เข้าสู่ระบบตอนที่ 8 สำรวจพื้นที่และวางแผน
จือหยวนออกมายืนมองพื้นที่รอบ ๆ ปกติเวลานี้เขาต้องหลับสนิทแล้ว แต่เพราะมีเรื่องที่เกิดขึ้นกับครอบครัวเลยทำให้เขาไม่สามารถข่มตาหลับได้ เดินสำรวจทั่วทั้งบ้านและตอนนี้ออกมายืนดูแปลงเฉ่าเหมยที่ออกผลแดงเต็มต้น เขาเดินเข้าไปเก็บและส่งเข้าปากเพื่อชิมรสชาติ ซึ่งเฉ่าเหมยมีรสชาติหวานมาก ตอนที่เขาเป็นยุวชนเคยได้ลองกินแต่ไม่หวานแบบนี้
จือหยวนเดินเข้าออกตามสถานที่ต่าง ๆ และลองกดที่หน้าจอสั่งงานที่ภรรยาสอนไว้ ภรรยาคงรู้ว่าเขาคงนอนไม่หลับ เลยสอนให้เขาใช้หน้าจอสั่งงาน ยังดีที่มีตัวหนังสือบอกไว้ ไม่อย่างนั้นเขาก็คงจำได้ไม่หมดแน่นอน
รั่วซีตื่นเช้ามาก็มองหาสามีทันที... ยังดีที่เห็นเขานอนอยู่ข้าง ๆ นึกว่าจะนอนไม่หลับเสียอีก วันนี้รั่วซีเลือกนอนห้องนอนรวมที่มีเตียงขนาดใหญ่ สามารถนอนรวมกันได้ทั้งหมด และเธอคิดว่าอีกนานกว่าที่เด็ก ๆ จะตื่น เพราะได้นอนที่นอนอุ่น ๆ นุ่ม ๆ เลยปล่อยให้ทั้งพ่อและลูกนอนกันไปให้เต็มที่ ส่วนเธอต้องเข้าไปเตรียมอาหารมื้อเช้าไว้รอทุกคน
วันนี้ยังต้องทำอีกหลายอย่างเลย ต้องวางแผนว่าจะทำอย่างไรต่อ เมื่อคิดได้แบบนั้นก็เร่งลงมือทำงานของตัวเองทันที
"คุณน่าจะเรียกผม" หลัวจือหยวนเดินเข้าครัวมาหาภรรยาพร้อมกับพูดไปด้วย
"คุณคงเพิ่งได้นอน... " รั่วซีที่กำลังวุ่นอยู่หน้าเตาอบก็วางมือพร้อมเดินมาหาสามี
ฟอด! รั่วซีหอมแก้มสามีทันที
สิ่งนี้ทำให้สามีอ้าปากค้างเลยทีเดียว ภรรยาของเขาไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน มีแต่เขาเท่านั้นที่ชอบกอด ชอบหอมภรรยาและลูก ๆ
รั่วซีหัวเราะกับท่าทางของสามี ต่อไปสิ่งไหนไม่เคยทำ ไม่เคยแสดงออก เธอจะทำกับครอบครัวของเธอ มีโอกาสได้กลับมาแล้ว ต้องทำทุกอย่างที่ตัวเองอยากทำ นี่คือสิ่งที่เธอตั้งใจไว้
ฟอด! ฟอด! เมื่อจือหยวนตั้งสติได้ก็เดินเข้ามาหอมภรรยาคืนถึงสองครั้งทันที
"อย่าตกใจอีกนะคะ เพราะต่อไปฉันจะทำทุกวัน ส่วนนี้คาเฟยกับขนมปัง กินรองท้องก่อนนะคะ" รั่วซีเอาคาเฟยพร้อมขนมมาให้สามี พร้อมกับบอกในสิ่งที่ตัวเองจะทำด้วย
