Masukตอนที่ 7 เปิดเผยความจริง
"ฉันจะตอบคุณทุกคำถามที่คุณอยากรู้ แต่หลังจากที่คุณกินข้าวอาบน้ำเรียบร้อยแล้ว... ดีไหมคะ" เมื่อเข้ามาถึงในตัวบ้าน รั่วซีก็หันไปบอกสามีทันที
ที่ต้องบอกแบบนั้นเพราะดูจากท่าทางเหนื่อยล้าของสามีแล้ว ควรให้เขากินข้าวให้อิ่มท้อง อาบน้ำให้สบายตัว หลังจากนั้นเขาอยากรู้อะไรเธอจะบอกเขาเอง... แต่คงไม่ทุกอย่าง... เพราะเธอยังละอายกับเรื่องที่เธอทิ้งเขากับลูกไป ยกเว้นเรื่องนี้ ให้เธอรู้เพียงคนเดียวก็พอแล้ว...
"ครับ" จือหยวนตอบรับภรรยาเช่นทุกครั้ง ไม่ว่าภรรยาจะว่าแบบไหนเขาก็ตอบรับเสมอ ถึงแม้สิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าทำให้เขาสงสัยมากก็ตาม เสื้อผ้าชุดใหม่ที่ภรรยาและลูกใส่ รวมถึงของเล่นที่ลูกกำลังถือ ขนมที่หาซื้อได้แค่ในเมือง ไม่รู้สิ่งของเหล่านี้มาจากไหน เขามั่นใจว่าภรรยาไม่ได้ออกไปไหน เพราะว่าภรรยาไม่สบายมาหลายวันแล้ว...
"ถ้าอย่างนั้นจับมือฉันไว้ ตอนนี้ฉันบอกได้แค่ว่าทุกอย่างที่คุณเห็นคือเรื่องจริง ถึงมันจะดูเหลือเชื่อก็ตาม หลักฐานที่แสดงว่าทุกอย่างที่เห็นคือเรื่องจริงก็พวกเสื้อผ้าเหล่านี้ และสถานที่ที่ฉันกำลังจะพาคุณไป" ตอนนี้รั่วซีบอกสามีเท่านี้ก่อน จะไม่บอกอะไรเลยก็ไม่ได้...
เมื่อสามียื่นมือมาจับมือภรรยา ลูกชายที่เคยเข้าออกและแม่สอนแล้วว่าต้องทำยังไงก็ยื่นมือมาแตะที่ตัวแม่ทันที รวมถึงเหยาเหยาที่ถึงแม้ว่าแม่จะอุ้มอยู่ก็ยังยกมือเล็ก ๆ ขึ้นมาแตะตัวแม่ทันที
พรึบ!! ตอนนี้ทั้งสี่คนเข้ามาอยู่ในตัวบ้าน... ในพื้นที่ของรั่วซีแล้ว...
