Masukและก่อนที่พี่สาวจะแต่งกับจางเฮ่อ กิจการของที่บ้านแทบจะล้มละลายแล้ว แต่เพราะได้เงินของจางเฮ่อมาช่วยจึงทำให้ธุรกิจของพ่อหมุนต่อไปได้ ยิ่งทำให้พี่สาวกลายเป็นตัวนำโชคของบ้านนี้อย่างที่ทุกคนเชื่อ
ทว่าตอนนี้ทุกคนกลับเนรคุณจางเฮ่อกันหมด พ่อมองเธอที่มีซองน้ำตาลในมือ พร้อมกับพูดว่า
"ทำให้จางเฮ่อยอมหย่าให้สำเร็จ บ้านเรายังไงก็ต้องการให้นายทหารที่มียศคุ้มครอง หลินเว่ยคือคนที่ทำให้ครอบครัวเรามีหน้ามีตา กิจการค้าขายของเรามีคนเกรงใจ ไม่กล้าทำตัวเป็นคู่แข่งตรง ๆ ในเมืองแห่งนี้"
เธอพยักหน้าไม่พูดอะไร ระหว่างหยางซินกับพ่อนั้นแทบจะเรียกได้ว่าห่างเหินกันมากนัก พ่อไม่ยอมรับเธอเป็นคนในครอบครัวด้วยซ้ำ เพราะว่าหยางซินเป็นได้แค่ลูกที่เขาไม่ต้องการ
ความจริงพ่อกับแม่ต้องการลูกชาย พวกเขาจึงได้พยายามมีลูกกันอีกสักคน กระทั่งคลอดเธอออกมาเป็นผู้หญิงก็ยิ่งทำให้พ่อกับแม่ผิดหวัง
ส่วนหยางซิน ในตอนคลอด เด็กน้อยมีน้ำหนักตัวที่มากเกินไป จนทำให้แม่คลอดยากเกือบจะเสียชีวิต อีกทั้งตั้งแต่หยางซินเกิดมากิจการของที่บ้านย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ
จากร้านกระเบื้องเคลือบใหญ่โต มีหลายสาขาแทบจะครอบคลุมทั้งเมือง ก่อนหน้านี้ก็เหลือเพียงร้านเดียวและทำท่าจะเจ๊งตามร้านอื่นไป ครอบครัวคิดว่าเป็นความผิดหยางซิน ตั้งแต่เกิดมาทุกอย่างก็แย่ลงอย่างเห็นได้ชัด
หยางซินจึงเป็นตัวซวยของบ้านอย่างแท้จริง!
ตั้งแต่เด็กจนโตหยางซินไม่มีทางสู้หยางเหมยได้ เธอสวยสู้หยางเหมยไม่ได้ แม้หน้าตาจะคล้ายกันแต่หยางเหมยกลับมีรูปร่างบอบบางอรชรตามแบบนิยมของคนสมัยนี้
ในขณะที่เธอเป็นแค่ผู้หญิงที่มีน้ำมีนวลคนหนึ่งที่พ่อแม่เอาแต่ส่ายหน้าที่ลูกสาวไม่ยอมลดน้ำหนัก ให้ผอมบางเหมือนพี่สาวจะได้แต่งผู้ชายดี ๆ มาดูแล
การเรียนของเธอแม้จะดี แต่กลับสู้พี่สาวไม่ได้ สุดท้ายหยางเหมยได้เรียนมหาวิทยาลัยในขณะที่เธอกลายเป็นยัยหมูตอนที่อยู่ที่บ้าน คอยรับใช้คนในครอบครัวหลังจบมัธยมปลาย
