ยิ้งตี้ตระกูลโจว

ยิ้งตี้ตระกูลโจว

last update最終更新日 : 2024-11-20
作家:  พริมริน完了
言語: Thai
goodnovel16goodnovel
評価が足りません
30チャプター
2.1Kビュー
読む
本棚に追加

共有:  

報告
あらすじ
カタログ
コードをスキャンしてアプリで読む

概要

ความรักหวาน

โหดร้าย/เหี้ยมโหด

แก้แค้น

นิยายรักจีนโบราณ เรท NC25+ ไป๋หลินเอ๋อร์ : ลูกสาวชาวนา ปลอมตัวเข้ามาในสำนักคุ้มภัยเสวี่ยจง ในฐานะ ยิ่งตี้ เพื่อตามหาชายคนรัก โจวหมิงเจ๋อ : เจ้าสำนักคุ้มภัยเสวี่ยจง รูปงามดั่งเทพ แต่เย็นชา โหดร้าย บิดาของโจวจางหมิ่น ไป๋หลินเอ๋อร์ ลอบเข้ามายังสำนักคุ้มภัยเสวี่ยจงในฐานะยิ่งตี้ สินสอดของเจ้าสาวมอบให้เจ้าบ่าว บุตรชายคนโตของตระกูลโจว เพื่อสืบหาคนรักที่ถูกจับตัวไว้ ทว่าโจวหมิงเจ๋อ เจ้าสำนักผู้เย็นชา ปีศาจร้ายในคราบมนุษย์ บุรุษชั่วข้าสังหารคนรักนางต่อหน้า ประทับตราบนหัวไหล่ กรีดเลือดร่วมสาบาน เป็นตายพรากจาก ผูกสัญญาสองเรา อยู่ร่วมใช้ชีวิตคู่กันนิจนิรันดร์ หากต้องการหนีจากอสูรร้าย มีเพียงความตายเท่านั้น ทว่า...ตระกูลโจวมีความลับซุกซ่อนไว้ นางจะทำเช่นไรเมื่อได้รับรู้บางสิ่ง ปีศาจตนนี้อาจไม่ใช่ปีศาจสำหรับนางอีกต่อไป?

もっと見る

第1話

บทนำ

บทนำ

อว๊ากกกกส์ ..... ควับ .... ควับ .....

ชายร่างสูงใหญ่ส่วนชุดเซินอีสีดำคาดผ้ารัดเอวห้อยหยกแดง เนื้อผ้ามันเงาลวดลายมังกรสลับเสือน่าเกรงขามยืนนิ่ง แผ่นหลังเหยียดตรงแม้ว่ามือกำลังขีดเขียนตัวอักษรฝึกสมาธิด้วยพู่กันขนม้าด้ามไม้กฤษณาอวลกลิ่นหอม

เส้นผมสีดอกเลาแซมปะปนสีดำขลับมัดรวบขึ้นกลางศีรษะประดับด้วยสายรัดพลอยแดงเม็ดใหญ่ ดวงหน้างดงามราวเทพเซียนทว่ารอบกายกลับแผ่รังสีเย็นชาโหดเหี้ยม

แปะ ...

โจวหมิงเจ๋อคิ้วเรียวดุจกระบี่กำลังขมวด เพ่งมองหยดเลือดกระเซ็นออกมาจากตัวนักโทษหล่นลงบนกระดาษสาม้วนยาวเบื้องล่าง เขาเงยศีรษะขึ้นจ้องไปยังหนุ่มร่างสันทัดกรอบหน้าเหลี่ยมตาตี๋ผิวดำคล้ำซึ่งบัดนี้แดงฉานชุ่มด้วยเลือดโชกจนน่าสะอิดสะเอียน มือทั้งสองข้างถูกมัดด้วยโซ่ตรวนใหญ่แขวนบนขื่อคานจนตัวลอยเท้าแทบไม่ติดพื้น

“ระวังด้วย เลือดหยดลงมาบนกระดาษ” โจวหมิงเจ๋อเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเย็นชา อันเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวรวมไปถึงดวงตาสีนิลลึกล้ำจนยากหยั่งถึง ดำมืดดั่งรัตติกาล

“ขอรับ” เฉียนฟานองครักษ์คนสนิทก้มศีรษะรับคำเย็นชาพอกันกับเจ้านาย แล้วรัดแส้สำหรับฟาดม้าพันรอบฝ่ามือหลายทบขึ้นอีกเพื่อลงแรงได้ถนัด สะบัดไปทิศทางตรงข้าม

ควับ ควับ ...

