เข้าสู่ระบบไอ้หมอนั้นมันเป็นใคร
เสียงเครื่องยนต์กระบะคันเดิมดังมาจากท้ายซอย บ้านยายแดงเงียบสงบเหมือนทุกเช้า แต่ต่างกันตรงที่เช้านี้...ไม่มีเงาของหญิงสาวอวบเดินรดน้ำต้นไม้หน้าบ้าน
เสี่ยเมธลดกระจกลง มองเข้าไปในรั้วไม้เก่า ๆ ด้วยแววตาเงียบงันปนหงุดหงิดเล็ก ๆ เขาเคาะพวงมาลัยเบา ๆ ก่อนจะพึมพำกับตัวเอง
“ไปไหนของเขานะ...”
เขาไม่ได้ตั้งใจจะพูดเสียงดัง แต่ยายแดงที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ใต้ต้นมะม่วงหัวเราะเบา ๆ เมื่อเห็นรถจอดอยู่หน้าบ้าน
“อ้าว เสี่ยเมธ มาแต่เช้าเลยนะ วันนี้ไม่ไปดูสวนเหรอ” ยายถามพลางพัดมือไปมาไล่ยุง ส่วนคนถูกถามกลับยิ้มเจื่อน ๆ
“สวนไปดูบ่าย ๆ ก็ได้ครับ ยาย…แวะมาดูว่ายายกินข้าวหรือยัง”
“เอ้า ไม่ต้องห่วงยายขนาดนั้นหรอก เสี่ยนี่มันใจดีจริง ๆ” ยายแดงยิ้มอย่างรู้ทัน “หรือแวะมาหาใครอีกคน?”
คำถามนั้นทำให้เสี่ยเมธยกมือเกาหลังคอ เหมือนคนที่โดนจับได้กลางคัน
“ยายก็พูดไปเรื่อย...ผมจะมาหาใครได้อีก”
ยายหัวเราะ หยิบขันน้ำมาวางตรงหน้า
“แก้มไม่อยู่หรอกวันนี้ ออกไปตั้งแต่เช้า บอกว่าจะเข้าไปในเมือง ไปรับเพื่อนที่สนามบิน เห็นว่าเพื่อนผู้ชายด้วยนะ เสี่ย”
“ผู้ชายเหรอ?”
เสียงเขาเรียบ แต่คิ้วขมวดแน่นราวกับไม่พอใจนัก
ยายแดงยักไหล่
“อืม...ชื่ออะไรนะ พล...อะไรสักอย่าง เห็นว่าเรียนด้วยกันมาแต่สมัยมหาลัย”
เสี่ยเมธนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนถอนหายใจ “งั้นผมกลับก่อนดีกว่า เดี๋ยวตอนเย็นจะแวะมาดูอีกที เผื่อแก้มกลับมาแล้ว”
ยายแดงมองตามแผ่นหลังกว้างที่เดินไปขึ้นรถอย่างกลั้นยิ้มไม่อยู่ “เสี่ยเอ๊ย...แวะทุกวันแบบนี้ ยายไม่ต้องถามก็รู้แล้วว่ามาหาใคร”
ขณะเดียวกัน ที่สนามบินในตัวจังหวัด
แก้มยืนมองกระเป๋าเดินทางสีเทาเลื่อนมาทางสายพานด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เธอสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงยีนส์ง่าย ๆ ผมรวบหางม้าเรียบร้อย
“แก้ม!”
เสียงทุ้มคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง ก่อนที่ร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มในเสื้อยืดกางเกงขายาวจะเดินเข้ามาใกล้พร้อมรอยยิ้มกว้าง
“พล!”
