مشاركة

บทที่ 3 วันเข้าหอ

last update تاريخ النشر: 2024-11-20 11:27:20

บทที่ 3 วันเข้าหอ

“รูปงามจังเลยพี่หลินเอ๋อร์”  จางอวี้รำพึงรำพันแผ่วเบาในลำคอ ยามมองโจวจางหมิ่นด้วยดวงตาเพ้อฝัน

ไป๋หลินเอ๋อร์ยกยิ้มอ่อนใจ  “เจ้าไม่เคยได้ยินหรือ  ภายนอกรูปหยก ภายในปุยนุ่น โจวจางหมิ่นอาจมีดีแค่รูปโฉม”

“พี่หลินเอ๋อร์ไม่ชอบก็ไม่เห็นแปลก ในเมื่อท่านอายุมากแล้ว”

นางเบิกตากว้างเอี้ยวหน้าไปมองจางอวี้ที่บัดนี้ พวงแก้มสองข้างประเดี๋ยวแดงประเดี๋ยวดำ หลงรูปเจ้าบ่าวเข้าเต็มเปา

“จุ๊ ๆ ๆ เจ้านี่ เห็นบุรุษเป็นไม่ได้ วาจาพลันเปลี่ยน จิตใจแตกซ่าน”

“ชู่ว ... พี่หลินเอ๋อร์ อย่าเพิ่งพูดนั่นมีอีกขบวนเดินมาแล้ว”

กลุ่มคนประมาณสิบห้าคนล้วนอาภรณ์สีดำเนื้อดี เดินนำหน้าด้วยบุรุษร่างสูงใหญ่ใบหน้าคมคายคมสันสะดุดตายิ่ง มองจากระยะไกลยังมองเห็นความสง่าน่าเกรงขามยิ่งกว่าโจวจางหมิ่น ผมสีดอกเลาแซมอย่างชายวัยสี่สิบรวบมัดตึงผูกด้วยสายรัดประดับพลอยแดง

เนื้อผ้ามันเงาลวดลายมังกรร้อยกระหวัดตัวเสืออ้าปากใส่กัน ไป๋หลินเอ๋อร์ดูแล้วคาดเดาว่าคงเป็นบุคคลสำคัญไม่ใช่น้อย คนข้างกายล้วนนอบน้อมเห็นได้ชัด

“ใครกันจางอวี้”

“ข้าเองก็ไม่รู้ แต่ให้เดาคงเป็นโจวหมิงเจ๋อ ประมุขตระกูลโจว”

ไป๋หลินเอ๋อร์เผลอยกมือลูบแขนไม่รู้ตัว  อาการขนลุกเกรียวหวาดหวั่นเกิดขึ้นฉับพลัน  นางอายุปาไปสิบเก้าปี  ล้วนพบเจอผู้คนมากมาย เจ้าเล่ห์  โกงเหลี่ยม  หน้าซื่อใจคด  แต่ไม่เคยมีอาการเช่นตอนนี้ คล้ายร่างกายของนางต้องการวิ่งหนีหลบไปให้ไกล

ดวงหน้าราวเทพเรียบเฉยมิได้ยิ้มแย้มทั้งที่เป็นงานมงคลบุตรชายคนโต  ยืนมือไพล่หลังนิ่งหน้าประตูรอกระทั่งโจวจางหมิ่นเข้าห้องหอจึงได้เดินตามเข้าไปภายใน

“เหตุใดท่านเจ้าสำนักต้องเข้าไปด้วยจางอวี้” นางเอ่ยถามอย่างอดไม่ได้

“นั่นสิ พี่หลินเอ๋อร์หลบเร็ว”

จางอวี้กระชากแขนไป๋หลินเอ๋อร์มุดเข้าไปลึกขึ้นอีกเมื่อขบวนเดิมของเจ้าสำนักจู่ ๆ  กระจายตัวล้อมรอบเรือนนอนหลังนี้  ทั้งสองนางมองหน้ากันส่งสายตาหวาดหวั่น

