เข้าสู่ระบบนางไม่คิดเลยว่า หยางเหวินไถที่นางรู้จักจะใช้เล่ห์กลสาวงามในการหลอกล่อเหยื่อให้ติดกับ
ฟ้าคงลิขิตให้นางต้องตายในห้องขังที่นั่น ถูกจ้าวหูเซินผู้โหดร้ายผู้นั้นทำร้ายร่างกายไม่พอ หนำซ้ำความรักของนางยังถูกมองว่าไร้ค่าอีกต่างหาก หนิงลี่จูควรให้อโหสิกรรมใครได้บ้าง แม้แต่หน้าของหยางเหวินไถตอนนี้นางก็ไม่อยากจะมอง.....กลัวว่าตนเองจะใจอ่อนกับความรักแสนโง่ของนาง พอกันทีหนิงลี่จูส่ายหน้าเลิกคิดได้แล้ว ถ้าไม่อย่างนั้นตนเองก็คงไม่มีทางหมดรักเขาได้อย่างเด็ดขาด ไม่ถึงชั่วยามบ่าวในเรือนของบิดากำลังขนข้าวของเตรียมนำไปคืนสกุลหยาง หนิงลี่จูระบายยิ้มข้าวของมากมายขนาดนี้เคยเป็นของหมั้นหมายระหว่างนางกับหยางเหวินไถมาก่อน ในเมื่อต้องการตัดความสัมพันธ์ก็เป็นสิ่งที่ควรทำ ซีซวนยกขนมวางมาตรงหน้านาง “คุณหนูคิดดีแล้วหรือเจ้าคะ” “อือ ข้าคิดดีแล้ว ข้าเหนื่อยกับการรักเขาข้างเดียวมากตลอด แม้ข้าจะได้ในสิ่งที่ต้องการ แต่ความสุขสมหวังในความรักข้าไม่เคยพบพานเลยสักนิด เศษเสี้ยวน้ำใจจากเขาข้ายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ” “แต่คุณหนูรัก...” “ไม่ต้องพูดแล้วซีซวน ข้าไม่อยากทำร้ายหัวใจตัวเองไปมากกว่า อย่างไรก็ถือว่าเป็นเคราะห์กรรมของข้ากำลังจะผ่านมันไปหมดแล้ว” หญิงสาวพูดจบก็หยิบขนมมาทานด้วยสบายใจ ซีซวนยกยิ้มเมื่อเห็นคุณหนูของตนไร้ความกังวล ไม่รู้เหตุผลกลใดทำให้คุณหนูตัวน้อยที่เคยวิ่งตามหยางเหวินไถในวันนั้นกลายเป็นคนละคน ราวกับนางไปผ่านเรื่องราวมากมายในหนึ่งราตรีเวลาผ่านไปแม้ว่าบิดาจะส่งหนังสือการหย่าไปให้สกุลหยางเรียบร้อยไร้วี่แววของอีกฝ่ายที่จะส่งคนมาเจรจา หนิงเจียวมิ่งและหนิงลี่จูจึงเดินทางไปสกุลหยางด้วยตนเองพร้อมทั้งข้าวของมากมาย หนิงเจียวมิ่งมองแก้วแหวนเงินทองด้วยสายตาไร้ความเสียดายแม้แต่นิดเดียว ก่อนหันมองบุตรสาวที่ก้มหน้าลงเล็กน้อย
พอมาถึงสกุลหยางความวุ่นวายเกิดขึ้น หนิงลี่จูลงมาจากรถม้าพร้อมบิดา ก่อนบิดาจะเดินนำเข้าไปพร้อมบ่าวมากมายที่ยกหีบของหมั้นหมายมาคืน ลึก ๆ แล้วหนิงลี่จูไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่านางเองก็คิดถึงที่นี่เหมือนกันตั้งแต่ตื่นขึ้นมาวันนั้นยังไม่เจอหน้าเขาเลยสักนิด คิดแบบนั้นความรู้บางอย่างก็แล่นแปลบพุ่งตรงมาที่หัวใจจนเจ็บปวดขึ้นมา“ตะ มาย.....