LOGINวันแรกของการทำงาน
เช้านี้บ้านยายแดงเงียบสงบ มีเพียงเสียงไก่ขันแว่ว ๆ กับกลิ่นหอมของข้าวต้มปลาที่ลอยอบอวลออกมาจากครัวเล็ก ๆ หลังบ้าน
แก้มตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างนัก ทั้งที่ปกติไม่เคยตื่นเช้าได้ขนาดนี้
เธอจัดการสวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อน กางเกงผ้าสีครีม ผมถูกรวบเป็นหางม้าเรียบร้อย ดูเรียบง่ายแต่สะอาดสะอ้านสมกับเป็น “วันแรกของการเริ่มงาน”
“วันนี้จะได้เริ่มทำงานจริง ๆ แล้วสินะ...”
หญิงสาวพึมพำกับตัวเองในกระจก ก่อนสูดหายใจลึกแล้วเดินออกจากห้อง
ยายแดงที่กำลังนั่งกินข้าวต้มอยู่ยิ้มบาง ๆ “ตื่นเช้าเชียวนะหลานยาย”
แก้มหัวเราะแหะ ๆ “ก็วันนี้วันแรกนี่คะ ยาย หนูตื่นสายไม่ได้”
ยังไม่ทันพูดจบ เสียงเครื่องยนต์กระบะคันคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากหน้าบ้าน
ยายแดงเหลือบมองออกไปแล้วหัวเราะเบา ๆ
“นั่นไง เสี่ยมาแล้ว เห็นมั้ยล่ะ บอกแล้วเขาจะมารับ”
“มารับหนูเหรอยาย!?”
“เออสิ เมื่อวานเสี่ยบอกเองว่าจะรับไปเอง วันแรกต้องไปพร้อมกัน จะได้แนะนำให้คนในออฟฟิศรู้จัก”
แก้มยกมือแตะแก้มตัวเองอย่างประหม่าทันที หัวใจเต้นแรงขึ้นแปลก ๆ ไม่รู้เพราะเขินหรือเพราะยังไม่ชินกับคำว่า “เสี่ยมารับ”
เมธลงจากรถด้วยชุดเชิ้ตสีขาวแขนพับถึงศอก กางเกงขายาวสีเข้ม ใบหน้าคมสงบแต่แววตาอบอุ่นราวกับแดดยามเช้า
เขายิ้มให้ยายแดงก่อนหันมาทางหญิงสาวที่ยืนกอดแฟ้มแน่นอยู่หน้าบ้าน
“พร้อมรึยัง แก้ม?”
“อ...อืม ค่ะ พร้อมค่ะ”
เธอตอบเสียงเบา แก้มเริ่มขึ้นสีเมื่อเห็นสายตาเขามองตั้งแต่หัวจรดเท้า
“แต่งตัวเรียบร้อยดีนี่”
“ขอบคุณค่ะ... พี่เมธ”
คำว่า พี่เมธ ที่เธอเรียกตามที่เขาขอในวันก่อน ทำเอาชายหนุ่มเผลอยิ้มกว้างออกมาโดยไม่รู้ตัว
“ดีมาก เรียกแบบนี้ฟังแล้วสบายหูขึ้นเยอะ”
ยายแดงแซวเสียงดัง “โอ๊ย ดูพี่เขายิ้มสิหลานยาย ถึงกับยิ้มไม่หุบเลย!”
เมธกระแอมแก้เขิน “ไปกันเถอะครับน้องแก้ม เดี๋ยวสาย”
บรรยากาศในรถเงียบไปพักหนึ่ง มีเพียงเสียงเพลงเบา ๆ คลอในลำโพง เมธเหลือบมองคนข้าง ๆ ที่นั่งตัวตรงอย่างเกร็ง มือกอดแฟ้มแน่นราวกับกลัวมันจะหล่น
“ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นหรอก พี่ไม่ได้จะสัมภาษณ์อะไรเราหรอกนะ”
แก้มหัวเราะแห้ง ๆ “ก็หนูไม่เคยทำงานในสวนแบบนี้นี่คะ กลัวทำพัง”
“พังยังไงล่ะ พี่ไม่ให้จับเครื่องจักรหรอก”
“อ้าว แล้วจะให้หนูทำอะไรล่ะคะ”
เขาแอบอมยิ้ม “เลขาฯ ส่วนตัว... ก็ช่วยดูเอกสาร จัดตารางประชุม แล้วก็...”
