโคตร แต่ยังมีกฎห้ามขับไล่สามชั่วโคตรอีกด้วย ท่านแม่ของหม่อมฉันปรนนิบัติท่านปู่อย่างดีมาสามปี หลังจากนั้นจึงได้จัดการไว้ทุกข์ในวันที่ท่านปู่จากไป การกระทำนี้เท่านั้นที่มิได้อยู่ภายใต้ข้อจำกัดของกฎการขับไล่ ดังนั้นหากท่านพ่อต้องการหย่าร้างกับท่านแม่ ก็ต้องใช้โทษข้อนี้เท่านั้น”

ฮองเฮายังคงนิ่งเฉย จากนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงที่สุดจะเย็นชา “แล้วอย่างไรต่อ เป็นไปได้หรือที่เมื่อเจ้าปฏิเสธการขึ้นเกี้ยว แล้วพ่อของเจ้าจะเปลี่ยนใจไม่หย่ากับแม่ของเจ้า”

เซี่ยจื่ออันพูดอย่างทรมานใจว่า “วันนี้หม่อมฉันเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องมาเผชิญหน้ากับเหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่ในวังหลวง ขอเปิดเผยว่าท่านพ่อของหม่อมฉันมีเจตนาที่จะหย่ากับท่านแม่อยู่แล้ว ทุกคนรู้ว่าเขาคงไม่กล้าทำผิดอีกเป็นแน่ และถึงแม้ว่าจะหย่ากันได้ เขาก็จะหาวิธีการอื่น ๆ มาใช้อีกแน่นอน นี่เป็นหนทางเดียวที่หม่อมฉันจะช่วยแม่ของหม่อมฉันได้ หากแม่ของหม่อมฉันถูกจับไป คงไม่รอดเป็นแน่”

ท่านอ๋องเหลียงโกรธมาก “เจ้าหลอกใช้ข้าหรอกหรือ ไม่ว่าจะพูดอย่างไรก็ตาม ยังไงก็ล้วนเป็นความผิดร้ายแรง!”

เซี่ยจื่ออันเงยศีรษะขึ้น ขนตาเปื้อนหยดน้ำตา ริมฝีปากสั่น ใบหน้าที่มีบาดแผลดูเศร้ามอง “ขออภัยเพคะฝ่าบาท แท้ที่จริงหม่อมฉันต้องการทูลเรื่องนี้ให้พระองค์ทรงทราบมาโดยตลอด เพียงแต่หม่อมฉันหาทางมาพบพระองค์ไม่ได้ ท่านพ่อก็ห้ามไม่ให้หม่อมฉันมาคุยกับพระองค๋ ก็เพราะเรื่องนี้ หม่อมฉันถึงได้ปฏิเสธการนั่งเกี้ยวอย่างไรเพคะ”

ท่านอ๋องเหลียงงุนงงเล็กน้อย “เรื่องอันใดกัน”

ในที่สุดน้ำตาของเซี่ยจื่ออันก็ไหลออกมาจากหางตา ทั้วทั้งร่างสั่นไหวจนคาดเดาไม่ได้ ดูสิ้นหวังไปหมด “ร่างกายของหม่อมฉันอ่อนแอนัก มิหนำซ้ำยังให้กำเนิดบุตรไม่ได้ หม่อมฉันจะแต่งงานกับฝ่าบาททั้งที่หม่อมฉันเป็นหมันได้อย่างไร ฝ่าบาทเป็นผู้ที่สูงศักดิ์ หม่อมฉัน...ก็เป็นเพียงฝุ่นใต้พระบาท”

“อะไรกัน” สุดท้ายฮองเฮาก็อดที่จะพิโรธไม่ได้ “เขากล้าหลอกลวงและตบตาราชสำนักได้อย่างไร”

การแต่งงานของหญิงผู้เป็นหมันกับท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์ ถึงมีความกล้ามากเท่าไหร่ ก็คงไม่กล้าแต่งหรอก เว้นเสียแต่ว่า เขาจะรู้อะไรบางอย่าง สายตาอันอาฆาตของฮองเฮากระพริบแวบนึง

ท่านอ๋องเหลียงก็สั่นไปทั่งตัวเช่นกัน ใบหน้าของเขาซีดเผือดขึ้นมาทันที สายตาจ้องมองไปยังเซี่ยจื่ออัน ราวกับอยากถามว่าที่เซี่ยจื่ออันพูดมาเป็นความจริงหรือ