ของเจินมี ผาก....” (ทำไมของเจินมีผัก) เสียงประท้วงดังลั่นของเด็กน้อย ใบหน้าอ้วนกลมอมข้าวไว้ในปาก มองหน้าผู้เป็นพ่ออยู่แบบนั้น โกรธที่เจ้าเฉินลวกยอดผักกาดขาวกับฟักทองแล้วนำวางบนจานเต็มไปด้วยสีสันของลูกชาย ซิ่วอิงขำกับท่าทางลูกชาย คิ้วของเจ้าอ้วนเข้มแต่เด็ก แล้วนั่นกำลังแลบลิ้นแล้วเป่าลมล้อผู้เป็นพ่อ ใครสอนกันเนี่ย...... “ไม่เอานะเจ้าเจิน กินผักเยอะ ๆ หนูจะได้โตเร็วอย่างไงล่ะ” ปลายนิ้วของซิ่วอิงเช็ดปากเด็กแสบ เจ้าเจินติดพ่อตั้งแต่เด็ก ทำอะไรก็เรียกหาแต่พ่อ แม้บางครั้งจะทะเลาะกันบ้างโดยเฉพาะเวลาทำอาหาร.... “หึ” “โกรธอะไรป๊าเหรอ” ฝ่ามือลูบศีรษะของเด็กน้อยที่งอนผู้เป็นพ่อตุ๊บป่อง เลี้ยงดูเด็กหนึ่งคนแก้มป่อง ก่อนยอมหยิบดอกผัดกาดมากินทั้ง ๆ ที่ไม่ชอบ แล้วเก็บของโปรดเอาไว้กินอย่างสุดท้าย.... ซิ่วอิงนั้นเป็นแม่ก็จริง ๆ แต่มักใจอ่อนกับลูกชายเสมอ หญิงสาวอาศัยจังหวะที่สามีเผลอ หยิบไก่ของตนวางจานลูก เด็กน้อยถึงกลับหัวเราะคิกคักออกมา เจ้าเฉินสวมใส่เสื้อยืดกับกางเกงทับด้วยผ้ากันเปื้อน พ่อบ้านสุ
ซิ่วอิงร้องเรียกลูกชายปากสั่น จำได้แล้ว เธอคือซิ่วอิง คุณแม่วัยสาวอายุยี่สิบเจ็ดปี แต่งงานตอนอายุเพียงยี่สิบห้า พบรักกับนักธุรกิจหนุ่มที่ครอบครัวพามาแนะนำ เริ่มแรกเธอไม่ชอบหน้าของผู้ชายคนนั้นเป็นอย่างมาก ทั้งขี้เก๊กแล้วเอาแต่ใจ ชอบบังคับ เขาจีบเธอเหมือนไม่จีบ แต่พาไปไหนไม่เคยเกี่ยง คนปากแข็งคนนั้นพาเธอไปทุกที่ที่อยากไป ไปกินของอร่อย...... ถึงเขาจะบอกว่าครอบครัวบังคับ แต่สุดท้ายก็คุกเข่าของเธอแต่งงานกลางห้างดัง เรียกเสียงฮือฮา จนกลายเป็นไวรัลดังในอินเทอร์เน็ต งานแต่งงานของพวกเขาจัดอย่างเรียบง่ายในธีมสีขาว.....ญาติแค่จากสองฝั่งครอบครัว กลับมีแต่คนดังทั้งนั้น เสียงฝีเท้าของเด็กน้อยวิ่งตึกตัก สภาพเด็กเปลือยเปล่าล่อนจ้อนตามประสาโผล่หน้าอ้วนป้อม ฉีกยิ้มโชว์ฟันกระต่ายสองซี่ออกมา วิ่งตัวปลิ่วออกมาจากห้องน้ำ “ม่าม้า.....ตื่นแง้วหย๋อ” (ม่าม้า ตื่นแล้วเหรอ) เด็กน้อยรีบวิ่งมาผู้เป็นแม่ที่กำลังย่อตัวอ้าแขนรอรับ “เฮ้ อาเจิน อย่าวิ่งออกไปแบบนั้น” เจ้าเฉินผู้เป็นพ่อตะโกนเรียกลูกชาย ก่อนรีบคว้าผ้าขนหนูมาพ้นรอบเอว ก่อนโผล่หน้าออกม
ซิ่วอิงนอนหลับบนเตียงนอนสีขาวขนาดคิงไซซ์ ความฝันของเธอช่างแปลกประหลาดมากทีเดียว จนซิ่วอิงเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตนเองอ่านนิยายจนอินแล้วเก็บไปฝัน “อะ อ้า อาเจิน อย่าทำแบบนั้นสิ โดนปะป๊าแล้ว...” เสียงเอะอะโวยวายในห้องน้ำ เสียงน้ำกระเซ็นออกจากอ่างน้ำอาบขนาดใหญ่ ชายหนุ่มวัยสามสิบร่างกายเปลือยเปล่าพยายามจับเด็กชายตัวโล้นเปลือยเปล่าเช่นกัน เด็กชายตัวขาว อ้วนท้วนสมบูรณ์ในวัยย่างเข้าสองขวบ นอกจากซนแล้วยังดื้ออีกต่างหาก หญิงสาวที่เพิ่งรู้ตัวลืมตาเมื่อได้ยินเสียงรบกวนจากห้องน้ำ สายตามองรอบกายอย่างประหลาดใจ ไม่ใช่สภาพแวดล้อมที่เธอฝัน ที่เจอนี่ ไม่ใช่เมืองโบราณอะไรนั้น....... แต่เป็นยุคปัจจุบัน เธอพยายามนึกถึงเรื่องราวต่าง ๆ มากมายที่กรูเข้ามาในสมองเวลานี้ คิดแล้วก็ปวดหัว เธอคือหนิงลี่จูไม่ใช่เหรอ ไม่ใช่ เธอคือซิ่วอิง ที่ตายไปแล้วเข้าไปอยู่ในนิยายที่กลายเป็นหนิงลี่จู ใช้ชีวิตตามครรลองของนิยาย จบลงด้วยการที่หนิงลี่จูตายแล้วก็ย้อนกลับมาใหม่..... ครั้งนี้หนิงลี่จูสมหวังในความรัก ทุกอย่างผลิบานและสดใส.... “ปะป๊า....อาเจินอยา
“ไม่ผิดอย่างแน่นอน” หยางเหวินไถดีใจจนเนื้อเต้น จนไม่อาจพรรณนาออกมาเป็นคำพูด หยางเหวินไถรีบตรงปรี่เข้าไปหานางที่นั่งอึ้งอยู่ไม่น้อย มือทั้งสองข้างของหนิงลี่จูถูกรวบขึ้นมาไว้ “ข้าดีใจเหลือเกิน เจ้าดีใจหรือไม่” น้ำเสียงดีอกดีใจ ไม่ต้องบอกกล่าวว่าหยางเหวินไถนั้นดีใจแค่ไหนที่มีลูกกับนางก็พลอยสร้างรอยยิ้มหวานหยาดหยดบนดวงหน้าแสนสดใส หนิงลี่จูดีใจไม่น้อยที่กำลังมีเจ้าตัวน้อยกับคนที่นางรัก ..... “อือ” “ข้าก็ดีใจมากเช่นกัน” “เออ...” หนิงลี่จูจู่ ๆ อยากเกิดผุดคำถามขึ้นมาในใจขึ้นมา เขาจะดีใจหรือเปล่าถ้าหากว่าบุตรที่เกิดมานั้นไม่ใช่บุตรชาย “ท่านชอบเด็กผู้ชายหรือเด็กผู้หญิงมากกว่ากัน” หนิงลี่จูเอ่ยปากถามเขาด้วยความไหวหวั่น ลังเลใจกว่าถ้าลูกสาวเกิดมาเขาอาจจะไม่ชอบใจก็เป็นได้ “ถ้ามีลูกกับเจ้าจะชายหรือหญิง ข้านั้นก็ดีใจอย่างที่สุด” หยางเหวินไถกล่าวเช่นนั้นอีกตามเคย นางค่อนข้างชินชากับคำพูดแสนหวานชวนให้หัวใจเต้นรัวของเขาเสียแล้ว ลำแขนแกร่งของเขาคว้าร่างเล็กมาสวมกอด หนิงลี่จูถลาตามแรงของเขาก่อนจะ
ผ่านมาร่วมเดือนหลังจากแม่ทัพจ้าวหูเซินมาเยี่ยมนางในครานั้น ทุกอย่างดูเรียบง่ายและง่ายดายไปเสียหมดทุกอย่าง หยางเหวินไถดีกับนางทุกอย่างจนหัวใจที่ตั้งมั่นเอาไว้ว่านางจะไม่ยอมให้อภัยเขาง่าย ๆ กลับใจอ่อนลงมากโข นับว่าเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์คุณค่าของคนเสียจริง หยางเหวินไถปฏิบัติกับนาง ทำราวกับนางเป็นนางฟ้า หนิงลี่จูไม่อยากได้ใจไปมากกว่านี้ ความหวั่นไหวกลัวว่าวันหนึ่งเข้าจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป นางจะทำเช่นไร ยิ่งนานวันความรักของนางก็ยิ่งถลำลึกมากกว่านี้.....ร่างกายของนางเปลี่ยนไปจนน่าประหลาด นางเองก็แอบสังเกตตนเองเหมือนกัน ถ้าถามหาความใส่ใจนางก็คงไม่ได้ใส่ใจเรื่องราวสภาพของตนเองมากนัก คิดถึงเรื่องของหยางเหวินไถอยู่ทุกวัน เวลานี้ก็อีกเช่นกัน..... วันนี้มีแขกของหยางเหวินไถที่พามาที่จวน เสียงฝีเท้าทำให้หนิงลี่จูที่นั่งเอาใบหน้าแนบกับราวไม้ของศาลาริมสระ ต้องเงยหน้ามองผู้มาใหม่.... มาพร้อมกับสามีของนางที่กำลังยิ้มแป้น ไม่ต่างเด็กน้อย.... เขาพาหมอมาทำไมกัน เป็นสิ่งที่นางสงสัยนัก “ท่านหมอ ฮูหยินของข้า ท่านช่วยตรวจดูอาก
