Share

บทที่ 3 ชีวิตช่างน่าสงสาร

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-27 12:07:23

“คุณ อย่าโกรธลูกไปเลยนะ มีเรื่องอะไรก็ค่อย ๆ พูดค่อย ๆ จากัน”

ฮุ่ยหนิงไม่รู้ว่าลูกสาวของหล่อนกำลังคิดที่จะทำอะไรอยู่ แต่ตอนนี้เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ลูกสาวของหล่อนไม่ควรกลับมาที่นี่

“คราวที่แล้วฉันก็ได้บอกลูกไปแล้วมีอะไรก็เก็บไว้ในใจไม่ต้องต่อปากต่อความกับทางนู่น วันนี้ลูกสาวของคุณกลับวิ่งแจ้นกลับมาที่นี่อีกแล้ว ไม่รู้ว่าในหัวกำลังคิดอะไรอยู่ เอาแต่ทำตัวไร้เหตุผลแบบนี้ ไม่แปลกหรอกที่ทางนู่นจะโกรธ”

คำพูดที่ออกมาจากปากของแม่ ได้ยินผ่าน ๆ ดูเหมือนจะเป็นห่วงเธอ แต่ถ้าคิดดูให้ดีแล้ว แม่กำลังต่อว่าโทษเธออยู่ต่างหากล่ะที่ทำตัวไม่ดีกับแม่สามี ซื่อหงดูเหมือนจะทนไม่ได้อีกต่อไปแล้ว สายตาเธอจ้องหน้าคนเป็นแม่ไม่กะพริบตา

“ทุกคนต่างก็ต้องออกไปทำงานแลกแต้มกันหมด พวกเขากลับมาต่างก็ได้พักผ่อนกัน ส่วนฉันกลับต้องเข้าครัวทำอาหาร นำเสื้อผ้าของพวกเขาไปซัก กลับมาเก็บกวาดทำความสะอาดบ้าน สิ่งดี ๆ ไม่เคยตกถึงฉันหรอกนะคะแม่ แต่งานทุกอย่างกลับตกเป็นของฉันหมด ตอนที่พี่สะใภ้คลอดลูกก็มีแค่ฉันเนี่ยแหละที่คอยดูแล ฉันทำดีก็ถูกด่า ทำไม่ดีก็ถูกด่า ฉันแค่ถอนหายใจก็ผิดแล้วค่ะ ใคร ๆ ก็บอกว่าฐานะทางบ้านเหอดี แต่เงินที่ฉันหามาได้ไม่เคยได้ใช้เลยสักหยวน ถ้าชาตินี้ฉันต้องมาทนกับอะไรแบบนี้อีก ชีวิตฉันก็ไร้ค่าไม่มีค่าอะไรอีกต่อไปแล้วค่ะแม่!!”

ซื่อหงเป็นคนที่จิตใจดี ใจเย็น พูดจาอ่อนน้อม ใคร ๆ ต่างก็รักและเอ็นดู ไม่เคยพูดจาว่าร้ายใครมาก่อน คำพูดจากปากของซื่อหงเมื่อครู่ทำให้ทุกคนประหลาดใจกันมาก บรรยากาศภายในบ้านตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง ซื่อหลินไม่รู้ว่าพี่สาวใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านสามีเกิดอะไรขึ้นบ้าง ตอนนี้หล่อนเห็นพี่สาวต่างจากเมื่อก่อนก็ดีใจมาก เมื่อก่อนซื่อหลินบอกให้พี่สาวหย่ากับสามีจะได้ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานแบบนี้ กลับถูกแม่ดุด่าต่อว่าไม่หยุด ตอนนี้ซื่อหลินถึงไม่กล้าเอ่ยปากพูดอะไรอีก

‘หยางจินเกอ’ ส่งเสียงไอเบา ๆ มองไปที่ซื่อหง “ซื่อหง ทำไมถึงได้พูดกับแม่แบบนั้นล่ะ? แม่แค่ไม่อยากให้เธอหย่ากับเจียวหมิงแล้วถูกคนอื่นนินทาต่อว่าน่ะ”

