Share

บทที่ 2

Author: หิมะมาเยือน
ตกกลางคืนตอนนอนอยู่บนเตียง ผมนึกถึงคำพูดของพวกเขา

วันนี้เป็นวันเกิดของกู้เหิง ส่วนหลูเจียวคือวันมะรืน

ที่แท้ไม่ใช่แค่กลิ่นบนตัวที่คล้ายกัน

แม้แต่วันเกิดของพวกเขาก็ยังใกล้กันขนาดนี้เลย

วันต่อมา ผมไปที่บ้านของเธอ

น้าจ้าวเป็นคนมาเปิดประตู

"เสี่ยวเหยียนมาแล้ว!"

หลูเจียวขานรับคำหนึ่งจากในห้อง แต่ไม่ได้ออกมา

"ไม่เข้าใจโรงเรียนของพวกเธอเลยจริง ๆ จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยอยู่แล้วยังจะหยุดทำไมอีก ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวกันแล้ว"

"นั่นไง เล่นเกมมาทั้งเช้าแล้ว!"

เธอหยิบผลไม้ออกจากตู้เย็น

"เสี่ยวเหยียนเข้าไปเล่นกับเจียวเจียวสิ อยากกินอะไรเดี๋ยวเย็นนี้น้าทำให้"

พอน้าจ้าวออกไปซื้อของ ผมก็ยืนเคาะประตูอยู่ที่หน้าห้องของเธอ

เธอสวมหูฟังไมค์กำลังเล่นเกมอยู่

เธอชายตามองแวบหนึ่ง ก่อนจะยกมือเป็นสัญญาณให้ผมเข้าไป

ผมนั่งมองเธอเล่นเกมอยู่ด้านหลัง

แต่ผมดูไม่รู้เรื่อง

คำที่เธอพูดกับคนอีกฝั่งของหูฟัง ผมก็ฟังไม่เข้าใจ

จนเล่นจบตานี้ เธอถึงหันกลับมามองผม

"แดดแรงขนาดนี้ นายออกมาทำไม"

ผมยื่นกล่องของขวัญในมือให้เธอ

"เจียวเจียว สุขสันต์วันเกิดนะ"

"ขอบใจนะ"

เธอรับไป แล้ววางไว้ข้าง ๆ อย่างไม่ใส่ใจ

บังเอิญว่าโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้าง ๆ ดังขึ้นพอดี

เธอเหลือบมองแวบเดียว แล้วกดรับสาย

"หลูเจียว เธอรีบเข้าห้องเลย"

"กู้เหิงบอกว่าจะแบกพวกเรา โดนยับมาทั้งเช้า ในที่สุดก็จะได้พลิกเกมสักที!"

เธอตอบรับว่าโอเค แล้วครอบหูฟังไว้บนหัวอีกครั้ง

เหมือนเธอเพิ่งนึกได้ว่าผมยังอยู่ในห้อง จึงหันกลับมาพูดอีก

"บนชั้นหนังสือมีหนังสือที่ฉันเพิ่งซื้อมาใหม่ นายหยิบเอาเองนะ"

เธอหันไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ และไม่หันกลับมาอีกเลย

ผมนั่งเงียบ ๆ อยู่ครู่หนึ่ง

มองดูท่าทางที่เธอยิ้มและพูดคุยกับคนฝั่งนั้น

เป็นครั้งแรกที่ตระหนักได้ว่า

โลกของผมกับเธอ มันแตกต่างกันจริง ๆ

"ฉันกลับแล้วนะ"

ผมคิดว่าเธอคงไม่ได้ยิน

แต่พอเดินถึงประตู จู่ ๆ เธอก็เรียกผมไว้

"นายยังจะไปมหาวิทยาลัยเยี่ยนเฉิงอยู่ใช่ไหม?"