“ทำอย่างไรดี” จางอวี้กระซิบถามสั่นเทา

“รอเวลา ข้าว่าคงไม่นาน”   จางอวี้ลอบกลืนน้ำลายแล้วเบือนหน้ากลับยังเรือนหอ  จวบจนเวลาผ่านไปคล้ายพวกนางได้ยินเสียงร้องครวญคราง  ทั้งเสียงเตียงสั่นไหวสะเทือนเลื่อนลั่น  ยิ่งทำให้หวาดกลัว  หดหัวแนบร่างกับพื้นดินทันที

“จะ เจ้า เจ้าเห็นท่านเจ้าสำนักออกมาจากเรือนหอแล้วหรือยัง” ไป๋หลินเอ๋อร์เอ่ยถาม  แต่ฟังแล้วคล้ายรำพึงรำพันกับตนเองเสียมากกว่า เพราะทั้งคู่ล้วนรับรู้ว่าโจวหมิงเจ๋อยังไม่ทันได้ออกมา  ดวงตานางจับจ้องไปยังประตูบานใหญ่ห้องหอ  โคมแดงในห้องยังสาดส่องราวเปลวเพลิง

กรี๊ด.......  เสียงหวีดร้องโหยหวนยาวเป็นพักกว่าจะเงียบงันลง  ทำพวกนางทั้งสองก้มมอบคลานแนบพื้นดิน ตัวสั่นเทาราวลูกนกเกิดใหม่

ผ่าง ... ปัง!!

พลันบานประตูเปิดออกกว้าง  ยามนี้มีเพียงไป๋หลินเอ๋อร์ที่ยังกล้าลอบมองหน้าประตู  มองร่างสูงใหญ่ท่านเจ้าสำนักยื่นมือรับผ้าเช็ดมือพลางเดินออกจากห้อง  เลือด!!

ไป๋หลินเอ๋อร์สะดุ้งร้องในใจยามเห็นผ้าสีขาวกลายเป็นสีแดงฉานดั่งแสงโคมไฟงานแต่ง  สีหน้าคมสันเรียบเฉย  มีเพียงคิ้วกระบี่คล้ายยกสูงยามสะบัดผ้าเช็ดมือส่งคืนลูกน้อง  ออกเดินนำกลับทางเดิม ซึ่งคือโถงบนหัวของนาง

“เจ้าให้คนไปตามหมอสุยฉวูมา  นางเสียเลือดไปมากพอดู  จางหมิ่นประเมินผิดทำนางเกิดแผลฉกรรจ์”

“ขอรับท่านเจ้าสำนัก”

ไป๋หลินเอ๋อร์รีบปิดปากจางอวี้เมื่อเหลือบมองเห็นปากเล็กตั้งท่ากรีดร้อง  กดแน่นกั้นเสียง  รอกระทั่งขบวนทั้งหมดเดินผ่านพ้นไปไกลจึงได้คลายมือออก

“พี่หลินเอ๋อร์ ข้า ข้ากลัวแล้ว ไม่ ข้าขอไม่เป็นยิ่งตี้ได้หรือไม่”

“คงไม่ทันการแล้ว  บัดนี้เราเข้ามาในเรือนจวนโจว  ซ้ำข้าถูกซื้อมาย่อมกลายเป็นเพียงของชิ้นหนึ่ง  ถ้าไม่ยอมรับ...เจ้ามีให้เลือกสองทาง”

“สองทางคือ...”