ซื่อหงปรายตามองพี่ชายเพียงคนเดียวของเธอไม่พูดไม่จาอะไร ฮุ่ยหนิงรู้ว่าลูกสาวต้องทนทุกข์ทรมานแค่ไหน แต่หล่อนจะช่วยอะไรลูกสาวได้ ตระกูลหยางมีเงินไม่มากคือตระกูลเหอ ลูกสาวของหล่อนมีลูกให้กับเจียวหมิงไม่ได้เองจะโทษใครได้ เพราะแบบนี้...หล่อนถึงไม่มีเหตุผลที่จะไปโต้งเถียงกับคนบ้านนั้นได้

“แกมาบอกแม่ทำไม? เราไม่มีทางเลือกอื่นนิ ถ้าโทษก็โทษแกที่มีลูกให้เจียวหมิงไม่ได้”

คำนี้อีกแล้ว! ถ้าซื่อหงไม่รู้ว่าเธอคือตัวประกอบในนิยาย เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอจะมีวันรู้ว่าเจียวหมิงเป็นหมันหรือไม่? เมื่อนึกถึงเรื่องราวในอดีต เธอผ่านอะไรมามาก ไม่อยากจะทนอีกต่อไปแล้ว มือเล็กกำตะเกียบในมือแน่น กัดฟันดังกรอด ในแววตาเต็มไปด้วยแรงอาฆาตแค้น

“ฉันไม่ได้ผิดอะไร!! คนที่มีลูกไม่ได้คือเจียวหมิงต่างหาก!! ไม่ใช่ฉัน!!”

คำพูดของเธอไม่ได้ทำให้ฮุ่ยหนิงประหลาดใจ หล่อนคิดแค่ว่าลูกสาวของหล่อนนั้นกำลังเสียใจถึงได้โยนความผิดให้เจียวหมิงแบบนั้น เรื่องนี้มันคือหน้าที่ของผู้หญิง จะโทษผู้ชายแบบนั้นได้อย่างไร

“แกพูดอะไรของแก เจียวหมิงเป็นผู้ชายจะมีลูกไม่ได้ได้อย่างไร? ถ้าเจียวหมิงมีลูกไม่ได้จริง ๆ ยิ่งหย่าไม่ได้ ถ้าแกช่วยคนในบ้านเหอเลี้ยงดูหลาน ๆ บางทีพวกเขาอาจจะเปลี่ยนใจมาเอ็นดูแกก็ได้นะซื่อหง”

ซื่อหงเธอสิ้นหวังแล้วจริง ๆ เธอไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาอธิบายให้แม่ของเธอได้เข้าใจได้แล้ว เรื่องที่เธอได้ย้อนเวลากลับมามีชีวิตอีกครั้ง เธอบอกให้แม่รู้ไม่ได้ เรื่องที่เจียวหมิงมีชู้เธอก็บอกให้แม่รู้ไม่ได้เหมือนกัน เพราะซื่อหงรู้ว่าแม่ของเธอเป็นคนอย่างไร พูดไปแม่เธอก็ไม่ฟังอยู่ดี ก็เหมือนตอนนี้ เธอพยายามอธิบายแล้ว แต่แม่ก็ยังโยนความผิดให้เธออยู่ดี ซื่อหลินไม่รู้ว่าทำไมพี่สาวถึงได้พูดแบบนั้น แต่หล่อนได้รับการศึกษาก็พอจะเข้าใจได้

“แม่คะ ฉันคิดว่าเรื่องลูกคือเรื่องของคนสองคนนะคะแม่” ซื่อหลินยังพูดไม่ทันจบ ฮุ่ยหนิงก็รีบเอ่ยแทรก

“ผู้ใหญ่กำลังคุยกันอยู่ ลูกจะออกความคิดเห็นทำไม? รีบกินข้าวซะ ถ้าไม่อยากกินก็ไปให้อาหารหมูนู่น”

