Share

บทที่ 2 หมดความอดทนแล้ว

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-27 12:07:07

เธอรีบเก็บจดหมายนั้นไว้ในถุง จากนั้นก็เดินออกมาจากห้องนอน บังเอิญเห็นแม่สามีกำลังยืนคุยกับป้าข้างบ้าน ‘เทียนลู่ลี่’ ทันทีที่เห็นซื่อหงเดินออกจากบ้านมา เฟยเทียนและลู่ลี่ก็หยุดชะงักหันมามองที่เธอ เฟยเทียนเห็นซื่อหงกว่าจะออกมาจากห้องได้ก็โกรธหน้าดำหน้าแดง

“ทำไมถึงได้เปลี่ยนเสื้อผ้านานขนาดนั้นล่ะ? ทำอะไรก็ชักช้า น่าเบื่อจริง ๆ เลย”

ได้ยินเสียงแหลมของแม่สามีอีกครั้ง ซื่อหงก็ปวดหัวมาก เธอไม่อยากเสวนากับแม่สามีอีก ไม่อยากจะเอ่ยตอบก่อนจะปิดประตูห้องดังปัง เฟยเทียนเห็นลูกสะใภ้เมินตนก็ยิ่งโกรธมากกว่าเดิม

“นี่ซื่อหง เธอเป็นใบ้หรือหูหนวกกันแน่ ห้ะ!! ฉันกำลังคุยกับเธออยู่นะ เธอกล้าเมินฉันได้ยังไง”

ลู่ลี่เห็นอะไรผิดแปลกไป ก็รีบคว้าแขนเฟยเทียน จากนั้นก็มองไปที่ซื่อหงก่อนจะเหยียดยิ้มที่มุมปาก

“ซื่อหง นำของติดตัวไปเยอะแบบนั้น จะไปไหนหรือ” ครู่นั้นเฟยเทียนถึงเห็นถุงผ้าที่ซื่อถงถืออยู่

“นี่เธอจะไปไหน? ในถุงผ้ามีอะไร? ” ซื่อหงชำเลืองตามองไปที่แม่สามีและป้าข้างบ้าน

ลู่ลี่นอกจากที่จะเป็นคนปากมากแล้วยังเป็นแม่สื่อด้วย ถ้าเป็นซื่อหงในเมื่อก่อนคงคิดว่าแม่สามีกับป้าข้างบ้านกำลังยืนคุยกันเล่น ๆ อยู่ แต่ตอนนี้...เธอรู้แล้วว่าแม่สามีกำลังขอให้ลู่ลี่ทาบทามลูกสาวบ้านอื่นให้เจียวหมิงแต่งงานใหม่

“กลับไปที่บ้านแม่น่ะ รอพี่เจียวหมิงกลับมาฉันจะหย่ากับพี่เขา”

คำว่าหย่าที่ซื่อหงเอ่ยบอก ทำให้เฟยเทียนและลู่ลี่ประหลาดใจอ้าปากค้าง บ้านลู่ลี่อยู่ข้าง ๆ บ้านเฟยเทียน มีเรื่องอะไรหล่อนจะรู้ก่อนใครเขา ตระกูลเหออยากจะให้ซื่อถงรีบ ๆ หย่ากับเจียวหมิง แต่ซื่อหงกลับไม่ยอมหย่าสักที ทำไมวันนี้ถึงอยากจะหย่าขึ้นมาได้ล่ะ เฟยเทียนไม่อยากจะเชื่อ แค่นหัวเราะในลำคอเบา ๆ

ซื่อหงแต่งงานกับเจียวหมิงเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ก็สามปีแล้ว แม่สามีเป็นคนอย่างไรนั้นเธอย่อมรู้ดีกว่าใคร เธอขอกลับไปเยี่ยมแม่ที่บ้านที่ไร แม่สามีเอาแต่พูดถึงเรื่องหย่า พอกลับมาเธอก็ต้องอดทนอดกลั้นน้อมรับผิดอีก

“ถ้าเธอยังมีความเป็นคนอยู่ก็รีบหย่ากับเจียวหมิงซะ อย่าเอาแต่พูดลอย ๆ พอรู้ว่าตัวเองทำผิดก็แสร้งร้องห่มร้องไห้ขอให้ฉันยกโทษให้ ทำเหมือนกับพวกเรารังแกเธออย่างนั้นแหละ!!”

