Masukก่อนที่แม่จะเดินออกจากห้องไปยังช่วยห่มผ้าให้หลินเว่ยที่นอนหลับอยู่บนโซฟาด้วย ไฟในห้องถูกปิดเรียบร้อยพร้อมกับประตูที่ปิดลง
หยางซินจึงค่อย ๆ คลานออกมาจากใต้เตียง แน่นอนว่าเธอกลัวว่าจางเฮ่อจะรู้ว่าเธออยู่ที่นี่ด้วยจึงได้ย่องออกไปจากห้องอย่างเงียบเชียบ
คิดว่าพรุ่งนี้เช้าเธอค่อยมาปลอบเขาแต่เช้า ด้วยอาหารอร่อยและการดูแลที่เอาใจใส่ ต่อให้แม่กับพี่จะบังคับให้เธอพาเขาใส่รถเข็นออกมาและเอาไปทิ้งข้างถนนเหมือนชาติที่แล้วเธอก็ไม่มีทางทำตามอย่างเด็ดขาด
และในความมืดนั้นเธอไม่รู้เลยว่า จางเฮ่อกำลังมองแผ่นหลังของเธอจนกระทั่งหยางซินออกจากห้องไป ในใจของเขาตอนนี้กำลังคิดว่า
หากว่าพรุ่งนี้แม่และพี่สาวของเด็กคนนั้นบีบบังคับให้ทิ้งเขา หรือไม่ก็ฆ่าเขา หยางซินที่ก่อนหน้านี้ทั้งดีและร้ายกับเขาจะตัดสินใจทำยังไง
น่าประหลาดที่ตอนนี้ เขากลับรู้สึกแคร์ความคิดของหยางซินมากกว่าใคร นั่นคงเป็นเพราะว่าเด็กคนนั้นเป็นคนเดียวกระมังที่คอยดูแลเขาในเวลาที่คนทั้งโลกกำลังหันหลังให้เขาแบบนี้
เช้าวันต่อมาหยางซินยังตื่นมาแต่เช้าเพื่อเคี่ยวโจ๊กบำรุงให้กับจางเฮ่อ วันนี้เธอแอบขโมยโสมของพ่อเพื่อใส่เข้าไปบำรุงร่างกายให้เขา และในตอนที่แม่เดินเข้ามาในครัวและเห็นเธอกำลังทำอาหารให้จางเฮ่อ วันนี้แม่กลับไม่ด่าสักคำ นอกจากยื่นซองสีน้ำตาลให้เธอ
"เอาให้พี่เขยแกลงลายมือซะ"
"อะไรแม่"
"หนังสือหย่า"
หยางซินมองซองน้ำตาลจากนั้นก็รับมาแต่โดยดี แน่นอนว่าเธอไม่อยากทะเลาะกับแม่ตั้งแต่ยังไม่ได้เอาโจ๊กโสมไปให้จางเฮ่อ แม่มองเธออย่างรู้ทัน
"วันนี้ฉันจะไม่ตีแก ที่ขโมยโสมพ่อมา จะถือว่าเป็นการให้ครั้งสุดท้ายกับจางเฮ่อ ให้เงินเขาไปก้อนหนึ่งหลังจากที่เขายอมลงลายมือชื่อ จากนั้นแกก็เอามันไปทิ้งที่ไกล ๆ ไม่ให้มีคนเห็น"
"ค่ะแม่"
เธอก็รับปากไปงั้น ๆ แหละ ไม่ได้คิดจริงจังว่าจะพาเขาไป ไม่มีทางที่เธอจะทำเรื่องเดิมซ้ำรอยอีก และดูเหมือนว่าชาตินี้แม่ของเธอจะบีบบังคับจางเฮ่อเร็วกว่าชาติที่แล้ว
ในชาติที่แล้วของเธอ จางเฮ่อถูกหยางซินมอมยา จนทำให้เขาไม่ได้สติ จากนั้นก็ทำตามคำสั่งของเธอ ยานี่หยางซินเป็นคนหามาเอง เพราะเธอถูกแม่กับพ่อบีบบังคับให้ต้องทำทุกทางให้พี่เขยยอมหย่า เธอจึงได้แสร้งทำดีกับเขาและวางยาเขาในที่สุด
จะว่าไปคนที่ทำให้พี่เขยยอมเซ็นหย่ากับพี่สาว ก็คือตัวเธอเอง และคนที่พาเขาไปทิ้งก็ยังเป็นเธออีก สมควรแล้วที่ตายแบบนั้น ให้ตายเถอะ สรุปคนที่ร้ายที่สุดก็คือเธอ
หลังจากรับซองเอกสารมาแล้ว โจ๊กบำรุงของเธอก็เสร็จพอดี หญิงสาวตักใส่ชามและยังมียาจีนบำรุงร่างกายที่เธอต้มด้วยตัวเองอีกชามหนึ่ง