ซื่อหลินเม้มปากแน่น แอบครุ่นคิดอยู่คนเดียว ทุกครั้งที่พูดถึงเรื่องการหย่าของพี่สาว หล่อนอยากจะเอ่ยถามสักสองสามคำแต่แม่ก็ไม่ให้หล่อนพูดอะไร ไม่ว่าอย่างไรหล่อนก็จะอยู่ข้างพี่สาว

“หยางซื่อหง อย่าคิดที่จะเปลี่ยนเรื่องคุย แม่จะบอกอะไรให้แกรู้นะ การแต่งงานครั้งนี้แกจะหย่าไม่ได้ ถ้าแกไม่เชื่อฟังที่ฉันบอก แกก็ไม่ต้องกลับมาเหยียบที่บ้านหลังนี้อีก อย่างไรเสียแกก็ไม่ฟังสิ่งที่ฉันบอกอยู่แล้วนิ จะกลับมาที่นี่ทำไม”

เห็นสีหน้าและแววตาของแม่แล้ว ซื่อหงก็รู้สึกปวดใจมาก เมื่อหลายวันก่อน...แม่สามีได้พูดถึงเรื่องหย่า เธอก็ได้กลับมาที่บ้าน แม่ก็ได้บอกกับเธอแล้วว่าถ้าเธอมีลูกให้เจียวหมิงไม่ได้ก็ห้ามหย่า ถ้าเธออยากจะหย่าจริง ๆ ห้ามกลับมาที่บ้านหยางอีก ตอนนั้นเธอก็คิดว่าจะทำตามอย่างที่แม่บอก

แต่...ตอนนี้ซื่อหงรู้ทุกอย่างได้แจ่มชัดแล้ว ถ้าเธอหย่าแล้วจะทำไม? หย่ากับเจียวหมิงแล้วเธอจะไม่ใช่คนในตระกูลหยางอย่างนั้นหรือ? เธอกลับมาที่นี่ไม่ได้อย่างนั้นหรือ? เมื่อคราก่อนพี่ชายของเธอเกิดอุบัติเหตุขาหักนอนป่วยนานหลายเดือน เธอต้องทิ้งการเรียนกลับมาดูแลพี่ชาย ซื่อหงออกไปทำงานแลกแต้มที่ทุ่งเหมือนคนอื่นเขา ออกจากบ้านแต่เช้ามืด กลับมาที่บ้านอีกทีพระอาทิตย์ก็ลับฟ้าแล้ว

พี่ชายอยากจะแต่งงาน น้องสาวอยากจะเรียนต่อ ที่บ้านไม่มีเงิน เธอยอมแต่งงานกับเจียวหมิงเพื่อนำเงินสินสอดมาเป็นค่าสินสอดให้พี่ชายและค่าเรียนให้กับน้องสาว หลังจากที่แต่งงานออกเรือนไปแล้ว หลายครั้งที่เธอทำอาหารหาเงินส่งมาให้ทางบ้านไม่ใช่หรือ? ตอนนี้...เพราะเรื่องหย่าเพียงเรื่องเดียว ทุกคนในบ้านถึงกับต้องเกลียดเธอขนาดนี้เลยหรือ? ยิ่งคิดซื่อหงก็ยิ่งปวดใจ

“เอาละ ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว” ซุนเย่ไม่อยากให้ทุกคนในบ้านมีปากเสียงกันจึงได้เอ่ยเตือนสติ

“ซื่อหง ทำตามที่แม่บอกเถอะนะ แม่ก็แค่เป็นห่วงลูกน่ะถึงได้พูดแบบนั้น ถ้าลูกหย่าคนอื่นจะมองลูกไม่ดี ถ้าลูกแต่งงานใหม่ก็เป็นได้แค่แม่เลี้ยงเท่านั้น ชีวิตลูกคงไม่ดีเท่ากับอยู่ที่บ้านเหอหรอกนะ ขอแค่ลูกไม่หย่ากับเจียวหมิง พวกเขาก็บังคับลูกไม่ได้ รับเด็ก ๆ ญาติของพวกเขามาเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรมสักคนสิ ชีวิตก็มีแค่นี้แหละ อดทนใช้ชีวิตผ่านไปแต่ละวันก็พอ”