“หนี ... หรือไม่ก็ตาย”

จางอวี้ตาเบิกโพลง ร่างกายเล็กบอบบางสั่นเทิ้มจนน่าสงสาร

“ออกไปจากตรงนี้เถอะจางอวี้ วางแผนแต่เนิ่น ๆ ว่าจะทำเช่นไรจึงหลีกเลี่ยงไม่ต้องขึ้นเตียงโจวจางหมิ่นดีกว่า  นานวันเข้าค่อยหาทางหนี”

ไป๋หลินเอ๋อร์รีบคว้ามือของจางอวี้ดึงออกจากที่ซ่อน  พาวิ่งหนีลัดเลาะตามหนทางมืดไร้ไฟส่องสว่างผิดไปจากขามา  สีหน้าเปลี่ยนสี หวาดหวั่นภายในจิตใจ   นางมีภารกิจต้องมาตามหาคนรักที่จู่ ๆ กลายเป็นนักโทษอยู่ในจวนลึกลับ สำนักคุ้มกันภัยแห่งนี้  แต่บัดนี้ภารกิจยังมิทันได้เริ่มต้น กลับมาพบเห็นรับรู้เรื่องภายในจวนตระกูลโจว

แต่จะให้นางกลับออกไปเวลานี้คงไม่อาจทำได้  มีเพียงเดินหน้าเท่านั้น  ความคิดวนเวียนก่นด่าสบถให้ตนเองในใจยามมุดดงไม้จนพ้นจวนหลัก  เร้นกายแทรกในป่าไผ่สู่เรือนหลังเล็กท้ายจวน

นางคงเป็นดั่งพวกอุดหูขโมยกระดิ่ง  คิดว่าตนฉลาดเพียงพอ คิดการใหญ่เข้ามายังรังคนอำมหิต

ทว่า ... แท้จริงคนที่โง่งมคือนางเอง

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ยิ้งตี้ตระกูลโจว   บทที่ 29 บทพิเศษ จบบริบูรณ์

    บทที่ 29 บทพิเศษยามเหม่าในทุกวัน โจวหมิงเจ๋อมักลุกขึ้นเพื่อลงไปฝึกยุทธิ์กับคนของสำนักคุ้มภัยด้วยตนเองไป๋หลินเอ๋อร์พลิกกายโอบลำแขนอ่อนนุ่มรัดเขาไว้เอ่ยเสียงเบา“ท่านพี่ ยามเหม่าแล้ว”โจวหมิงเจ๋อตวัดรัดท่อนแขนให้ร่างเล็กบอบบางเกยขึ้นมานอนบนแผ่นอก ลูบฝ่ามือร้อนลงแผ่นหลังเปล่าเปลือยไร้อาภรณ์“เนื้อเจ้านุ่มมือ” ฝ่ามือใหญ่กางออกลูบแผ่นหลังรั้งนางให้ถดขึ้นกระทั่งริมฝีปากจดกันขยับแผ่วเบา“ป่านนี้เด็ก ๆ คงตื่นกันหมดแล้ว”“แล้วอย่างไร ตื่นแล้วก็ให้ยืนรอหน้าห้องไปก่อน”“ท่านพี่”“ยามเช้าเช่นนี้ ควรอยู่กันแต่ในผ้าห่มดีหรือไม่ กกกอดก่ายรัดร่าง”“ฮะ ฮ่า ท่านพี่ หลินเอ๋อร์ลูกสามแล้วเจ้าค่ะ ไม่อยากท้องอีก”“ถ้าเช่นนั้น พี่จะไม่หลั่งน้ำพิสุทธิ์ข้างในเจ้า เช่นนี้หลินเอ๋อร์ยินยอมหรือไม่”ไป๋หลินเอ๋อร์เม้มปากดันร่างตนเองออกแต่ถูกรั้งลงใต้ร่างทันควัน จับนางพลิกคว่ำ จูบขบลงฟันบนแผลเป็นรูปเสือ“คำกล่าวนี้ ท่านพี่บอกข้าเป็นพันครั้ง จนข้าขี้เกียจจดจำจะใส่ใจ”“ฮึ ในเมื่อหลินเอ๋อร์ไม่ใส่ใจ เช่นนั้นพี่จะถือว่าเจ้าอนุญาต” โจวหมิงเจ๋ออมยิ้มขณะพรมจูบไต่ลงแผ่นหลังนวลเนียน มือก่อกวนวนเวียนไม่ห่างทั้งลูบคลำ ทั้งล้

