Masukวันนี้เธอเช็ดตัวให้เขาด้วยความคล่องแคล่ว คงเพราะทำมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว จึงได้เคยชินหลังเช็ดตัวเสร็จเธอก็สวมเสื้อผ้าให้เขาใหม่ อยู่ ๆ ผ้าที่ปิดอยู่ตรงกลางร่างกายของเขาก็เลื่อนลงมาจนเผยให้เห็นส่วนที่ไม่ควรเห็นเข้า หยางซินเผลอมองอย่างเต็มตา เขาเห็นชัดว่าใบหน้าของเธอแดง จากนั้นเธอก็หลับตาดึงผ้าขึ้นมาคลุมดังเดิม
คนสองคนไม่พูดอะไรกัน มีเพียงบรรยากาศแห่งความเงียบเท่านั้นที่ปกคลุม จนกระทั่งเธอให้เขาแปรงฟันบ้วนปากจนเสร็จ จึงพยุงเขาลงนอนและห่มผ้าให้
"คืนนี้ให้พี่ฝันดีนะ พรุ่งนี้เจอกัน"
เธอมักจะพูดแบบนี้ทุกวัน และในเช้าวันต่อมาเขาก็จะเห็นหน้าของหยางซินเป็นคนแรก หยางซินปิดไฟดวงเล็กในห้องจากนั้นก็เดินออกไปเงียบเชียบพร้อมกับปิดประตูเบา ๆ ในตอนนั้นนั่นเองจางเฮ่อก็ขยับตัวลงจากเตียง และเขาก็เริ่มฝึกเดิน
เขาล้มป่วยมาเกือบจะครึ่งปีแล้ว ใคร ๆ ก็คิดว่าเขาจะเดินไม่ได้ แต่ใครจะรู้ว่าเขากำลังพยายามที่จะฝืนสังขารตัวเอง และทำให้กลับมาเดินได้อีกครั้ง และจากที่เคยล้มลุกคลุกคลาน ตอนนี้เขาก็สามารถเดินได้แล้ว แม้จะไม่กี่ก้าวแต่ความก้าวหน้านี้ก็ทำให้เขาพอใจ
หากว่าเป็นแบบนี้อีกไม่นานเขาก็คงจะกลับมาเดินได้เป็นปกติ หลังจากฝึกเดินไปครู่หนึ่ง เขาก็กลับมาที่เตียงอย่างช้า ๆ ในตอนนั้นดูเหมือนว่าประตูห้องของเขากำลังจะเปิดออก โชคดีที่เขาล้มตัวลงนอนแล้ว
และคนที่ก้าวเข้ามาก็ทำให้เขาประหลาดใจ เพราะใจหนึ่งยังหวังว่าจะเป็นภรรยาของตัวเอง แต่คนที่มากลับกลายเป็นหยางซิน
การเข้าห้องพี่เขย ในช่วงกลางดึกอันเงียบสงัดแบบนี้ ต้องไม่สมควรอยู่แล้ว ทว่าหญิงสาวกลับเดินตรงมาด้วยความตั้งใจแน่วแน่ จากนั้นก็หยุดที่ข้างเตียง
จางเฮ่ออยากรู้ว่าเธอกำลังจะทำอะไรกันแน่ เขาจึงนอนหลับตานิ่ง ๆ จากนั้นหญิงสาวก็พูดขึ้นมาว่า
"ขอโทษที่ฉันวางยานอนหลับพี่ แต่ฉันอยากรู้จริง ๆ ว่าพี่ใช้งานได้หรือเปล่า"
จากนั้นมือของเธอก็ค่อย ๆ ลูบคลำมาที่ร่างกายผอมแห้งของเขา ไต่ลงมาเรื่อย ๆ จนถึงแท่งเนื้อใหญ่ที่ไม่ได้เล็กหรือหดสั้นไปเหมือนส่วนอื่นเลยและกุมเอาไว้อย่างเต็มที่ แล้วเริ่มคลึงเบา ๆ
ในตอนนั้นนั่นเองที่จางเฮ่อ ถึงกับกลั้นหายใจเอาไว้ และส่วนนั้นของเขาก็แข็งตัวขึ้นมาอย่างช้า ๆ
จางเฮ่อกลั้นลมหายใจที่เริ่มถี่ขึ้น เมื่อปลายนิ้วนุ่มของหยางซินขยับเร็วขึ้นจนกระทั่งท่อนเนื้อของเขาแข็งจนเต็มลำ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจ เธอได้ยินมาว่าหลังจากได้รับบาดเจ็บส่วนนี้ของเขาก็ใช้งานไม่ได้จึงไม่ได้แต่งงานใหม่อีก แต่ว่าสิ่งที่ขยายจนเต็มมือนี่คืออะไร
"ทำไมใหญ่แบบนี้"