ซื่อหงได้ยินพ่อบอกแบบนั้นก็เม้มปากแน่น บ้านหยางลำบากยากจนมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายายแล้ว ซุนเย่ลำบากมากกว่าจะทำให้ฮุ่ยหนิงยอมแต่งงานด้วยได้ เพราะแบบนี้...พ่อของเธอถึงได้เชื่อฟังแม่เธอมากอย่างไรล่ะ พี่ชายของเธอเองก็ไม่ต่างจากพ่อเลยสักนิด เชื่อฟังภรรยาทุกอย่าง ซื่อหงจึงไม่คาดหวังอะไรในตัวพ่อกับพี่ชายมาก

ตอนนี้...ใจของเธอด้านชาไปแล้ว ความจริงอยู่ในใจของพวกเขา เธอมีลูกให้เจียวหมิงไม่ได้หรือเจียวหมิงมีลูกไม่ได้ก็ไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว พวกเขาเห็นเรื่องหย่ามันน่าอาย ไม่ยอมให้เธอหย่ากับเจียวหมิงง่าย ๆ

“ฉันรู้แล้วค่ะพ่อ” ซื่อหงไม่อยากจะพูดอะไรอีกแล้ว ไม่อยากโต้เถียงกับคนที่ไร้เหตุผลอย่างแม่ของเธอ เธอจะไม่พูดถึงเรื่องหย่าต่อหน้าพ่อกับแม่อีก รอได้ใบหย่ามาเธอถึงจะนำมาให้พ่อกับแม่ดู

“วันนี้ลูกก็พักอยู่ที่บ้านของเราก่อน รอแม่หายาบำรุงร่างกายมาได้ก่อนแล้วค่อยกลับไปที่นั่น บางทีครั้งนี้ลูกอาจจะท้องก็ได้นะ”

แม่ของเธอเอาแต่พูดเรื่องนี้ไม่หยุด ซื่อหงก็ไม่อยากจะพูดอะไรให้มากความ ทนนั่งฟังอยู่อย่างนั้น เธอยังอยากจะอยู่ที่นี่ต่อ หลังจากที่กินข้าวเสร็จเธอก็รีบนำจานไปล้าง ฮุ่ยหนิงเห็นลูกสาวใจเย็นกลับมาเป็นปกติแล้ว ถึงอุ่นใจออกไปทำงาน ก่อนที่จะออกไปทำงานที่ทุ่ง ซื่อหลินก็ได้วิ่งมาหาซื่อหงที่ครัว

“มีเรื่องอะไรจะคุยกับพี่หรือ? ” ซื่อหลินคลี่ยิ้ม

“ถ้าอยู่ไปแล้วไม่มีความสุข พี่ก็หย่ากับพี่เจียวหมิงเถอะค่ะ ฉันอยู่ข้างพี่นะคะ”

ซื่อหงได้ยินน้องสาวบอกแบบนั้นก็หยุดชะงักไป เมื่อชาติที่แล้วซื่อหลินก็อยู่ข้างเธอแบบนี้ เห็นดีที่อยากจะให้เธอหย่ากับเจียวหมิง แต่ตอนนั้นเธอรู้สึกว่าเรื่องหย่ามันน่าอายเหมือนกับแม่ของเธอ เธอมีลูกให้เจียวหมิงไม่ได้ อยากจะแต่งงานใหม่ก็ไม่ง่าย เพราะแบบนี้...ตอนนั้นเธอถึงไม่ได้นึกเรื่องหย่า ไม่คิดว่าย้อนกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ซื่อหลินกลับยังเหมือนเดิมกับเธอไม่เปลี่ยน

เมื่อชาติที่แล้ว...หลังจากที่เธอหย่ากับเจียวหมิงแล้ว เธอไม่มีอะไรติดตัวกลับมาเลยนอกจากถุงเสื้อผ้า ตอนนี้ได้ย้อนกลับมามีชีวิตอีกครั้งเธอจะไม่โง่เขลาเหมือนชาติที่แล้วอีก แต่...ซื่อหงแค่สงสัยว่า เธอย้อนเวลากลับมาครั้งนี้ได้มีอะไรเปลี่ยนไปบ้างหรือไม่? ไม่รู้ว่าผู้หญิงที่ชื่อโม่วหลียังทำงานอยู่ที่เขตชุมชนหรือไม่นะ?

