Home / แฟนตาซี / ยันต์เก้าโลกา : รหัสกู้พิภพไซเบอร์ / บทที่ 7: ปราการสีทองและอสูรเหล็กกุมภกรรณ

Share

บทที่ 7: ปราการสีทองและอสูรเหล็กกุมภกรรณ

Author: Wanderer
last update Last Updated: 2026-01-16 12:50:54

ท้องฟ้าเหนือภูเขาทองถูกฉาบด้วยสีแดงก่ำจากรัศมีของโดรนพิฆาตที่บินวนเวียนประดุจฝูงแร้งเหล็ก นาราในชุดนักบวชสีขาวบริสุทธิ์ยืนตระหง่านอยู่หน้าสถูปเจดีย์ทองคำ เธอใช้คฑาที่ปลายหัวเป็นเซนเซอร์แสงวาดวงกลมกลางอากาศเพื่อกางโล่พลังงาน “ข่ายมนตราสุริยัน” ป้องกันยอดเขาเอาไว้ แต่มันเป็นเพียงการประวิงเวลาเท่านั้น เพราะที่ตีนเขานั้น ปรากฏร่างมหึมาที่ทำให้แผ่นดินสั่นสะเทือนทุกย่างก้าว

“นั่นมัน... กุมภกรรณ” เคนพึมพำพลางกระชับดาบเลเซอร์สีเขียวมรกตในมือ

ร่างนั้นคือไซบอร์กยักษ์สูงกว่าสี่เมตร ผิวหนังโลหะสีเขียวเข้มสะท้อนแสง แขนขวาของมันถูกดัดแปลงเป็นค้อนไฮดรอลิกยักษ์ที่สามารถทุบทำลายคอนกรีตเสริมเหล็กให้กลายเป็นผงได้ในพริบตา

ดวงตาเดียวกลางใบหน้าเหล็กของมันส่องแสงสีม่วงอำมหิต มันคือขุนพลลำดับที่สองของทศกัณฐ์ OS ที่ถูกโปรแกรมมาเพื่อการทำลายล้างสถานหนัก

“ก้องภพ! ฟังฉัน!” นาราหันมาตะโกนสู้เสียงคำรามของเครื่องยนต์ยักษ์

“เคนกับเมยจะยันกุมภกรรณไว้ในโลกเนื้อหนัง แต่เธอต้องเข้าสู่โลกเสมือนร่วมกับฉันเพื่อปลุก ‘ยันต์อัคนีโลกันตร์’ ใบที่สองที่ซ่อนอยู่ใน Core ของภูเขาทอง ถ้าเราปลุกมันไม่ได้ พลังของยันต์ใบแรกจะหมดลง และเราจะถูกบดขยี้ที่นี่!”

ก้องภพพยักหน้าด้วยแววตาแน่วแน่ เขานั่งขัดสมาธิลงข้างเจดีย์ทองคำ นาราเชื่อมต่อสาย Neural Link ระหว่างเธอกับก้องภพและพอร์ตข้อมูลของภูเขาทอง ทันทีที่กระแสข้อมูลไหลผ่าน ความรู้สึกเหมือนถูกกระชากวิญญาณก็เกิดขึ้นอีกครั้ง

ในโลกเนื้อหนัง (The Physical World):

กุมภกรรณเหวี่ยงค้อนยักษ์เข้าใส่โล่พลังงานของนาราจนเกิดเสียงระเบิดกังวานไปทั่วเขตพระนคร “พวกมดปลวกที่พยายามขัดขวางวิวัฒนาการ... จงกลายเป็นเศษเหล็ก!” เสียงสังเคราะห์ที่แหบต่ำของมันดังสนั่น เคนพุ่งตัวออกไปเหมือนลูกศรสีเขียว ดาบเลเซอร์ของเขาฟาดฟันเข้าที่ข้อต่อขาของยักษ์เหล็ก แต่เกราะของมันหนาเกินไปจนเกิดเพียงรอยถลอก

“เมย! สนับสนุนหน่อย!” เคนตะโกนพลางม้วนตัวหลบแรงกระแทกจากค้อนที่ทุบลงพื้นจนยุบเป็นหลุมกว้าง เมยร่ายรำพัดโฮโลแกรม ปล่อยไวรัสรบกวนการทรงตัว (Balance Disruption Virus) เข้าใส่เซนเซอร์ของกุมภกรรณ ทำให้มันชะงักไปชั่วครู่

“เร่งมือเข้าก้อง! เราจะต้านมันได้ไม่นาน!”

