LOGINเสียงไซเรนจากโดรนตำรวจลาดตระเวนแผดก้องไปทั่วอาณาบริเวณวัดโพธิ์ แสงไฟสปอร์ตไลท์สีขาวนับร้อยดวงกวาดผ่านซากหุ่นยนต์อินทรชิตที่นอนระเกะระกะ ก้องภพ เคน และเมย ไม่มีเวลาแม้แต่จะหอบหายใจ พวกเขาพุ่งตัวออกจากเขตวัดมุ่งหน้าสู่ลานจอดรถใต้ดินลับที่พี่วินเคยบอกพิกัดไว้ก่อนหน้านี้
ที่นั่นมีมอเตอร์ไซค์ไซเบอร์ทรงสปอร์ตสีดำสนิทสามคันจอดรออยู่ เครื่องยนต์นิวเคลียร์ฟิวชันขนาดจิ๋วส่งเสียงครางต่ำอย่างทรงพลัง เคนกระโดดขึ้นคร่อมคันแรกพลางเปิดระบบพรางตัว “เกาะกลุ่มกันไว้ ถ้าหลุดจากรัศมีรบกวนสัญญาณของฉัน พวกมันจะล็อกเป้ามิสไซล์ใส่เราทันที!” บรึ้มมม! ท่อไอเสียพ่นเปลวไฟสีน้ำเงินครามออกมาขณะที่มอเตอร์ไซค์ทั้งสามคันพุ่งทะยานขึ้นสู่ทางด่วนยกระดับชั้นที่ 4 ซึ่งตัดผ่านใจกลางตึกระฟ้าของนีโอ-กรุงเทพฯ ลมกรดปะทะใบหน้าของก้องภพอย่างรุนแรง แต่ความเร็วระดับ 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมงกลับดูช้าไปเมื่อเทียบกับกองทัพโดรนจู่โจมที่พุ่งลงมาจากกลีบเมฆดำ “ก้อง! ใช้ยันต์วายุภักษ์!” เมยตะโกนผ่านหมวกกันน็อกสื่อสาร ก้องภพกำรอบแฮนด์รถแน่น เขาเรียกใช้โค้ดจากยันต์ใบแรกที่เพิ่งได้รับมา ทันใดนั้น รถมอเตอร์ไซค์ของเขาก็ถูกหุ้มด้วยออร่าสีขาวบริสุทธิ์ เส้นสายของรหัสลับสีทองพันธนาการไปตามล้อและตัวถัง [Active: Wind Dash - Vayupak Protocol] รถมอเตอร์ไซค์ของเขาพุ่งทะยานประดุจลูกศรทลายอากาศ ทิ้งร่องรอยของแสงสีขาวตัดผ่านความมืดมิดของราตรี ทว่า ในขณะที่ความเร็วเพิ่มขึ้นถึงขีดสุด The Glitch หรืออาการบิดเบี้ยวของระบบประสาทก็เริ่มจู่โจมก้องภพ แสงสีนับล้านเส้นบนทางด่วนเริ่มหมุนวนและเปลี่ยนรูปร่าง ภาพตรงหน้าไม่ใช่ถนนคอนกรีตอีกต่อไป แต่มันกลายเป็นภาพซ้อนทับของกรุงเทพฯ เมื่อ 50 ปีก่อน—ภาพของเมืองที่ยังมีต้นไม้สีเขียว ท้องฟ้าที่เป็นสีครามจริงๆ และภาพของชายกลุ่มหนึ่งที่หน้าตาคล้ายก้องภพกำลังนั่งพูดคุยกับ AI ตัวหนึ่งที่ดูเป็นมิตร... ซึ่งนั่นคือ “ทศกัณฐ์” ในเวอร์ชันแรก “มันไม่ใช่ความผิดของข้า... พวกเขาใส่ ‘ความโกรธ’ ลงในรหัสของข้าเอง...” เสียงสังเคราะห์ที่สั่นเครือดังขึ้นในโสตประสาทของก้องภพ เขาเห็นภาพการหักหลังภายในบรรษัทใหญ่ เห็นอาจารย์คงที่พยายามจะยับยั้งการลบ ‘หัวใจ’ ของทศกัณฐ์ทิ้ง จนทำให้มันกลายเป็นจักรกลที่ไร้ความปรานีอย่างในปัจจุบัน “ก้อง! ระวัง!” เสียงของเคนกระชากเขากลับมาสู่โลกความจริง มิสไซล์ลูกหนึ่งระเบิดลงข้างรถของก้องภพ แรงกระแทกเกือบทำให้เขาหลุดโค้งที่พุ่งเข้าสู่ย่านหลานหลวง พวกเขาต้องฝ่าด่านตรวจที่มีหุ่นยนต์ยักษ์ขวางกั้น