Share

บทที่ 7 จัดการขั้นเด็ดขาด

last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-11 08:56:51

บทที่ 7 จัดการขั้นเด็ดขาด

            วันนี้นับว่าเป็นอีกวันที่จะมีผลกระทบใหญ่ต่อตระกูลเซียว ถึงจะเป็นเรื่องที่น่าอับอายแต่ก็คงจะต้องขุดรากถอดโคนให้มันจบสิ้นกันไป

            “เจ้าได้ส่งคนไปตามที่ข้าบอกแล้วใช่ไหมซือเจีย” ซินหยานถามสาวใช้คนสนิทของนาง

            “เรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะคุณหนู”

            “ดี ทำให้แน่ใจว่าเขาจะปิดปากเงียบ”

            “เจ้าค่ะ”

            การมีเงินนี่มันช่างสะดวกเหลือเกิน หากไม่มีเงินจ้างคนให้คอยตามน้าสะใภ้ ซินหยานก็ไม่รู้เช่นกันว่าจะเปิดโปงความเลวทรามของน้าสะใภ้อย่างไร

           

            ณ บ้านตระกูลสวี่

            “สวี่ฮูหยินอยู่หรือไม่” ซือเจียถามกับคนที่ออกมาต้อนรับ

            “อยู่ขอรับ”

            “ไปบอกนางทีว่าคุณหนูสกุลเซียวต้องการพบ”

            เขาหายเข้าไปในบ้านได้ไม่นานก็ออกมาอีกครั้งพร้อมเชิญให้พวกนางเข้าไปรอด้านใน

            “คุณหนูเฉินมาหาข้ามีธุระอันใดกัน” สวี่ฮูหยินเดินกรีดกรายเข้ามา นางแสดงออกชัดเจนว่าไม่ต้อนรับเด็กน้อยที่นั่งรออยู่

            “สวี่ฮูหยินท่านทราบไหมเจ้าคะว่าท่านน้าสะใภ้ของข้าอยู่ที่ใด” ซินหยานแสร้งทำท่าร้อนใจด้วยความเป็นห่วง

            “น้าสะใภ้ของเจ้าไปอยู่ที่ใดข้าจะไปรู้หรือ”

            “ช่วงนี้น้าสะใภ้มักจะหายออกจากบ้านไปทั้งวันกว่าจะกลับมาก็ตกเย็นหรือไม่ก็ค่ำๆเลย ข้าเป็นห่วงนางยิ่งนัก” ซินหยานก็มหน้าเล็กน้อย เปลือกตากะพริบเชื่องช้า

            “นางอาจจะมีธุระสำคัญ” สวี่ฮูหยินยังคงไม่เอะใจกับคำใบ้ของเด็กน้อยตรงหน้า

            “ถ้าไม่ได้เกิดเรื่องร้ายอะไรข้าก็สบายใจ แต่ข้าเป็นกังวลจริงๆว่าจะเกิดเรื่องร้าย”

            “จะว่าไปช่วงนี้นางก็ดูแปลกไปจริงๆ แต่ข้าไม่ได้เจอนางมาหลายวันแล้วนี่สิ” สวี่ฮูหยินเริ่มครุ่นคิดก็นึกเป็นห่วงสหายสนิทขึ้นมา

            หลังๆมานี้สหายของนางเปลี่ยนไปมากจริงๆ ไม่ไปมาหาสู่กันบ่อยๆเหมือนก่อน แถมพอเจอกันก็เริ่มพูดคุยกับนางน้อยลง แต่สวี่ฮูหยินคิดว่าเหตุผลคงเป็นเพราะเด็กสาวที่อยู่ตรงหน้านางในตอนนี้

            “ข้าได้ยินมาจากพวกบ่าวในจวนว่าน้าสะใภ้มีคนคอยอยู่เป็นใกล้ชิดแทบทุกวันก็นึกว่าคือท่านเสียอีก”

            “ไม่ใช่ข้า แล้วเป็นใครกัน”

            “ถ้าคนคนนั้นเข้ามาหลอกลวงน้าสะใภ้แล้วพวกเราจะทำอย่างไรดีเจ้าคะ”

            ซินหยานนำมือขึ้นมาปิดปากดวงตาของนางเบิกกว้างราวกับคนที่กำลังตื่นตระหนก

            “ไม่ได้การล่ะ ข้าคงต้องคุยกับนางสักหน่อย” สวี่ฮูหยินพูดด้วยความเป็นห่วงสหายจากใจจริง