"มีอะไรให้ผมช่วยไหม" จือหยวนมองภรรยาที่เดินหมุน หยิบจับเครื่องปรุงทำมื้อเช้าอยู่ก็ยกยิ้มขึ้น
"ทำครบหมดแล้วค่ะ เอ่อ... สามีคะ... เรื่องนี้เราต้องปิดเป็นความลับ รู้กันแค่ครอบครัวเราได้ไหมคะ" เพราะเมื่อคืนบอกแค่ความลับของตัวเองเท่านั้น
"ไม่ต้องห่วงครับ" จือหยวนรับปากภรรยา สิ่งนี้อาจนำพาอันตรายมาสู่ครอบครัวของเขาได้ เขาไม่มีทางเปิดเผยอย่างแน่นอน
"ฉันกำชับเด็ก ๆ แล้วค่ะ แต่ไม่รู้ว่าเด็ก ๆ จะลืมไหม แต่ก็ยังดีที่เราอยู่ไกลชาวบ้าน คงไม่มีใครสังเกตเห็น" ไม่บอกก็ไม่ได้ เพราะเธออยากให้ลูกเข้ามาอยู่ในนี้ด้วย
"อย่าห่วงเลย อาเฉิงไม่ใช่เด็กแบบนั้น ยิ่งเรากำชับเขายิ่งเชื่อฟัง ส่วนเหยาเหยายังเด็ก ชอบพูดไปเรื่อย แต่ถ้าเราบอกว่าหากคนอื่นรู้อาจมาแย่งสถานที่นี้ไป ลูกสาวเราก็ปิดปากเงียบแล้ว" จือหยวนพูดพร้อมกับยกยิ้มเมื่อนึกถึงลูก ๆ ของเขาทั้งสอง
"คุณช่วยกำชับอีกรอบด้วยนะคะ" รั่วซีบอกพร้อมกับหันกลับไปเตรียมยกอาหารมาวางที่โต๊ะ เพราะเธอทำทุกอย่างเรียบร้อยหมดแล้ว
"แม่! แม่! " เสียงตะโกนดังลั่นบ้าน ทำให้ทั้งพ่อและแม่ที่อยู่ในครัวนั้นตกใจจนต้องวิ่งออกไปดู
"เกิดอะไรขึ้น" รั่วซีถามทันทีที่เห็นลูกวิ่งออกจากห้องนอน
"มันมีแสงอะไรไม่รู้ครับ อยู่บนเตียงนอน" ชางเฉิงพูดเร็วและรัวตอบกลับทันที
"ไม่มีอะไรน่ากลัว... หน้าจอสั่งงานที่สว่างแจ้งเตือนเฉย ๆ ค่ะ " รั่วซีเดินเข้าไปดูก็เจอกับหน้าจอสั่งงานที่มีแสงสว่างกะพริบเหมือนแจ้งเตือนก็หยิบขึ้นมาดู แล้วหันไปบอกลูกจะได้เลิกตกใจ
"มีอะไรหรือเปล่าครับ" หากมีจะได้เตรียมตัวรับมือ เพราะสถานที่แห่งนี้ยังใหม่กับครอบครัวของเขา การระวังตัวไว้ดีที่สุด
"เดี๋ยวเราออกไปดูกันค่ะ" รั่วซีอุ้มเจ้าตัวเล็กที่วิ่งหนีมาเกาะที่ขาของเธอเหมือนลูกลิงเกาะต้นไม้
ทั้งสี่คนเดินมาดูหน้าบ้านก็เจอกับสิ่งของที่วางเต็มลานหน้าบ้าน มีบ้านสองชั้นแบบเดียวกันกับที่เธอมีอยู่แล้ว แต่ขนาดเล็กกว่า และมีเหมือนกำแพงที่วางซ้อนกันจนสูง
"หน้าจอแจ้งว่า... สำหรับสร้างที่พักอาศัยภายนอก" รั่วซีอ่านแล้วยื่นหน้าจอให้สามีดู
