Share

บทที่ 5

Author: มั่วมั่วชิงชิง
“คุณหมิงคะ”

เสียงเรียกของพยาบาลปลุกให้เธอหลุดจากภวังค์

หมิงเยียนรวบรวมสติแล้วเซ็นชื่อของตัวเองลงไป

ไม่นานหมิงเยียนก็ถูกเข็นเข้าไปในห้องผ่าตัด

เมื่อยาชาถูกฉีดเข้าสู่ร่างกาย เธอรู้สึกราวกับความมืดมิดถาโถมเข้าปกคลุม

ท่ามกลางความเลือนราง คล้ายกับมีคนกำลังเรียกชื่อเธอ

เสียงนั้นทะลุผ่านม่านหมอกหนาทึบ ปะปนมากับกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและกลิ่นคาวเลือด

เธอราวกับมองเห็นฮั่วหานซานในวัยสิบเจ็ดปีถูกชาวบ้านกดลงกับพื้น สายตาที่ดุดันราวกับหมาป่าของเด็กหนุ่มสบตากับเธอผ่านฝูงชน

เธอยังมองเห็นภาพตอนเพิ่งก่อตั้งสำนักงานทนายความหมิงหาน เธอโผเข้ากอดฮั่วหานซานพร้อมกับหัวเราะอย่างมีความสุข

สุดท้ายเธอเห็นภาพฉินหว่านสวมชุดแต่งงานอยู่ในอ้อมกอดของฮั่วหานซาน ส่วนตัวเธอทำได้เพียงยืนนิ่งเงียบ บนใบหน้าปราศจากรอยยิ้ม

เมื่อได้สติกลับมาอีกครั้ง หมิงเยียนก็ได้ยินเสียงเครื่องวัดสัญญาณชีพดังเป็นจังหวะอย่างชัดเจน

แสงจันทร์ลอดผ่านมู่ลี่เข้ามา อาบไล้สรรพสิ่งให้กลายเป็นสีเงินเย็นเยียบ

หมิงเยียนมองเส้นกราฟที่บ่งบอกถึงสัญญาณชีพนั้น

เมื่อฤทธิ์ยาชาเริ่มหมด รอยแผลผ่าตัดก็เริ่มประท้วง ความเจ็บปวดแล่นริ้วราวกับมีเลื่อยทื่อ ๆ เลื่อยไปมาที่ท้องน้อย

เธอคลำหาโทรศัพท์ใต้หมอน—เวลาตีสามสิบเจ็ดนาที

หมิงเยียนรู้สึกปวดแผลจนทนไม่ไหว เธอกดปุ่มเครื่องให้ยาแก้ปวดไปหลายครั้ง แต่เหมือนมันจะไม่ค่อยช่วยอะไร เธอยังคงปวดจนต้องนอนขดตัว

หยาดน้ำตากลิ้งหล่นจากหางตา ขณะที่ความคิดก็ล่องลอยไปเรื่อยเปื่อยอย่างเลื่อนลอย

ที่แท้เวลาคนเราเจ็บปวดถึงขีดสุด น้ำตามันก็ไหลออกมาตามสรีรวิทยาจริง ๆ สินะ

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น

แสงยามเช้าส่องทะลุหมอกควันเข้ามาถึงขอบหน้าต่าง ขณะที่หมิงเยียนยังคงหลับสนิท จู่ ๆ เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ก็ดังขัดขึ้นมา

เมื่อคืนเธอปวดแผลจนแทบไม่ได้นอน พอถึงตอนเช้าถึงได้เผลอหลับไปอย่างสะลึมสะลือ

เป็นสายจากฮั่วหานซาน

หมิงเยียนมองชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอโทรศัพท์ จู่ ๆ เธอก็รู้สึกไม่คุ้นเคยกับมันขึ้นมา

ทันทีที่กดรับสาย น้ำเสียงเย็นเยียบของฮั่วหานซานก็กระแทกเข้าหู “หมิงเยียน จดหมายลาออกของเธอฉันฉีกทิ้งไปแล้ว ก่อนเก้าโมงเช้ามาที่สำนักงานด้วย คดีของเหิงชางต้องให้เธอเป็นคนจัดการ”

“ฉัน...”

แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้พูดอะไร เสียงหวานหยดย้อยของฉินหว่านก็ดังแทรกเข้ามาด้วยความน้อยใจ “หานซาน เอาน้ำขิงต้มน้ำตาลทรายแดงของฉันไปวางไว้ไหนเนี่ย”

ประโยคนี้เปรียบเสมือนน้ำเย็นจัดที่ราดรดลงมาตั้งแต่หัวจรดเท้า ความรู้สึกคาวเลือดตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่คอ เธอขบริมฝีปากล่างแน่น ก่อนจะกระแทกนิ้วกดวางสาย

หมิงเยียนแค่นยิ้มกับตัวเอง เธอก้มหน้าลง เลื่อนนิ้วบนหน้าจอ และจัดการลากเบอร์โทรศัพท์ที่คุ้นเคยนั้นลงแบล็กลิสต์อย่างไม่ลังเล

การกระทำนั้นเด็ดเดี่ยว ปราศจากความอาลัยอาวรณ์ใด ๆ

……

วันที่ห้าของการเข้ารับการรักษา

หมอเจ้าของไข้มาตัดไหมให้หมิงเยียน เขามองผลซีทีสแกนแล้วขมวดคิ้วแน่น “ปล่อยให้ไส้ติ่งอักเสบเรื้อรังจนเน่าทะลุแบบนี้ คุณใจเด็ดกับตัวเองจริง ๆ ถ้ามาช้ากว่านี้อีกนิด ผลลัพธ์คงเกินจะจินตนาการเลยละ”

หมิงเยียนพิงหัวเตียง ใบหน้ายังคงซีดเซียว เมื่อได้ยินเช่นนั้นเธอก็เพียงยิ้มบาง ๆ รอยยิ้มนั้นบางเบาและไปไม่ถึงดวงตา “ค่ะ ต่อไปจะไม่เป็นแบบนี้อีกแล้ว”

วันที่หมิงเยียนออกจากโรงพยาบาล เป็นวันที่ฝนตกกระหน่ำทั่วเมืองหลวงมาทั้งคืนและเพิ่งจะหยุดลง

ท้องฟ้ายังคงมืดครึ้ม แต่อากาศกลับสดชื่นชุ่มฉ่ำอย่างหาได้ยาก อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของดินและหญ้า

ต้นไม้ใบหญ้าริมทางถูกน้ำฝนชะล้างจนสะอาดสะอ้าน เขียวขจีเป็นประกาย หยดน้ำเกาะระยิบระยับ

เธอจัดการเรื่องออกจากโรงพยาบาลเสร็จเรียบร้อยก็มายืนอยู่หน้าโรงพยาบาลเพียงลำพัง สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดลึก ๆ ราวกับต้องการขับไล่กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ตกค้างอยู่ในปอดมาหลายวันออกไปให้หมด จากนั้นก็ยกมือขึ้นเรียกรถแท็กซี่

ตอนรถแท็กซี่แล่นผ่านตึกสำนักงานทนายความหมิงหาน เธอมองมันด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจะละสายตากลับมา แล้วหันไปมองรถราที่วิ่งขวักไขว่อยู่เบื้องหน้าด้วยใบหน้าไร้อารมณ์

……

ขณะเดียวกัน ภายในห้องทำงานของสำนักงานทนายความหมิงหาน

ฮั่วหานซานยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ มองลงไปยังเมืองหลวงที่รถราที่วิ่งขวักไขว่เบื้องล่าง

หานจิ้นโทรหาหมิงเยียนเป็นรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ แต่ก็ยังคงได้ยินแต่เสียงตอบรับอัตโนมัติว่า ‘ขอโทษค่ะ หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง’

“ก็ยังโทรไม่ติดอยู่ดี”

ฮั่วหานซานขมวดคิ้วแน่น สีหน้ามืดครึ้มราวกับจะมีน้ำหยดลงมา

หานจิ้นเม้มริมฝีปาก ในฐานะหุ้นส่วนคนที่สามของบริษัท การที่ติดต่อหมิงเยียนไม่ได้ เขาย่อมต้องร้อนใจเป็นธรรมดา

“เหล่าฮั่ว เกิดอะไรขึ้นเนี่ย” เขาขมวดคิ้วมองฮั่วหานซาน “ครั้งนี้เสี่ยวหมิงเยียนโกรธแรงไปหน่อยมั้ง เป็นอาทิตย์แล้วนะ เมื่อก่อนพวกนายทะเลาะกันตั้งกี่ครั้ง มีครั้งไหนบ้างที่หมิงเยียนไม่หายโกรธเอง ตามหลักแล้วไม่น่าจะเป็นแบบนี้นี่นา...”

