Share

กฎเหล็กแห่งแหเงิน

Author: aurnitear
last update Last Updated: 2026-01-09 00:55:53

กลิ่นหอมของแป้งร่ำและสุราชั้นดีจางหายไปแทบจะทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตูบานหนาหนัก กลิ่นอายที่เข้ามาแทนที่คือความอับชื้นผสมปนเปกับกลิ่นควันยาสูบฉุนจมูก และกลิ่นสนิมเหล็กจางๆ ที่ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ

ทางลงสู่ชั้นใต้ดินเป็นบันไดหินแคบๆ ที่ทอดยาวลงไปในความมืดสลัว มีเพียงแสงจากคบเพลิงที่ปักอยู่ตามผนังหินชื้นแฉะคอยให้แสงสว่างวูบวาบราวกับดวงตาของปีศาจ เสียงอึกทึกจากเบื้องล่างดังแว่วขึ้นมา เป็นเสียงตะโกนอย่างบ้าคลั่งของผีพนัน เสียงหัวเราะ และเสียงร่ำไห้ที่ผสมปนเปกันจนแยกไม่ออก

เมื่อเดินลงมาจนสุดทางเดิน พวกเขาก็พบกับโถงทางเข้าขนาดใหญ่ที่มีชายฉกรรจ์ร่างยักษ์ยืนเฝ้าอยู่สองคน แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาที่สุดไม่ใช่ยามเฝ้าประตู หากแต่เป็นวัตถุบางอย่างที่แขวนห้อยลงมาจากเพดานเหนือซุ้มประตูทางเข้า

มันคือแหสีเงินขนาดเล็กที่ถักทอด้วยเส้นโลหะแวววาว ดูวิจิตรตระการตาราวกับงานศิลปะ ทว่า... สิ่งที่บรรจุอยู่ภายในแหสีเงินนั้น กลับทำให้ผู้พบเห็นต้องขนลุกชันไปถึงขั้วหัวใจ

มันคือ "มือมนุษย์" ข้างหนึ่ง! รอยตัดที่ข้อมือยังดูสดใหม่ เลือดสีแดงฉานยังคงหยดติ๋งๆ ลงสู่ถังไม้ใบเล็กที่รองรับอยู่ด้านล่างอย่างช้าๆ ติ๋ง... ติ๋ง...

และท
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter

Latest chapter

  • ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ   เรื่องบังเอิญในโลก

    แอ๊ด...เสียงบานประตูไม้ด้านหลังถูกผลักออกดังขึ้นทำลายความเงียบ เสี่ยวอวิ๋นหมุนตัวขวับกลับไปทันทีด้วยสัญชาตญาณระวังภัย ปลายไม้ไผ่เกือบจะพุ่งออกไปแล้ว หากแต่สายตาของนางปะทะเข้ากับใบหน้าที่คุ้นเคยเสียก่อน"เสี่ยวอวิ๋น! เจ้ากลับมาแล้วหรือ? ข้าตกใจแทบแย่ที่เห็นเจ้าทำท่าเหมือนจะตีใครแบบนั้น"เพื่อนสาวของนางยืนอยู่ที่หน้าประตู ในมือถือถาดใส่ซาลาเปาร้อนๆ และกาน้ำชาใบใหม่ นางดูตกใจเล็กน้อยที่เห็นท่าทีขึงขังของเสี่ยวอวิ๋น แต่ร่างกายดูปกติดีทุกอย่าง ไร้ร่องรอยการต่อสู้หรือถูกทำร้ายเสี่ยวอวิ๋นถอนหายใจยาว ลดไม้ไผ่ลง "เจ้าหายไปไหนมา? ข้านึกว่า...""ข้าหิว ก็เลยลงไปที่โรงครัวขอซาลาเปามาเพิ่ม" เพื่อนสาวตอบพลางเดินเข้ามาวางของบนโต๊ะ "แล้วก็แวะดูเรื่องวุ่นวายที่หน้าตึกพักม้าด้วย... เห็นเขาว่าพี่....เอ่อ ท่านเหลียงเหว่ยเพิ่งจะควบม้ากลับมาถึงเมื่อกี้นี้เอง หน้าตาท่าทางเคร่งเครียดน่าดู ทหารวิ่งกันให้วุ่นไปหมด""เมื่อกี้...?" เสี่ยวอวิ๋นทวนคำ คิ้วขมวดเข้าหากันทันที "ข้าเห็นม้าของเขาในคอก เหงื่อยังเปียกชุ่ม... แสดงว่าเขาเพิ่งมาถึง และเจ้า... ก็เพิ่งกลับขึ้นมาพร้อมกับเขา?""ก็... คงงั้นมั้ง?" เพื่อนสาวทำหน

  • ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ   การกลับมาของเงาเหล็ก

    "แม่นางอวิ๋น..."เสียงเรียกที่ดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอาภวังค์ความคิดของเสี่ยวอวิ๋นแตกกระเจิง นางสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะพบว่าคนที่นางกำลังนินทาในใจนั้นได้หยุดเดินแล้วหันกลับมามองหน้านางตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ใบหน้าหล่อเหลานั้นยื่นเข้ามาใกล้จนนางต้องรีบผงะถอยหลังไปครึ่งก้าว"ทำไมจู่ๆ ก็เงียบไปเล่า?" ฉีเฟิงเอียงคอถาม รอยยิ้มยียวนกวนประสาทที่คุ้นเคยกลับมาประดับบนมุมปากอีกครั้ง ไร้ซึ่งแววตาอำมหิตที่ใช้มองศพเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง "หรือว่า... บรรยากาศในห้องเก็บศพมันน่ากลัวเกินไปจนท่านขวัญหนีดีฝ่อ? ไม่ต้องกลัวนะ ข้าอยู่นี่ทั้งคน ผีสางนางไม้ที่ไหนก็ทำอะไรท่านไม่ได้หรอก... เว้นแต่ผีจะหล่อกว่าข้า"เสี่ยวอวิ๋นรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ซ่อนความระแวงไว้ภายใต้หน้านิ่งๆ "ข้าเปล่ากลัว... ข้าแค่กำลังคิดอะไรเพลินๆ""คิดเพลินๆ?" ฉีเฟิงหรี่ตาลงอย่างจับผิด ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้นางอีกนิด แกล้งทำจมูกฟุดฟิดเหมือนกำลังดมกลิ่นพิรุธ "แต่ข้าว่าสายตาที่ท่านมองแผ่นหลังข้าเมื่อกี้มันดูแปลกๆ นะ... มันดูเร่าร้อนเหมือนอยากจะทะลวงเสื้อผ้าข้าเข้าไปดูข้างในอย่างไรชอบกล"เขาหัวเราะร่า พลางยกพัดขึ้นมาโบกสะบัดด้วยท่วงท

  • ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ   ความคิดในใจ

    ในความความคิดของนาง... ชายผู้นี้คือองค์ชายผู้เหลาะแหละ วันๆ ดีแต่โปรยเงินเล่น เที่ยวหอนางโลม และมีดีแค่ฝีปากกวนประสาท แม้พักหลังนางจะเริ่มเห็น 'ไหวพริบ' ในการเอาตัวรอดและการเจรจาต่อรองของเขาบ้าง... แต่นั่นก็ยังพอเข้าใจได้ว่าเป็นทักษะของผู้เจนจัดในย่านร้านตลาดที่เขาอาจจะเคยคลุกคลีท่องเที่ยวมาบ้างแต่เมื่อครู่... ‘เข็มน้ำแข็ง... พิษวารีดับจิต...’เสียงในใจของเสี่ยวอวิ๋นดังก้องด้วยความกังขา เรื่องพวกนี้ไม่ใช่วิชาความรู้ในตำราเรียนของบัณฑิต และยิ่งไม่ใช่เรื่องที่องค์ชายชั้นสูงจะมารับรู้หรือสนใจ มันคือศาสตร์มืด... คือวิธีการสังหารชั้นสูงของโลกนักฆ่าคนธรรมดาจะสังเกตเห็นรอยน้ำเล็กๆ บนพื้นท่ามกลางความโกลาหลของผู้คนนับร้อยได้อย่างไร? คนธรรมดาจะเชื่อมโยงอาการตายที่ไร้บาดแผล เข้ากับอาวุธที่ละลายหายไปได้ในทันทีได้อย่างไร?นางเผลอกระชับไม้ไผ่ในมือแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว สายตาที่มองฉีเฟิงเปลี่ยนจากความรำคาญใจกลายเป็นความหวาดระแวงอันลึกล้ำที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย‘ฉีเฟิง... แท้จริงแล้วเจ้าเป็นใครกันแน่?’ นางถามตัวเองในใจ ‘ท่าทางเซ่อซ่า ซุ่มซ่าม และอวดรวยที่ผ่านมา... เป็นเพียงนิสัยเสียของเจ้าจริ

  • ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ   คนตายพูดได้

    บรรยากาศในห้องเก็บศพพลันเย็นยะเยือกขึ้นมาจับขั้วหัวใจ ความกดดันแผ่ออกมาจากร่างของฉีเฟิงจนทำให้อากาศรอบตัวดูเหมือนจะหยุดนิ่ง อาหมิงจ้องตอบชายหนุ่มตรงหน้า นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยักไหล่เบาๆ อย่างไม่ยี่หระ"ก็ได้..." อาหมิงเดินกลับมาที่เตียงศพ มือคว้ามีดผ่าตัดใบเล็กคมกริบขึ้นมาจากถาดเครื่องมือ "ในเมื่อท่านอยากเห็นไส้เห็นพุงนัก... ข้าก็จะสงเคราะห์ให้ แต่ถ้าเห็นแล้วเกิดอาเจียนออกมา เลอะพื้นห้องข้า... ข้าจะให้ท่านเช็ดเอง"ภายในห้องเก็บศพที่มืดสลัวและอบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือดผสมกลิ่นสมุนไพร อาหมิงขยับมือด้วยความเชี่ยวชาญราวกับกำลังร่ายรำ ปลายมีดผ่าตัดใบเล็กในมือของเขากรีดลงบนหน้าอกผอมแห้งของร่างไร้วิญญาณอย่างแผ่วเบาแต่แม่นยำฉับ...เสียงคมมีดแหวกผ่านชั้นผิวหนังดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่เขาจะค่อยๆ เลาะชั้นกล้ามเนื้อและกระดูกซี่โครงที่หักยุบออก เผยให้เห็นอวัยวะภายในที่บอบช้ำเสียหาย ฉีเฟิงยืนกอดอกมองดูภาพนั้นด้วยใบหน้านิ่งเรียบ แม้ภาพตรงหน้าจะชวนสะอิดสะเอียนเพียงใด แต่เขากลับไม่กระพริบตาแม้แต่น้อย"หืม..." อาหมิงส่งเสียงในลำคอ คิ้วที่แทบไม่มีขนเลิกขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ "หัวใจ... ไม่ได้แตกเพ

  • ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ   คำวินิจฉัยที่ไร้เยื่อใย

