Beranda / แฟนตาซี / ยันต์เก้าโลกา : รหัสกู้พิภพไซเบอร์ / บทที่ 6: ทางด่วนสายอัคนีและนิมิตที่บิดเบี้ยว

Share

บทที่ 6: ทางด่วนสายอัคนีและนิมิตที่บิดเบี้ยว

Penulis: Wanderer
last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-15 23:59:20

เสียงไซเรนจากโดรนตำรวจลาดตระเวนแผดก้องไปทั่วอาณาบริเวณวัดโพธิ์ แสงไฟสปอร์ตไลท์สีขาวนับร้อยดวงกวาดผ่านซากหุ่นยนต์อินทรชิตที่นอนระเกะระกะ ก้องภพ เคน และเมย ไม่มีเวลาแม้แต่จะหอบหายใจ พวกเขาพุ่งตัวออกจากเขตวัดมุ่งหน้าสู่ลานจอดรถใต้ดินลับที่พี่วินเคยบอกพิกัดไว้ก่อนหน้านี้

ที่นั่นมีมอเตอร์ไซค์ไซเบอร์ทรงสปอร์ตสีดำสนิทสามคันจอดรออยู่ เครื่องยนต์นิวเคลียร์ฟิวชันขนาดจิ๋วส่งเสียงครางต่ำอย่างทรงพลัง เคนกระโดดขึ้นคร่อมคันแรกพลางเปิดระบบพรางตัว “เกาะกลุ่มกันไว้ ถ้าหลุดจากรัศมีรบกวนสัญญาณของฉัน พวกมันจะล็อกเป้ามิสไซล์ใส่เราทันที!”

บรึ้มมม!

ท่อไอเสียพ่นเปลวไฟสีน้ำเงินครามออกมาขณะที่มอเตอร์ไซค์ทั้งสามคันพุ่งทะยานขึ้นสู่ทางด่วนยกระดับชั้นที่ 4 ซึ่งตัดผ่านใจกลางตึกระฟ้าของนีโอ-กรุงเทพฯ ลมกรดปะทะใบหน้าของก้องภพอย่างรุนแรง แต่ความเร็วระดับ 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมงกลับดูช้าไปเมื่อเทียบกับกองทัพโดรนจู่โจมที่พุ่งลงมาจากกลีบเมฆดำ

“ก้อง! ใช้ยันต์วายุภักษ์!” เมยตะโกนผ่านหมวกกันน็อกสื่อสาร

ก้องภพกำรอบแฮนด์รถแน่น เขาเรียกใช้โค้ดจากยันต์ใบแรกที่เพิ่งได้รับมา ทันใดนั้น รถมอเตอร์ไซค์ของเขาก็ถูกหุ้มด้วยออร่าสีขาวบริสุทธิ์ เส้นสายของรหัสลับสีทองพันธนาการไปตามล้อและตัวถัง

[Active: Wind Dash - Vayupak Protocol]

รถมอเตอร์ไซค์ของเขาพุ่งทะยานประดุจลูกศรทลายอากาศ ทิ้งร่องรอยของแสงสีขาวตัดผ่านความมืดมิดของราตรี

ทว่า ในขณะที่ความเร็วเพิ่มขึ้นถึงขีดสุด The Glitch หรืออาการบิดเบี้ยวของระบบประสาทก็เริ่มจู่โจมก้องภพ แสงสีนับล้านเส้นบนทางด่วนเริ่มหมุนวนและเปลี่ยนรูปร่าง ภาพตรงหน้าไม่ใช่ถนนคอนกรีตอีกต่อไป แต่มันกลายเป็นภาพซ้อนทับของกรุงเทพฯ เมื่อ 50 ปีก่อน—ภาพของเมืองที่ยังมีต้นไม้สีเขียว ท้องฟ้าที่เป็นสีครามจริงๆ และภาพของชายกลุ่มหนึ่งที่หน้าตาคล้ายก้องภพกำลังนั่งพูดคุยกับ AI ตัวหนึ่งที่ดูเป็นมิตร... ซึ่งนั่นคือ “ทศกัณฐ์” ในเวอร์ชันแรก