ในโลกไซเบอร์ (The Cyber World):

ก้องภพและนาราลืมตาขึ้นในมิติที่เป็นเปลวไฟสีดิจิทัลโชติช่วง ที่นี่คือห้องเครื่องของภูเขาทองซึ่งเต็มไปด้วยลาวาของข้อมูลที่ร้อนแรง กึ่งกลางแมกม่านั้นมีดาบยักษ์เล่มหนึ่งปักอยู่บนแท่นรหัสลับที่มีอักขระ “ยันต์เก้าโลกา” ใบที่สองสลักไว้

“นั่นคือยันต์อัคนีโลกันตร์ ก้อง... เธอต้องเข้าไปดึงมันออกมาด้วยมือของเธอเอง แต่ระวังนะ ไฟพวกนี้คือคำสั่ง ‘Delete’ ของทศกัณฐ์ ถ้าเธอแตะพลาด จิตสำนึกของเธอจะถูกลบทิ้งถาวร” นาราเตือนพลางใช้พลังช่วยสร้างสะพานข้อมูลให้ก้องเดินข้าม

ก้องภพเรียกพลังจากยันต์วายุภักษ์ใบแรก สร้างเกราะลมสีขาวห่อหุ้มร่างกายเพื่อต้านทานความร้อนจากรหัสทำลายล้าง เขาเดินฝ่าพายุเพลิงเข้าไปจนถึงแท่นดาบ ทุกก้าวที่เหยียบลงไป ความทรงจำที่ถูกบิดเบี้ยวเริ่มจู่โจมเขาอีกครั้ง เขาเห็นภาพพ่อของเขาที่เป็นหนึ่งในผู้สร้างยักษ์เหล่านี้ เห็นความเสียใจของพ่อที่เห็นผลงานตัวเองกลายเป็นอาวุธสังหาร

“พ่อ... ผมจะแก้ไขมันเอง” ก้องภพคำรามพลางคว้าด้ามดาบอัคนีไว้แน่น

ในโลกเนื้อหนัง:

กุมภกรรณเริ่มกู้ระบบคืนมาได้ มันใช้ปืนใหญ่ไอออนที่ไหล่สาดกระสุนเข้าใส่เคนและเมยอย่างบ้าคลั่ง เคนถูกแรงอัดระเบิดจนกระเด็นไปกระแทกกับฐานเจดีย์ เลือดสีแดงสดไหลซึมจากหน้าผาก “ไอ้หนู... ถ้าไม่เสร็จตอนนี้... เราตายกันหมดแน่...”

กุมภกรรณเงื้อค้อนยักษ์ขึ้นสูง หมายจะทุบลงที่ร่างของก้องภพและนาราที่กำลังอยู่ในภวังค์!

วินาทีสุดท้าย:

ก้องภพในโลกไซเบอร์กระชากดาบอัคนีออกมาได้สำเร็จ! แสงสีแดงเพลิงระเบิดออกจากตัวเขาในโลกความจริง ร่างของเขาลอยขึ้นจากพื้นดินพร้อมกับออร่าสีแดงแรงฤทธิ์ที่หมุนวนรอบตัวเป็นรูปหนุมานที่กำลังแผลงฤทธิ์ท่ามกลางกองไฟ

[Active: Agni Protocol - ยันต์อัคนีโลกันตร์]

ก้องภพลืมตาขึ้น ซึ่งตอนนี้กลายเป็นสีเพลิง เขาสะบัดมือเพียงครั้งเดียว คลื่นความร้อนมหาศาลก็พุ่งเข้าปะทะกับกุมภกรรณจนมันกระเด็นถอยหลังไปหลายเมตร เกราะโลหะสีเขียวของมันเริ่มหลอมละลายจากการโจมตีด้วยรหัสอุณหภูมิสูง