ยาแผนปัจจุบันก็ถือว่าดีแล้ว แต่การได้ดื่มยาจีนบำรุงร่างกายถึงจะฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว ชาตินี้ในเมื่อทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วกว่าชาติที่แล้ว ดังนั้นเธอจึงต้องเร่งมือทำให้เขาหายป่วยก่อนที่พ่อ แม่ และพี่สาวของเธอจะทำร้ายเขามากไปกว่านี้
ระหว่างทางที่ถือถาดอาหารไปยังห้องใต้บันไดของพี่เขยที่เขาถูกขับไล่ออกมาจากห้องนอนใหญ่ หยางซินก็เจอเข้ากับพ่อที่กำลังจะไปดูแลที่ร้านขายกระเบื้องเคลือบซึ่งเป็นกิจการของที่บ้านเข้าพอดี
แสงแดดยามบ่ายสาดส่องผ่านม่านลูกไม้สีขาวนวลเข้ามาในห้องนอนใหญ่ บรรยากาศภายในห้องอบอวลไปด้วยความเงียบสงบและกลิ่นหอมอ่อนๆ ของแป้งเด็ก หยางซินกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงหนานุ่ม ในอ้อมแขนมีห่อผ้าสีสะอาดที่โ่อร่างเล็กจ้อยของเสี่ยวอันอันเอาไว้ เธอก้มมองใบหน้าจิ้มลิ้มที่กำลังหลับสนิทด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก หลังจากที่ทั้งแม่และลูกต่างผ่านความเป็นความตายมาด้วยกันอย่างยากลำบากในวันนั้น หม่าเฮ่อทำให้เธอแทบหัวใจสลาย เพียงเพราะหลังจากผ่าตัดเอาลูกออกมา ลูกของเธอต้องอยู่ในห้องฉุกเฉินถึงหนึ่งเดือนเต็มกว่าที่จะออกมาสู่อ้อมกอดแม่ได้ และนั่นทำให้หม่าเฮ่อกังวลใจจนพูดอ้ำอึ้งกับเธอในวันนั้น เพราะกลัวว่าเธอจะรับความจริงไม่ไหว แต่ในวันนี้ ทุกอย่างกลับกลายเป็นเพียงอดีตที่คอยย้ำเตือนให้เห็นถึงค่าของชีวิตหยางซินมองหน้าบุตรชายด้วยรอยยิ้มแห่งความรัก ตอนนี้สิ่งที่เธอชอบที่สุดก็คือการมองหน้าเล็กขาวเหมือนก้อนแป้งนุ่มๆ ของบุตรชายโดยไม่มีวันเบื่อ ลูกชายของเธอในช่วงเดือนที่สองนี้ก็ยังเอาแต่กินและนอน เขาเติบโตขึ้นมากหลังจากออกจากโรงพยาบาลและได้เธอเลี้ยงดูอย่างเอาใจใส่ ผิวของลูกขาวละเอียดและเนียนนุ่มเหมือนน้ำนม แก้
ผู้คุ้มกันของเธอเห็นเลือดที่ไหลออกจากท้องก็ตกใจเป็นอย่างมาก ทั้งสองรีบถลาเข้ามาช่วย แต่ไม่ทันการเสียแล้ว หยางซินยกมือขึ้นกุมหน้าท้องที่เปียกชื้น เลือดสีแดงฉานค่อย ๆ ไหลซึมออกมาตามง่ามนิ้วไม่หยุดแม่จ้องมองใบหน้าที่ซีดเผือดของลูกสาวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความพยาบาท“ลูกอกตัญญูอย่างแก สมควรตาย ฉันไม่มีทางให้แกสมหวังเด็ดขาด เพราะแกทำให้ทุกคนต้องตกอยู่ในสภาพนี้ แกทำทำให้หยางเหมยตาย แกทำให้พ่อของแกต้องตาย ทุกอย่างเป็นความผิดของแกทั้งหมด”แม่เสียสติไปแล้ว และในตอนนั้นหยางซินก็หน้ามืดและวูบลงไปพร้อมกับเสียงโหวกเหวกโวยวายของหมอและพยาบาลที่รีบเข้ามาพาเธอเข้าห้องฉุกเฉินใครจะรู้ว่าแม่ของหยางซินเตรียมการเอาไว้แล้ว ที่เตียงข้าง ๆ ก่อนที่คนไข้คนนั้นจะได้ออกจากโรงพยาบาล มีคนมาเยี่ยมคนไข้พร้อมกับตะกร้าผลไม้และมีดปอกผลไม้เล่มหนึ่งแม่จึงแอบเก็บมีดเอาไว้ในตอนที่พวกเขาเผลอ และเตรียมการเอาไว้อย่างดีเพื่อฆ่าลูกสาวสารเลวที่แม่เกลียดชังในตอนนี้แม่สมหวังแล้ว แม่คิดถึงใบหน้าของหยางเหมยแล้วพูดว่า “หยางเหมยคนดีของแม่ แม่กำลังจะไปหาแล้ว”จากนั้นแม่ก็ใช้มีดเล่มเดิมปาดเข้าที่ลำคอของตัวเองอย่างเด็ดเดี่ยวโดยไม่ลังเ