ทุกครั้งที่แม่สามีบังคับให้ซื่อหงหย่า เธอจะเศร้าใจทุกครั้งและมักจะกลับไปที่บ้านแม่ แต่...กลับไปที่บ้านทีไรแม่ก็เอาแต่โทษแต่ดุด่าต่อว่าเธอ แม่บอกว่าเธอเป็นคนผิดที่ไม่สามารถมีลูกให้เจียวหมิงได้ ถึงต้องมาทนกับอะไรแบบนี้ แม่ไล่ให้เธอกลับไปที่บ้านสามียอมรับผิด จะได้มีชีวิตที่ดีได้ ซื่อหงเองก็คิดว่าเธอเป็นหมันไม่สามารถมีลูกให้เจียวหมิงได้ ถึงได้ทุกใจจนถึงลมหายใจสุดท้าย

อยู่ที่บ้านแม่สองวันก็ต้องกลับมาที่บ้านสามียอมรับผิดทั้ง ๆ ที่เธอไม่ได้ทำผิดอะไร มือเล็กกำหมัดแน่น ตอนนี้เธอโกรธจนพูดอะไรไม่ออก ซื่อหงสูดหายใจเข้าลึก ๆ ไม่สนใจแม่สามีอีกก่อนจะเดินออกจากบ้านมา เธอเดินออกจากบ้านมาได้ไม่กี่ก้าวก็ได้ยินแม่สามีพูดคุยกับป้าข้างบ้านว่า

“เธอดูลูกสะใภ้ฉันสิ ไม่รู้ว่าที่ผ่านมามีเรื่องอะไรทำให้ลูกสะใภ้ฉันเป็นแบบนี้ ตัวลูกสะใภ้ฉันเองที่มีลูกให้ลูกชายฉันไม่ได้ ฉันจะทนอยู่ในบ้านหลังนี้ได้อย่างไร”

ตอนแรกซื่อหงไม่อยากจะต่อปากต่อความกับแม่สามีให้มากความ แต่พอได้ยินแม่สามีเอาแต่โทษโยนความผิดให้เธอทุกอย่าง ไฟแค้นในอกก็ลุกโชนขึ้น ใบหน้าเรียวสวยหันกลับไปมองลู่ลี่ ก่อนจะกวาดสายตาไปมองแม่สามี

“แม่สามีที่แสนดีคะ ฉันจะบอกความจริงบางอย่างให้แม่รู้นะคะ คนที่ไม่สามารถมีลูกได้ก็คือลูกชายสุดที่รักของแม่ค่ะไม่ใช่ฉัน ลูกชายของแม่เป็นหมันฉันถึงมีลูกไม่ได้อย่างไรล่ะคะ!!”

คำพูดจากปากของซื่อหงไม่ต่างจากสายฟ้าผ่า ทำให้แม่สามีและป้าข้างบ้านถึงกับนิ่งไป แววตาของเฟยเทียนพลันกระตุกวูบเมื่อได้ยินแบบนั้น ที่ผ่านมาซื่อหงไม่เคยพูดแบบนี้กับหล่อนมาก่อน ตอนนี้กลับกล้าพูดจาใส่ร้ายลูกชายหล่อนต่อหน้าลู่ลี่ได้อย่างไร

“แกอยากจะสร้างความร้าวฉานให้ครอบครัวฉันใช่ไหม? แกนั่นแหละที่เป็นหมันมีลูกไม่ได้ น่าไม่อายกล้าโทษลูกชายฉันได้ยังไง!!” ลู่ลี่เองก็ไม่อยากจะเชื่อหันไปถามเฟยเทียน

“ที่ซื่อหงบอก หมายความว่ายังไง? ” เฟยเทียนรู้ว่าลู่ลี่เป็นคนอย่างไร ก็รีบอธิบาย

“เธออย่าไปเชื่อสิ่งที่นังนั่นพูดนะ นังนั่นไร้ยางอายถึงได้ใส่ร้ายป้ายสีลูกชายฉันแบบนั้น”