มหาวิทยาลัยเยี่ยนเฉิงคืออันดับหนึ่งที่เธออยากเข้า เป็นสัญญาที่พวกเราเคยตกลงกันไว้ด้วย

ผมพยักหน้า แล้วถามกลับ

"แล้วเธอล่ะ"

"โอเค ฉันเข้าใจแล้ว"

ผมอยากจะถามเธอว่าหมายความว่ายังไง

แต่เธอก็หันกลับไปเล่นเกมต่อแล้ว

ผมมองไปยังของขวัญที่ถูกเธอวางทิ้งไว้บนชั้นหนังสือเพราะมันเกะกะ

นั่นคือแผ่นเสียงไวนิลรุ่นหายากที่บ่นอยากได้มานาน

ผมวิ่งหาตามตรอกซอกซอยเก่า ๆ ตั้งหลายที่ ค่อย ๆ ค้นหาทีละร้านขายแผ่นเสียงเก่า ๆ

หาอยู่นานครึ่งเดือนเต็ม ๆ กว่าจะเจอ แถมยังอ้อนวอนเจ้าของร้านอยู่นานกว่าจะได้ซื้อกลับมา

ตอนนี้มันตั้งอยู่อย่างเงียบสงบที่มุมห้อง

ไม่มีใครสนใจไยดี

เหมือนกับความรู้สึกของผมในตอนนี้

ตอนที่กำลังใส่รองเท้าอยู่ที่หน้าประตู ผมก็ได้ยินเสียงเธอ

คนทางฝั่งเกมเหมือนถามคำถามอะไรบางอย่างกับเธอ

"มหาวิทยาลัยเยี่ยนเฉิงเหรอ ไม่อยากไปอ่ะ ฉันไม่ชอบเมืองนั้น มันแห้งแล้งเกินไป

รอคะแนนออกค่อยว่ากันอีกทีแล้วกัน"

มือของผมที่จับลูกบิดประตูอยู่เริ่มสั่นเบา ๆ

แล้วเธอจะถามผมว่าจะไปมหาวิทยาลัยเยี่ยนเฉิงไหมไปทำไมกัน

อยากจะหลบหน้าตัวภาระอย่างผมงั้นเหรอ?

ประตูถูกดึงเปิดออกจากอีกฝั่ง

น้าจ้าวถือถุงผักเดินเข้ามา

"เสี่ยวเหยียนเธอจะกลับแล้วเหรอ ทานข้าวเสร็จก่อนค่อยไปสิ"

ผมยิ้มอย่างแข็งเกร็ง

"ไม่ดีกว่าครับคุณน้า ผมจะกลับไปทบทวนหนังสืออีกหน่อย"

พอเห็นผมพูดแบบนั้นเธอก็ไม่ได้รั้งไว้อีก หันไปบ่นหลูเจียวแทน

"หลูเจียว ยังเล่นอยู่อีกเหรอ ไม่ออกไปส่งเสี่ยวเหยียนหน่อยล่ะ!"

พอเดินออกมาจากบันไดตึก

แสงแดดข้างนอกส่องลงมาให้อบอุ่นใจ

แต่ภายในใจ มันกลับอ้างว้างเหลือเกิน

ที่แท้ความปรารถนาที่จะเข้ามหาวิทยาลัยเยี่ยนเฉิงด้วยกัน

เธอไม่ได้ใส่ใจมันมาตั้งนานแล้ว

ถ้าอย่างนั้น ผมก็ไม่จำเป็นต้องรักษาสัญญาอีกต่อไปแล้ว

หนึ่งวันก่อนการสอบเข้ามหาวิทยาลัย

ผมได้รับข้อความจากเธอ

"พรุ่งนี้ฉันจะไปรับนะ"

ผมกำโทรศัพท์อย่างเหม่อลอยอยู่ครู่หนึ่ง

แล้วค่อย ๆ พิมพ์ข้อความบรรทัดหนึ่งลงไป

"ไม่ต้องแล้ว พรุ่งนี้คนที่บ้านไปส่ง"

วันต่อมา ผมเดินเข้าประตูโรงเรียนไปคนเดียว

เป็นครั้งแรกและเป็นช่วงเวลาสำคัญในชีวิตเช่นกัน

ข้างกายไม่มีหลูเจียว

ผมมองหาตำแหน่งห้องสอบจากผังห้องสอบ พอกำลังจะเดินออกไป

แผ่นหลังก็ถูกใครบางคนชนเข้าอย่างจัง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ยืมประกายตาเธอผ่านพ้นวัยเยาว์   บทที่ 9