“ท่านอย่าได้กังวล เรื่องราวของท่านอาจดูคล้ายความจริงจนทำให้ท่านหวาดหวั่นในความฝัน ทว่าบนโลกใบนี้นั้นมีเรื่องราวอัศจรรย์มากมาย ถึงในความฝันท่านจะทำร้ายข้ามากเพียงใด ความฝันอย่างไรก็คือความฝัน ไม่อาจนำมาปะปนกับความเป็นจริง ความจริงเวลานี้ ข้าคือสหายของท่าน เป็นเกียรติของข้านักที่มีท่านเป็นสหาย ท่านอย่าได้กังวลไปเลย ถึงมันจะเกิดขึ้นข้าปล่อยวางเรื่องเล่านั้นได้แล้ว เราทั้งสองต่างก็ไร้สิ่งติดค้างต่อกัน แม่ทัพผู้โหดร้ายผู้นั้นต่างจากท่านในยามนี้นัก ท่านยามนี้ช่าง สุขุม น่าค้นหา” น้ำเสียงของนางดูจริงจังไม่น้อย แววตาของนางช่างดูมั่นคง จ้าวหูเซินมองเข้าไปในดวงตากลมโตคู่นั้น ก่อนจะระบายยิ้มจนเห็นฟันขาวสะอาด ไม่นานเขาก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างสุขใจ “ฮะ ฮ่า ฮ่า เจ้าคิดเช่นนั้นจริงหรือ” “อือ สิ่งที่ข้าพูดล้วนเป็นความสัตย์จริง ท่านอย่าได้กังวลเรื่องระหว่างเรา ข้านั้นปล่อยวางหมดสิ้นแล้ว” หนิงลี่จูพูดออกมาด้วยความจริงใจ นางเองไม่ได้เครียดแค้นในตัวของแม่ทัพจ้าวหูเซินแม้ว่าในอดีตจะถูกเขาทำร้าย เรื่องราวในอดีตก็ควรปล่อยให้มันเป็นเพียงในอดีตแล้วจบสิ้นกั
“เฮ้อ......” หนิงลี่จูนึกถึงเรื่องราวในอดีต หญิงสาวก็ถอนหายใจยาวเหยียดจนซีซวนที่เพิ่งนำผ้าห่มมาให้รีบนำมาคลุมให้นางด้วยความเป็นห่วง “เป็นห่วงคุณชายหรือเจ้าคะ” ซีซวนถาม “ข้าเปล่าเป็นห่วงเขานะ ใครบ้าถึงขั้นไปนั่งให้หิมะเย็น ๆ แบบนั้นล่ะ” หนิงลี่จูแบะปากมองไปยังนอ
“หยุดพูดเถอะ เพราะอย่างไรข้าไม่เชื่อท่านอีกแล้ว” หนิงลี่จูพูดแทรกทันควัน นางไม่อยากฟังคำพูดของเขาอีกแล้ว คนที่ปล่อยให้นางตาย ก่อนตายนางก็คิดถึงเขาแทบขาดใจ หนิงลี่จูพูดจบก็เดินออกไปทันที อากาศที่เริ่มหนาวเนื่องจากหิมะตกจนพื้นดินขาวโพลนแบบนี้ หนิงลี่จูอยากหนีให้พ้นหน้าเขาไป
สุดท้ายแล้วผู้อาวุโสทั้งสองก็ออกไปจากห้องรับรองปล่อยให้หยางเหวินไถและหนิงลี่จูอยู่เพียงลำพังสองคน หญิงสาวถอนหายใจออกมาดังเฮือกจนคนข้างกายอย่างหยางเหวินไถขมวดคิ้ว สงสัยเพราะเหตุใดกันนางถึงทำหน้าเบื่อหน่ายขนาดนั้นเวลาอยู่กับเขา เมื่อก่อนนางชอบอยู่ใกล้เขามากขนาดไหน เขารู้ดีแก่ใจแล้ววันนี
“แต่ข้าต้องการหย่า....” “ทำไม” หยางเหวินไถลุกขึ้น แล้วร่างใหญ่มุ่งต้องมารั้งแขนของนางเอาไว้ จดจ้องมองตานางจนนางเองก็หวาดกลัวในดวงตามาดมั่นของเขา “เราทั้งสองไม่ได้รักกันมิใช่หรือ ท่านไม่จำเป็นต้องรั้งข้าเอาไว้เพียงเพราะคำสัญญา ข้ายังยืนยันคำเดิมว่า ข้าต้องการหย่