เห็นสีหน้าและแววตาที่ไม่อยากจะเชื่อของลู่ลี่ ซื่อหงก็กระตุกยิ้มร้ายที่มุมปาก ตอนแรกเธอคิดว่าจะรอเจียวหมิง กลับมาก่อนถึงจะบอกเรื่องนี้ให้เขารู้ ใครบอกให้แม่สามีปากมากเองล่ะ ตอนนี้ลู่ลี่ได้ยินทุกอย่างชัดเจนแล้ว ลู่ลี่จะต้องนำเรื่องนี้ไปซุบซิบนินทากับผู้คนในพื้นที่แน่ อีกไม่นานทุกคนก็จะรู้ว่าเจียวหมิงนั้นเป็นหมันไม่อาจมีลูกได้ เมื่อชาติที่แล้วเธอทนกับคำนินทามามากพอแล้ว ครานี้เจียว หมิงและคนในบ้านเหอจะได้รู้สึกเสียบ้าง

“ฉันไม่ได้ใส่ร้ายป้ายสีพี่เจียวหมิงนะคะ แต่ฉันพูดความจริงต่างหากล่ะ ที่ผ่านมาเพราะว่าฉันอยากรักษาหน้าคนในบ้านเหอหรอกนะถึงไม่ได้บอกเรื่องนี้ให้ใครรู้ แต่ตอนนี้ฉันไม่อยากทนอีกต่อไปแล้ว ลูกชายของแม่นั่นแหละเป็นหมันมีลูกไม่ได้ ชาตินี้ตระกูลเหอไม่มีทางมีผู้สืบสกุลได้ อย่ามาโทษฉันอีก เพราะฉันไม่ได้เป็นหมัน!!” เฟยเทียนโกรธอยากจะกระโจนเข้าใส่

“นังนี่!! ฉันจะโทรตามลูกชายฉันกลับมาหย่ากับแกให้ได้!! ต่อให้แกมาคุกเข่าขอร้องอ้อนวอนต่อหน้าฉัน!! ฉันก็จะไม่มีวันยกโทษให้แก!! จำไว้นังซื่อหง!!” ตอนนี้ซื่อหงอยากจะให้เจียวหมิงรีบ ๆ กลับมา เธออยากจะหย่าใจจะขาดแล้ว

“ดีเลยค่ะ พี่เจียวหมิงกลับมาเมื่อไรอย่าลืมให้คนไปบอกฉันด้วยนะคะ ฉันจะรีบกลับมาลงนามในใบหย่าให้”

สิ้นประโยค ซื่อหงก็รีบสาวเท้าออกมาจากบ้านเหอ ชาติที่แล้วเธอต้องทนทุกข์ทรมานมานาน ชาตินี้เธอไม่อยากจะกลับมาเหยียบที่บ้านหลังนี้อีก ต่อแต่นี้ไปเธอจะมีชีวิตที่ดี จะตั้งใจเรียน จะพัฒนาฝีมือการทำอาหารของตัวเอง จะหาผู้ชายดี ๆ แต่งงานด้วยแล้วจะมีลูกให้พวกเขาเห็น ว่าเธอไม่ได้เป็นหมันอย่างที่พวกเขาพูดกัน

หมู่บ้านหนานจิงอยู่ติดกับภูเขา บ้านหยางห่างจากบ้านเหอไม่ไกลมากนัก เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทางรัฐได้สร้างถนนให้แต่ละหมู่บ้านเดินทางไปมาได้อย่างสะดวกสบาย จากบ้านเหอมาที่บ้านหยางใช้เวลา 40 นาที ถ้าโชคดีจะมีรถโดยสารวิ่งผ่าน แต่วันนี้ไม่ใช่วันที่ชาวบ้านนำของไปขายที่ตลาด