ชาติที่แล้วเธอโง่มาก ที่พยายามทำตัวให้น่ารักเชื่อฟังพ่อแม่ และหวังว่าคนทั้งสองจะหันมารักเธอบ้าง แต่สุดท้ายพวกเขาก็ขายเธอให้ผู้ชายแก่ตัณหากลับที่ชอบทำร้ายร่างกายจนเธอตายคาเท้าของผู้ชายคนนั้นอย่างน่าหดหู่
ชาตินี้เธอจะไม่มีทางเดินซ้ำรอยเดิมอย่างแน่นอน
หยางซินถือถาดอาหารเข้าไปในห้องเล็กใต้บันไดของจางเฮ่อ โซฟาที่หลินเว่ยนอนหลับไปเมื่อคืนนี้ว่างเปล่าแล้ว เขาคงออกจากบ้านไปตั้งแต่เช้าตรู่ ส่วนพี่สาวของเธอก็ยังไม่ตื่น
จางเฮ่อตื่นแล้ว เขายังลุกมาล้างหน้าแปรงฟันเข้าห้องน้ำด้วยตัวเอง ด้วยรถเข็นที่ทางราชการมอบให้มาตั้งแต่เขากลับมาอยู่ที่บ้าน
"พี่ไม่รอฉันล่ะ พี่ยังไม่หายดีอย่าใช้แรงมากสิ"
"ฉันทำเองได้ ต่อไปเธอไม่จำเป็นต้องช่วยฉันอีก"
"แต่พี่ยังไม่หายนะ ฉันต้องช่วยพี่สิ"
"บอกว่าไม่จำเป็นไง"
เขาตอบอย่างเฉยชา แต่กลับอดจ้องมองริมฝีปากอิ่มของหยางซินไม่ได้ จางเฮ่อเผลอคิดไปถึงเรื่องเมื่อคืน เขานอนไม่หลับ แต่กลับไม่ได้ติดใจเรื่องที่ภรรยาเอาชู้มาปรนเปรอต่อหน้าเขา แต่เขากลับคิดถึงริมฝีปากของน้องเมีย จนกระทั่งเอาหยางซินมาจินตนาการเรื่องไม่เหมาะสม และยังช่วยตัวเองในรอบปีกว่าตั้งแต่ไปรบกลับมา
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาบังเกิดความอยากรุนแรง และตัวเขาก็รู้สึกประหลาดใจ เพราะไม่ใช่แค่หยางเหมยที่คิดว่าเขาไร้ความสามารถเรื่องเพศไปแล้ว แม้แต่ตัวของเขาเองก็ยังคิดว่าตัวเองจบเห่แล้วเหมือนกัน
ก่อนหน้านี้ที่หยางเหมยจะคบชู้ เธอพยายามใช้ปากและยั่วเขาอยู่หลายครั้ง แต่ว่าท่อนเอ็นของเขากลับนอนหลับอย่างสงบ ไม่มีทางจะตื่นแข็งขึ้นมา หมอยังบอกว่ามันอาจจะไร้ความรู้สึกตามขาของเขาไปแล้ว
ตอนนี้ขาของเขาเริ่มมีแรงกลับมาเพราะหยางซินดูแล และเจ้าแท่งเนื้อของเขาก็เช่นกัน เพียงแค่ปากเล็ก ๆ นี่ครอบดูดลงมา มันก็แข็งขันพร้อมออกรบแล้ว แต่ไม่ว่าจะเกิดเรื่องนี้ขึ้น เขาก็ไม่คิดจะสานสัมพันธ์กับหยางซิน คนสกุลหยางไม่คู่ควรให้ค่าอีกต่อไป!