  • ยิ้งตี้ตระกูลโจว   บทที่ 28 ความลับ

    บทที่ 28 ความลับไป๋หลินเอ๋อร์ดีดตัวออกจากโจวจางหมิ่นทันทีแล้วโผเข้าหาบุรุษตรงหน้า ให้เขาโอบรัดนางไว้ด้วยลำแขนแข็งแกร่ง ซบดวงหน้าเปื้อนหยาดน้ำลงอกกระเพื่อมไหวจากแรงสูดลมหายใจไร้เสียงร้องใด ๆ จากโจวจางหมิ่น คมลูกธนูปักลงหัวไหล่ขวาที่รัดลำคอนางไว้ สีหน้าโจวจางหมิ่นปวดร้าว มองโจวหมิงเจ๋อด้วยดวงตากล่าวหา มาดร้าย และคล้ายไม่ต้องการเชื่อในที่โจวหมิ่งเจ๋อทำลงไปนางโอบร่างแกร่งไว้แน่นไม่ยอมให้เขาเข้าไปใกล้โจวจางหมิ่น“จางหมิ่น...” น้ำเสียงระห้อยโหยแรงเอ่ยชื่อในลำคอ ดวงตาแสบร้อนแดงก่ำ แต่ไร้น้ำตา เขามองร่างสูงเกร็งคล้ายเขาถอยหลังไปอีกสองก้าวในยามนี้โจวจางหมิ่นสีหน้าสงบลงแล้วราวกับว่ายอมรับบางอย่าง ริมฝีปากบิดโค้งคล้ายรอยยิ้มก่อนจะทิ้งร่างลงเหวลึกด้วยป่ารกทึบด้านล่าง“จางหมิ่น จางหมิ่น!!! จางหมิ่นนน”บุรุษแกร่งเช่นโจวหมิงเจ๋อ ชั่วชีวิตกระทำการทารุณคน สังหาร มองเลือดและความตายด้วยความเยือกเย็นไร้ความรู้สึก แต่มาบัดนี้โจวจางหมิ่นที่เขาอุ้มชูเลี้ยงมากับมือทิ้งร่างอัตวิบากกรรมต่อหน้าเขาที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นบิดาร่างสูงใหญ่ทิ้งตัวลงคุกเข่าเท้าฝ่ามือลงพื้นท่ามกลางใบไม้ร่วงหล่นสีส้มแดงในต้นฤดูหนาว“

  • ยิ้งตี้ตระกูลโจว   บทที่ 27 โจวจางหมิ่น

    บทที่ 27 โจวจางหมิ่น“เข้าใจผิด!! ข้าไม่ได้มีเรื่องอะไรบาดหมางกับเจ้า ยิ่งตี้หรือฮูหยินท่านเจ้าสำนัก” โจวจางหมิ่นเดินเข้าใกล้โน้มหน้าลงต่ำ กระชากผมจนดวงหน้าของนางแหงนขึ้น“เจ้าไม่มีสิ่งใดผิด ผิดแค่ว่าเจ้ามาอยู่ผิดที่ผิดทาง ท่านพ่อต่างหากที่ข้าต้องการให้เขาทุกข์ทรมาน และข้ารู้ว่าท่านพ่อรักเจ้า”“โจวหมิงเจ๋อไม่ได้รักข้า ท่านเข้าใจผิด”“เจ้าไม่รู้จักนิสัยของพ่อข้าดี ท่านพ่อเป็นคนเย็นชาไร้หัวใจ อวี้เจียวจงรักภักดีรับใช้มาเนิ่นนาน เขายังยกให้เฉียนฟานโดยง่ายดาย แต่กับเจ้า..”มือนุ่มดั่งหญิงสาวเชยปลายคางนางขึ้นแล้วบีบ“พบเพียงไม่กี่หนกับยกย่องร่วมชีวิต สัญญาผูกพันนิจนิรันดร์ ข้าไม่รู้เหมือนกันว่าเจ้ามีดีอะไร หน้าตาไม่ได้สะสวย ทั้งรูปร่างไม่ได้เสี้ยวหญิงงามเมือง แต่เอาเถิด อย่างไรเสียเจ้าต้องตาย”โจวจางหมิ่นกดริมฝีปากนางล้วงนิ้วเข้า แล้วเผยอปากตัวเองคล้ายแสยะยิ้ม “ให้เขาได้ทุกข์ทนเช่นแม่ข้า ลุกขึ้น บอกลาชีวิตของเจ้าได้แล้ว”แรงบุรุษกระชากดึงนางขึ้นจากพื้น สาบเสื้อหลุดรุ่ยจนพ้นเนินทรวงหนึ่งข้าง โจวจางหมิ่นหลุบตามองก่อนใช้มือบีบขยำลงแรง“ทว่า เจ้าเองก็น่าลิ้มลอง บางคราวข้าก็เคยคิดว่าถ้าได้ร่วมเ