"จะกินข้าวก่อนหรืออาบน้ำก่อนคะ" รั่วซีถามสามีที่ยืนมองทุกอย่างรอบกาย
"ทุกคนหิวหรือยัง หากหิวแล้วกินข้าวก่อนก็ได้ครับ" จือหยวนแล้วแต่ภรรยาและลูกอยู่แล้ว
"ยังไม่หิวหรอกค่ะ เด็ก ๆ กินนมรองท้องไปบ้างแล้ว คุณจะอาบน้ำก่อนไหม จะได้สบายตัว" รั่วซีบอกสามีให้ทำตามใจตัวเองบ้าง อย่าตามใจเธอกับลูกมากนักเลย
"ก็ดีเหมือนกันครับ" เมื่อได้ฟังภรรยาบอกมาแบบนั้นแล้ว... จือหยวนก็อยากจะล้างเนื้อล้างตัวก่อนเหมือนกัน
"ถ้าอย่างนั้นเด็ก ๆ ไปเล่นรอก่อน พ่ออาบน้ำเสร็จค่อยกินข้าวพร้อมกัน ส่วนคุณตามฉันมาค่ะ ฉันจะบอกวิธีใช้ห้องน้ำ" รั่วซีบอกเด็ก ๆ ซึ่งลูก ๆ ของเธอก็ทำตามอย่างว่าง่าย พากันจูงมือเดินไปที่คอกกั้นที่มีของเล่นทันที
จือหยวนเดินตามภรรยาอย่างเงียบ ๆ สายตาเขามองทุกอย่างที่อยู่รอบตัว แต่เขาไม่ได้ถามอะไร เพราะภรรยาบอกว่าหลังจากกินข้าวเรียบร้อยแล้ว ภรรยาจะเป็นคนบอกและตอบทุกอย่าง ถึงเขาจะแปลกใจว่าที่แห่งนี้คือที่ไหน
รั่วซีพาสามีเข้าห้องน้ำกว้างที่อยู่บนชั้นสอง พร้อมกับสอนสามีในการใช้ห้องน้ำว่าเปิดปิดน้ำอุ่นแบบไหน ห้องส้วมใช้ยังไง สามีเข้าใจอะไรได้ง่ายอยู่แล้ว บอกเพียงครั้งเดียวเขาก็สามารถทำได้เอง
"นี่คือเสื้อผ้าชุดใหม่ของคุณ อยู่ที่นี่อากาศจะอบอุ่นแบบนี้ ไม่หนาวและไม่ร้อน ใส่แบบนี้ได้เลย ส่วนผ้าขนหนูอยู่บนชั้นนั้น เอาออกมาใช้ได้เลยค่ะ ไม่เข้าใจตรงไหนไหมคะ" รั่วซีเอาชุดมาให้สามีพร้อมกับถามคำถามไปด้วย
"พอเข้าใจอยู่ครับ หากไม่เข้าใจผมค่อยถามคุณอีกรอบ" จือหยวนบอกภรรยาและมองชุดใหม่ที่ภรรยาเตรียมให้ ต้องบอกว่าสิ่งของที่อยู่ในนี้มันใหม่ทั้งหมด แปลกตา สะอาดสะอ้านและสวยงาม เขาไม่เคยเห็นห้องน้ำห้องส้วมสวยแบบนี้...
"เดี๋ยวเอาเสื้อผ้าชุดเก่าใส่ตะกร้านี้ได้เลยค่ะ หากคุณอาบน้ำเสร็จค่อยเอาลงไปชั้นล่างด้วย จะได้ซักผ้าทีเดียว ฉันจะไปเตรียมอาหารรอนะคะ" รั่วซีบอกพร้อมกับยิ้มให้สามีอีกด้วย
"ครับ... แล้วอันไหนใช้สระผม" พอภรรยาจะไปก็สับสน อันไหนถูตัว อันไหนสระผม ปกติเขาเข้าใจอะไรได้ง่าย ๆ แต่ครั้งนี้แตกต่าง หลายอย่างมันแปลกตา ไม่เคยเห็นมาก่อน คงต้องใช้เวลาปรับตัวสักพักก่อน
รั่วซีบอกสามีอีกรอบก่อนที่จะปล่อยให้เขาลองใช้ทุกอย่างด้วยตัวเอง ส่วนตัวเธอลงไปเตรียมอาหารรอเขาที่ด้านล่าง แต่พอลงมาที่ด้านล่างก็เจอหัวดำ ๆ สองหัวมายืนอยู่ข้าง ๆ บันได
"ไม่เล่นแล้วเหรอคะ หรือว่าหิวแล้ว" รั่วซีถามลูก ๆ ที่เหมือนมายืนรอเธออยู่
"รอไปช่วยแม่เตรียมอาหารมื้อเย็นครับ" ชางเฉิงบอกแม่ พ่อสอนเสมอว่าต้องช่วยงานแม่ ไม่ว่างานนั้นจะเป็นของผู้หญิง หากช่วยได้ให้ช่วย เพราะคนที่เราช่วยนั้นคือครอบครัวของเรา คือแม่และน้องสาวของเขานั้นเอง
"ถ้าอย่างนั้น... ตามมาค่ะ" รั่วซีไม่ห้ามหากลูกอยากช่วยงาน มันคือเรื่องดี หัดไว้ ชีวิตคนเราไม่แน่นอน รั่วซีเคยเห็นมาแล้ว...