ด้วยเหตุนี้...ก่อนที่เจียวหมิงจะกลับมาถึงที่บ้าน เธอจะต้องไปที่เขตชุมชนตามสืบเรื่องของโม่วหลีก่อน เวลานี้เพิ่งจะบ่ายสอง จากบ้านไปที่เขตชุมชนใช้เวลาราว ๆ 1 ชั่วโมง ก่อนที่แม่จะออกจากบ้านไปทำงานที่ทุ่งได้บอกกับเธอว่าตอนเย็นมีงานต้องทำ ซื่อหงไม่อยากจะสร้างความวุ่นวายอีก จึงตัดสินใจว่าพรุ่งนี้ค่อยไปที่เขตชุมชน

ซื่อหงล้างจานทำความสะอาดบ้านเสร็จก็นำเสื้อผ้าของทุกคนไปซักที่ริมธาร ฮุ่ยหนิงกลับมาที่บ้านเห็นลูกสาวทำงานบ้านเสร็จเรียบร้อยหมดแล้วอยากจะสั่งสอนลูกสาวสักหน่อย แต่ตอนนี้หล่อนไม่มีแรงเหลือเลย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ยุค 70 ไม่เป็นแล้วนางเอกขอเป็นนางร้ายแทน   บทที่ 15 พี่สะใภ้ผู้โลภมาก

    ซื่อหงเดินช้า ๆ ไปหยุดอยู่ตรงหน้าคนเป็นแม่ นัยน์ตาที่เต็มไปด้วยไอสังหารจ้องหน้าอีกฝ่ายเขม็ง“ตอนที่พี่จินเกอประสบอุบัติเหตุ ฉันต้องหยุดเรียนเพื่อมาดูแลพี่เขา ฉันช่วยงานพ่อกับแม่ดูแลพี่จินเกอและซื่อหลิน ฉันตามพ่อกับแม่ไปทำงานที่ทุ่ง เรือนที่เราอยู่ตอนนี้ฉันก็มีส่วนร่วมหาเงินมาช่วยสร้างเรือนหลังนี้ เพราะเหตุใดกัน? ฉันหย่ากับเจียวหมิงแม่ถึงตัดขาดความสัมพันธ์กับฉัน ฉันควรจะได้อยู่ที่เรือนหลังนี้สิ”เมื่อคราที่เธอยังเด็ก พี่ชายโชคไม่ดีประสบอุบัติเหตุ ซื่อหงคิดว่านี่ไม่ใช่ความผิดของเธอ เมื่อชาติที่แล้วใครพูดอะไรเธอก็เชื่อฟังไม่เคยขัด เธอทำดีคอยช่วยเหลือทุกคนในบ้าน ทำไมตอนนี้เธอถึงอาศัยอยู่ในเรือนนี้ไม่ได้กันเล่า?“ถ้าแม่รู้สึกว่าการที่ฉันหย่ากับเจียวหมิงทำให้ตระกูลหยางอับอายขายขี้หน้า ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้ฉันกับแม่ก็ไปป่าวประกาศให้ทุกคนได้รู้ว่าแม่อยากจะตัดขาดความสัมพันธ์กับฉันเหมือนอย่างที่แม่ต้องการ!!”ซื่อหงไม่ได้ประชดประชันแม่แต่อย่างใด เพราะเธอรู้ว่าผู้ชายในบ้านหลังนี้อ่อนแอปวกเปียกแค่ไหน พ่อกับพี่ชายไม่มีความเป็นผู้นำและยังเป็นคนโลภมากชอบเอาแต่ได้ ก่อนหน้านั้นแม้ว่าเธอจะไม่ค่อยได้กลับม