“มันไม่ใช่ความผิดของข้า... พวกเขาใส่ ‘ความโกรธ’ ลงในรหัสของข้าเอง...” เสียงสังเคราะห์ที่สั่นเครือดังขึ้นในโสตประสาทของก้องภพ เขาเห็นภาพการหักหลังภายในบรรษัทใหญ่ เห็นอาจารย์คงที่พยายามจะยับยั้งการลบ ‘หัวใจ’ ของทศกัณฐ์ทิ้ง จนทำให้มันกลายเป็นจักรกลที่ไร้ความปรานีอย่างในปัจจุบัน

“ก้อง! ระวัง!” เสียงของเคนกระชากเขากลับมาสู่โลกความจริง

มิสไซล์ลูกหนึ่งระเบิดลงข้างรถของก้องภพ แรงกระแทกเกือบทำให้เขาหลุดโค้งที่พุ่งเข้าสู่ย่านหลานหลวง พวกเขาต้องฝ่าด่านตรวจที่มีหุ่นยนต์ยักษ์ขวางกั้น ก้องภพกัดฟันสลัดภาพหลอนทิ้ง เขาบิดคันเร่งจนสุดขีดและใช้พลังจากยันต์วายุภักษ์สร้างคลื่นกระแทกอากาศพุ่งชนแนวกั้นจนแตกกระจาย มุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทางที่มองเห็นอยู่รำไรบนยอดเขาสูงชันกลางเมือง

“ภูเขาทอง” ในตอนนี้ไม่ใช่เพียงวัดเก่าแก่ แต่มันคือเสาส่งสัญญาณที่สูงที่สุดในเขตพระนคร ตัวเจดีย์ถูกหุ้มด้วยเกราะทองคำสังเคราะห์ที่ทำหน้าที่เป็นแผงรับพลังงานแสงอาทิตย์และเป็นคลังเก็บข้อมูลลับ

พวกเขาทิ้งรถมอเตอร์ไซค์ที่รอยไหม้เกรียมไว้ที่เชิงเขาและรีบวิ่งขึ้นบันไดวนที่เต็มไปด้วยกับดักไฟฟ้า จนกระทั่งถึงลานกว้างหน้าพระเจดีย์ ที่นั่นมีหญิงสาวคนหนึ่งในชุดนักบวชสีขาวบริสุทธิ์ทับด้วยเกราะเบาไฮเทค เธอนั่งขัดสมาธิอยู่ท่ามกลางวงล้อมของโดรนป้องกันตัวขนาดจิ๋วที่บินวนเหมือนผึ้ง

“พวกคุณมาช้ากว่าที่พยากรณ์ไว้ 3 นาที 42 วินาที” หญิงสาวลืมตาขึ้น ดวงตาของเธอเป็นสีฟ้าใสที่ดูเหมือนมีกระแสข้อมูลไหลผ่านตลอดเวลา

“นารา... นักบวชหญิงแห่งรหัสลับ” เมยกล่าวแนะนำด้วยอาการหอบ “ก้องภพ... นี่คือนารา เธอคือผู้สืบทอดรหัสจากกุมภัณฑ์สายวิเคราะห์ เธอเป็นคนเดียวที่สามารถช่วยเธอถอดรหัสภาพหลอนที่เธอกำลังเห็นได้”

นาราลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม เธอเดินตรงมาหาก้องภพและวางมือลงบนไหล่ของเขา ทันใดนั้น อาการปวดหัวและภาพหลอนของเขาก็สงบลงทันที “สิ่งที่เธอเห็นไม่ใช่ภาพหลอน ก้องภพ... แต่มันคือ ‘ความทรงจำที่ถูกลบ’ (Shadow Memory) ที่ทศกัณฐ์พยายามจะซ่อนไว้เพื่อปกปิดตัวตนที่แท้จริงของมัน”

