เข้าสู่ระบบภายใต้ความสงัดของราตรีที่ปกคลุมด้วยหมอกควันสีม่วงจากมลพิษ นีโอ-กรุงเทพฯ ฝั่งพระนครดูเหมือนป่าเหล็กที่ไร้หัวใจ ก้องภพ เคน และเมย ลอบคลานผ่านอุโมงค์ระบายน้ำโบราณที่ถูกดัดแปลงเป็นทางลับเข้าสู่เขต "วัดโพธิ์"
"จำไว้ ก้อง... เป้าหมายคือเซิร์ฟเวอร์ฐานรากใต้พระพุทธไสยาสน์" เมยกระซิบผ่านระบบสื่อสารส่วนตัว "ทศกัณฐ์ส่งกองกำลัง 'อินทรชิต' มาล้อมที่นี่ไว้หมดแล้ว พวกมันมีเซนเซอร์ตรวจจับความร้อนและคลื่นสมอง อย่าให้หนุมานในตัวเธอแผลงฤทธิ์จนกว่าจะถึงจุดเชื่อมต่อ" เคนนำหน้าด้วยความเงียบเชียบราวกับเงา เขาใช้ดาบเลเซอร์ที่หรี่พลังงานต่ำสุดตัดผ่านตะแกรงเหล็กอย่างประณีต ทั้งสามลอบเข้ามาจนถึงโถงทางเดินไม้แกะสลักด้านหลังวิหารพระนอน แสงจันทร์จากโดรนตรวจการสาดส่องผ่านช่องหน้าต่างเป็นระยะๆ ทว่า... ในจังหวะที่ต้องข้ามขื่อไม้โบราณเพื่อเลี่ยงแสงเลเซอร์ ความผิดพลาดก็เกิดขึ้น ก้องภพที่เพิ่งผ่านการฝึกหนักจนร่างกายยังไม่สมดุล เกิดอาการล้าที่ขาจักรกลชั่วขณะ เขาเสียหลักไปชนกับแจกันกระเบื้องเคลือบโบราณที่ประดับด้วยชิปข้อมูล เคร้ง! เสียงเซรามิกแตกกระจายดังก้องไปทั่ววิหารที่เงียบสงัด เพียงเสี้ยววินาทีต่อมา แสงไฟสปอร์ตไลท์สีแดงฉานนับสิบดวงก็สาดพุ่งเข้ามาที่พวกเขาทันที! [ALERT: INTRUDER DETECTED IN SECTOR 7 - INITIATE DELETE PROTOCOL] "บัดซบเอ๊ย!" เคนสบถพลางกระชากดาบเลเซอร์ออกมากางเต็มพิกัด แสงสีเขียวมรกตสว่างวาบ "เมย! พาไอ้ก้องไปที่จุดเชื่อมต่อ! ฉันจะยันพวกมันไว้ตรงนี้เอง!" ประตูวิหารระเบิดออก กองทัพหุ่นยนต์อินทรชิตรูปร่างคล้ายลิงสีดำทมิฬที่มีแขนเป็นปืนกลเลเซอร์พุ่งเข้ามานับร้อยตัว เคนกระโจนเข้าใส่พวกมันเหมือนพายุหมุน ดาบของเขาตัดผ่านโลหะและวงจรไฟฟ้าจนเกิดประกายไฟกระเด็นไปทั่วลานวัด "ก้อง! ไม่มีเวลาแล้ว! ทศกัณฐ์เริ่มรันคำสั่งลบข้อมูลยันต์เก้าโลกาแล้ว!" เมยตะโกนพลางชี้ไปที่หน้าจอโฮโลแกรมที่เด้งขึ้นมากลางอากาศ [DELETE PROTOCOL: 01:59... 