แชร์

ยืมประกายตาเธอผ่านพ้นวัยเยาว์
ยืมประกายตาเธอผ่านพ้นวัยเยาว์
ผู้แต่ง: หิมะมาเยือน

บทที่ 1

ผู้เขียน: หิมะมาเยือน
พอกลับมาที่นั่ง หลูเจียวก็กำลังคุยกับเพื่อนข้าง ๆ อยู่

เธอเห็นผมกลับมา ก็คุยกับผมเหมือนอย่างที่เคยทำ

"แว่นตานายล่ะ?"

ผมขยี้ตาที่แห้งนิดหน่อยเพราะถูกแสงแดด

"หายแล้ว"

เธอถอนหายใจ ยื่นมือไปดึงผ้าม่านข้าง ๆ ให้ปิดสนิท

"ตอนเย็นฉันกลับบ้านเป็นเพื่อนนาย"

อย่างกับว่าคำพูดที่ได้ยินตอนถ่ายรูปนั้น ผมก็แค่หูแว่วไปเอง

ตอนเลิกเรียน มีคนเรียกเธอออกไป

เธอให้ผมนั่งรอเธออยู่ในห้องเรียน

แต่การรอคอยครั้งนี้

ใช้เวลานานถึงสองชั่วโมง

ผมอยากจะโทรหาเธอ

แต่โทรศัพท์แบตหมดดับไปแล้ว

จนกระทั่งคุณครูเดินผ่านห้องเรียนแล้วเห็นผม

"ซูเจี้ยนเหยียน ทำไมยังไม่กลับบ้านอีก"

คุณครูรู้ว่าผมตาไม่ค่อยดี จึงจะไปส่งผมที่บ้าน

ผมปฏิเสธไป

ผมไม่อยากให้หลูเจียวกลับมาแล้วไม่เจอผม

คุณครูเห็นว่าโทรศัพท์ผมแบตหมด จึงช่วยโทรหาให้

หลังจากนั้นยี่สิบนาที

หลูเจียวที่กำลังหอบหายใจแรงก็มาโผล่ที่ประตู

"ฉันส่งข้อความบอกนายแล้วนะ ว่าให้กลับไปก่อน"

"ฉันไม่เห็น"

ผมชูโทรศัพท์ขึ้นมาอย่างทำตัวไม่ถูก

"โทรศัพท์แบตหมดน่ะ"

เธอมองผมด้วยแววตาซับซ้อนครู่หนึ่ง

แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไร

"ไปกันเถอะ"

เธอไม่ได้พูดอะไรเลยตลอดทาง

เอาแต่ตอบข้อความในโทรศัพท์ตลอดเวลา

ผมได้กลิ่นหอมพฤกษาเจือรสขมเย็นนิด ๆ บนตัวเธอ

แต่เมื่อตอนกลางวันของวันนี้ เธอยังไม่มีกลิ่นนี้เลย

เพิ่งไปไหนมานะ

พอถึงหน้าประตูหมู่บ้านผม จู่ ๆ ก็มีคนตะโกนเรียกเธอ

มีคนยืนอยู่ตรงประตูสองสามคน ผมมองเห็นไม่ชัด

แต่ในกลุ่มคนพวกนั้น ผมกลับได้กลิ่นแบบเดียวกับที่อยู่บนตัวเธอ

หลูเจียวรีบก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าว ส่วนผมยืนนิ่งอยู่ที่เดิม

"พวกนายมาได้ยังไง"

"ร้านอาหารที่จะไปอยู่นี่ใกล้ ๆ เอง พวกเราเลยมารับเธอไปพร้อมกัน"

เป็นน้ำเสียงที่ใสและทุ้มต่ำ ผมเคยได้ยินในเสียงกระจายข่าวของโรงเรียน

เดือนโรงเรียนของพวกเรา กู้เหิง

"โอเค งั้นพวกนายรอฉันแป๊บหนึ่ง เดี๋ยวฉันส่งเขาเข้าไปก่อน"

"เดี๋ยวนะ ถึงหน้าประตูหมู่บ้านแล้วยังต้องไปส่งอีกเหรอ"

นักเรียนชายหนึ่งในนั้นพูดขึ้นอย่างไม่ค่อยพอใจ

เพื่อนของหลูเจียวรีบช่วยอธิบาย

"ซูเจี้ยนเหยียนสายตาไม่ดี ตอนกลางคืนมองไม่ค่อยเห็น"

เพื่อนนักเรียนชายคนนั้นจิ๊ปาก

"ปกติก็ดูสบายดีนี่ ใครจะไปรู้ว่าจริงหรือโกหก"

"วันนี้เป็นวันเกิดกู้เหิง ยังจะออกมาวุ่นวายอีก ฉันว่าเขาตั้งใจชัด ๆ หมดอารมณ์จริง ๆ!"