"หรือว่านี่คือสิ่งที่ให้เราเอาออกไปวางข้างนอกได้ เหมือนกับที่คุณกดวางสิ่งของที่อยู่ด้านในนี้" จือหยวนอ่านแล้วเงยหน้าขึ้นมาสบตาภรรยาด้วยความไม่แน่ใจ
"เราต้องลอง แต่ขอเป็นหลังมื้อเช้า ให้ลูก ๆ กินข้าวให้เรียบร้อยก่อน" รั่วซีก็คิดแบบเดียวกันกับสามี ที่จะลองทีหลัง เพราะปกติแล้วสิ่งของที่อยู่ในนี้จะไม่หายไปไหนนอกจากเอาออกไปกินไปใช้ เธอคิดว่าสิ่งของเหล่านี้ไม่น่าจะหายไปไหนได้ง่าย ๆ
"เดี๋ยวผมสำรวจสิ่งของพวกนี้เอง คุณดูแลลูก ๆ ได้เลยครับ" จือหยวนบอกพร้อมกับรับหน้าจอสั่งงานมาถือไว้
"เสร็จแล้วเข้าไปกินมื้อเช้านะคะ" รั่วซีส่งหน้าจอให้แล้วพาลูก ๆ เข้าบ้านทันที
หลังจากทุกคนกินมื้อเช้าเรียบร้อยแล้ว รั่วซีก็พาสามีออกมาข้างนอกทันที ส่วนลูก ๆ เธอให้เล่นอยู่ในพื้นที่ ไม่ได้พาออกมาด้วย
"ภายในบ้านมีข้าวของเครื่องใช้เหมือนกับหลังใหญ่ แต่มีเพียงสามห้องนอนเท่านั้น" จือหยวนบอกภรรยาพร้อมกับพาเดินไปพื้นที่เขตแดนที่ดินของตัวเอง
"นั่นถือว่าเป็นเรื่องดีค่ะ ตอนนี้เหลือแค่กดปุ่มวาง แต่ฉันก็ยังกลัวว่าจะมีคนมาเห็นการเปลี่ยนแปลงของครอบครัวเรา มันจะทำให้ครอบครัวเราเป็นอันตรายได้นะคะ" อยากทำให้เรียบร้อย แต่ก็กลัวเช่นเดียวกัน
"ซีซีครับ คุณอยู่นี่มาจะ 5 ปีแล้ว เคยเห็นใครผ่านมาทางนี้บ้างไหม" จือหยวนถามกลับ เพราะเขาไม่ค่อยได้อยู่บ้านเลยไม่รู้ว่ามีใครผ่านมาแถวนี้บ้างไหม
"จริง ๆ ก็ไม่มีค่ะ มีแต่ฉันพาลูก ๆ เข้าไปในหมู่บ้าน หากจะมีก็มีเพียงพี่สามเท่านั้นที่มาหา หากว่าฉันหายไปหลายวัน แต่หากเจอบ่อย ๆ เขาก็ไม่ได้มา" รั่วซีตอบไปตามความจริง
"เส้นทางนี้ไปในเมืองได้ แต่ถนนไม่ค่อยดี และระยะทางไกลกว่า คนเลยไม่ใช้เส้นทางนี้ ไปใช้ถนนหน้าหมู่บ้านซึ่งใกล้กว่า ถนนดีกว่าเยอะ คุณพอเข้าใจที่ผมจะบอกไหม" จือหยวนรู้ว่าภรรยาเขาเข้าใจอะไรง่าย ๆ ถึงจะหัวอ่อนเชื่อฟังพ่อแม่ แต่ภรรยาเข้าใจในสิ่งที่เขาต้องการจะบอกอย่างแน่นอน ส่วนเรื่องเชื่อฟังพ่อแม่นั้น หากไม่ได้นำความเดือดร้อนมาสู่ภรรยาและครอบครัว... เขาไม่ว่าอะไรอยู่แล้ว
"เราทำก็ไม่มีใครเห็น หากเห็นก็สามารถบอกได้ว่าเราให้คนมาทำให้นานแล้ว โดยใช้เส้นทางนี้นะเหรอคะ" รั่วซีถามออกไปเพื่อความแน่ใจว่าคิดแบบเดียวกันไหม