01:58...] ก้องภพกัดฟันวิ่งฝ่าดงกระสุนแสงเข้าไปหาฐานของพระนอนขนาดมหึมา เขาเสียบสาย Neural Link เข้ากับพอร์ตเชื่อมต่อที่ซ่อนอยู่หลังลายกนกที่เท้าพระพุทธรูปทันที โลกในดวงตาของก้องภพกลายเป็นรหัสสีทองที่กำลังถูกกัดกินด้วยหมอกสีดำของทศกัณฐ์ เขาเห็น "ยันต์ใบแรก" รูปทรงคล้ายจักรสีทองกำลังจะสลายไป "หนุมาน! ผมขอสั่ง... ขยับ!" ก้องภพคำราม ร่างกายในโลกความจริงของเขาเปล่งแสงสีขาวนวลสว่างจ้าจนหุ่นยนต์อินทรชิตที่อยู่รอบๆ ระบบการทำงานรวน ในโลกดิจิทัล ร่างอวตารวานรสีขาวพุ่งเข้าตะครุบจักรสีทองนั้นไว้ได้ในวินาทีที่ 00:01! วูบบบบ! คลื่นกระแทกข้อมูลมหาศาลระเบิดออกจากตัวก้องภพ รัศมีของมันทำลายวงจรของกองทัพหุ่นยนต์อินทรชิตในรัศมีร้อยเมตรจนนิ่งสนิท ก้องภพหอบหายใจอย่างรุนแรง ขณะที่ในมือของเขามีสัญลักษณ์ "ยันต์วายุภักษ์" ปรากฏขึ้น "เรา... ทำสำเร็จไหม?" ก้องถามด้วยเสียงที่แหบพร่า เคนเดินเข้ามาในสภาพที่เกราะไหล่ฉีกขาดแต่ใบหน้ายังนิ่งเฉยเขามองดูยันต์ที่ข้อมือของก้อง "นี่แค่ใบแรก... และตอนนี้ทศกัณฐ์รู้แล้วว่า 'หนุมาน' ไม่ใช่แค่ตำนาน แต่มันคือภัยคุกคามที่ต้องกำจัดทิ้งด้วยพลังทั้งหมดที่มันมี" เมยเดินเข้ามากุมมือของก้อง "รีบไปจากที่นี่เถอะ ก่อนที่กองทัพหลวงจะยกมามากกว่านี้ ยันต์ใบถัดไปกำลังเรียกหาเรา... ที่ 'ภูเขาทอง'"ท่ามกลางความสลัวของคลองบางหลวงที่เต็มไปด้วยไอหมอกดิจิทัล แสงสีชมพูจัดจ้านจากปีกโลหะของเหล่านักฆ่ากินรีส่องสว่างตัดกับผิวน้ำที่ดำมืด มโนราห์ยังคงลอยตัวเด่นสง่าอยู่บนยอดเสาไฟฟ้าแรงสูง คันธนูในมือของเธอเปล่งรัศมีสีทองคำขาวส่องสว่างข่มแสงจันทร์เทียมบนฟากฟ้า บรรยากาศรอบข้างเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงครางเบาๆ ของเครื่องยนต์เรือหางยาวไซเบอร์“ก้องภพ... อย่าให้ฉันต้องทำลายสมองที่แสนล้ำค่าของเธอเลย” มโนราห์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาล ดวงตาเลนส์สีฟ้าของเธอกระพริบถี่เหมือนกำลังประมวลผลข้อมูลที่ขัดแย้งกันอยู่ภายใน “ท่านเจ้าคุณบอกว่าเธอคือความหวังเดียวที่จะหยุดยั้งการคลั่งของทศกัณฐ์ได้... แต่เธอต้องมากับเราเพื่อทำกระบวนการ 'Sync' ให้สมบูรณ์ หากเธอขัดขืน ฉันได้รับคำสั่งให้กำจัดเพื่อนของเธอทิ้งเสีย!”ก้องภพยืนนิ่งอยู่ที่หัวเรือหางยาว ออร่าสีขาวจากยันต์สยบโลกาแผ่ขยายออกเป็นวงกว้างจนน้ำในคลองเริ่มจับตัวเป็นไอเย็นลอยล่องอยู่รอบกาย “หยุดยั้งทศกัณฐ์ด้วยการเอาชีวิตคนบริสุทธิ์มาเป็นเครื่องเซ่นสังเวยน่ะเหรอ? พี่วินต้องกลายเป็นสัตว์ร้ายเพราะแผนการของพวกคุณ... นั่นหรือคือความหวังที่พ
หลังจากก้องภพเอาชนะหนุมานสีดำในโลกแห่งจิตได้สำเร็จ ร่างกายของเขาก็อาบไปด้วยออร่าสีขาวนวลที่ดูเยือกเย็นและทรงพลังกว่าเดิม แสงจากยันต์ส่องหล้าและยันต์สยบโลกาเริ่มสลักลงบนผิวหนังที่แขนซ้ายของเขาอย่างถาวร ราวกับรอยสักดิจิทัลที่ขยับเขยื้อนได้ตามจังหวะการหายใจภายในฐานลับใต้วัดอรุณ นาราและเมยกำลังเร่งรีบจัดเตรียมสัมภาระ เคนซึ่งร่างกายเพิ่งฟื้นตัวจากแทงค์ฟื้นฟูสภาพเดินออกมาพร้อมกับดาบเลเซอร์คู่กายเล่มใหม่ที่มีความยาวมากกว่าเดิม “เราอยู่ที่นี่นานกว่านี้ไม่ได้แล้ว ก้อง... การแฮกจิตใจพาลีเมื่อครู่ได้ทิ้งรอยนิ้วมือดิจิทัลไว้ ทศกัณฐ์จะส่งกองกำลัง ‘สหัสเดชะ’ มาถล่มวัดอรุณภายในไม่เกินหนึ่งชั่วโมงนี้”“สหัสเดชะงั้นเหรอ?” ก้องภพทวนคำพลางลุกขึ้นยืน เขารู้สึกได้ถึงพลังที่หมุนเวียนอยู่ในตัว มันไม่ใช่แค่ไฟที่เผาผลาญ แต่เป็นความเข้าใจในโครงสร้างของรหัสรอบตัว“หุ่นยนต์ยักษ์พันหน้า... มันคือระบบเฝ้าระวังที่ใหญ่ที่สุดของทศกัณฐ์” นาราอธิบายพลางกดคำสั่งทำลายข้อมูลในเซิร์ฟเวอร์ฐานลับเพื่อไม่ให้ศัตรูตามรอยได้ “เราต้องมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก เข้าสู่ลุ่มแม่น้ำคลองบางหลวง ที่นั่นมีชุมชนกบฏที่ขึ้นตรงกับท่านเจ้าคุณ.