ด้วยเหตุนี้...ซื่อหงจึงไม่ได้คิดที่จะรอรถโดยสารวิ่งผ่าน ยังดีที่ถนนหนทางดีไม่ขรุขระ เธอเดินช้า ๆ พลางคิดอะไรไปเรื่อย ใช้เวลา 1 ชั่วโมงก็เดินมาถึงที่บ้าน พอเปิดประตูเข้าไปข้างใน ก็เห็นทุกคนกำลังจะทานข้าวกันอยู่ ‘หลูฮุ่ยหนิง’ ตกใจมากเมื่อเห็นลูกสาวกลับมาที่บ้านพร้อมกับถุงผ้าใบใหญ่ ฮุ่ยหนิงเหมือนจะรู้ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยจะพอใจเท่าไรนักว่า

“กลับมาที่นี่อีกแล้วหรือ? แม่สามีว่าอะไรลูกอีก? ” ซื่อหงได้ยินคำว่า ‘กลับมาที่นี่อีกแล้วหรือ’ จากปากของแม่ เธอก็รู้สึกหงุดหงิดไม่พอใจ แต่เธอก็พูดอะไรมากไม่ได้

“ฉันนำของไปเก็บไว้ในห้องก่อนนะคะ”

“เดี๋ยวฉันตักข้าวให้พี่นะ” ‘หยางซื่อหลิน’ เอ่ยบอก ก่อนจะรีบเดินไปตักข้าวให้ซื่อหง

เธอมองไปที่น้องสาวพยักหน้าเบา ๆ จากนั้นก็รีบเดินนำถุงผ้าไปเก็บไว้ข้างใน ฮุ่ยหนิงเห็นสีหน้าของลูกสาวก็รู้ได้ทันทีว่าแม่สามีจะต้องพูดถึงเรื่องหย่าแน่ ๆ หล่อนรู้ว่าลูกสาวของหล่อนใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านสามีนั้นลำบากมากแค่ไหน ลูกสาวหล่อนผิดเองที่มีลูกให้เจียวหมิงไม่ได้ ถ้าลูกสาวของหล่อนมีลูกให้เจียวหมิงได้ ชีวิตของคนในบ้านหยางคงไม่ลำบากยากจนแบบนี้

แม่สามีที่รู้ว่าลูกสะใภ้มีหลานให้ตนไม่ได้ต่างก็โกรธก็ผิดหวังกันทั้งนั้น อาจจะมีคำไม่ดีหลุดออกมาจากปากบ้าง ฮุ่ยหนิงไม่เห็นด้วยกับซื่อหงที่ทุกครั้งมีเรื่องอะไรก็เอาแต่วิ่งกลับมาที่บ้านแม่แบบนี้ ถ้าไม่อย่างนั้นความสัมพันธ์สามีภรรยาจะต้องจบลงอย่างแน่นอน ฮุ่ยหนิงคิดเห็นภาพที่ลูกสาวหย่ากับเจียวหมิง ก็รู้สึกว่าอาหารที่อยู่บนโต๊ะไม่อร่อยเหมือนทุกวันที่ผ่านมา ทันทีที่เห็นซื่อหงเดินออกมาจากห้อง ฮุ่ยหนิงก็อดไม่ได้ที่จะหันไปต่อว่าเธอชุดใหญ่

“ลูกเป็นอะไรอีก อดทนแค่นี้ไม่ได้หรือ? แม่สามีอยากจะพูดอะไรก็ปล่อยให้พูดไปสิ ลูกก็อย่าได้ไปสนใจเลย ถูกต่อว่าแค่นั้นไม่ตายหรอก ทำไมทุกครั้งที่มีเรื่องถึงได้วิ่งกลับมาที่นี่ก็ไม่รู้”

อดทนอย่างนั้นหรือ? คำนี้เธอได้ยินจากปากของแม่เธอบ่อยมาก แม่รู้ทั้งรู้ว่าทางบ้านสามีของเธออยากจะให้เธอหย่าขาด แต่แม่กลับเอาแต่บอกให้เธออดทนอดกลั้นต่อไป ต่อให้ทางนู่นดุด่าต่อว่ารุนแรงแค่ไหน แม่ก็อยากให้เธออดกลั้นไม่โต้ตอบ เมื่อชาติที่แล้วเธออดทนมาโดยตลอด แต่แม่สามีกลับไม่เคยเห็นหัวเธอเลย เจียวหมิงมีชู้ข้างนอก เธอไม่จำเป็นต้องอดทนอดกลั้นอีกต่อไปแล้ว ซื่อหงเดินไปนั่งฝั่งตรงข้ามพ่อกับแม่ กวาดสายตามองดูรอบ ๆ ตัว ก่อนจะเอ่ยบอกออกไปว่า