“อ๊ากกกกกกกกก โอ๊ยยยย พอเถิดท่าน ข้า อ๊ากกก ฆ่าข้าให้ตายเสียยังดีกว่า อ๊าชชชชชช”

โจวหมิงเจ๋อชำเลืองหางตาเพียงแวบเดียวแล้วสะบัดพู่กันจุ่มหมึก จดปลายขนลงหยดเลือดลากตวัดเป็นตัว 囍[1] 

“ใกล้ถึงวันมงคลลูกชายเราแล้ว”

เฉียนฟานหยุดมือไร้เหงื่อสักหยดแม้ว่าฟาดลงแผ่นหลังสายลับจากโจรภูเขามาถึงสามเค่อ ถอยฉากไปยืนด้านข้างเมื่อโจวหมิงเจ๋อวางพู่กันเอ่ยเสียงราบเรียบ

“น้ำเกลือ”

เด็กในหอเสวี่ยจงอีกคนในห้องซ้อมทรมานยกถังไม้บรรจุน้ำละลายเกลือเข้มข้นวางลงแทบเท้าเจ้าสำนักเสวี่ยจงโหลว

“เจ้าบอกชื่อไปหรือยังนะ ข้าเหมือนว่ายังไม่ได้ยิน”

“อึก อึก ข้า อย่าพอเถิด ข้ายอมสิ้นแล้ว ได้โปรด....ปล่อยข้าเถิดด”

นักโทษชายเสียงอ่อนระโหยแหบพร่าเต็มทนใกล้หมดสติ ตัวเขาห้อยโหนมาได้สามวันแล้วไร้ซึ่งอาหาร น้ำดื่ม ขับถ่ายล้วนปล่อยให้เลอะกางเกงตรงนั้น ดวงตาพร่าเลือนมองทุกอย่างหมุนวน

โจวหมิงเจ๋อเคลื่อนกายอันสูงส่งเข้าไปใกล้  รวบชายแขนเสื้อขึ้นกันเปื้อน  ส่งมือไปบนแผ่นหลังอาบเลือดนักโทษ จิกเล็บเข้ารอยแส้ กดจนลึกเกือบถึงกระดูก

“อึก อ๊ากกกกก.. เจ้ามันคนโหดเหี้ยมใจอำมหิตโจวหมิงเจ๋อ หาใช่คน เจ้ามันเป็นปีศาจ อร๊ากกกกก”

มือสีเข้มดูแปลกตาผิดไปจากบุรุษอื่น  เรียวยาวแข็งแกร่งด้วยการฝึกยุทธิ์บิดข้อมือไปทางขวาครึ่งส่วนแสยะรอยยิ้มเย็นโหดร้าย

“สิ่งที่เจ้าจะพูด มีแค่นี้หรือ”

เขาชักมือออกสะบัดเลือดและเศษเนื้อทิ้ง  จุ่มมือลงในอ่างน้ำเกลือล้างมือ  ถอยหลังสามก้าว  มองลูกน้องยกถังน้ำสาดเข้ากลางแผ่นหลังนักโทษ

“อ๊ากกกกกก ข้า ข้า”

“เอาเหล็กมา”

เฉียนฟานคุ้นเคยเสียแล้วกับน้ำเสียงเรียบเย็นเยียบเช่นนี้ ตัวเขาเองเป็นองครักษ์ให้เจ้าของหอแห่งนี้มาตั้งแต่เด็ก โจวหมิงเจ๋อเป็นดั่งผู้มีพระคุณ นายจ้าง พ่อ รวมถึงเจ้าชีวิต

เฉียนฟานหยิบเหล็กที่วางอยู่บนเตาไฟรูปเกือกม้า อังไฟจนร้อนฉ่าสีแดงดั่งเปลวเพลิงส่งให้โจวหมิงเจ๋อ แล้วถอยฉากเยื้องหลังไปสองก้าว

“บอกชื่อเจ้ามา”

นักโทษชายยังกัดฟันนิ่งก้มหน้าลงมองพื้นแม้ว่าสติเลอะเลือนใกล้ดับลง

โจงหมิงเจ๋อพ่นลมหายใจ พวกโจรกบฏนอกรีตบนเขา คิดอุบายตื้นเขินลักลอบปลอมตัวเข้ามาในหอ ตีสนิทกับอวี้เจียว หญิงสาวที่เขารับเลี้ยงไว้เพื่อสนองอารมณ์ยามเกิดความคับข้อง

ทว่าอวี้เจียวจงรักภักดียิ่ง ด้วยเกิดมากำพร้า โดนขายโรงคณิกา ถ้าเขาไม่ช่วยเหลือออกมา ป่านนี้นางคงมีสามีมากหน้าหลายตามิอาจนับได้

เหล็กร้อนจัดจนแดงก่ำ  กระไอควันขาวเคลื่อนใกล้ใบหน้าผอมเกร็ง ดวงตาเหม่อลอยไม่อยู่กับศีรษะห้อยต่องแต่ง

“ดึงผมมัน”

เด็กในหอสำนักคุ้มภัยอีกคนกระวีกระวาดทำแทนเฉียนฟาน ปรี่มาถึงดึงกระชากผมจนใบหน้าผอมคล้ำแหงนเงยขึ้นเผยลำคอยาวขึ้นเอ็น