รั่วซีเอาอาหารจานเนื้อออกมาอุ่นให้ร้อน ข้าวขาวก็สุกส่งกลิ่นหอมชวนน้ำลายสอ เด็ก ๆ ช่วยกันเตรียมชามช้อนตะเกียบ รั่วซีให้ช่วยในสิ่งที่ทั้งสองทำได้ หากสิ่งไหนที่ไม่ควรให้เด็กทำ เธอจะเป็นคนทำเอง
"เหยาเหยาจะเอาน้ำกิน" เมื่อวางช้อนกับชามข้าวไว้ที่โต๊ะเรียบร้อยแล้ว เหยาเหยาก็ถามหาสิ่งที่ตัวเองต้องการทันที
"หิวหรือว่ายังไงคะ" รั่วซีที่ยกหม้อข้าวมาวางที่โต๊ะอาหารเสร็จก็ถามขึ้นทันที
"เราต้องเตรียมน้ำไว้ให้พ่อค่ะ" เหยาเหยาพูด คะ ค่ะ ให้เหมือนที่แม่พูดและให้เหมือนที่แม่สอน ถึงแม้ส่วนมากจะลืมก็ตาม...
"เหยาเหยาลืมเหรอ แม่บอกว่าไม่ต้องกินน้ำก่อนกินข้าวแล้ว... ทุกคนไหมครับ หรือว่าพ่อยังต้องกินน้ำก่อนกินข้าว" ชางเฉิงบอกน้องในตอนแรก แต่พอคิดไปคิดมาแล้วไม่ค่อยแน่ใจ เลยหันไปถามแม่เพื่อความแน่ใจ
"ทุกคนค่ะ ดูอาหารบนโต๊ะก่อน มีเยอะขนาดนี้ หากกินน้ำไปก่อนแล้วอิ่มเร็ว อาหารก็ต้องเหลือนะสิ" จริง ๆ มันเก็บได้ แต่รั่วซีก็เลือกที่จะบอกลูกแบบนั้น เพื่อให้คนที่กำลังเดินเข้ามาใหม่ได้ยินด้วยเช่นกัน
"พ่อ!! หอมมาก" เหยาเหยาหันไปเห็นพ่อ พร้อมกับทำจมูกฟุดฟิดสูดดมกลิ่นเหมือนกับที่เธออาบน้ำเสร็จใหม่ ๆ
"ลูกก็หอมมาก" คนเป็นพ่อโน้มลงไปอุ้มลูกสาวพร้อมกับหอมแก้มหนัก ๆ ทั้งสองข้าง
"ผมก็ตัวหอมมาก" ชางเฉิงพูดพร้อมกับยิ้มกว้างให้คนเป็นพ่อ
"ขอพ่อลองดูก่อน... ว่าหอมจริงไหม" จือหยวนนั่งลงพร้อมกับคว้าเอาตัวลูกชายเข้ามาหอม
รั่วซียืนมองภาพนี้อย่างมีความสุข พ่อและลูกที่แสดงความรักออกมาขนาดนี้ ชาติก่อนเธอหูตามืดบอดหรืออย่างไรถึงมองไม่เห็นสิ่งเหล่านี้เลย
"กินข้าวก่อนดีกว่าค่ะ เดี๋ยวค่อยกอดรัดกันทีหลังก็ได้"
"ใช่ ใช่ มีไข่ มีไก่ มีเนื้อด้วย เหยาเหยาเห็นมาแล้ว" เหยาเหยารีบบอกพ่อ เพราะก่อนหน้านี้ช่วยแม่อยู่ในครัว เห็นกับข้าวมากมาย หากมีกินแบบนี้ทุกวัน ท้องเหยาเหยาจะไม่ร้องอีกแล้ว...