  • ยิ้งตี้ตระกูลโจว   บทที่ 26 โจวจางหมิ่น

    บทที่ 26 โจวจางหมิ่นยามเว่ยในช่วงต้นฤดูหนาวชานเมืองหลวงของสำนักคุ้มกันภัยเสวี่ยจง ที่โอบล้อมด้วยป่าไผ่ ยิ่งพาให้อากาศเย็นขึ้นอีกหลายเท่าตัวไป๋หลินเอ๋อร์กระชับเสื้อคลุมตัวยาวที่ชางซิงเยียนกำชับเป็นหนักหนาให้นางสวมมาด้วย แม้ว่านางบอกแล้วว่ามาแค่เรือนหลักเท่านั้นนางเดินผ่านสวนกลางเรื่อยจนมาถึงเรือนหลัก ไม่ทันได้เอ่ยแจ้งเด็กในเรือนพลันเห็นโจวจางหมิ่นยืนนิ่งตรงโค้งประตูวงเดือนทางออกสวนด้านหลังทุกคราที่นางพบหน้าโจวจางหมิ่น ขนแขนนางมักลุกชันอย่างน่าประหลาด และยามนี้ก็เช่นกัน นางมองสีหน้ากระหยิ่มและมุมปากโค้งขึ้นละม้ายโจวหมิงเจ๋อ แต่ก็แค่ละม้าย เพราะส่วนใหญ่บนใบหน้าของชายร่างเกร็งคนนี้ไม่เหมือนโจวหมิงเจ๋อแม้แต่น้อยนางขยับเข้าไปใกล้วางสีหน้าเรียบเฉยทั้งที่ใจเต้นรัวดั่งกลองศึก ยิ่งเข้าใกล้ยิ่งเห็นความแตกต่าง โจวหมิงเจ๋อแม้ว่าการกระทำเย็นชารุนแรง ทว่ากลับมีความเมตตาต่อผู้อื่น ผิดไปจากบุตรชายที่แผ่กลิ่นอายโฉดชั่วทวีคูณ ยิ่งเห็นรอยแผลบนร่างฮุ่ยหรู ยิ่งรับรู้ว่าชายผู้นี้กระทำต่อสตรีเพศราวกับเป็นสัตว์สิ่งของ“ท่านแม่”นางมองร่างสูงของโจวจางหมิ่นโค้งลงคำนับนางราวกับว่าเป็นบุตรชายแท้จริงของนาง ทว