โจวหมิงเจ๋อชายสายตาพิฆาตมองจนเด็กหนุ่มมือสั่น ก่อนเลื่อนสายตากลับมายังนักโทษ

“ปากแข็งเช่นนี้ มิสู้ลองถ่านไฟดู”

เขากระชับแท่งเหล็กในมือแล้วค่อยวางนาบลงแก้มด้านซ้ายอย่างเบามือ - - อ่า รู้สึกกลางลำตัวดีดขึ้น

มุมปากหยักยิ้มยามได้กลิ่นเนื้อไหม้และสีเผาไหม้ร้อนวาบ ควันพวยพุ่งเพียงเหล็กร้อนทาบลงผิวเนื้ออ่อนนุ่ม พร้อมเสียงแผดร้องดังก้องห้องคุมขังนักโทษใต้ดินของหอเสวี่ยจง นักโทษชายสลบเมือดลงทันใด

ซ่า .... เคร้ง ...

เขาทิ้งแท่งเหล็กในถังน้ำที่วางอยู่รับผ้าเช็ดมือมาจากเฉียนฟาน

“หากมันตื่นให้กรอกน้ำจนเต็มท้อง กรอกจนกว่ามันจะยอมพูด”

โจวหมิงเจ๋อสะบัดผ้าเช็ดมือทิ้งลงพื้น เดินกลับไปที่โต๊ะหยิบกระดาษมงคลคลี่ออกก่อนม้วนอย่างดีพลันยิ้มเย็น  ตั้งใจนำไปติดหน้าประตูทางเข้าสำนักคุ้มภัย

ร่างสูงใหญ่ลงฝีเท้ามั่นคงหนักแน่นทว่าไร้เสียง  กลับขึ้นไปยังชั้นบนสุดของเสวี่ยจงโหลว[2]

“เตรียมน้ำอาบแล้วเรียกอวี้เจียวมารับใช้”

“ขอรับ”

โจวหมิงเจ๋อสลัดอาภรณ์ออกจากร่าง เหลือเพียงชุดด้านในสีดำสนิท รอกระทั่งเด็กรับใช้ภายในหอนำน้ำร้อนมาเติมจนเต็มถัง แล้วพลันได้กลิ่นหอมกรุ่นบุปผาจากร่างอวี้เจียว

“ออกไปให้หมด”

“ขอรับ”

เด็กรับใช้สำนักคุ้มภัยด้านบนล้วนเป็นชาย ส่วนสาวรับใช้แยกเรือนด้านนอกข้างหลังท้ายจวน แบ่งที่ชัดเจนเป็นส่วนสัด

เขาเปิดผ้าออกเผยกายแกร่งงดงามเปลือยทั้งร่าง พาดเสื้อคลุมบนราวพาดแล้วหย่อนร่างลงนั่งในอ่าง แหงนศีรษะพาดขอบไม้ รอกระทั่งอวี้เจียวเปิดเผยเนื้อตัวจนหมดสิ้นอวดเรือนร่างขาวนวลอวบอิ่ม กลิ่นหอมอบอวลเคลื่อนเข้ามาในอ่าง เขาจึงได้คว้าเอวดึงเข้าหา

“ปลดเปลื้องข้า อวี้เจียว” นายท่านเจ้าของหอน้ำเสียงเข้มข้นขึ้นอีกหลายส่วน

“ท่านไปห้องนักโทษมา”

“เจ้าช่างรู้ใจข้านัก” โจวหมิงเจ๋อพิงศีรษะทิ้งลงขอบอ่าง อาการร้อนรุ่มชีพจรรัวแรงใกล้ถึงจุดหักห้ามได้

นางข้ารับใช้คนสนิทย่อมรู้ใจเจ้าของสำนักคุ้มภัยดี ยามนายท่านลงมือด้วยตนเอง  ลมปรารณพลังชีวิตปั่นป่วนจนยากควบคุม  ยิ่งกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งติดตัวมามากเท่าไร  ความรุนแรงยามผนึกกายยิ่งแข็งกร้าว อวี้เจียวขยับร่างอ่อนนุ่ม  เอื้อมมือออกนอกอ่างหยิบเชือกแดงผูกรอบคอตนเองอย่างรู้งาน  ก่อนส่งแส้ม้าขนอ่อนนุ่มยื่นให้เจ้าสำนัก

“ข้าเป็นของนายท่าน  เป็นข้าทาส  เป็นม้า เป็นทุกสิ่งสุดแล้วแต่ท่านจะบัญชาข้า  ท่านเจ้าสำนัก”

อวี้เจียวแหงนเงยดวงหน้าเผยลำคอระหง  ยามมือแกร่งลงแรงบีบจนแน่น  กระตุกเชือกขึงตึง  ต้นคอแอ่นโค้งปรากฏปื้นแดงทันตา  ดวงหน้าเจ้าสำนักเผยรอยยิ้มมุมปากกระหาย  ต้องการขับเคลื่อนปลดปล่อยปีศาจร้ายภายในออกจนสิ้น  ด้วยเสียงหวีดร้อง กลิ่นคาวเลือด และความเจ็บปวดของหญิงใต้อาณัติ

