LOGINปากหยักหลอกล่อคนไม่เดียงสาให้ติดกับลมหายใจอุ่นจัดผสมกลิ่นหอมเย็นของบุหรี่ ดูดดึงหยอกเย้าก่อนส่งเรียวลิ้นเข้าไปชิมโพรงปากหวาน เกี่ยวกระหวัดลิ้นเล็ก สูบกลืนอย่างหิวกระหาย
“ปะ เดี๋ยวสอนต่อ” เขาผละมาจูบหน้าผาก เว้นช่วงให้เธอหายใจก่อนช้อนร่างบางตรงไปยังเตียงนอนทันที
เสื้อผ้าติดกายของทั้งคู่ร่วงสู่พื้นอย่างรวดเร็ว ปรวีร์กลั้นหายใจกับความงามตรงหน้า เห็นตัวเล็กๆ แต่ส่วนที่ควรเต็มไม้เต็มมือกลับเยอะจนล้นเกิน คนถูกจ้องสะเทิ้นอายเสเบือนหน้าหนี นั่นกลับยิ่งเปิดทางให้จมูกโด่งฉกมาซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น ปากหนาขบเม้ม ละเลียดชิมทิ้งไอร้อนแผดเผาทุกตารางนิ้วที่พาดผ่าน
“กลัวเหรอ” เขาเงยหน้ากระซิบถามเมื่อสัมผัสได้ว่าคนใต้ร่างกำลังสั่น
สลิลพยักหน้า
“มันก็...คงจะเจ็บแต่สนุกนะ” เขาอมยิ้มน้อยๆ แล้วค่อยๆ ดึงแขนเรียวที่กอดอกแน่นออก
“สวย”
สิ้นคำก็ก้มลงไปคลุกเคล้าบัวตูมสีหวานเยี่ยงคนลุ่มหลงมัวเมา รสชาติสดใหม่ที่ได้ลิ้มลองเป็นคนแรกช่างหอมหวานเกินห้ามใจ ร่างบางนอนระทดระทวยสิ้นเรี่ยวแรงขัดขืน ลำพังความปั่นป่วนที่เขาเพียรปลุกเร้าก็ประคองสติลำบากแล้ว แต่จู่ๆ เขาก็หยุดไป
ปรวีร์ยืดตัวไปหยิบบางอย่างออกมาจากลิ้นชักโต๊ะข้างเตียง และเป็นครั้งแรกที่สลิลได้เห็น ‘เขา’ เต็มตา ชายหนุ่มปลุกปลอบอย่างอ่อนโยนผิดกับสีหน้าอดกลั้นขณะฟันฝ่าเส้นทางคับแคบ กระทั่งเข้าไปทั้งหมดก็รอให้เธอปรับตัวสักพักจึงเริ่มขยับเชื่องช้า ขอให้เธอปล่อยตัวปล่อยใจไปพร้อมกัน ทุกอย่างดำเนินไปตามครรลอง ไร้ซึ่งคำพูดใดๆ มีเพียงสองร่างพร่ำภาษากายที่รู้กันอยู่สองคน
สลิลนอนนิ่งหลังพายุสวาทผ่านพ้นไป เธอไม่ได้เสียใจ ไม่มีน้ำตา ไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟาย แค่รู้สึกว่า...เป็นผู้หญิงเต็มตัวก็คืนนี้ เขาตักตวงจากเธอจนอิ่ม แต่คงไม่อิ่มหนำเพราะยอมหยุดที่สามรอบตามจำนวนถุงยางที่เหลือ นัยน์ตาวาวโรจน์นั่นตั้งท่าจะจับเธอกินต่อให้สมอยาก แต่เขาระวังตัว เธอก็ระวังตัว ไม่มีใครอยากพลาดหรอก
“ลุกไหวไหม อยากอาบน้ำรึเปล่า” ปรวีร์นุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวออกมาจากห้องน้ำหลังชำระร่างกายเสร็จ