  • ยิ้งตี้ตระกูลโจว   บทที่ 25 ฮุ่ยหรู

    บทที่ 25 ฮุ่ยหรูเพียะ เพียะ!!ฮุ่ยหรูล้มคว่ำลงทันทีเมื่อฝ่ามือของโจวจางหมิ่นกระทบใบหน้าเป็นครั้งที่สอง ร่างอ่อนแออย่างหญิงตั้งครรภ์สามเดือนกองบนพื้นน้ำตานองหน้า“ข้าบอกเจ้าให้ทำเช่นไรฮุ่ยหรู”“ฮื้ออ ขะ ข้า ข้ายัง พบ นางไม่ได้”เพล้ง!!โจวจางหมิ่นปัดกระถางกำยานล้มคว่ำเฉียดใบหน้าฮุ่ยหรูจนนางผงะออก ดวงตาหวาดกลัวไหวระริก เหลือบมองสามีที่นางแต่งเข้ามายังตระกูลโจวอันร่ำรวยและมากยศฐา“ยามนี้นางอยู่แต่บนหอ ท่านพ่อไม่ยอมให้นางลงมา อร้าย!! อย่า ข้ากลัวแล้ว”ฮุ่ยหรูยกมือไหว้ประลก ๆ น้ำตาไหลนองจนมองไม่เห็นสีหน้าสามี แต่นางรู้ว่าใบหน้าหล่อราวหยกกำลังบิดเบี้ยวจากแรงโกรธ เขากระชากผมนางดึงขึ้นมาจากพื้นเพียะ!!ใช้หลังฝ่ามือฟาดลงใบหน้าอีกครั้งแล้วผลักนางให้ล้มลงกับพื้น ยกเท้าเหยียบนางไว้“เวลาข้าสั่ง ไม่มีข้ออ้างฝ่าฝืน เข้าใจหรือไม่ภรรยารัก”นางพยักหน้ารับ ดวงหน้าแนบพื้นเย็นเยียบ สะอื้นขึ้นแรงก่อนที่โจวจางหมิ่นจะประคองนางขึ้นมาโอบกอดแล้วพูดด้วยเสียงอ่อนโยนผิดไปจากคราแรก“วันพรุ่ง เจ้าจงไปหานาง คุยกับนางให้นางคลายใจ ชักชวนนางดั่งที่ข้าบอกไว้ เข้าใจหรือไม่ฮุ่ยหรู”มือร้อนลูบผมนางประคองนางไปนั่งที่เตียง

  • ยิ้งตี้ตระกูลโจว   บทที่ 24 nc

    บทที่ 24 nc“แผลหายสนิทแล้ว”“หายแค่ภายนอก แต่จิตใจข้าไม่”นางกระชากเสียงใส่ ดึงดันจะลุกขึ้นแต่มือใหญ่รวบนางไว้ให้นั่งลงซ้อนด้านหน้า“ไหน จิตใจเจ้าที่ตรงใดกัน ข้าจะทำความสะอาดให้หมดจด ขจัดความขุ่นมัวออกไปให้เอง”ไม่เพียงเอ่ยด้วยเสียงกระเส่า มือรั้งร่างเล็กพร้อมผ้าในมือ เช็ดถูแผ่นหน้าท้อง ซบหน้าลงหัวไหล่ เลื่อนผ้านุ่มขึ้นหาทรวงอก นางสะดุ้งทันที“ข้ามือหนักไปหรือ?”ไป๋หลินเอ๋อร์เม้มปาก มือจับขอบอ่างไว้ไม่กล้าขยับตัว ผ้านุ่มค่อยถูทำความสะอาดเนื้อนุ่มอวบอิ่มแผ่วเบา ในยามนี้นางรู้ตัวแล้วว่าคงหนีไม่พ้นบุรุษด้านหลังเป็นแน่ หากยังขืนตัวไม่อ่อนลงคงเป็นนางเองที่เจ็บตัว“ท่าน จะเบามือกับข้าสักหน่อยได้หรือไม่”โจวหมิงเจ๋อชะงักไปครู่ เอียงหน้าไปมองดวงหน้างาม ปากกระจับเม้มแน่น พวงแก้มขึ้นสีระเรื่อ นางเอี้ยวกลับมาจ้องตอบ“เหตุใดไม่ตอบข้า”“ไม่ได้”ไป๋หลินเอ๋อร์สะอึกแล้วนิ่งงัน ก่อนจะเอ่ยถามอีก “ถ้าเช่นนั้น สอนข้าให้ ... ให้ข้าเจ็บน้อยที่สุด”โจวหมิงเจ๋อปล่อยผ้าออกจากมือ แล้วแทนที่ด้วยฝ่ามือร้อนจัดกอบกุมเนินทรวง “เจ้าอาจเริ่มจากผ่อนคลาย และสนุกกับสิ่งที่ข้าทำ”“สนุกงั้นหรือ”“ใช่แล้ว ถ้าข้าทำเช่นนี้