[1] (สี่ แปลว่ายินดี ดีใจ มักใช้เขียนประดับงานแต่งงาน)

[2] อาคารหอสูง

もっと見る
次へ
ダウンロード

最新チャプター

続きを読む
コメントはありません
30 チャプター
บทนำ
บทนำอว๊ากกกกส์ ..... ควับ .... ควับ .....ชายร่างสูงใหญ่ส่วนชุดเซินอีสีดำคาดผ้ารัดเอวห้อยหยกแดง เนื้อผ้ามันเงาลวดลายมังกรสลับเสือน่าเกรงขามยืนนิ่ง แผ่นหลังเหยียดตรงแม้ว่ามือกำลังขีดเขียนตัวอักษรฝึกสมาธิด้วยพู่กันขนม้าด้ามไม้กฤษณาอวลกลิ่นหอมเส้นผมสีดอกเลาแซมปะปนสีดำขลับมัดรวบขึ้นกลางศีรษะประดับด้วยสายรัดพลอยแดงเม็ดใหญ่ ดวงหน้างดงามราวเทพเซียนทว่ารอบกายกลับแผ่รังสีเย็นชาโหดเหี้ยมแปะ ... โจวหมิงเจ๋อคิ้วเรียวดุจกระบี่กำลังขมวด เพ่งมองหยดเลือดกระเซ็นออกมาจากตัวนักโทษหล่นลงบนกระดาษสาม้วนยาวเบื้องล่าง เขาเงยศีรษะขึ้นจ้องไปยังหนุ่มร่างสันทัดกรอบหน้าเหลี่ยมตาตี๋ผิวดำคล้ำซึ่งบัดนี้แดงฉานชุ่มด้วยเลือดโชกจนน่าสะอิดสะเอียน มือทั้งสองข้างถูกมัดด้วยโซ่ตรวนใหญ่แขวนบนขื่อคานจนตัวลอยเท้าแทบไม่ติดพื้น“ระวังด้วย เลือดหยดลงมาบนกระดาษ” โจวหมิงเจ๋อเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเย็นชา อันเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวรวมไปถึงดวงตาสีนิลลึกล้ำจนยากหยั่งถึง ดำมืดดั่งรัตติกาล“ขอรับ” เฉียนฟานองครักษ์คนสนิทก้มศีรษะรับคำเย็นชาพอกันกับเจ้านาย แล้วรัดแส้สำหรับฟาดม้าพันรอบฝ่ามือหลายทบขึ้นอีกเพื่อลงแรงได้ถนัด สะบัดไปทิศทางตรงข้า
続きを読む
บทที่ 1  ยิ่งตี้
บทที่ 1 ยิ่งตี้ในยุคสมัยชินชิวจ้านกว๋อ การแต่งงานสมรสหมู่เกิดขึ้นอย่างแพร่หลายคล้ายค่านิยมของบ่าวสาว กล่าวคือ หากเจ้าสาวบ้านใดมีฐานะร่ำรวยมั่งมี การแต่งงานแบบยกทีมฝ่ายหญิงขบวนจะยิ่งมากมายยาวเหยียดเมื่อชายใดพึงพอใจหญิงบ้านใด พาแม่สื่อสู่ขอตามประเพณีพิธีการมาเป็นภรรยา พ่อแม่ฝ่ายหญิงนอกจากจะยกลูกสาวตนให้ด้วยความเต็มใจแล้ว ยังใจดีแถมเมียบำเรอกามให้อีกโขยงใหญ่คล้ายสินสอดที่เจ้าสาวนำมาฝากเป็นของกำนัลฝ่ายเจ้าบ่าวยิ่งรวย ขบวนยิ่งยาว ไม่ว่าจะเป็นหลานสาว ลูกพี่ชาย น้องชาย พี่สาวน้องสาวแท้ ๆ ของเจ้าสาว หรือสาวใช้ส่วนตัวก็ตาม ยิ่งเอิกเกริก ยิ่งมีหน้ามีตา แต่หาใช่จะมีแต่หญิงสาวเท่านั้น ฝ่ายเจ้าสาวจะนำเพศชายบุรุษรูปงามรวมไปในขบวนด้วย มาเพื่อทำหน้าที่เต้นระบำ ฟันดาบ หรือแม้กระทั่งเสพสังวาส เพื่อป้องกันมิให้บุตรเขยตนเที่ยวซ่องโสเภณีชายหากเจ้าบ่าวมิชื่นชอบ ชายเหล่านี้จะถูกนำไปเป็นคนรับใช้ภายในจวน หรือขายออกไปก็ย่อมได้ซึ่งของกำนัลเหล่านี้มีชื่อเรียกว่า ‘ยิ่งตี้’ไป๋หลินเอ๋อร์ นางเป็นเพียงหญิงรับใช้ซื้อมาเพื่อเสริมให้ขบวนยิ่งตี้ยิ่งใหญ่สมฐานะตระกูลฮุ่ย พ่อค้าขายผ้าแพร นางเด