"ใช่ครับ เราอาจจะอ้างว่าครอบครัวผมมาช่วยก็ได้ เพราะหากบอกว่าเราสร้างเองอาจไม่มีคนเชื่อ แต่หากว่าผ่านไปนานแล้ว ไม่มีคนมาเห็น เราอาจจะพูดได้ว่าเราสร้างบ้านนี้เอง เพราะอย่างไรคุณก็วางแผนเข้าไปขายของในตลาดมืดอยู่แล้ว และเราสามารถบอกชาวบ้านได้ว่าเราได้งานทำในเมือง" จือหยวนอธิบายเพิ่มเพื่อให้ภรรยาเข้าใจได้ง่ายขึ้น
"ก็จริงค่ะ หากมาเจอตอนนี้ เราก็บอกว่าครอบครัวพี่น้องของคุณมาช่วย ถ้าอย่างนั้นลองเลยนะคะ" เมื่อหาทางออกไว้หมดแล้ว ก็ไม่มีอะไรน่าห่วง
ทั้งสองจ้องมองหน้าจอ แต่ไม่มีใครลงมือกด สามีไม่เคยเลยลังเลอยู่เล็กน้อย ส่วนภรรยาก็อยากให้สามีลองทำดูว่าจะสามารถทำได้ไหม
จือหยวนตัดสินใจกดปุ่มตามที่หน้าจอแจ้งเตือนทันที กดเพียงครั้งเดียวทุกสิ่งทุกอย่างก็ลอยอยู่บนอากาศ ก่อนจะเคลื่อนไปแต่ละจุดแล้วเรียงตัวตั้งเองโดยที่ทั้งสองได้แต่ยืนมองด้วยความตื่นตะลึง
ที่รั่วซีแปลกใจนั้น... เพราะการทำงานไม่เหมือนในพื้นที่ ในพื้นที่ทุกอย่างจะโผล่มาเอง มาจากไหนก็ไม่รู้ แต่ตอนนี้สิ่งของต่าง ๆ ลอยอยู่บนอากาศและวางลงตำแหน่งเองโดยที่ทั้งสองคนไม่ได้ทำอะไรเลย
"การทำงานเหมือนข้างในไหมครับ" จือหยวนหันมาถามภรรยาทันที
"ไม่เหมือนทั้งหมด แค่คล้าย ๆ ค่ะ" รั่วซีตอบพร้อมกับเริ่มจูงมือสามีเดินดูว่ากำแพงสูงที่ตั้งนั้น วางตรงจุดเขตพื้นที่ของครอบครัวเธอไหม
"วางพอดี... " จือหยวนพึมพำออกมาเบา ๆ
"บ้านเก่าเราหาย... " เมื่อมองที่ตำแหน่งที่ตั้งบ้านไม่เจอหลังเก่า กลับเป็นหลังใหม่เข้ามาแทนที่ เธอก็รีบบอกสามีทันที
"หน้าจอมันบอกว่าเก็บเข้าคลัง" สามียื่นหน้าจอส่งให้ภรรยา
"เข้าใจแล้วค่ะ ถ้าอย่างนั้นเราเดินดูความเรียบร้อยก่อนดีไหมคะ" หลังพูดจบประโยค ทั้งสองก็แยกย้ายตรวจดูความเรียบร้อย
จือหยวนรับหน้าที่ตรวจดูบริเวณด้านนอก ส่วนรั่วซีตรวจดูสิ่งของภายในบ้าน ตอนแรกสามีบอกมีสิ่งของเหมือนบ้านหลังใหญ่ แต่พอรั่วซีเข้ามาดู มีเพียงบางอย่างที่เหมือนกัน ส่วนอุปกรณ์ในครัวเหมือนคนที่นี่ใช้ สิ่งนี้แตกต่างจากในพื้นที่ แต่รั่วซีไม่สนใจตรงนั้นอยู่แล้ว ขอแค่มีก็เพียงพอแล้ว...