“แล้วแม่เรียกฉันมาทำไม แม่ไม่อยากเห็นหน้าฉันอยู่แล้วนี่ สายตาของแม่ที่มองฉันมีแต่ความชิงชังรังเกียจ ไม่ว่าฉันจะทำดีแค่ไหนแม่ก็ไม่เคยเห็น”นี่เป็นอีกครั้งที่เธออดที่จะน้ำตาคลอหน่วยไม่ได้ แม่มองที่เธอจากนั้นก็มองที่หน้าท้องนูนของเธอ“แกมีความสุขหรือเปล่า”อยู่ ๆ แม่ก็ถามคำนี้ หญิงสาวพยักหน้า“แน่นอน ว่าฉันมีความสุข”แม่ยิ้ม “ดี แบบนี้นก็ดี ที่เรียกแกมาวันนี้เพราะก่อนตายฉันอยากบอกอะไรบางอย่างกับแก"หญิงสาวเอ่ยถามด้วยความสงสัย“มีคำสั่งเสียถึงฉันเหรอ แม่อย่าพูดให้ฉันรู้สึกว่าเราคือแม่ลูกที่รักกันสิ”แม่ไอออกมาจนตัวโยนก่อนจะบอกเสียงแหบเครือ“มาใกล้ ๆ สิ”หยางซินเดินเข้าไปจนใกล้ขอบเตียงพยาบาลข้าง ๆ แม่ แม่จ้องมองท้องที่โตโย้ของเธอดวงตาแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยความรู้สึกชิงชังอย่างไม่ปิดบัง“เด็กที่อยู่ในนี้ อีกไม่นานก็คงจะลืมตาดูโลกแล้วสินะ”หยางซินยิ้มเย็น ธอยกมือขึ้นลูบท้องเบา ๆ เมื่อเอ่ยถึงลูกในครรภ์“ใช่ อีกไม่นานแล้ว เดือนหน้าที่จะถึงนี้เขาก็จะออกมาแล้ว”แม่กลับพูดเสียงเบา ที่เธอแทบจะไม่ได้ยิน“แกกล้าดียังไงที่ฆ่าพี่ ฆ่าพ่อตัวเองแล้วยังกล้าให้กำเนิดชีวิตใหม่ออกมาอีก แกกล้าดียังไง”หยางซิน
สองเดือนให้หลัง หลังจากหยางเหมยถูกหยางซินส่งตัวเข้าคุก หญิงสาวก็ทนรับสภาพไม่ไหวเธอกลายเป็นคนสติฟั่นเฟือนและในที่สุดก็คลุ้มคลั่งและผูกคอตายในคุกหยางซินจัดพิธีศพให้อย่างเรียบง่ายที่สุด โดยที่แม่ของหยางซินเมื่อได้ยินข่าวว่าบุตรสาวสุดที่รักตายในคุก แม่ก็ล้มป่วยลงทันใดหยางซินดูแลแม่โดยการส่งเข้าไปรักษาที่โรงพยาบาลของรัฐแห่งหนึ่ง ไม่ได้หรูหราแต่ก็มีการรักษาที่ดี เธอยังจ้างพยาบาลดูแลแม่เป็นพิเศษอีกคนหนึ่งส่วนพ่อของหยางซิน ตอนเขาติดการพนันอย่างหนัก และเพราะกู้เงินนอกระบบมาเยอะ ทำให้เขาต้องหนีหัวซุกหัวซุนและสุดท้ายก็ถูกเจ้าหนี้ทำร้ายจนตายโดยที่หยางซินได้รับศพกลับมาแน่นอนว่าเธอทำพิธีศพอย่างเรียบง่ายไม่ต่างจากพิธีของพี่สาวของเธอครอบครัวสกุลหยางในชาตินี้ ยังคงย่อยยับเหมือนชาติที่แล้ว เพียงแต่คนที่ทำให้ตัวเองต้องประสบภัยนั้น กลายเป็นตัวของคนคนนั้นเอง และหยางซินก็พาตัวเองรอดพ้นมาได้เพียงคนเดียวทั้งพ่อแม่และหยางเหมย ล้วนกระทำให้ตัวเองตกต่ำด้วยตัวเอง หาใช่ฝีมือของหม่าเฮ่อเหมือนชาติที่แล้วหยางซินท้องโตขึ้นทุกวัน หม่าเฮ่อรักและเอาใจใส่เธอมาก เขาทะนุถนอมเธอเหมือนเจ้าหญิงคนหนึ่ง หยางซินกระซิบแผ่วเ