  • ยุค 70 ไม่เป็นแล้วนางเอกขอเป็นนางร้ายแทน   บทที่ 14 ไม่สนอะไรทั้งนั้น

    ผู้คนที่นี่ต่างก็กลัวอับอายขายขี้หน้ากันหมด พวกเขาจะไม่สนว่าลูกสาวจะรู้สึกอย่างไร ตอนนี้ซื่อหงไม่อยากจะต่อล้อต่อเถียงกับแม่ พูดไปแม่ก็ไม่มีวันฟังคำพูดจากปากเธออยู่แล้ว เพราะเธอได้แต่งงานออกเรือนไปแล้ว ก็ไม่มีค่าอะไรในบ้านหลังนี้อีกต่อไป การหย่าร้างเป็นเรื่องใหญ่ ลูกสาวบ้านไหนแต่งงานออกเรือนไปแล้วเกิดหย่ากับสามีจะทำให้ตระกูลอับอายขายขี้หน้าต่อให้พวกเธออธิบายเหตุผลก็ไม่มีใครฟัง ไม่สามารถเปลี่ยนความคิดของคนเหล่านั้นได้ เมื่อชาติที่แล้วเธอก็เคยอธิบายให้ผู้คนที่นี่ฟังแล้วครั้งหนึ่ง แต่ก็ไม่มีใครเชื่อเธอเลยสักคนเดียว ซื่อหงสูดหายใจเข้าลึก ๆ นึกถึงคำพูดของแม่เมื่อชาติที่แล้วที่ได้พูดไว้กับเธอ“คนอื่นนำเรื่องนี้ไปนินทาแล้วทำไมเหรอคะ? อดทนแล้วทุกอย่างจะผ่านไป อย่างไรเสียคำพูดของคนพวกนั้นก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตเราแย่ลงได้ นี่คือคำพูดก่อนหน้านั้นที่แม่ได้พูดกับฉัน แม่ไม่อยากให้ฉันหย่ากับเจียวหมิงถึงได้บอกแบบนั้น วันนี้ฉันจะใช้คำพูดที่แม่เคยพูดไว้กับฉันเตือนสติแม่ค่ะ”“นี่แก!!” คำพูดจุกอยู่ที่คอทำให้ฮุ่ยหนิงถึงกับพูดไม่ออก ก่อนหน้านั้นหล่อนได้พูดกับลูกสาวแบบนั้นจริง ๆ แต่...ตอนนี้กับตอนนั้นมีอะไรที่ไ

  • ยุค 70 ไม่เป็นแล้วนางเอกขอเป็นนางร้ายแทน   บทที่ 13 เข้าใจกันและกัน

    มู่เหยียนเป็นคนที่รูปร่างสูงใหญ่ ภายนอกดูเย็นชาน่ากลัว มองยังไงก็เหมือนคนไม่น่าเข้าใกล้ แต่...พอเขาได้ยิ้มแล้วละก็ ใบหน้าที่เยือกเย็นนั้นก็จะมีความอ่อนโยนขึ้น ทำให้เขาดูไม่ได้แย่ในสายตาของเธอ ริมฝีปากหนาคลี่ยิ้ม ดูเหมือนเรื่องที่เธอขอร้องเขานั้นไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร ซื่อหงเห็นเขาแตกต่างจากเมื่อครู่ก็รู้สึกโล่งอก เขาก็ไม่ได้แย่อย่างที่เธอคิด“เอาเป็นว่าคุณเห็นด้วยกับฉันนะคะ” นัยน์ตาเรียวคมมองลึกเข้าไปในดวงตาที่เป็นประกายเหมือนกับดวงดาวในยามค่ำคืน หัวใจของเขาพลันเต้นแรงรัวเร็ว“คุณไม่ต้องเป็นกังวลไปหรอก ผมคือทหารทำงานในค่าย ผมรู้ว่าผมกำลังทำอะไรอยู่”ซื่อหงได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกเหมือนว่ามู่เหยียนเขาคงไม่หยุดอยู่แค่นี้แน่ ภายในใจก็แอบเป็นกังวลเล็กน้อย“แล้ว...คุณจะเอายังไงต่อคะ? จะเปิดเผยเรื่องของพวกเขาสองคนเหรอคะ? ”มู่เหยียนแค่นหัวเราะในลำคอเบา ๆ เขาจะไม่เปิดเผยเรื่องของพวกเขาสองคน เขาอยากจะเห็นโม่วหลีและเจียวหมิงแต่งงานกัน อยากจะให้สองคนนั้นได้รู้ซึ้งถึงความรักที่พวกเขาปรารถนา มู่เหยียนอยากจะเห็นเจียวหมิงตกอยู่ในสภาพที่ลำบากใจเมื่อเจอกับปัญหาที่แก้ไม่ได้ มีเพียงความวิตกกังวลและความกลัวเท