ฮั่วหานซานไม่พูดอะไร ภาพสะท้อนจากกระจกเผยให้เห็นใบหน้าที่เย็นชาและเคร่งเครียด

“นายว่าเธอจะป่วยหรือเปล่า” หานจิ้นถามขึ้น

ป่วยงั้นเหรอ

ฮั่วหานซานขมวดคิ้วแบบแทบไม่สังเกตเห็น

ในความทรงจำของเขา หมิงเยียนแข็งแรงและร่าเริงมาตลอด เขาไม่เคยเห็นเธอเจ็บไข้ได้ป่วยอะไรเลย

เขารู้ดีว่าหมิงเยียนไม่มีเพื่อนที่ไหนในเมืองหลวงนอกจากเขา ถ้าเธอป่วยขึ้นมาจริง ๆ ...

“ฉันเคยโทรหาเธอติดแล้ว เธอไม่ได้ป่วยหรอก” ฮั่วหานซานเอ่ยเสียงขรึม

อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้บอกว่าป่วย

ปกติแล้วแค่มีดบาดนิ้วเป็นแผลนิดเดียว เธอก็จะรีบวิ่งมาให้เขาเป่าให้แล้ว

ถ้าป่วยจริง มีเหรอที่จะไม่โทรหาเขา

แถมยังโกรธจัดถึงขั้นบล็อกเบอร์เขาอีกต่างหาก

หานจิ้นได้ยินดังนั้นก็ค่อยเบาใจลง

“ในเมื่อไม่ได้ป่วย แล้วทำไมถึงไม่ลาพักร้อนล่ะเนี่ย ไม่กี่วันนี้วุ่นวายกันไปหมดแล้ว...”

พูดถึงตรงนี้ เขาก็เปลี่ยนเรื่องกะทันหัน “เหล่าฮั่ว ฉันว่านายทำเกินไปจริง ๆ นะที่ทิ้งเธอไว้ในงานแต่งแบบนั้นน่ะ เรื่องแบบนี้ใครเจอก็ต้องโกรธทั้งนั้นแหละ”

เห็นฮั่วหานซานยังนิ่งเงียบ หานจิ้นก็อดกลอกตาไม่ได้ “ช่างเถอะ เดี๋ยวอีกไม่กี่วันเสี่ยวหมิงเยียนก็คงจะร่าเริงวิ่งกลับมาเองแหละ...”

ฮั่วหานซานเม้มริมฝีปากแน่น “สำนักงานไม่เลี้ยงคนกินเงินเดือนฟรีหรอกนะ นายไปบอกฝ่ายบุคคลเลยว่าถ้าพรุ่งนี้หมิงเยียนยังไม่มาทำงานก็ไล่ออกไปเลย!”

ในความทรงจำของเขา นี่คือสิ่งที่หมิงเยียนกลัวที่สุด

เพราะที่นี่คือที่ที่เธอจะได้อยู่ใกล้เขาที่สุด

เธอตัดใจไปจากที่นี่ไม่ลงหรอก

หานจิ้นยกยิ้มมุมปาก “โอเค งั้นฉันจะปล่อยข่าวนี้ออกไป ถ้าเสี่ยวหมิงเยียนรู้ข่าว พรุ่งนี้ก็คงจะกลับมาเองแหละ!”

ตั้งแต่เขารู้จักฮั่วหานซานกับหมิงเยียน เขาก็เห็นหมิงเยียนเป็นฝ่ายวิ่งตามฮั่วหานซานโดยตลอด

สำหรับเธอแล้ว ฮั่วหานซานคือโลกทั้งใบ

แต่สำหรับฮั่วหานซาน มันไม่ได้เป็นแบบนั้นเลยสักนิด

หมิงเยียนเป็นเหมือนหางเล็ก ๆที่สลัดไม่หลุด เป็นเครื่องประดับที่มีหรือไม่มีก็ได้

มีแต่หมิงเยียนนั่นแหละที่ขาดฮั่วหานซานไม่ได้

ถ้าฮั่วหานซานแคร์หมิงเยียนสักนิด เขาคงไม่ทำเรื่องอย่างการทิ้งเธอไว้กลางงานแต่งเพื่อไปช่วยเพื่อนสมัยเด็กของตัวเองหรอก!

