ログインเขาอยากกระชากเธอเข้ามาจูบสั่งสอนทุกครั้งเวลาที่ถูกเธอเชิดใส่และทำหน้าบึ้งตึงกับเขา และเขาแทบอยากจะฆ่าผู้ชายทุกคนที่เข้าใกล้เธอ ทั้งๆ ที่รู้ว่าเธอว่าเกลียดเขานักหนา แต่เขาก็อยากรู้นักว่ายามที่เน้ำแข็งอย่างเธออยู่ใต้ร่างเขาเธอจะร้อนแรงมากแค่ไหน
もっと見るอ๊อก! อ๊อก!
"ซี๊ด~ ดูดตรงหัวแรงๆ"
น้ำเสียงเย็นกดต่ำบอกคนที่กำลังใช้ปากครอบลำกายแข็งขึงกลางกายหนุ่ม ใบหน้าคมเข้มแดงก่ำกรามหนาขบแน่นจนเอ็นขึ้นคอ
คาลอสเลื่อนมือใหญ่ขึ้นขยุ้มผมยาวของแอร์โฮสเตสสาวสวยขยับศีรษะทุยด้วยกำลังแขนแข็งแรงอย่างรุนแรง กายแกร่งเกร็งขึ้งต้องการการปลดปล่อยออกมาแหงนหน้าขึ้นเกร็งกระตุกน้ำสีขุ่นข้นเข้าไปในโพรงปากเล็กที่ยังคงครอบงำลำกายแข็งแกร่งเอาไว้
"แค่ก แค่ก!"
หญิงสาวไอหน้าดำหน้าแดงสำลักน้ำรักที่มาเฟียหนุ่มปลดปล่อยเข้ามาในปาก หอบหายใจเข้าออกหนักๆ ราวกับคนที่กำลังลอยอยู่เหนือผิวน้ำต้องรีบกอบกวยเอาอากาศเข้าปอดก่อนจะจมดิ่งลงสู่ใต้น้ำลึก
ดวงตากลมหวานหยดแหงนขึ้นจ้องเจ้าของร่างสูงใหญ่ที่กำลังจัดการเก็บท่อนลำเนื้อใหญ่ใส่ในกางเกง เลื่อนสายตาลงมายังมือหนาที่กำลังยุกยิกกับซิปเป้ากางเกงอย่างแสนเสียดายพลางกัดปากกลืนกินน้ำคาวในปากลงคอ
คาลอสก้าวเดินออกจากห้องรับรองชั้นเฟิร์สคลาสของสายการบินต่างชาติ ที่เขาเลือกที่จะใช้บริการการเดินทางโดยสายการบินของบริษัทยักษ์ใหญ่เพราะเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่เขากำลังคิดว่าจะร่วมลงทุนกับเจ้าของที่คะยั้นคะยออย่างดิบดีดีหรือไม่ แทนการนั่งเครื่องบินส่วนตัวอย่างทุกครั้งที่ต้องเดินทางข้ามประเทศ
ใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาตามแบบฉบับเชื้อชาติตุรกีร้อยเปอร์เซ็นต์เรียบขรึมติดไปทางหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด ทันทีที่ร่างสูงใหญ่ก้าวออกมานอกเครื่องบินลำใหญ่โดยมีลูกน้องชุดดำยืนล้อมรอบดูแลความปลอดภัยมากกว่าสามสิบคนเครย์ตันมือขวาคนสนิทก็โค้งคำนับเจ้านายอย่างนอบน้อมทันที