แต่หยางซินไม่สนใจคำของเขา ชาตินี้ตั้งใจแน่แน่วแล้วว่าจะต้องทำให้เขากลายมาเป็นของเธอให้ได้ เธอจึงต้องใจเย็นให้มากพอ ไม่ว่าเขาจะพูดจาอะไร ทำอะไรเธอ จะไม่ถือสาเขาเด็ดขาด
หญิงสาวถอดเสื้อไหมพรมตัวนอกออก เผยให้เห็นชุดกี่เพ้าสีขาวรัดรูปวาดลวดลายดอกโบตั๋นข้างใน
ด้วยรูปร่างที่มีน้ำมีนวล แต่ยังโชคดีที่เอวคอด สะโพกผาย ทำให้เสื้อผ้าของเธอรัดรูปเข้าเนื้อ เห็นทรวดทรงอย่างชัดเจน และชุดกี่เพ้านี่ยังเป็นแบบชุดสั้น เผยให้เห็นขาขาวอวบอิ่มของเธอที่น่าลูบไล้เป็นอย่างยิ่ง
เธอวางชามโจ๊กลงบนโต๊ะข้าง ๆ พูดเบา ๆ ว่า "พี่กินข้าวก่อนเถอะ จากนั้นค่อยกินยา ฉันต้มยาโสมบำรุงร่างกายมาให้พี่ด้วย พี่จะได้หายไว ๆ"
เธอไม่ได้บอกว่า ยาที่เธอต้มนอกจากจะช่วยฟื้นร่างกายแล้ว ยังบำรุงส่วนนั้นและเพิ่มความต้องการทางเพศของเขาด้วย คงเป็นเพราะเมื่อคืนนี้จางเฮ่อได้ยินแม่ภรรยาพูดว่า จะต้องทำให้เขาหย่าให้ได้ เขาจึงระแวงอาหารที่หยางซินทำมา
"ไม่หิว เก็บกลับไปเถอะ"
หยางซินขมวดคิ้ว ท่าทางเหมือนรู้ทัน "พี่ไม่กล้ากินเหรอ ฉันไม่วางยาพี่หรอกน่า"
เขามองหน้าเธอ "ใครจะรู้"
หยางซินหัวเราะเบา ๆ จากนั้นก็กินโจ๊กเข้าไปก่อนสองคำ ยังคนโจ๊กในชามไปมาทำให้เขามั่นใจว่าไม่มียาพิษแน่นอน
"ฉันกินแล้ว พี่วางใจเถอะ กินได้แน่นอน ฉันไม่ใช่คนเลวพี่ก็รู้ ว่าฉันอยู่ข้างพี่"
จางเฮ่อมองหน้าหยางซิน แก้มของเธอแดงระเรื่อ ริมฝีปากอิ่มน่าจูบ และตรงมุมปากยังมีเศษโจ๊กติดอยู่ เขาเกือบจะทนไม่ไหวแล้วที่จะยกมือขึ้นเช็ดให้เธอ หรือไม่ก็ดูดปากเธอแรง ๆ ให้หายคลั่งสักครั้ง
หยางซินจงใจขยับเข้าใกล้เขา จนกระทั่งจางเฮ่อได้กลิ่นกายสาวหอมอ่อนลอยมา จากนั้นเธอก็บอกว่า "ให้ฉันป้อนพี่นะ วันนี้พี่ไปเข้าห้องน้ำเองคงออกแรงมามากแล้ว"
เสียงเย็นชากลายเป็นสั่นเล็กน้อยในตอนที่พูดว่า "ไม่จำเป็น"
นั่นเป็นเพราะตอนที่เธอนั่งลงที่เก้าอี้ข้างเตียง กระโปรงสั้นของเธอรั้งสูงขึ้นไปที่หน้าขา หยางซินยังกางขาออกอย่างไม่ระวังเลยแม้แต่น้อย ทำให้กระโปรงยิ่งรั้งสูงขึ้นไปจนพานทำให้ใจหวิว
"ทำไมเหรอคะ พี่ไม่ให้ฉันป้อนเหรอ"
เพราะเธอทำให้เขาอ่อนแรงลง ด้วยการใช้ขาอวบขาวหลอกล่อ ก่อนหน้านี้เขาเคยคิดว่ารูปร่างแบบหยางเหมยนั้นสวยเป็นอย่างยิ่ง แต่เมื่อหลายครั้งได้มีโอกาสสัมผัสความอุ่นนุ่มนิ่มไปทั้งตัวของหยางซิน เขากลับรู้สึกว่าด้วยรูปร่างอวบอัดสมส่วนนี้กลับทำให้เขาคึกฮึกเหิมมากกว่ารูปร่างแบบหยางเหมยนัก
แต่เพราะเขาตั้งใจเอาไว้แล้วว่า จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับคนสกุลหยางอีก จึงได้ทำใจแข็ง "มือฉันไม่ได้เป็นอะไร เสร็จแล้วเธอก็ออกไปเถอะ"
หยางซินไต่นิ้วไปตามขาของเขา ช้อนดวงตาคู่งามขนตายาวงอนขึ้นมาพูดเบา ๆ "กินข้าวเสร็จ กินยา ฉันจะนวดขาให้พี่ ฉันได้น้ำมันนวดดีมาจากร้านยาแผนจีน หมอบอกว่าขยันนวดทุกวันจะทำให้ตรงนั้น...แข็ง..."