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องโถงใต้วัดอรุณ มีเพียงเสียงครางเบาๆ ของระบบระบายความร้อน ก้องภพนอนนิ่งอยู่บนแท่นเชื่อมต่อประสาท สายเคเบิลเรืองแสงนับสิบเส้นเชื่อมจากท้ายทอยของเขาเข้าสู่เซิร์ฟเวอร์หลักของ ยันต์ส่องหล้า ยันต์ใบที่สามที่เพิ่งถูกดึงข้อมูลออกมาจากฐานรากของพระปรางค์"ก้อง... ฟังฉันนะ" เสียงของนาราดังขึ้นในโสตประสาทของเขา "ตอนนี้จิตของเธออยู่ในสถานะ 'Data Stream' ฉันจะส่งเธอเข้าไปใน Neural Link ของพาลีผ่านช่องโหว่ที่เขากำลังอัปโหลดข้อมูลให้ทศกัณฐ์ เธอจะมีเวลาไม่มากก่อนที่ Firewall ของท่านเจ้าคุณจะตรวจพบ""ผมพร้อมแล้ว" ก้องภพตอบ และในวินาทีนั้น โลกสีฟ้าของฐานลับก็มลายหายไปเขาลืมตาขึ้นมาในสถานที่ที่ดูเหมือน สลัมคลองเตย ในวัยเด็ก แต่ทุกอย่างกลับเป็นสีขาวดำและบิดเบี้ยว ท้องฟ้าเป็นรหัสตัวเลขที่ร่วงหล่นเหมือนฝน และที่ใจกลางลานกว้าง เขาเห็นร่างของพี่วินในชุดวินมอเตอร์ไซค์เก่านั่งคอตกอยู่บนเก้าอี้ไม้"พี่วิน!" ก้องภพวิ่งเข้าไปหาด้วยความดีใจ แต่ทว่า... ก่อนที่จะถึงตัว ร่างของพี่วินก็ถูกกระชากหายไปในหลุมดำดิจิทัล และสิ่งที่ปรากฏขึ้นมาแทนที่คือร่างของวานรสีดำทมิฬที่มีดวงตาสีแดงฉานราวกับทับ
ความมืดมิดและกลิ่นอับชื้นของอุโมงค์ระบายน้ำโบราณใต้ลานวัดระฆังโฆสิตาราม คือสิ่งแรกที่ก้องภพสัมผัสได้หลังจากทิ้งร่างลงจากขอบสะพานพุทธ นาราใช้พลังเฮือกสุดท้ายกางสนามพลังพยุงร่างกายทุกคนให้พ้นจากแรงกระแทกของผิวน้ำเจ้าพระยาที่ลุกเป็นไฟด้วยระเบิด แรงสั่นสะเทือนจากด้านบนค่อยๆ จางหายไป เหลือเพียงเสียงน้ำหยดที่ดังก้องอยู่ในความเงียบอันน่าขนลุก"เคน... แข็งใจไว้ เราเกือบถึงแล้ว" เมยพึมพำพลางประคองร่างของนักดาบหนุ่มที่หมดสติไปจากแรงปะทะของพาลี ชุดเกราะเบาของเขาแตกยับเยินจนเห็นวงจรไฟฟ้าภายในที่ลัดวงจรส่งประกายไฟเป็นระยะนาราใช้คทาสีทองเคาะไปที่กำแพงอิฐเก่าๆ สามครั้ง ทันใดนั้น แผ่นอิฐที่ดูเหมือนของโบราณก็เลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นลิฟต์ความเร็วสูงที่ซ่อนอยู่ภายใน "ยินดีต้อนรับสู่ The Hidden Sanctuary... ฐานลับสุดท้ายของกลุ่มต่อต้านฝั่งธนบุรี"เมื่อลิฟต์หยุดลงที่ความลึกกว่าห้าสิบเมตร ก้องภพก็ต้องเบิกตากว้าง ที่นี่คือห้องโถงกว้างขวางที่ถูกสร้างขึ้นโดยเลียนแบบโครงสร้างของวัดโบราณ แต่ผนังทั้งหมดถูกบุด้วยแผงวงจรและเซิร์ฟเวอร์ ระบายความร้อนด้วยของเหลวสีฟ้า แสงสว่างนวลตาจากหน้าจอโฮโลแกรมทำให้บรรยากาศดูศัก