ผมยืนกระอักกระอ่วนทำตัวไม่ถูก ได้แต่กำหมัดแน่น

รอจนหลูเจียวเดินเข้ามาใกล้ ผมจึงเอ่ยปากเบา ๆ

"เธอไปเที่ยวเถอะ ฉันกลับเองได้"

เธอลังเลนิดหน่อย

"นาย...ไหวเหรอ"

"ฉันไหว"

ผมหันหลังเดินเข้าหมู่บ้านไป

ด้านหลังมีเสียงคุยของพวกเขาดังมา

"อ้าว หลูเจียว ทำไมไม่ส่งสามีขี้โรคของเธอให้ถึงบ้านล่ะ"

"เพื่อนกัน อย่ามาพูดจาเลอะเทอะ!"

ผมหยุดเดินกระทันหัน

หลายปีมานี้ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอตะคอกปฏิเสธอย่างจริงจัง

ไฟถนนในหมู่บ้านสว่างไสว

แต่ก็ช่วยให้ผมแยกแยะทิศทางได้คร่าว ๆ เท่านั้น

ผมคลำทางเดินไปข้างหน้า ในเหมือนถูกอะไรบางอย่างบีบรัดเอาไว้

เมื่อก่อนเธอไม่แก้ตัว เพราะเธอไม่ใส่ใจ

แต่ตอนนี้เธอแก้ตัว มันเป็นเพราะอะไรกัน?

กู้เหิงงั้นเหรอ?

ขาไม่รู้ไปชนเข้ากับอะไร ผมล้มลงกับพื้นอย่างจัง

ความเจ็บแปลบจากฝ่ามือ ทำเอาผมสับสนไปชั่วขณะ

เมื่อก่อนเธอไม่ได้เป็นแบบนี้

เมื่อก่อนบ้านพวกเราสองคนอยู่ตรงข้ามกัน

เธอจะจูงมือผมเดินไปและกลับจากโรงเรียนด้วยกัน

จะเสนอตัวขอคุณครูนั่งเป็นเพื่อนร่วมโต๊ะกับผม

ตอนที่เพื่อนร่วมชั้นหัวเราะเยาะผม ก็เป็นเธอนี่แหละที่บังอยู่ข้างหน้าผม

มันตั้งแต่เมื่อไรกัน

ที่เธอเริ่มรู้สึกรำคาญผม

"ซูเจี้ยนเหยียน!"

ด้านหลังมีเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังมา

หลูเจียวดึงตัวผมขึ้นมาจากพื้น

"นี่น่ะเหรอที่นายบอกว่าไหว"

น้ำเสียงของเธอไม่ดีนัก

แต่กลับตรวจดูอย่างใส่ใจว่าผมบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า

เธอจูงมือผม ส่งผมกลับบ้านเหมือนเมื่อก่อน

เปลวไฟดวงน้อยในใจกลับมาส่องสว่างขึ้นอีกครั้ง

หลูเจียว ยังแคร์ผมอยู่

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ยืมประกายตาเธอผ่านพ้นวัยเยาว์   บทที่ 9