ฮั่วหานซานโบกมือเป็นเชิงไล่ให้เขาออกไปได้แล้ว

หานจิ้นเองก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ หมุนตัวเดินออกจากห้องทำงานไป

ฮั่วหานซานหลุบตามองโทรศัพท์มือถือ มันยังคงนิ่งสนิท ตามปกติแล้ว ต่อให้หมิงเยียนไม่โทรหาเขา เธอก็จะต้องส่งข้อความมาหาเขาทุกวัน

แต่ตอนนี้บทสนทนาระหว่างเขากับเธอยังคงหยุดอยู่ที่วันแต่งงาน

เธอส่งอีโมจิมีความสุขมา

o(* ̄▽ ̄*)o

—ฮั่วหานซาน ฉันเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลกเลย!

—ฉันจะรักนายตลอดไป!

เพียงแต่ข้อความทั้งสองข้อความนี้ เขาไม่ได้ตอบเธอกลับไปเลย

เหมือนกับที่ปกติแล้วเวลาหมิงเยียนส่งข้อความมาเป็นสิบ ๆ ข้อความ เขาอาจจะตอบกลับแค่ประโยคเดียว

แถมยังเป็นการตอบแบบ ‘อืม’ ‘รู้แล้ว’ แค่นั้น

แต่การที่เธอเงียบหายไปหลายวันติดกันแบบนี้ เพิ่งเคยเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก

คิดมาถึงตรงนี้ ฮั่วหานซานก็รู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่านขึ้นมาทันที เขาโยนโทรศัพท์ทิ้งไปข้าง ๆ

คอยดูเถอะ!

ครั้งนี้เธออย่าหวังว่าจะง้อเขาได้ง่าย ๆ

……

ส่วนหมิงเยียน หลังกลับถึงโรงแรม เธอก็เริ่มเก็บข้าวของ

ช่วงหลายวันมานี้ที่นอนโรงพยาบาล เธอได้ติดต่อให้นายหน้าขายบ้านนำอะพาร์ตเมนต์ของเธอไปประกาศขายบนอินเทอร์เน็ตแล้ว และเพราะต้องการขายด่วน เธอจึงกดราคาลงมาต่ำมาก

เมื่อเช้านี้เธอเพิ่งไปเซ็นสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ ตอนนี้อะพาร์ตเมนต์นั้นได้เปลี่ยนมือไปแล้ว

ตอนนั้นเอง โทรศัพท์ในกระเป๋าก็สั่นขึ้นมา

เขากวาดตามองชื่อคนโทรเข้า—ผู้จัดการฝ่ายบุคคลของสำนักงานทนายความ

หมิงเยียนเม้มริมฝีปาก ลังเลอยู่ครู่หนึ่งแต่สุดท้ายก็ตัดสินใจรับสาย

“ฮัลโหล พี่หมิงเยียน พี่จะมาทำงานเมื่อไหร่คะ ทนายฮั่ว...เขาบอกว่าถ้าพี่ยังไม่มาทำงาน...”

ปลายสายเงียบไปอึดใจหนึ่ง “เขาจะไล่พี่ออกค่ะ...”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ยอมให้เขาเลือกเธอ แล้วฉันกลายเป็นรักแรก   บทที่ 30

