Share

บทที่ 14

last update Last Updated: 2025-12-19 00:31:45

ความสวยในระดับดาวคณะของภีรดาทำให้เป็นที่หมายปองของหนุ่มๆ ทั้งในคณะและนอกคณะ วันนี้เป็นวันสมัครสมาชิกชมรม ทุกคนต่างฮือฮาเมื่อภีรดาก้าวเข้ามาในชมรมนี้โดยเฉพาะหนุ่มที่ต่างตกตะลึงในความสวยของภีรดา ยกเว้นภวินท์ที่มองเธอนิ่งๆ

“มาสมัครสมาชิกชมรมค่ะพี่” เสียงหวานๆ พร้อมทั้งรอยยิ้มที่สดใสของเธอที่ส่งให้กับทุกคนยิ่งทำให้ทุกคนประทับใจในตัวเธอมากยิ่งขึ้น

“ยินดีครับ” เสียงของรัฐศาสตร์เอ่ยขึ้น พร้อมกับเดินเข้ามาหาสาวสวยอย่างภีรดาอย่างกระตือรือร้น รัฐศาสตร์เป็นรองประธานชมรม โดยประธานชมรมก็คือภวินท์ ทั้งสองคนเป็นนักศึกษาของคณะวิศวกรรมศาสตร์ปีสาม เขามีความหล่อในระดับเดือนคณะอีกทั้งฐานะทางบ้านอยู่จัดอยู่ในขั้นมหาเศรษฐี จึงเป็นที่หมายตาต้องใจของสาวๆ เกือบครึ่งค่อนมหาวิทยาลัย แต่เขากลับไม่เคยถูกใจใครจริงจังเท่ากับภีรดาซึ่งเพิ่งได้เห็นเป็นครั้งแรก

“ผมรัฐศาสตร์เรียกสั้นๆว่าแทนก็ได้ครับ ยินดีต้อนรับครับ” เขาแนะนำตัวเองอย่างสุภาพ

“ค่ะพี่แทน ชื่อพิมค่ะ” ภีรดาแนะนำตัวกับเขาพร้อมทั้งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร เธอลอบมองภวินท์ที่ทำหน้านิ่งๆ อยู่ข้างหลัง

ภีรดาผละจากรัฐศาสตร์ตรงไปหาภวินท์ทันที ทำเอาทุกคนมองตามอย่างสงสัย

“ขอใบสมัครด้วยค่ะท่านประธาน”

ภวินท์มองหน้าเธอนิ่งๆ เธอคงตั้งใจมาป่วนเขาอีกตามเคยเขาลอบถอนหายใจก่อนจะหยิบใบสมัครส่งให้เธอ

“ต้องกรอกอะไรบ้างคะ” เธอถามต่อ

“เชิญทางนี้ดีกว่าครับเดี๋ยวพี่แนะนำให้” รัฐศาสตร์เข้ามาแทรกไว้

“ค่ะขอบคุณค่ะพี่แทน” เธอยิ้มให้รัฐศาสตร์อีกครั้ง

ภวินท์รู้สึกขัดหูขัดตาแปลกๆ เมื่อเห็นภีรดายอมให้รัฐศาสตร์เอาใจใส่ดูแลเป็นอย่างดีและโดยเฉพาะเวลาเธอโปรยยิ้มให้รัฐศาสตร์ราวกับจะยั่วยวน เขาจึงเดินเลี่ยงออกจากห้องนั้น

“จะไปไหนวะไก่”

“ไปธุระ” เขาบอกสั้นก่อนจะก้าวออกไป ภีรดาลอบมองตาม เขาคงจะรังเกียจไม่อยากให้เธอมาร่วมกิจกรรมกับเขาสินะเธอคิดอย่างน้อยใจน้ำตาพาลจะไหลออกมาเอาดื้อๆ แต่ก็ยังฝืนยิ้ม