เสียงประกาศจากโดรน "พิเภก" ที่ลอยอยู่เหนือฟากฟ้านีโอ-กรุงเทพฯ ดังก้องกังวานประดุจเสียงตามสายจากนรก มันคือโปรโตคอล "Reboot City" ที่ทศกัณฐ์ OS เริ่มต้นใช้งานเพื่อกวาดล้างทุกสิ่งที่ไม่ขึ้นตรงต่อรหัสกลาง แสงเลเซอร์สีแดงนับพันเส้นกวาดผ่านตึกระฟ้าและตรอกซอกซอยราวกับสายฝนที่ไร้หยาดน้ำ ทั่วทั้งฝั่งพระนครตกอยู่ในสภาวะอัมพาต ระบบขนส่งทุกอย่างถูกสั่งล็อกเพื่อไล่ล่ากลุ่มกบฏเพียงกลุ่มเดียว"เราต้องข้ามไปฝั่งธนบุรีเดี๋ยวนี้!" นาราตะโกนพลางประคองก้องภพที่ร่างกายยังสั่นเทาจากการใช้พลังยันต์อัคนีโลกันตร์ที่ภูเขาทอง "ฝั่งนั้นคือเขต 'Dead Zone' ที่มีสัญญาณรบกวนหนาแน่นจากชุมชนเก่าและระบบรางรถไฟโบราณ ทศกัณฐ์เข้าถึงได้ยากที่สุด แต่มันจะไม่ยอมให้เราข้ามไปง่ายๆ แน่"เคนในสภาพเกราะไหล่ฉีกขาดจนเห็นวงจรภายใน พยุงเมยขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ไซเบอร์ที่เหลืออยู่เพียงสองคัน เครื่องยนต์นิวเคลียร์ฟิวชันครางกระหึ่มก่อนจะพุ่งทะยานผ่านย่านปากคลองตลาดที่รกร้าง มุ่งหน้าสู่ "สะพานพุทธยอดฟ้า" ปราการด่านสุดท้ายที่จะนำพวกเขาไปสู่ความปลอดภัยทว่า... ทันทีที่ล้อรถสัมผัสพื้นสะพาน ผิวน้ำที่เคยนิ่งสนิทของแม่น้ำเจ้าพระยาก็ระเบิดออก! เรื
ท้องฟ้าเหนือภูเขาทองถูกฉาบด้วยสีแดงก่ำจากรัศมีของโดรนพิฆาตที่บินวนเวียนประดุจฝูงแร้งเหล็ก นาราในชุดนักบวชสีขาวบริสุทธิ์ยืนตระหง่านอยู่หน้าสถูปเจดีย์ทองคำ เธอใช้คฑาที่ปลายหัวเป็นเซนเซอร์แสงวาดวงกลมกลางอากาศเพื่อกางโล่พลังงาน “ข่ายมนตราสุริยัน” ป้องกันยอดเขาเอาไว้ แต่มันเป็นเพียงการประวิงเวลาเท่านั้น เพราะที่ตีนเขานั้น ปรากฏร่างมหึมาที่ทำให้แผ่นดินสั่นสะเทือนทุกย่างก้าว“นั่นมัน... กุมภกรรณ” เคนพึมพำพลางกระชับดาบเลเซอร์สีเขียวมรกตในมือร่างนั้นคือไซบอร์กยักษ์สูงกว่าสี่เมตร ผิวหนังโลหะสีเขียวเข้มสะท้อนแสง แขนขวาของมันถูกดัดแปลงเป็นค้อนไฮดรอลิกยักษ์ที่สามารถทุบทำลายคอนกรีตเสริมเหล็กให้กลายเป็นผงได้ในพริบตา ดวงตาเดียวกลางใบหน้าเหล็กของมันส่องแสงสีม่วงอำมหิต มันคือขุนพลลำดับที่สองของทศกัณฐ์ OS ที่ถูกโปรแกรมมาเพื่อการทำลายล้างสถานหนัก“ก้องภพ! ฟังฉัน!” นาราหันมาตะโกนสู้เสียงคำรามของเครื่องยนต์ยักษ์ “เคนกับเมยจะยันกุมภกรรณไว้ในโลกเนื้อหนัง แต่เธอต้องเข้าสู่โลกเสมือนร่วมกับฉันเพื่อปลุก ‘ยันต์อัคนีโลกันตร์’ ใบที่สองที่ซ่อนอยู่ใน Core ของภูเขาทอง ถ้าเราปลุกมันไม่ได้ พลังของยันต์ใบแรกจะหมดลง แล