    "ซูเจี้ยนเหยียน ไม่เจอกันนานเลยนะ"ผมประหลาดใจเล็กน้อยที่กู้เหิงเดินเข้ามาทักทายผมเขาไม่ได้พูดอ้อมค้อม"ฉันเคยชอบหลูเจียว นายรู้ใช่ไหม"ผมพยักหน้าข่าวนี้ผมเพิ่งเคยได้ยินจากปากเพื่อนของหลูเจียวตอนงานเลี้ยงรุ่นครั้งแรก"แต่ต่อมาฉันก็ยอมแพ้ นายรู้ไหมว่าเพราะอะไร"เขาไม่ได้รอให้ผมตอบ เขาพูดต่อเองเลย"เพราะฉันพบว่า ความรู้สึกทั้งหมดของเธอหมุนรอบตัวนายคนเดียว ทั้งความสุข ความสับสน ความหงุดหงิด ความกลัวและอื่น ๆ ตอนนั้นฉันถึงได้รู้ ว่าตัวเองไม่มีทางแทรกเข้าไปในใจเธอได้เลย ฉันไม่ได้อยากจะไปแย่งชิงอะไรด้วย ฉันก็เลยยอมแพ้ไป"ผมไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงมาพูดเรื่องพวกนี้กับผมแต่ไม่นานเขาก็ให้คำตอบ "ฉันยินจากเพื่อน ๆ มา ว่าความสัมพันธ์ของนายกับหลูเจียวไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว ฉันไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างพวกนาย แต่ฉันกลัวว่าถ้ามันเกี่ยวอะไรกับฉัน ฉันเลยตั้งใจมาอธิบายให้ชัดเจนระหว่างฉันกับหลูเจียว เราไม่เคยสารภาพรักกันเป็นเรื่องเป็นราวด้วยซ้ำ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงความสัมพันธ์อื่นเลย แล้วก็..."น้ำเสียงของเขาพลันจริงจังขึ้นมา"แผ่นเสียงในตอนนั้น ฉันไม่รู้จริง ๆ ว่าเป็นของที่นายใ

  • ยืมประกายตาเธอผ่านพ้นวัยเยาว์   บทที่ 8

    ผมนึกถึงตอนเด็ก ๆตอนนั้นยังเด็กมากถึงพ่อแม่จะกำชับว่าอย่าไปยืนตากแดดบ่อย ๆแต่ก็ยังห้ามใจไม่อยู่ อยากจะไปเล่นกับเด็กคนอื่นอยู่ดีพอแสงแดดแยงตาจนแทบขยิบตาไม่ออก ถึงเพิ่งจะรู้จักกลัวหลูเจียวก็จะคอยจับมือผมไว้คอยอยู่ข้าง ๆ ผมมาตลอดตอนนั้นผมพูดกับเธอว่า"ต่อไปเธอมาเป็นดวงตาอีกคู่ให้ฉันได้ไหม"แล้วเธอก็คอยดูแลผมมาหลายปีจริง ๆเงาร่างเล็ก ๆ ในวันวานค่อย ๆ ทับซ้อนกับหลูเจียวที่อยู่ตรงหน้าผมอยากจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดีผมเข้าใจความคิดของเธอได้ แต่ก็ไม่อาจปล่อยวางบาดแผลเหล่านั้นลงได้เหมือนกันผมนิ่งเงียบไปนาน จ้องมองเธออยู่อย่างนั้น"หลูเจียว เรื่องที่เกิดขึ้นไปแล้วไม่มีทางแก้ไขได้ เสียใจไปก็ไม่มีประโยชน์ มองไปข้างหน้ากันเถอะ"ผมถือของ แล้วลุกออกจากที่นั่งเพิ่งเดินพ้นประตู เธอก็รีบวิ่งตามมาแล้วถามผมอย่างระมัดระวัง"ซูเจี้ยนเหยียน นายยังจะยกโทษให้ฉันอยู่ไหม"ผมยืนหันหลังให้เธอ"ฉันก็ไม่รู้ แต่ตอนนี้ฉันยังทำไม่ได้ ฉันก็พอเข้าใจความคิดของเธอได้นะ แต่บาดแผลพวกนั้นที่ฉันเคยได้รับ มันก็เป็นเรื่องจริงเหมือนกัน ฉันถึงขั้นเคยสงสัยในตัวเองหลายครั้งเพราะค