ให้ตายเถอะ แค่เพียงจะพิสูจน์ว่าเขายังใช้งานได้หรือเปล่าแต่ตอนนี้เมื่อเห็นของใหญ่อยู่ตรงหน้า แถมเป็นของผู้ชายที่เธอคิดจะยั่วยวนเขาเธอจึงเปลี่ยนความคิดทันที
เธอหันมามองหน้าเขา จางเฮ่อยังคงหลับตาและเธอคิดว่าเขายังหลับและไม่รู้สึกอะไร ทั้ง ๆ ที่ในตอนนี้ใบหน้าของเขาก็แดงก่ำจนไปถึงใบหู เธอไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงนี้เพราะว่าในห้องนี้นับว่ามืดเกือบจะสนิท
เพียงแต่ว่าแม้จะมืดแค่ไหน ร่างกายขาวผ่องของหยางซินกลับสะท้อนออกมาราวกับเรืองแสงได้ เขาหรี่ตามองผู้หญิงร่างอวบที่กำลังกอบกุมแท่งเนื้อของเขาเอาไว้ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกกระหายอยาก
หยางซินสวมชุดนอนบางเบาสีขาวกลืนไปกับผิวของเธอ เต้าของเธอใหญ่กว่าเต้านมของหยางเหมยภรรยาของเขา รูปร่างก็อวบอัดน่าฟัดน่ากอด ที่ผ่านมาเขาไม่เคยมีความคิดเป็นอื่นกับน้องเมียคนนี้มาก่อน จนกระทั่งหลังจากที่หยางซินเริ่มเอาใจใส่เขา ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของเขาก็เริ่มสั่นคลอน
เธอบอกว่าเธอเอายานอนหลับให้เขากิน แน่นอนว่าต้องเป็นยาประหลาดสีขาวที่เพิ่มขึ้นมาใหม่เม็ดหนึ่งที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน เขาไม่ได้กินเพราะเกรงว่าหยางซินจะถูกพี่สาวสั่งให้วางยาและฆ่าเขา
เพียงแต่เขาคิดไม่ถึงว่ายานั่นจะเป็นยานอนหลับ และน้องเมียของเขากำลังก่อเรื่องที่ไม่สมควรขึ้น
เขาไม่ใช่คนเลวที่คิดจะลากน้องเมียเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทว่าริมฝีปากเล็กที่เผยออ้าแล้วพูดออกมาว่า
"ฉันอยากดูดเอ็นใหญ่พี่จังเลย"
จากนั้นก็ครอบปากลงมาอย่างเร่งร้อน เพียงริมแท่งเนื้อของเขาผลุบเข้าไปในปากเล็ก จางเฮ่อก็แทบควบคุมตัวเองไม่อยู่ จากที่เขาหมดแรงเพราะฝึกเดินมาเมื่อครู่ ตอนนี้แทบจะลุกขึ้นมาแล้วอุ้มน้องเมียเย่อไปรอบ ๆ ห้องให้หนำใจ
เต้านมใหญ่อวบนุ่มกำลังเสียดสีหน้าขาของเขา มือหนาของจางเฮ่อต้องกำเอาไว้แน่น ไม่ให้ตัวเองเผลอขยับไปขยำ สองมือของหยางซินรูดแท่งเอ็นใหญ่เป็นจังหวะ ปลายลิ้นไล้เลียไปรอบ ๆ หัวบานแดงฉ่ำทั้งจูบทั้งดูดจนเขาต้องกัดริมฝีปากแน่นไม่ให้ส่งเสียงครางออกมา
เสียงหวานกระเส่าพูดเบา ๆ
"พี่ผอมไปทั้งตัวจนเหลือแค่กระดูก ที่จริงเนื้อทั้งหมดของตัวพี่มารวมกันที่ตรงนี้ใช่หรือเปล่า"
เธอดูดเลียอย่างเชี่ยวชาญ ลากลิ้นตวัดเลียที่ปลายหัววนรอบ ๆ และวนต่ำลงมาเลียไปจนถึงไข่ของเขายังอมเอาไว้ในปาก จากนั้นก็ดุนลิ้นไปมา จางเฮ่อแทบจะขาดใจตายอยู่แล้ว ในใจได้แต่สงสัยว่า
เด็กสาวที่ยังไม่แต่งงานอย่างหยางซินทำไมถึงได้มีท่าทางที่ชำนาญขนาดนี้กัน!