"คุณบดินทร์โทรมาย้ำเรื่องงานคืนนี้ครับ"
"อือ"
เสียงครางตอบกลับในลำคอเบาๆ ทันทีที่ร่างสูงใหญ่ก้าวลงมาเหยียบบนพื้นลูกน้องอีกหลายสิบคนที่ยืนดูแลความปลอดภัยอยู่รอบบริเวณก็หันกลับมาโค้งคำนับเขาเช่นเดียวกับเครย์ตันก่อนหน้านี้ทันที
ท่ามกลางบรรยากาศร้อนอบอ้าวในเวลาบ่ายแก่ของประเทศไทยก็ยังมีกระแสลมอุ่นพัดเข้าหาอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน คาลอสหรี่ตาให้เล็กลงเมื่อแสงจากการกระทบของดวงอาทิตย์เหนือหัวกำลังบดบังการมองเห็นเล็กน้อย ความร้อนพลันทำให้ร่างกายผลิตหยาดน้ำเค็มผุดออกมาตามผิวหนังยิ่งทำให้ร่างกายเกิดการไม่สบายเนื้อตัวมากขึ้นเท่าตัว
บอดี้การ์ดดูแลความปลอดภัยกว่าสามสิบคนก่อนหน้านี้สลายตัวอย่างรวดเร็วเหลือเพียงห้าคนที่รับหน้าที่เดินตามหลังคนเป็นนายเข้ามายังในเขตของตัวอาคารที่ยังคงมีผู้โดยสารคนอื่นๆ คอยเข้าออกใช้บริการอย่างแน่นหนาอยู่ตลอดเวลา
เพียงแค่ร่างสูงใหญ่ของมาเฟียหนุ่มปรากฏแก่สายตาผู้คนก็สามารถหยุดทุกกิจกรรมที่กำลังดำเนินให้พร้อมใจกันหันตรงมายังกลุ่มคนชุดดำทันที ด้วยออร่ากระแสความน่ากลัวน่าเกรงขามและความกดดันบางอย่างที่แผ่กำจายออกมาจากเรือนร่างใหญ่นั้นก็สามารถเดาได้ไม่ยากเลยว่าใครที่เป็นเจ้านายภายในกลุ่มคนน่ากลัวและน่าค้นหาเหล่านั้น
"พี่กำลังจะขึ้นเครื่องอีกชั่วโมงคงจะถึงแล้ว"
เสียงหวานหยดของหญิงสาวในชุดเอี้ยมกระโปรงยีนส์ฟอกสีซีดความยาวเสมอเข่าดังเล็ดลอดให้ได้ยินเหมือนเสียงรอบกายจะหยุดชะงักมีเพียงเสียงของหญิงสาวที่กำลังพูดคุยกับคนในสายก้มหน้าลงเล็กน้อยเดินตรงมาทางนี้เท่านั้นที่ยังคงดังกระทบโสตประสาท
คาลอสหลุบมองคนตัวเล็กกว่ามากด้วยแววตาเรียบนิ่ง สาวเจ้าไม่สนใจมองทางเลยเอาแต่ก้มต่ำล้วงอะไรบางอย่างจากในกระเป๋ากระโปรงเอี้ยมจนกระทั่ง...
