Share

บทที่ 6 คนจากเมืองหลวง

last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-11 08:56:32

บทที่ 6 คนจากเมืองหลวง

            เข้าใกล้เหมันตฤดูเข้าไปทุกทีลมหนาวที่เริ่มพัดผ่านเข้ามาพาให้ต้องขุดตัวอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนาเพื่อหาความอบอุ่น

            การมีเงินนี่มันดีจริงๆถึงจะยังไม่มีโอกาสได้ใช้แต่ก็รู้สึกอุ่นใจ

            ตอนที่โดนพาตัวกลับไปที่เมืองหลวงครั้งก่อน ซินหยานไม่มีโอกาสได้จับเงินพวกนั้นแม้แต่ตำลึงเดียวเพราะท่านแม่ของนางไม่อนุญาต ไม่ว่านางจะทำสิ่งใดก็จะโดนขัดทุกครั้งไป คล้ายกับว่าซินหยานและมารดาของนางคือคนที่ยืนอยู่คนละฝั่ง หากคนนึงเป็นไฟอีกคนก็คือลมพายุที่โหมกระหน่ำใส่กันจนทำให้ทุกอย่างรอบตัววอดวาย

            “วันนี้ให้คนเตรียมรถม้าให้ทีข้าจะออกไปใช้เงินสักหน่อย”

            “เจ้าค่ะคุณหนู” ซือเจียรับคำอย่างว่าง่าย

            การที่คุณหนูของนางสามารถจัดการเซียวฮูหยินได้ถึงสองครั้งสองคราทำให้ซือเจียเชื่อย่างสนิทใจว่าคุณหนูของนางเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ

            “ให้คนไปบอกท่านตาให้ด้วยนะ”

            “เจ้าค่ะ”

            ใช้เวลาไม่นานก็เตรียมทุกอย่างพร้อมและออกเดินทาง โดยทั่วไปแล้วสตรีที่อายุยังไม่ถึงสิบสองจะไม่ค่อยออกจากบ้านบ่อยนักเพราะถือว่าเป็นธรรมเนียม แต่มันไม่สำคัญสำหรับซินหยานในตอนนี้

            “คุณหนูเจ้าคะ นั่นมัน” ซือเจียกระซิบเสียงเบา สายตาของนางมองออกไปนอกหน้าต่างของรถม้าคันเก่า

            “หืม” ซินหยานขยับตัวเพื่อมองหน้าต่างฝั่งเดียวกับซือเจีย

            สิ่งที่เห็นทำให้ซินหยานหวั่นใจ นางทราบดีว่าความสัมพันธ์ของท่านน้าและน้าสะใภ้นั้นไม่ค่อยราบรื่นนัก แต่ก็ไม่คิดว่าน้าสะใภ้กล้าทำเรื่องเช่นนี้

            “พวกเราจะทำอย่างไรกันดีเจ้าคะ” ซือเจียที่อยู่ในอาการตกตะลึงถามด้วยความลนลาน

            “อย่าพึ่งบอกใครเงียบไว้ก่อน”

            ถึงว่าทำไมช่วงนี้ถึงเงียบไปที่แท้ก็มาทำเรื่องเสื่อมเสียอยู่นี่เอง ข้างกายของเซียวฮูหยินมีบุรุษผู้หนึ่งเดินข้างกัน ใกล้ชิดสนิทสนมไม่ต้องบอกก็รู้ว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาเป็นอย่างไร

            บุรุษผู้นั้นไม่ใช่ท่านน้าของนาง แต่ใบหน้านั้นก็พอที่จะคุ้นตาอยู่บ้าง

            “บุรุษผู้นั้นไม่ใช่สามีของสวี่ฮูหยินหรือเจ้าคะ”

            “อืม อย่างที่คิดนั่นแหละ”

             ถ้าหากจะถามว่าสวี่ฮูหยินเป็นใครนั้นตอบได้ง่ายมาก นางก็คือสหายสนิทของน้าสะใภ้นั่นเอง เป็นสหายที่โตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก ซินหยานได้แต่สงสัยว่าคนเรามันจะไร้จิตสำนึกได้ถึงขนาดไหนกัน

            “ดูท่าจะลางไม่ดีแล้วพวกเรากลับกันก่อนเถอะ”

            ตลอดทางที่รถม้าวิ่งไปภายในรถม้าไร้เสียงพูดคุย ทั้งสองมีแต่สีหน้าลำบากใจ

            การที่น้าสะใภ้ของนางทำแบบนี้ถ้านางเลือกที่จะเปิดโปงอีกฝ่ายก็ใช่ว่าจะเป็นผลดีเสียทีเดียว มันจะสร้างความอับอายให้ครอบครัวของนางด้วยเช่นกัน