“ค่ะ” เธอค่อยๆ พยุงกายลุกขึ้น ทรงตัวบนพื้นได้ไม่เท่าไรก็เข่าอ่อนลงไปนั่งพับเพียบเสียแล้ว
“ไม่ไหวหรอกมั้ง” เขาหัวเราะพรืดก่อนอุ้มเธอขึ้นเตียงเหมือนเดิม
“นอนเถอะ” ว่าพลางรั้งร่างเล็กมากอด สูดดมกลิ่นกายสาวให้ช่ำปอด
“คุณหมอคะ...ลิลต้องอยู่อีกนานไหมคะ” เขาไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้เลย
“ไม่รู้สิ เรื่อยๆ มั้ง” แปลว่า จนกว่าเขาจะเบื่อ
สลิลไม่ได้แปลกใจกับคำตอบ ในเมื่อตัดสินใจก้าวเข้าสู่กรงทองเขาแล้วก็ต้องยอมรับ อันที่จริงมันก็ไม่ได้เลวร้ายนัก บทรักเมื่อครู่บอกเธอว่าเขาไม่ใช่คนใจร้าย แค่พูดน้อยถึงน้อยมากเท่านั้นเอง หญิงสาวหลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน จิตใจสับสนวุ่นวาย มีเพียงอกเขาไว้พึ่งพิง
เธอมัดปากถุงดำก่อนนำไปหย่อนลงปล่องทิ้งขยะ ห้องกลับมาอยู่ในสภาพเดิม ไม่หลงเหลือร่องรอยว่าเคยมีเธออยู่ เท่านี้น่าจะพอแล้ว สลิลเปิดตู้เย็นตรวจตราดูรอบสุดท้าย พบว่าอาหารสดที่ทำใส่กล่องไว้ให้เขาอุ่นกินหมดแล้วก็อดเป็นห่วงไม่ได้ ออกเวรมาคงไม่เหลือแรงหุงหาอาหารเอง จึงตัดสินใจทำอะไรง่ายๆ ไว้ให้เขา อย่างน้อยก็ได้ดูแลเขาตอบแทนที่เขาดูแลเธอไม่ขาดตกบกพร่องมาตลอด
มะระผัดไข่แล้วกัน ปรวีร์เป็นคนกินง่ายอยู่ง่ายและชอบกินเมนูไข่เป็นที่สุด เขาเคยเล่าให้ฟังว่าแยกมาอยู่คอนโดฯ ของพ่อตั้งแต่เรียนปีหนึ่งเพราะอยู่ใกล้มหาวิทยาลัย ส่วนน้องอีกสามคนอยู่บ้านใหญ่ ยิ่งเรียนปีสูงยิ่งไม่มีเวลากลับบ้าน คุณนลินแม่เขาจึงเป็นคนหอบหิ้วอาหาร ขนม ผลไม้และเครื่องดื่มมาเติมใส่ตู้เย็นให้บ่อยๆ จนกระทั่งเธอมาอยู่ด้วยนั่นแหละ เขาถึงได้บอกแม่ว่าจะกลับไปกินข้าวที่บ้านเอง
สลิลไม่เคยมีโอกาสได้รู้จักกับครอบครัวเขา เคยเห็นในรูปบ้าง และรู้ว่าปรวีร์มีฝาแฝดอีกคนชื่อป้อน หรือปรวัธน์ ที่หน้าตาเหมือนกันราวกับแกะ ต่างกันแค่ทรงผม แม้บ้านเขาจะรักใคร่กลมเกลียวจนเธอแอบอิจฉา แต่เขาออกมาใช้ชีวิตคนเดียวเสียเป็นส่วนใหญ่ เพราะหน้าที่การงานรัดตัวและความรักสันโดษระดับเจ้าชายน้ำแข็งที่รายล้อมด้วยกำแพงน้ำแข็งอีกชั้น บางครั้งเย็นชาคล้ายเป็นอีกคนที่เธอไม่รู้จัก จะเป็นตัวของตัวเองจริงๆ เฉพาะตอนร่วมรักกับเธออย่างเร่าร้อนเท่านั้น