“หมอหลวง! เข้ามานี่” ท่านอ๋องเหลียงโกรธมาก ตะโกนอย่างบ้าคลั่ง

เซี่ยจื่ออันตื่นตระหนก ไม่รู้ว่าทำไมจู่ ๆ ท่านอ๋องเหลียงจึงโกรธเคืองเช่นนี้ แม้เธอจะคิดไว้แล้วว่าหมอหลวงต้องมา แต่ท่านอ๋องเหลียงก็ไม่น่าจะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟแบบนี้ อย่างไรก็ตามการที่วันนี้ตัวข้าปฏิเสธที่จะขึ้นเกี้ยว เช่นนี้เองจึงทำให้เขาอับอายขายหน้า แต่เขาก็มิได้ด่าทอ แต่ขณะนี้ฮองเฮาและผู้สำเร็จราชการแทนองค์จักรพรรดิประทับอยู่ที่นี่ เหตุใดเขาจึงเปลี่ยนไปเป็นคนละคนกันนะ
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ยอดหมอหญิงมหัศจรรย์   บทที่ 1168

    ร่างกายของแม่ทัพเฒ่าฉินสั่นสะท้านด้วยความโกรธ “เจ้าสาปแช่งปู่รึ เจ้าเคยคำนึงถึงญาติพี่น้องหรือไม่?”เมื่อหมอหลวงมาถึง กลับไม่มีคนในตระกูลฉินคอยเฝ้าเขาอยู่ในห้อง ดังนั้นจึงมีเพียงแต่บ่าวรับใช้หลังจากตรวจสอบอาการเสร็จ หมอหลวงก็กล่าวด้วยสีหน้าตกตะลึง “ท่านแม่ทัพเฒ่า เมื่อไม่กี่วันมานี้ท่านได้ไปที่ใดมา? แล้วท่านเคยเข้าไปในพื้นที่โรคระบาดหรือไม่?” “ไม่เคย ข้าไม่เคยไปที่นั่น” สีหน้าของแม่ทัพเฒ่าเปลี่ยนไปเล็กน้อย เมื่อได้ยินคำพูดของหมอหลวง “ท่านกำลังสงสัยว่าข้าติดเชื้อโรคระบาดใช่หรือไม่?”“อาการช่างคล้ายคลึงกันยิ่งนัก” หมอกลวงกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด“เป็นไปไม่ได้!” แม่ทัพเฒ่าฉินรู้สึกตื่นตระหนกอย่างมาก “ท่านวินิจฉัยผิดหรือไม่?”“ข้าจะจัดยาให้ท่านสองชนิดก่อน หากดื่มยาเหล่านี้แล้วไม่ได้ผล เช่นนั้นไม่ใช่ก็ใกล้เคียงแล้วขอรับ” หมอหลวงกล่าวแม่ทัพเฒ่าฉินกล่าวด้วยความลนลาน “ฉินโจวบังคับให้ท่านพูดเช่นนี้ใช่หรือไม่?”หมอหลวงรู้สึกประหลาดใจ “แม่ทัพเฒ่า ท่านหมายความว่าอย่างไร? เหตุใดแม่ทัพฉินถึงต้องบังคับให้ข้าพูดเช่นนี้?”หมอหลวงชะงักไปชั่วครู่หนึ่งแล้วโพล่งถาม “ท่านเคยพูดคุยกับองค์ชายเ