“ฉันไม่อยากทนอยู่ที่นั่นอีกต่อไปแล้วค่ะ” ฮุ่ยหนิงได้ยินลูกสาวบอกแบบนั้นก็ยิ่งเดือด

“ถ้าทนไม่ได้ก็จะถูกเฉดหัวออกจากบ้าน ถ้าแกหย่าแล้วจะมีใครอยากจะแต่งงานกับแก แกอยากแต่งงานเป็นแม่เลี้ยง เลี้ยงลูกของคนอื่นอย่างนั้นหรือ?!!”

“เป็นแม่เลี้ยงเลี้ยงลูกของคนอื่นก็ไม่เห็นเป็นไรนิคะ ถ้าเด็ก ๆ ไม่ชอบฉัน กลายเป็นเด็กมีปัญหา ความผิดคงอยู่ที่ฉันจริง ๆ นั่นแหละ” ‘หยางซุนเย่’ ได้ยินน้ำเสียงของผู้เป็นลูกสาวก็รู้สึกแปลก ๆ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ยุค 70 ไม่เป็นแล้วนางเอกขอเป็นนางร้ายแทน   บทส่งท้าย คอยอยู่เคียงข้างกันและกัน

    15 ปีต่อมา“พ่อครับ แม่ครับ ผมสอบติดแล้วครับ ผมจะได้ไปเรียนที่ปักกิ่งแล้ว ~ ”จางหมิ่นเด็กชายอ้วนท้วนในตอนนั้นกลายเป็นหนุ่มเต็มวัยในวัย 20 เขาวิ่งเข้ามาในร้านพร้อมกับกระดาษใบหนึ่ง“พี่จางหมิ่น พี่สอบติดมหาลัยชื่อดังจริง ๆ เหรอคะ ? ” ซูฮวากำลังตรวจสมุดรายได้อยู่ ได้ยินพี่ชายเพียงคนเดียวของเธอบอกว่าตนสอบติดมหาลัยชื่อดังได้ก็ดีใจมาก เธอรีบวางปากกาในมือลง ก่อนจะวิ่งไปแย่งเอากระดาษในมือของพี่ชายมาดู“พี่สอบติดมหาลัยจริง ๆ ด้วย สอบได้ตั้ง 475 คะแนนแน่ะ สอบได้คะแนนเยอะกว่าแม่ซะอีก”“แน่นอนอยู่แล้ว เพราะพี่เก่งไง เธอว่าพี่เก่งใช่ไหม ?”“พี่ชายของฉันเก่งและใจดีที่สุดเลยค่ะ ยินดีด้วยนะคะพี่จางหมิ่น เดี๋ยวเย็นนี้ฉันจะทำอาหารอร่อย ๆ ให้พี่ทานนะคะ”“พ่อกับแม่ล่ะอยู่ไหน ?” จางหมิ่นกวาดสายตามองดูรอบ ๆ ร้านก็ไม่เห็นใคร“พ่อกับแม่ตรวจงานอยู่ในครัวน่ะ พี่รีบไปหาพ่อกับแม่สิ”“เสียงดังอะไรกัน ? ทะเลาะกันอีกแล้วหรือ ?” มู่เหยียนเดินออกมาจากในครัวด้วยสีหน้าที่นิ่งขรึม จางหมิ่นเห็นพ่อกับแม่เดินมาก็รีบวิ่งเข้าไปหา“พ่อครับ ผมสอบติดมหาลัยชื่อดังแล้ว”“อืม แล้วยังไง ?”“พ่อไม่ดีใจเหรอครับ ?” จางหมิ่นทำหน้างุนง