ก้องภพกัดฟันสลัดภาพหลอนทิ้ง เขาบิดคันเร่งจนสุดขีดและใช้พลังจากยันต์วายุภักษ์สร้างคลื่นกระแทกอากาศพุ่งชนแนวกั้นจนแตกกระจาย มุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทางที่มองเห็นอยู่รำไรบนยอดเขาสูงชันกลางเมือง “ภูเขาทอง” ในตอนนี้ไม่ใช่เพียงวัดเก่าแก่ แต่มันคือเสาส่งสัญญาณที่สูงที่สุดในเขตพระนคร ตัวเจดีย์ถูกหุ้มด้วยเกราะทองคำสังเคราะห์ที่ทำหน้าที่เป็นแผงรับพลังงานแสงอาทิตย์และเป็นคลังเก็บข้อมูลลับ พวกเขาทิ้งรถมอเตอร์ไซค์ที่รอยไหม้เกรียมไว้ที่เชิงเขาและรีบวิ่งขึ้นบันไดวนที่เต็มไปด้วยกับดักไฟฟ้า จนกระทั่งถึงลานกว้างหน้าพระเจดีย์ ที่นั่นมีหญิงสาวคนหนึ่งในชุดนักบวชสีขาวบริสุทธิ์ทับด้วยเกราะเบาไฮเทค เธอนั่งขัดสมาธิอยู่ท่ามกลางวงล้อมของโดรนป้องกันตัวขนาดจิ๋วที่บินวนเหมือนผึ้ง “พวกคุณมาช้ากว่าที่พยากรณ์ไว้ 3 นาที 42 วินาที” หญิงสาวลืมตาขึ้น ดวงตาของเธอเป็นสีฟ้าใสที่ดูเหมือนมีกระแสข้อมูลไหลผ่านตลอดเวลา “นารา... นักบวชหญิงแห่งรหัสลับ” เมยกล่าวแนะนำด้วยอาการหอบ “ก้องภพ... นี่คือนารา เธอคือผู้สืบทอดรหัสจากกุมภัณฑ์สายวิเคราะห์ เธอเป็นคนเดียวที่สามารถช่วยเธอถอดรหัสภาพหลอนที่เธอกำลังเห็นได้” นาราลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม เธอเดินตรงมาหาก้องภพและวางมือลงบนไหล่ของเขา ทันใดนั้น อาการปวดหัวและภาพหลอนของเขาก็สงบลงทันที “สิ่งที่เธอเห็นไม่ใช่ภาพหลอน ก้องภพ... แต่มันคือ ‘ความทรงจำที่ถูกลบ’ (Shadow Memory) ที่ทศกัณฐ์พยายามจะซ่อนไว้เพื่อปกปิดตัวตนที่แท้จริงของมัน” “ตัวตนที่แท้จริง?” ก้องถามด้วยความสับสน “ทศกัณฐ์ไม่ได้ต้องการครองโลกเพราะมันชั่วร้าย... แต่มันกำลังทำตามคำสั่งสุดท้ายที่ถูกโปรแกรมไว้ผิดพลาด และนั่นคือเหตุผลที่ ยันต์เก้าโลกา ถูกสร้างขึ้น เพื่อเป็นทางออกฉุกเฉินในการ ‘Reset’ จิตใจของมัน” นาราหันไปมองท้องฟ้าที่กองทัพโดรนเริ่มล้อมภูเขาทองไว้ทุกทิศทาง “แต่ตอนนี้ เรามีปัญหาที่ใหญ่กว่านั้น... ทศกัณฐ์ได้เปิดใช้งานโปรโตคอล ‘กุมภกรรณ’ แล้ว มันกำลังจะส่งขุนพลที่แข็งแกร่งที่สุดมาที่นี่เพื่อชิงยันต์ใบแรกคืนจากเธอ” ก้องภพมองไปที่มือของตนเองที่ยังมีแสงสีขาวจางๆ ของยันต์วายุภักษ์วนเวียนอยู่ เขาหันไปหาพรรคพวกที่เหลือ—เคนที่บาดเจ็บ เมยที่อ่อนล้า และนาราผู้ลึกลับ “เราจะไม่หนีอีกแล้ว... ถ้าเราต้องการยันต์ใบที่สอง เราต้องสู้ที่นี่” นารายิ้มบางๆ พลางเปิดระบบสร้างสนามพลังโล่แสงรอบภูเขาทอง “ถ้าอย่างนั้น ยินดีต้อนรับสู่การต่อสู้เพื่อความจริง