"ทุกอย่างเรียบร้อยดี กำแพงสูงขนาดนี้ไม่มีใครมองเห็นภายในเขตบ้านเราได้เลย อย่างนี้เราปลูกต้นไม้ในสวนหลังบ้านดีไหมคะ" เมื่อออกมายืนข้างนอกกำแพงก็คิดวางแผนต่อทันที
"ได้ครับ แต่เราต้องค่อย ๆ ลงมือทำ" จือหยวนก้มลงกดจูบแก้มภรรยาเบา ๆ
"เราจะเข้าเมืองวันนี้เลยไหมคะ" เมื่อคิดแล้วก็อยากลงมือทำทันที
"พรุ่งนี้ค่อยไปแต่เช้าดีกว่าครับ วันนี้มีแบ่งธัญพืชให้คนงานบางส่วน แล้วคุณไม่เอาอาหารไปให้พ่อกับแม่เหรอครับ" จือหยวนถามขึ้น เพราะตั้งแต่เมื่อวาน ภรรยาไม่พูดถึงครอบครัวพ่อตาแม่ยายเลย จะพูดถึงก็แต่พี่สามเพียงเท่านั้น
"ไม่ค่ะ คุณลืมแล้วเหรอว่าเราปิดเป็นความลับ อาจเอาของไปให้พี่สาม แต่คงให้ได้ไม่เยอะ กลัวเขาจะสงสัย" หากเธอขยับขยายและหาข้ออ้างได้ ค่อยเพิ่มจำนวนให้มากหน่อย
"ถ้าอย่างนั้นทำอาหารไปส่งให้ดีไหม" จือหยวนเห็นด้วยเพราะครอบครัวพี่สามดีกับครอบครัวเขามาก ซึ่งแตกต่างกับบ้านใหญ่ที่ไม่ค่อยชอบเขาสักเท่าไร แต่หากภรรยาจะให้เขาก็ไม่ว่าอะไรอยู่แล้ว
"เราเข้าไปข้างในกันดีกว่า... จะได้เตรียมของสำหรับวันพรุ่งนี้เลย" เมื่อรู้ว่าสามีจะต้องไปรับส่วนแบ่งที่กองผลิต เธอก็ต้องวางแผนทำอย่างอื่นในวันนี้
เธอไม่อยากเสียเวลา อยากเริ่มหารายได้ ยังมีอีกหลายอย่างที่เธอต้องลงมือทำเพื่อครอบครัว แต่รั่วซีไม่กลัวเลยแม้แต่น้อย ทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ไม่ว่าพ่อแม่หรือใครจะบอกยังไง รั่วซีก็ไม่มีทางเดินบนเส้นทางเดิมอีกเป็นอันขาด...
ตอนที่ 51 ตอนพิเศษจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดรั่วซีนั่งเหม่อมองออกไปข้างอย่างไร้จุดหมาย บางครั้งเธอยังคงคิดไปถึงเรื่องราวในอดีตของชีวิตก่อน คิดถึงเหตุผลการตัดสินใจทิ้งสามีและลูก เพื่อไปใช้ชีวิตในเมืองที่แสนสุขสบาย ตามที่อีกคนเชิญชวน คิดไปถึงจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด...การพูดคุยกับกัวเหลียงนั้นแทบนับครั้งได้ แต่ทุกครั้งเขาแสดงออกอย่างสุภาพ เขามีน้ำใจกับครอบครัวของเธอ ลูกของเธอได้เสื้อผ้าใหม่ ได้ของเล่นและยังมีอาหารดี ๆ มากมายหลายอย่างที่เขาซื้อมาฝาก ทั้งที่บางครั้งเธอกับเขาแทบไม่ได้พบหน้ากันเลย แต่เขาก็มีของฝากมาให้ลูกของเธอเป็นประจำการพบเจอกันโดยบังเอิญทำให้เธอได้พูดคุยกับเขาบ้าง แต่ส่วนมากเขาจะพูดคุยกับลูกของเธอ จากตอนแรกเด็ก ๆ ไม่เข้าหาจนตอนนี้ทั้งสองจะชอบยิ้มทักทายและตอบกลับ มันเลยทำให้รั่วซีค่อนข้างที่จะไว