    "ซูเจี้ยนเหยียน ไม่เจอกันนานเลยนะ"ผมประหลาดใจเล็กน้อยที่กู้เหิงเดินเข้ามาทักทายผมเขาไม่ได้พูดอ้อมค้อม"ฉันเคยชอบหลูเจียว นายรู้ใช่ไหม"ผมพยักหน้าข่าวนี้ผมเพิ่งเคยได้ยินจากปากเพื่อนของหลูเจียวตอนงานเลี้ยงรุ่นครั้งแรก"แต่ต่อมาฉันก็ยอมแพ้ นายรู้ไหมว่าเพราะอะไร"เขาไม่ได้รอให้ผมตอบ เขาพูดต่อเองเลย"เพราะฉันพบว่า ความรู้สึกทั้งหมดของเธอหมุนรอบตัวนายคนเดียว ทั้งความสุข ความสับสน ความหงุดหงิด ความกลัวและอื่น ๆ ตอนนั้นฉันถึงได้รู้ ว่าตัวเองไม่มีทางแทรกเข้าไปในใจเธอได้เลย ฉันไม่ได้อยากจะไปแย่งชิงอะไรด้วย ฉันก็เลยยอมแพ้ไป"ผมไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงมาพูดเรื่องพวกนี้กับผมแต่ไม่นานเขาก็ให้คำตอบ "ฉันยินจากเพื่อน ๆ มา ว่าความสัมพันธ์ของนายกับหลูเจียวไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว ฉันไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างพวกนาย แต่ฉันกลัวว่าถ้ามันเกี่ยวอะไรกับฉัน ฉันเลยตั้งใจมาอธิบายให้ชัดเจนระหว่างฉันกับหลูเจียว เราไม่เคยสารภาพรักกันเป็นเรื่องเป็นราวด้วยซ้ำ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงความสัมพันธ์อื่นเลย แล้วก็..."น้ำเสียงของเขาพลันจริงจังขึ้นมา"แผ่นเสียงในตอนนั้น ฉันไม่รู้จริง ๆ ว่าเป็นของที่นายใ

  • ยืมประกายตาเธอผ่านพ้นวัยเยาว์   บทที่ 8

    ผมนึกถึงตอนเด็ก ๆตอนนั้นยังเด็กมากถึงพ่อแม่จะกำชับว่าอย่าไปยืนตากแดดบ่อย ๆแต่ก็ยังห้ามใจไม่อยู่ อยากจะไปเล่นกับเด็กคนอื่นอยู่ดีพอแสงแดดแยงตาจนแทบขยิบตาไม่ออก ถึงเพิ่งจะรู้จักกลัวหลูเจียวก็จะคอยจับมือผมไว้คอยอยู่ข้าง ๆ ผมมาตลอดตอนนั้นผมพูดกับเธอว่า"ต่อไปเธอมาเป็นดวงตาอีกคู่ให้ฉันได้ไหม"แล้วเธอก็คอยดูแลผมมาหลายปีจริง ๆเงาร่างเล็ก ๆ ในวันวานค่อย ๆ ทับซ้อนกับหลูเจียวที่อยู่ตรงหน้าผมอยากจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดีผมเข้าใจความคิดของเธอได้ แต่ก็ไม่อาจปล่อยวางบาดแผลเหล่านั้นลงได้เหมือนกันผมนิ่งเงียบไปนาน จ้องมองเธออยู่อย่างนั้น"หลูเจียว เรื่องที่เกิดขึ้นไปแล้วไม่มีทางแก้ไขได้ เสียใจไปก็ไม่มีประโยชน์ มองไปข้างหน้ากันเถอะ"ผมถือของ แล้วลุกออกจากที่นั่งเพิ่งเดินพ้นประตู เธอก็รีบวิ่งตามมาแล้วถามผมอย่างระมัดระวัง"ซูเจี้ยนเหยียน นายยังจะยกโทษให้ฉันอยู่ไหม"ผมยืนหันหลังให้เธอ"ฉันก็ไม่รู้ แต่ตอนนี้ฉันยังทำไม่ได้ ฉันก็พอเข้าใจความคิดของเธอได้นะ แต่บาดแผลพวกนั้นที่ฉันเคยได้รับ มันก็เป็นเรื่องจริงเหมือนกัน ฉันถึงขั้นเคยสงสัยในตัวเองหลายครั้งเพราะค