“พี่ไปส่งนะครับ” รัฐศาสตร์บอก

“ค่ะ” ภีรดาตอบรับอย่างไม่ค่อยยินดียินร้าย

“น้องพิมโอเคนะครับ” รัฐศาสตร์ถามอย่างเป็นห่วงเมื่อเห็นสีหน้าซีดๆ ของภีรดา

“ค่ะ” เธอบอกก่อนจะเดินนำออกไปพร้อมเขา

ภวินท์แอบมองภาพตรงหน้าอย่างหงุดหงิด จะว่าไปสองคนนั่นก็เหมาะสมกันดีทั้งหน้าตาและฐานะ ดีซะอีกยัยคุณหนูนั่นจะได้ไม่ตามกวนใจเขาบอก ภวินท์บอกตัวเองก่อนจะถอนหายใจออกมาอีกเป็นครั้งที่สอง

“ไปไหนมาวะไก่” รัฐศาสตร์ถามเมื่อเห็นภวินท์เดินกลับเข้ามาอีกครั้ง

“แถวนี้แหละ” เขาบอกสั้นๆ ก่อนจะกลับไปนั่งที่เดิม

“น้องพิมทำท่าเหมือนรู้จักกับนาย” รัฐศาสตร์ถามในสิ่งที่เขาสงสัยทันที

“เป็นเพื่อนของน้อง” ภวินท์ตอบสั้นๆ

“เอ้าก็ไม่บอก สวยและน่ารักมากเลยคนนี้เราชอบว่ะ” รัฐศาสตร์สารภาพกับภวินท์ตรงๆ

“เป็นอะไรไปวะไก่ วันนี้ดูพูดน้อยๆ” เพื่อนอีกคนถาม

“เปล่า”

“เออ ขรึมเข้าไป”

ปริ๊น...น

เสียงแตรรถดังขึ้นเบื้องหลังในขณะที่ภวินท์กำลังจะเดินไปยังป้ายรถเมล์ทำให้เขาหยุดชะงักและหันกลับไปมอง

“นี่นาย” ภีรดาปิดกระจกลงและส่งเสียงเรียกเขา เขามองหน้าเธอนิ่งและเดินต่อไปอย่างไม่สนใจ ภีรดาเลื่อนรถตามและบีบแตรใส่เขาอีกครั้ง

“ฉันเรียกไม่ได้ยินหรือไง”

“มีอะไร” เขาถามห้วนๆ

“ฉันจะไปหาไหมที่บ้านนายขึ้นรถสิ จะได้ไปพร้อมกัน”

“ผมไปเองได้” เขาบอกอย่างไม่ใส่ใจในคำชวนของเธอและทำท่าจะเดินต่อ

“ก็เอาสิ ฉันจะบีบแตรจนกว่านายจะยอมขึ้นรถ” ว่าแล้วภีรดาก็ทำตามที่เธอพูดจริงๆ คนทั้งบริเวณนั้นหันมามอง

ภวินท์มองเธออย่างหงุดหงิดก่อนจะยอมเปิดประตูรถขึ้นมานั่งข้างๆ เธอ ภีรดาแอบยิ้มอย่างพอใจ สาวน้อยออกรถทันทีหลังจากนั้น

กระโปรงที่สั้นคืบเดียวของภีรดาร่นขึ้นไปเผยให้เห็นต้นขาเรียวของเธอที่โผล่พ้นกระโปรงออกมาอย่างหวาดเสียว ภวินท์มองอย่างไม่เกรงใจทำเอาภีรดาหน้าร้อนผ่าวกับการมองแบบแทะโลมของเขา

“นี่นายมองอะไร” เธอหันไปแหวใส่เขา

“ก็ที่ใส่อย่างนี้เพราะอยากให้ผู้ชายมองไม่ใช่เหรอ” เขาตอบอย่างยียวนในขณะที่สายตายังไม่ละจากต้นขาของเธอ

“หยุดมองเดี๋ยวนี้นะ”

“อายเป็นด้วยเหรอ”

“ไอ้พี่ไก่บ้า ฉันจะไปฟ้องไหมว่าพี่ชายที่แสนดีของเขาที่แท้ก็ทำตัวได้หื่นพอๆ กับผู้ชายคนอื่นๆ”