เธอมองไปที่ส่วนกลางร่างกายของเขาแล้วชะงักไม่พูดต่อ ในขณะที่จางเฮ่อถึงกับลืมหายใจ เมื่อดวงตาคู่งามจ้องที่จุดนั้นของเขาไม่ละไปไหน และก่อนที่เขาจะอ้าปากตำหนิ หยางซินก็พูดต่อ
"หมอบอกว่าจะทำให้ขาของพี่แข็งแรงขึ้นมาได้ ฉันถึงต้องอยู่ที่นี่คอยดูแลอย่างใกล้ชิดพี่ก็ให้ฉันป้อนข้าวเถอะนะ" จากนั้นก็หันมามองเขาดวงตาหวานหยาดเยิ้ม
เขากลืนน้ำลายเหนียวลงคอ พร้อมกับกัดฟันแน่น ให้ตายเถอะหยางซิน เป็นเด็กเป็นเล็ก ทำไมถึงได้พูดจายั่วเย้าคนเก่งแบบนี้กัน!
แสงแดดยามบ่ายสาดส่องผ่านม่านลูกไม้สีขาวนวลเข้ามาในห้องนอนใหญ่ บรรยากาศภายในห้องอบอวลไปด้วยความเงียบสงบและกลิ่นหอมอ่อนๆ ของแป้งเด็ก หยางซินกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงหนานุ่ม ในอ้อมแขนมีห่อผ้าสีสะอาดที่โ่อร่างเล็กจ้อยของเสี่ยวอันอันเอาไว้ เธอก้มมองใบหน้าจิ้มลิ้มที่กำลังหลับสนิทด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก หลังจากที่ทั้งแม่และลูกต่างผ่านความเป็นความตายมาด้วยกันอย่างยากลำบากในวันนั้น หม่าเฮ่อทำให้เธอแทบหัวใจสลาย เพียงเพราะหลังจากผ่าตัดเอาลูกออกมา ลูกของเธอต้องอยู่ในห้องฉุกเฉินถึงหนึ่งเดือนเต็มกว่าที่จะออกมาสู่อ้อมกอดแม่ได้ และนั่นทำให้หม่าเฮ่อกังวลใจจนพูดอ้ำอึ้งกับเธอในวันนั้น เพราะกลัวว่าเธอจะรับความจริงไม่ไหว แต่ในวันนี้ ทุกอย่างกลับกลายเป็นเพียงอดีตที่คอยย้ำเตือนให้เห็นถึงค่าของชีวิตหยางซินมองหน้าบุตรชายด้วยรอยยิ้มแห่งความรัก ตอนนี้สิ่งที่เธอชอบที่สุดก็คือการมองหน้าเล็กขาวเหมือนก้อนแป้งนุ่มๆ ของบุตรชายโดยไม่มีวันเบื่อ ลูกชายของเธอในช่วงเดือนที่สองนี้ก็ยังเอาแต่กินและนอน เขาเติบโตขึ้นมากหลังจากออกจากโรงพยาบาลและได้เธอเลี้ยงดูอย่างเอาใจใส่ ผิวของลูกขาวละเอียดและเนียนนุ่มเหมือนน้ำนม แก้