続きを読む
บทที่ 2  ตระกูลโจว
บทที่ 2 ตระกูลโจวงานแต่งตระกูลโจวผู้มากด้วยเงินทอง ชื่อเสียง ด้วยฐานะสำนักคุ้มภัยอันเลื่องชื่อ แม้กระทั่งผู้ครองนครแห่งรัฐฉินยังเกรงใจถึงแปดส่วน ย่อมเอิกเกริกและใหญ่โตมากด้วยผู้คน โต๊ะกินเลี้ยง และงานรื่นเริงสามวันสามคืนมิได้หยุดหย่อนแต่ทว่าเรือนนอนที่จัดไว้ในเหล่ายิ่งตี้เล็กนัก ไป๋หลินเอ๋อร์พลิกตะแคงตัวนอนเบียดเสียดแถวเรียงหนึ่งบนพื้นกระดานในห้องโถงกลาง มีเพียงฟูกนอนไร้ผ้าห่ม ซ้ำอากาศยามนี้ล่วงเข้าปลายหน้าฝนนำพาลมเย็นยะเยือกนางไม่อาจหลับได้ลงจริง ๆ จะพลิกนอนหงายยังไม่ได้ จึงพยุงกายขึ้นนั่ง “เฮ้อ...”“พี่หลินเอ๋อร์” เสียงเล็กกระซิบเรียกแล้วเอนกายขึ้นจากพื้นเรือนเช่นเดียวกัน“ยังไม่หลับอีกหรือจางอวี้”“เจ้าค่ะ ร้อนเกินไป”จริงดั่งที่จางอวี้ว่า แม้ว่าภายนอกฝนลงเม็ดพรำและเย็นยะเยือกแต่ภายในเรือนเล็กกลับอับชื้นจนเหนียวตัว“ถ้าเช่นนั้น ออกไปเดินเล่นดีหรือไม่ พี่ไม่ไหวแล้ว” ไป๋หลินเอ๋อร์ลุกขึ้นยืนทันที “ออกไปเดินเล่นฟังมโหรสพหรือดูโคมไฟยังดีกว่านอนแออัดราวหมูในคอก”“คิก คิก พี่หลินเอ๋อร์เข้าใจพูดเปรียบเทียบ เจ้าค่ะ ไปก็ไป”ร่างเล็กกว่าของจางอวี้วิ่งตามร่างสูงระหงอวบอิ่มของไป๋หลินเ
続きを読む
บทที่ 3 วันเข้าหอ
บทที่ 3 วันเข้าหอ“รูปงามจังเลยพี่หลินเอ๋อร์” จางอวี้รำพึงรำพันแผ่วเบาในลำคอ ยามมองโจวจางหมิ่นด้วยดวงตาเพ้อฝันไป๋หลินเอ๋อร์ยกยิ้มอ่อนใจ “เจ้าไม่เคยได้ยินหรือ ภายนอกรูปหยก ภายในปุยนุ่น โจวจางหมิ่นอาจมีดีแค่รูปโฉม”“พี่หลินเอ๋อร์ไม่ชอบก็ไม่เห็นแปลก ในเมื่อท่านอายุมากแล้ว”นางเบิกตากว้างเอี้ยวหน้าไปมองจางอวี้ที่บัดนี้ พวงแก้มสองข้างประเดี๋ยวแดงประเดี๋ยวดำ หลงรูปเจ้าบ่าวเข้าเต็มเปา“จุ๊ ๆ ๆ เจ้านี่ เห็นบุรุษเป็นไม่ได้ วาจาพลันเปลี่ยน จิตใจแตกซ่าน”“ชู่ว ... พี่หลินเอ๋อร์ อย่าเพิ่งพูดนั่นมีอีกขบวนเดินมาแล้ว”กลุ่มคนประมาณสิบห้าคนล้วนอาภรณ์สีดำเนื้อดี เดินนำหน้าด้วยบุรุษร่างสูงใหญ่ใบหน้าคมคายคมสันสะดุดตายิ่ง มองจากระยะไกลยังมองเห็นความสง่าน่าเกรงขามยิ่งกว่าโจวจางหมิ่น ผมสีดอกเลาแซมอย่างชายวัยสี่สิบรวบมัดตึงผูกด้วยสายรัดประดับพลอยแดงเนื้อผ้ามันเงาลวดลายมังกรร้อยกระหวัดตัวเสืออ้าปากใส่กัน ไป๋หลินเอ๋อร์ดูแล้วคาดเดาว่าคงเป็นบุคคลสำคัญไม่ใช่น้อย คนข้างกายล้วนนอบน้อมเห็นได้ชัด“ใครกันจางอวี้”“ข้าเองก็ไม่รู้ แต่ให้เดาคงเป็นโจวหมิงเจ๋อ ประมุขตระกูลโจว”ไป๋หลินเอ๋อร์เผลอยกมือลูบแขนไม่รู้ตัว อ
