Home / รักโบราณ / ยามใบไผ่ต้องสายลม (ภาควัยเยาว์) / บทที่ 5 เชื้อเพลิงแห่งความริษยา และเด็กปากกล้า

Share

บทที่ 5 เชื้อเพลิงแห่งความริษยา และเด็กปากกล้า

“เฮ้ย! ไอ้ขี้ข้าหน้าแดงมันมาแล้ว!” เสียงใครคนหนึ่งล้อเลียนเมื่อกวนอูกำลังแบกน้ำจากบ่อหน้าเรือนไปเทลงโอ่งไหเงียบๆ

“อย่างเอ็ง มีดีก็แค่ใช้แรงให้อาจารย์เท่านั้นแหละ! ฮ่าฮ่าฮ่า!” อีกคนหนึ่งหัวร่อร่า

หนึ่งในคณะเด็กพาลพวกนั้น มีลิสง (呂嵩 : ลวี่สงในภาษาจีนกลาง) ลูกนายอำเภอผู้มีฐานะมาจากการขูดรีดลูกบ้านทั้งหลาย ซ้ำนายอำเภอฮอตังผู้เป็นบิดาก็ยังเลี้ยงดูลิสงแบบตามใจ แม้ลิสงจะได้มาเป็นศิษย์ของท่านโฮปิน การขัดเกลาชายหนุ่มคนนี้ เห็นทีจะได้แต่เปลือกนอกแห่งความเสแสร้งที่เขาสร้างมาก็เท่านั้น

เขายิ้มเยาะเย้ยเด็กหนุ่มที่อ่อนกว่าเขาราวๆ สามปี (แต่ก็ตัวพอๆ กับเขา) ได้ไม่นานก็เดินเข้าไปหาด้วยรอยยิ้มและไมตรีจิตที่ซุกซ่อนเจตนาร้าย เอามือจับบ่ากวนอูศิษย์ผู้น้องเบาๆ “นี่…อาอู ให้ข้าช่วยเจ้ามั้ย?”

“ขอบพระคุณขอรับ พี่ลิ–”

โครม!!! ซ่า!!!

ไม่ทันที่กวนอูจะพูดจบ ถังไม้ใส่น้ำที่เขาแบกหามมาถูกกระชากจากไหล่จนมันหล่นและน้ำก็หกราดพื้นหิน กระนั้น…แม้กวนอูถูกกระทำและถูกหัวเราะเยาะใส่ในฐานะ “คนโง่ที่ตามเกมคนฉลาด (แต่ชั่ว!) ไม่ทัน” เขาก็ไม่ตอบโต้อะไรกับพาลชนกลุ่มนั้นเลย…กลับย่อตัวลงไปหยิบถังไม้นั้นแล้วทำท่าจะเดินกลับไปที่บ่อน้ำเงียบๆ

ไม่โกรธ

ไม่ด่ากลับ

ไม่ตอบโต้ด้วยกำปั้นหรือข้าวของใกล้มือ …สมความเป็นลูกผู้ชายและลูกผู้ดีโดยแท้

อย่างน้อย เขาก็ยังไม่ตอบโต้พวกเด็กนั่นในตอนนี้ล่ะนะ ข้าว่าน่ะ…

นักดนตรีสะบัดสายพิณแล้วร้องลั่น : “ข้ารู้แล้วว่าไอ้ลิสงมันจะโดนท่านกวนตอนโตเล่นแน่! รอฟังได้เลย!” โว้ๆ ใจเย็นๆท่าน กฏแห่งกรรมได้ติดปีกไปมาหามันเร็วๆนี้นี่ล่ะ เมี้ยว~

ลิสงหัวเราะอย่างสะใจหลังแกล้งศิษย์น้อง “ฮะฮะ! ขี้ข้าแบบเอ็งน่ะ ก็อยู่ส่วนขี้ข้าไปเถอะโว้ย! เป็นที่รักของอาจารย์มากแค่ไหนแต่สุดท้ายเอ็งก็ต้องอยู่รับใช้เขาไปตลอดจนแก่นั่นล่ะไอ้โง่!”