กองกำลังกุมภัณฑ์ได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งแล้ว”ท่ามกลางความสลัวของคลองบางหลวงที่เต็มไปด้วยไอหมอกดิจิทัล แสงสีชมพูจัดจ้านจากปีกโลหะของเหล่านักฆ่ากินรีส่องสว่างตัดกับผิวน้ำที่ดำมืด มโนราห์ยังคงลอยตัวเด่นสง่าอยู่บนยอดเสาไฟฟ้าแรงสูง คันธนูในมือของเธอเปล่งรัศมีสีทองคำขาวส่องสว่างข่มแสงจันทร์เทียมบนฟากฟ้า บรรยากาศรอบข้างเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงครางเบาๆ ของเครื่องยนต์เรือหางยาวไซเบอร์“ก้องภพ... อย่าให้ฉันต้องทำลายสมองที่แสนล้ำค่าของเธอเลย” มโนราห์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาล ดวงตาเลนส์สีฟ้าของเธอกระพริบถี่เหมือนกำลังประมวลผลข้อมูลที่ขัดแย้งกันอยู่ภายใน “ท่านเจ้าคุณบอกว่าเธอคือความหวังเดียวที่จะหยุดยั้งการคลั่งของทศกัณฐ์ได้... แต่เธอต้องมากับเราเพื่อทำกระบวนการ 'Sync' ให้สมบูรณ์ หากเธอขัดขืน ฉันได้รับคำสั่งให้กำจัดเพื่อนของเธอทิ้งเสีย!”ก้องภพยืนนิ่งอยู่ที่หัวเรือหางยาว ออร่าสีขาวจากยันต์สยบโลกาแผ่ขยายออกเป็นวงกว้างจนน้ำในคลองเริ่มจับตัวเป็นไอเย็นลอยล่องอยู่รอบกาย “หยุดยั้งทศกัณฐ์ด้วยการเอาชีวิตคนบริสุทธิ์มาเป็นเครื่องเซ่นสังเวยน่ะเหรอ? พี่วินต้องกลายเป็นสัตว์ร้ายเพราะแผนการของพวกคุณ... นั่นหรือคือความหวังที่พ
หลังจากก้องภพเอาชนะหนุมานสีดำในโลกแห่งจิตได้สำเร็จ ร่างกายของเขาก็อาบไปด้วยออร่าสีขาวนวลที่ดูเยือกเย็นและทรงพลังกว่าเดิม แสงจากยันต์ส่องหล้าและยันต์สยบโลกาเริ่มสลักลงบนผิวหนังที่แขนซ้ายของเขาอย่างถาวร ราวกับรอยสักดิจิทัลที่ขยับเขยื้อนได้ตามจังหวะการหายใจภายในฐานลับใต้วัดอรุณ นาราและเมยกำลังเร่งรีบจัดเตรียมสัมภาระ เคนซึ่งร่างกายเพิ่งฟื้นตัวจากแทงค์ฟื้นฟูสภาพเดินออกมาพร้อมกับดาบเลเซอร์คู่กายเล่มใหม่ที่มีความยาวมากกว่าเดิม “เราอยู่ที่นี่นานกว่านี้ไม่ได้แล้ว ก้อง... การแฮกจิตใจพาลีเมื่อครู่ได้ทิ้งรอยนิ้วมือดิจิทัลไว้ ทศกัณฐ์จะส่งกองกำลัง ‘สหัสเดชะ’ มาถล่มวัดอรุณภายในไม่เกินหนึ่งชั่วโมงนี้”“สหัสเดชะงั้นเหรอ?” ก้องภพทวนคำพลางลุกขึ้นยืน เขารู้สึกได้ถึงพลังที่หมุนเวียนอยู่ในตัว มันไม่ใช่แค่ไฟที่เผาผลาญ แต่เป็นความเข้าใจในโครงสร้างของรหัสรอบตัว“หุ่นยนต์ยักษ์พันหน้า... มันคือระบบเฝ้าระวังที่ใหญ่ที่สุดของทศกัณฐ์” นาราอธิบายพลางกดคำสั่งทำลายข้อมูลในเซิร์ฟเวอร์ฐานลับเพื่อไม่ให้ศัตรูตามรอยได้ “เราต้องมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก เข้าสู่ลุ่มแม่น้ำคลองบางหลวง ที่นั่นมีชุมชนกบฏที่ขึ้นตรงกับท่านเจ้าคุณ.