“ก็เหมือนคุณที่ชอบแต่งตัวยั่วยวนผู้ชายไปวันๆ”

“ฉันแต่งตัวยั่วใครพูดให้ดีๆ นะ”

“เป็นคนมีปมด้อยหรือใจฝักใฝ่เรื่องพรรค์นั้นอยู่แล้ว” เขาว่าเธออย่างเจ็บแสบ

“ไอ้พี่ไก่ปากร้าย” เธอเริ่มเสียงดังอย่างเหลืออดกับความปากร้ายของเขา

“ทำไมแค่นี้ทนฟังไม่ได้เหรอ”

“นี่นายหยุดว่าฉันเดี๋ยวนี้นะ”

“ทำไมผมจะต้องเชื่อคุณด้วย”

ภีรดาหักพวงมาลัยเข้าข้างทางและดับเครื่องยนต์ ก่อนจะหันไปทางเขาและรัวกำปั้นใส่เขาไม่ยั้ง ภวินท์รวบมือเธอเอาไว้

“ถ้าคุณยังไม่หยุดอาละวาด คุณโดนปล้ำในรถแน่” เขาพูดเสียงดุดัน

“นายจะกล้าทำอะไรฉัน” ภีรดาไม่มีทีท่าว่าจะกลัวคำขู่ของเขาเพราะเธอโกรธเขาจนเกินกว่าจะกลัวอะไรแล้ว

“งั้นก็ลองดู” พูดจบภวินท์ก็รวบร่างของภีรดาเข้าไปกอดไว้ หญิงสาวดิ้นขลุกขลักในวงแขนของเขา

ภวินท์จ้องริมฝีปากคนอวดดีชั่วขณะก่อนจะกดริมฝีปากของเขาอย่างรวดเร็ว ภีรดารู้สึกเจ็บเล็กน้อยแต่เธอก็ยินยอมให้เขาจูบแต่โดยดี

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ยอดเสน่หา ปรารถนาเพียงเธอ   บทที่ 76 จบบริบูรณ์

    หญิงสาวพูดแล้วก็ทำหน้าพะอืดพะอม แล้วก็ต้องลุกพรวดพราดวิ่งเข้าไปที่ห้องน้ำโก่งตัวอาเจียนเต็มแรงโดยมีภีรวัจน์ตามเข้ามาช่วยลูบหลังให้สีหน้าของเขาเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด“เป็นอะไรไปไหม เป็นอย่างนี้มานานหรือยัง ไปหาหมอมั้ย”“ก็สองสามวันแล้วค่ะ”“แล้วทำไมไม่บอก” เสียงเขาบ่นอย่างขัดใจ หญิงสาวเหลือบตาขึ้นมองเขาแล้วอดยิ้มไม่ได้กับสีหน้าบูดบึ้งของอีกฝ่าย“ไหมไม่เป็นไรมากหรอกค่ะ”“นี่เหรอไม่มาก”“ไม่มากค่ะ พี่เคนออกไปก่อนไหมจะอาบน้ำ”วราลีพูดเรียบๆ พลางผลักอกเขาให้ถอยห่างและดันไปจนเขาพ้นจากห้องน้ำ“ห้ามล็อคประตูนะ ป่วยอย่างนี้ผมไม่เข้าไปปล้ำหรอก” เขาสั่ง แล้วยิ้มออกมาได้เมื่อได้ยินอีกฝ่ายตอบมาว่า“บ้า”วราลีค้อนอายๆ ก่อนที่ประตูห้องน้ำจะถูกกระแทกปิดเข้ามาคุณประยุทธและคุณดาริกามาเยี่ยมลูกชายและลูกสะใภ้ในตอนเช้า วราลีเป็นฝ่ายต้อนรับระหว่างที่ภีรวัจน์กำลังแต่งตัวอยู่“เห็นตาเคนบ่นว่าหนูไม่ค่อยสบายเหรอ” คุณดาริกาถามแล้วเพ่งมองใบหน้าดูมีน้ำมีนวลของลูกสะใภ้“ค่ะคุณแม่ พี่เคนบ่นไหม จนไหมไม่อยากบอก”“จะเป็นพ่อคนยังไม่รู้ตัวอีกนะ ว่าแต่หนูอยากได้ผู้หญิงหรือผู้ชาย”“ผู้หญิงหรือผู้ชายก็ได้ค่ะ”“มาโน่นแล้ว