  • ยอดหมอหญิงมหัศจรรย์   บทที่ 1167

    นางสามารถเสียสละได้ แต่จะไม่มีทางทรยศต่อประชาชนเป่ยโม่เด็ดขาดสำหรับความจงรักภักดีต่อองค์จักรพรรดิและประเทศชาติ นางจะต้องรักประชาชนก่อน จึงจะสามารถภักดีต่อองค์จักรพรรดิได้ฉินโจวกล่าวคำเบา “ข้าเข้าไปในพระราชวังเพื่อเชิญหมอหลวงแล้ว ท่านปู่พักผ่อนก่อนเถิด ข้าจะออกไปเดินเล่นรับลมสักหน่อย”ดวงตาของแม่ทัพเฒ่าฉินอัดแน่นด้วยความโกรธ แต่ก็พยายามอย่างหนักเพื่อระงับมันฉินโจวเดินออกจากห้อง และเห็นว่าฉินเป้าน้องชายของตนนั่งอยู่ที่สวน เมื่อเห็นนางเดินออกมา เขาก็ถามว่า “ท่านปู่เป็นอย่างไรบ้าง?”ฉินโจวจำคำพูดของท่านปู่ได้อย่างแม่นยำ จึงเมินเฉยต่อเขาและตอบอย่างใจเย็น “เข้าไปดูด้วยตนเองสิ”ฉินเป้าคลี่ยิ้ม แต่มันกลับดูอ้างว้างอย่างยิ่ง “ข้าได้ยินสิ่งที่ท่านปู่พูดกับท่านแล้ว ข้าไม่อยากเข้าไป”ฉินโจวตกตะลึง “เพราะเหตุใด เขาทุ่มเทความพยายามทั้งหมดไปกับหารวางแผนเพื่อเจ้า เจ้าควรขอบคุณท่านปู่สิ”ฉินเป้าหัวเราะเยาะ “จริงรึ? หากเขาทอดทิ้งท่านเพื่อตระกูลได้ ในอนาคตเขาจะไม่ทอดทิ้งข้าหรือ? ข้าไม่ต้องการชื่อเสียงหรือความดีงามใด ๆ พวกมันไม่ใช่สิ่งที่ข้าต้องการเลย”ฉินโจวดูถูกน้องชายมาโดยตลอด เพราะเขาไม่ได

  • ยอดหมอหญิงมหัศจรรย์   บทที่ 1166

    ทั้งสองคนเดินออกไปและหยุดอยู่บนทางเดิน หมอมองฉินโจวพร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด “ท่านแม่ทัพ ข้ากำลังสงสัยว่าท่านแม่ทัพเฒ่าจะป่วยด้วยโรคระบาดขอรับ”ฉินโจวตกตะลึง “โรคระบาด? เป็นไปได้อย่างไร? ปู่ของข้าไม่เคยออกไปข้างนอก และไม่เคยติดต่อกับผู้ป่วยโรคนี้เลย แล้วเขาจะติดเชื้อโรคระบาดได้อย่างไร?”“ข้าเคยรักษาผู้ป่วยโรคระบาดมาก่อน ซึ่งอาการคล้ายคลึงกันอย่างมาก ผู้ป่วยจะมีไข้สูง ไอ ตาแดง หายใจเร็วขึ้น เมื่อเกิดอาการเหล่านี้พร้อมกันจะอันตรายอย่างมาก ยิ่งไปกว่านั้นโรคนี้ยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาดขอรับ” หมอกล่าว“เป็นไปไม่ได้ หากจะติดเชื้อโรคระบาดก็ต้องสัมผัสกับผู้ป่วยที่มีเชื้ออยู่แล้ว แต่ท่านปู่ของข้าไม่เคยใกล้ชิดคนเหล่านั้นเลย แล้วเขาจะติดเชื้อได้อย่างไร?” ฉินโจวยังคงไม่เชื่อหมอประสานหมัด “ทั้งหมดนี้คือคำวินิจฉัยของข้า หากท่านแม่ทัพไม่เชื่อ ก็สามารถขอให้หมอคนอื่นมาตรวจดูได้ หรือท่านจะพาเขาไปที่พระราชวัง และขอให้หมอหลวงช่วยตรวจอาการ ข้าไร้ความสามารถ จึงอาจวินิจฉัยผิดพลาดได้ ลาก่อนขอรับ ๆ!”สิ้นคำ หมอก็หยิบกล่องยาแล้วออกไปโดยไม่เขียนใบสั่งยาด้วยซ้ำฉินโจวสับสนไม่น้อย ท่านปู่ติดเชื้อโร