“แล้วก็อะไรคะ?”
“อยู่ใกล้ ๆ พี่ เผื่อพี่จะใช้งาน”
เสียงทุ้มต่ำลงนิด ๆ อย่างมีนัย แต่แก้มไม่ได้ทันคิดไปไกล เธอเพียงพยักหน้าเบา ๆ “ค่ะ หนูจะพยายามเต็มที่เลย”
เมธหัวเราะในลำคอ ถ้อยคำซื่อ ๆ ของเธอนั่นแหละที่ทำให้เขาอยากแกล้งต่ออีกหน่อย
เมื่อถึงสำนักงานสวนปาล์ม
“สวัสดีครับครับเสี่ย นี่ใช่คนที่เสี่ยพูดถึงเมื่อวานใช่ไหมครับ?” เสียงหัวหน้าคนงานเอ่ยถามทันทีที่เห็นหญิงสาวก้าวลงจากรถ
“อืม นี่แก้ม หลานยายแดง มาช่วยงานเอกสารที่นี่หน่อย” เมธพูดพลางพาเธอเดินเข้าไปในตึกเล็ก ๆ สองชั้นที่เป็นสำนักงานกลาง
พนักงานหลายคนแอบเหลือบมองด้วยความสนใจ โดยเฉพาะตอนที่เสี่ยเมธเป็นฝ่ายดึงเก้าอี้ออกให้เธอนั่งเอง ซึ่งปกติไม่เคยทำให้ใคร
“นี่โต๊ะเรานะ แก้ม นั่งตรงนี้ ใกล้ห้องพี่เลย”
“ค่ะ...” เธอตอบเสียงเบา พลางยิ้มเก้อ ๆ
“อยากได้กาแฟไหม เดี๋ยวพี่ให้เด็กชงให้”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ หนูเกรงใจ”
“อย่าเกรงใจสิ”
“ไม่เป็นไรจริง ๆค่ะพี่เมธ หนูไม่ค่อยชอบกาแฟสักเท่าไหร่”
“แล้วหนูชอบดื่มอะไร ไว้พี่จะฝากลูกน้องซื้อมาให้”
“หนูชอบดื่มชานม นมสด ปีโปปั่นอะไรแบบนั่นมากกว่าค่ะ แต่ไม่เป็นไรค่ะ แก้มเกรงใจจริง ๆ เด็กใหม่วันแรกจะใช้งานคนอื่นเลยมันดูไม่มีมารยาทค่ะ” แก้มได้แต่ส่ายหน้าเบา ๆ
“โอเคครับเด็กดี ไม่เอาก็ไม่เอา” เมธได้แต่ขำปนเอ็นดูเล็กน้อยกับมารยาทที่ดีของเธอ
หลังจากนั้นงานที่เธอได้รับมอบหมายเป็นเพียงแค่การจัดเอกสาร แก้มตั้งใจจัดแฟ้มเอกสารตามที่เขามอบหมาย ระหว่างนั้นเมธก็แวะออกมาดูเป็นระยะ
บางทีก็แกล้งยืนพิงโต๊ะคุยเฉย ๆ
“เหนื่อยไหม?”
“ยังค่ะ แค่จัดแฟ้มเอง”
“ถ้าเหนื่อย....ก็หนุดพักได้นะครับ”
“ขอบคุณค่ะ แค่นี้หนูไม่เหนื่อยหรอก”
ตอนเที่ยง
เมธเดินออกมาจากห้อง พร้อมโบกกุญแจรถในมือ
“ไปกินข้าวกันเถอะ”
“เอ๊ะ หนูเอาข้าวกล่องมาแล้วค่ะ”
“ไม่เอา ข้าวกล่องไว้เย็นนี้เถอะ วันนี้พี่อยากเลี้ยง”
“แต่...”