続きを読む
บทที่ 4 โจวหมิงเจ๋อ
บทที่ 4 โจวหมิงเจ๋อโจวหมิงเจ๋อลงฝีเท้ามั่นคงหนักแน่นเช่นเดิมอย่างที่ทำมาตลอดทั้งชีวิต กลิ่นคาวเลือดของสาวแรกรุ่นยังกรุ่นขึ้นกระทบนาสิกเนือง ๆ ยิ่งเกิดอาการซ่านในทรวงอกไม่ว่าตำราเก่าแก่โบราณสั่งสอนให้สะกดจิตใต้สำนึกไว้เพียงไร ทว่าโจวหมิงเจ๋อคร้านจะใส่ใจ เขาถือว่าการเดินทางสายกลางย่อมดีที่สุด หากร่างกายต้องการย่อมต้องปลดปล่อย“นายท่าน”เสียงเฉียนฟานหยุดเขาไว้เสียก่อนที่เขาจะเดินขึ้นถึงชั้นสาม ชีพจรรัวกระหน่ำสะกดด้วยยุทธิ์ลมปรารณ หลับตานิ่งกำหนดจุดหันกายไปยังคนสนิท“ทางคุณหนูฮุ่ยหรูได้นำขบวนสินสอดยิ่งตี้มาด้วยขอรับ”“อืม”“เพียงแต่ว่า ...” เฉียนฟานอึ้งไปครู่ไม่รู้จะพูดเช่นไรดี“อย่าอึกอักอ้ำอึ้ง เจ้ารู้นิสัยข้าดี”“ขอรับ ขบวนยิ่งตี้เอิกเกริกยิ่งทั้งชายหญิงล้วนนับรวมได้เกือบร้อยคน”“ร้อยคนเชียวหรือ”“ทางตระกูลฮุ่ยไม่ได้แจ้งข่าวล่วงหน้า ทำให้เรือนนอนไม่พอ คืนนี้จึงจัดให้นอนเรือนเล็กด้านหลังกันไปก่อน”โจวหมิงเจ๋อมองออกไปนอกหน้าต่างชั้นสาม เสียงฝนพรำตั้งแต่ยามซวี[1] อากาศหนาวลมเหนือระลอกแรกพัดเหนือยอดหลังคาปูนปั้นเสือในทุกเช้า“แล้วฟูกนอน ผ้าห่ม”“ไม่เพียงพอขอรับ”“พรุ่งนี้จัดการแบ่งยิ
続きを読む
บทที่ 5 ท่านเจ้าสำนักเสวี่ยจง
บทที่ 5 ท่านเจ้าสำนักเสวี่ยจงขบวนยิ่งตี้มากมายเกือบร้อยชีวิตเดินหน้ากระดานแถวเรียงห้ายาวเหยียดจนน่าขันโจวหมิงเจ๋อมองลงมาจากชั้นเก้าเห็นเพียงกลุ่มคนตัวเล็กดั่งมดตัวน้อยค่อยเดินแถวเป็นระเบียบเข้ามายังเสวี่ยจงโหลว หอเก้าชั้น“เฉียนฟาน เจ้าให้ซิงเยียนจัดการยิ่งตี้ผู้ชาย ส่วนผู้หญิงให้แยกไปที่โถงกลาง ตั้งแถวเรียงตามอายุ”“ขอรับ”เขาวางฝ่ามือลงราวกันตก ต้นยามเฉิน[1]แสงอาทิตย์พ้นขอบฟ้ามาได้สักพักแล้วตระกูลฮุ่ยนับว่าเป็นตระกูลดีร่ำรวยมากด้วยร้านค้าแพรพรรณ ทั้งยังที่นา ไม่นับโรงจำนำตั้งอยู่ยังแคว้นฉีเสียดายเพียงตระกูลนี้เป็นตระกูลพ่อค้า คิดสิ่งใดก็คิดดั่งพ่อค้า การจัดขบวนยิ่งตี้เอิกเกริกก็เพื่อแสดงว่าตนร่ำรวยมหาศาลราวต้องการข่มตระกูลโจวแต่แล้วหางคิ้วถึงกับกระตุกเมื่อได้เห็นขบวนแปลกประหลาดด้านล่างล้มลงบัดนี้ ขบวนสาวงามยิ่งตี้แยกจากขบวนบุรุษ ทอดยาวหน้ากระดานเรียงห้าตามคำสั่ง ทุกสาวงามล้วนงดงามและดวงหน้าตื่นตระหนก ยิ่งเดินเข้าใกล้หอเสวี่ยจงสูงถึงเก้าชั้น ยิ่งพากันส่งเสียงเซ็งแซ่“เงียบ!!”ป้าลี่ผู้นำขบวนตะวาดเสียงก้อง ยิ่งตี้ทั้งหลายเงียบเสียงเชื่อฟัง ไป๋หลินเอ๋อร์มองเบื้องบนยอดสูงสุดของอ
続きを読む
บทที่ 6 เจ็บแค่นี้คุ้มค่า