"อ๊ะ!" เธอเดินชนเข้ากับแผงอกกว้างแข็งแรงของมาเฟียหนุ่มเข้าอย่างจัง
เครย์ตันที่เดินประกบหลังเจ้านายก้าวขึ้นมาหยุดข้างหญิงสาวร่างเล็กเจ้าของใบหน้าจิ้มลิ้มที่กำลังเงยขึ้นจ้องประสานกับดวงตาคมกริบนิ่งเรียบของเจ้านาย มือหนายื่นออกไปกำลังจะคว้าแขนเรียวของสาวเจ้าแต่กลับถูกขัดไว้ด้วยมือหนาของร่างสูงใหญ่เสียก่อน
"ขอโทษค่ะ"
หญิงสาวหันมองชายร่างใหญ่ที่เดินเข้ามาหาเหมือนจะเอาเรื่องก่อนจะหันกลับมายังคนที่เดินชนโค้งตัวลงกล่าวคำขอโทษเป็นภาษาอังกฤษชัดเจนแทนการยกมือพนมไหว้ขอโทษแบบคนไทย เพราะใบหน้าหล่อเหลาที่ดูยังไงก็ไม่ใช่คนเชื้อชาติเดียวกันนั้นบวกกับมือเล็กที่กำลังติดอยู่ในกระเป๋ากระโปรงเธอจึงเลือกที่จะโค้งขอโทษแทน ก่อนจะเดินผ่านหน้ากลุ่มคนร่างสูงใหญ่น่ากลัวมา ไม่ไวเผลอกลั้นหายใจไปชั่วขณะหนึ่ง
มาเฟียหนุ่มเหลือบหางตามองร่างเล็กที่เดินผ่านไปเพียงนิดก่อนจะก้าวเท้าเดินออกมาจากบริเวณดังกล่าวโดยไม่สนใจอะไร ราวกับไม่เคยเกิดเรื่องอะไรขึ้นก่อนหน้านี้ กลิ่นหอมอ่อนๆ ตามกระแสลมหลังร่างเล็กของหญิงสาวผู้นั้นเดินผ่านโชยเตะจมูกดึงความสนใจของคาลอส แต่เพียงครู่เดียวเท่านั้นเขาก็หันดึงความสนใจกลับอีกครั้งอย่างรวดเร็ว
"นายจะกลับเพ้นเฮ้าส์ก่อนหรือตรงไปกาสิโนเลยดีครับ"
"...เพ้นเฮ้าส์"
เสียงเย็นตอบกลับลูกน้องเอนหลังกับพนักพิงข่มตาหลับ เพียงความเงียบที่กลับเข้ามาแทนที่ความวุ่นวายเสียงดังด้านนอกกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่เพิ่งสัมผัสมาก็โชยให้ได้กลิ่นอีกครั้ง คาลอสเปิดตาขึ้นหรี่ลงยังตำแหน่งที่หญิงสาวแปลกหน้ากระแทกชนเพียงนิดก่อนจะปลดกระดุมถอดเสื้อสูทสีดำสนิทบนตัวออกโยนไว้ด้านข้างแล้วข่มตาหลับอีกครั้ง
.
.
นานาวใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพมายังเชียงใหม่ต่อด้วยรถโดยสารกลับมายังบ้านเกิดซึ่งอยู่ในอำเภอที่ห่างจากตัวเมืองเพียงหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ก่อนจะมาถึงยังบ้านสวนของยายสถานที่ที่เธอเติบใหญ่มา
"พี่นาว!"
ริมฝีปากอวบรูปกระจับคลี่ยิ้มกว้างมองร่างสูงของน้องชายคนเดียวที่เหมือนปีนี้จะสูงมากกว่าปีที่แล้วมากกำลังวิ่งออกมารับหน้าบ้าน มือเรียวยื่นขนมของฝากจุกจิกให้กับคนตัวสูงกว่ารับไปพลางเอ่ยถามไม่จริงจัง
