Mag-log inบทที่ 60 อวสาน“ร้องใหญ่แล้วสงสัยจะหิวมาก รีบพาเข้าไปเถอะแก” น้ำว่า“แม่ไปแล้วค่ะคุณลูก ไม่ร้องนะคะ” ฉันรีบลุกขึ้นอุ้มเจ้าตัวน้อยเข้าไปในห้องหลังจากได้ดื่มนมสมใจอยากแล้วเสียงร้องไห้งอแงก็เงียบสงบลง ได้ยินแค่เพียงเสียงริมฝีปากน้อย ๆ กำลังดูดน้ำนมอย่างหิวกระหาย เป็นภาพที่น่าเอ็นดูซะเหลือเกิน“หิวมากเ
บทที่ 59 เที่ยวนางโบ๊ทไม่สนใจคำประชดประชัน โพสต์ท่าราวกับนางแบบมืออาชีพ เชิดหน้าใส่อย่างไม่แคร์“คนจะสวยช่วยไม่ได้”“ค่ะสวยมาก” น้ำเหน็บแนมด้วยคำพูดและสีหน้า“ก่อนจะตีกันตายซะก่อนพี่ว่าเอาของไปเก็บก่อนดีไหม” พี่ต๋องเสนอความคิดเห็น“พี่ต๋องนั่นล่ะเอาไปเก็บน้ำจะไปเล่นกับหลาน”“ฉันด้วย” นางโบ๊ทจะเดินเ
บทที่ 58 มาช้าจริง“ขอบคุณอีกครั้งนะคะ ถ้ายังไงต้องได้รบกวนคุณหมออีกแน่นอน”“ครับผม”หลังจากนั้นเราก็แยกย้ายกัน คุณหมอกลับไปทำงาน ส่วนฉันกับครอบครัวก็ไปเที่ยวกันต่อ ใช้ชีวิตครอบครัวที่สมบูรณ์แบบให้หนำใจ ชดเชยในช่วงแรกที่เราเอาแต่ตั้งแง่ใส่กันการได้พบเจอและรู้จักใครสักคนฉันว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
บทที่ 57 ได้เลยครับตั้งแต่คลอดออมรักมายังไม่มีโอกาสเจอคุณหมอนทีเลยสักครั้ง วันนี้เราทั้งคู่จึงตั้งใจไปหาที่โรงพยาบาล เพื่อขอบคุณที่ช่วยทำคลอดในช่วงวิกฤติอย่างนั้นให้เราปลอดภัยทั้งแม่และลูก เรานัดกันที่ร้านกาแฟข้างโรงพยาบาล ประจวบเหมาะช่วงเวลาพัก คุณหมอจึงสามารถเจียดเวลาออกมาหาเราทั้งสามคนได้“ขอบคุ
บทที่ 56 ร้องให้พอ“ก็บอกว่าไม่ปล่อย แค่วันเดียวมึงจะตายหรือไง วันสุดท้ายแล้วนะเว้ย”“งั้นก็แล้วแต่ เพราะถึงยังไงมันก็เป็นวันสุดท้ายแล้ว ต่อไปก็ต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างไป” เจ้านายตอบกลับแบบไม่มีเยื่อใยเลยสักนิด นั่นทำให้ความกวนของยูโรแปรเปลี่ยนเป็นความน้อยใจฉันรับรู้มาโดยตลอดว่ายูโรพยายามมากแค่ไหน
บทที่ 55 ปล่อยกู“ที่สุด”“แสดงว่าฉันคงเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลกเช่นกันที่ได้สามีหล่อขนาดนี้”“แน่นอนครับผม ไม่มีใครจะหล่อกว่านี้อีกแล้ว”“และก็ไม่มีใครหลงตัวเองเท่านายอีกแล้ว”“ใครบอกว่าไม่มี ก็เธอไงหลงฉันกว่าที่ฉันหลงตัวเองซะอีก”“ใครบอกยะ”“ก็ฉันบอกอยู่นี่ไง”“พูดเองเออเอง” เบะปากใส่หนึ่งที
บทที่ 23ง้อเช้าวันใหม่ที่สดใสของฉันได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ฉันลุกขึ้นมาตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อช่วยแม่ทำกับข้าว เมื่อเสร็จแล้วก็นำถาดออกมาวางเรียงรายไว้บนโต๊ะหน้าบ้าน ก่อนจะนำถุงแกงที่เตรียมไว้ไปใส่บาตรเพื่อเอาฤกษ์เอาชัย นี่เป็นการตกงานที่มีความสุขที่สุดในโลกเลยล่ะ หลังจากช่วยแม่จัดร้านเรียบร้อยแล้ว ฉันก็
“โอเคๆ ก็ได้” พี่ต๋อยจำใจลุกขึ้นเดินไปข้างหน้าโต๊ะ แล้วทั้งสองนางก็เลือกเพลงที่จะร้องอย่างตั้งอกตั้งใจ“ถือว่าเป็นการเลี้ยงส่งแกละกันนะยัยดาว” พี่นุชเอ่ยด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม นางเป็นผู้จัดการที่นิสัยดีมาก ไม่ถือตัวกับลูกน้องตัวเล็กๆ อย่างฉันเลยสักครั้ง“ขอบคุณค่ะพี่นุช”“ถ้ามีอะไรให้ฉันช่วยก็บอก หรือ
“เสร็จแล้วก็รีบเอาถาดไปล้างกัน”“จ้ะแม่”เราสองแม่ลูกช่วยกันยกของเข้าไปในบ้าน แต่ในระหว่างเดินเข้าไปในบ้าน ก็มีเสียงใครบางคนเอ่ยจากด้านหลัง ได้ยินแค่เพียงคำแรกฉันก็รู้แล้วว่าเป็นใคร ทำไมถึงยังกล้าเสนอหน้ามาที่นี่อีกนะ“สวัสดีครับคุณแม่”เมื่อแม่รู้ว่าเป็นใครท่านก็ชักสีหน้าใส่ พร้อมพ่นคำก่นด่าออกไปทั
“ฉันก็จะส่งคนไปก่อกวนที่บ้าน จนกว่าเธอจะยอมกลับมาทำงาน”“บอส! หนูเริ่มจะทนไม่ไหวแล้วนะ” ฉันลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันทีที่เขาพูดจบ ความโมโหทำให้ฉันกำมือแน่นจนสั่น น้ำตาคลอเบ้ากำลังจะพังลงมาในอีกไม่ช้า สรุปว่าถึงยังไงเขาก็จะไม่ยอมเลิกตามราวีฉันใช่ไหม“ทำไม! เธอจะทำอะไรฉันห๊ะอิงดาว”เราทั้งสองคนเดินตรงเข้าม