แสงแดดยามบ่ายสาดส่องผ่านม่านลูกไม้สีขาวนวลเข้ามาในห้องนอนใหญ่ บรรยากาศภายในห้องอบอวลไปด้วยความเงียบสงบและกลิ่นหอมอ่อนๆ ของแป้งเด็ก หยางซินกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงหนานุ่ม ในอ้อมแขนมีห่อผ้าสีสะอาดที่โ่อร่างเล็กจ้อยของเสี่ยวอันอันเอาไว้ เธอก้มมองใบหน้าจิ้มลิ้มที่กำลังหลับสนิทด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก หลังจากที่ทั้งแม่และลูกต่างผ่านความเป็นความตายมาด้วยกันอย่างยากลำบากในวันนั้น หม่าเฮ่อทำให้เธอแทบหัวใจสลาย เพียงเพราะหลังจากผ่าตัดเอาลูกออกมา ลูกของเธอต้องอยู่ในห้องฉุกเฉินถึงหนึ่งเดือนเต็มกว่าที่จะออกมาสู่อ้อมกอดแม่ได้ และนั่นทำให้หม่าเฮ่อกังวลใจจนพูดอ้ำอึ้งกับเธอในวันนั้น เพราะกลัวว่าเธอจะรับความจริงไม่ไหว แต่ในวันนี้ ทุกอย่างกลับกลายเป็นเพียงอดีตที่คอยย้ำเตือนให้เห็นถึงค่าของชีวิตหยางซินมองหน้าบุตรชายด้วยรอยยิ้มแห่งความรัก ตอนนี้สิ่งที่เธอชอบที่สุดก็คือการมองหน้าเล็กขาวเหมือนก้อนแป้งนุ่มๆ ของบุตรชายโดยไม่มีวันเบื่อ ลูกชายของเธอในช่วงเดือนที่สองนี้ก็ยังเอาแต่กินและนอน เขาเติบโตขึ้นมากหลังจากออกจากโรงพยาบาลและได้เธอเลี้ยงดูอย่างเอาใจใส่ ผิวของลูกขาวละเอียดและเนียนนุ่มเหมือนน้ำนม แก้
ผู้คุ้มกันของเธอเห็นเลือดที่ไหลออกจากท้องก็ตกใจเป็นอย่างมาก ทั้งสองรีบถลาเข้ามาช่วย แต่ไม่ทันการเสียแล้ว หยางซินยกมือขึ้นกุมหน้าท้องที่เปียกชื้น เลือดสีแดงฉานค่อย ๆ ไหลซึมออกมาตามง่ามนิ้วไม่หยุดแม่จ้องมองใบหน้าที่ซีดเผือดของลูกสาวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความพยาบาท“ลูกอกตัญญูอย่างแก สมควรตาย ฉันไม่มีทางให้แกสมหวังเด็ดขาด เพราะแกทำให้ทุกคนต้องตกอยู่ในสภาพนี้ แกทำทำให้หยางเหมยตาย แกทำให้พ่อของแกต้องตาย ทุกอย่างเป็นความผิดของแกทั้งหมด”แม่เสียสติไปแล้ว และในตอนนั้นหยางซินก็หน้ามืดและวูบลงไปพร้อมกับเสียงโหวกเหวกโวยวายของหมอและพยาบาลที่รีบเข้ามาพาเธอเข้าห้องฉุกเฉินใครจะรู้ว่าแม่ของหยางซินเตรียมการเอาไว้แล้ว ที่เตียงข้าง ๆ ก่อนที่คนไข้คนนั้นจะได้ออกจากโรงพยาบาล มีคนมาเยี่ยมคนไข้พร้อมกับตะกร้าผลไม้และมีดปอกผลไม้เล่มหนึ่งแม่จึงแอบเก็บมีดเอาไว้ในตอนที่พวกเขาเผลอ และเตรียมการเอาไว้อย่างดีเพื่อฆ่าลูกสาวสารเลวที่แม่เกลียดชังในตอนนี้แม่สมหวังแล้ว แม่คิดถึงใบหน้าของหยางเหมยแล้วพูดว่า “หยางเหมยคนดีของแม่ แม่กำลังจะไปหาแล้ว”จากนั้นแม่ก็ใช้มีดเล่มเดิมปาดเข้าที่ลำคอของตัวเองอย่างเด็ดเดี่ยวโดยไม่ลังเ