เธอเรียกชื่อเขาอย่างดีใจ แล้วรีบเข้าไปช่วยถือกระเป๋า
พีระพล หรือ “พล” เพื่อนสนิทจากที่เรียนมหาวิทยาลัย เป็นคนอัธยาศัยดี ยิ้มเก่ง และมักจะเป็นที่ชื่นชอบของทุกคน แต่สิ่งที่แก้มไม่รู้...คือเขาชอบเธอมานานแล้ว
“ไม่ได้เจอกันตั้งกี่เดือนเนี่ย แก้มยังเหมือนเดิมเลย อวบเหมือนเดิมด้วยนะ” เขาหัวเราะกลั้วเสียงล้อเล่น
“อ้วนปะล่ะ” แก้มแกล้งค้อน
“ไม่อ้วนหรอก น่ารักดีต่างหาก”
คำพูดนั้นทำให้แก้มยิ้มบาง ๆ แต่ไม่คิดอะไร
“มาอยู่หลายวันไหม”
“อาทิตย์นึงมั้ง อยากพักสมอง แล้วก็...อยากมาเจอแก้มด้วย”
น้ำเสียงจริงจังของพลทำให้เธอเลิกคิ้วขึ้นนิด แต่ยังไม่ทันตอบอะไร เขาก็เปลี่ยนเรื่อง
“ไปกินข้าวก่อนเถอะ ฉันยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เช้า”
แก้มพยักหน้า ทั้งคู่เดินออกจากสนามบินไปด้วยกัน ท่ามกลางแสงแดดอ่อน ๆ ของเช้าวันหยุด
บ่ายวันนั้น เสี่ยเมธนั่งอยู่ในห้องทำงานกว้างกลางสวนปาล์ม โทรศัพท์วางอยู่ตรงหน้า แต่เขากลับจ้องมันเหมือนของต้องห้าม
“จะโทรดีมั้ย แต่หากเธอรับแล้วจะพูดว่าอะไรดี แล้วนี่ก็วันหยุดเธอด้วย...” เขาบ่นกับตัวเอง แต่สุดท้ายก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเปิดไลน์ดูรูปโปรไฟล์ของแก้มแทน
มือหนาเลื่อนดูรูปเก่า ๆ ที่เธอเคยส่งมาให้เวลาทำงานรูปเอกสาร รูปขนมที่เธอซื้อมาแบ่งให้พนักงาน หรือแม้แต่รูปดอกไม้ที่เธอชอบถ่ายตอนเย็น เขายิ้มจาง ๆ อย่างห้ามไม่อยู่
“เพื่อนผู้ชายงั้นเหรอ...” เขาพึมพำ แล้ววางโทรศัพท์แรงกว่าปกติ
ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูดังขึ้น
“เสี่ยครับ มีคนโทรมาหาเรื่องเอกสารส่งออกเดือนหน้า จะให้ต่อสายไหมครับ?”
“ไว้พรุ่งนี้” เขาตอบสั้น ๆ เสียงเรียบ แต่ในใจกลับไม่ได้อยู่กับงานเลยแม้แต่น้อย
เย็นวันนั้น แก้มกลับมาถึงบ้านพร้อมพล ทั้งคู่หิ้วของฝากเต็มไม้เต็มมือ
“ยาย! แก้มกลับมาแล้ว”
“อ้าว กลับมาแล้วเหรอ” ยายแดงออกมาจากในครัว พอเห็นพลก็ยิ้มออก “อ้าว หนุ่มคนนี้เหรอ พล ที่แก้มพูดถึง”
“ครับยาย ผมพีระพลครับ เรียกสั้น ๆ ว่าพลก็ได้” เขารีบยกมือไหว้อย่างสุภาพ
“โอ๊ย หล่อเนอะเพื่อนหลานยาย” ยายหัวเราะ “เข้ามาสิ เดี๋ยวไปหาข้าวกินในบ้าน”
ระหว่างที่ทั้งสามคนคุยกันอยู่นั้น เสียงเครื่องยนต์กระบะคันคุ้นเคยก็ดังมาจากหน้าบ้านอีกครั้ง
“นั่นใครมาอีกละยาย” พลถามอย่างไม่คิดอะไร แต่แก้มกลับหน้าเริ่มซีด ๆ (ไม่รู้ทำไม) ทันทีที่เห็นรถคันนั้น