    ฮั่วหานซานก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว น้ำเสียงแหบพร่าอย่างหนัก “หมิงเยียน...ในที่สุดฉันก็หาเธอเจอสักที”ในที่สุดหมิงเยียนก็ช้อนตาขึ้นมองสบตาเขาตรง ๆแววตาของเธอสุกใส ทว่ากลับไร้ซึ่งระลอกคลื่นอารมณ์ใด ๆฮั่วหานซานเองก็มองสบตาเธอเช่นกันหญิงสาวตรงหน้ายังคงสะสวยเหมือนในความทรงจำของเขา หากเธอยิ้มจนตาหยีแล้วพูดคุยกับเขา เขาคงต้องคิดว่าเรื่องราวตลอดหนึ่งเดือนกว่าที่ผ่านมาเป็นเพียงแค่ฝันตื่นหนึ่งของเขาแน่นอน“ทนายฮั่ว” เธอเอ่ยปาก น้ำเสียงราบเรียบไร้ระลอกคลื่น “คุณมีธุระอะไรกับฉันเหรอคะ”คำว่า ‘ทนายฮั่ว’ เปรียบเสมือนเข็มอันเย็นเยียบที่ทิ่มแทงลงกลางใจของฮั่วหานซานอย่างจังเมื่อก่อนตอนอยู่ด้วยกันตามลำพัง เธอมักจะเรียกชื่อเต็มของเขาว่า ‘ฮั่วหานซาน’ มาตลอด ตอนโกรธก็เรียก ตอนอารมณ์ดีก็เรียก หรือบางครั้งที่ออดอ้อนก็จะเรียกด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน...มีเพียงเวลาทำงานเท่านั้นที่เธอจะหลีกเลี่ยงข้อครหาและเรียกเขาว่า ‘ทนายฮั่ว’“ฉัน...” คำพูดนับพันหมื่นจุกอยู่ที่คอ ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลง ก่อนท้ายที่สุดจะเค้นคำพูดออกมาสองสามคำอย่างยากลำบาก “หมิงเยียน ฉันตามหาเธอมานานมาก...”เขาเอื้อมมือไปคว้าข้อมือ

  • ยอมให้เขาเลือกเธอ แล้วฉันกลายเป็นรักแรก   บทที่ 29

    ในที่สุดโลกก็สงบสุขเสียทีเธอเอนพิงพนักเก้าอี้ พลางนวดขมับเบา ๆขณะที่เธอกำลังพยายามสงบสติอารมณ์เตรียมจะกลับไปทำงานต่อ จู่ ๆ เสียงร้องโวยวายอย่างตื่นตูมของลู่เฟิ่งกุยก็ดังมาจากนอกห้องทำงาน—“บอส! บอสครับ! บอสรีบออกมาดูเร็วเข้าว่าใครมา!”เขาส่งเสียงดังเอะอะหมิงเยียนจนรำคาญ นึกว่าเขาไปคว้าตัวลูกค้ารายใหญ่ที่ไม่คาดคิดมาได้อีก จึงฝืนรวบรวมสติลุกขึ้นไปเปิดประตูห้องทำงานทว่าบริเวณหน้าประตูห้องทำงานในเวลานี้—ลู่เฟิ่งกุยเบี่ยงตัวหลบให้ด้วยสีหน้าตื่นเต้นดีใจ ผู้ชายที่ยืนอยู่ด้านหลังเขาจึงปรากฏแก่สายตาของเธออย่างชัดเจนคือ...ฮั่วหานซานเขาดูผอมลงไปมาก สันกรามจึงดูคมกริบยิ่งขึ้น คอเสื้อสูทเปิดกว้างออกเล็กน้อย เผยให้เห็นปกเสื้อเชิ้ตด้านในที่เคยเรียบกริบทว่าตอนนี้กลับดูหลุดลุ่ยอยู่บ้างสีหน้าของหมิงเยียนพลันแข็งค้าง มือที่จับลูกบิดประตูบีบแน่นขึ้นทันที หยาดโลหิตทั่วร่างสูบฉีดพล่านไปทั่วร่างในชั่วอึดใจ ก่อเกิดเป็นความรู้สึกวิงเวียนอย่างน่าประหลาดโลกทั้งใบราวกับหยุดนิ่งลงในวินาทีนี้สรรพเสียงรอบกายหายไป หลงเหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวแรงจนควบคุมไม่อยู่ของเธอเท่านั้นตึก...ตึก...ก