  • ยุค 70 ไม่เป็นแล้วนางเอกขอเป็นนางร้ายแทน   บทที่ 12 ขอร้องอีกฝ่าย

    เมื่อเช้านี้...เธอเพิ่งจะเจอมู่เหยียนที่อำเภอ พอกลับมาที่นี่ก็รู้ว่าเจียวหมิงถูกทำร้ายร่างกาย อะไรมันจะบังเอิญขนาดนั้นนอกจากมู่เหยียนแล้ว เธอนึกไม่ออกจริง ๆ ว่าเป็นฝีมือใคร ตอนแรก...ซื่อหงคิดว่าเขาไม่รู้เรื่องนี้แล้วเสียอีก ใครจะไปคิดว่าเขาก็รู้เรื่องนี้เหมือนกันและเขาก็คิดที่จะไม่ปล่อยเจียวหมิงไปตั้งแต่แรกได้ยินว่าเจียวหมิงถูกทำร้ายร่างกาย เธอก็ดีใจมาก อย่างน้อยคนคนนั้นก็ได้ช่วยเอาคืนเจียวหมิงให้เธอ แต่พอได้ยินว่าเจียวหมิงแขนขาหักต้องนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลอีกนานหลายวัน ซื่อหงก็รู้สึกเป็นกังวลขึ้นมา ถ้าเจียวหมิงนอนที่โรงพยาบาลแล้วเรื่องหย่าล่ะ?ซื่อหงไม่ได้สนใจเรื่องนี้ สิ่งที่เธอจนใจคือเรื่องเงินต่างหากล่ะ ถ้าเกิดมู่เหยี่ยนนำเรื่องนี้ไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เรื่องของเจียวหมิงถูกเปิดเผย แล้วเงินที่เหลือของเธอล่ะ? เมื่อนึกถึงเงินที่เหลือที่ยังไม่ได้จากเจียวหมิงแล้ว ซื่อหงไม่ไปเยี่ยมเจียว หมิงที่โรงพยาบาลอีก ก่อนจะมุ่งหน้าไปที่หมู่บ้านจงโหวแทนซื่อหงรู้แค่ว่าหมู่บ้านจงโหวอยู่ห่างจากเขตชุมชนไม่ไกลเท่าไรนัก แต่เธอก็ไม่เคยไปที่หมู่บ้านจงโหวมาก่อน เธอวิ่งจากเขตมาที่นี่ก็นานเกือบครึ่งชั่