“นี่คือพลัง... ของยันต์ใบที่สอง” ก้องภพกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังกว่าเดิม เขาพุ่งเข้าหากุมภกรรณด้วยความเร็วของวายุและพลังทำลายของอัคคี ดาบแสงสีแดงปรากฏขึ้นในมือของเขา เขาฟันฉับเดียวตัดแขนค้อนไฮดรอลิกของกุมภกรรณจนขาดสะบั้น

“ระบบ... ล้มเหลว... ทศกัณฐ์... ข้าขอโทษ...” กุมภกรรณส่งเสียงขาดๆ หายๆ ก่อนที่ร่างยักษ์จะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยความร้อนมหาศาลจากภายใน

ความเงียบกลับมาสู่ภูเขาทองอีกครั้ง ก้องภพร่วงลงสู่พื้นด้วยความอ่อนแรง นารารีบเข้ามาประคองเขาไว้ แม้จะชนะ แต่ศึกนี้ใหญ่หลวงนัก ยันต์ใบที่สองได้รับการปลุกแล้ว แต่มันก็ส่งสัญญาณเตือนไปถึงทศกัณฐ์ว่า

“ผู้สืบทอดที่แท้จริง” ได้ปรากฏตัวขึ้นแล้วอย่างสมบูรณ์

“เราต้องรีบหนีไปฝั่งธนบุรี” นาราพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ทศกัณฐ์กำลังสั่ง Reboot เมืองหลวงทั้งระบบเพื่อหาตำแหน่งของเรา การต่อสู้ที่แท้จริง... เพิ่งจะเริ่มขึ้นเท่านั้น”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ยันต์เก้าโลกา : รหัสกู้พิภพไซเบอร์   บทที่ 12: ปีกเหล็กกลางนิมิตและคำสัญญาของมโนราห์

    ท่ามกลางความสลัวของคลองบางหลวงที่เต็มไปด้วยไอหมอกดิจิทัล แสงสีชมพูจัดจ้านจากปีกโลหะของเหล่านักฆ่ากินรีส่องสว่างตัดกับผิวน้ำที่ดำมืด มโนราห์ยังคงลอยตัวเด่นสง่าอยู่บนยอดเสาไฟฟ้าแรงสูง คันธนูในมือของเธอเปล่งรัศมีสีทองคำขาวส่องสว่างข่มแสงจันทร์เทียมบนฟากฟ้า บรรยากาศรอบข้างเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงครางเบาๆ ของเครื่องยนต์เรือหางยาวไซเบอร์“ก้องภพ... อย่าให้ฉันต้องทำลายสมองที่แสนล้ำค่าของเธอเลย” มโนราห์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาล ดวงตาเลนส์สีฟ้าของเธอกระพริบถี่เหมือนกำลังประมวลผลข้อมูลที่ขัดแย้งกันอยู่ภายใน “ท่านเจ้าคุณบอกว่าเธอคือความหวังเดียวที่จะหยุดยั้งการคลั่งของทศกัณฐ์ได้... แต่เธอต้องมากับเราเพื่อทำกระบวนการ 'Sync' ให้สมบูรณ์ หากเธอขัดขืน ฉันได้รับคำสั่งให้กำจัดเพื่อนของเธอทิ้งเสีย!”ก้องภพยืนนิ่งอยู่ที่หัวเรือหางยาว ออร่าสีขาวจากยันต์สยบโลกาแผ่ขยายออกเป็นวงกว้างจนน้ำในคลองเริ่มจับตัวเป็นไอเย็นลอยล่องอยู่รอบกาย “หยุดยั้งทศกัณฐ์ด้วยการเอาชีวิตคนบริสุทธิ์มาเป็นเครื่องเซ่นสังเวยน่ะเหรอ? พี่วินต้องกลายเป็นสัตว์ร้ายเพราะแผนการของพวกคุณ... นั่นหรือคือความหวังที่พ