หญิงสาวตักมะระผัดไข่ใส่กล่องอาหาร ยังไม่ปิดฝา ผึ่งลมให้เย็นอีกนิดค่อยเอาเข้าตู้เย็น พลันนึกได้ว่าควรสำรองแซนด์วิชไว้ด้วยเผื่อเช้าวันเร่งรีบของเขา จึงรีบลงมือทำก่อนเขียนโน้ตติดไว้หน้าตู้เย็นว่า
มีมะระผัดไข่กับแซนด์วิชนะคะ
มือบางรวบกระเป๋าสะพายหลังเสร็จสิ้นธุระ กวาดตามองรอบห้องสั่งลาเป็นครั้งสุดท้าย ขอฝังกลบความทรงจำทั้งหลายไว้ที่นี่ เมียเก็บอย่างเธอมีอายุการใช้งานจำกัด รู้ดีว่าสักวันต้องจบแบบนี้ ไม่ได้โกรธแค้นหรือชิงชังเขา มีแต่ความปรารถนาดีขอให้เขามีความสุขกับชีวิตที่เลือก ส่วนเธอก็แค่เริ่มใหม่อีกครั้ง
‘My favorite song (เพลงที่ชอบ)’หญิงสาวน้ำตาร่วงเผาะขณะนั่งทำการบ้านเรียงความในหัวข้อเพลงภาษาอังกฤษที่ชอบ ความเศร้าหมองตรอมตรมที่ข่มไว้ ย่ำค่ำทีไรเป็นต้องออกมาทักทายทุกที เธอใช้พลังใจมหาศาลในการดำเนินชีวิตโดยไม่มีเขา สองเดือนที่ผ่านมาไม่มีคืนไหนหมอนหนุนไม่เปียกน้ำตา‘เพลงที่ชอบเหรอ’ ไม่มีหรอก เขาเปิดอะไรให้ฟังก็ฟังด้วย วงโปรดของเขาชื่อ cigarettes after sex หนีไม่พ้นบุหรี่กับกิจกรรมที่ชอบทำร่วมกับเธอตามเคย สลิลขำขื่น วันหยุดเขาชอบนอนเอกเขนกบนโซฟาขนาดใหญ่กลางห้องนั่งเล่น อ่านหนังสือบ้าง นอนคลอเคลียเธอเฉยๆ หรือไม่เฉยบ้างโดยเปิดเพลงวงนี้คลอไปด้วย“เพราะไหม” ปรวีร์กระซิบถามข้างหู ยังไม่ยอมผละไปไหนหลังเพลงรักรอบแรกจบลง จมูกโด่งซุกไซ้กลุ่มผมนุ่มอย่างสบายอารมณ์“ลิลฟังไม่ออกหรอกค่ะ” ขดตัวนอนตะแคงหันหลังให้ในอ้อมกอดเขาบนโซฟา“ดนตรีเป็นภาษาสากล ไม่ต้องแปลก็เข้าใจ”“อะ อื้อ...” จู่ๆ เขาก็แทรกกายเข้ามาทั้งที่เพิ่งได้พักไม่ถึงสิบนาที(your lips, my lips)บรรเลงเชื่องช้าตามจังหวะเพลง พรมจูบแผ่นหลังบางแผ่วเบาราวขนนกแตะแต้ม(apocalypse)มือหนาบีบเคล้นอกอวบ โหมกระพือไฟสวาท(You’ve been locked in here
ประตูห้องปิดลงเสมือนหัวใจที่ปิดตาย เธอหันหลังเดินจากมา ไม่คิดหวนคืน นับจากนี้จะทำเพื่อตัวเอง คิดถึงตัวเองให้มาก ปรวีร์ไม่เพียงพรากความบริสุทธิ์แต่รวมถึงความไร้เดียงสาของเธอไปด้วย เขาได้เปลี่ยนเด็กสาวบ้านนอกไม่ประสีประสา ไร้ซึ่งความทะเยอทะยานคนหนึ่งให้เป็นผู้หญิงที่มองโลกตามความเป็นจริง ในอดีตเธอเคยมีความฝันแสนเรียบง่าย ตั้งหน้าตั้งตาทำงานเก็บเงินเพื่อจะได้กลับไปอยู่ต่างจังหวัดกับยาย และเป็นเขาเองที่สอนเธอว่า