“เสี่ยเมธ...” เธอพึมพำเบา ๆ
รถหยุดสนิทตรงหน้ารั้ว เสี่ยเมธลงจากรถในชุดเสื้อเชิ้ตแขนพับกับกางเกงผ้าสีเข้ม หน้าตาเรียบเฉยแต่สายตากลับมองตรงมาที่เธอไม่วาง
“อ้าว เสี่ยมาอีกแล้วเหรอจ๊ะ” ยายแดงพูดเสียงดังด้วยท่าทีชินชา “วันนี้ไม่ได้เจอแก้มตั้งแต่เช้าเลยนะ”
เมธส่งยิ้มบาง ๆ ก่อนพูดเรียบ
“แวะมาดูว่ายายสบายดีไหม...ไม่คิดว่าจะมีแขก”
สายตาคมกริบเหลือบมองพลที่ยืนอยู่ข้างแก้ม ก่อนจะกลับมามองเธออีกครั้ง
“แก้ม...วันนี้ไปไหนมาเหรอครับ”
น้ำเสียงเขาดูเหมือนถามทั่วไป แต่กลับทำให้หัวใจเธอเต้นแรงอย่างบอกไม่ถูก
“เอ่อ...ไปรับเพื่อนที่สนามบินค่ะ นี่พล เพื่อนตอนเรียนด้วยกันค่ะ”
“ครับ สวัสดีครับคุณเสี่ยเมธ” พลยกมือไหว้อย่างสุภาพ
เมธพยักหน้า แต่แววตาไม่ได้อบอุ่นเหมือนทุกที
“อืม ยินดีที่ได้รู้จัก”
ยายแดงรีบพูดขึ้น
“เข้ามาสิ เสี่ย กำลังจะกินข้าวเย็นพอดี”
เมธยิ้มบาง ๆ แล้วพูดช้า ๆ “ไว้วันหลังก็ได้ครับ วันนี้เห็นแก้มมีแขกแล้ว”
เขาหันไปสบตาแก้มเพียงเสี้ยววินาที ก่อนหมุนตัวกลับไปขึ้นรถ เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นอีกครั้ง แล้วรถกระบะคันเดิมก็แล่นห่างออกไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่อธิบายไม่ได้
แก้มยืนนิ่งอยู่นานก่อนถอนหายใจ พลมองเพื่อนสาวด้วยสีหน้างง ๆ
“ใครเหรอ แก้ม ทำไมดูแกเคารพจัง”
“เสี่ยเมธ เจ้าของสวนปาล์มที่ฉันทำงานด้วยน่ะ”
“อ๋อ...” เขาพยักหน้า แต่สายตาที่มองตามรถที่เพิ่งขับออกไปกลับมีแววบางอย่างซ่อนอยู่
และในคืนนั้น เสี่ยเมธกลับมานั่งอยู่บนระเบียงบ้านคนเดียว ลมเย็นพัดผ่านต้นปาล์ม เสียงแมลงกลางคืนดังระงม เขายกแก้วกาแฟขึ้นจิบเบา ๆ แล้วพึมพำกับตัวเอง
“เพื่อนผู้ชายงั้นเหรอ...” ริมฝีปากหนายกขึ้นนิดหนึ่ง
ดาวค้างฟ้า เหมือนรักที่ไม่สิ้นแสง [END]เสียงลมหายใจของธรรมชาติแผ่วเบา พัดพาเอากลิ่นหอมของใบไม้และไอดินหลังฝนเมื่อวันก่อนลอยมาปะปนกับกลิ่นอายเย็นของน้ำคลองใสที่ไหลผ่านด้านหลังบ้านพักไม้หลังเล็กรถสีดำเงาวับของเสี่ยเมธจอดอยู่ตรงลานดินริมรั้วไม้ไผ่ เขาเดินอ้อมไปเปิดประตูให้คนข้าง ๆ อย่างแผ่วเบา มือใหญ่รับมือเล็กไว้มั่นเหมือนกลัวว่าเธอจะลื่นล้ม“ค่อย ๆ นะครับหนู ทางมันชันนิดนึง เดินช้า ๆนะ”เสียงทุ้มต่ำแฝงด้วยความห่วงใยดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยนในดวงตาแก้มยกมืออีกข้างแตะท้องตัวเองที่เริ่มกลมได้รูป