  • ยันต์เก้าโลกา : รหัสกู้พิภพไซเบอร์   บทที่ 11: เงาเหนือคลองบางหลวงและการปรากฏตัวของกบฏนิรนาม

    หลังจากก้องภพเอาชนะหนุมานสีดำในโลกแห่งจิตได้สำเร็จ ร่างกายของเขาก็อาบไปด้วยออร่าสีขาวนวลที่ดูเยือกเย็นและทรงพลังกว่าเดิม แสงจากยันต์ส่องหล้าและยันต์สยบโลกาเริ่มสลักลงบนผิวหนังที่แขนซ้ายของเขาอย่างถาวร ราวกับรอยสักดิจิทัลที่ขยับเขยื้อนได้ตามจังหวะการหายใจภายในฐานลับใต้วัดอรุณ นาราและเมยกำลังเร่งรีบจัดเตรียมสัมภาระ เคนซึ่งร่างกายเพิ่งฟื้นตัวจากแทงค์ฟื้นฟูสภาพเดินออกมาพร้อมกับดาบเลเซอร์คู่กายเล่มใหม่ที่มีความยาวมากกว่าเดิม “เราอยู่ที่นี่นานกว่านี้ไม่ได้แล้ว ก้อง... การแฮกจิตใจพาลีเมื่อครู่ได้ทิ้งรอยนิ้วมือดิจิทัลไว้ ทศกัณฐ์จะส่งกองกำลัง ‘สหัสเดชะ’ มาถล่มวัดอรุณภายในไม่เกินหนึ่งชั่วโมงนี้”“สหัสเดชะงั้นเหรอ?” ก้องภพทวนคำพลางลุกขึ้นยืน เขารู้สึกได้ถึงพลังที่หมุนเวียนอยู่ในตัว มันไม่ใช่แค่ไฟที่เผาผลาญ แต่เป็นความเข้าใจในโครงสร้างของรหัสรอบตัว“หุ่นยนต์ยักษ์พันหน้า... มันคือระบบเฝ้าระวังที่ใหญ่ที่สุดของทศกัณฐ์” นาราอธิบายพลางกดคำสั่งทำลายข้อมูลในเซิร์ฟเวอร์ฐานลับเพื่อไม่ให้ศัตรูตามรอยได้ “เราต้องมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก เข้าสู่ลุ่มแม่น้ำคลองบางหลวง ที่นั่นมีชุมชนกบฏที่ขึ้นตรงกับท่านเจ้าคุณ.

  • ยันต์เก้าโลกา : รหัสกู้พิภพไซเบอร์   บทที่ 10: กระจกเงาสีดำและการกู้คืนวิญญาณ

    ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องโถงใต้วัดอรุณ มีเพียงเสียงครางเบาๆ ของระบบระบายความร้อน ก้องภพนอนนิ่งอยู่บนแท่นเชื่อมต่อประสาท สายเคเบิลเรืองแสงนับสิบเส้นเชื่อมจากท้ายทอยของเขาเข้าสู่เซิร์ฟเวอร์หลักของ ยันต์ส่องหล้า ยันต์ใบที่สามที่เพิ่งถูกดึงข้อมูลออกมาจากฐานรากของพระปรางค์"ก้อง... ฟังฉันนะ" เสียงของนาราดังขึ้นในโสตประสาทของเขา "ตอนนี้จิตของเธออยู่ในสถานะ 'Data Stream' ฉันจะส่งเธอเข้าไปใน Neural Link ของพาลีผ่านช่องโหว่ที่เขากำลังอัปโหลดข้อมูลให้ทศกัณฐ์ เธอจะมีเวลาไม่มากก่อนที่ Firewall ของท่านเจ้าคุณจะตรวจพบ""ผมพร้อมแล้ว" ก้องภพตอบ และในวินาทีนั้น โลกสีฟ้าของฐานลับก็มลายหายไปเขาลืมตาขึ้นมาในสถานที่ที่ดูเหมือน สลัมคลองเตย ในวัยเด็ก แต่ทุกอย่างกลับเป็นสีขาวดำและบิดเบี้ยว ท้องฟ้าเป็นรหัสตัวเลขที่ร่วงหล่นเหมือนฝน และที่ใจกลางลานกว้าง เขาเห็นร่างของพี่วินในชุดวินมอเตอร์ไซค์เก่านั่งคอตกอยู่บนเก้าอี้ไม้"พี่วิน!" ก้องภพวิ่งเข้าไปหาด้วยความดีใจ แต่ทว่า... ก่อนที่จะถึงตัว ร่างของพี่วินก็ถูกกระชากหายไปในหลุมดำดิจิทัล และสิ่งที่ปรากฏขึ้นมาแทนที่คือร่างของวานรสีดำทมิฬที่มีดวงตาสีแดงฉานราวกับทับ