  • ยุค 70 ไม่เป็นแล้วนางเอกขอเป็นนางร้ายแทน   บทที่ 11 นี่เพิ่งจะเริ่มต้น

    “ผมก็ต้องไปทำธุระของผมเหมือนกันครับ หวังว่าเรื่องของพวกเราสองคนจะราบรื่นนะครับ”ซื่อหงจะต้องทำสมุดเงินเก็บพอดี ไม่รู้ว่าจะบอกลาชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าอย่างไร ดีที่เขาเป็นฝ่ายเอ่ยปากบอกลาเธอก่อน“ค่ะ หวังว่าเรื่องของพวกเราจะราบรื่น” เห็นร่างบางเดินจากไปแล้ว มู่เหยียนถึงถอนหายใจโล่งอกเมื่อนึกถึงความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเธอแล้ว นัยน์ตาดำขลับก็พลันหม่นแสง หลังจากนั้นมู่เหยียนก็มุ่งหน้าไปที่ที่เจียวหมิงเดินหายไปเมื่อครู่ เส้นทางตรงหน้าไปที่คณะปฏิวัติที่เขาคุ้นเคย สำนักงานใหญ่ต่างรวมอยู่ที่นั่นหมด เจียวหมิงอยากจะยื่นหนังสือสำคัญจะต้องไปที่นั่นมู่เหยียนเดินเข้าไปในคณะปฏิวัติ เขาเดินดูรอบ ๆ ถึงเห็นเจียวหมิงไปยืนที่แผนกจราจร เขาไม่อาจเดินเข้าไปลากเจียว หมิงออกมาได้ ได้แต่ยืนรออยู่ตรงนั้น สุดท้าย...มู่เหยียนก็เห็นเจียวหมิงเดินออกมาพร้อมกับกระดาษสำคัญในมือ ริมฝีปากหนาผลิยิ้มไม่หุบ เขาเดินไปหยิบเอากระสอบที่หาได้แถวนั้นติดมือมาด้วยมู่เหยียนเห็นว่า...หลังจากที่เจียวหมิงเดินออกมาจากอาคารคณะปฏิวัติ เขาไม่ได้ไปหาโม่วหลีในทันที แต่กลับเดินไปที่ร้านอาหารรัฐซื้อข้าวมาสองกล่อง ไม่ต้องบอกก็รู้ได้แล้วว่าเ

  • ยุค 70 ไม่เป็นแล้วนางเอกขอเป็นนางร้ายแทน   บทที่ 10 มันคือพรมลิขิต

    เจียวหมิงยังไม่ทันจะได้พูดอะไร ซื่อหงก็รีบเอ่ยแทรก “เรื่องนั้นพวกเราสองคนคุยกันแล้วค่ะ พวกเราจะแบ่งทรัพย์สินอย่างยุติธรรม ในอนาคตพวกเราจะไม่นำเรื่องนี้มารบกวนอาหรอกนะคะ อาไม่ต้องห่วงค่ะ”เจียวหมิงได้ยินคำว่ายุติธรรม เขาก็โกรธซื่อหงมาก เธอหน้าด้านหน้าทนแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน รีดไถเงินจากเขาตั้ง 1200 หยวน หน้าไม่อายกล้าพูดว่าแบ่งทรัพย์สินอย่างยุติธรรมได้อย่างไร ต่อให้โกรธมากแค่ไหนก็ตาม เจียวหมิงก็พูดอะไรไม่ได้ จางหย่งซักถามพวกเขาสองคนไม่หยุด เขาเริ่มจะหมดความอดทนก็ได้เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยดีเท่าไร“ทีนี้อาประทับตราได้หรือยัง? ” จางหย่งถามพวกเขานานเกือบครึ่งชั่วโมง ก็ได้รู้ว่าพวกเขาอยากจะหย่ากันจริง ๆ ไม่ได้มีใครบังคับ ต่อให้พยายามเตือนให้พวกเขาปรับความเข้าใจกันแล้วก็ตาม ก็คงจะเตือนพวกเขาสองคนไม่ได้ จางหย่งได้แต่ถอนหายใจแรง“เอาละ ที่ผ่านมาฉันก็เตือนพวกเธอสองคนมาโดยตลอด พวกเธอสองคนทะเลาะกันมานานเป็นปีแล้ว ก็คงคิดมาดีแล้วสินะ ในเมื่อพวกเธอสองคนอยากจะหย่า ฉันก็ไม่มีความคิดเห็นใด ๆ อีก” พูดจบ จางหย่งก็เปิดลิ้นชักนำตราประทับออกมา“เรื่องทรัพย์สิน ถ้าตอนนั้นพวกเธอสองคนอยากจะให้คนไปเป็

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status