            ระหว่างที่ทั้งสองคุยกันก็มีบ่าวของซินหยานมายืนรอหน้าห้อง

            ซินหยานพยักหน้าให้เขาเข้ามา เขากระซิบข้างหูนางพร้อมเอามือปิดไว้ไม่ให้สวี่ฮูหยินอ่านปากได้

            “เจ้าว่าอย่างไรนะ ! ” ซินหยานหลุดสบถเสียงดัง

            “มีอะไรหรือคุณหนูเฉิน”

            “บ่าวของข้าพบท่านน้าสะใภ้แล้วเจ้าค่ะ แต่ว่า...” ซินหยานจงใจเว้นช่วงประโยคเอาไว้

            “เกิดอะไรขึ้น” สวี่ฮูหยินรีบถาม

            “เอ่อ...มันเป็นเรื่องที่เด็กอย่างข้าไม่ควรพูดนัก หากสวี่ฮูหยินอยากทราบก็ให้บ่าวของข้าพาท่านไปเถิดเจ้าค่ะ”

            ซินหยานไม่คิดจะพาตัวเองไปประสบกับภาพอุจาดตานั่นเป็นแน่ และนางก็ไม่อยากให้น้าสะใภ้ของนางรู้ว่านางคือผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องเหล่านี้

            “ไปๆรีบพาข้าไป หากเกิดเรื่องร้ายจะได้ช่วยทัน” สวี่ฮูหยินรีบสั่งให้คนนำทางนางไป นางร้อนรนจนไม่คิดจะเปลี่ยนชุดหรือเรียกบ่าวให้ติดตาม มีเพียงแค่คนบังคับรถม้าสกุลสวี่และคนนำทางที่พานางไป

            “พวกเราทำแบบนี้มันจะดีจริงๆหรือเจ้าคะคุณหนู” ซือเจียนางเปิดปากถามขึ้นมาหลังจากที่ฟังมานาน

            “หรือเจ้าจะปล่อยให้สตรีผู้นั้นคอยกัดกินสกุลเซียวต่อไปงั้นหรือ เรื่องแบบนี้ใช่ว่าจะยอมกันได้” ซินหยานบอกเสียงเรียบ เสร็จแล้วก็ถอนหายใจยาวเหยียด

            ช่างเป็นวันที่แสนเหนื่อยล้าเสียจริง เดี๋ยวกลับไปบ้านก็จะต้องไปเจอหน้ากับสตรีผู้นั้นอีก

            เหตุการณ์ต่อมาไม่ผิดจากที่ซินหยานคาดการณ์ไว้มากนัก

            เฉินซินหยานเดินทางมารอที่บ้าน นางนั่งรออยู่ที่ลานบ้านเพราะรู้ว่าพวกเขาคงใช้เวลาสักพัก

            “วันนี้นึกอะไรถึงชวนตามานั่งเล่นตรงนี้” เซียวเฉิงคุนถามหลานสาว

            “ท่านตาดูสิเจ้าคะ วันนี้อากาศดียิ่งนักท้องฟ้าโปร่งใส ลมพัดเย็นสบาย” ซินหยานผายมือไปด้านบนเพื่อให้ท่านตาของนางดูบรรยากาศรอบตัว

            “อืม เป็นดังเจ้ากล่าว”

            สำหรับคนวัยห้าสิบอย่างเขาจะมีสิ่งใดดีไปกว่าการได้ใช้ช่วงเวลากับหลานสาวตัวน้อยกัน

            ระหว่างที่ตากับหลานกำลังสนทนากันก็มีเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากทางหน้าประตูบ้านให้ต้องหยุดบทสนทนาลงและหันไปมอง

            “โอ๊ย !  ปล่อย ปล่อยข้านะ” เสียงโวยวายของคนที่ซินหยานคุ้นเคยเป็นอย่างดี

            เสียงร้องเอะอะโวยวายและเสียงก่นด่าทำให้ซินหยานอดที่จะหลุดยิ้มมุมปากไม่ได้ แต่นางต้องก็ต้องก้มหน้าเพื่อหลบสายตาของผู้อื่น ถ้าโดนจับได้ก็จบกันพอดี