“ไม่มีแต่ ไปเถอะ ถือว่าเลี้ยงต้อนรับวันแรกของเลขาพี่”
เสียงเรียบแต่เด็ดขาดทำให้เธอต้องยอมเดินตาม รถคันเดิมมุ่งหน้าไปยังร้านอาหารเล็ก ๆ ริมถนน ร้านประจำของเขาเอง
“อ้าว เสี่ยเมธ มาแล้วเหรอคะ วันนี้จะรับอะไรดี”
เสียงฝน ลูกสาวเจ้าของร้านเอ่ยทักอย่างดีใจอีกครั้ง พร้อมรอยยิ้มหวานหยดย้อย
“ครับ วันนี้มากับเลขาผม”
เมธตอบเรียบ ๆ แล้วหันไปมองแก้มที่กำลังนั่งนิ่ง แววตาดูประหม่าเล็กน้อย
“น้องนี่เหรอคะ เลขาใหม่ของเสี่ย น่ารักจังเลย” ฝนพูดพลางยิ้มแต่สายตาแอบไล่มองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า
แก้มได้แต่ยิ้มสุภาพ ไม่รู้จะตอบยังไง
เมธเหมือนจะรับรู้ได้ เขาจึงพูดแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มอบอุ่น
“แก้มเป็นคนขยันนะครับ ฝากดูแลหน่อยนะฝน เดี๋ยวพี่พาเธอมากินบ่อย ๆ”
“ได้เลยค่ะ เสี่ย”
คำว่า พาเธอมากินบ่อย ๆ ทำเอาแก้มแอบกลืนน้ำลาย ไม่รู้เพราะเขินหรือเพราะหัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดจากอก
ระหว่างมื้ออาหาร เมธคอยตักกับข้าวใส่จานเธอเป็นระยะ
“กินเยอะ ๆ จะได้มีแรงทำงาน พี่ไม่อยากให้คนเก่งของพี่หมดแรงกลางวัน”
“พี่เมธ... หนูไม่ได้เก่งขนาดนั้น”
“แต่พี่ว่ามีแวว”
รอยยิ้มของเขาอบอุ่นจนเธอต้องหลบตา ก้มหน้ากินข้าวเงียบ ๆ ทั้งที่ใจเต้นแรงจนแทบระเบิด
หลังมื้อเที่ยง รถกระบะคันเดิมพาเธอกลับมาที่สวน เมธช่วยถือแฟ้มลงจากรถ ทั้งที่เธอยืนยันว่าไม่ต้อง
“ไม่เป็นไร ให้พี่ถือเถอะ มันหนักนะ”
“พี่เมธ...หนูเป็นเลขาพี่แค่แฟ้มหนูเธอเองก็ได้ค่ะ”
“แต่พี่กลัวว่ามือหนูจะเจ็บนะ มันหนักและหลายแฟ้มด้วย พี่เป็นหวงนะครับ”
คำสุดท้ายนั้นหลุดออกมาเบา ๆ เหมือนพูดลอย ๆ แต่กลับดังชัดเจนในใจของหญิงสาวจนหน้าแดงจัด
เมื่อถึงสำนักงานอีกครั้ง
แก้มนั่งลงตรงโต๊ะตัวเอง พยายามจดจ่อกับเอกสาร แต่ในหัวกลับวนเวียนอยู่กับคำพูดประโยคนั้น
“พี่เป็นห่วงนะครับ”
หัวใจเธอเต้นแรงไม่ยอมสงบ
ส่วนเสี่ยเมธที่ยืนมองเธอจากในห้องกระจก ยกมุมปากขึ้นน้อย ๆ สายตาอบอุ่นและมีประกายบางอย่างที่แม้แต่เขาเองก็เริ่มห้ามไม่ได้แล้ว
มันจะเว่อร์เกินไปแล้วค่าาา เสี่ยเมธ ใช่เลขาแน่นะ
ดูแลดีขนาดนี้ เดี๋ยวยัยหนูจะหลงเสี่ยแน่นอน