  • ยอดหมอหญิงมหัศจรรย์   บทที่ 1165

    หัวใจของฉินโจวเย็นเยียบราวกับน้ำ “ใช่ ตราบใดที่ข้าตายในสนามรบ ตระกูลฉินก็ยังจะเป็นผู้กล้า และเป็นขุนนางผู้มีเกียรติ”แม่ทัพเฒ่าฉินเงียบไปครู่ใหญ่ จากนั้นกล่าวคำเบา “ในฐานะหลานสาวตระกูลฉิน มันเป็นหน้าที่ของเจ้าที่ต้องเสียสละเพื่อชื่อเสียง และรากฐานของตระกูล”ฉินโจวกำหมัดแน่นด้วยความไม่พอใจ “หลายปีที่ผ่านมานี้ ข้ายังทำไม่พออีกหรือ? ตอนนี้มีใครในตระกูลฉินบ้างที่ไม่เกาะกินเลือดนี้ของข้า?”แม่ทัพเฒ่าฉินลุกยืนขึ้นพลางกล่าวอย่างเย็นชา “ข้าเคยเตือนเจ้าแล้ว คราวนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เจ้าจะต้องเข้าไปในพระราชวัง ข้าให้คำมั่นกับฮองเฮาเฉาแล้ว ว่าวันนี้เจ้าจะไปที่นั่นเพื่อทูลขอรับคำสั่ง หากเจ้าไม่ไป ข้าก็จะรับคำสั่งและออกรบด้วยตนเอง”“ท่าน...” ฉินโจวมองเขาด้วยสายตาโศกเศร้า “ท่านปู่ ข้าก็เป็นหลานสาวของท่านเหมือนกัน ท่านไม่สงสารข้าบ้างหรือ?”“ปู่สงสารเจ้าสิ แต่ภารกิจหน้าที่ของตระกูลฉินจะต้องถูกส่งต่อ ตอนนี้น้องชายของเจ้าโตพอแล้ว เจ้าจะต้องพาเขาไปสร้างความสำเร็จทางการทหารด้วย และเจ้าจะได้รับส่วนแบ่งของน้องเจ้า เมื่อถึงเวลานั้น ตระกูลฉินก็จะได้ผู้สืบทอดคนใหม่”ฉินโจวผงะไปชั่วครู่ ก่อนระเบิดหัวเราะ

  • ยอดหมอหญิงมหัศจรรย์   บทที่ 1164

    เมื่อได้ยินคำพูดของฉินโจว แม่ทัพเฒ่าฉินก็โมโหมากจนเคราสั่นสะท้าน “อาโจว อะไรจะสำคัญไปกว่าการบรรลุเป้าหมายอันยิ่งใหญ่? องค์จักรพรรดิเพียงต้องการขยายอาณาเขตของแคว้น เจ้าควรรู้เอาไว้ว่าเมื่อเรายึดครองต้าโจวสำเร็จ เป่ยโม่จะมีพื้นที่เพิ่มมากกว่าครึ่งหนึ่ง และมันจะเป็นความดีความชอบของตระกูลฉิน ทำให้ตระกูลของเราถูกจดจำไปหลายชั่วอายุคน! นี่ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าต้องการมาตลอดรึ? เจ้าไม่ต้องการบอกคนทั้งโลก ว่าแม้ฉินโจวจะเป็นสตรี แต่นางก็สามารถประสบความสำเร็จได้อย่างผ่าเผยหรือ?”ฉินโจวมองดูใบหน้าที่ฉายแววตื่นเต้นปนโกรธเกรี้ยวของปู่ ทันใดนั้นนางก็สัมผัสได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติถูกต้อง มันคือความต้องการของนาง แต่ความสำเร็จของนางจะต้องไม่แลกกับการเหยียบย่ำกระดูกของประชาชนชาวเป่ยโม่นางรักเป่ยโม่และหวังที่จะขยายอาณาเขตของแคว้น นอกจากนี้นางยังต้องการเสาะหาดินแดนอุดมสมบูรณ์เพื่อประชาชน เพราะหวังว่าพวกเขาจะสามารถอยู่อาศัยและทำกินอย่างสงบสุข และพึงพอใจโดยไม่ต้องทนทุกข์จากการพลัดถิ่นอย่างไรก็ตาม ในตอนนี้หากต้องการบรรลุอำนาจ นางจำต้องสละชีวิตประชาชนจำนวนมาก และนำเงินภาษีของทุกคนมาใช้ในการทำสงคราม ทำให้โรคร