    ร่างผอมโซของเสี่ยวเป่าถูกทหารยามหามเข้ามาภายในเรือนเก็บศพท้ายกรมเมืองอย่างทุลักทุเล ก่อนจะถูกวางทิ้งลงบนเตียงไม้กระดานแข็งๆ อย่างไร้ความทะนุถนอม ราวกับเป็นเพียงถุงขยะใบหนึ่งที่รอการกำจัดฉีเฟิงเดินตามเข้ามาติดๆ สีหน้าของเขาเคร่งขรึมจนน่ากลัว สองมือที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อกำเข้าหากันแน่น เล็บจิกเข้าเนื้อจนเจ็บเพื่อระงับความรู้สึกผิดที่กำลังกัดกินหัวใจ หากเขาไม่รับข่าวสารจากเด็กคนนี้... หากเขาปกป้องเด็กคนนี้ให้ดีกว่านี้..."อะไรกันอีก?"เสียงแหบพร่าและยานคางดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง อาหมิง เจ้าหน้าที่ชันสูตรประจำกรมเมือง เดินลากเท้าออกมาจากเงามืด เขาปรายตามองร่างบนเตียงไม้แวบหนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความเบื่อหน่ายอย่างไม่ปิดบัง"แค่ขอทานตายคนเดียว... พวกเจ้าถึงกับต้องหามมาให้ข้าดูถึงในนี้เชียวรึ?" เจ้าหน้าที่ชันสูตรศพหนุ่มผิวซีดบ่นพึมพำ พลางหยิบผ้าขึ้นมาเช็ดมือที่เปื้อนคราบสมุนไพร "เปลืองพื้นที่ เปลืองเวลา... เอาเสื่อม้วนๆ แล้วโยนไปทิ้งที่ป่าเสียก็สิ้นเรื่อง จะฝังหรือจะให้หมากินก็ค่าเท่ากัน""ตรวจสอบเขาเดี๋ยวนี้" เสียงของฉีเฟิงดังแทรกขึ้น ทุ้มต่ำแต่เต็มไปด้วยอำนาจกดดัน "ข้าต้องการรู้

  • ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ   ศพหน้าประตูกรมเมือง

    แสงแรกแห่งอรุณรุ่งสาดส่องลงมากระทบหลังคากระเบื้องสีเขียวมรกตของมหานครอันรุ่งโรจน์ ปลุกให้เมืองใหญ่ตื่นจากนิทรา เสียงล้อเกวียนบดถนนหินและเสียงจอแจของผู้คนเริ่มดังระงมขึ้นทีละน้อย เป็นสัญญาณของการดิ้นรนเพื่อปากท้องที่วนเวียนเป็นวัฏจักรไม่จบสิ้นในเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยแสงสีและความศิวิไลซ์เช่นนี้... ความตายไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอันใดทุกเช้าตรู่ ตามตรอกซอกซอยที่มืดมิดหรือใต้สะพานที่ชื้นแฉะ มักจะปรากฏร่างไร้วิญญาณให้เห็นจนชินตา บ้างเป็นขี้เมาที่ดื่มจนตับวาย บ้างเป็นนักเลงที่ถูกล้างแค้น หรือบ่อยครั้งที่สุด ก็เป็นเพียงศพของขอทานยากไร้ที่หนาวตายเพราะทนพิษลมหนาวเมื่อคืนไม่ไหวผู้คนเดินผ่านร่างเหล่านั้นด้วยสายตาที่ด้านชา ไร้ความเวทนาหรือตื่นตระหนก ราวกับมองเห็นเพียงกองขยะกองหนึ่งที่รอให้ทางการมาเก็บกวาด การตายของขอทานคนหนึ่งในเมืองใหญ่นับล้านชีวิต จึงเป็นเรื่องสามัญธรรมดาเสียยิ่งกว่าใบไม้ร่วงหล่นจากต้นทว่า... ร่างไร้วิญญาณที่ปรากฏขึ้นในเช้าวันนี้ กลับทำให้ฝูงชนต้องหยุดชะงักและเพ่งมองด้วยความประหลาดใจระคนหวาดหวั่นไม่ใช่เพราะสภาพศพที่ดูสยดสยอง หรือเสื้อผ้าขาดวิ่นสกปรกมอมแมมที่บ่งบอกสถานะขอทาน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status