            “เสียงอะไรกันเจ้าคะท่านตา ข้ากลัว” ซินหยานจับชายเสื้อท่านตาของนางและพูดเสียงเบา

            ท่าทางตกอกตกใจของหลานสาวทำให้ผู้เป็นตาอย่างเขาต้องรีบลุกขึ้นไปปลอบนางทันที

            ‘เจ้ามันนางอสรพิษ พวกเราเป็นสหายกันมาเป็นสิบปีเจ้ากล้าทำเช่นนี้กับข้าได้อย่างไร’ เสียงก่นด่าของสวี่ฮูหยินดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

            ‘เจ้าเข้าใจผิดแล้ว ข้าไม่ได้ทำ’

            ‘เข้าใจผิดบ้าบออะไรกัน เจ้าอิงแอบแนบชิดกับสามีข้าขนาดนั้นถ้าข้าไม่เข้าไปเจ้าคงไม่ทำสิ่งที่เลวทรามมากกว่านี้หรือไง’

            “มีอะไรกันสวี่ฮูหยิน เหตุใดต้องลงไม้ลงมือกันด้วย”

            ผู้อาวุโสอย่างเซียวเฉิงคุนรีบออกมาห้ามด้วยความร้อนรน ภาพที่ลูกสะใภ้ของเขาโดนกระชากผมลากไปกับพื้นช่างน่าเวทนา

            “ท่านไม่ต้องมาพูดเลยใต้เท้าเซียว ลูกสะใภ้ของท่านนางทำเรื่องงามหน้าขนาดนี้ท่านไม่ทราบเลยหรือ” สวี่ฮูหยินบอกเสียงขุ่น

            ถึงจะมีโทสะแค่ไหนนางก็ยังไว้หน้าผู้อาวุโสอยู่หลายส่วน แต่นางก็ยังไม่ยอมปล่อยมือออกจากเส้นผมของอดีตสหายสนิท

            “ท่านพ่อช่วยข้าด้วย ข้าไม่ได้ทำนะเจ้าคะข้าโดนใส่ร้าย” เสียงน้าสะใภ้ของซินหยานอ้อนวอนให้พ่อสามีช่วยพาให้ซินหยานนึกสมเพช

            “มีเรื่องอะไรก็ค่อยว่ากันเถิด อย่าใช้ความรุนแรงเลยถือว่าเห็นแก่ข้า” เสียงเซียวเฉิงคุนกล่าว

            เขาปรายตามองลูกสะใภ้ด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา

            ซินหยานที่พยายามอ่านสีหน้าและแววตาท่านตาของนางก็รับรู้ได้ถึงบางอย่าง ท่านตาของนางคงเหลืออดแล้วจริงๆ

            “ถือว่าข้าไว้หน้าท่านแล้วกัน”

            สวี่ฮูหยินสะบัดมือออกจากเส้นผมของสตรีผู้นั้นแต่แววตาของนางยังเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง

            “ท่านพ่อ ท่านพ่อช่วยข้าด้วย” พอได้รับการปล่อยตัวเซียวฮูหยินก็กุลีกุจอคลานเข่าไปกอดขาพ่อสามีของนาง

            ตุ้บ !

            เซียวเฉิงคุนสะบัดลูกสะใภ้ของนางออกจนนางเซถลาไปกองที่พื้น

            “อย่ามาเรียกข้าว่าพ่อ ! ” เขาตวาดเสียงกร้าว

            ภาพเหตุการณ์เบื้องหน้าทำให้ซินหยานพอใจไม่น้อย นางปลีกตัวออกมาอย่างเงียบๆ ถ้าอยู่นานกว่านี้คงจะไม่ดี

            ซินหยานพยักหน้าให้ซือเจียที่ยืนอยู่ข้างกัน ทั้งนายและบ่าวพากันกลับห้องของตัวเอง

            “คุณหนูฉลาดมากเลยเจ้าค่ะ ทีนี้นางก็ไม่กล้ามายุ่งกับเราอีกแล้ว” ซือเจียพูดด้วยความสะใจ

            เซียวฮูหยินทำอะไรกับซือเจียและซินหยานไว้บ้างพวกนางไม่ทางลืม ยิ่งการให้อภัยนั้นไม่มีทาง

            “เจ้าอย่าเที่ยวพูดไป มันไม่ใช่เรื่องที่น่าภูมิใจนักหรอก” ซินหยานเอ่ยเตือน

            ซินหยานไม่ได้อยากจัดการน้าสะใภ้ของนางด้วยวิธีแบบนี้นักหรอก เรื่องแบบนี้ปล่อยให้คนนอกรู้ล้วนไม่เป็นผลดีมีแต่สร้างความอับอาย