‘เป็นขี้ข้าอาจารย์…ก็ดีกว่าพ่อท่านก็แล้วกัน’ เขาคิด แต่ไม่ตอบโต้ จิตใจยังคงจดจ่อกับการตักน้ำต่อไป พยายามตัดเสียงรบกวนนั้นออกด้วยความเพียรและสมาธิแทน จนกระทั่ง…มีเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากคนพวกนั้นจนเขาหันไปมอง

“โอ๊ย! ใครปาหินใส่ข้าวะ! หัวข้าแตกไหมเนี่ย?!” ลิสงเอามือกุมศีรษะอย่างเจ็บปวดปนโมโห แม้ไม่มีเลือดออกแต่มีรอยแดงจากอาการหัวโน พวกพ้องของเขาเริ่มงุนงงและเจ็บแค้น ใครหนอใคร…เป็นผู้กล้าลงมือกับลูกนายอำเภอผู้เป็นลูกพี่คนนี้?

“ข้านี่แหละ!”

เสียงเล็กแหลมที่คุ้นเคยดังมาจากอีกทาง พร้อมร่างเล็กของดรุณีน้อยแซ่โฮที่เดินมาทางพวกเขา ทุกสายตาจดจ้องนาง แม้แต่กวนอูที่กำลังจะยกถังน้ำก็ต้องวางมันลง…เพราะอึ้งกับวาจาและท่าทีของนางในวันนี้ ‘วันแรกๆ นี่ทั้งซนทั้งป่วน อีกวันเจ้าเดินตากฝนแล้วพูดปรัชญาใส่ข้า อีกวันนึงเล่าถึงพระศาสดาของพ่อกับเจ้าให้ข้าฟังเป็นฉากๆ …แล้ววันนี้…โอ๊ย อะไรเนี่ยเด็กคนนี้!’

“อาแช! เจ้าขอโทษพี่ลิสงเดี๋ยวนี้เลยนะ!”

“ถ้าเรื่องนี้ไปถึงหูท่านนายอำเภอ พ่อเจ้านี่แหละจะเดือดร้อนคนแรก!”

“พวกชาวหูก็สันดานนอกคอกแบบนี้! แม้แต่สตรีก็ไม่เกรงใจบุรุษ!”

ฯลฯ สารพัดที่พรรคพวกเด็กพาลจะเอามาขู่เข็ญ แต่อาแชไม่ได้กลัวเลยสักนิด ยังคงกอดอกมองพวกเขา ดวงตาที่เคยหวานซึ้งกลับกลายเป็นดวงตาคมดุที่จดจ้องทุกอย่างราวกับพิพากษา “อาแช! ข้าอายุสิบแปด! แก่กว่าเจ้าเกือบจะสิบปี! เจ้ากล้าพูดแบบนี้ได้ยังไง?!” ลิสงเดินเข้ามาใกล้พลางชี้หน้าด่าทอ ยกเอาเรื่องอาวุโสมาข่ม เด็กเก้าขวบแบบอาแชพ่นลม ยิ้มอย่างระอาใจก่อนจะตอบกลับชนิดว่ากวนอูที่มองห่างๆ ยังสะอึก

“โตกว่าหรือ? ใช่ในทางอายุ แต่ไม่ใช่ในทางคุณธรรมและปัญญานะลิสง พ่อข้าบอกว่า คนที่ฉลาดแม้จะอายุน้อยก็นับว่าเป็นผู้ใหญ่ แต่คนที่โตกว่าก็มิอาจนับเป็นผู้ใหญ่ได้…ถ้าไม่มีปัญญาและคุณความดีใดๆ เลย…แบบเจ้านี่แหละ!” ลิสงระเบิดอารมณ์พลางยกมือไม้ขึ้นเหนือหัวในขณะที่กรีดร้อง สักครู่ก็กำหมัดหมายจะลงมือกับเด็กหญิง แต่ก็ต้องถอยกรูดไปหาพวกที่กลัวพอๆ กันเมื่ออาแช บุตรีของอาจารย์และคนที่พวกเขาขู่ว่า “จะเดือดร้อนคนแรก”…