"วิ่งออกมาเร็วแบบนี้คงจะนั่งตั้งตารอเลยใช่ไหมเนี่ย"
"แหม~ พี่สาวจะกลับบ้านทั้งทีจะไม่ให้ตั้งตารอได้ไงล่ะ แล้วนี่พี่ซื้อการ์ตูนที่บอกไปกลับมาป่ะ" นาเอกเอ่ยถามพี่สาวพลางยกถุงของฝากมากมายในมือขึ้นดูประกอบไปด้วย
คิ้วเรียวสวยหยักยกขึ้นเล็กน้อยเป็นคำตอบก่อนเสียงหัวเราะหวานใสของเจ้าตัวจะดังแทรกออกมาเมื่อเห็นดวงตาเบิกกว้างของน้องชายด้วยความดีใจ
นาเอกเป็นน้องชายที่อายุห่างจากเธอราวเกือบเจ็ดปีได้ หลังจากคลอดน้องชายเธอแม่เธอก็จากไปทันทีเพราะเสียเลือดมากจากการคลอดลูก ส่วนพ่อเธอนั้น... ไม่รู้หายไปไหน ไม่เคยเห็นหน้าอีกเลยหลังจากจัดการกับงานศพของแม่เสร็จ
เธออาศัยอยู่กับยายและน้องแค่สามคนแต่แค่นี้ชีวิตก็มีความสุขมากแล้ว จนกระทั่งเธอสอบติดมหาลัยในกรุงเทพจึงจำต้องย้ายไปอยู่ในกรุงเทพเพื่อศึกษาต่อจะมีกลับมาเยี่ยมบ้านบ้างตามช่วงปิดเทอมหรือวันหยุดยาวเท่านั้น
สองพี่น้องพากันเดินเข้ามาในเขตรั้วบ้านสวนที่มีพื้นที่ประมาณหกไร่เศษได้ ทั้งสวนจะปลูกเป็นลำไยและมะม่วงจะมีบ่อปลาหลังบ้านที่เลี้ยงไว้สำหรับขายและทานเอง ส่วนบริเวณลานกว้างใกล้ตัวบ้านแบบทรงไทยขนาดกลางจะเป็นพื้นที่สำหรับปลูกผักสวนครัวไว้ทานเอง หน้าบ้านจะมีไม้ดอกปลูกเรียงรายไว้แบบพอเหมาะให้ดูสวยงาม ใช้ชีวิตเรียบง่ายแต่กลับมีความสุขมากเป็นไหน
กลิ่นหอมของขนมที่โชยมาจากครัวซึ่งแยกออกมาจากตัวบ้านหลังใหญ่บอกให้รู้ว่ายายบัว ยายผู้เลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็กกำลังทำอะไรอยู่ ไม่รอช้านานาวก็รีบเดินตรงเข้าด้านในทันทีตามด้วยนาเอกที่วางข้าวของของฝากในมือมากมายไว้บนแคร่ไม้ไผ่หน้าบ้านแล้วเดินตามพี่สาวเข้าไป
"กลิ่นห๊อมหอมเหมือนจะเป็นของโปรดหลานสาวคนสวยเลยนะเนี่ย"
"อะๆ อย่าเพิ่งไปล้างมือก่อน" เสียงดุเอ็ดให้ไม่จริงจัง พอรู้ว่าหลานสาวจะกลับมาบ้านก็รีบให้หลานชายคนเดียวขับรถพาไปตลาดซื้อของกลับมาทำของโปรดหลานรอรับทันที แต่เด็กสาวที่เพิ่งเดินทางกลับมาถึงกลับไม่สนอนามัยก้มหยิบขนมในถาดขึ้นท่านจึงต้องเอ็ดเสียงดุไม่จริงจัง ไม่รู้จับฉลากมาได้หรือเปล่าถึงได้ติดเรียนพยาบาลมา แถมยังเรียนจนจะจบการศึกษาแล้วด้วยแต่เรื่องนี้ก็ต้องให้ท่านคอยเอ็ดให้อยู่บ่อยเหลือเกิน
"หือ~"