  • ยอมให้เขาเลือกเธอ แล้วฉันกลายเป็นรักแรก   บทที่ 28

    “หมิงเยียน...”น้ำเสียงของหวังเหมยเจือความประหม่าอยู่เล็กน้อย ทว่าคำพูดที่เอ่ยออกมากลับพยายามแสร้งทำเป็นผ่อนคลาย “เธอ...เด็กคนนี้ทำไมถึงไปแบบไม่บอกไม่กล่าวเลยล่ะ ไม่เห็นบอกป้าสักคำ แล้วนี่เธอจะกลับมาเมื่อไหร่ ป้าคิดถึงเธอแล้วนะ...”คำถามเป็นชุดที่ถูกโยนมาอย่างกะทันหันนี้ ทำให้หมิงเยียนรู้สึกแปลกหน้าอย่างบอกไม่ถูกตลอดห้าปีที่ผ่านมา แม้หวังเหมยจะยอมรับว่าเธอเป็นแฟนของฮั่วหานซาน แต่ก็มักจะสงวนท่าทีและแฝงความจู้จี้จับผิดอยู่เสมอ ไม่เคยกระตือรือร้นขนาดนี้มาก่อนแค่ไม่หาเรื่องจับผิด ในสายตาของหมิงเยียนก็ถือว่าใจดีมากแล้วหากได้ยินคำพูดเหล่านี้เมื่อเดือนก่อน เธอรับรองเลยว่าจะต้องซาบซึ้งจนน้ำตาไหลพรากแน่ ๆแต่ตอนนี้—กลับรู้สึกแค่ว่ามันช่างน่าขำ“หนูสบายดีค่ะ ขอบคุณคุณป้าที่เป็นห่วงนะคะ” น้ำเสียงของหมิงเยียนห่างเหินแต่ยังคงความสุภาพ “คุณป้ามีธุระอะไรก็พูดมาตรง ๆ ได้เลยค่ะ”หวังเหมยถึงกับชะงักไป คล้ายกับคิดไม่ถึงว่าตัวเองอุตส่าห์ยอมลดตัวลงมาขนาดนี้แล้ว แต่อีกฝ่ายกลับไม่รับน้ำใจ เธอรู้สึกเสียหน้าไปชั่วขณะ จนพลอยทำให้น้ำเสียงเย็นชาตามไปด้วย“หานซานก็นิสัยแบบนี้แหละ ดื้อรั้นแถมยังพูดจาไ

  • ยอมให้เขาเลือกเธอ แล้วฉันกลายเป็นรักแรก   บทที่ 27

    เขาไม่คิดว่าจู่ ๆ สองแม่ลูกคู่นี้จะก็มโนธรรมหรอกนะ...อุบัติเหตุรถชนในตอนนั้นเกรงว่าจะมีเบื้องลึกเบื้องหลัง“นังสารเลวหมิงเยียนนั่นมีอะไรมาเทียบฉันได้!” ฉินหว่านราวกับแมวถูกเหยียบหาง “ฉันต่างหากที่เป็นเพื่อนสมัยเด็กที่โตมาด้วยกันกับหานซาน! ไม่ช้าก็เร็วหานซานต้องตาสว่างและเห็นว่าใครกันแน่ที่เหมาะสมกับเขาจริง ๆ!”“เหมาะสมงั้นเหรอ” หานจิ้นแค่นเสียงหยัน “เหมาะสมที่จะปั้นน้ำเป็นตัวไปวัน ๆ หรือเหมาะสมที่จะไปอาละวาดฆ่าตัวตายในวันแต่งงานของคนอื่นล่ะ”ฉินหว่านโกรธจนริมฝีปากสั่นระริก “คุณ...คุณพูดพล่อยอะไร...”“ผมพูดพล่อยเหรอ” สายตาของหานจิ้นเย็นเยียบ “ฉินหว่าน เหลือที่ยืนให้ตัวเองสง่างามบ้างเถอะ ทำไมฮั่วหานซานถึงเอาแต่หลบหน้าคุณ คุณไม่รู้จริง ๆ หรือไง ที่เมื่อก่อนเขายอมทนคุณ ก็เพราะเห็นแก่บุญคุณที่ป้าฉินเคยช่วยชีวิตไว้ ตอนนี้หมิงเยียนไปแล้ว ความสัมพันธ์อันน้อยนิดที่คุณมีก็ถูกตัวคุณเองทำลายจนป่นปี้ไปหมดแล้ว อย่าหาเรื่องใส่ตัวให้ต้องอับอายไปมากกว่านี้เลย”คำพูดเหล่านี้เปรียบเสมือนมีดแหลมคมนับไม่ถ้วนที่กรีดแทงลงกลางใจฉินหว่านอย่างจังเธอโกรธจนตัวสั่นเทิ้ม ชี้หน้าหานจิ้นพร้อมกับพูดว่า ‘คุณ’

