LOGINบทที่ 1 วันนี้
มือบางปาดน้ำตาลวกๆ พลางกวาดสายตาดูรอบห้องที่อาศัยมาสามปี เธอเก็บข้าวของติดตัวไม่กี่ชิ้นลงกระเป๋าเรียบร้อย เหลือเพียงของใช้ร่วมกันบางชิ้นที่เจ้าของห้องคงไม่อยากเก็บไว้จึงต้องลงไปนอนกองรวมกันที่ก้นถุงดำ ปลอกหมอนอิงลายที่เธอเลือก ดอกไม้ในแจกัน เทียนหอมและอื่นๆ กลายเป็นขยะไร้ค่าไม่ต่างจากเธอตอนนี้
โทษใครไม่ได้นอกจากความใจง่ายของตัวเอง ปรวีร์ถูกใจเธอตั้งแต่แรกเห็นและเข้าหาตอนเธอกำลังเคว้งคว้างกลางทะเลอย่างอ่อนแรงเมื่อได้รับข่าวร้ายว่ายายผู้เป็นหลักยึดเดียวหกล้มจำเป็นต้องผ่าตัดสะโพกด่วน ค่าใช้จ่ายทั้งหมดแม้ไม่มาก แต่เธอในตอนนั้นไม่มีสำรองสักบาท จึงบากหน้าไปขอเบิกล่วงหน้ากับพี่อุ้มแล้วลางานกลับต่างจังหวัดเพื่อดูแลยาย
กระทั่งกลับมาทำงานได้ไม่กี่วัน เจ้าของร้านก็แจ้งให้เธอขึ้นไปพบเขาที่ห้องผู้บริหาร สลิลไม่เข้าใจสักนิดแต่ยอมปฏิบัติตาม การพบกันครั้งที่สองไม่ได้ทำให้เธอครั่นคร้ามแต่อย่างใด ตรงกันข้ามเขากลับมีอิริยาบถผ่อนคลาย ถามถึงยาย ชวนคุยเรื่อยเปื่อยก่อนเฉลยสิ่งที่เธอสงสัย
“ผมดูแลค่าใช้จ่ายให้แล้ว”
หญิงสาวเงยหน้ามองเขาอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง คำถามมากมายผุดขึ้นในหัว แต่ปากเอ่ยขอบคุณก่อน
“ขอบคุณค่ะ” เธอยกมือไหว้
“คุณอาจกำลังสงสัย...” เขาเงียบไปเล็กน้อย
“คุณไม่ใช่บุคลากรของโรงพยาบาล ไม่มีสวัสดิการในส่วนนี้อยู่แล้ว แต่ผมช่วย...ด้วยความเสน่หา”
สลิลรู้สึกว่าหนังศีรษะชาวาบ มือเย็นเฉียบ เข้าใจแล้วว่าเขาต้องการอะไร
“ให้ผมดูแลคุณนะ” ปรวีร์นิ่งรอดูท่าทีเธอก่อนกล่าวต่อ
“ผมมีเงื่อนไขสองข้อ ระหว่างที่อยู่ด้วยกันต้องมีผมแค่คนเดียวและเก็บทุกอย่างเป็นความลับ ผมสัญญาว่ายายคุณจะได้รับการรักษาที่ดีที่สุด คุณเอากลับไปคิดก่อนก็ได้ ผมไม่เร่งรัด” เขายื่นข้อเสนอที่เธอปฏิเสธไม่ลง หากการเป็นเมียเก็บเขาแลกกับชีวิตที่ยืนยาวขึ้นอีกนิดของยาย เธอก็ยินยอม
“...อาการแทรกซ้อนหลังผ่า...ผมจะจ้างพยาบาลพิเศษไว้ดูแลคุณยายลิลให้” ข้อตกลงที่เขาร่ายเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา จับใจความได้เพียงยายเธอจะปลอดภัยดี
“ลิล ลิล” มือหนาเอื้อมมาสะกิดเบาๆ เมื่อเห็นว่าเธอไม่ค่อยมีสติเท่าไร
“คะ ค่ะ คุณหมอว่าอะไรนะคะ”
“ลาออกจากงาน ผมจะดูแลเอง”
“ตะ แต่ว่า...”