…หยิบเอากริชเล็กๆ ที่นางเหน็บข้างเอวออกมา

“เอาซี้ ท่านอาจารย์ที่พวกเจ้าขู่กันน่ะก็สอนให้ข้าป้องกันตัวจากคนชั่วๆ แบบพวกเจ้าเหมือนกัน” เด็กหญิงยังคงไม่วางตาพวกเด็กหนุ่มในขณะที่มือก็ถือกริชชี้หน้า “ถ้ากล้าสู้กับเด็กตัวเล็กๆ แบบข้า ก็มาเลย ข้าล่ะอยากรู้จริงๆว่าลิสง…จะเล่าเรื่องนี้กับบิดายังไง”

ความเงียบปกคลุมบริเวณนั้นชั่วครู่…แต่คนแบบลิสงก็ไม่ยอมแพ้เพราะกลัวอายที่แพ้คำเด็กตัวเล็กๆ เขาสาวเท้าเข้าหาแล้วง้างหมัดขึ้น

“ปากดีนักนะ! คิดว่าเป็นลูกอาจารย์แล้วจะตอแยอะไรข้าได้งั้นรึ?! เจอ-”

มือของเด็กหนุ่มคนนั้น…เด็กหนุ่มแซ่กวนที่พวกเขาริษยาชิงชังและรังแก เพราะเห็นว่าเป็นคนโง่เมื่อครู่ กำลังจับไปที่ข้อมือของลิสง หนุ่มฉกรรจ์วัย 18 ปีเริ่มรู้สึกเจ็บ…เมื่อกวนอูค่อยๆ เพิ่มแรงบีบทีละน้อย ทีละน้อย ครั้นมองตาเจ้าหนุ่มหน้าแดงก็พบว่าไม่มีสิ่งใดที่แสดงอาการโกรธขึ้งไปมากไปกว่าสายตาอันคมกริบดุจเหยี่ยวกำลังโฉบเหยื่อ

“พี่ลิสง…” กวนอูเอ่ยเสียงเรียบ แผ่ซ่านความหนาวเหน็บราวน้ำแข็งในเหมันตฤดู ชนิดที่อาแชที่อยู่ตรงนั้นก็ยังขนลุก “แกล้งข้า ข้าไม่ว่าหรอก แต่ถ้าท่านหรือพี่ๆ คนอื่นคิดจะมารังแกเด็กล่ะก็…”

“…ข้าอาจจะไม่ทนก็ได้นะ”

สุดท้าย…พวกเด็กเกเรก็ยอมล่าถอยไปเอง แม้จะมีคำสบถผ่านไปเบาๆในอากาศ ดุจสายลมและเศษฝุ่น ส่วนเด็กทั้งสองที่อยู่ตรงนั้น พวกเขามองตากันและกัน พร้อมความรู้สึกบางอย่างที่ยังไม่จางหาย

ไม่ใช่ความกลัว…ไม่ใช่ความโกรธ แต่เป็นบางสิ่งที่ตกค้างอยู่ในใจของเด็กทั้งสอง

“พี่กวน…สุดยอดเลย…”

“อื้อ ข้าแค่…ไม่ชอบเห็นเด็กหรือผู้หญิงถูกรังแก”

เด็กหญิงตัวเล็กแต่มีใจและปากที่กล้าหาญ กับเด็กชายผู้เงียบงันแต่มั่นคงในโลกที่กำลังคุกรุ่นด้วยภัยสงครามที่จะปะทุในอนาคตเมื่อพวกเขาเติบโต แต่อ้อมกอดที่ปกป้องและสายตาที่ท้าทายอธรรมในวันนี้ จะกลายเป็นบารมีของสองผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคหนึ่งที่จะมาถึง

และพวกเราก็ได้เพียงแต่รอและรอ

ให้พวกเขาเติบโตไปด้วยกัน เรียนรู้ด้วยกัน ผ่านนิทานที่ข้าพเจ้ากำลังเล่าอยู่นี่

อ้อ…หากพระแม่หูเยว่อยู่นี่ ท่านคงจะกระซิบข้าว่า “คนที่แกล้งพี่กวนน่ะ…ก็มีแค่ข้าเท่านั้นแหละ!”