ใบหน้าจิ้มลิ้มยู่ปากงอแงไม่จริงก่อนจะเดินเข้ามาสวมกอดเอวอวบของยายบัวกดจมูกหอมแก้มเหี่ยวฟอดใหญ่ได้ยินเสียงโวยวายไม่จริงจังจากคนอายุมากก็พลอยหัวเราะคิกคักเดินเลี่ยงมายังอ่างเคาน์เตอร์ล้างจานเปิดน้ำล้างมือโดยที่ยังมีเสียงบ่นโวยวายว่าให้ไม่จริงจังของท่านตามหลัง
เป็นการเปิดตัวพระนางที่เร็วมากตั้งแต่ตอนแรกเลย🤣
หญิงสาวพูดแล้วก็ทำหน้าพะอืดพะอม แล้วก็ต้องลุกพรวดพราดวิ่งเข้าไปที่ห้องน้ำโก่งตัวอาเจียนเต็มแรงโดยมีภีรวัจน์ตามเข้ามาช่วยลูบหลังให้สีหน้าของเขาเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด“เป็นอะไรไปไหม เป็นอย่างนี้มานานหรือยัง ไปหาหมอมั้ย”“ก็สองสามวันแล้วค่ะ”“แล้วทำไมไม่บอก” เสียงเขาบ่นอย่างขัดใจ หญิงสาวเหลือบตาขึ้นมองเขาแล้วอดยิ้มไม่ได้กับสีหน้าบูดบึ้งของอีกฝ่าย“ไหมไม่เป็นไรมากหรอกค่ะ”“นี่เหรอไม่มาก”“ไม่มากค่ะ พี่เคนออกไปก่อนไหมจะอาบน้ำ”วราลีพูดเรียบๆ พลางผลักอกเขาให้ถอยห่างและดันไปจนเขาพ้นจากห้องน้ำ“ห้ามล็อคประตูนะ ป่วยอย่างนี้ผมไม่เข้าไปปล้ำหรอก” เขาสั่ง แล้วยิ้มออกมาได้เมื่อได้ยินอีกฝ่ายตอบมาว่า“บ้า”วราลีค้อนอายๆ ก่อนที่ประตูห้องน้ำจะถูกกระแทกปิดเข้ามาคุณประยุทธและคุณดาริกามาเยี่ยมลูกชายและลูกสะใภ้ในตอนเช้า วราลีเป็นฝ่ายต้อนรับระหว่างที่ภีรวัจน์กำลังแต่งตัวอยู่“เห็นตาเคนบ่นว่าหนูไม่ค่อยสบายเหรอ” คุณดาริกาถามแล้วเพ่งมองใบหน้าดูมีน้ำมีนวลของลูกสะใภ้“ค่ะคุณแม่ พี่เคนบ่นไหม จนไหมไม่อยากบอก”“จะเป็นพ่อคนยังไม่รู้ตัวอีกนะ ว่าแต่หนูอยากได้ผู้หญิงหรือผู้ชาย”“ผู้หญิงหรือผู้ชายก็ได้ค่ะ”“มาโน่นแล้ว
วราลีนิ่งเงียบและเสมองไปทางอื่น เขาจึงหัวเราะอย่างถูกใจ“ที่แท้ก็แอบหึงผมเหมือนกันใช่ไหม คนปากแข็ง”“แล้วไม่คิดว่าไหมจะเกลียดขี้หน้าจนหันหลังให้บ้างเหรอคะที่ทำแบบนั้น”“คิดแต่ผมไม่มีวันยอมให้ไหมเกลียดหรือหันหลังให้หรอก เพราะไหมคือยอดเสน่หาของผม..ต่อให้แลกด้วยอะไรผมก็ยอมเพื่อให้ได้ไหมมาอยู่ข้างๆ” ร่างสูงค่อยๆ ประทับจูบลงบนริมฝีปากของคนที่อยู่ตรงหน้าและจุมพิตอย่างอ่อนโยนเนิ่นนาน“รักผมบ้างไหม” เสียงหวานทุ้มถามหลังจากที่เขาถอนริมฝีปากออก“ไม่มีวันไหน..ที่ไหมไม่รักพี่ หัวใจดวงนี้มีเพียงพี่เคนเป็นเจ้าของค่ะ” วราลีขยับตัวเข้ามาและค่อยๆ ยกมือขึ้นโอบรอบคอเขาไว้อีกครั้ง อ้อมแขนนี้คืออ้อมแขนที่เธอปรารถนาจะฝากชีวิตไว้ เขาคือเจ้าของหัวใจของเด็กสาวเชยๆ คนหนึ่งตั้งแต่วันนั้นวันที่เพียงสบตากันครั้งแรกและเป็นรักเดียวของเธอตลอดมาฝ่ามืออุ่นลูบไล้ไปบนสะโพกและเอวบางอย่างรักใคร่ ความรู้สึกเต็มตื้นและอิ่มเอมหัวใจทำให้อ้อมแขนแข็งแกร่งกระชับร่างบางให้เข้ามาใกล้และประทับจุมพิตคลอเคลียอย่างไม่รู้เบื่อ… “มีลูกกี่คนดีครับไหม”“แล้วแต่พี่เคนสิคะ”“ถ้าอย่างนั้นขอสี่คนนะ”“ไหมเหนื่อยแย่เลย” เธอบ่นน้อยๆ แต่ก็หัวเร
บ้านเรือนไทยหลังใหญ่หรูหราแต่คงไว้ซึ่งบรรยากาศบ้านสวน ปลูกบนเนื้อที่เกือบสองไร่ มีผลไม้หลากหลายชนิด ปลูกไว้รอบบ้าน หลังบ้านมีสะพานทางเดินเท้าทอดยาวจากบ้านสู่ท่าน้ำถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้เป็นเจ้าของเดินเล่นออกกำลังกายและสูดอากาศที่บริสุทธิ์ท่ามกลางธรรมชาติที่หาได้ยากในกรุงเทพเมืองที่เต็มไปด้วยสิ่งปลูกสร้างและรถยนต์มากมายบ้านหลังนี้คือบ้านที่วราลีเคยมองตลอดเวลาเกือบเดือนยามผ่านเข้าออกบ้านตัวเอง บัดนี้เธอมายืนในบ้านหลังนี้พร้อมกับใครคนหนึ่งที่กำลังจับมือเธอไว้“บ้านของเรา” เขาหันมาบอกพร้อมทั้งยิ้มอย่างอบอุ่น“หมายความว่า...”“ที่นี่จะเป็นบ้านของเรา ผมเลือกที่นี่เพราะไหมชอบธรรมชาติ ชอบบ้านสวน และที่สำคัญไหมจะได้ไม่ต้องอยู่ไกลพ่อแม่จะได้กลับไปดูแลท่านได้ง่ายเพราะอยู่ใกล้กันแค่นี้” ภีรวัจน์อธิบายเรื่อยๆ ความใส่ใจต่างๆ ถูกถ่ายทอดมาทางคำพูดและภาพที่ปรากฏตรงหน้า วราลีมองไปทางไหนก็เจอแต่สิ่งที่ทำให้ยิ้มได้ หญิงสาวหันมามองซีกหน้าด้านข้างของเขาในขณะกำลังชี้ให้เธอดูต้นจำปีสองต้นที่ปลูกไว้ข้างบันได“ผมปลูกต้นจำปีไว้ให้ไหมนะ ไหมชอบใช่ไหม” วราลีรู้สึกเต็มตื้นขึ้นมาจนพูดอะไรไม่ออก“ชอบไหมครับ”“ชอบค่ะ
“ผมเหงา”“ดึกแล้วนะคะ นอนได้แล้ว”“นอนไม่หลับอยากกอดเมีย”“อีกนานค่ะพี่เคน” วราลีพูดอย่างเด็ดขาด ทำเอาคนที่กำลังอ้อนเงียบเสียงลงทันที ร่างบางพลิกตัวหันหลังให้เขาเพราะไม่อยากเผชิญกับสายตาเว้าวอนนั้นแม้แต่ในความมืดเธอก็ยังรู้สึกได้ตกดึกร่างบางหันกลับมามองคนที่อยู่บนโซฟาอีกครั้ง‘นอนไม่ยอมห่มผ้าอีกแล้วนะพี่เคน เดี๋ยวก็ได้เป็นหวัดหรอก’เธอค่อยๆ ลุกขึ้นเบาเสียงที่สุดแล้วลงจากเตียงเดินราวกับย่อง