  • ยอดเสน่หา ปรารถนาเพียงเธอ   บทที่ 75

    วราลีนิ่งเงียบและเสมองไปทางอื่น เขาจึงหัวเราะอย่างถูกใจ“ที่แท้ก็แอบหึงผมเหมือนกันใช่ไหม คนปากแข็ง”“แล้วไม่คิดว่าไหมจะเกลียดขี้หน้าจนหันหลังให้บ้างเหรอคะที่ทำแบบนั้น”“คิดแต่ผมไม่มีวันยอมให้ไหมเกลียดหรือหันหลังให้หรอก เพราะไหมคือยอดเสน่หาของผม..ต่อให้แลกด้วยอะไรผมก็ยอมเพื่อให้ได้ไหมมาอยู่ข้างๆ” ร่างสูงค่อยๆ ประทับจูบลงบนริมฝีปากของคนที่อยู่ตรงหน้าและจุมพิตอย่างอ่อนโยนเนิ่นนาน“รักผมบ้างไหม” เสียงหวานทุ้มถามหลังจากที่เขาถอนริมฝีปากออก“ไม่มีวันไหน..ที่ไหมไม่รักพี่ หัวใจดวงนี้มีเพียงพี่เคนเป็นเจ้าของค่ะ” วราลีขยับตัวเข้ามาและค่อยๆ ยกมือขึ้นโอบรอบคอเขาไว้อีกครั้ง อ้อมแขนนี้คืออ้อมแขนที่เธอปรารถนาจะฝากชีวิตไว้ เขาคือเจ้าของหัวใจของเด็กสาวเชยๆ คนหนึ่งตั้งแต่วันนั้นวันที่เพียงสบตากันครั้งแรกและเป็นรักเดียวของเธอตลอดมาฝ่ามืออุ่นลูบไล้ไปบนสะโพกและเอวบางอย่างรักใคร่ ความรู้สึกเต็มตื้นและอิ่มเอมหัวใจทำให้อ้อมแขนแข็งแกร่งกระชับร่างบางให้เข้ามาใกล้และประทับจุมพิตคลอเคลียอย่างไม่รู้เบื่อ… “มีลูกกี่คนดีครับไหม”“แล้วแต่พี่เคนสิคะ”“ถ้าอย่างนั้นขอสี่คนนะ”“ไหมเหนื่อยแย่เลย” เธอบ่นน้อยๆ แต่ก็หัวเร

  • ยอดเสน่หา ปรารถนาเพียงเธอ   บทที่ 74

    บ้านเรือนไทยหลังใหญ่หรูหราแต่คงไว้ซึ่งบรรยากาศบ้านสวน ปลูกบนเนื้อที่เกือบสองไร่ มีผลไม้หลากหลายชนิด ปลูกไว้รอบบ้าน หลังบ้านมีสะพานทางเดินเท้าทอดยาวจากบ้านสู่ท่าน้ำถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้เป็นเจ้าของเดินเล่นออกกำลังกายและสูดอากาศที่บริสุทธิ์ท่ามกลางธรรมชาติที่หาได้ยากในกรุงเทพเมืองที่เต็มไปด้วยสิ่งปลูกสร้างและรถยนต์มากมายบ้านหลังนี้คือบ้านที่วราลีเคยมองตลอดเวลาเกือบเดือนยามผ่านเข้าออกบ้านตัวเอง บัดนี้เธอมายืนในบ้านหลังนี้พร้อมกับใครคนหนึ่งที่กำลังจับมือเธอไว้“บ้านของเรา” เขาหันมาบอกพร้อมทั้งยิ้มอย่างอบอุ่น“หมายความว่า...”“ที่นี่จะเป็นบ้านของเรา ผมเลือกที่นี่เพราะไหมชอบธรรมชาติ ชอบบ้านสวน และที่สำคัญไหมจะได้ไม่ต้องอยู่ไกลพ่อแม่จะได้กลับไปดูแลท่านได้ง่ายเพราะอยู่ใกล้กันแค่นี้” ภีรวัจน์อธิบายเรื่อยๆ ความใส่ใจต่างๆ ถูกถ่ายทอดมาทางคำพูดและภาพที่ปรากฏตรงหน้า วราลีมองไปทางไหนก็เจอแต่สิ่งที่ทำให้ยิ้มได้ หญิงสาวหันมามองซีกหน้าด้านข้างของเขาในขณะกำลังชี้ให้เธอดูต้นจำปีสองต้นที่ปลูกไว้ข้างบันได“ผมปลูกต้นจำปีไว้ให้ไหมนะ ไหมชอบใช่ไหม” วราลีรู้สึกเต็มตื้นขึ้นมาจนพูดอะไรไม่ออก“ชอบไหมครับ”“ชอบค่ะ