  • ยุค 70 ไม่เป็นแล้วนางเอกขอเป็นนางร้ายแทน   บทที่ 133 หน้าที่ของลูก

    “พ่อคะ แม่คะ พี่ซื่อหงเขาไม่อยากให้พ่อกับแม่ตามไปวอแวพี่เขาอีก พ่อกับแม่รู้อย่างนี้แล้วก็อย่าได้ไปเจอพี่เขาเลยนะ ปล่อยให้พี่เขาได้ใช้ชีวิตตามที่พี่เขาต้องการเถอะค่ะ พี่เขาลำบากมามากแล้ว ให้พี่เขาได้มีความสุขบ้าง”“แกคิดว่าฉันไม่ลำบากเลยหรือ ?ฉันลำบากมากกว่าจะเลี้ยงดูแกกับพี่สาวแกโตได้ แกสองคนกลับไม่คิดที่จะตอบแทนบุญคุณฉันกับพ่อแก พวกแกหายหน้าหายตาไปนานหลายปี ไม่คิดที่จะกลับมาเหยียบที่นี่เลย เงินสักหยวนก็ไม่ส่งกลับมา แกรู้บ้างไหมว่าฉันกับพ่อแกลำบากแค่ไหน อดมื้อกินมื้อบางวันก็ไม่มีข้าวให้กิน ดูชีวิตของพวกแกสองคนตอนนี้สิกลับสุขสบาย มีเสื้อผ้าสวย ๆ ให้ใส่ แกเคยย้อนกลับมามองดูพ่อกับแม่ของตัวเองบ้างไหม ซื่อหลิน !!”ฮุ่ยหนิงต่อว่าลูกสาวคนเล็กด้วยความอัดอั้นใจ หลายปีที่ผ่านมาตนพยายามที่จะหาที่อยู่ หมายเลขโทรศัทพ์เพื่อติดต่อหาพวกเขา แต่...ชาวบ้านที่นี่ไม่มีใครรู้หนังสือ ถามไปก็ไม่ได้ข่าวอะไร หมายเลขโทรศัพท์ที่ได้มา ตนโทรไปแค่ครั้งเดียว ซื่อหงก็ไม่ยอมรับสาย พอรู้ว่าเป็นตนโทรไป ซื่อหงก็วางสายใส่ไม่ยอมคุยด้วยซื่อหลินกลับมาคราวนี้กลับอยากจะได้ทะเบียนบ้านไป ลูกสาวทั้งสองที่ตนหวังจะฝากชีวิตไว้กลับท

  • ยุค 70 ไม่เป็นแล้วนางเอกขอเป็นนางร้ายแทน   บทที่ 132 จุดจบของแต่ละคน

    ซื่อหงได้ยินแบบนั้นก็ประหลาดใจมาก ไม่คิดว่าอดีตแม่สามีของเธอจะมีจุดจบเช่นนี้ พอย้อนกลับไปคิดดู...เธอก็ไม่แปลกใจที่อดีตแม่สามีของเธอจะมีจุดจบแบบนั้น อดีตแม่สามีเคยทำอะไรไว้กับทุกคนบ้างเธอรู้ดีกว่าใคร แต่...การจากไปของอดีตแม่สามี ทำให้เธอหดหู่ใจอย่างบอกไม่ถูก ตั้งแต่วันที่เจียวหมิงถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับตัวไป บ้านเหอตกต่ำลงทุกวันเมื่อปีก่อน...เธอได้ยินซื่อหลินบอกว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งตัวเจียวหมิงไปทำงานที่เหมือง ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะได้กลับออกมา นี่คงจะเป็นเหตุผลที่ทำให้อดีตแม่สามีของเธอล้มป่วย เฟยเทียนรับความจริงนี้ไม่ได้ ไม่ยอมทานข้าวทานปลา คิดว่าตนทำแบบนี้แล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสงสารปล่อยตัวเจียวหมิงให้ออกมาดูแลตนแต่...ความเป็นจริงแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้สนใจเลยว่าเฟยเทียนจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร ก่อนที่เฟยเทียนจะสิ้นใจตาย เฟยเทียนยังสาปแซ่งให้ซื่อหงทำมาหากินไม่ขึ้น ชีวิตพังพินาศเหมือนกับพวกเขา แต่...ดูเหมือนคำสาปแซ่งจะย้อนกลับเข้าตัวเฟยเทียน เพราะวันที่เฟยเทียนจากโลกนี้ไป ไม่มีชาวบ้านคนไหนแวะมาที่บ้านเหอเลยสักคนชาวบ้านตีตัวออกห่าง ต่างก็สาปส่งเฟยเทียนกันหมด ถ้าเฟยเทียนไม่เอารั