ผู้คุ้มกันของเธอเห็นเลือดที่ไหลออกจากท้องก็ตกใจเป็นอย่างมาก ทั้งสองรีบถลาเข้ามาช่วย แต่ไม่ทันการเสียแล้ว หยางซินยกมือขึ้นกุมหน้าท้องที่เปียกชื้น เลือดสีแดงฉานค่อย ๆ ไหลซึมออกมาตามง่ามนิ้วไม่หยุดแม่จ้องมองใบหน้าที่ซีดเผือดของลูกสาวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความพยาบาท“ลูกอกตัญญูอย่างแก สมควรตาย ฉันไม่มีทางให้แกสมหวังเด็ดขาด เพราะแกทำให้ทุกคนต้องตกอยู่ในสภาพนี้ แกทำทำให้หยางเหมยตาย แกทำให้พ่อของแกต้องตาย ทุกอย่างเป็นความผิดของแกทั้งหมด”แม่เสียสติไปแล้ว และในตอนนั้นหยางซินก็หน้ามืดและวูบลงไปพร้อมกับเสียงโหวกเหวกโวยวายของหมอและพยาบาลที่รีบเข้ามาพาเธอเข้าห้องฉุกเฉินใครจะรู้ว่าแม่ของหยางซินเตรียมการเอาไว้แล้ว ที่เตียงข้าง ๆ ก่อนที่คนไข้คนนั้นจะได้ออกจากโรงพยาบาล มีคนมาเยี่ยมคนไข้พร้อมกับตะกร้าผลไม้และมีดปอกผลไม้เล่มหนึ่งแม่จึงแอบเก็บมีดเอาไว้ในตอนที่พวกเขาเผลอ และเตรียมการเอาไว้อย่างดีเพื่อฆ่าลูกสาวสารเลวที่แม่เกลียดชังในตอนนี้แม่สมหวังแล้ว แม่คิดถึงใบหน้าของหยางเหมยแล้วพูดว่า “หยางเหมยคนดีของแม่ แม่กำลังจะไปหาแล้ว”จากนั้นแม่ก็ใช้มีดเล่มเดิมปาดเข้าที่ลำคอของตัวเองอย่างเด็ดเดี่ยวโดยไม่ลังเ
“แล้วแม่เรียกฉันมาทำไม แม่ไม่อยากเห็นหน้าฉันอยู่แล้วนี่ สายตาของแม่ที่มองฉันมีแต่ความชิงชังรังเกียจ ไม่ว่าฉันจะทำดีแค่ไหนแม่ก็ไม่เคยเห็น”นี่เป็นอีกครั้งที่เธออดที่จะน้ำตาคลอหน่วยไม่ได้ แม่มองที่เธอจากนั้นก็มองที่หน้าท้องนูนของเธอ“แกมีความสุขหรือเปล่า”อยู่ ๆ แม่ก็ถามคำนี้ หญิงสาวพยักหน้า“แน่นอน ว่าฉันมีความสุข”แม่ยิ้ม “ดี แบบนี้นก็ดี ที่เรียกแกมาวันนี้เพราะก่อนตายฉันอยากบอกอะไรบางอย่างกับแก"หญิงสาวเอ่ยถามด้วยความสงสัย“มีคำสั่งเสียถึงฉันเหรอ แม่อย่าพูดให้ฉันรู้สึกว่าเราคือแม่ลูกที่รักกันสิ”แม่ไอออกมาจนตัวโยนก่อนจะบอกเสียงแหบเครือ“มาใกล้ ๆ สิ”หยางซินเดินเข้าไปจนใกล้ขอบเตียงพยาบาลข้าง ๆ แม่ แม่จ้องมองท้องที่โตโย้ของเธอดวงตาแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยความรู้สึกชิงชังอย่างไม่ปิดบัง“เด็กที่อยู่ในนี้ อีกไม่นานก็คงจะลืมตาดูโลกแล้วสินะ”หยางซินยิ้มเย็น ธอยกมือขึ้นลูบท้องเบา ๆ เมื่อเอ่ยถึงลูกในครรภ์“ใช่ อีกไม่นานแล้ว เดือนหน้าที่จะถึงนี้เขาก็จะออกมาแล้ว”แม่กลับพูดเสียงเบา ที่เธอแทบจะไม่ได้ยิน“แกกล้าดียังไงที่ฆ่าพี่ ฆ่าพ่อตัวเองแล้วยังกล้าให้กำเนิดชีวิตใหม่ออกมาอีก แกกล้าดียังไง”หยางซิน