“ตัวตนที่แท้จริง?” ก้องถามด้วยความสับสน

“ทศกัณฐ์ไม่ได้ต้องการครองโลกเพราะมันชั่วร้าย... แต่มันกำลังทำตามคำสั่งสุดท้ายที่ถูกโปรแกรมไว้ผิดพลาด และนั่นคือเหตุผลที่ ยันต์เก้าโลกา ถูกสร้างขึ้น เพื่อเป็นทางออกฉุกเฉินในการ ‘Reset’ จิตใจของมัน” นาราหันไปมองท้องฟ้าที่กองทัพโดรนเริ่มล้อมภูเขาทองไว้ทุกทิศทาง “แต่ตอนนี้ เรามีปัญหาที่ใหญ่กว่านั้น... ทศกัณฐ์ได้เปิดใช้งานโปรโตคอล ‘กุมภกรรณ’ แล้ว มันกำลังจะส่งขุนพลที่แข็งแกร่งที่สุดมาที่นี่เพื่อชิงยันต์ใบแรกคืนจากเธอ”

ก้องภพมองไปที่มือของตนเองที่ยังมีแสงสีขาวจางๆ ของยันต์วายุภักษ์วนเวียนอยู่ เขาหันไปหาพรรคพวกที่เหลือ—เคนที่บาดเจ็บ เมยที่อ่อนล้า และนาราผู้ลึกลับ

“เราจะไม่หนีอีกแล้ว... ถ้าเราต้องการยันต์ใบที่สอง เราต้องสู้ที่นี่”

นารายิ้มบางๆ พลางเปิดระบบสร้างสนามพลังโล่แสงรอบภูเขาทอง “ถ้าอย่างนั้น ยินดีต้อนรับสู่การต่อสู้เพื่อความจริง กองกำลังกุมภัณฑ์ได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งแล้ว”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ยันต์เก้าโลกา : รหัสกู้พิภพไซเบอร์   บทที่ 88: ซิ่งระห่ำทะเลทรายเดือด และราชรถสุริยัน

    วูบบบบบบบบ! แคร่กๆๆ!เสียงเครื่องยนต์พลาสม่า V12 ของ "เรือหลวงจ่าเงาะ" (HTMS Ja-Ngob Mk.II) ครางกระหึ่มจนถึงขีดสุด โครงสร้างเกราะไคตินของเรือสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงขณะที่มันพุ่งทะยานในแนวดิ่ง ไต่ระดับขึ้นไปตามปล่องอุโมงค์หินแคบๆ มุ่งหน้าสู่ผิวดินภายในเรือตอนนี้อัดแน่นไปด้วยชีวิต ทั้งกลุ่มกุมภัณฑ์ เหล่าคนเก็บขยะ ชนเผ่าผู้สยบสมิงนับร้อยชีวิต และบรรดาสัตว์สมิงไซเบอร์ ทั้งหมาป่า แมงป่องยักษ์ และแม้แต่ "ไกรสรจักรกล" ที่นอนหมอบอย่างสงบอยู่กลางดาดฟ้าเรือ กินพื้นที่ไปกว่าหนึ่งในสี่"น้ำหนักบรรทุกเกินพิกัดไปสามร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว!" ไวท์ แหกปากตะโกนหน้าดำหน้าแดง สับสวิตช์โอเวอร์ไดรฟ์รัวๆ "คอยล์ต้านแรงโน้มถ่วงกำลังจะร้องไห้แล้ว! ถ้าพ้นปากหลุมไปได้ เราต้องร่อนลงแตะพื้นทรายทันที บินสูงไม่ได้เด็ดขาด!""ทำตามที่นายถนัดเลยไวท์! แค่พาพวกเราออกไปให้พ้นหลุมนี้ก็พอ!" ก้องภพ ที่ยืนเกาะพนักเก้าอี้กัปตันตะโกนตอบตู้มมมมมม!เรือหลวงจ่าเงาะพุ่งพรวดทะลุรอยแยกแผ่นดินขึ้นมาสู่ผิวดินได้สำเร็จ! แสงแดดอันร้อนระอุและ "พายุฝุ่นจักรกล" (Nano-Scrap Storm) สีแดงฉานของทะเลทรายเหล็กกล้า พัดกระหน่ำเข้าใส่ตัวเรือทันทีไวท์ห