ตอนที่ 50 บทส่งท้ายสองปีต่อมา ข่าวการเสียชีวิตของกัวเหลียงพร้อมกับนายทหารชั้นผู้ใหญ่อีกหลายคนที่บ่อนการพนันในเมืองหลวงกลายเป็นข่าวครึกโครม ทุกคนต่างรู้เรื่องนี้กันดี ไปที่ไหนก็มีแต่คนพูดถึง จริง ๆ แล้วคนไม่ได้พูดถึงกัวเหลียงคนเขาพูดถึงนายทหารชั้นผู้ใหญ่ที่เป็นเจ้าของบ่อนการพนันกลางเมืองตามข่าวแล้ว มีกลุ่มผู้มีอิทธิพลเข้าไปทลายบ่อนก่อน แล้วมีเจ้าหน้าที่ทหารอีกกลุ่มเข้าไปจับกุม สถานที่แห่งนั้นมีครบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการพนัน สารเสพติดหลายชนิด การค้าขายบริการ และคนที่เป็นเจ้าของมียศเป็นถึงท่านนายพล เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องสอบสวนอย่างละเอียด เนื่องจากมีคนใหญ่คนโตเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง ถึงแม้ว่าผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจะเสียชีวิตทั้งหมดในที่เกิดเหตุแล้วก็ตาม"ข่าวที่ออกมาให้ประชาชนรับรู้นั้น มันไม่ใช่เรื่องจริงทั้งหมด พวกเขาขัดแย้งกันเรื่องผลประโยชน์ จึงนำพามาสู่เหตุการณ์ฆ
ตอนที่ 49 ปลอบใจ NCเมื่อพูดคุยและตกลงกันได้แล้วว่าสมควรช่วยเหลือแค่เพียงเบื้องต้นเท่านั้น และเลือกที่จะช่วยเหลือแค่บางคน หากคนไหนมีปัญหาหรือเรียกร้องมากนักก็ไม่ได้ให้ความช่วยเหลือทุกคนเต็มใจจะรับ แต่ปากก็ยังต่อว่าเมื่อไม่ได้อย่างที่ตัวเองต้องการ จนเพื่อนของรั่วซีแทบตบตีกับชาวบ้าน คนที่ต้องการความช่วยเหลือไม่มีปัญหา ส่วนมากเป็นญาติมากกว่าที่มีปัญหา เรียกร้องมากมายจนคนที่อยากช่วยนั้นถอดใจ"ไม่ช่วยแล้วครับ"ประโยคที่สามีของรั่วซีบอกออกมานั้น หมายถึงเขาไม่ช่วยใครแล้ว แต่หากมีคำสั่งแจ้งเตือนจากหน้าจอ เขาก็ให้คนอื่นทำให้ โดยที่ออกค่าใช้จ่ายหรือวัตถุดิบเพียงเท่านั้น และเหมือนหน้าจอจะรู้ ไม่มีคำสั่งช่วยเหลืออีกเลย มีเพียงครั้งแรกครั้งเดียวตอนนี้ผ่านมาเดือนหนึ่งแล้วหลังจากที่สาว ๆ กลับมา ส่วนข่าวคนอื่น ๆ ก็ยั
ตอนที่ 48 ช่วยเหลือข่าวที่สาว ๆ กลับมานั้นรู้กันทุกคน ไม่สามารถเก็บเป็นความลับได้ เพราะมีเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่มาที่หมู่บ้านเพื่อสอบถามข้อมูลต่าง ๆสาว ๆ ไม่ได้กลับมาพร้อมกันทั้งหมด บางคนก็เสียชีวิตไปแล้วเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ทำให้บรรยากาศของหมู่บ้านมีแต่ความหดหู่และเศร้าโศกกับการจากไปของเด็กสาวบางคน และยังจะมีเด็กสาวอีกหลายคนที่ยังหาไม่เจอ บางคนได้ไปทำงานใช้แรงงานไม่ได้หยุด ไม่ได้ค่าแรง และบางวันแทบไม่มีอาหารตกถึงท้องเลยด้วยซ้ำที่น่าเศร้าใจคือ พ่อแม่พี่น้องบางคนพอรู้เรื่องราวกลับไม่ต้อนรับ ไม่ให้เข้าบ้าน ซึ่งมองแล้วยิ่งทำให้หดหู่ใจ และยังมีบางคนที่ยังตามหาตัวไม่เจอ แต่ละคนจะถูกจับแยกให้ไปทำงานแตกต่างกัน ไม่รู้ข่าวคราวความเป็นมามากเท่าไร หากอยากรู้ว่าทุกคนอยู่ที่ไหนต้องตามหากัวเหลียงที่เป็นคนชักจูงพาไป และตอนนี้กัวเหลียงกำลังหลบหนี เลยทำให้ตามหาตัวได้ยากมากกว่าเดิม
ตอนที่ 47 การกลับมาของสาว ๆผ่านไปสองเดือนแล้ว ตั้งแต่วันที่สุ่ยหลิงนำข่าวของสาว ๆ มาเล่าให้ฟัง ตั้งแต่ตอนนั้นก็เหมือนจะไม่มีอะไรคืบหน้า จะไปถามญาติ ๆ ก็ไม่ได้ เพราะทุกคนเก็บตัวเงียบ ไม่สุงสิงกับใคร เลยทำให้ไม่ได้ข่าวอะไรมากนัก รั่วซีเองไม่มีกำลังมากพอที่จะช่วยเหลือและที่สำคัญมากกว่ากำลังนั้นคือ ทางญาติ ๆ ยังปิดทุกอย่างไม่ยอมปริปากพูด ใครถามก็ด่าทันที ชาวบ้านเลยต้องปล่อยเลยตามเลย ให้พวกเขาจัดการกันเอง"คิดอะไรอยู่ครับ" จือหยวนเข้ามาเจอภรรยากำลังยืนอยู่บนระเบียง มองออกไปข้างนอกเหมือนคนกำลังใช้ความคิด"เรื่องที่สุ่ยหลิงเล่าให้ฟังค่ะ ไม่รู้จริงหรือไม่จริง นี่ก็ผ่านมาหลายเดือนแล้วนะคะ" รั่วซีบอกพร้อมกับเอนตัวเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของสามี"ซีซี... หากให้พูดตรง ๆ มันไม่เกี่ยวกับเราเลยครับ ถึงจะบอกว่าคนหมู่บ้านเดียวกันก็ตาม ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ไม่ว่าเจ้าตัวหรือญาติพี่น้อ
ตอนที่ 46 ข่าวคราวรั่วซีตื่นขึ้นมาพร้อมความทรงจำที่ได้เจอกับเด็กน้อยตัวกลมชื่อถิงถิง จำได้ดีว่าเจ้าตัวเล็กบอกว่าเธอจะหลับไปเพียงฝันหนึ่งตื่นเท่านั้น แต่ฝันหนึ่งตื่นของรั่วซียาวหนาวเกือบสองอาทิตย์ และรั่วซีได้รู้ว่าถิงถิงก็ต้องรอเวลานานเกือบสองปี เพื่อที่จะได้ทำการแลกเปลี่ยนในข้อสุดท้ายด้วยเช่นกันไม่คิดว่าตัวเองจะทำให้ครอบครัวและคนรอบข้างต้องกังวลมากขนาดนี้ ถึงแม้จะรู้สึกดีใจที่พี่สาวพี่ชาย พ่อและแม่ที่แม้จะแยกกันอยู่ยังมาเยี่ยมเธอตลอด รับรู้ได้ว่าพวกเขารักและห่วงใย"ขอบคุณคุณซ่งที่มาเยี่ยมนะคะ" รั่วซีมองคนที่มาเยี่ยม เธอนับถือเขาเสมอ ไม่ว่าจะชีวิตที่แล้วหรือชีวิตนี้ เขาก็คือผู้มีพระคุณสำหรับเธอและครอบครัว"ครับ ขอให้หายไว ๆ ผมคงต้องกลับก่อน" ตงหยางบอกก่อนที่จะหันไปมองคนสนิทและยกยิ้มขึ้นน้อย ๆ จากนั้นจึงก้าวออกจากห้องไปทันที"ทำ