"พูดเก่งจริง ๆ " รั่วซีเดินเข้ามาอุ้มเจ้าตัวเล็กที่พูดกระท่อนกระแท่น พูดชัดบ้าง ไม่ชัดบ้าง แต่ก็ยังอยากจะพูด
"สวย" เหยาเหยาเอามือตีที่เก้าอี้อันเล็กที่ตัวเองนั่ง พร้อมกับบอกว่ามันสวย และที่สำคัญมันสูงจนทำให้เหยาเหยามองเห็นอาหารที่อยู่บนโต๊ะโดยที่ไม่ต้องชะเง้อหรือยืนดู
"สวยเหมือนคนนั่งเลยเนอะ... วันนี้เหยาเหยาจะต้องกินข้าวเองนะคะ" รั่วซีชมลูกสาวพร้อมกับบอกให้เจ้าตัวได้รู้ว่าต้องทำอะไรเอง
คนถูกชมก็ยิ้มบิดไปมาอย่างขวยเขินที่ถูกชม และรีบพยักหน้ารับอย่างไม่อิดออดพร้อมกับถือช้อนที่วางอยู่ตรงหน้าทันที
รั่วซีบอกรายการอาหารของวันนี้ ก่อนจะมองไปที่ลูกชายที่กำลังกินข้าวอย่างเอร็ดอร่อย แล้วหันมาคอยช่วยเหยาเหยาตัวน้อยที่ค่อย ๆ ใช้ช้อนตักข้าวใส่ปากทีละนิด พอตักเข้าปากได้ก็โคลงศีรษะไปมาอย่างมีความสุข รั่วซียิ้มกับภาพที่ได้เห็น เธอจะจดจำช่วงเวลาที่ได้อยู่กับครอบครัวเอาไว้ทุกช่วงเวลา...
"คุณพร้อมจะฟังหรือยังคะ... เดินไปด้วยคุยไปด้วยดีไหมคะ คุณจะได้เห็นพื้นที่รอบนอกด้วย" หลังจากพาลูกเข้านอนเรียบร้อยแล้ว รั่วซีก็มาไขข้อข้องใจให้กับสามี
"ได้ครับ" หลัวจือหยวนตอบรับพร้อมกับเดินไปหาภรรยา
รั่วซีพาสามีเดินดูพื้นที่ด้านนอก ถึงจะไม่ได้เดินดูทั่วบริเวณ แต่สามารถมองเห็นได้ เพียงกดปุ่มที่หน้าจอสั่งงานก็สั่งเปิดไฟบริเวณที่ต้องการได้แล้ว
รั่วซีเล่าให้ฟังทุกอย่าง ยกเว้นไว้เรื่องหนึ่งที่เธอจะให้มันเป็นความลับตลอดไป...
"รอยแผลนี้... คุณมีได้อย่างไร" จือหยวนเอามือมาจับข้อมือภรรยา พร้อมทั้งพลิกดูอย่างสงสัย ทุกอย่างที่ภรรยาบอกมามันน่าเหลือเชื่อ แต่ทุกอย่างที่เขาเห็นอยู่นี้คือเรื่องจริง รวงข้าวที่เหลืองอร่ามนี้ก็ใช่ของจริง...