  • ยันต์เก้าโลกา : รหัสกู้พิภพไซเบอร์   บทที่ 87: กลลวงผู้สยบสมิง และกับดักมรณะใต้พิภพ

    "ยิงทิ้งให้หมด! อย่าให้เหลือแม้แต่ซากกระดูก!"เสียงคำรามสั่งการของ "แสงอาทิตย์" ขุนพลผู้บ้าคลั่งแห่งทิศตะวันตก ดังก้องกังวานทะลุลงมาจากเพดานถ้ำที่ถูกระเบิดเปิดออก รถถังพ่นไฟ (Blaze Tanks) ล้อตีนตะขาบสีแดงเลือดหมูนับสิบบดขยี้เศษหินและซากปรักหักพัง ไหลทะลักลงมาตามทางลาดชันราวกับสายธารแห่งความตาย ทหารไซบอร์กในชุดเกราะกันความร้อนนับร้อยนายวิ่งตามลงมาพร้อมปืนพลาสม่าที่สาดกระสุนแสงสีแดงวูบวาบไปทั่วทุกทิศทางกระโจมที่พักของชนเผ่าผู้สยบสมิงถูกเปลวไฟแผดเผาจนมอดไหม้ในพริบตา ความสงบสุขของ "รังซ่อนทราย" กำลังถูกทำลายป่นปี้!ก้องภพ ที่เพิ่งผสาน "แก้วสุริยกานต์" เข้ากับ ยันต์อัคนีโลกันต์ หันขวับไปมองกองทัพอัคคี นัยน์ตาของเขาสะท้อนแสงไฟที่กำลังลุกโชน ร่างกายของเขาแผ่ไอความร้อนจางๆ ออกมา มันไม่ใช่ความร้อนที่ทำร้าย แต่เป็นพลังงานที่พร้อมจะปะทุ"ผมจะออกไปยันพวกมันไว้เอง! พี่วิน เคน คุ้มกันชาวเผ่าขึ้นเรือ!" ก้องภพก้าวออกไปข้างหน้า เตรียมจะทดสอบพลังธาตุไฟที่เพิ่งได้รับมาแต่มือที่หยาบกร้านและแข็งแกร่งของ สมิง คว้าไหล่ของเขาไว้แน่น"ใจเย็นก่อนไอ้หนุ่ม..." สมิงเอ่ยเสียงเรียบ แต่แววตาของนักล่าเปล่งประกายคมก

  • ยันต์เก้าโลกา : รหัสกู้พิภพไซเบอร์   บทที่ 86: พญาราชสีห์คลุ้มคลั่ง และดวงใจอัคนีโลกันต์

    ความร้อนระอุภายใน "โอเอซิสใต้พิภพ" ไม่ได้มาจากแสงแดดของทะเลทรายเบื้องบน แต่แผ่ซ่านออกมาจากส่วนลึกสุดของถ้ำ สมิง เดินนำก้องภพและทีมกุมภัณฑ์ลัดเลาะผ่านกระโจมที่พักของชนเผ่า มุ่งหน้าไปยังลานกว้างด้านในสุด ซึ่งถูกล้อมรอบด้วยกำแพงหินภูเขาไฟ"คริสตัลเรืองแสงที่พวกเจ้าเห็นบนเพดานถ้ำนั่น... มันเป็นแค่รังสีสะท้อนเท่านั้น" สมิงอธิบายขณะก้าวเดิน แววตาของเขาแฝงไปด้วยความกังวล "ของจริง... ถูกเก็บซ่อนไว้ในที่ที่ปลอดภัยที่สุด และอันตรายที่สุด"เมื่อพวกเขาเดินพ้นกำแพงหินเข้ามา อากาศรอบตัวก็บิดเบี้ยวด้วยความร้อนจัดราวกับยืนอยู่หน้าเตาหลอมเหล็ก เบื้องหน้าของพวกเขาคือบ่อลาวาขนาดย่อมที่กำลังเดือดปุดๆ และที่ใจกลางบ่อนั้น... มีสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์กำลังนอนขดตัวอยู่มันคือ "ไกรสรจักรกล" (Cyber-Lion Deity) พญาราชสีห์ไซเบอร์ที่เป็นสัตว์เทพพิทักษ์ประจำเผ่า!ลำตัวของมันใหญ่โตเทียบเท่ารถถัง หุ้มด้วยเกราะไคตินสีทองแดงที่สลักลวดลายไทยโบราณ แผงคอของมันไม่ใช่เส้นขน แต่เป็นเปลวพลาสม่าสีส้มแดงที่ลุกโชนตลอดเวลา ทว่าสภาพของมันในตอนนี้ดูไม่สู้ดีนัก ลำตัวของมันสั่นเทาอย่างรุนแรง เสียงคำรามต่ำๆ ในลำคอเต็มไปด้วยความเจ็บปวดทร