เส้นทางนั้นไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบระหว่างที่อยู่ด้วยกันเขาให้มุมมองและแนวคิดดีๆ หลายอย่าง พร่ำสอนราวกับเธอเป็นน้องสาวอีกคน จะได้ใช้ประโยชน์จริงๆ ก็วันที่คนสอนไม่อยู่นี่แหละ สลิลย้ายกลับมาอยู่หอพักเดิมชั่วคราวเพื่อให้เวลาตัวเองได้คิดทบทวนและตั้งหลักใหม่ เธอยังมีเงินเก็บก้อนใหญ่จากเงินที่เขาให้ไว้ใช้จ่าย คิดว่าคงพอกินอยู่ได้อีกพักหนึ่งเพราะตอนนี้เธอมืดแปดด้านจริงๆ...................................................................................................ชายหนุ่มพ่นควันบุหรี่สีเทาพลางแหงนหน้ามองท้องฟ้ายามรัตติกาล เธอไปแล้ว จากไปอย่างไร้ร่องรอยราวกับไม่เคยมีตัวตน กระนั้นยังไ
ปากหยักหลอกล่อคนไม่เดียงสาให้ติดกับลมหายใจอุ่นจัดผสมกลิ่นหอมเย็นของบุหรี่ ดูดดึงหยอกเย้าก่อนส่งเรียวลิ้นเข้าไปชิมโพรงปากหวาน เกี่ยวกระหวัดลิ้นเล็ก สูบกลืนอย่างหิวกระหาย“ปะ เดี๋ยวสอนต่อ” เขาผละมาจูบหน้าผาก เว้นช่วงให้เธอหายใจก่อนช้อนร่างบางตรงไปยังเตียงนอนทันทีเสื้อผ้าติดกายของทั้งคู่ร่วงสู่พื้นอย่างรวดเร็ว ปรวีร์กลั้นหายใจกับความงามตรงหน้า เห็นตัวเล็กๆ แต่ส่วนที่ควรเต็มไม้เต็มมือกลับเยอะจนล้นเกิน คนถูกจ้องสะเทิ้นอายเสเบือนหน้าหนี นั่นกลับยิ่งเปิดทางให้จมูกโด่งฉกมาซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น ปากหนาขบเม้ม ละเลียดชิมทิ้งไอร้อนแผดเผาทุกตารางนิ้วที่พาดผ่าน“กลัวเหรอ” เขาเงยหน้ากระซิบถามเมื่อสัมผัสได้ว่าคนใต้ร่างกำลังสั่นสลิลพยักหน้า“มันก็...คงจะเจ็บแต่สนุกนะ” เขาอมยิ้มน้อยๆ แล้วค่อยๆ ดึงแขนเรียวที่กอดอกแน่นออก“สวย”สิ้นคำก็ก้มลงไปคลุกเคล้าบัวตูมสีหวานเยี่ยงคนลุ่มหลงมัวเมา รสชาติสดใหม่ที่ได้ลิ้มลองเป็นคนแรกช่างหอมหวานเกินห้ามใจ ร่างบางนอนระทดระทวยสิ้นเรี่ยวแรงขัดขืน ลำพังความปั่นป่วนที่เขาเพียรปลุกเร้าก็ประคองสติลำบากแล้ว แต่จู่ๆ เขาก็หยุดไปปรวีร์ยืดตัวไปหยิบบางอย่างออกมาจากลิ้นชักโต๊ะข้างเตี