ริมฝีปากคลี่ยิ้มบาง ๆ “ขอบคุณค่ะ แต่พี่เมธก็ระวังตัวเองด้วย เดี๋ยวจะปวดหลังอีก”“พี่ปวดแค่ไหนก็ไม่เท่าหนูสะดุดล้มหรอกครับ” เขาพูดพร้อมโน้มตัวมาประคองเธอแน่นขึ้นอากาศบนเขาในฤดูต้นหนาวเย็นสบาย ลมพัดเอื่อยจนผมของแก้มปลิวผ่านไหล่ เธอสูดลมหายใจลึก ๆ อย่างรู้สึกสดชื่นเต็มปอด เสียงน้ำจากคลองเล็ก ๆ ไหลรินอยู่ไม่ไกล เสี่ยเมธพาเธอเดินช้า ๆ ไปยังชานไม้ของบ้านพักที่จัดไว้สำหรับพวกเขาสองคนเขายังไม่เคยปล่อยให้เธอเดินคนเดียวเลยตั้งแต่ตั้งครรภ์หกเดือน ตั้งแต่วันที่รู้ว่ากำลังจะมี “อีกหนึ่งชีวิต” ที่เกิดจากค
อาการแพ้ท้อง…แทนเมียณ บ้านไม้สักยามเช้าถูกโอบล้อมด้วยแสงแดดอุ่นและเสียงนกร้อง เสียงกาน้ำร้อนดัง “ติ๊ง” บอกให้รู้ว่าพร้อมชงกาแฟได้แล้วแก้มกำลังยืนอยู่ตรงเคาน์เตอร์ในครัว มืออีกข้างลูบหน้าท้องที่เริ่มมีนูนเล็ก ๆ ด้วยแววตาอ่อนโยน เจ้าตัวน้อยในท้องอายุได้ประมาณสามเดือนกว่าแล้วเธอหันไปมองคนที่ตอนนี้นั่งฟุบหน้าอยู่บนโต๊ะกินข้าวในสภาพที่ไม่ต่างจากคนเมาค้างเท่าไหร่ ใบหน้าคมเข้มของเสี่ยเมธซีดจางอย่างเห็นได้ชัด และมืออีกข้างกำลังถือผ้าเย็นไว้บนหน้าผากตัวเอง“พี่เมธ… เมื่อคืนก็กินข้าวไม่เยอะนะคะ ทำไมเช้านี้ยังจะอาเจียนอีกล่ะ”น้ำเสียงของแก้มมีทั้งความห่วงและความกลั้นหัวเราะ เพราะนี่มันไม่ใช่อาการของ “คนท้อง” แล้ว แต่มันคืออาการของ “คนแพ้ท้องแทนเมีย” ชัด ๆเสี่ยเมธเงยหน้าขึ้นมาพร้อมสีหน้าทรมาน “พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันแก้ม… แค่กลิ่นข้าวต้มก็จะอ้วกแล้ว”“อ้าว แล้วหนูจะกินยังไงละคะ?”“กินเถอะ พี่ขอไปนอนก่อนนะ เดี๋ยวได้อ้วกใส่ข้าวต้มจริง ๆ”พูดจบเขาก็ลุกพรวด เดินแทบจะวิ่งเข้าห้องน้ำไปอาเจียนเสียงดัง แก้มยืนมองตามหลังด้วยสีหน้าทั้งสงสาร ทั้งกลั้นหัวเราะไม่อยู่ ตั้งแต่เธอเริ่มตั้งครรภ์ เสี่ยเมธก็เริ่มม
พี่ดูแลหนูได้ตลอดชีวิตพร้อมข่าวดีแสงแดดอ่อนยามสายส่องลอดผ่านบานหน้าต่างไม้เข้ามาแตะผ้าม่านลูกไม้สีครีม ภายในห้องนอนใหญ่ของบ้านไม้สักอบอวลไปด้วยความเงียบสงบ มีเพียงเสียงลมหายใจของคนสองคนที่ซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนเดียวกันบนเตียงไม้ขนาดใหญ่ ร่างของชายหญิงคู่หนึ่งยังคงกอดกันแน่นในท่าที่คุ้นเคย เสียงลมหายใจอุ่นสม่ำเสมอของเสี่ยเมธพาดผ่านกลุ่มผมนุ่มของแก้มที่ซบอกเขาอย่างสบายพอแสงแดดสาดเข้าหน้า เสี่ยเมธขมวดคิ้วนิด ๆ ก่อนค่อย ๆ ลืมตาภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าอวบอิ่มของเมียตัวเองที่นอนหายใจเบา ๆ อยู่ในอ้อมแขนชายหนุ่มยิ้มบาง ๆ พลางยกมือลูบผมเธอเบา ๆ“น่ารักจริง ๆ นะ...