  • ยอดเสน่หา ปรารถนาเพียงเธอ   บทที่ 73

    “ผมเหงา”“ดึกแล้วนะคะ นอนได้แล้ว”“นอนไม่หลับอยากกอดเมีย”“อีกนานค่ะพี่เคน” วราลีพูดอย่างเด็ดขาด ทำเอาคนที่กำลังอ้อนเงียบเสียงลงทันที ร่างบางพลิกตัวหันหลังให้เขาเพราะไม่อยากเผชิญกับสายตาเว้าวอนนั้นแม้แต่ในความมืดเธอก็ยังรู้สึกได้ตกดึกร่างบางหันกลับมามองคนที่อยู่บนโซฟาอีกครั้ง‘นอนไม่ยอมห่มผ้าอีกแล้วนะพี่เคน เดี๋ยวก็ได้เป็นหวัดหรอก’เธอค่อยๆ ลุกขึ้นเบาเสียงที่สุดแล้วลงจากเตียงเดินราวกับย่อง ไปนั่งลงข้างๆ โซฟาแล้วดึงผ้าห่มคลุมให้คนที่กำลังหลับอยู่ ก่อนจะเตรียมลุกขึ้น ข้อมือเล็กก็ถูกฉวยเอาไว้แล้วดึงตัวเธอให้นอนลงไปทาบกับหน้าอกแกร่งของเขา มือหนากอดเอวไว้แน่น“แอบย่องมาหากลางดึกแบบนี้ต้องถูกปรับ” พูดเสร็จจมูกโด่งก็ฝังลงมาที่ซอกคอหอมกรุ่นนั้นทันที“ปล่อยค่ะ ไหมแค่มาห่มผ้าให้” เธอพยายามผลักอกเขาออกห่าง แต่มีหรือที่เขาจะยอมให้เธอทำแบบนั้นง่ายๆ“เป็นห่วงผมเหรอ”“เป็นหวัดมาจะแย่นะคะ”“แล้วถ้าผมไม่สบายไหมจะดูแลหรือเปล่า”“คิดดูก่อนค่ะ คนใจร้ายอย่างพี่เคน ไม่น่าดูแลสักนิด”“ผิดไปแล้วครับ ดีกันนะ” เสียงหวานทุ้มออดอ้อนอีกครั้ง ก่อนจะระดมจูบไปทั่วทั้งปากและคอของเธอจนวราลีรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟวิ่งพล