“แล้วแม่เรียกฉันมาทำไม แม่ไม่อยากเห็นหน้าฉันอยู่แล้วนี่ สายตาของแม่ที่มองฉันมีแต่ความชิงชังรังเกียจ ไม่ว่าฉันจะทำดีแค่ไหนแม่ก็ไม่เคยเห็น”นี่เป็นอีกครั้งที่เธออดที่จะน้ำตาคลอหน่วยไม่ได้ แม่มองที่เธอจากนั้นก็มองที่หน้าท้องนูนของเธอ“แกมีความสุขหรือเปล่า”อยู่ ๆ แม่ก็ถามคำนี้ หญิงสาวพยักหน้า“แน่นอน ว่าฉันมีความสุข”แม่ยิ้ม “ดี แบบนี้นก็ดี ที่เรียกแกมาวันนี้เพราะก่อนตายฉันอยากบอกอะไรบางอย่างกับแก"หญิงสาวเอ่ยถามด้วยความสงสัย“มีคำสั่งเสียถึงฉันเหรอ แม่อย่าพูดให้ฉันรู้สึกว่าเราคือแม่ลูกที่รักกันสิ”แม่ไอออกมาจนตัวโยนก่อนจะบอกเสียงแหบเครือ“มาใกล้ ๆ สิ”หยางซินเดินเข้าไปจนใกล้ขอบเตียงพยาบาลข้าง ๆ แม่ แม่จ้องมองท้องที่โตโย้ของเธอดวงตาแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยความรู้สึกชิงชังอย่างไม่ปิดบัง“เด็กที่อยู่ในนี้ อีกไม่นานก็คงจะลืมตาดูโลกแล้วสินะ”หยางซินยิ้มเย็น ธอยกมือขึ้นลูบท้องเบา ๆ เมื่อเอ่ยถึงลูกในครรภ์“ใช่ อีกไม่นานแล้ว เดือนหน้าที่จะถึงนี้เขาก็จะออกมาแล้ว”แม่กลับพูดเสียงเบา ที่เธอแทบจะไม่ได้ยิน“แกกล้าดียังไงที่ฆ่าพี่ ฆ่าพ่อตัวเองแล้วยังกล้าให้กำเนิดชีวิตใหม่ออกมาอีก แกกล้าดียังไง”หยางซิน
สองเดือนให้หลัง หลังจากหยางเหมยถูกหยางซินส่งตัวเข้าคุก หญิงสาวก็ทนรับสภาพไม่ไหวเธอกลายเป็นคนสติฟั่นเฟือนและในที่สุดก็คลุ้มคลั่งและผูกคอตายในคุกหยางซินจัดพิธีศพให้อย่างเรียบง่ายที่สุด โดยที่แม่ของหยางซินเมื่อได้ยินข่าวว่าบุตรสาวสุดที่รักตายในคุก แม่ก็ล้มป่วยลงทันใดหยางซินดูแลแม่โดยการส่งเข้าไปรักษาที่โรงพยาบาลของรัฐแห่งหนึ่ง ไม่ได้หรูหราแต่ก็มีการรักษาที่ดี เธอยังจ้างพยาบาลดูแลแม่เป็นพิเศษอีกคนหนึ่งส่วนพ่อของหยางซิน ตอนเขาติดการพนันอย่างหนัก และเพราะกู้เงินนอกระบบมาเยอะ ทำให้เขาต้องหนีหัวซุกหัวซุนและสุดท้ายก็ถูกเจ้าหนี้ทำร้ายจนตายโดยที่หยางซินได้รับศพกลับมาแน่นอนว่าเธอทำพิธีศพอย่างเรียบง่ายไม่ต่างจากพิธีของพี่สาวของเธอครอบครัวสกุลหยางในชาตินี้ ยังคงย่อยยับเหมือนชาติที่แล้ว เพียงแต่คนที่ทำให้ตัวเองต้องประสบภัยนั้น กลายเป็นตัวของคนคนนั้นเอง และหยางซินก็พาตัวเองรอดพ้นมาได้เพียงคนเดียวทั้งพ่อแม่และหยางเหมย ล้วนกระทำให้ตัวเองตกต่ำด้วยตัวเอง หาใช่ฝีมือของหม่าเฮ่อเหมือนชาติที่แล้วหยางซินท้องโตขึ้นทุกวัน หม่าเฮ่อรักและเอาใจใส่เธอมาก เขาทะนุถนอมเธอเหมือนเจ้าหญิงคนหนึ่ง หยางซินกระซิบแผ่วเ