เมียพี่เนี่ย”เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนก้มลงจูบหน้าผากของเธอเบา ๆ หนึ่งที“อื้อ...” เสียงครางแผ่วหลุดจากริมฝีปากของแก้มเมื่อรู้สึกถึงสัมผัสนั้น“ตื่นได้แล้วครับคุณภรรยา”เสียงทุ้มกระซิบข้างหู แต่เธอกลับงอแงเบา ๆ แล้วซุกหน้ากลับเข้ามาในอกเขาอีก“ขออีกห้านาทีได้มั้ยคะ...เมื่อคืนพี่กอดแน่นจะตายอยู่แล้ว”“อ้าว...ก็เมียพี่ตัวหอมแบบนี้ จะให้พี่นอนห่างได้ยังไงล่ะครับ” เขาหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะขยับตัวลงจากเตียงอย่างแผ่วเบา“งั้นนอนต่อเถอะ เดี๋ยว
เธอคือเมียผมออฟฟิศในบ่ายวันนั้น มีเสียงเครื่องปริ้น เสียงพูดคุย และกลิ่นกาแฟใหม่ ๆ ลอยอบอวลไปทั่วทั้งชั้น แต่อารมณ์ของ “มินท์” กลับไม่สดใสเหมือนคนอื่นเลยสักนิดเธอนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน สายตาเหม่อลอย ก่อนจะก้มดูโทรศัพท์ที่มีข้อความจากแม่ท“ป้าศรี”ข้อความสั้น ๆ แต่เหมือนก้อนหินก้อนใหญ่ทับกลางอก“มินท์ แม่ต้องใช้เงินด่วน บ้านเรากำลังจะโดนยึดแล้ว แกต้องทำยังไงก็ได้ เมื่อไหร่จะจับเสี่ยเมธได้สักที รีบจับเสี่ยเมธมาให้ได้ เข้าใจมั้ย!”หญิงสาวกัดริมฝีปากแน่น ความเครียด ความกลัว และแรงกดดันตีตื้นขึ้นมาพร้อมกันเธอรู้ดีว่าตอนนี้ครอบครัวของเธอกำลังล่มสลาย เพราะความมือเติบของแม่ตัวเอง แต่ในใจลึก ๆ ก็ยังเชื่อว่าถ้า “จับเสี่ยเมธได้” ทุกอย่างจะดีขึ้นและเมื่อรู้ว่า “พี่แก้ม” ไม่ได้มาทำงานในวันนี้ ความคิดนั้นก็ชัดเจนขึ้นในหัว ถึงแม้จะรู้เต็มอกว่าสองคนนั้นคบกัน“ยังไม่ได้แต่งนี่นา...”“งั้นก็ยังมีสิทธิ์...”ริมฝีปากของหล่อนยกยิ้มขึ้นจาง ๆ อย่างมีแผนบ่ายวันนั้น...ในห้องทำงานของเสี่ยเมธเสียงเคาะประตูดังขึ้นเบา ๆ ก่อนที่มินท์จะเปิดเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือเสี่ยเมธกำลังนั่งเช็กเอกสารรายงานยอดผลผลิตสวนอ