  • ยุค 70 ไม่เป็นแล้วนางเอกขอเป็นนางร้ายแทน   บทที่ 131 เศรษฐีคนใหม่

    หลายปีต่อมา...เจ้าแฝดหน้าหงิกหน้างอหลบอยู่ในมุมห้อง ซื่อหงพยายามเรียกแค่ไหนเจ้าแฝดก็ไม่ยอมโผล่หน้าออกมา วันนี้เป็นวันแรกที่เจ้าแฝดต้องไปเรียน แต่...เจ้าแฝดกลับไม่ยอมให้ความร่วมมือ เอาแต่หลบอยู่ในห้อง ใครเข้าไปเกลี้ยกล่อมก็ไม่ยอมเดินออกมาจากห้อง เพราะเจ้าแฝดกลัวว่าพ่อกับแม่จะทิ้งพวกเขาที่โรงเรียน“ผมไม่อยากไปเรียนฮะ ที่โรงเรียนไม่มีของอร่อยให้ผมกับน้องกิน พ่อกับแม่ไม่รักพวกเราแล้ว”“หนูก็ไม่อยากไปเรียนค่ะแม่ หนูอยากอยู่ที่บ้านกับย่า” ให้ตายยังไงเจ้าแฝดก็ไม่ยอมไปโรงเรียนซื่อหงได้ยินแบบนั้นได้แต่ส่ายหน้าไปมาด้วยความจนใจ ปีนี้เจ้าแฝดอายุได้ 5 ขวบแล้ว ถึงวัยที่ต้องไปเรียนเหมือนเด็กคนอื่น ๆ เขา โรงเรียนที่เด็ก ๆ จะต้องไปเรียนอยู่ใกล้ ๆ กับที่เธออยู่พอดี เมื่อวานเจ้าแฝดรู้ว่าพ่อกับแม่จะให้พวกเขาไปเรียน เจ้าแฝดงอแงไม่ยอมนอน ต้องพามานอนด้วยเจ้าแฝดถึงยอมนอนแต่โดยดี“ที่โรงเรียนมีของอร่อย มีเพื่อนใหม่ มีของเล่นด้วยนะคะ แม่รู้ว่าพวกหนูกลัวอะไร แม่สัญญาว่าพอถึงเวลาเลิกเรียนแม่กับพ่อจะไปรับนะคะ”“ไม่เอา ผมไม่ไป ผมจะอยู่ที่บ้านกับย่า ฮือ ๆ~ ” เจ้าจางหมิ่นแฝดพี่ร้องไห้เสียงดังไม่ยอมออกมาจากห้อง ผู้เ