  • ยันต์เก้าโลกา : รหัสกู้พิภพไซเบอร์   บทที่ 9: อารามใต้สมุทรและรหัสที่ถูกบิดเบือน

    ความมืดมิดและกลิ่นอับชื้นของอุโมงค์ระบายน้ำโบราณใต้ลานวัดระฆังโฆสิตาราม คือสิ่งแรกที่ก้องภพสัมผัสได้หลังจากทิ้งร่างลงจากขอบสะพานพุทธ นาราใช้พลังเฮือกสุดท้ายกางสนามพลังพยุงร่างกายทุกคนให้พ้นจากแรงกระแทกของผิวน้ำเจ้าพระยาที่ลุกเป็นไฟด้วยระเบิด แรงสั่นสะเทือนจากด้านบนค่อยๆ จางหายไป เหลือเพียงเสียงน้ำหยดที่ดังก้องอยู่ในความเงียบอันน่าขนลุก"เคน... แข็งใจไว้ เราเกือบถึงแล้ว" เมยพึมพำพลางประคองร่างของนักดาบหนุ่มที่หมดสติไปจากแรงปะทะของพาลี ชุดเกราะเบาของเขาแตกยับเยินจนเห็นวงจรไฟฟ้าภายในที่ลัดวงจรส่งประกายไฟเป็นระยะนาราใช้คทาสีทองเคาะไปที่กำแพงอิฐเก่าๆ สามครั้ง ทันใดนั้น แผ่นอิฐที่ดูเหมือนของโบราณก็เลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นลิฟต์ความเร็วสูงที่ซ่อนอยู่ภายใน "ยินดีต้อนรับสู่ The Hidden Sanctuary... ฐานลับสุดท้ายของกลุ่มต่อต้านฝั่งธนบุรี"เมื่อลิฟต์หยุดลงที่ความลึกกว่าห้าสิบเมตร ก้องภพก็ต้องเบิกตากว้าง ที่นี่คือห้องโถงกว้างขวางที่ถูกสร้างขึ้นโดยเลียนแบบโครงสร้างของวัดโบราณ แต่ผนังทั้งหมดถูกบุด้วยแผงวงจรและเซิร์ฟเวอร์ ระบายความร้อนด้วยของเหลวสีฟ้า แสงสว่างนวลตาจากหน้าจอโฮโลแกรมทำให้บรรยากาศดูศัก