"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ..." รั่วซียิ้มให้สามี มีเพียงคำตอบนี้เท่านั้นที่เธอจะตอบสามี
"เข้าใจแล้วครับ" จือหยวนยิ้มตอบภรรยา
"มีอะไรที่คุณอยากรู้อีกไหมคะ" รั่วซีคิดว่าบอกรายละเอียดแทบทุกอย่างแล้ว เหลือแค่ไปดูทุกอย่างให้เห็นกับตาเพียงเท่านั้น
"หากผมสงสัยและไม่เข้าใจค่อยถามคุณดีกว่าครับ" เพราะข้อมูลที่ได้รับมานั้นมันมากพอสมควร ต้องค่อย ๆ ทำความเข้าใจในสิ่งเหล่านี้
"พรุ่งนี้ได้ลงงานไหมคะ" รั่วซีถามเกี่ยวกับงานของสามีทันที
"งานหมดแล้วครับ เข้าไปทำแค่บางคนเท่านั้น เหลือแค่ปันผลผลิต" จือหยวนตอบภรรยา หลังจากนี้ต้องหยุดยาวอย่างน้อยก็เป็นเดือน
"คุณไม่ต้องไปทำแล้วค่ะ และไม่ต้องหางานแล้ว เราจะหารายได้จากสิ่งของที่เรามี" รั่วซีบอกถึงสิ่งที่ตัวเองต้องการทำ ในเมื่อมีมากก็ขายสร้างรายได้ ยังไงครอบครัวของเธอก็ต้องอาศัยอยู่ด้านนอกอยู่แล้ว ต้องหาทางเอาสิ่งของพวกนี้ไปขายสร้างรายได้ให้ครอบครัว
"คุณจะเอาไปขายเหรอครับ" ที่ถามเพื่อที่จะได้รู้ว่าควรทำอย่างไรต่อจากนี้
"ใช่ค่ะ เรามีสิ่งของมากมาย ยังไงเราก็อยู่ในนี้ตลอดไปไม่ได้ เราต้องออกไปอยู่ข้างนอก ลูกต้องได้พบปะผู้คน ได้เรียนหนังสือ เราจะช่วยกันสร้างครอบครัว ให้มีชีวิตการเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ฉันขอโทษคุณที่ทำให้คุณลำบากมาตลอดหลายปี อดทนเสียสละหลาย ๆ อย่าง ต่อไปฉันจะเป็นคนใหม่ ทำตัวใหม่ เป็นแม่ที่ดี และเป็นภรรยาที่ดีด้วยค่ะ" รั่วซีขอโทษในทุก ๆ เรื่อง รวมถึงเรื่องนั้นด้วยเช่นกัน...
"ผมไม่เคยคิดอะไรแบบนั้นเลย อย่าคิดมากครับ" จือหยวนดึงภรรยาเข้ามากอดแล้วบอกในสิ่งที่ตัวเองคิด เขาคือหัวหน้าครอบครัว ลำบากแค่ไหนเขาก็ทนได้ เพราะนี่คือครอบครัวของเขา...
ตอนที่ 51 ตอนพิเศษจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดรั่วซีนั่งเหม่อมองออกไปข้างอย่างไร้จุดหมาย บางครั้งเธอยังคงคิดไปถึงเรื่องราวในอดีตของชีวิตก่อน คิดถึงเหตุผลการตัดสินใจทิ้งสามีและลูก เพื่อไปใช้ชีวิตในเมืองที่แสนสุขสบาย ตามที่อีกคนเชิญชวน คิดไปถึงจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด...การพูดคุยกับกัวเหลียงนั้นแทบนับครั้งได้ แต่ทุกครั้งเขาแสดงออกอย่างสุภาพ เขามีน้ำใจกับครอบครัวของเธอ ลูกของเธอได้เสื้อผ้าใหม่ ได้ของเล่นและยังมีอาหารดี ๆ มากมายหลายอย่างที่เขาซื้อมาฝาก ทั้งที่บางครั้งเธอกับเขาแทบไม่ได้พบหน้ากันเลย แต่เขาก็มีของฝากมาให้ลูกของเธอเป็นประจำการพบเจอกันโดยบังเอิญทำให้เธอได้พูดคุยกับเขาบ้าง แต่ส่วนมากเขาจะพูดคุยกับลูกของเธอ จากตอนแรกเด็ก ๆ ไม่เข้าหาจนตอนนี้ทั้งสองจะชอบยิ้มทักทายและตอบกลับ มันเลยทำให้รั่วซีค่อนข้างที่จะไว