บทที่ 1 วันนี้มือบางปาดน้ำตาลวกๆ พลางกวาดสายตาดูรอบห้องที่อาศัยมาสามปี เธอเก็บข้าวของติดตัวไม่กี่ชิ้นลงกระเป๋าเรียบร้อย เหลือเพียงของใช้ร่วมกันบางชิ้นที่เจ้าของห้องคงไม่อยากเก็บไว้จึงต้องลงไปนอนกองรวมกันที่ก้นถุงดำ ปลอกหมอนอิงลายที่เธอเลือก ดอกไม้ในแจกัน เทียนหอมและอื่นๆ กลายเป็นขยะไร้ค่าไม่ต่างจากเธอตอนนี้โทษใครไม่ได้นอกจากความใจง่ายของตัวเอง ปรวีร์ถูกใจเธอตั้งแต่แรกเห็นและเข้าหาตอนเธอกำลังเคว้งคว้างกลางทะเลอย่างอ่อนแรงเมื่อได้รับข่าวร้ายว่ายายผู้เป็นหลักยึดเดียวหกล้มจำเป็นต้องผ่าตัดสะโพกด่วน ค่าใช้จ่ายทั้งหมดแม้ไม่มาก แต่เธอในตอนนั้นไม่มีสำรองสักบาท จึงบากหน้าไปขอเบิกล่วงหน้ากับพี่อุ้มแล้วลางานกลับต่างจังหวัดเพื่อดูแลยายกระทั่งกลับมาทำงานได้ไม่กี่วัน เจ้าของร้านก็แจ้งให้เธอขึ้นไปพบเขาที่ห้องผู้บริหาร สลิลไม่เข้าใจสักนิดแต่ยอมปฏิบัติตาม การพบกันครั้งที่สองไม่ได้ทำให้เธอครั่นคร้ามแต่อย่างใด ตรงกันข้ามเขากลับมีอิริยาบถผ่อนคลาย ถามถึงยาย ชวนคุยเรื่อยเปื่อยก่อนเฉลยสิ่งที่เธอสงสัย“ผมดูแลค่าใช้จ่ายให้แล้ว”หญิงสาวเงยหน้ามองเขาอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง คำถามมากมายผุดขึ้นในหัว แต่ปากเอ่ยขอบค
บทนำปรวีร์ ไวยวัจน์ จ้องมองหญิงสาวรูปร่างบอบบางตรงหน้า เธอดูอ่อนกว่าอายุจริง ดวงตาใสซื่อคู่นั้นที่สะกดเขาตั้งแต่แรกเจอมองตอบอย่างสงบนิ่ง เหมือนเธอจะรู้...รู้มาตลอดว่าวันใดวันหนึ่งเรื่องระหว่างเราก็ต้องจบลง“ลิล ผม...” ในหัวพยายามนึกหาคำพูดถนอมน้ำใจเธอมากที่สุด“ลิลเข้าใจค่ะ คุณหมอไม่ต้องกังวล ลิลจะย้ายออกพรุ่งนี้ค่ะ” น้ำเสียงสั่นเครือแม้ไม่อยากอ่อนแอ ในเมื่อเขาชัดเจนแต่แรกและเธอเองก็สมัครใจ“ขอบคุณครับ” เขาลังเลเล็กน้อยก่อนเอ่ย“คืนนี้ผมเข้าเวร คงไม่ได้กลับมาอีก” บอกเป็นนัยว่าคงได้พบกันเป็นครั้งสุดท้าย“ค่ะ” ในอกจุกเจ็บ จะพูดอะไรได้อีก เพราะการกระทำของเขาอธิบายทุกอย่างหมดแล้วจากเคยชิดใกล้กลับห่างเหินเย็นชา ถามคำตอบคำ ไม่ยอมสบตาหรือมองหน้าเธอตรงๆ บางสัปดาห์ก็ไม่มาหา นั่นไม่ได้บอกให้เธอเตรียมตัวเตรียมใจหรือไง และทุกอย่างก็จบลงง่ายๆ...เหมือนตอนเริ่ม…………………………………………………………………………………………………………………..สามปีก่อน“ลิลๆ เห็นคุณหมอคนใหม่ยัง ล้อหล่อ เหมือนเดินออกมาจากซีรีส์เกาหลีเลยแก” เดมี ชื่อเล่นที่ดมิสาให้ทุกคนเรียก สะกิดเธอขณะกำลังสาละวนกับออร์เดอร์ลูกค้า“ยังเลยเดมี” ตอบพลางเร่งมือชงกาแฟ“ข