  • ยืมประกายตาเธอผ่านพ้นวัยเยาว์   บทที่ 7

    แสงไฟสลัวมาก แต่ผมก็เห็นว่าเธอตาแดงแล้วแต่ผมไม่ค่อยเข้าใจเธอเท่าไรเรื่องที่เกิดขึ้นในงานเลี้ยงรุ่นตอนนั้นจนถึงตอนนี้ผมยังจำได้ฝังใจแล้วตอนนี้เธอมาทำท่าทางแบบนี้ เพื่ออะไรอีก "หลูเจียว เธอบอกเองนะว่าให้ฉันปล่อยเธอไป ฉันก็ลองคิดดูแล้ว เธอพูดไม่ผิดหรอก ฉันไม่ควรทำเธอเสียเวลาอีกจริง ๆ นั่นแหละ"เธอขยับเข้ามาข้างหน้าสองก้าว แล้วรีบร้อนอธิบาย"ไม่ใช่แบบนั้นนะ! ฉันเสียใจมาตลอดเลย คำพูดรุนแรงที่พูดกับนายวันนั้น มันไม่ใช่สิ่งที่ฉันตั้งใจจะพูดจริง ๆ หรอก ฉันอยากจะขอโทษนายตั้งนานแล้ว แต่...นายบล็อกฉันไปแล้ว ฉันเลยคิดว่ารอเปิดเทอม พอเราเจอกันฉันค่อยขอโทษนาย แต่พอฉันไปหานายที่บ้าน คุณน้ากลับบอกว่านายไปมหาวิทยาลัยลู่เฉิงแล้ว"น้ำเสียงของเธอเจือความน้อยใจและอ้อนวอน"ซูเจี้ยนเหยียน ยกโทษให้ฉันได้ไหม อย่าใจร้ายกับฉันขนาดนี้เลย""ฉันใจร้ายเหรอ"ชั่วขณะนั้นผมมองเธออย่างสับสนจนตอนนี้ผมยังจำคำพูดที่เธอพูดตอนยืนอยู่หน้าห้องจัดเลี้ยงได้ดีจำตอนที่เธอทำตัวเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายกับผมได้แล้วสุดท้าย ทำไมกลายเป็นผมที่ใจร้ายซะแล้วล่ะ"เพราะเธอจะไปส่งฉันกลับบ้าน ฉันเลยนั่งรอเธอในห้องเรีย

  • ยืมประกายตาเธอผ่านพ้นวัยเยาว์   บทที่ 6

    มหาวิทยาลัยลู่เฉิงอยู่ไม่ไกลจากบ้าน ขับรถใช้เวลาประมาณสามชั่วโมงถ้ามีเรื่องเร่งด่วนจริง ๆ บ้านน้าก็อยู่ใกล้ ๆ แถวนั้นปกติพักหอพักของมหาวิทยาลัย วันหยุดเสาร์อาทิตย์บางครั้งก็ไปบ้านน้า วันหยุดยาวค่อยกลับมาบ้านนอกจากเรียนหนังสือแล้ว ผมยังเข้าร่วมกิจกรรมชมรมด้วยก็เพราะแบบนี้ ก็เลยได้รู้จักกับเพื่อน ๆ ที่มีอุดมการณ์และความสนใจตรงกันผมไม่ได้ปกปิดหรือหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงเรื่องดวงตาของตัวเอง และก็ไม่ได้ฝืนทำเป็นเข้มแข็งหลังจากได้พยายามลองดูแล้วก็พบว่ามีหลายเรื่องที่ลำพังผมคนเดียวก็สามารถทำออกมาได้ดีมากเหมือนกันช่วงปิดเทอมฤดูหนาวและฤดูร้อน บางครั้งผมก็ไปทำงานพาร์ตไทม์แต่ส่วนใหญ่จะไปท่องเที่ยวกับพ่อแม่มากกว่านับ ๆ ดูแล้ว หลังจากเข้ามหาวิทยาลัยผมก็ไม่ได้พบกับหลูเจียวอีกเลยเป็นเวลาสองปีตอนใกล้จะเรียนจบที่บ้านวางแผนจะไปท่องเที่ยวทางไกล พวกเราจะไปซินเจียงพอใกล้ถึงวันเดินทาง แม่ของผมก็โทรศัพท์มาหา"เสี่ยวเหยียน ทริปเที่ยวครั้งนี้ ครอบครัวน้าจ้าวจะไปกับพวกเราด้วยนะ"ผมนิ่งเงียบไปสองสามวินาที"ทำไมก่อนหน้านี้ไม่เห็นบอกผมเลยครับ"แม่ของผมดูหนักใจนิดหน่อย"แต่ตอนกินข้าวด