ไปนั่งลงข้างๆ โซฟาแล้วดึงผ้าห่มคลุมให้คนที่กำลังหลับอยู่ ก่อนจะเตรียมลุกขึ้น ข้อมือเล็กก็ถูกฉวยเอาไว้แล้วดึงตัวเธอให้นอนลงไปทาบกับหน้าอกแกร่งของเขา มือหนากอดเอวไว้แน่น“แอบย่องมาหากลางดึกแบบนี้ต้องถูกปรับ” พูดเสร็จจมูกโด่งก็ฝังลงมาที่ซอกคอหอมกรุ่นนั้นทันที“ปล่อยค่ะ ไหมแค่มาห่มผ้าให้” เธอพยายามผลักอกเขาออกห่าง แต่มีหรือที่เขาจะยอมให้เธอทำแบบนั้นง่ายๆ“เป็นห่วงผมเหรอ”“เป็นหวัดมาจะแย่นะคะ”“แล้วถ้าผมไม่สบายไหมจะดูแลหรือเปล่า”“คิดดูก่อนค่ะ คนใจร้ายอย่างพี่เคน ไม่น่าดูแลสักนิด”“ผิดไปแล้วครับ ดีกันนะ” เสียงหวานทุ้มออดอ้อนอีกครั้ง ก่อนจะระดมจูบไปทั่วทั้งปากและคอของเธอจนวราลีรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟวิ่งพล
วราลีเอื้อมมือไปกดสวิตช์ไฟปิดห้องทั้งห้องก็ตกอยู่ในความมืด มีเพียงเสียงครางของแอร์ผ่านความเงียบกริบ หญิงสาวนอนลืมตาโพลงอีกคืนทั้งๆ ที่คืนนี้น่าจะนอนหลับไปอย่างง่ายดายเพราะความอ่อนเพลียแต่พอพลิกตัวไปเห็นเงาของคนที่นอนอยู่บนโซฟาอย่างว้าวุ่นตกดึกอากาศเริ่มเย็น วราลีพลิกตัวตะแคงไปทางคนที่นอนอยู่อีกมุม
แพรวายืนรอรับเธออยู่ตรงนั้น วราลีมองแพรวางงๆ ที่เธอแต่งตัวธรรมดาแตกต่างจากเธอที่เป็นเพียงเพื่อนเจ้าสาวแต่แต่งซะขนาดนี้“มาแล้วเหรอคะสวยจังเลย” แพรวาเดินตรงเข้ามาจับมือของวราลีก่อนจะพาเดินเข้าไปในบ้านโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอซักถามข้อสงสัยอะไรเลยภีรวัจน์ยืนรออยู่ข้างในขณะสองสาวเดินเข้ามา ทั้งสองคนสวยคน
ภาพสาวสวยเปียกน้ำมองเห็นแทบทุกสัดส่วนเพราะเสื้อผ้าของเธอลู่ไปกับร่างกายที่ประกอบด้วยส่วนเว้าส่วนโค้งทำให้ภวินท์เกิดความตื่นตัวขึ้นมาจนนึกด่าตัวเองในใจ ภีรดารู้สึกได้ถึงท่าทีอึดอัดของคู่หมั้นจึงยิ่งแกล้งเบียดตัวเข้าหาตามประสาคนชอบแกล้ง“พิม” ภวินท์ดุหนักๆ เพราะทั้งบรรยากาศและสถานที่ตอนนี้ช่างเป็นใจใ
วราลีกลับบ้านโดยมีภีรวัจน์ขับรถมาส่งหลังจากที่เขาแวะส่งแพรวาเรียบร้อยแล้ว เธอหันไปมองเขาอย่างเคืองๆ เพราะทั้งๆ ที่เธอขอให้เขามาส่งเธอก่อนไปส่งแพรวาเขาก็ทำเป็นหูทวนลม วราลีลอบมองแพรวาอย่างเกรงใจ แต่ภีรวัจน์ก็กลับทำเป็นไม่เข้าใจท่าทีอึดอัดของเธอ“งอนทีไรชอบทำหน้าแบบนี้ตั้งแต่เด็กจนโต” เขาหันไปแหย่อย่