  • ยืมประกายตาเธอผ่านพ้นวัยเยาว์   บทที่ 7

    แสงไฟสลัวมาก แต่ผมก็เห็นว่าเธอตาแดงแล้วแต่ผมไม่ค่อยเข้าใจเธอเท่าไรเรื่องที่เกิดขึ้นในงานเลี้ยงรุ่นตอนนั้นจนถึงตอนนี้ผมยังจำได้ฝังใจแล้วตอนนี้เธอมาทำท่าทางแบบนี้ เพื่ออะไรอีก "หลูเจียว เธอบอกเองนะว่าให้ฉันปล่อยเธอไป ฉันก็ลองคิดดูแล้ว เธอพูดไม่ผิดหรอก ฉันไม่ควรทำเธอเสียเวลาอีกจริง ๆ นั่นแหละ"เธอขยับเข้ามาข้างหน้าสองก้าว แล้วรีบร้อนอธิบาย"ไม่ใช่แบบนั้นนะ! ฉันเสียใจมาตลอดเลย คำพูดรุนแรงที่พูดกับนายวันนั้น มันไม่ใช่สิ่งที่ฉันตั้งใจจะพูดจริง ๆ หรอก ฉันอยากจะขอโทษนายตั้งนานแล้ว แต่...นายบล็อกฉันไปแล้ว ฉันเลยคิดว่ารอเปิดเทอม พอเราเจอกันฉันค่อยขอโทษนาย แต่พอฉันไปหานายที่บ้าน คุณน้ากลับบอกว่านายไปมหาวิทยาลัยลู่เฉิงแล้ว"น้ำเสียงของเธอเจือความน้อยใจและอ้อนวอน"ซูเจี้ยนเหยียน ยกโทษให้ฉันได้ไหม อย่าใจร้ายกับฉันขนาดนี้เลย""ฉันใจร้ายเหรอ"ชั่วขณะนั้นผมมองเธออย่างสับสนจนตอนนี้ผมยังจำคำพูดที่เธอพูดตอนยืนอยู่หน้าห้องจัดเลี้ยงได้ดีจำตอนที่เธอทำตัวเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายกับผมได้แล้วสุดท้าย ทำไมกลายเป็นผมที่ใจร้ายซะแล้วล่ะ"เพราะเธอจะไปส่งฉันกลับบ้าน ฉันเลยนั่งรอเธอในห้องเรีย

  • ยืมประกายตาเธอผ่านพ้นวัยเยาว์   บทที่ 6

    มหาวิทยาลัยลู่เฉิงอยู่ไม่ไกลจากบ้าน ขับรถใช้เวลาประมาณสามชั่วโมงถ้ามีเรื่องเร่งด่วนจริง ๆ บ้านน้าก็อยู่ใกล้ ๆ แถวนั้นปกติพักหอพักของมหาวิทยาลัย วันหยุดเสาร์อาทิตย์บางครั้งก็ไปบ้านน้า วันหยุดยาวค่อยกลับมาบ้านนอกจากเรียนหนังสือแล้ว ผมยังเข้าร่วมกิจกรรมชมรมด้วยก็เพราะแบบนี้ ก็เลยได้รู้จักกับเพื่อน ๆ ที่มีอุดมการณ์และความสนใจตรงกันผมไม่ได้ปกปิดหรือหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงเรื่องดวงตาของตัวเอง และก็ไม่ได้ฝืนทำเป็นเข้มแข็งหลังจากได้พยายามลองดูแล้วก็พบว่ามีหลายเรื่องที่ลำพังผมคนเดียวก็สามารถทำออกมาได้ดีมากเหมือนกันช่วงปิดเทอมฤดูหนาวและฤดูร้อน บางครั้งผมก็ไปทำงานพาร์ตไทม์แต่ส่วนใหญ่จะไปท่องเที่ยวกับพ่อแม่มากกว่านับ ๆ ดูแล้ว หลังจากเข้ามหาวิทยาลัยผมก็ไม่ได้พบกับหลูเจียวอีกเลยเป็นเวลาสองปีตอนใกล้จะเรียนจบที่บ้านวางแผนจะไปท่องเที่ยวทางไกล พวกเราจะไปซินเจียงพอใกล้ถึงวันเดินทาง แม่ของผมก็โทรศัพท์มาหา"เสี่ยวเหยียน ทริปเที่ยวครั้งนี้ ครอบครัวน้าจ้าวจะไปกับพวกเราด้วยนะ"ผมนิ่งเงียบไปสองสามวินาที"ทำไมก่อนหน้านี้ไม่เห็นบอกผมเลยครับ"แม่ของผมดูหนักใจนิดหน่อย"แต่ตอนกินข้าวด