  • ยอดเสน่หา ปรารถนาเพียงเธอ   บทที่ 72

    วราลีเอื้อมมือไปกดสวิตช์ไฟปิดห้องทั้งห้องก็ตกอยู่ในความมืด มีเพียงเสียงครางของแอร์ผ่านความเงียบกริบ หญิงสาวนอนลืมตาโพลงอีกคืนทั้งๆ ที่คืนนี้น่าจะนอนหลับไปอย่างง่ายดายเพราะความอ่อนเพลียแต่พอพลิกตัวไปเห็นเงาของคนที่นอนอยู่บนโซฟาอย่างว้าวุ่นตกดึกอากาศเริ่มเย็น วราลีพลิกตัวตะแคงไปทางคนที่นอนอยู่อีกมุมห้องหนึ่ง โกรธเขาก็โกรธ น้อยใจก็น้อยใจ ไม่อยากพูดด้วย แต่พอเห็นเขาขดตัวเข้าหากันด้วยความหนาวก็อดสงสารไม่ได้ อยากทำใจแข็งแต่ในที่สุดก็แอบย่องเบาๆ เอาผ้าห่มไปห่มให้เขาจนได้ก่อนจะรีบกลับมานอนบนเตียงเพราะกลัวเขาจับได้แสงแดดอ่อนๆ ที่ลอดผ่านผ้าม่านสีขาวผ่านทางหน้าต่างในตอนเช้าทำให้คนที่หลับอยู่บนโซฟาเริ่มขยุกขยิกตาตื่น แพขนตายาวหนากะพริบถี่ๆ ก่อนจะลืมตาขึ้นภีรวัจน์ลุกขึ้นนั่งพิงโซฟาตัวยาวที่เขาใช้เป็นที่นอนตลอดคืนที่ผ่านมา มองไปยังร่างบางที่ยังขดตัวอยู่บนเตียงก็อดยิ้มไม่ได้เมื่อเห็นผ้าห่มที่คลุมอยู่บนตัวเขา คงจะย่องเอามาห่มให้เขาในตอนดึกๆ อย่างน้อยก็ยังไม่ใจดำโกรธเขาจนไม่เหลียวแล ภีรวัจน์บอกตัวเองเสียงน้ำที่ไหลจากฝักบัวดังซู่ซ่าอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมงเขาก็กลับออกมาโดยมีผ้าขนหนูพันกายอยู่ผืนเดียว

  • ยอดเสน่หา ปรารถนาเพียงเธอ   บทที่ 71

    แพรวายืนรอรับเธออยู่ตรงนั้น วราลีมองแพรวางงๆ ที่เธอแต่งตัวธรรมดาแตกต่างจากเธอที่เป็นเพียงเพื่อนเจ้าสาวแต่แต่งซะขนาดนี้“มาแล้วเหรอคะสวยจังเลย” แพรวาเดินตรงเข้ามาจับมือของวราลีก่อนจะพาเดินเข้าไปในบ้านโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอซักถามข้อสงสัยอะไรเลยภีรวัจน์ยืนรออยู่ข้างในขณะสองสาวเดินเข้ามา ทั้งสองคนสวยคนละแบบแต่สายตาของเขากลับจับจ้องไปที่วราลีแทบไม่กะพริบ“พาเจ้าสาวมาส่งค่ะ” แพรวาพาวราลีมายืนตรงหน้าเขาก่อนจะเอื้อมไปจับมือของภีรวัจน์มาแล้ววางมือของวราลีลงบนนั้น มืออุ่นจับมือเรียวบางไว้ทันที“นี่มันอะไรกันคะ”“เจ้าสาวคนสวยของผม”วราลีหันขวับไปมองหน้าเขาทันที“พี่เคนกำลังเล่นตลกอะไร ใครเป็นเจ้าสาวของพี่”“คนตรงหน้าผมนี่แหละ ไม่ผิดหรอก”“นี่หมายความว่า…”“ครับงานแต่งงานของเราสองคน”“ใครจะแต่งด้วย” วราลีเริ่มเสียงดัง“จุ๊ๆ เบาๆ ครับที่รักคนมองกันใหญ่แล้ว”หญิงสาวมองไปรอบๆ เธอเพิ่งสังเกตว่าผู้ใหญ่รวมถึงแขกที่มาในงานมากแค่ไหน ทุกคนกำลังมองมาที่เธอกับเขายิ้มๆ แต่ที่เธอสะดุดตามากี่สุดคือภาพของบุพการีทั้งสองของเธอที่กำลังเดินเข้ามาหา“มาแล้วเหรอลูก”“แม่คะ” วราลีตั้งท่าว่าจะถาม“อย่าเพิ่งถามอะไรมากเล

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status