พ่อค้าชาวเยว่จือ: “ก๊ากกกกกกก! ข้าเห็นด้วยๆ! พูดถูกแล้วนางวิฬาร์แห่งเสียนหลอ!”

นักรบพเนจร : “คนอื่นห้ามแกล้งว่าที่แฟน มีแต่ฉันเท่านั้นที่มีสิทธิแกล้ง! วี้ดวิ้ววววว!”

เฮ้อ…ใจเย็นเถอะน่าท่านทั้งหลายเอ๋ย เรื่องรักๆ ใคร่ๆ นั้นยังอีกยาวไกล แต่ถ้าท่านเริ่มลุ้น เริ่มให้กำลังใจกับพวกเขา…นั่นก็แปลว่า…ข้าประสบความสำเร็จในการทำให้พวกท่านร่วมเดินทางไปกับพวกเขาแล้วล่ะ…

เมี้ยว~

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ยามใบไผ่ต้องสายลม (ภาควัยเยาว์)   บทที่ 25 หนทางที่ยาวไกลกว่าสายเมฆหมอก

    กวนเต็งเชี้ยงมองภาพที่อยู่ในบ้านเรือนอันพังทลายด้วยแววตาที่เบิกกว้างและหัวใจที่เริ่มสั่นสะท้าน ลิสง รุ่นพี่อันธพาลที่สั่งการให้ลูกน้องผลักร่างบิดามารดาตกลงไปในบ่อน้ำหลังบ้านและพยายามจะล่วงเกินภรรยาของเขา บัดนี้กลายเป็นเพียงซากร่างที่แทบจะแหลกเละจากการจับเหวี่ยงไปฟาดกำแพงและเสาเรือน ตายไปในสภาพที่สมควรแก่บาปที่มันได้ก่อไว้กับชาวบ้านและสกุลกวนในค่ำคืนนี้ ไม่ไกลออกไปคือศพที่กองพะเนินของบรรดาลูกน้องที่ตามติดมาจากเรือนของนายอำเภอผู้เป็นบิดาของลิสง สภาพไม่ต่างกับนายของพวกมัน หรือบางที…ก็อาจจะแย่กว่า กลิ่นของความตายลอยมาแตะจมูกเขาจนเขาเริ่มกระอักกระอ่วน รู้ตัวอีกทีก็รีบเอามือที่ยังเปื้อนเลือดกุมปาก วิ่งไปด้านนอกเรือนแล้วขย้อนเอาอาหารออกมาจนแสบท้องไปหมด ‘มันถูกแล้ว…ที่เจ้าทำมันถูกแล้ว กวนอู…พวกมันสมควรตาย!’ เสียงของสัญชาตญาณตะโกนก้องในที่ที่มีเขาเท่านั้นที่ได้ยิน ‘ไม่…ต่อให้คนคนหนึ่งจะชั่วร้ายจนสมควรตาย…แต่เราไม่ใช่เพชฌฆาต! นี่มัน…นี่มันผิด! ผิดต่ออาญาบ้านเมือง! ผิดต่อศีลธรรม!’ เสียงของเหตุผลดังขึ้นโต้ตอบ เต็งเชี้ยงลุกขึ้น วิ่งไปที่ตุ่มน้ำซึ่งตั้งอยู่ข้างครัว ยกฝาแล้วเอากระบวยวักตักน้ำ