  • ยืมประกายตาเธอผ่านพ้นวัยเยาว์   บทที่ 5

    การจากไปของผมทำให้หลูเจียวผ่อนคลายไปตลอดทั้งช่วงปิดเทอมแต่ในใจของเธอกลับรู้สึกว่างเปล่าเดิมทีตั้งใจจะอาศัยช่วงเปิดเทอม ทำให้ความสัมพันธ์ของเราหายตึงเครียดลงหน่อยคิดไม่ถึงว่าผมจะจากไปอย่างเงียบ ๆ แบบนี้"เขาทำแบบนี้ได้ยังไง... เรานัดกันไว้แล้วแท้ๆ ว่าจะไปมหาวิทยาลัยเยี่ยนเฉิงด้วยกัน..."เธอพึมพำกับตัวเองเธอมองแม่ผมด้วยแววตาลนลานอยู่บ้างแม่ของผมประหลาดใจนิดหน่อย"น้ายังนึกว่าเขาปรึกษากับหนูแล้วเสียอีก"หลูเจียวส่ายหน้าโดยไม่รู้ตัวเธอสีหน้าซีดเผือดจนดูไม่ได้พอแม่นึกถึงคำพูดของผมก่อนหน้านี้ ก็พอจะคาดเดาสาเหตุได้บ้างแม่ถอนหายใจออกมา"เจียวเจียว หลายปีมานี้หนูคอยดูแลเสี่ยวเหยียนคงเหนื่อยมากแน่เลย เขาสายตาไม่ดีมาตั้งแต่เด็ก น้าก็เลยอดเป็นห่วงไม่ได้ เพราะพวกหนูโตมาด้วยกัน เลยชินกับการให้หนูดูแลเขา เหมือนย้ายภาระไปให้หนูโดยไม่รู้ตัว ตั้งแต่วันที่ได้ฟังเสี่ยวเหยียนพูด น้าถึงเพิ่งรู้ว่าสร้างความกดดันให้หนูมากขนาดนี้ แถมยังกระทบกับการเข้าสังคมของหนูกับเพื่อน ๆ อีก เจียวเจียว น้าขอโทษหนูด้วยนะ"หลูเจียวเบิกตากว้าง รีบปฏิเสธอย่างลนลาน"คุณน้าคะ ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ

  • ยืมประกายตาเธอผ่านพ้นวัยเยาว์   บทที่ 4

    เสียงโห่แซวดังขึ้นรอบ ๆผมนั่งเก้ ๆ กัง ๆ มือที่อยู่ใต้โต๊ะกำแน่นไม่อยากให้เธอต้องลำบากใจ กำลังจะเอ่ยปากอธิบายหลูเจียวก็ทำหน้าตึง น้ำเสียงห้วนและเย็นชา"อย่าพูดจาไร้สาระ นั่นเพราะครอบครัวพวกเราสนิทกันต่างหาก สายตาเขาไม่ดี พ่อแม่เลยให้ฉันช่วยดูแลเขาหน่อย"คำพูดนั้นฟังดูเบาสบาย แต่กลับกระแทกลงในใจผมอย่างหนักหน่วงเหมือนก้อนน้ำแข็งความหวั่นไหวและความคาดหวังที่ผมแอบซ่อนไว้ในลึก ๆ ของหัวใจตั้งแต่ต้นจนจบมันเป็นสิ่งที่ผมคิดไปเองคนเดียวทั้งนั้นผมนั่งต่อไม่ไหวอีกต่อไป ลุกขึ้นเดินไปห้องน้ำผมสงบสติอารมณ์อยู่พักใหญ่ พอเดินออกมากลับได้ยินเสียงดังมาจากห้องน้ำฝั่งตรงข้าม"หลูเจียว เธอคอยตามซูเจี้ยนเหยียนแบบนี้ทุกวัน แล้วต่อไปจะไปหาแฟนได้ยังไง""เขาเป็นกึ่งคนตาบอด วันๆ เอาแต่ให้เธอคอยดูแลทุกเรื่อง ไม่ใช่ว่าจะมาเกาะเธอไปตลอดชีวิตหรอกนะ กู้เหิงดูมีใจให้เธออยู่นะ ถ้าต้องพลาดเดือนโรงเรียนเพราะคนกึ่งพิการนั่น ได้มีร้องไห้แน่! เธอไปลองคิดดูให้ดี ๆ อย่าเอาแต่คอยปกป้องเขา ไม่งั้นจะเสียเวลาตัวเองเปล่า ๆ"หลังจากนั้นหลูเจียวพูดว่าอะไรผมก็ได้ยินไม่ชัดอีกแล้วที่แท้ผมไม่ใช่แค่ภาระเท่

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status