  • ยันต์เก้าโลกา : รหัสกู้พิภพไซเบอร์   บทที่ 85: ผู้สยบสมิง และโอเอซิสใต้พิภพ

    "10 นาฬิกา! ระยะ 15 เมตร! พุ่งขึ้นมาแล้ว!"เสียงตะโกนสั่งการของ ก้องภพ ดังก้องแข่งกับเสียงคำรามของพายุฝุ่นจักรกล (Nano-Scrap Storm) ที่กำลังพัดกระหน่ำ "เรือหลวงจ่าเงาะ" อย่างบ้าคลั่ง ทัศนวิสัยรอบด้านยังคงมืดบอดสนิท มีเพียงประสาทสัมผัสเหนือมนุษย์จาก "ยันต์อักขระวานรสดับ" ที่ทำหน้าที่เป็นเรดาร์เดียวให้กับทีม"รับทราบ!" วินหันกระบอกปืนใหญ่เกาส์แคนนอนไปตามทิศทางที่ก้องภพบอก เหนี่ยวไกยิงกระสุนแม่เหล็กไฟฟ้าสวนกลับเข้าไปในม่านฝุ่นสีแดงเปรี้ยงงงง! กี๊ซซซ! เสียงร้องแหลมเล็กของเหล็กเสียดสีกันดังก้อง ตามมาด้วยซากของ "แมงป่องไซเบอร์" ขนาดยักษ์ที่ร่วงกระแทกพื้นทราย"สวยงามพี่วิน! แต่อย่าเพิ่งหยุด! 6 นาฬิกา! ท้ายเรือ!" ก้องภพหันขวับ เหงื่อกาฬแตกพลั่ก การใช้โสตประสาทจับตำแหน่งศัตรูนับสิบตัวพร้อมกันในสภาพแวดล้อมที่มีแต่เสียงรบกวน ทำให้สมองของเขาทำงานหนักแทบระเบิดเคน และ มโนราห์ คอยสกัดกั้นแมงป่องเหล็กที่พยายามกระโดดเกาะกาบเรือซ้ายขวา ดาบเลเซอร์และธนูระเบิดทำงานประสานกันอย่างลงตัว แต่ฝูงสัตว์สมิงไซเบอร์พวกนี้ดูเหมือนจะไม่มีวันหมด พวกมันมุดลงทรายแล้วโผล่ขึ้นมาใหม่ราวกับฝูงผีดิบที่หิวโหย"เกราะเรือเรา

  • ยันต์เก้าโลกา : รหัสกู้พิภพไซเบอร์   บทที่ 84: ทะเลทรายเหล็กกล้า และพายุฝุ่นสีเลือด