บทที่ 6 เจ็บแค่นี้คุ้มค่าเพียงสิ้นคำแม่นางน้อยใหญ่อายุเกินสิบห้าปีดวงหน้าซีดเผือดหวีดร้อง บ้างเป็นลม บ้างวิ่งหนีจนคนสำนักคุ้มภัยต้องวิ่งไล่จับเหลือแต่ไป๋หลินเอ๋อร์ที่ยังคุกเข่า ไม่แตกตื่นเช่นคนอื่น มองตรงไปทางนายท่านซึ่งลุกยืนหันหลังเดินจากไปทันทีทำอย่างไรดีไป๋หลินเอ๋อร์ลอบสบตาตื่นตระหนกของจางอวี้ได้ไม่นานพลันถูกคนต้อนให้ออกนอกโถง แยกกันไปคนละทางพวกนางถูกกลุ่มคนต้อนออกมายืนกลางลานหน้าหอสูง ไม่ต้องรอให้พวกนางกลับไปเก็บของ เพราะห่อผ้าทั้งหมดถูกโยนมากลางลาน“ของใครให้หาเอาเอง จากนั้นเข้าแถวเรียงสองคน เดินไปทางประตูใหญ่”แต่ละนางก้มเก็บข้าวของของตนเองใบหน้านองน้ำตา ร้องไห้กระซิกสะอื้น ถูกนำมาเป็นยิ่งตี้สินสอดเจ้าบ่าวย่อมต้องเป็นคนของจวนนี้ เขาจะทำเช่นไรกับพวกนางย่อมได้ไป๋หลินเอ๋อร์หยิบห่อผ้าเล็กของตนเองขึ้นมา มีเสื้อผ้าไม่มากนัก นางเป็นเพียงลูกชาวนาแต่งกายธรรมดา หน้าตาแม้ดีกว่าคนทั่วไป แต่ให้เทียบกับแม่นางน้อยห้องหออยู่เพียงในจวนคงไม่ได้ ซ้ำมือแตกหยาบกร้านนางถูกเลี้ยงมาให้ต่อสู้อดทน ทำงานหนักได้ทุกอย่างดั่งบุรุษ นางไม่มีทางยอมแพ้ จงไห่ยังถูกจองจำอยู่ที่นี่ เป็นตายมิอาจรู้ หากนา
続きを読む
บทที่ 7 ชางซิงเยียน
บทที่ 7 ชางซิงเยียนปลายหน้าฝนใกล้หน้าหนาวเช่นนี้ ยิ่งทำให้อากาศยามเช้าเย็นยะเยือก ไป๋หลินเอ๋อร์ขยับเปลือกตาทีละน้อยกระทั่งตื่นเต็มตาในวันรุ่งขึ้น นางยกมือจับศีรษะและจับแผ่นหลังเอี้ยวตัวตะแคงลุกแต่ไร้แรง มองห้องเล็กด้วยความสงสัย“โอ๊ย! เจ็บจัง”“เจ้าอย่าเพิ่งลุกขึ้น”เสียงหวานนุ่มทว่าหางเสียงแข็งเอ่ยสั่งอยู่มุมห้อง ไป๋หลินเอ๋อร์เหลียวมองจึงได้เห็นหญิงนางหนึ่งกำลังนั่งริมหน้าต่างรินชา“ข้า เจ็บ”“สมควรอยู่ที่เจ้าจะเจ็บ นึกอย่างไรกระโดดขวางรถม้าหากไม่ตายคงพิการ”“พิการ!”“โชคยังดีเจ้าไม่เป็นอะไรมาก แต่ไม่รู้ว่าโชคจะเข้าข้างเจ้าได้ถึงเมื่อไร รอนายท่านกลับมาสะสางเจ้าแล้วจะรู้ว่าตายเสียยังดีกว่า”“ท่านพูด ... ขู่ข้า”“ฮึ แล้วแต่เจ้าจะคิด อ๋อ ข้าชื่อชางซิงเยียน เรียกข้าว่านายน้อยหญิง เจ้าล่ะ”“ข้า ไป๋หลินเอ๋อร์”“ไป๋หลินเอ๋อร์ ข้าจะบอกกฎสำนักเสวี่ยจงให้เจ้าฟัง ฟังแล้วจำให้ขึ้นใจ หากเจ้าทำผิดกฎไม่มีใครช่วยเจ้าได้”ไป๋หลินเอ๋อร์มองร่างแม่นางตรงหน้าอายุราวยี่สิบกว่าปี ใบหน้างดงามราวนางฟ้าแต่ทว่ากร้าวแกร่ง คำพูดคำจายังคล้ายเด็กแต่เมื่อจ้องเข้าไปในนัยน์ตาพบว่าประสบการณ์โชกโชน นางสวมชุดเช่นเดี
続きを読む
บทที่ 8 จางอวี้