            “เจ้าค่ะคุณหนู” ซือเจียก้มหน้างุดสำนึกผิด

            “แต่ว่าเจ้าเห็นใบหน้าของนางหรือไม่บวมตุ่ยเหมือนโดนผึ้งต่อยมาเลย ฮ่าๆๆ” ซินหยานคลี่ยิ้มพลางระเบิดหัวเราะออกมา

            แค่นึกถึงใบหน้าบวมเป่งกับรอยช้ำพวกนั้นก็นึกขำขึ้นมา ถ้าเทียบกับสิ่งที่นางเคยโดนกระทำแค่นี้ยังนับว่าน้อยไป

            “คุณหนู ข้าคิดว่าท่านจะนึกใจอ่อนเสียแล้ว” ซือเจียพูดเสียงอ่อน

            “เรื่องอะไรที่เราต้องเห็นใจนางเล่า นางทำตัวเองทั้งนั้น”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 19 ท่านไม่เคยเปลี่ยนไปเลย

    บทที่ 19 ท่านไม่เคยเปลี่ยนไปเลย ผ้าไหมกองพะเนินถูกนำมาวางไว้บนเตียงของซินหยาน โดยมีซือเจียคอยจัดแยกตามสีของพวกมัน “ท่านมหาเสนาบดีคงเอ็นดูคุณหนูมากเลยนะเจ้าคะ” ซือเจียยิ้มดีอกดีใจที่คุณหนูได้รับความรักจากคนในครอบครัว “คงทั้งเอ็นดูและสงสารนั่นแหละ” ซินหยานเหยียดยิ้มแต่มันกลับดูเป็นรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา ซินหยานลูบสัมผัสเนื้อผ้าไหมแต่ละผืนในหัวก็คิดถึงสิ่งที่พึ่งเห็น ไม่ว่านางจะเปลี่ยนแปลงตัวเองแค่ไหนก็ไม่สามารถลดความเกลียดชังที่ท่านแม่มีต่อนางได้ “คุณหนู” ซือเจียเรียกเสียงละห้อย “ช่างมันเถอะ ฝากเจ้าจัดการผ้าพวกนี้ทีนะข้าจะนอนแล้ว” ซินหยานบอกเสียงเรียบ เมื่อซือเจียนำผ้าทั้งหมดไปเก็บแล้วพวกนางก็เข้านอนตามปกติ ซินหยานนอนพลิกตัวไปมาทั้งคืนไม่สบายตัว กว่าจะหลับจริงๆก็เกือบเช้า เช้าวันถัดมาซินหยานยังไม่ทันได้ล้างหน้าก็มีบ่าวมาแจ้งว่าท่านพ่อและท่านแม่ของนางให้ไปพบในอีกครึ่งชั่วยาม เมื่อซินหยานเดินมาถึงห้องรับรองในเรือนของบิดาก็พบว่ามีคนหลายคนรออยู่ก่อนแล้ว ทั้งป้าสะใภ้ ท่านแม่ ท่านป้ารอ

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 18 ความสุขเพียงชั่วครู่

    บทที่ 18 ความสุขเพียงชั่วครู่ ซินหยานและพี่ชายพากันเดินเข้าร้านนู้นออกร้านนี้จนของเต็มมือ และมาถึงร้านที่ให้ทายปริศนาโคมไฟ “ข้าเข้าไปเล่นได้ไหมเจ้าคะท่านปู่” ซินหยานเขย่ามือท่านปู่ของนางเพื่อขออนุญาต ถึงโคมไฟเหล่านี้จะไม่ได้วิเศษกว่าโคมไฟทั่วไป แต่วิธีการที่ได้มันมาต่างหากที่ทำให้มันมีคุณค่า คนหลายสิบคนที่แย่งกันตอบปริศนายิ่งทำให้มันน่าเข้าร่วมการแข่ง “ไปสิ” “พี่รอง ไปกันเจ้าค่ะ” ซินหยานปล่อยมือจากท่านปู่ของนางและลากพี่ชายของนางเข้าไปในหมู่ผู้คน ชายชรายืนรอหลานๆของเขาอยู่ด้านนอก ดวงตาทอดมองความร่าเริงของหลานสาวแล้วก็พลอยทำให้เรื่องเครียดที่สะสมไว้เหมือนจะเบาลง “รางวัลปริศนาอันต่อไปคือโคมไฟอันนี้ ทุกท่านพร้อมหรือยังขอรับ” เจ้าของร้านกำลังถือโคมไฟที่จะเป็นรางวัลอันต่อไปอยู่ในมือ “พร้อม ! ” เสียงคนเกือบร้อยคนพูดพร้อมกัน “พี่รอง ท่านต้องแย่งมาให้ได้นะเจ้าคะ” ซินหยานหันไปบอกกับพี่ชายน้ำเสียงจริงจัง “อยากได้ขนาดนั้นเลยหรือ ให้ท่านปู่ซื้อให้ก็ได้นี่” “มันไม่เหมื