ตอนที่ 50 บทส่งท้ายสองปีต่อมา ข่าวการเสียชีวิตของกัวเหลียงพร้อมกับนายทหารชั้นผู้ใหญ่อีกหลายคนที่บ่อนการพนันในเมืองหลวงกลายเป็นข่าวครึกโครม ทุกคนต่างรู้เรื่องนี้กันดี ไปที่ไหนก็มีแต่คนพูดถึง จริง ๆ แล้วคนไม่ได้พูดถึงกัวเหลียงคนเขาพูดถึงนายทหารชั้นผู้ใหญ่ที่เป็นเจ้าของบ่อนการพนันกลางเมืองตามข่าวแล้ว มีกลุ่มผู้มีอิทธิพลเข้าไปทลายบ่อนก่อน แล้วมีเจ้าหน้าที่ทหารอีกกลุ่มเข้าไปจับกุม สถานที่แห่งนั้นมีครบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการพนัน สารเสพติดหลายชนิด การค้าขายบริการ และคนที่เป็นเจ้าของมียศเป็นถึงท่านนายพล เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องสอบสวนอย่างละเอียด เนื่องจากมีคนใหญ่คนโตเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง ถึงแม้ว่าผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจะเสียชีวิตทั้งหมดในที่เกิดเหตุแล้วก็ตาม"ข่าวที่ออกมาให้ประชาชนรับรู้นั้น มันไม่ใช่เรื่องจริงทั้งหมด พวกเขาขัดแย้งกันเรื่องผลประโยชน์ จึงนำพามาสู่เหตุการณ์ฆ
ตอนที่ 49 ปลอบใจ NCเมื่อพูดคุยและตกลงกันได้แล้วว่าสมควรช่วยเหลือแค่เพียงเบื้องต้นเท่านั้น และเลือกที่จะช่วยเหลือแค่บางคน หากคนไหนมีปัญหาหรือเรียกร้องมากนักก็ไม่ได้ให้ความช่วยเหลือทุกคนเต็มใจจะรับ แต่ปากก็ยังต่อว่าเมื่อไม่ได้อย่างที่ตัวเองต้องการ จนเพื่อนของรั่วซีแทบตบตีกับชาวบ้าน คนที่ต้องการความช่วยเหลือไม่มีปัญหา ส่วนมากเป็นญาติมากกว่าที่มีปัญหา เรียกร้องมากมายจนคนที่อยากช่วยนั้นถอดใจ"ไม่ช่วยแล้วครับ"ประโยคที่สามีของรั่วซีบอกออกมานั้น หมายถึงเขาไม่ช่วยใครแล้ว แต่หากมีคำสั่งแจ้งเตือนจากหน้าจอ เขาก็ให้คนอื่นทำให้ โดยที่ออกค่าใช้จ่ายหรือวัตถุดิบเพียงเท่านั้น และเหมือนหน้าจอจะรู้ ไม่มีคำสั่งช่วยเหลืออีกเลย มีเพียงครั้งแรกครั้งเดียวตอนนี้ผ่านมาเดือนหนึ่งแล้วหลังจากที่สาว ๆ กลับมา ส่วนข่าวคนอื่น ๆ ก็ยั
ตอนที่ 48 ช่วยเหลือข่าวที่สาว ๆ กลับมานั้นรู้กันทุกคน ไม่สามารถเก็บเป็นความลับได้ เพราะมีเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่มาที่หมู่บ้านเพื่อสอบถามข้อมูลต่าง ๆสาว ๆ ไม่ได้กลับมาพร้อมกันทั้งหมด บางคนก็เสียชีวิตไปแล้วเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ทำให้บรรยากาศของหมู่บ้านมีแต่ความหดหู่และเศร้าโศกกับการจากไปของเด็กสาวบางคน