สองเดือนให้หลัง หลังจากหยางเหมยถูกหยางซินส่งตัวเข้าคุก หญิงสาวก็ทนรับสภาพไม่ไหวเธอกลายเป็นคนสติฟั่นเฟือนและในที่สุดก็คลุ้มคลั่งและผูกคอตายในคุกหยางซินจัดพิธีศพให้อย่างเรียบง่ายที่สุด โดยที่แม่ของหยางซินเมื่อได้ยินข่าวว่าบุตรสาวสุดที่รักตายในคุก แม่ก็ล้มป่วยลงทันใดหยางซินดูแลแม่โดยการส่งเข้าไปรักษาที่โรงพยาบาลของรัฐแห่งหนึ่ง ไม่ได้หรูหราแต่ก็มีการรักษาที่ดี เธอยังจ้างพยาบาลดูแลแม่เป็นพิเศษอีกคนหนึ่งส่วนพ่อของหยางซิน ตอนเขาติดการพนันอย่างหนัก และเพราะกู้เงินนอกระบบมาเยอะ ทำให้เขาต้องหนีหัวซุกหัวซุนและสุดท้ายก็ถูกเจ้าหนี้ทำร้ายจนตายโดยที่หยางซินได้รับศพกลับมาแน่นอนว่าเธอทำพิธีศพอย่างเรียบง่ายไม่ต่างจากพิธีของพี่สาวของเธอครอบครัวสกุลหยางในชาตินี้ ยังคงย่อยยับเหมือนชาติที่แล้ว เพียงแต่คนที่ทำให้ตัวเองต้องประสบภัยนั้น กลายเป็นตัวของคนคนนั้นเอง และหยางซินก็พาตัวเองรอดพ้นมาได้เพียงคนเดียวทั้งพ่อแม่และหยางเหมย ล้วนกระทำให้ตัวเองตกต่ำด้วยตัวเอง หาใช่ฝีมือของหม่าเฮ่อเหมือนชาติที่แล้วหยางซินท้องโตขึ้นทุกวัน หม่าเฮ่อรักและเอาใจใส่เธอมาก เขาทะนุถนอมเธอเหมือนเจ้าหญิงคนหนึ่ง หยางซินกระซิบแผ่วเ
“เธอรู้ได้ยังไง ทำไมต้องทำแบบนี้ เธอทำไมไม่ฆ่าฉันไปเลยล่ะ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าฉันคิดจะฆ่าเธอ”หยางซินตอบว่า“เพราะว่าฉันอยากเล่นสนุกยังไงล่ะ พี่คิดว่าตัวเองเก่งนักยังสามารถสร้างฉากพี่สาวที่แสนดีกับฉันตอนแรกก็น่าสะอิดสะเอียน ต่อมาฉันก็รู้สึกว่าอยากรู้ว่าพี่จะทำร้ายฉัน ก็เลยคิดว่าจะซ้อนแผนเล่นละครกับพี่ขำๆ ไม่น่าเชื่อว่าพี่จะโง่ขนาดนี้ ฉันเห็นพี่มีความอดทนและยังไปเสนอตัวให้เถ้าแก่แซ่จางคนนั้นฉันก็เลยให้เขาหลอกพี่อีกรอบ พี่คิดดูว่าพี่เฮ่อเป็นใคร ใครจะกล้าแตะต้องเมียของเขา!”หยางเหมยกรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง เมื่อรู้ว่าแม้แต่คนแซ่จางคนนั้นก็หลอกลวงเธอ หยางซินยังพูดต่อ“ยาที่พี่เอามาให้ฉันกิน ก็แค่ยาบำรุง ก็เป็นฉันที่คิดบทละครนี้ให้พี่ พี่เป็นนักแสดงที่ดีนะ เสียดายที่ไม่ได้แจ้งเกิดในวงการ อีกอย่างฉันก็ไม่ได้ไว้ใจคนแซ่จางขนาดนั้น ก็เลยต้องให้หมอตรวจสอบยาที่กินจนแน่ใจอีกรอบ บอกให้พี่รู้เอาไว้ ทุกอย่างเป็นเพียงแค่การแสดงเท่านั้น พี่เป็นตัวเอกของเรื่องนี้เลยล่ะ ดีใจด้วย”ดูเหมือนว่าหยางเหมยจะช็อกไปแล้ว เธอกำมือแน่นร่างกายสั่นระริก และกรีดร้องออกมาคล้ายสะเทือนใจอย่างรุนแรง“แล้วเธอจะทำอะไรฉัน”หยา
หม่าเฮ่อเริ่มมีการกระสันจนร่างสั่นเทาเพราะฤทธิ์ยา เขาผลักหยางเหมยที่กอดรัดร่างของเขาออกอย่างแรงจนหัวชนขอบเตียงไม้แตกเลือดไหลลงมาหญิงสาวจับศีรษะตัวเองแล้วตกใจจนกรีดร้องหม่าเฮ่อไม่สนใจว่าหยางเหมยจะได้รับบาดเจ็บ ตอนนี้เขาไม่อยากขยับตัวแล้วกลัวว่าการเสียดสีจะยิ่งทำให้เขาทนไม่ไหวและหน้ามืดคว้าเอาหยางเหมยมานอนด้วย ชายหนุ่มจึงตัดสินใจ ตะโกนเรียกภรรยาดังลั่น“หยางซิน ที่รักของผม หยางซิน เมียจ๋า ช่วยสามีด้วย!”หยางเหมยขาดสติเพราะถูกเขาผลักจนหัวแตก และยังมีความกลัวที่จะถูกส่งกลับไปหาเถ้าแก่ลู่ เธอหัวเราะหยันออกมา พร้อมกับพูดว่า“หยางซินกำลังจะตายแล้ว! น้องสาวของฉันไม่มีทางมาที่นี่ พี่จะไม่มีวันได้อยู่กับหยางซินอย่างที่พี่ต้องการ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เป็นยังไงล่ะ คิดไม่ถึงล่ะสิว่าฉันจะฆ่าหยางซินได้”หม่าเฮ่อหันขวับมามอง แววตาแดงก่ำ “เธอคิดว่าจะทำอะไรเมียของฉันได้ง่าย ๆ เหรอ คนที่ต้องตายคือเธอต่างหาก!”จากนั้นเขาก็คว้าปูที่นอนมาแล้วพันตัวหยางเหมยแน่นทั้งจับมัดเอาไว้กับขาเตียงแน่นหนาหยางเหมยบิดกายเร่ากรีดร้องขอให้เขาปล่อยเธอ“พี่เฮ่อ พี่ต้องการขนาดนี้ หยางซินไม่อยู่ช่วยพี่แล้ว ปล่อยฉันแล้ว ให้ฉันช่วยนะ ฉ