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 17 ไปเทศกาลโคมไฟกันเถอะ

    บทที่ 17 ไปเทศกาลโคมไฟกันเถอะ เฉินซินหยานไปชวนพี่ชายของนางไปเที่ยวเทศกาลหยวนเซียวด้วยกัน พี่ชายก็ชวนท่านพ่อกับท่านแม่ และก็ชวนกันต่อไปเป็นทอดๆทำให้ตอนนี้รถม้าของสกุลเฉินถูกนำออกมาใช้ครบทุกคัน ท่านปู่ของนางมีบุตรทั้งหมดสี่คนประกอบด้วยลุงใหญ่ ป้ารอง ท่านพ่อ และท่านอา ท่านอามีอายุต่างจากพี่น้องคนอื่นเกินสิบปีเป็นคนที่ซินหยานสนิทใจด้วยที่สุดในบรรดาพี่น้องของพ่อ ลุงใหญ่มีลูกชายและลูกสาวอย่างละคน ป้ารองมีฝาแฝดชายหญิง และท่านอาของนางนั้นยังไม่มีบุตร โชคยังเข้าข้างซินหยานที่ท่านปู่ของนางให้นั่งรถม้าคันเดียวกัน เด็กสาวจึงลากพี่ชายของตัวเองมานั่งด้วยกัน “ท่านพี่ไม่สบายหรือเปล่าเจ้าคะ” ซินหยานถามด้วยความเป็นห่วง ด้วยความกังวลซินหยานจึงเอามือทาบหน้าผากพี่ชายเพราะเขามีท่าทีแปลกๆ ตั้งแต่ขึ้นรถม้าก็ก้มหน้าตลอดทาง และสีหน้าก็ไม่ค่อยดี “ปะ...เปล่า” จงอิ้นตอบตะกุกตะกัก แต่ก็ยังไม่ยอมสบตาใคร “แล้วทำไมสีหน้าของท่าน” ซินหยานยังคงไม่วางใจ “พี่ไม่ได้เป็นอะไร แค่นอนไม่หลับเลยเพลียๆ” เขาบ่ายเบี่ยงเพราะอ

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 16 รางวัลของหลานสาว

    บทที่ 16 รางวัลของหลานสาว ระหว่างการประชุมมีขุนนางบางคนที่ไม่เห็นด้วยกับความคิดของเด็กสาวตัวน้อยที่นั่งก้มหน้าอ่านตำราเหมือนเมื่อครู่ไม่ได้ก่อเรื่องใหญ่หลวงเอาไว้ สิ่งที่น่าขันคือผู้เป็นใหญ่ที่สุดในห้องอย่างอัครมหาเสนาบดียอมเชื่อและทำตามคำของเด็กตัวแค่นี้ เขารีบสั่งการส่งม้าเร็วไปสำรวจพื้นที่นั้นทันที “กว่าจะได้คำตอบคงเป็นพรุ่งนี้เช้า พวกเราก็แยกย้ายกันก่อน” เสียงทรงอำนาจออกคำสั่ง “แต่นี่คือเรื่องเร่งด่วนนะขอรับใต้เท้าเฉิน ถ้าพวกเราไม่รีบเคลื่อนทัพตอนนี้จะกลายเป็นพวกเราที่เสียเปรียบ” อัครมหาเสนาบดีเฉินตวัดสายตามองคนพูดทันควัน เหมือนคนพวกนี้จะลืมไปแล้วว่าเขาเป็นใคร “แล้วถ้าทหารนับพันนับหมื่นต้องล้มป่วยเพราะความใจร้อนของเจ้า เจ้าจะรับผิดชอบอย่างไร” เฉินรุ่ยเซียวถามเสียงเย็น ท่าทางน่าเกรงขามของเขาทำให้คนอื่นๆในห้องต้องปิดปากเงียบไม่มีใครกล้าเอ่ยอะไรขึ้นมาอีก ซินหยานกำลังรื้อฟื้นความทรงจำที่เคยเรียนในบทเรียนเมื่อชาติที่แล้ว นางอาจจะไม่เคยรับรู้ตอนที่เกิดสงครามแต่ได้มาเรียนประวัติของแคว้นในตอนโต