ดาวค้างฟ้า เหมือนรักที่ไม่สิ้นแสง [END]เสียงลมหายใจของธรรมชาติแผ่วเบา พัดพาเอากลิ่นหอมของใบไม้และไอดินหลังฝนเมื่อวันก่อนลอยมาปะปนกับกลิ่นอายเย็นของน้ำคลองใสที่ไหลผ่านด้านหลังบ้านพักไม้หลังเล็กรถสีดำเงาวับของเสี่ยเมธจอดอยู่ตรงลานดินริมรั้วไม้ไผ่ เขาเดินอ้อมไปเปิดประตูให้คนข้าง ๆ อย่างแผ่วเบา มือใหญ่รับมือเล็กไว้มั่นเหมือนกลัวว่าเธอจะลื่นล้ม“ค่อย ๆ นะครับหนู ทางมันชันนิดนึง เดินช้า ๆนะ”เสียงทุ้มต่ำแฝงด้วยความห่วงใยดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยนในดวงตาแก้มยกมืออีกข้างแตะท้องตัวเองที่เริ่มกลมได้รูป ริมฝีปากคลี่ยิ้มบาง ๆ “ขอบคุณค่ะ แต่พี่เมธก็ระวังตัวเองด้วย เดี๋ยวจะปวดหลังอีก”“พี่ปวดแค่ไหนก็ไม่เท่าหนูสะดุดล้มหรอกครับ” เขาพูดพร้อมโน้มตัวมาประคองเธอแน่นขึ้นอากาศบนเขาในฤดูต้นหนาวเย็นสบาย ลมพัดเอื่อยจนผมของแก้มปลิวผ่านไหล่ เธอสูดลมหายใจลึก ๆ อย่างรู้สึกสดชื่นเต็มปอด เสียงน้ำจากคลองเล็ก ๆ ไหลรินอยู่ไม่ไกล เสี่ยเมธพาเธอเดินช้า ๆ ไปยังชานไม้ของบ้านพักที่จัดไว้สำหรับพวกเขาสองคนเขายังไม่เคยปล่อยให้เธอเดินคนเดียวเลยตั้งแต่ตั้งครรภ์หกเดือน ตั้งแต่วันที่รู้ว่ากำลังจะมี “อีกหนึ่งชีวิต” ที่เกิดจากค
อาการแพ้ท้อง…แทนเมียณ บ้านไม้สักยามเช้าถูกโอบล้อมด้วยแสงแดดอุ่นและเสียงนกร้อง เสียงกาน้ำร้อนดัง “ติ๊ง” บอกให้รู้ว่าพร้อมชงกาแฟได้แล้วแก้มกำลังยืนอยู่ตรงเคาน์เตอร์ในครัว มืออีกข้างลูบหน้าท้องที่เริ่มมีนูนเล็ก ๆ ด้วยแววตาอ่อนโยน เจ้าตัวน้อยในท้องอายุได้ประมาณสามเดือนกว่าแล้วเธอหันไปมองคนที่ตอนนี้นั่งฟุบหน้าอยู่บนโต๊ะกินข้าวในสภาพที่ไม่ต่างจากคนเมาค้างเท่าไหร่ ใบหน้าคมเข้มของเสี่ยเมธซีดจางอย่างเห็นได้ชัด และมืออีกข้างกำลังถือผ้าเย็นไว้บนหน้าผากตัวเอง“พี่เมธ… เมื่อคืนก็กินข้าวไม่เยอะนะคะ ทำไมเช้านี้ยังจะอาเจียนอีกล่ะ”น้ำเสียงของแก้มมีทั้งความห่วงและความกลั้นหัวเราะ เพราะนี่มันไม่ใช่อาการของ “คนท้อง” แล้ว แต่มันคืออาการของ “คนแพ้ท้องแทนเมีย” ชัด ๆเสี่ยเมธเงยหน้าขึ้นมาพร้อมสีหน้าทรมาน “พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันแก้ม… แค่กลิ่นข้าวต้มก็จะอ้วกแล้ว”“อ้าว แล้วหนูจะกินยังไงละคะ?”“กินเถอะ พี่ขอไปนอนก่อนนะ เดี๋ยวได้อ้วกใส่ข้าวต้มจริง ๆ”พูดจบเขาก็ลุกพรวด เดินแทบจะวิ่งเข้าห้องน้ำไปอาเจียนเสียงดัง แก้มยืนมองตามหลังด้วยสีหน้าทั้งสงสาร ทั้งกลั้นหัวเราะไม่อยู่ ตั้งแต่เธอเริ่มตั้งครรภ์ เสี่ยเมธก็เริ่มม