“เธอรู้ได้ยังไง ทำไมต้องทำแบบนี้ เธอทำไมไม่ฆ่าฉันไปเลยล่ะ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าฉันคิดจะฆ่าเธอ”หยางซินตอบว่า“เพราะว่าฉันอยากเล่นสนุกยังไงล่ะ พี่คิดว่าตัวเองเก่งนักยังสามารถสร้างฉากพี่สาวที่แสนดีกับฉันตอนแรกก็น่าสะอิดสะเอียน ต่อมาฉันก็รู้สึกว่าอยากรู้ว่าพี่จะทำร้ายฉัน ก็เลยคิดว่าจะซ้อนแผนเล่นละครกับพี่ขำๆ ไม่น่าเชื่อว่าพี่จะโง่ขนาดนี้ ฉันเห็นพี่มีความอดทนและยังไปเสนอตัวให้เถ้าแก่แซ่จางคนนั้นฉันก็เลยให้เขาหลอกพี่อีกรอบ พี่คิดดูว่าพี่เฮ่อเป็นใคร ใครจะกล้าแตะต้องเมียของเขา!”หยางเหมยกรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง เมื่อรู้ว่าแม้แต่คนแซ่จางคนนั้นก็หลอกลวงเธอ หยางซินยังพูดต่อ“ยาที่พี่เอามาให้ฉันกิน ก็แค่ยาบำรุง ก็เป็นฉันที่คิดบทละครนี้ให้พี่ พี่เป็นนักแสดงที่ดีนะ เสียดายที่ไม่ได้แจ้งเกิดในวงการ อีกอย่างฉันก็ไม่ได้ไว้ใจคนแซ่จางขนาดนั้น ก็เลยต้องให้หมอตรวจสอบยาที่กินจนแน่ใจอีกรอบ บอกให้พี่รู้เอาไว้ ทุกอย่างเป็นเพียงแค่การแสดงเท่านั้น พี่เป็นตัวเอกของเรื่องนี้เลยล่ะ ดีใจด้วย”ดูเหมือนว่าหยางเหมยจะช็อกไปแล้ว เธอกำมือแน่นร่างกายสั่นระริก และกรีดร้องออกมาคล้ายสะเทือนใจอย่างรุนแรง“แล้วเธอจะทำอะไรฉัน”หยา
หม่าเฮ่อเริ่มมีการกระสันจนร่างสั่นเทาเพราะฤทธิ์ยา เขาผลักหยางเหมยที่กอดรัดร่างของเขาออกอย่างแรงจนหัวชนขอบเตียงไม้แตกเลือดไหลลงมาหญิงสาวจับศีรษะตัวเองแล้วตกใจจนกรีดร้องหม่าเฮ่อไม่สนใจว่าหยางเหมยจะได้รับบาดเจ็บ ตอนนี้เขาไม่อยากขยับตัวแล้วกลัวว่าการเสียดสีจะยิ่งทำให้เขาทนไม่ไหวและหน้ามืดคว้าเอาหยางเหมยมานอนด้วย ชายหนุ่มจึงตัดสินใจ ตะโกนเรียกภรรยาดังลั่น“หยางซิน ที่รักของผม หยางซิน เมียจ๋า ช่วยสามีด้วย!”หยางเหมยขาดสติเพราะถูกเขาผลักจนหัวแตก และยังมีความกลัวที่จะถูกส่งกลับไปหาเถ้าแก่ลู่ เธอหัวเราะหยันออกมา พร้อมกับพูดว่า“หยางซินกำลังจะตายแล้ว! น้องสาวของฉันไม่มีทางมาที่นี่ พี่จะไม่มีวันได้อยู่กับหยางซินอย่างที่พี่ต้องการ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เป็นยังไงล่ะ คิดไม่ถึงล่ะสิว่าฉันจะฆ่าหยางซินได้”หม่าเฮ่อหันขวับมามอง แววตาแดงก่ำ “เธอคิดว่าจะทำอะไรเมียของฉันได้ง่าย ๆ เหรอ คนที่ต้องตายคือเธอต่างหาก!”จากนั้นเขาก็คว้าปูที่นอนมาแล้วพันตัวหยางเหมยแน่นทั้งจับมัดเอาไว้กับขาเตียงแน่นหนาหยางเหมยบิดกายเร่ากรีดร้องขอให้เขาปล่อยเธอ“พี่เฮ่อ พี่ต้องการขนาดนี้ หยางซินไม่อยู่ช่วยพี่แล้ว ปล่อยฉันแล้ว ให้ฉันช่วยนะ ฉ