“ไม่มีแต่ อยากเจอหมอณพเรื่อยๆ หรือไง” น้ำเสียงราบเรียบแต่ตวัดสายตาฉุนเฉียวมอง
“ค่ะ” เธอพยักหน้าตกลง
“ขอถามได้ไหมคะ ทำไมต้องเป็นลิล” หญิงสาวถามเสียงแผ่ว
“เพราะลิลทำให้ผมนึกถึงแม่มั้ง”
มือบางหยิบ ‘ซองบุหรี่’ หลังตู้เย็นขึ้นมา สลิลละล้าละลัง อยากเก็บทิ้ง แต่เจ้าของห้องคงไม่ชอบใจ เป็นหมอแท้ๆ ยังสูบบุหรี่ เธอเผลอบ่นในใจด้วยความเคยชินและคล้ายได้ยินเสียงเขาตอบกลับมา ‘หมอก็คนนี่นา’ หญิงสาวรีบสะบัดศีรษะ ฉุดความคิดให้กลับมาที่ปัจจุบัน ภาพฝันวันวานสูญสลายหายไปเหลือเพียงความจริงที่ว่า เขาไม่ต้องการเธอแล้ว
ดวงตาแดงก่ำจ้องมองซองบุหรี่ในมืออย่างเหม่อลอย หวนนึกถึงครั้งแรกที่ได้รู้จักเขาจริงๆ ก็เพราะสิ่งนี้ ครั้งแรกที่เขาสอนเธอว่าความสัมพันธ์ชายหญิงเป็นเช่นไร ครั้งแรกที่เปิดเปลือยทุกอณูหัวใจแก่กัน
ร่างใหญ่พลิกตัวกระสับกระส่าย พยายามกดข่มความพลุ่งพล่าน แต่คลื่นความปรารถนาที่ก่อตัวเป็นระลอกบริเวณท้องน้อยกลับไม่ปรานีเขา ปรวีร์สะบัดผ้าห่มให้พ้นตัว ลุกไปหยิบซองบุหรี่หลังตู้เย็นแล้วเดินออกไปสูบที่ระเบียง
“เข้าไปรอข้างใน ผมสูบบุหรี่อยู่” เขาหันมาบอกสลิลที่เดินตามมาเงียบๆ พร้อมเลื่อนบานกระจกปิด ไม่ให้ควันบุหรี่รบกวนเธอ
คนตัวเล็กยังไม่ขยับไปไหน ดวงตาใสซื่อที่จับใจเขาตั้งแต่แรกเห็นบอกว่าจะรออยู่ตรงนี้ ชายหนุ่มตัดใจขยี้บุหรี่ที่เหลืออีกครึ่งมวนทิ้งก่อนเดินกลับเข้ามา
“มีอะไร”
“นอนไม่หลับเหรอคะ” เธอถามอย่างเกรงใจ แม้จะย้ายมาอยู่คอนโดฯ เดิมของพ่อเขาได้อาทิตย์กว่าแล้ว แต่ปรวีร์ไม่ได้ให้ความสนิทสนมกับเธอมากเท่าไร ยังใช้สรรพนามแทนตัวเองว่าผม ส่วนเธอไม่อาจเอื้อมเรียกเขาว่าพี่ปั้น จึงใช้คำกลางๆ อย่างคุณหมอแทน
“อือ ลิลไปนอนเถอะ ผมจะทำงานต่ออีกนิดหน่อย” มือหนาลูบผมเธออย่างเอ็นดู
เขาไม่เคยแตะต้องหรือทำอะไรเกินเลยไปมากกว่านี้ ‘พร้อมเมื่อไรค่อยบอกผม’ เป็นสิ่งแรกที่หลุดจากปากเขาทันทีที่ประตูห้องนอนปิดลงในคืนแรก ชายหนุ่มคงดูออกว่าเธอกำลังหวาดหวั่นขวัญเสียที่จู่ๆ ต้องย้ายมาอยู่กับคน (เกือบ) แปลกหน้าจึงให้เวลาทำใจสักพัก และสักพักที่ว่านั่นกำลังทรมานเขาเจียนตายทุกค่ำคืน