  • ยืมประกายตาเธอผ่านพ้นวัยเยาว์   บทที่ 5

    การจากไปของผมทำให้หลูเจียวผ่อนคลายไปตลอดทั้งช่วงปิดเทอมแต่ในใจของเธอกลับรู้สึกว่างเปล่าเดิมทีตั้งใจจะอาศัยช่วงเปิดเทอม ทำให้ความสัมพันธ์ของเราหายตึงเครียดลงหน่อยคิดไม่ถึงว่าผมจะจากไปอย่างเงียบ ๆ แบบนี้"เขาทำแบบนี้ได้ยังไง... เรานัดกันไว้แล้วแท้ๆ ว่าจะไปมหาวิทยาลัยเยี่ยนเฉิงด้วยกัน..."เธอพึมพำกับตัวเองเธอมองแม่ผมด้วยแววตาลนลานอยู่บ้างแม่ของผมประหลาดใจนิดหน่อย"น้ายังนึกว่าเขาปรึกษากับหนูแล้วเสียอีก"หลูเจียวส่ายหน้าโดยไม่รู้ตัวเธอสีหน้าซีดเผือดจนดูไม่ได้พอแม่นึกถึงคำพูดของผมก่อนหน้านี้ ก็พอจะคาดเดาสาเหตุได้บ้างแม่ถอนหายใจออกมา"เจียวเจียว หลายปีมานี้หนูคอยดูแลเสี่ยวเหยียนคงเหนื่อยมากแน่เลย เขาสายตาไม่ดีมาตั้งแต่เด็ก น้าก็เลยอดเป็นห่วงไม่ได้ เพราะพวกหนูโตมาด้วยกัน เลยชินกับการให้หนูดูแลเขา เหมือนย้ายภาระไปให้หนูโดยไม่รู้ตัว ตั้งแต่วันที่ได้ฟังเสี่ยวเหยียนพูด น้าถึงเพิ่งรู้ว่าสร้างความกดดันให้หนูมากขนาดนี้ แถมยังกระทบกับการเข้าสังคมของหนูกับเพื่อน ๆ อีก เจียวเจียว น้าขอโทษหนูด้วยนะ"หลูเจียวเบิกตากว้าง รีบปฏิเสธอย่างลนลาน"คุณน้าคะ ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ

  • ยืมประกายตาเธอผ่านพ้นวัยเยาว์   บทที่ 4

    เสียงโห่แซวดังขึ้นรอบ ๆผมนั่งเก้ ๆ กัง ๆ มือที่อยู่ใต้โต๊ะกำแน่นไม่อยากให้เธอต้องลำบากใจ กำลังจะเอ่ยปากอธิบายหลูเจียวก็ทำหน้าตึง น้ำเสียงห้วนและเย็นชา"อย่าพูดจาไร้สาระ นั่นเพราะครอบครัวพวกเราสนิทกันต่างหาก สายตาเขาไม่ดี พ่อแม่เลยให้ฉันช่วยดูแลเขาหน่อย"คำพูดนั้นฟังดูเบาสบาย แต่กลับกระแทกลงในใจผมอย่างหนักหน่วงเหมือนก้อนน้ำแข็งความหวั่นไหวและความคาดหวังที่ผมแอบซ่อนไว้ในลึก ๆ ของหัวใจตั้งแต่ต้นจนจบมันเป็นสิ่งที่ผมคิดไปเองคนเดียวทั้งนั้นผมนั่งต่อไม่ไหวอีกต่อไป ลุกขึ้นเดินไปห้องน้ำผมสงบสติอารมณ์อยู่พักใหญ่ พอเดินออกมากลับได้ยินเสียงดังมาจากห้องน้ำฝั่งตรงข้าม"หลูเจียว เธอคอยตามซูเจี้ยนเหยียนแบบนี้ทุกวัน แล้วต่อไปจะไปหาแฟนได้ยังไง""เขาเป็นกึ่งคนตาบอด วันๆ เอาแต่ให้เธอคอยดูแลทุกเรื่อง ไม่ใช่ว่าจะมาเกาะเธอไปตลอดชีวิตหรอกนะ กู้เหิงดูมีใจให้เธออยู่นะ ถ้าต้องพลาดเดือนโรงเรียนเพราะคนกึ่งพิการนั่น ได้มีร้องไห้แน่! เธอไปลองคิดดูให้ดี ๆ อย่าเอาแต่คอยปกป้องเขา ไม่งั้นจะเสียเวลาตัวเองเปล่า ๆ"หลังจากนั้นหลูเจียวพูดว่าอะไรผมก็ได้ยินไม่ชัดอีกแล้วที่แท้ผมไม่ใช่แค่ภาระเท่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status