บทที่ 8 จางอวี้“จางอวี้”“พี่หลินเอ๋อร์”ไป๋หลินเอ๋อร์ยิ้มอ่อนหวานเมื่อจางอวี้วิ่งตรงมาทางนางทันทีพลางสวมกอด“ข้า ข้านึกว่าพี่โดนขายไปซ่องเสียแล้ว” จางอวี้เป็นคนบ่อน้ำตาตื้น แค่เห็นไป๋หลินเอ๋อร์ก็รื้นชื้นน้ำเต็มสองตาใกล้ไหลเต็มทน“ไม่ต้องร้องไห้ มานั่งก่อน ไม่เจอกันเดือนกว่าเป็นเช่นไรบ้าง”ไป๋หลินเอ๋อร์ดึงตัวจางอวี้ออกห่างแล้วจูงไปนั่งยังสวนกลางเรือนเล็กของยิ่งตี้ ติดกับเรือนหลัก“ข้าสบายดียิ่ง แต่ทำไมพี่ถึงรอดมาได้ พวกเขาลือกันหนาหูว่าคนที่โดนขายไปซ่องครานั้นตายเสียเกือบครึ่งจนข้านั่งภาวนาให้ท่านอยู่หลายวัน”“ตาย!!”“ใช่พี่หลินเอ๋อร์ ซ่องที่ยิ่งตี้ถูกนำไปขายโหดร้ายทารุณ มีแต่พวกทหารรับจ้างและโจรป่า ร่างของพวกนางบอบบางนักมิอาจทานทนต่อแรงชาย ป่วยบาดเจ็บ บ้างปลิดชีพหนีความทรมาน”ไป๋หลินเอ๋อร์นิ่งอึ้งพูดไม่ออก ยิ่งนางอยู่ที่นี่ยิ่งเห็นความโหดร้าย ไม่รู้ว่าจะมีสิ่งใดเลวร้ายป่าเถื่อนอีกมากขนาดไหน“น่ากลัว”“แต่ท่านไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว ข้าดีใจยิ่ง”“แล้วเจ้าล่ะจางอวี้ นายน้อยหญิงบอกว่าพวกเจ้ายังไม่ต้องทำอะไร ต้องรอให้ฮูหยินนายน้อยตั้งครรภ์เสียก่อนถึงได้ขึ้นรับใช้”“คงใกล้แล้ว ข้าเห็นท่านหมอ
続きを読む
บทที่ 9 นายท่าน
บทที่ 9 นายท่านครืด...แกร้ง...โจวหมิงเจ๋อลากเก้าอี้ไปใกล้กรงขัง นั่งคร่อมแล้วจ้องมองร่างนักโทษโจรภูเขาดูดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับสามเดือนก่อน ยิ้มมุมปากคล้ายพอใจ“ดูท่าคุกนี่เหมาะกับเจ้า จงไห่”“ขาก...ถุย!!”ชายหนุ่มหน้าเหลี่ยมถ่มน้ำลายสาดออกเป็นก้อนใหญ่ พ่นหล่นแทบเท้านายท่านสำนักเสวี่ยจง“เจ้า!!” เฉียนฟานตกใจรีบยกมือขึ้นหมายจะฟาดแต่โจวหมิงเจ๋อยกมือห้ามเสียก่อน เฉียนฟานจึงขยับถอยหลังไปเช่นเดิม“คราแรกว่าจะไม่เล่าให้ฟัง แต่ปากข้ามันอดไม่ได้ ฮึ! ข้าเพิ่งรู้ตัวว่าตนเองนั้นปากมากยิ่งนัก” เขาหยุดพูดอึดใจ “เจ้ามีคนรัก”โจวหมิงเจ๋อเอนกายพิงพนักพอใจยามเห็นสีหน้านักโทษเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาคาดว่ามาถูกทางแล้ว“ชื่อจงไห่ในแผ่นดินแคว้นฉินมีน้อยนัก หมู่บ้านที่เจ้าอยู่ติดเมืองหลวงห่างไปไม่ไกลเลย ครอบครัวเจ้าตายหมดเหลือเพียงลุงและป้า ซึ่งไม่ได้ไยดีเจ้าสักเท่าไร ฉะนั้นสำหรับข้าแล้ว เจ้าถือว่าไม่มีค่า”โจวหมิงเจ๋อเพิ่มความกวนอารมณ์นักโทษด้วยการยกขาพาดหัวเข่าซ้ายไว้เอนกาย มือถือแส้ม้าลูบเล่นขณะเอ่ยเสียงกระเซ้า“เฉียนฟาน ข้าพูดมากเกินไป ขอน้ำชา”เจ้าสำนักนอกจากเป็นคนเย็นชา เฉียบคม โหดร้าย ในบางคราวมักมีอา
続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status