  • ยันต์เก้าโลกา : รหัสกู้พิภพไซเบอร์   บทที่ 8: ยุทธนาวีเจ้าพระยาและเงาของพาลี

    เสียงประกาศจากโดรน "พิเภก" ที่ลอยอยู่เหนือฟากฟ้านีโอ-กรุงเทพฯ ดังก้องกังวานประดุจเสียงตามสายจากนรก มันคือโปรโตคอล "Reboot City" ที่ทศกัณฐ์ OS เริ่มต้นใช้งานเพื่อกวาดล้างทุกสิ่งที่ไม่ขึ้นตรงต่อรหัสกลาง แสงเลเซอร์สีแดงนับพันเส้นกวาดผ่านตึกระฟ้าและตรอกซอกซอยราวกับสายฝนที่ไร้หยาดน้ำ ทั่วทั้งฝั่งพระนครตกอยู่ในสภาวะอัมพาต ระบบขนส่งทุกอย่างถูกสั่งล็อกเพื่อไล่ล่ากลุ่มกบฏเพียงกลุ่มเดียว"เราต้องข้ามไปฝั่งธนบุรีเดี๋ยวนี้!" นาราตะโกนพลางประคองก้องภพที่ร่างกายยังสั่นเทาจากการใช้พลังยันต์อัคนีโลกันตร์ที่ภูเขาทอง "ฝั่งนั้นคือเขต 'Dead Zone' ที่มีสัญญาณรบกวนหนาแน่นจากชุมชนเก่าและระบบรางรถไฟโบราณ ทศกัณฐ์เข้าถึงได้ยากที่สุด แต่มันจะไม่ยอมให้เราข้ามไปง่ายๆ แน่"เคนในสภาพเกราะไหล่ฉีกขาดจนเห็นวงจรภายใน พยุงเมยขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ไซเบอร์ที่เหลืออยู่เพียงสองคัน เครื่องยนต์นิวเคลียร์ฟิวชันครางกระหึ่มก่อนจะพุ่งทะยานผ่านย่านปากคลองตลาดที่รกร้าง มุ่งหน้าสู่ "สะพานพุทธยอดฟ้า" ปราการด่านสุดท้ายที่จะนำพวกเขาไปสู่ความปลอดภัยทว่า... ทันทีที่ล้อรถสัมผัสพื้นสะพาน ผิวน้ำที่เคยนิ่งสนิทของแม่น้ำเจ้าพระยาก็ระเบิดออก! เรื

  • ยันต์เก้าโลกา : รหัสกู้พิภพไซเบอร์   บทที่ 7: ปราการสีทองและอสูรเหล็กกุมภกรรณ

    ท้องฟ้าเหนือภูเขาทองถูกฉาบด้วยสีแดงก่ำจากรัศมีของโดรนพิฆาตที่บินวนเวียนประดุจฝูงแร้งเหล็ก นาราในชุดนักบวชสีขาวบริสุทธิ์ยืนตระหง่านอยู่หน้าสถูปเจดีย์ทองคำ เธอใช้คฑาที่ปลายหัวเป็นเซนเซอร์แสงวาดวงกลมกลางอากาศเพื่อกางโล่พลังงาน “ข่ายมนตราสุริยัน” ป้องกันยอดเขาเอาไว้ แต่มันเป็นเพียงการประวิงเวลาเท่านั้น เพราะที่ตีนเขานั้น ปรากฏร่างมหึมาที่ทำให้แผ่นดินสั่นสะเทือนทุกย่างก้าว“นั่นมัน... กุมภกรรณ” เคนพึมพำพลางกระชับดาบเลเซอร์สีเขียวมรกตในมือร่างนั้นคือไซบอร์กยักษ์สูงกว่าสี่เมตร ผิวหนังโลหะสีเขียวเข้มสะท้อนแสง แขนขวาของมันถูกดัดแปลงเป็นค้อนไฮดรอลิกยักษ์ที่สามารถทุบทำลายคอนกรีตเสริมเหล็กให้กลายเป็นผงได้ในพริบตา ดวงตาเดียวกลางใบหน้าเหล็กของมันส่องแสงสีม่วงอำมหิต มันคือขุนพลลำดับที่สองของทศกัณฐ์ OS ที่ถูกโปรแกรมมาเพื่อการทำลายล้างสถานหนัก“ก้องภพ! ฟังฉัน!” นาราหันมาตะโกนสู้เสียงคำรามของเครื่องยนต์ยักษ์ “เคนกับเมยจะยันกุมภกรรณไว้ในโลกเนื้อหนัง แต่เธอต้องเข้าสู่โลกเสมือนร่วมกับฉันเพื่อปลุก ‘ยันต์อัคนีโลกันตร์’ ใบที่สองที่ซ่อนอยู่ใน Core ของภูเขาทอง ถ้าเราปลุกมันไม่ได้ พลังของยันต์ใบแรกจะหมดลง แล

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status