            “คุณหนูตัดสินใจได้หรือยังเจ้าคะ”

            ก่อนที่จะลงจากรถม้าซือเจียก็ถามซินหยาน เรื่องนี้จะต้องไตร่ตรองให้ดี

            “อืม คงต้องทำอะไรสักอย่าง” หากจะให้บอกคนอื่นตรงๆเลยก็คงยากที่จะเชื่อ และอาจจะทำให้อีกฝ่ายไหวตัวทันอีกด้วย

           

            “เกิดเรื่องอีกแล้วเจ้าค่ะคุณหนู” ซือเจียโวยวายอยู่หน้าห้องของซินหยาน

            “มีเรื่องอะไรอีก” ซินหยานถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่าย

            เรื่องก่อนยังไม่ได้แก้แล้วนี่เกิดอะไรขึ้นอีก ชีวิตใหม่นี้จะมีอุปสรรคเยอะเกินไปแล้ว ไม่ให้นางได้ว่างเว้นเลย

            “มีคนมาเจ้าค่ะ” ซือเจียบอกลุกลี้ลุกลน

            “ใครกัน คงไม่ใช่สวี่ฮูหยินหรอกนะ” ซินหยานเบิกตากว้าง มือที่จับพู่กันอยู่ก็เผลอปล่อยมันจนหมึกเลอะกระดาษ

            “มิใช่เจ้าค่ะ คนจากเมืองหลวงเจ้าค่ะ”

            “คนของท่านปู่งั้นหรือ” ซินหยานขมวดคิ้วฉงน

            ชาติก่อนท่านปู่ไม่เคยส่งคนมาที่นี่เลยสักครั้ง อย่าว่าแต่ท่านปู่เลยท่านพ่อท่านแม่ก็ไม่เคยสนใจใยดีนางเลยด้วยซ้ำ ถึงท่านพ่อจะอยากทำก็คงโดนท่านแม่ห้ามไว้

            “ใช่เจ้าค่ะ เขาบอกว่าต้องการพบคุณหนู”

            “ไปๆ รีบไปช่วยข้าแต่งตัว”

            หลังจากนั้นภายในห้องของซินหยานก็คล้ายกับว่าจะมีพายุพัดอยู่ในห้อง ทั้งนายทั้งบ่าวต่างวุ่นวายพากันหยิบนู่นจับนี่

            ทุกย่างก้าวที่นางก้าวเดินนั้นภายใต้อกระส่ำอย่างควบคุมไม่ได้       

            “เชิญนั่งก่อนขอรับคุณหนู”

            น้ำเสียงเรียบนิ่งและท่าทีเย็นชาของอีกฝ่ายทำให้ซินหยานต้องนั่งลงอย่างว่าง่าย

            คนคนนี้คือคนสนิทของท่านปู่ เขามีนามว่าอวี้หลาง การที่ท่านปู่ส่งเขามาก็หมายความว่านางมีความสำคัญพอตัว

            “ท่านมาที่นี่มีธุระอันใดกับข้าหรือ” ซินหยานใช้น้ำเสียงปกติไม่ได้ตั้งแง่กับเขาหรือแสดงความเป็นมิตรจนเกินควร

            ท่าทีสุขุมและการแสดงออกของซินหยานทำให้อวี้หลางประหลาดใจไม่น้อย ตอนที่ได้รับคำสั่งให้มาดูการเป็นอยู่ของนางทำให้เขาคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ช่างไร้สาระ แต่สิ่งที่เห็นก็พอจะน่าสนใจอยู่บ้าง

            “คุณหนูสบายดีนะขอรับ”

            “แล้วท่านคิดว่าอย่างไรเล่า” ซินหยานวาดแขนทั้งสองข้างเสมอไหล่เพื่อให้อีกฝ่ายสำรวจดู

            “นายท่านฝากมาบอกว่าหากมีเรื่องขัดสนอันใดให้บอกกับข้ามาได้เลย”

            “อืม เท่านี้เองหรือ”

            นางก็นึกว่าจะมีเรื่องอะไรเสียอีก แต่การที่ท่านปู่เริ่มให้คนสนใจกับนางก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี

            “และนายท่านก็มีคำถามบางคำถามที่ฝากมาด้วยขอรับ”

            เรื่องอะไร ถ้าข้าตอบได้ข้าก็จะตอบ” นางแสดงท่าทีที่ดูเหมือนให้ความเคารพเขาแต่ก็ไม่ได้ทำเหมือนเขาคือคนที่เหนือกว่าจนนางต้องหวาดกลัว ทั้งๆที่คนผู้นี้คือคนสนิทของท่านปู่