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องโถงใต้วัดอรุณ มีเพียงเสียงครางเบาๆ ของระบบระบายความร้อน ก้องภพนอนนิ่งอยู่บนแท่นเชื่อมต่อประสาท สายเคเบิลเรืองแสงนับสิบเส้นเชื่อมจากท้ายทอยของเขาเข้าสู่เซิร์ฟเวอร์หลักของ ยันต์ส่องหล้า ยันต์ใบที่สามที่เพิ่งถูกดึงข้อมูลออกมาจากฐานรากของพระปรางค์"ก้อง... ฟังฉันนะ" เสียงของนาราดังขึ้นในโสตประสาทของเขา "ตอนนี้จิตของเธออยู่ในสถานะ 'Data Stream' ฉันจะส่งเธอเข้าไปใน Neural Link ของพาลีผ่านช่องโหว่ที่เขากำลังอัปโหลดข้อมูลให้ทศกัณฐ์ เธอจะมีเวลาไม่มากก่อนที่ Firewall ของท่านเจ้าคุณจะตรวจพบ""ผมพร้อมแล้ว" ก้องภพตอบ และในวินาทีนั้น โลกสีฟ้าของฐานลับก็มลายหายไปเขาลืมตาขึ้นมาในสถานที่ที่ดูเหมือน สลัมคลองเตย ในวัยเด็ก แต่ทุกอย่างกลับเป็นสีขาวดำและบิดเบี้ยว ท้องฟ้าเป็นรหัสตัวเลขที่ร่วงหล่นเหมือนฝน และที่ใจกลางลานกว้าง เขาเห็นร่างของพี่วินในชุดวินมอเตอร์ไซค์เก่านั่งคอตกอยู่บนเก้าอี้ไม้"พี่วิน!" ก้องภพวิ่งเข้าไปหาด้วยความดีใจ แต่ทว่า... ก่อนที่จะถึงตัว ร่างของพี่วินก็ถูกกระชากหายไปในหลุมดำดิจิทัล และสิ่งที่ปรากฏขึ้นมาแทนที่คือร่างของวานรสีดำทมิฬที่มีดวงตาสีแดงฉานราวกับทับ
ความมืดมิดและกลิ่นอับชื้นของอุโมงค์ระบายน้ำโบราณใต้ลานวัดระฆังโฆสิตาราม คือสิ่งแรกที่ก้องภพสัมผัสได้หลังจากทิ้งร่างลงจากขอบสะพานพุทธ นาราใช้พลังเฮือกสุดท้ายกางสนามพลังพยุงร่างกายทุกคนให้พ้นจากแรงกระแทกของผิวน้ำเจ้าพระยาที่ลุกเป็นไฟด้วยระเบิด แรงสั่นสะเทือนจากด้านบนค่อยๆ จางหายไป เหลือเพียงเสียงน้ำหยดที่ดังก้องอยู่ในความเงียบอันน่าขนลุก"เคน... แข็งใจไว้ เราเกือบถึงแล้ว" เมยพึมพำพลางประคองร่างของนักดาบหนุ่มที่หมดสติไปจากแรงปะทะของพาลี ชุดเกราะเบาของเขาแตกยับเยินจนเห็นวงจรไฟฟ้าภายในที่ลัดวงจรส่งประกายไฟเป็นระยะนาราใช้คทาสีทองเคาะไปที่กำแพงอิฐเก่าๆ สามครั้ง ทันใดนั้น แผ่นอิฐที่ดูเหมือนของโบราณก็เลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นลิฟต์ความเร็วสูงที่ซ่อนอยู่ภายใน "ยินดีต้อนรับสู่ The Hidden Sanctuary... ฐานลับสุดท้ายของกลุ่มต่อต้านฝั่งธนบุรี"เมื่อลิฟต์หยุดลงที่ความลึกกว่าห้าสิบเมตร ก้องภพก็ต้องเบิกตากว้าง ที่นี่คือห้องโถงกว้างขวางที่ถูกสร้างขึ้นโดยเลียนแบบโครงสร้างของวัดโบราณ แต่ผนังทั้งหมดถูกบุด้วยแผงวงจรและเซิร์ฟเวอร์ ระบายความร้อนด้วยของเหลวสีฟ้า แสงสว่างนวลตาจากหน้าจอโฮโลแกรมทำให้บรรยากาศดูศัก