เธอรู้ดีว่ากำลังเอาเปรียบคนที่ช่วยยายไว้ ต่อให้เขาได้เธอมาด้วยวิธีการมิชอบคล้ายบังคับกลายๆ แต่ ณ นาทีนี้ยายยังอยู่ดีมีสุขไม่ใช่หรือ สัญญาต้องเป็นสัญญา จะช้าหรือเร็วเรื่องนี้ก็ต้องเกิดอยู่ดี จึงตัดสินใจเอ่ยอย่างที่คิด
“พะ พร้อมแล้วค่ะ”
“ไม่พร้อมหรอก ไปนอนเถอะ” เขาหลุดขำคนปากกล้าขาสั่น เพิ่งอายุเท่าน้องปีบน้องสาวคนสุดท้องของเขาริอ่านรุกรุ่นใหญ่
ทว่าสลิลกลับทำสิ่งที่ไม่คาดคิด ยืดตัวมาจูบปากจนเขาเผลอเกร็งหน้าท้องด้วยความตื่นเต้น ปากอิ่มเคลื่อนไหวอย่างเงอะงะเหมือนทำอะไรไม่ถูก ชายหนุ่มจึงประคองใบหน้าเล็กไว้ แล้วเริ่มสอนว่าจูบจริงๆ ต้องทำอย่างไร
‘My favorite song (เพลงที่ชอบ)’หญิงสาวน้ำตาร่วงเผาะขณะนั่งทำการบ้านเรียงความในหัวข้อเพลงภาษาอังกฤษที่ชอบ ความเศร้าหมองตรอมตรมที่ข่มไว้ ย่ำค่ำทีไรเป็นต้องออกมาทักทายทุกที เธอใช้พลังใจมหาศาลในการดำเนินชีวิตโดยไม่มีเขา สองเดือนที่ผ่านมาไม่มีคืนไหนหมอนหนุนไม่เปียกน้ำตา‘เพลงที่ชอบเหรอ’ ไม่มีหรอก เขาเปิดอะไรให้ฟังก็ฟังด้วย วงโปรดของเขาชื่อ cigarettes after sex หนีไม่พ้นบุหรี่กับกิจกรรมที่ชอบทำร่วมกับเธอตามเคย สลิลขำขื่น วันหยุดเขาชอบนอนเอกเขนกบนโซฟาขนาดใหญ่กลางห้องนั่งเล่น อ่านหนังสือบ้าง นอนคลอเคลียเธอเฉยๆ หรือไม่เฉยบ้างโดยเปิดเพลงวงนี้คลอไปด้วย“เพราะไหม” ปรวีร์กระซิบถามข้างหู ยังไม่ยอมผละไปไหนหลังเพลงรักรอบแรกจบลง จมูกโด่งซุกไซ้กลุ่มผมนุ่มอย่างสบายอารมณ์“ลิลฟังไม่ออกหรอกค่ะ” ขดตัวนอนตะแคงหันหลังให้ในอ้อมกอดเขาบนโซฟา“ดนตรีเป็นภาษาสากล ไม่ต้องแปลก็เข้าใจ”“อะ อื้อ...” จู่ๆ เขาก็แทรกกายเข้ามาทั้งที่เพิ่งได้พักไม่ถึงสิบนาที(your lips, my lips)บรรเลงเชื่องช้าตามจังหวะเพลง พรมจูบแผ่นหลังบางแผ่วเบาราวขนนกแตะแต้ม(apocalypse)มือหนาบีบเคล้นอกอวบ โหมกระพือไฟสวาท(You’ve been locked in here
ประตูห้องปิดลงเสมือนหัวใจที่ปิดตาย เธอหันหลังเดินจากมา ไม่คิดหวนคืน นับจากนี้จะทำเพื่อตัวเอง คิดถึงตัวเองให้มาก ปรวีร์ไม่เพียงพรากความบริสุทธิ์แต่รวมถึงความไร้เดียงสาของเธอไปด้วย เขาได้เปลี่ยนเด็กสาวบ้านนอกไม่ประสีประสา ไร้ซึ่งความทะเยอทะยานคนหนึ่งให้เป็นผู้หญิงที่มองโลกตามความเป็นจริง ในอดีตเธอเคยมีความฝันแสนเรียบง่าย ตั้งหน้าตั้งตาทำงานเก็บเงินเพื่อจะได้กลับไปอยู่ต่างจังหวัดกับยาย