  • ยิ้งตี้ตระกูลโจว   บทที่ 19 นายน้อย

    บทที่ 19 นายน้อยยามสายของสำนักคุ้มภัยในวันที่ไร้ผู้คนอย่างน่าประหลาด ไป๋หลินเอ๋อร์พบว่าคนของสำนักคุ้มภัยไปปฏิบัติภารกิจกันเกือบหมดสิ้น คงเหลือไว้เพียงคนเดินยามและคนดูแลทั่วไปไม่กี่คน นอกนั้นคือแม่ครัว คนทำความสะอาด“สะดวกยิ่ง” นางพึมพำคนเดียว“พี่หลินเอ๋อนร์ขมุบขมิบปาก” จางอวี้มองอย่างสงสัย ไป๋หลินเอ๋

  • ยิ้งตี้ตระกูลโจว   บทที่ 17 จะเคี่ยวกรำเองกับมือ

    บทที่ 17 จะเคี่ยวกรำเองกับมือ“เจ้าฟื้นแล้ว” เสียงหวานนุ่มแรกที่ไป๋หลินเอ๋อร์ได้ยินคือเสียงของชางซิงเยียน นางกะพริบเปลือกตาก่อนจะยกมือขึ้นบังแสงพระอาทิตย์ในยามโฉ่ว[1]“เจ้าหลับไปนานมากจนข้านึกกลัว หิวหรือไม่ ข้าเตรียมโจ๊กปลาไว้ให้เจ้าแล้ว”ไป๋หลินเอ๋อร์พยุงร่างขึ้นนั่งโดยมีชางซิงเยียนประคอง“เจ้าไข้ขึ้น

  • ยิ้งตี้ตระกูลโจว   บทที่ 14 nc

    บทที่ 14 ncมือแกร่งจับข้อเท้าทั้งสองข้างถ่างออกโน้มหน้าลงหาเปิดปากด้วยลิ้นชำนาญสอดใส่พร้อมเขยื้อนลำร้อนยาวใหญ่ครูดผนังอ่อนนุ่มโพรงสวาท“อื้ออออ อือออ”ไป๋หลินเอ๋อร์ดิ้นหนีร่างใหญ่โตเสียดแทรกชำแรกนาง เจ็บร้าว อึดอัดและเปียกชื้น นางสะบัดหน้าให้ริมฝีปากร้อนเลื่อนผ่านลงสู่ลำคอ เขาขย่มลงแรงด้วยการโหย่งตัวไ

  • ยิ้งตี้ตระกูลโจว   บทที่ 10 ปลางับเหยื่อ

    บทที่ 10 ปลางับเหยื่อไป๋หลินเอ๋อร์มิรู้แน่ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นภายในห้องเจ้าสำนักเสวี่ยจง ร่างของนางสะดุ้งขึ้นทุกครายามได้ยินเสียงกระทบสิ่งของบางอย่างและเสียงหวีดร้องของอวี้เจียว ประหนึ่งแม่นางร่างอ้อนแอ้นกำลังถูกนายท่านลงโทษ เพียงแต่เสียงหวีดร้องครวญครางดั่งเสียงหญิงสาวถูกเล้าโลมด้วยชายคนรักนางคิดว่าพว

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status