  • ยามใบไผ่ต้องสายลม (ภาควัยเยาว์)   บทที่ 24 คืนที่ฟ้าอาบย้อมด้วยเลือด

    “อะไรนะ?!” นายอำเภอแห่งฮอตังเอ็ดตะโร ในขณะที่บุตรชายสุดสวาทกึ่งนั่งกึ่งนอนให้คนใช้ทำแผลให้ “ไอ้เจ้าลูกผู้ดีตกอับนั่นมันทำร้ายเจ้ารึ?!” “โอ๊ย! ใช่น่ะสิ ท่านพ่อ!” ลิสงตอบบิดาพร้อมๆ กับโอดโอยจากความเจ็บที่มาจากการต่อสู้เมื่อวาน “ข้าชักจะทนมันไม่ไหวแล้วนะ! ไม่รู้ว่าฟ้าจะส่งมันมาเกิดทำไม?!” นายอำเภอแซ่ลิเดินไปมาอยู่ครู่หนึ่ง ตรึกตรองแผนการชั่วร้ายบางอย่างในใจ ก่อนจะเดินมาที่ตั่งไม้ที่บุตรชายกำลังนอนแซ่วอยู่ ก่อนจะเอ่ยปากไล่พวกคนใช้ “พวกเจ้าทั้งหมดออกไป! ข้าจะคุยกับลูกสงตามลำพัง!” “เอ่อ แต่ว่า…” “ข้าสั่งก็รีบๆ ไปสิ!” “ข…ขอรับ” ครั้นเหล่าบ่าวไพร่หลีกตัวออกจากตรงนั้นไป สองพ่อลูกก็กระซิบกระซาบแผนการทันที “ส่งคนไปจับพวกมัน ไม่ว่าจะกวนอี้พ่อของมัน แม่มัน รวมถึงลูกเมียมันสิ แล้วลูกสงจะทำอะไรก็เรื่องของลูกแล้ว” “แต่ท่านพ่อ บุกไปดุ่มๆ ไม่ได้นา” “พ่อก็จะให้คนของเราทำทีว่ามาตามตัวโจรที่หลบหนี แล้วพอเราหาไม่เจอ…ค่อยยัดข้อหาว่าให้ที่กบดานไม่ก็ช่วยโจรหลบหนี” “โอ้โห! ล้ำเลิศจริงๆ! งั้นคราวนี้ข้าขอนำคนไปนะ!” “อืม ตามใจเจ้าเถอะ” ท่านทั้งหลาย ก่อนที่ข้าจะเล่าเรื่องต่อไป ใครในที่นี้เคยฝันบ้าง? ย

  • ยามใบไผ่ต้องสายลม (ภาควัยเยาว์)   บทที่ 23 ความอดทนที่เริ่มหมดลงไป

    ลิสงบุตรนายอำเภอเหล่มองโฮแชง้วย แล้วก็ศิษย์น้องแบบเต็งเชี้ยง ก่อนจะหันเหสายตามาที่…อาเป๋งที่กำลังกอดมารดาตัวสั่น ไม่มีแม้แต่เสียงร้องไห้หรือเสียงอ้อแอ้ใดๆ ออกมาจากปากของเด็กชายเลย “เจ้า…” โฮแชง้วยกอดลูกแน่นขึ้น “มาที่นี่มีจุดประสงค์ใดกันแน่?” ลิสงไม่ตอบแต่ถามนางกลับไป “นั่นลูกสาวเจ้าหรือ? น่ารักน่าเอ็นดู” ว่าจบก็เอี้ยวตัวเพื่อจะจับแก้มเด็กนั้น แต่เต็งเชี้ยงขยับตัวมาขวางทาง พร้อมกับจ้องมองลิสงกลับไปด้วยดวงตาที่เริ่มดุดันทีละน้อยๆ “นั่นลูกชายข้า…อาเป๋ง” เต็งเชี้ยงตอบห้วนๆ โฮแชง้วยกระชับลูกชายในอ้อมกอดให้แน่นกว่าเดิม ในขณะที่พ่อหนูน้อยอาเป๋งจะเอาหน้าซุกอกแม่แนบแน่น แนบแน่นพอที่จะทำให้ผู้เป็นแม่ได้ยินเสียงหายใจถี่ๆ ของอาเป๋ง ราวกับเสียงกระซิบจากหัวใจน้อยๆ ที่สั่นกลัว เสียงกระซิบนั้น หากอาเป๋งในวัยหนึ่งเดือนพูดได้ ก็คงจะเป็น “แม่จ๋า…ลุงคนนี้เป็นคนใจร้าย ข้ากลัว” ตึก…ตึก…ตึก… “ลิสง…” เป็นท่านโฮปินที่เดินมาหา เขาไม่ได้ยิ้ม สีหน้ามีความกังวลน้อยๆ แต่ท่าทีหนักแน่นกว่าทุกวัน วินาทีนั้นเอง ทุกคนรู้ได้ทันทีว่า…ท่านโฮปิน ผู้ที่เป็นอาจารย์ของกวนเต็งเชี้ยงและลิสง ไม่ได้มาแบบคนใจดีหรือคนที่หย