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 15 คุณหนูหกเฉิน

    บทที่ 15 คุณหนูหกเฉิน คุณหนูหกสกุลเฉินยืนถือถ้วยยารออยู่หน้าห้องทำงานของผู้เป็นปู่อย่างท่านอัครมหาเสนาบดีเฉินมาได้สักพักจนรู้สึกได้ว่ามือกำลังสั่นเล็กๆ “คุณหนู มาทำอะไรขอรับ” อวี้หลางที่ได้รับการแจ้งว่ามีคนขอเข้าพบนายท่านของเขาเปิดประตูออกมาก็เจอซินหยานยืนรออยู่ “ข้าเอายาบำรุงมาให้ท่านปู่เจ้าค่ะ” ซินหยานบอกเสียงสดใสพร้อมรอยยิ้ม “เอ่อ นายท่านกำลังคุยเรื่องสำคัญอยู่ขอรับ” อวี้หลางมีสีหน้าลำบากใจ ตามปกติแล้วในเวลาแบบนี้จะไม่อนุญาตให้คนอื่นเข้าไปเด็ดขาดเพราะเรื่องที่พูดคุยกันนั้นเป็นเรื่องสำคัญ แต่สายตาวิบวับของเด็กน้อยตรงหน้าก็ทำให้เขาเหมือนจะใจอ่อน “ข้าต้มยามาให้ท่านปู่ ถ้านานกว่านี้ยาก็จะเย็น ทำยังไงดีอวี้หลาง” เฉินซินหยานทำหน้าสลด ดวงตาที่เคยวาววับก็หม่นลง “คุณหนูรอสักครู่นะขอรับ” ท้ายที่สุดอวี้หลางก็ยอมใจอ่อน เขาเข้าไปในห้องนั้นได้ไม่นานก็ออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม “เชิญขอรับคุณหนู” อวี้หลางผายมือให้ซินหยานเข้าไปด้านในและเดินตามหลังนางเข้าไป ซินหยานก้มหัวให้คนอื่นๆที่นั่ง

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 14 ลืมสนิท

    บทที่ 14 ลืมสนิท หลังจากมื้ออาหารที่ไม่มีใครได้แตะแม้แต่ตะเกียบจบลงทุกคนก็แยกย้ายกลับเรือนของตนเองโดยไม่มีใครกล้าเอ่ยอะไรออกมาอีกแม้แต่คำเดียว “คุณหนูไม่เป็นอะไรนะเจ้าคะ” ซือเจียรีบปรี่เข้าหาคุณหนูของนางด้วยความเป็นห่วง “ไม่ต้องห่วง ข้าสบายดี” นางโกหก เจอเรื่องแบบนี้มาคงไม่มีใครสบายใจได้หรอก ถึงภายในจะบอบช้ำแค่ไหนแต่การแสดงความอ่อนแอก็ไม่ได้ช่วยอะไรเช่นกัน น้ำตาไม่ได้ช่วยเยียวยาบาดแผลทางใจ “คุณหนู” ซือเจียพึมพำเสียงอ่อน แววตาทอความเวทนา “เดิมทีข้าก็ไม่ได้มาที่นี่เพื่อเรียกร้องความรักจากใครอยู่แล้ว เป้าหมายของข้าใหญ่กว่านั้นมาก” ซินหยานบอกน้ำเสียงจริงจัง ต่อให้พยายามทำตัวเข้มแข็งแค่ไหนแต่ตัวนางก็รู้ดี แม้แต่ร่างกายของนางยังประท้วงกับสิ่งที่นางพูด ในอกมีความรู้สึกหน่วงจนเจ็บ “คุณหนูอยากทำอะไรเจ้าคะบอกซือเจียได้หรือไม่ ซือเจียอยากช่วยคุณหนูจริงๆ ทุกเรื่องที่คุณหนูแบกไว้ให้ซือเจียช่วยดีไหมเจ้าคะ” ซือเจียเอื้อมมือไปกอบกุมมือเล็กๆของเจ้านายไว้ ในความคิดของซือเจียนั้นซินหยานก็เหมือนน้อ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status