“เธอรู้ได้ยังไง ทำไมต้องทำแบบนี้ เธอทำไมไม่ฆ่าฉันไปเลยล่ะ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าฉันคิดจะฆ่าเธอ”หยางซินตอบว่า“เพราะว่าฉันอยากเล่นสนุกยังไงล่ะ พี่คิดว่าตัวเองเก่งนักยังสามารถสร้างฉากพี่สาวที่แสนดีกับฉันตอนแรกก็น่าสะอิดสะเอียน ต่อมาฉันก็รู้สึกว่าอยากรู้ว่าพี่จะทำร้ายฉัน ก็เลยคิดว่าจะซ้อนแผนเล่นละครกับพี่ขำๆ ไม่น่าเชื่อว่าพี่จะโง่ขนาดนี้ ฉันเห็นพี่มีความอดทนและยังไปเสนอตัวให้เถ้าแก่แซ่จางคนนั้นฉันก็เลยให้เขาหลอกพี่อีกรอบ พี่คิดดูว่าพี่เฮ่อเป็นใคร ใครจะกล้าแตะต้องเมียของเขา!”หยางเหมยกรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง เมื่อรู้ว่าแม้แต่คนแซ่จางคนนั้นก็หลอกลวงเธอ หยางซินยังพูดต่อ“ยาที่พี่เอามาให้ฉันกิน ก็แค่ยาบำรุง ก็เป็นฉันที่คิดบทละครนี้ให้พี่ พี่เป็นนักแสดงที่ดีนะ เสียดายที่ไม่ได้แจ้งเกิดในวงการ อีกอย่างฉันก็ไม่ได้ไว้ใจคนแซ่จางขนาดนั้น ก็เลยต้องให้หมอตรวจสอบยาที่กินจนแน่ใจอีกรอบ บอกให้พี่รู้เอาไว้ ทุกอย่างเป็นเพียงแค่การแสดงเท่านั้น พี่เป็นตัวเอกของเรื่องนี้เลยล่ะ ดีใจด้วย”ดูเหมือนว่าหยางเหมยจะช็อกไปแล้ว เธอกำมือแน่นร่างกายสั่นระริก และกรีดร้องออกมาคล้ายสะเทือนใจอย่างรุนแรง“แล้วเธอจะทำอะไรฉัน”หยา
หม่าเฮ่อเริ่มมีการกระสันจนร่างสั่นเทาเพราะฤทธิ์ยา เขาผลักหยางเหมยที่กอดรัดร่างของเขาออกอย่างแรงจนหัวชนขอบเตียงไม้แตกเลือดไหลลงมาหญิงสาวจับศีรษะตัวเองแล้วตกใจจนกรีดร้องหม่าเฮ่อไม่สนใจว่าหยางเหมยจะได้รับบาดเจ็บ ตอนนี้เขาไม่อยากขยับตัวแล้วกลัวว่าการเสียดสีจะยิ่งทำให้เขาทนไม่ไหวและหน้ามืดคว้าเอาหยางเหมยมานอนด้วย ชายหนุ่มจึงตัดสินใจ ตะโกนเรียกภรรยาดังลั่น“หยางซิน ที่รักของผม หยางซิน เมียจ๋า ช่วยสามีด้วย!”หยางเหมยขาดสติเพราะถูกเขาผลักจนหัวแตก และยังมีความกลัวที่จะถูกส่งกลับไปหาเถ้าแก่ลู่ เธอหัวเราะหยันออกมา พร้อมกับพูดว่า“หยางซินกำลังจะตายแล้ว! น้องสาวของฉันไม่มีทางมาที่นี่ พี่จะไม่มีวันได้อยู่กับหยางซินอย่างที่พี่ต้องการ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เป็นยังไงล่ะ คิดไม่ถึงล่ะสิว่าฉันจะฆ่าหยางซินได้”หม่าเฮ่อหันขวับมามอง แววตาแดงก่ำ “เธอคิดว่าจะทำอะไรเมียของฉันได้ง่าย ๆ เหรอ คนที่ต้องตายคือเธอต่างหาก!”จากนั้นเขาก็คว้าปูที่นอนมาแล้วพันตัวหยางเหมยแน่นทั้งจับมัดเอาไว้กับขาเตียงแน่นหนาหยางเหมยบิดกายเร่ากรีดร้องขอให้เขาปล่อยเธอ“พี่เฮ่อ พี่ต้องการขนาดนี้ หยางซินไม่อยู่ช่วยพี่แล้ว ปล่อยฉันแล้ว ให้ฉันช่วยนะ ฉ