  • ยามใบไผ่ต้องสายลม (ภาควัยเยาว์)   บทที่ 22 โลกทั้งใบของผู้เป็นดั่งพระเจ้าทั้งสอง

    มีใครคนหนึ่งเคยบอกข้าพเจ้าเอาไว้เมื่อนานมาแล้ว พระเจ้าผู้ทรงมหิทธานุภาพอาจมิได้อยู่บนฟ้า ไม่ได้ประทับในทิพย์พิมานสถานอันตระการ แวดล้อมด้วยเหล่าเทพยดาที่คอยเปล่งเสียงสรรเสริญสดุดี…แต่พระเป็นเจ้าอาจสถิตอยู่ในกายของมนุษย์คู่หนึ่ง มนุษย์ที่มีชื่อเรียกขานว่า “พ่อ” และ “แม่” นั้นแล คือพระเจ้าของลูก ภรรยาข้าหลวง : “ข้าชักสนใจเสียแล้วสิ กวนกงและพระแม่หูเยว่…เมื่อได้เป็นบิดามารดาของกวนเป๋งแล้ว พวกเขาจะทำหน้าที่ของ ‘พระเจ้า’ ได้อย่างไรกันนะ?” พระธุดงค์ : “จงเล่ามาเถิดคุณโยมแมวดำ…จงเล่าเรื่องอันควรค่าแก่การบอกกล่าว…เรื่องของผู้เป็นดังพรหมผู้สร้าง” ได้เลยท่านทั้งหลาย ข้าพเจ้าจะเล่าให้ฟัง หนูน้อยผู้มีนามว่ากวนเป๋ง หรือที่ทุกคน ณ ขณะนั้นเรียกว่า “อาเป๋ง” เกิดมาเป็นเด็กชายตัวเล็กๆ แลดูบอบบางดั่งดอกไม้ที่ผลิบานกลางลมหนาว แต่อาเป๋งกลับร้องไห้เสียงดังนับแต่วินาทีที่พ้นจนจากครรภ์มารดา เป็นอาณัติสัญญาว่าเด็กชายคนนี้มีสุขภาพแข็งแรงและมีโอกาสรอดจนพ้นวัยแบเบาะ หรืออาจจะล่วงเลยไปถึงช่วงวัยรุ่นเลยก็ได้ และบางที…นี่อาจเป็นเหมือนลางบอกเหตุถึงภาระและโชคชะตาที่ใหญ่ยิ่ง สำคัญและหนักหนาที่จะมาถึงในอนาคตที่มิอ

  • ยามใบไผ่ต้องสายลม (ภาควัยเยาว์)   บทที่ 21 ผู้ยังหัวใจให้เต็มเปี่ยมด้วยความยินดี