พี่ดูแลหนูได้ตลอดชีวิตพร้อมข่าวดีแสงแดดอ่อนยามสายส่องลอดผ่านบานหน้าต่างไม้เข้ามาแตะผ้าม่านลูกไม้สีครีม ภายในห้องนอนใหญ่ของบ้านไม้สักอบอวลไปด้วยความเงียบสงบ มีเพียงเสียงลมหายใจของคนสองคนที่ซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนเดียวกันบนเตียงไม้ขนาดใหญ่ ร่างของชายหญิงคู่หนึ่งยังคงกอดกันแน่นในท่าที่คุ้นเคย เสียงลมหายใจอุ่นสม่ำเสมอของเสี่ยเมธพาดผ่านกลุ่มผมนุ่มของแก้มที่ซบอกเขาอย่างสบายพอแสงแดดสาดเข้าหน้า เสี่ยเมธขมวดคิ้วนิด ๆ ก่อนค่อย ๆ ลืมตาภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าอวบอิ่มของเมียตัวเองที่นอนหายใจเบา ๆ อยู่ในอ้อมแขนชายหนุ่มยิ้มบาง ๆ พลางยกมือลูบผมเธอเบา ๆ“น่ารักจริง ๆ นะ...เมียพี่เนี่ย”เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนก้มลงจูบหน้าผากของเธอเบา ๆ หนึ่งที“อื้อ...” เสียงครางแผ่วหลุดจากริมฝีปากของแก้มเมื่อรู้สึกถึงสัมผัสนั้น“ตื่นได้แล้วครับคุณภรรยา”เสียงทุ้มกระซิบข้างหู แต่เธอกลับงอแงเบา ๆ แล้วซุกหน้ากลับเข้ามาในอกเขาอีก“ขออีกห้านาทีได้มั้ยคะ...เมื่อคืนพี่กอดแน่นจะตายอยู่แล้ว”“อ้าว...ก็เมียพี่ตัวหอมแบบนี้ จะให้พี่นอนห่างได้ยังไงล่ะครับ” เขาหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะขยับตัวลงจากเตียงอย่างแผ่วเบา“งั้นนอนต่อเถอะ เดี๋ยว
เธอคือเมียผมออฟฟิศในบ่ายวันนั้น มีเสียงเครื่องปริ้น เสียงพูดคุย และกลิ่นกาแฟใหม่ ๆ ลอยอบอวลไปทั่วทั้งชั้น แต่อารมณ์ของ “มินท์” กลับไม่สดใสเหมือนคนอื่นเลยสักนิดเธอนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน สายตาเหม่อลอย ก่อนจะก้มดูโทรศัพท์ที่มีข้อความจากแม่ท“ป้าศรี”ข้อความสั้น ๆ แต่เหมือนก้อนหินก้อนใหญ่ทับกลางอก“มินท์ แม่ต้องใช้เงินด่วน บ้านเรากำลังจะโดนยึดแล้ว แกต้องทำยังไงก็ได้ เมื่อไหร่จะจับเสี่ยเมธได้สักที รีบจับเสี่ยเมธมาให้ได้ เข้าใจมั้ย!”หญิงสาวกัดริมฝีปากแน่น ความเครียด ความกลัว และแรงกดดันตีตื้นขึ้นมาพร้อมกันเธอรู้ดีว่าตอนนี้ครอบครัวของเธอกำลังล่มสลาย เพราะความมือเติบของแม่ตัวเอง แต่ในใจลึก ๆ ก็ยังเชื่อว่าถ้า “จับเสี่ยเมธได้” ทุกอย่างจะดีขึ้นและเมื่อรู้ว่า “พี่แก้ม” ไม่ได้มาทำงานในวันนี้ ความคิดนั้นก็ชัดเจนขึ้นในหัว ถึงแม้จะรู้เต็มอกว่าสองคนนั้นคบกัน“ยังไม่ได้แต่งนี่นา...”“งั้นก็ยังมีสิทธิ์...”ริมฝีปากของหล่อนยกยิ้มขึ้นจาง ๆ อย่างมีแผนบ่ายวันนั้น...ในห้องทำงานของเสี่ยเมธเสียงเคาะประตูดังขึ้นเบา ๆ ก่อนที่มินท์จะเปิดเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือเสี่ยเมธกำลังนั่งเช็กเอกสารรายงานยอดผลผลิตสวนอ