และเป็นเขาเองที่สอนเธอว่า เส้นทางนั้นไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบระหว่างที่อยู่ด้วยกันเขาให้มุมมองและแนวคิดดีๆ หลายอย่าง พร่ำสอนราวกับเธอเป็นน้องสาวอีกคน จะได้ใช้ประโยชน์จริงๆ ก็วันที่คนสอนไม่อยู่นี่แหละ สลิลย้ายกลับมาอยู่หอพักเดิมชั่วคราวเพื่อให้เวลาตัวเองได้คิดทบทวนและตั้งหลักใหม่ เธอยังมีเงินเก็บก้อนใหญ่จากเงินที่เขาให้ไว้ใช้จ่าย คิดว่าคงพอกินอยู่ได้อีกพักหนึ่งเพราะตอนนี้เธอมืดแปดด้านจริงๆ...................................................................................................ชายหนุ่มพ่นควันบุหรี่สีเทาพลางแหงนหน้ามองท้องฟ้ายามรัตติกาล เธอไปแล้ว จากไปอย่างไร้ร่องรอยราวกับไม่เคยมีตัวตน กระนั้นยังไ
ปากหยักหลอกล่อคนไม่เดียงสาให้ติดกับลมหายใจอุ่นจัดผสมกลิ่นหอมเย็นของบุหรี่ ดูดดึงหยอกเย้าก่อนส่งเรียวลิ้นเข้าไปชิมโพรงปากหวาน เกี่ยวกระหวัดลิ้นเล็ก สูบกลืนอย่างหิวกระหาย“ปะ เดี๋ยวสอนต่อ” เขาผละมาจูบหน้าผาก เว้นช่วงให้เธอหายใจก่อนช้อนร่างบางตรงไปยังเตียงนอนทันทีเสื้อผ้าติดกายของทั้งคู่ร่วงสู่พื้นอย่างรวดเร็ว ปรวีร์กลั้นหายใจกับความงามตรงหน้า เห็นตัวเล็กๆ แต่ส่วนที่ควรเต็มไม้เต็มมือกลับเยอะจนล้นเกิน คนถูกจ้องสะเทิ้นอายเสเบือนหน้าหนี นั่นกลับยิ่งเปิดทางให้จมูกโด่งฉกมาซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น ปากหนาขบเม้ม ละเลียดชิมทิ้งไอร้อนแผดเผาทุกตารางนิ้วที่พาดผ่าน“กลัวเหรอ” เขาเงยหน้ากระซิบถามเมื่อสัมผัสได้ว่าคนใต้ร่างกำลังสั่นสลิลพยักหน้า“มันก็...คงจะเจ็บแต่สนุกนะ” เขาอมยิ้มน้อยๆ แล้วค่อยๆ ดึงแขนเรียวที่กอดอกแน่นออก“สวย”สิ้นคำก็ก้มลงไปคลุกเคล้าบัวตูมสีหวานเยี่ยงคนลุ่มหลงมัวเมา รสชาติสดใหม่ที่ได้ลิ้มลองเป็นคนแรกช่างหอมหวานเกินห้ามใจ ร่างบางนอนระทดระทวยสิ้นเรี่ยวแรงขัดขืน ลำพังความปั่นป่วนที่เขาเพียรปลุกเร้าก็ประคองสติลำบากแล้ว แต่จู่ๆ เขาก็หยุดไปปรวีร์ยืดตัวไปหยิบบางอย่างออกมาจากลิ้นชักโต๊ะข้างเตี