    กล่าวกันว่า…มีนรกขุมหนึ่งที่ชื่อว่า “ปุตตะ” ดินแดนของผู้ที่ไร้บุตรหลานสืบสกุล ที่ที่หญิงชายส่งเสียงโหยหวนและหลั่งน้ำตาเพราะไม่มีใครทำพลีกรรมส่งมาให้ในเมืองผี และที่ที่มีแต่ไฟคือความเหงาหงอยเปล่าเปลี่ยวลุกโชนอยู่อย่างมิเคยหยุดหย่อน แมวดำเซ่อๆ ตัวนี้ไม่รู้หรอกว่านรกนี้มีจริงไหม แต่ที่รู้แน่ๆ นรกที่แท้จริงนั้นคือความร้อนรุ่มในอกของสามีภรรยาผู้ไร้ซึ่งบุตรอันเป็นสร้อยทองคล้องใจ บุตรซึ่งจะเกิดมาแล้วทำให้ชีวิตของผู้ครองเรือนสมบูรณ์ เป็นผู้ดำรงสกุลให้ไม่ขาดสูญ และที่สุดคือเป็นหลักพึ่งพิงในยามบั้นปลายของชีวิต เช่นนี้แหละ โบราณท่านจึงเรียกลูกหรือบุตรว่า “ผู้ทำลายนรกปุตตะ” หรือก็คือ “ผู้ยังหัวใจอันว้าเหว่ของบิดามารดาให้เต็ม” ในสมัยที่ผู้คนยังอยู่กับธรรมชาติ ไม่เสพติดความหวือหวาฟู่ฟ่าแห่งเมืองใหญ่และมายาที่ไม่จีรังยั่งยืน แม้แต่เด็กที่เล็กที่สุดยังรู้ว่าเมื่อฝนตก กล้าในน้าก็จะงอกขึ้น สารัตถะเช่นนั้น เต็งเชี้ยงและโฮแชง้วยต่างรู้ดี และยังมีตัวอย่างอื่นๆ ให้เห็น ให้เปรียบเปรยหรือชวนให้ย้อนกลับมานึกถึงมนุษย์แบบตน กวนเต็งเชี้ยงจำได้ว่าเมื่อคราวที่ภรรยาตั้งครรภ์คือช่วงที่เริ่มทำนา ก่อนหน้านี้อีกหลา

  • ยามใบไผ่ต้องสายลม (ภาควัยเยาว์)   บทที่ 20 มีสุขร่วมเสพ มีทุกข์ร่วมต้าน

    นับแต่วันแต่งงานของคนทั้งสอง ชีวิตสมรสในเบื้องตนของกวนเต็งเชี้ยงและโฮแชง้วยก็ดูราบรื่นไร้อุปสรรคใดๆ มากีดกั้นความสุขตามประสาชายหญิงที่เพิ่งแต่งงาน มีคำเล่าลือจากพวกบ่าวไพร่ไม่ว่าจะจากปากของบ่าวไพร่จากเรือนสกุลกวนหรือบ่าวสกุลโฮก็ตาม ที่ยืนยันความผูกพันอันแนบแน่นของคู่รักข้าวใหม่ปลามันได้ดีเยี่ยม “แค่คืนส่งตัว คุณชายกับคุณหนูก็ไม่ออกจากหอถึงสามวันสามคืนเลย แกเอ๊ย! ไม่อยากนึก!” “นี่ๆ เวลาไปเยี่ยมเรือนเดิมของคุณหนูก็เหมือนกัน! คุณชายเขยของนายท่านบ้านข้านี่ชอบหายเข้าห้องนอนคุณหนูไปเป็นวันๆ เลยนะ! ฮิๆ!” บางคราอย่างตอนอาบน้ำ พวกสาวใช้ก็ต้องเขินกันให้ควั่กเพราะคุณหนูของพวกนางมีรอยแดงเป็นจ้ำๆ ตามเนื้อตัวขาวผ่อง ซึ่งร่องรอยนั่นมิใช่ร่องรอยจากการตบตี แต่เป็นร่องรอยที่…ไม่อาจเอ่ยออกมาได้ว่ามีที่มาจากสิ่งไร ในขณะที่คุณชายของบ้านแบบเต็งเชี้ยงดูเหมือนจะไม่มีอะไรผิดปกติ ยกเว้นแค่ตอนที่แม่นมบ่นว่า “แม่โว้ย! คุณชายของบ่าวไปโดนแมวตัวไหนข่วนแขนกันนะ! จับได้แม่จะตีให้หลังหักเลย!” นั่นแหละที่ทำให้เต็งเชี้ยงถึงกับสะอึกและกระแอมไอไปสองสามรอบเลยทีเดียว ‘แม่นม…ไม่ใช่แมว…เมียข้าข่วนแขนตอน…เอ่อ…’ เขาคิดได้แ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status