และยังจะมีเด็กสาวอีกหลายคนที่ยังหาไม่เจอ บางคนได้ไปทำงานใช้แรงงานไม่ได้หยุด ไม่ได้ค่าแรง และบางวันแทบไม่มีอาหารตกถึงท้องเลยด้วยซ้ำที่น่าเศร้าใจคือ พ่อแม่พี่น้องบางคนพอรู้เรื่องราวกลับไม่ต้อนรับ ไม่ให้เข้าบ้าน ซึ่งมองแล้วยิ่งทำให้หดหู่ใจ และยังมีบางคนที่ยังตามหาตัวไม่เจอ แต่ละคนจะถูกจับแยกให้ไปทำงานแตกต่างกัน ไม่รู้ข่าวคราวความเป็นมามากเท่าไร หากอยากรู้ว่าทุกคนอยู่ที่ไหนต้องตามหากัวเหลียงที่เป็นคนชักจูงพาไป และตอนนี้กัวเหลียงกำลังหลบหนี เลยทำให้ตามหาตัวได้ยากมากกว่าเดิม
ตอนที่ 47 การกลับมาของสาว ๆผ่านไปสองเดือนแล้ว ตั้งแต่วันที่สุ่ยหลิงนำข่าวของสาว ๆ มาเล่าให้ฟัง ตั้งแต่ตอนนั้นก็เหมือนจะไม่มีอะไรคืบหน้า จะไปถามญาติ ๆ ก็ไม่ได้ เพราะทุกคนเก็บตัวเงียบ ไม่สุงสิงกับใคร เลยทำให้ไม่ได้ข่าวอะไรมากนัก รั่วซีเองไม่มีกำลังมากพอที่จะช่วยเหลือและที่สำคัญมากกว่ากำลังนั้นคือ ทางญาติ ๆ ยังปิดทุกอย่างไม่ยอมปริปากพูด ใครถามก็ด่าทันที ชาวบ้านเลยต้องปล่อยเลยตามเลย ให้พวกเขาจัดการกันเอง"คิดอะไรอยู่ครับ" จือหยวนเข้ามาเจอภรรยากำลังยืนอยู่บนระเบียง มองออกไปข้างนอกเหมือนคนกำลังใช้ความคิด"เรื่องที่สุ่ยหลิงเล่าให้ฟังค่ะ ไม่รู้จริงหรือไม่จริง นี่ก็ผ่านมาหลายเดือนแล้วนะคะ" รั่วซีบอกพร้อมกับเอนตัวเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของสามี"ซีซี... หากให้พูดตรง ๆ มันไม่เกี่ยวกับเราเลยครับ ถึงจะบอกว่าคนหมู่บ้านเดียวกันก็ตาม ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ไม่ว่าเจ้าตัวหรือญาติพี่น้อ
ตอนที่ 46 ข่าวคราวรั่วซีตื่นขึ้นมาพร้อมความทรงจำที่ได้เจอกับเด็กน้อยตัวกลมชื่อถิงถิง จำได้ดีว่าเจ้าตัวเล็กบอกว่าเธอจะหลับไปเพียงฝันหนึ่งตื่นเท่านั้น แต่ฝันหนึ่งตื่นของรั่วซียาวหนาวเกือบสองอาทิตย์ และรั่วซีได้รู้ว่าถิงถิงก็ต้องรอเวลานานเกือบสองปี เพื่อที่จะได้ทำการแลกเปลี่ยนในข้อสุดท้ายด้วยเช่นกันไม่คิดว่าตัวเองจะทำให้ครอบครัวและคนรอบข้างต้องกังวลมากขนาดนี้ ถึงแม้จะรู้สึกดีใจที่พี่สาวพี่ชาย พ่อและแม่ที่แม้จะแยกกันอยู่ยังมาเยี่ยมเธอตลอด รับรู้ได้ว่าพวกเขารักและห่วงใย"ขอบคุณคุณซ่งที่มาเยี่ยมนะคะ" รั่วซีมองคนที่มาเยี่ยม เธอนับถือเขาเสมอ ไม่ว่าจะชีวิตที่แล้วหรือชีวิตนี้ เขาก็คือผู้มีพระคุณสำหรับเธอและครอบครัว"ครับ ขอให้หายไว ๆ ผมคงต้องกลับก่อน" ตงหยางบอกก่อนที่จะหันไปมองคนสนิทและยกยิ้มขึ้นน้อย ๆ จากนั้นจึงก้าวออกจากห้องไปทันที"ทำ