บทที่ 1 วันนี้มือบางปาดน้ำตาลวกๆ พลางกวาดสายตาดูรอบห้องที่อาศัยมาสามปี เธอเก็บข้าวของติดตัวไม่กี่ชิ้นลงกระเป๋าเรียบร้อย เหลือเพียงของใช้ร่วมกันบางชิ้นที่เจ้าของห้องคงไม่อยากเก็บไว้จึงต้องลงไปนอนกองรวมกันที่ก้นถุงดำ ปลอกหมอนอิงลายที่เธอเลือก ดอกไม้ในแจกัน เทียนหอมและอื่นๆ กลายเป็นขยะไร้ค่าไม่ต่างจากเธอตอนนี้โทษใครไม่ได้นอกจากความใจง่ายของตัวเอง ปรวีร์ถูกใจเธอตั้งแต่แรกเห็นและเข้าหาตอนเธอกำลังเคว้งคว้างกลางทะเลอย่างอ่อนแรงเมื่อได้รับข่าวร้ายว่ายายผู้เป็นหลักยึดเดียวหกล้มจำเป็นต้องผ่าตัดสะโพกด่วน ค่าใช้จ่ายทั้งหมดแม้ไม่มาก แต่เธอในตอนนั้นไม่มีสำรองสักบาท จึงบากหน้าไปขอเบิกล่วงหน้ากับพี่อุ้มแล้วลางานกลับต่างจังหวัดเพื่อดูแลยายกระทั่งกลับมาทำงานได้ไม่กี่วัน เจ้าของร้านก็แจ้งให้เธอขึ้นไปพบเขาที่ห้องผู้บริหาร สลิลไม่เข้าใจสักนิดแต่ยอมปฏิบัติตาม การพบกันครั้งที่สองไม่ได้ทำให้เธอครั่นคร้ามแต่อย่างใด ตรงกันข้ามเขากลับมีอิริยาบถผ่อนคลาย ถามถึงยาย ชวนคุยเรื่อยเปื่อยก่อนเฉลยสิ่งที่เธอสงสัย“ผมดูแลค่าใช้จ่ายให้แล้ว”หญิงสาวเงยหน้ามองเขาอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง คำถามมากมายผุดขึ้นในหัว แต่ปากเอ่ยขอบค
บทนำปรวีร์ ไวยวัจน์ จ้องมองหญิงสาวรูปร่างบอบบางตรงหน้า เธอดูอ่อนกว่าอายุจริง ดวงตาใสซื่อคู่นั้นที่สะกดเขาตั้งแต่แรกเจอมองตอบอย่างสงบนิ่ง เหมือนเธอจะรู้...รู้มาตลอดว่าวันใดวันหนึ่งเรื่องระหว่างเราก็ต้องจบลง“ลิล ผม...” ในหัวพยายามนึกหาคำพูดถนอมน้ำใจเธอมากที่สุด“ลิลเข้าใจค่ะ คุณหมอไม่ต้องกังวล ลิลจะย้ายออกพรุ่งนี้ค่ะ” น้ำเสียงสั่นเครือแม้ไม่อยากอ่อนแอ ในเมื่อเขาชัดเจนแต่แรกและเธอเองก็สมัครใจ“ขอบคุณครับ” เขาลังเลเล็กน้อยก่อนเอ่ย“คืนนี้ผมเข้าเวร คงไม่ได้กลับมาอีก” บอกเป็นนัยว่าคงได้พบกันเป็นครั้งสุดท้าย“ค่ะ” ในอกจุกเจ็บ จะพูดอะไรได้อีก เพราะการกระทำของเขาอธิบายทุกอย่างหมดแล้วจากเคยชิดใกล้กลับห่างเหินเย็นชา ถามคำตอบคำ ไม่ยอมสบตาหรือมองหน้าเธอตรงๆ บางสัปดาห์ก็ไม่มาหา นั่นไม่ได้บอกให้เธอเตรียมตัวเตรียมใจหรือไง และทุกอย่างก็จบลงง่ายๆ...เหมือนตอนเริ่ม…………………………………………………………………………………………………………………..สามปีก่อน“ลิลๆ เห็นคุณหมอคนใหม่ยัง ล้อหล่อ เหมือนเดินออกมาจากซีรีส์เกาหลีเลยแก” เดมี ชื่อเล่นที่ดมิสาให้ทุกคนเรียก สะกิดเธอขณะกำลังสาละวนกับออร์เดอร์ลูกค้า“ยังเลยเดมี” ตอบพลางเร่งมือชงกาแฟ“ข