  • ยอดหมอหญิงมหัศจรรย์   บทที่ 1163

    มือสังหารเหล่านั้นแต่งกายคล้ายกับชาวต้าโจวและสวมหน้ากากผ้าสีดำ กลุ่มคนนิรนามราวเจ็ดถึงแปดคนกระโดดลงมาจากท้องฟ้ากลางวันแสก ๆ ทันทีที่เท้าของคนเหล่านั้นแตะพื้น พวกมันก็เริ่มโจมตีอย่างดุดันฉินโจวเห็นมือสังหารคนหนึ่งกระโดดขึ้นไปบนท้องฟ้าพร้อมกับกระบี่ยาว จากนั้นร่ายรำอยู่หลายกระบวนท่าราวกับนางฟ้าโปรยดอกไม้ ขณะแสงแดดตกกระทบกระบี่ส่องกระจายไปทั่วเหล่าทหารที่เพิ่งมาถึงกระโจนเข้าไปร่วมวงต่อสู้อย่างรวดเร็วหลังจากประดาบกันไปกว่าร้อยครั้ง มือสังหารก็ถูกบีบบังคับให้ล่าถอย ฉินโจวจ่อกระบี่ไปที่คอของหนึ่งในมือสังหาร พลางถามเสียงเข้ม “ตอบข้า ใครเป็นคนส่งเจ้ามา?”มือสังหารตอบอย่างเย็นชา “ฆ่าไอ้หมารับใช้เป่ยโม่ให้หมด!”“หมารับใช้เป่ยโม่? เห็นได้ชัดว่าพวกเจ้าไม่ได้เป็นคนเป่ยโม่ พวกเจ้ามาจากต้าโจวใช่หรือไม่?” ฉินโจวโมโหอย่างมาก ขณะชี้ดาบไปยังหน้าอกของอีกฝ่าย “ไอ้เลวมู่หรงเจี๋ยส่งพวกเจ้ามาใช่หรือไม่?”“หญิงเลวอย่าเจ้ากล้าเอ่ยชื่อของท่านอ๋อง ทำให้พระองค์มัวหมองได้อย่างไร?” มือสังหารตะโกนฉินโจวชักดาบกลับพร้อมกล่าวอย่างเย็นชา “กลับไปซะ!”มือสังหารตกตะลึง ราวกับไม่คาดคิดว่าฉินโจวจะปล่อยตัวเขาไป”เ

  • ยอดหมอหญิงมหัศจรรย์   บทที่ 610

    จื่ออันเอ่ยออกมา “พวกเจ้าพูดคุยกันไปก่อน ข้าจะเข้าไปฆ่าเชื้อเข็มเสียก่อน” ตอนนี้จื่ออันมีเข็มอยู่หลายชุด ชุดที่ใช้ฝังเข็มให้กับอ๋องเหลียงคือชุดที่ใหม่ที่สุด แต่ก็มิใช่ว่าทุกวันจะทิ้งไปชุดหนึ่ง ถึงแม้ว่าจะไม่ถูกสุขลักษณะ แต่นางมีข้อเรียกร้องเข็มค่อนข้างจะเข้มงวด แตกต่างจากที่มีขายกันอยู่ตามท้องตลาดทั

  • ยอดหมอหญิงมหัศจรรย์   บทที่ 638

    จ้วงจ้วงรินเหล้าลงอีกจอก ดื่มลงไป หลังจากที่ดื่มไปแล้ว ก็ยิ้มแล้วเอ่ยออกมาต่อ “ในตอนนั้น ข้างกายของข้ามีสาวใช้อยู่สี่คน ฉินจือ ฉยงหวา เหยาจื่อ ชิงชิว ทั้งสี่คนดีกับข้ามาก เพราะว่าทุกคนล้วนแต่เติมโตขึ้นมาพร้อมกับข้า พวกนางอายุเพียงแค่เจ็ดขวบก็อยู่ข้างกายข้าแล้ว ได้ชื่อว่าเป็นนายบ่าว แต่จริง ๆ แล้วเป็

  • ยอดหมอหญิงมหัศจรรย์   บทที่ 599

    หลังจากที่ซูชิงหัวเราะจนเพียงพอแล้ว ก็มองไปยังมู่หรงเจี๋ยอย่างจริงจังแล้วเอ่ยถามออกมา “เอาล่ะ ขอถามท่านอ๋องว่า คืนวานนี้ท่านมีความใกล้ชิดกับพระชายาแล้วหรือไม่?” ใบหน้าของจื่ออันเต็มไปด้วยความเขินอาย “ซูชิง เรื่องนี้ไม่อาจถามได้ มีคนมากมายอยู่ที่นี่” ซูชิงเองก็ช่างไม่รู้จักขอบเขต ท่านแม่และเหล่าไท่จว

  • ยอดหมอหญิงมหัศจรรย์   บทที่ 640

    จื่ออันเมื่อเห็นว่าจ้วงจ้วงหลับสนิท ก็คิดที่จะจากไป ในตอนที่ลุกขึ้นมา จ้วงจ้วงก็ดึงมือนางเอาไว้ แล้วมองยังนาง “จื่ออัน เจ้าเคยรักใครสักคนมากหรือไม่? รักจนไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี!” น้ำตาของจื่ออันแทบจะร่วงไหลลงมา ลูบลงบนหัวของนางเบา ๆ “มี เจ้านี่ไง ข้ารักเจ้ามาก ๆ” จ้วงจ้วงยิ้มออกมา เต็มไปด้วยความเมาม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status