  • ยุค 70 ไม่เป็นแล้วนางเอกขอเป็นนางร้ายแทน   บทที่ 130 วางแผนอนาคตไว้หมดแล้ว

    ซื่อหงได้ยินสิ่งที่แม่สามีเล่า เธอก็แปลกใจไม่น้อย แต่...เธอก็ไม่ได้สนใจ เพราะสิ่งที่บ้านหยางต้องเจอเป็นผลของการกระทำของพวกเขาเอง สิ่งที่เธอให้ความสำคัญในตอนนี้มีแค่เรื่องกิจการแล้วก็ลูก ๆ เท่านั้น ซื่อหงไม่ได้ถามอะไรมาก เปลี่ยนเรื่องคุยแทน“แล้ว...เรื่องร้านเป็นอย่างไรบ้างคะ ?พี่มู่หยางบอกไหมคะว่าต้องใช้เวลานานเท่าไรถึงจะซ่อมแซมร้านเสร็จ ?”“ร้านเราหาได้แล้ว มู่หยางบอกว่าซ่อมแซมร้านไม่เกิน 7 วัน หนูอย่าเป็นกังวลไปเลยนะ ระยะเวลาที่รอมู่หยางซ่อมแซมร้าน แม่จะช่วยสอนงานหนิงซวนเอง”“ค่ะแม่ ฝากแม่ดูแลร้านทางนู่นแทนฉันด้วยนะคะ ต้องการเงินเท่าไรให้รีบโทรมาบอกฉัน”หลังจากที่วางสาย...รั่วซีก็รีบกลับไปที่บ้านเตรียมตัวสอนงานให้กับหนิงซวน ทางด้านซื่อหง...หลังจากที่คุยกับแม่เสร็จ เธอก็รีบพาเจ้าแฝดไปที่ร้าน เห็นลูกค้าภายในร้านแวะเวียนมากินบะหมี่ที่ร้านแล้ว เธอก็รู้สึกดีไม่น้อย ตอนนี้ทุกอย่างเข้าที่เข้าทางหมดแล้ว ผู้คนแถวนี้เริ่มรู้จักร้านบะหมี่เธอมากขึ้น ทางสื่อเองก็เริ่มให้ความสนใจกับกิจการของเธอซื่อหงคิดว่า...เธอจะไม่มีทางหยุดอยู่แค่นี้ เธออยากจะเปิดร้านอาหารเพิ่ม อยากจะปูทางให้ลูก ๆ ได้สานต่อกิจ

  • ยุค 70 ไม่เป็นแล้วนางเอกขอเป็นนางร้ายแทน   บทที่ 129 เปิดร้านบะหมี่ที่อำเภอ

    เด็ก ๆ พอรู้ว่าซือซือจะกลับไปที่บ้านหลิว พวกเขาก็ไม่อยากจะตามหล่อนกลับไปที่นั่นอีก รั่วซีเห็นซือซือเดินออกจากบ้านไป ก็ลอบถอนหายใจแรง ตนเกือบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ปีใหม่ปีนี้พวกเขาจะได้มีความสุขด้วยกันจริง ๆ สักที แม้ว่าเด็ก ๆ จะไม่มีแม่คอยอยู่ข้าง ๆ แต่...อย่างน้อย เด็ก ๆ ก็ไม่ต้องไปทนลำบากที่บ้านหลิวหนิงซวนกับซือซือแต่งเข้ามาอยู่ในบ้านหลี่มานานหลายปี หนิงซวนไม่อยากจะเชื่อว่าซือซือจะเป็นคนแบบนั้น ไม่รู้ว่าความคิดนั้นเข้ามาครอบงำซือซือตั้งแต่เมื่อไร หรือว่าเป็นเพราะข่าวลือของซื่อหง ถึงได้ทำให้ซือซือเปลี่ยนไปเป็นคนละคน พอนึกถึงซื่อหงแล้ว หนิงซวนพลันนึกถึงเรื่องสำคัญขึ้นมา“แม่คะ เราควรจะบอกให้ซื่อหงรู้ดีไหมคะ ?ให้ซื่อหงมาเปิดร้านบะหมี่ที่นี่ดีไหมคะแม่ ? ฉันกับมู่หยางจะเป็นคนงานให้กับซื่อหงเองค่ะ”ตอนนี้...ทางรัฐได้จัดสรรแบ่งที่ดินให้ชาวนาอย่างพวกเขาแล้ว พวกเขาไม่ต้องลำบากไปงานหนักที่ทุ่งอีก ขอแค่แต่ละปีพวกเขาปลูกข้าวตามจำนวนที่รัฐกำหนดไว้ก็พอ ผู้คนที่นี่เริ่มออกไปทำงานหาเงินที่เมืองหยางเฉิงกันแล้ว แต่...พวกเขากลับไม่ได้ออกไปไหนเลย เอาแต่อุดอู้อยู่แต่ในหมู่บ้านนี้ หนิงซวนเห็นชาวบ้านเริ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status