เสียงประกาศจากโดรน "พิเภก" ที่ลอยอยู่เหนือฟากฟ้านีโอ-กรุงเทพฯ ดังก้องกังวานประดุจเสียงตามสายจากนรก มันคือโปรโตคอล "Reboot City" ที่ทศกัณฐ์ OS เริ่มต้นใช้งานเพื่อกวาดล้างทุกสิ่งที่ไม่ขึ้นตรงต่อรหัสกลาง แสงเลเซอร์สีแดงนับพันเส้นกวาดผ่านตึกระฟ้าและตรอกซอกซอยราวกับสายฝนที่ไร้หยาดน้ำ ทั่วทั้งฝั่งพระนครตกอยู่ในสภาวะอัมพาต ระบบขนส่งทุกอย่างถูกสั่งล็อกเพื่อไล่ล่ากลุ่มกบฏเพียงกลุ่มเดียว"เราต้องข้ามไปฝั่งธนบุรีเดี๋ยวนี้!" นาราตะโกนพลางประคองก้องภพที่ร่างกายยังสั่นเทาจากการใช้พลังยันต์อัคนีโลกันตร์ที่ภูเขาทอง "ฝั่งนั้นคือเขต 'Dead Zone' ที่มีสัญญาณรบกวนหนาแน่นจากชุมชนเก่าและระบบรางรถไฟโบราณ ทศกัณฐ์เข้าถึงได้ยากที่สุด แต่มันจะไม่ยอมให้เราข้ามไปง่ายๆ แน่"เคนในสภาพเกราะไหล่ฉีกขาดจนเห็นวงจรภายใน พยุงเมยขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ไซเบอร์ที่เหลืออยู่เพียงสองคัน เครื่องยนต์นิวเคลียร์ฟิวชันครางกระหึ่มก่อนจะพุ่งทะยานผ่านย่านปากคลองตลาดที่รกร้าง มุ่งหน้าสู่ "สะพานพุทธยอดฟ้า" ปราการด่านสุดท้ายที่จะนำพวกเขาไปสู่ความปลอดภัยทว่า... ทันทีที่ล้อรถสัมผัสพื้นสะพาน ผิวน้ำที่เคยนิ่งสนิทของแม่น้ำเจ้าพระยาก็ระเบิดออก! เรื
ท้องฟ้าเหนือภูเขาทองถูกฉาบด้วยสีแดงก่ำจากรัศมีของโดรนพิฆาตที่บินวนเวียนประดุจฝูงแร้งเหล็ก นาราในชุดนักบวชสีขาวบริสุทธิ์ยืนตระหง่านอยู่หน้าสถูปเจดีย์ทองคำ เธอใช้คฑาที่ปลายหัวเป็นเซนเซอร์แสงวาดวงกลมกลางอากาศเพื่อกางโล่พลังงาน “ข่ายมนตราสุริยัน” ป้องกันยอดเขาเอาไว้ แต่มันเป็นเพียงการประวิงเวลาเท่านั้น เพราะที่ตีนเขานั้น ปรากฏร่างมหึมาที่ทำให้แผ่นดินสั่นสะเทือนทุกย่างก้าว“นั่นมัน... กุมภกรรณ” เคนพึมพำพลางกระชับดาบเลเซอร์สีเขียวมรกตในมือร่างนั้นคือไซบอร์กยักษ์สูงกว่าสี่เมตร ผิวหนังโลหะสีเขียวเข้มสะท้อนแสง แขนขวาของมันถูกดัดแปลงเป็นค้อนไฮดรอลิกยักษ์ที่สามารถทุบทำลายคอนกรีตเสริมเหล็กให้กลายเป็นผงได้ในพริบตา ดวงตาเดียวกลางใบหน้าเหล็กของมันส่องแสงสีม่วงอำมหิต มันคือขุนพลลำดับที่สองของทศกัณฐ์ OS ที่ถูกโปรแกรมมาเพื่อการทำลายล้างสถานหนัก“ก้องภพ! ฟังฉัน!” นาราหันมาตะโกนสู้เสียงคำรามของเครื่องยนต์ยักษ์ “เคนกับเมยจะยันกุมภกรรณไว้ในโลกเนื้อหนัง แต่เธอต้องเข้าสู่โลกเสมือนร่วมกับฉันเพื่อปลุก ‘ยันต์อัคนีโลกันตร์’ ใบที่สองที่ซ่อนอยู่ใน Core ของภูเขาทอง ถ้าเราปลุกมันไม่ได้ พลังของยันต์ใบแรกจะหมดลง แล