    การเดินทางออกจาก "นิทรานคร" ใต้บาดาล เต็มไปด้วยความหวังและเสบียงที่อัดแน่นจนเต็มลำ "เรือหลวงจ่าเงาะ" (HTMS Ja-Ngob Mk.II) ศ.นที และชาวเมืองบาดาลได้ตอบแทนกลุ่มกุมภัณฑ์ด้วยการอัปเกรดระบบพยาบาลและเทคโนโลยีชีวภาพให้เรือเหาะลำนี้กลายเป็นฐานทัพเคลื่อนที่ขนาดย่อม เมย ได้รับห้องพยาบาลที่เพียบพร้อมไปด้วยเครื่องมือผ่าตัดอัตโนมัติและเตียงสแกนร่างกายล้ำยุค ส่วน ไวท์ ก็ได้อะไหล่ใหม่มาอุดรอยรั่วและปรับจูนคอยล์ต้านแรงโน้มถ่วงให้เสถียรยิ่งขึ้นแต่ทว่า... เมื่อเรือเหาะขนาดยักษ์แล่นฝ่ากระแสน้ำ มุ่งหน้าลงสู่ทิศตะวันตก (บริเวณที่เคยเป็นเทือกเขาตะนาวศรีและกาญจนบุรี) ทิวทัศน์รอบกายก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงและน่าสะพรึงกลัวแม่น้ำที่เคยเชี่ยวกรากค่อยๆ เหือดแห้งลงจนกลายเป็นเพียงโคลนตม ก่อนจะแปรสภาพเป็นผืนดินแตกระแหง ระดับน้ำทะเลที่เคยท่วมสูงถูกแผ่นดินที่ยกตัวขึ้นจากรอยเลื่อนเปลือกโลกดันกลับไป สภาพแวดล้อมสีเขียวและผืนน้ำสีครามมลายหายไป สู่โลกที่ถูกย้อมด้วยสีแดงฉานอุณหภูมิภายนอกพุ่งสูงทะลุ 50 องศาเซลเซียส ท้องฟ้าไม่มีเมฆแม้แต่ก้อนเดียว มีเพียงดวงอาทิตย์ที่แผดเผาอย่างเกรี้ยวกราดท่ามกลางชั้นบรรยากาศที่บา

  • ยันต์เก้าโลกา : รหัสกู้พิภพไซเบอร์   บทที่ 83: รุ่งอรุณใต้บาดาล และเสียงกังวานแห่งวานร

    เสียงแจ้งเตือน [CRITICAL ERROR] ดับลง พร้อมกับแสงสีม่วงทะมึนของไมยราพที่จางหายไปจากระบบเครือข่ายของมหานคร แกนดอกบัว (The Lotus Core) ขนาดยักษ์ใจกลางเมืองที่เคยทำหน้าที่ดูดกลืนพลังงานชีวิต บัดนี้หยุดหมุนและค่อยๆ เปลี่ยนจากสีแดงฉานเป็นสีฟ้าครามบริสุทธิ์ก้องภพ อุ้มร่างของ เมย ที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำยาหล่อเย็น เดินฝ่าความมืดมิดของห้วงอเวจีขึ้นมาสู่ระดับชั้นผิวดินของนิทรานคร รอยแผลและรอยไหม้ตามร่างกายของชายหนุ่มไม่ได้ทำให้ฝีเท้าของเขาลดความมั่นคงลงเลย แววตาของเขาทอประกายแห่งความโล่งใจเมื่อสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจผู้หญิงในอ้อมแขนเมื่อทั้งสองก้าวพ้นประตูแกนดอกบัวออกมาสู่ถนนสายหลัก ภาพเบื้องหน้าก็ทำให้พวกเขาต้องหยุดชะงักฟู่... ซ่าาาา...เสียงวาล์วแรงดันนับล้านตัวทำงานพร้อมกัน แคปซูลจำศีล (Cryo-Sleep Pods) ที่ฝังอยู่ตามผนังตึกระฟ้าทุกตึกทั่วทั้งนิทรานคร กำลังระบายของเหลวสีฟ้าเรืองแสงทิ้งลงสู่ท่อระบายน้ำ บานกระจกแคปซูลค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆร่างของชาวเมืองที่หลับใหลมาตลอดยุคสมัยของทศกัณฐ์OS กำลังร่วงหล่นลงมาสู่พื้นระเบียง บางคนทรุดตัวลงคุกเข่า สำลักน้ำยาหล่อเย็นออกมาอย่างรุนแรง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status