อยากกินอย่างอื่นมากกว่า 🔞แสงแดดยามสายลอดผ่านผ้าม่านสีครีมเข้ามาแตะปลายเตียง เสียงนกร้องอยู่นอกหน้าต่างคล้ายกำลังกล่อมให้บ้านไม้สักทั้งหลังยังคงอบอุ่นอยู่ในบรรยากาศเมื่อคืนเสียงโทรศัพท์ที่ดังต่อเนื่องทำให้เสี่ยเมธขยับตัวพลิกนอนหงาย ดวงตาคมกะพริบลืมขึ้นอย่างเชื่องช้า ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียง“ว่าา.. มีอะไร”เสียงทุ้มของเขาแผ่วต่ำกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด ราวกับคนเพิ่งตื่นเต็มตาปลายสายเป็นลูกน้องที่สวนโทรมาแจ้งเรื่องคนงานลืมขนผลผลิตขึ้นรถ เสี่ยเมธฟังพลางพยักหน้าเล็กน้อย“โอเค เดี๋ยวพี่เข้าไปดูตอนบ่าย ขอบคุณมาก”เขาวางสาย ก่อนจะหันไปมองคนข้าง ๆ ที่ยังคงนอนตะแคงหันหลังให้เขาอย่างสบายใจเส้นผมยาวยุ่งนิด ๆ ของแก้มกระจายอยู่บนหมอน ผ้าห่มสีขาวคลุมถึงหัวไหล่ เผยให้เห็นเพียงลำคอขาวนวลและรอยแดงจากการทำแสดงถึงความเป็นเจ้าของในเมื่อคืน ทำให้หัวใจคนมองเต้นแรงอย่างห้ามไม่อยู่เสี่ยเมธยิ้มบาง ๆ พลางพึมพำเบา ๆ “นี่มันเกือบเที่ยงแล้วนะครับคุณภรรยา...”ไม่มีเสียงตอบกลับ มีเพียงลมหายใจเบา ๆ ที่สม่ำเสมอ ริมฝีปากอิ่มนั่นเผยอเล็กน้อยคล้ายเด็กที่กำลังหลับฝันดีเขาขยับเข้าไปใกล้
อ้อมกอดของสามี 🔞เสียงลมในยามค่ำคืนพัดเอื่อย ๆ พาเอากลิ่นไม้หอมจางจากพื้นบ้านไม้สักลอยมาตามอากาศ แสงไฟอุ่นในโถงบ้านสะท้อนเงาคู่ของชายหญิงที่กลับมาจากอำเภอ... หลังจากเพิ่ง “จดทะเบียนสมรส” เสร็จหมาด ๆใบหน้ากลมของ “แก้ม” ยังแดงเรื่อไม่จางตั้งแต่เช้า ไม่ใช่เพราะแดด แต่เพราะคำที่เสี่ยเมธพูดตอนยื่นกระดาษสีชมพูในมือให้เธอดู“ตั้งแต่วันนี้ หนูเป็นภรรยาถูกต้องตามกฎหมายของพี่แล้วนะครับ...”แววตาเขาในตอนนั้นทำให้เธอพูดอะไรไม่ออก มีเพียงรอยยิ้มทั้งน้ำตาเท่านั้นที่ตอบกลับไปได้ตอนนี้ ทั้งคู่ยังคงนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น บ้านไม้สักอบอุ่นที่มีเพียงเสียงจิ้งหรีดร้องเป็นจังหวะเงียบสงบอยู่รอบตัว เสี่ยเมธนั่งเอนหลังพิงโซฟา มองใบหน้าของคนข้าง ๆ ที่กำลังจัดดอกไม้ลงในแจกันเล็ก ๆ บนโต๊ะ“คุณภรรยาพี่... ยังไม่ชินเหรอครับ กับคำนี้”เขาถามเสียงทุ้ม อ่อนโยนจนปลายเสียงแทบกลืนไปกับลมหายใจแก้มชะงักมือ “ยังค่ะ... มันแปลก ๆ”“แปลกยังไงครับ”“ก็... หนูไม่คิดว่าจะมีวันนี้...” เธอว่าเบา ๆ แล้วหลุบตาลงเสี่ยเมธขยับเข้ามาใกล้จนกลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ของเขาแตะปลายจมูก “พี่เองก็ไม่คิดเหมือนกัน ว่าจะเจอคนที่ทำให้หัวใจอยากหยุดอย