อยากกินอย่างอื่นมากกว่า 🔞แสงแดดยามสายลอดผ่านผ้าม่านสีครีมเข้ามาแตะปลายเตียง เสียงนกร้องอยู่นอกหน้าต่างคล้ายกำลังกล่อมให้บ้านไม้สักทั้งหลังยังคงอบอุ่นอยู่ในบรรยากาศเมื่อคืนเสียงโทรศัพท์ที่ดังต่อเนื่องทำให้เสี่ยเมธขยับตัวพลิกนอนหงาย ดวงตาคมกะพริบลืมขึ้นอย่างเชื่องช้า ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียง“ว่าา.. มีอะไร”เสียงทุ้มของเขาแผ่วต่ำกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด ราวกับคนเพิ่งตื่นเต็มตาปลายสายเป็นลูกน้องที่สวนโทรมาแจ้งเรื่องคนงานลืมขนผลผลิตขึ้นรถ เสี่ยเมธฟังพลางพยักหน้าเล็กน้อย“โอเค เดี๋ยวพี่เข้าไปดูตอนบ่าย ขอบคุณมาก”เขาวางสาย ก่อนจะหันไปมองคนข้าง ๆ ที่ยังคงนอนตะแคงหันหลังให้เขาอย่างสบายใจเส้นผมยาวยุ่งนิด ๆ ของแก้มกระจายอยู่บนหมอน ผ้าห่มสีขาวคลุมถึงหัวไหล่ เผยให้เห็นเพียงลำคอขาวนวลและรอยแดงจากการทำแสดงถึงความเป็นเจ้าของในเมื่อคืน ทำให้หัวใจคนมองเต้นแรงอย่างห้ามไม่อยู่เสี่ยเมธยิ้มบาง ๆ พลางพึมพำเบา ๆ “นี่มันเกือบเที่ยงแล้วนะครับคุณภรรยา...”ไม่มีเสียงตอบกลับ มีเพียงลมหายใจเบา ๆ ที่สม่ำเสมอ ริมฝีปากอิ่มนั่นเผยอเล็กน้อยคล้ายเด็กที่กำลังหลับฝันดีเขาขยับเข้าไปใกล้
อ้อมกอดของสามี 🔞เสียงลมในยามค่ำคืนพัดเอื่อย ๆ พาเอากลิ่นไม้หอมจางจากพื้นบ้านไม้สักลอยมาตามอากาศ แสงไฟอุ่นในโถงบ้านสะท้อนเงาคู่ของชายหญิงที่กลับมาจากอำเภอ... หลังจากเพิ่ง “จดทะเบียนสมรส” เสร็จหมาด ๆใบหน้ากลมของ “แก้ม” ยังแดงเรื่อไม่จางตั้งแต่เช้า ไม่ใช่เพราะแดด แต่เพราะคำที่เสี่ยเมธพูดตอนยื่นกระดาษสีชมพูในมือให้เธอดู“ตั้งแต่วันนี้ หนูเป็นภรรยาถูกต้องตามกฎหมายของพี่แล้วนะครับ...”แววตาเขาในตอนนั้นทำให้เธอพูดอะไรไม่ออก มีเพียงรอยยิ้มทั้งน้ำตาเท่านั้นที่ตอบกลับไปได้ตอนนี้ ทั้งคู่ยังคงนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น บ้านไม้สักอบอุ่นที่มีเพียงเสียงจิ้งหรีดร้องเป็นจังหวะเงียบสงบอยู่รอบตัว เสี่ยเมธนั่งเอนหลังพิงโซฟา มองใบหน้าของคนข้าง ๆ ที่กำลังจัดดอกไม้ลงในแจกันเล็ก ๆ บนโต๊ะ“คุณภรรยาพี่... ยังไม่ชินเหรอครับ กับคำนี้”เขาถามเสียงทุ้ม อ่อนโยนจนปลายเสียงแทบกลืนไปกับลมหายใจแก้มชะงักมือ “ยังค่ะ... มันแปลก ๆ”“แปลกยังไงครับ”“ก็... หนูไม่คิดว่าจะมีวันนี้...” เธอว่าเบา ๆ แล้วหลุบตาลงเสี่ยเมธขยับเข้ามาใกล้จนกลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ของเขาแตะปลายจมูก “พี่เองก็ไม่คิดเหมือนกัน ว่าจะเจอคนที่ทำให้หัวใจอยากหยุดอย