  • ยอมให้เขาเลือกเธอ แล้วฉันกลายเป็นรักแรก   บทที่ 26

    ฉินหว่านไม่ยอมแพ้ กดโทรออกไปอีกครั้ง—[ขอโทษค่ะ หมายเลขที่คุณเรียก...]“กรี๊ด!” ฉินหว่านกรีดร้องออกมาด้วยความโมโห แทบจะปากระติกน้ำเก็บอุณหภูมิในมือลงพื้นเธอกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรงนังสารเลวหมิงเยียนนี่มันตามหลอกหลอนไม่เลิกจริง ๆ ขนาดไปแล้วยังไม่ยอมให้คนอื่นได้อยู่อย่างสงบสุขเลย!ไม่ได้!วันนี้เธอจะต้องรอเจอฮั่วหานซานให้ได้!“ขอกาแฟให้ฉันแก้วหนึ่ง...” เธอเดินตรงไปนั่งลงบนโซฟาในโซนรับรอง แสร้งวางมาดราวกับเป็นนายหญิงของที่นี่ พลางออกคำสั่งกับพนักงานต้อนรับ “เอาแบบคั่วบดใหม่ ๆ นะ ไม่ใส่น้ำตาล ไม่ใส่นม”พนักงานต้อนรับย่อมจำฉินหว่านได้ดี ผู้หญิงคนนี้มักจะมาหาทนายฮั่วที่สำนักงานอยู่บ่อย ๆ ว่ากันว่าทั้งสองคนเป็นเพื่อนสมัยเด็กกัน และที่สำคัญ พี่หมิงเยียนของพวกเธอก็ถูกผู้หญิงคนนี้บีบให้ต้องออกไป!แม้ในใจเธอจะรังเกียจ ทว่าก็ไม่กล้าล่วงเกิน จึงทำได้เพียงรับคำแล้วเดินไปเตรียมให้เวลาผ่านไปนาทีแล้วนาทีเล่าฉินหว่านรอจนเริ่มกระวนกระวายใจ กาแฟถูกเติมครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววของฮั่วหานซานแม้แต่น้อยและในตอนที่เธอแทบจะหมดความอดทน เสี

  • ยอมให้เขาเลือกเธอ แล้วฉันกลายเป็นรักแรก   บทที่ 25

    “พะ...พรุ่งนี้เช้าเก้าโมงเหรอครับ” โจวมู่เหยียนหน้ามืดแทบจะล้มพับไปตรงนั้นลำพังแค่คดีฟ้องร้องสำคัญ ๆ ในมือฝ่ายกฎหมายก็มีตั้งเจ็ดแปดคดีแล้ว คดีเรียกร้องสิทธิ์ทั่วไปยังมีอีกหลายสิบคดี ให้รื้อมาดูใหม่หมดแถมต้องทำรายงานละเอียดภายในคืนเดียวเนี่ยนะ!นี่มันจังหวะโต้รุ่งจนตายชัด ๆ เลย!“ประธานฟู่ครับ แบบนี้...เวลามันกระชั้นชิดไปหน่อยไหมครับ” โจวมู่เหยียนพยายามดิ้นรนฟู่ซิวเฉินช้อนตาขึ้นมองเขา สายตาปราศจากความอบอุ่น “มีปัญหาเหรอ”โจวมู่เหยียนกลืนคำพูดลงคอทันที รู้สึกชาวาบไปทั้งหนังหัว “มะ...ไม่มีครับ! รับรองว่าจะทำภารกิจให้สำเร็จลุล่วง!”เขาร้องไห้ไม่ออก ได้แต่ตะโกนก้องอย่างบ้าคลั่งในใจ: ตกลงใครไปทำให้พ่อคุณคนนี้ไม่สบอารมณ์อีกเนี่ย?!นรกการทำโอทีแบบกะทันหันนี่มันเพื่ออะไรกัน!ฟู่ซิวเฉินไม่พูดพร่ำทำเพลง ลุกขึ้นจัดเสื้อสูทให้เข้าที่ ก่อนจะก้าวเดินออกจากห้องประชุมไป ทิ้งให้โจวมู่เหยียนและบรรดายอดฝีมือฝ่ายกฎหมายโอดครวญระงมอยู่ตรงนั้น……เมืองหลวง บนทางด่วนมุ่งหน้าสู่สนามบินหานจิ้นขับรถเหยียบมิดไมล์มุ่งหน้าไปยังสนามบินเขามองผ่านกระจกมองหลัง เห็นฮั่วหานซานที่นั่งเงียบไม่พูดไม่จา สีหน้า

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status