            “คุณหนูรู้ได้อย่างไรขอรับว่าคนสกุลเฉินมีเบี้ยเลี้ยงตั้งแต่เกิด หากอายุยังไม่ครบเจ็ดปีก็ไม่สามารถทราบเรื่องนี้ได้ และคุณหนูก็จากเมืองหลวงมาที่นี่ก่อนถึงวัยที่จะต้องรู้” เขาจ้องดวงตาของเด็กสาวตรงหน้าอย่างคาดคั้น

            สายตากดดันของเขาทำให้ซินหยานอึดอัดอยู่บ้าง อวี้หลางกับน้าสะใภ้ของนางนั้นต่างกัน คนแบบนี้ต่างหากที่น่ากลัวจริงๆ

            “มันสำคัญด้วยหรือ”

            “...” อวี้หลางไม่ตอบคำ เขายังใช้สายตากดดันให้นางยอมเปิดปาก

            “นี่เป็นความลับนะ” ซินหยานเขยิบหน้าเข้าไปใกล้และป้องปากกระซิบ

            “ต้องเป็นความลับด้วยหรือ”

            “ใช่สิ ข้าเคยแอบได้ยินท่านแม่คุยกับท่านพ่อเรื่องนี้ ก็เลยบังเอิญรู้มา” ซินหยานกระซิบราวกับว่ามันเป็นความลับที่จะให้คนอื่นรับรู้ไม่ได้

            “แค่นี้หรือขอรับ” อวี้หลางหลุดแสดงสีหน้างงงวยออกมา นี่เขาคาดหวังมากไปหรือ

            “ก็ใช่สิ ไม่งั้นข้าจะรู้ได้ไงเล่า”

            “แน่ใจหรือขอรับ”

            “ข้าจะโกหกให้ได้อะไรขึ้นมา”

            ถึงนางจะพูดแบบนั้นแต่เขาก็ไม่อยากจะเชื่อเสียเท่าใดนัก เด็กผู้หญิงแปดขวบคนนึงเขียนจดหมายขนาดนั้นได้อย่างไร ตัวหนังสือที่บรรจงทุกตัวอักษร ไหนจะการเลือกใช้คำที่ไม่เหมาะกับเด็กธรรมดาๆเลยสักนิด

            “แล้วเรื่องจดหมาย...”

            “จดหมายทำไม”

            “คุณหนูเขียนเองหรือขอรับ”

            “ข้าก็ต้องเขียนเองสิ เจ้าคิดว่าข้าจะให้คนอื่นเขียนจดหมายไถเงินแทนหรือไงกัน ข้าก็อายเป็นนะ”

            พอพูดจบก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองพูดสิ่งที่ไม่ควรออกไป ซินหยานเอามือขึ้นมาปิดปากอย่างลืมตัว

            “ขอเงิน ข้าหมายถึงขอเงิน”

            “เรื่องสุดท้ายนายท่านฝากมาบอกว่าจะส่งอาจารย์มาให้คุณหนูหนึ่งคนขอรับ และข้าเองก็จะมาเยี่ยมคุณหนูทุกเดือนหากมีปัญหาอะไรสามารถเขียนจดหมายหรือแจ้งข้าได้โดยตรง”

            “อาจารย์ ? เอามาทำอะไร”

            “อาจารย์ก็ต้องสอนหนังสือสิขอรับคุณหนู” อวี้หลางยิ่งประหลาดใจ สรุปคุณหนูจะฉลาดโตกว่าวัยหรือพัฒนาการช้ากันแน่

            “ไม่เอาได้ไหม” ซินหยานกะพริบตาถี่ๆเป็นการขอร้อง

            “นายท่านตัดสินใจแล้วขอรับ ถ้าคุณหนูอยากจะปฏิเสธก็เขียนจดหมายหานายท่านหรือจะฝากคำพูดไปกับข้าก็ได้”

            “ก็ได้ๆ เรียนก็เรียน”

            ซินหยานไม่ได้มีปัญหากับการเรียนหนังสือ แต่การที่ท่านปู่ส่งอาจารย์มาที่นี่จะทำให้นางเคลื่อนไหวได้ลำบากเพราะจะต้องโดนจับจ้องตลอด

            “ท่านปู่...” ก่อนที่ลากันซินหยานก็เอ่ยเสียงอู้อี้แต่ก็พอที่จะได้ยิน

            “ขอรับ”

            “ท่านปู่เป็นอย่างไรบ้าง สุขภาพแข็งแรงดีไหม” มันเป็นสิ่งที่ซินหยานอยากรู้มาตลอดตั้งแต่ได้ย้อนกลับมา

            ด้วยอายุที่มากขึ้นทำให้สุขภาพของท่านปู่แย่ลงเรื่อยๆจนน่ากังวลใจ

            “นายท่านแข็งแรงดีขอรับ” ยิ่งได้คุยกับนางแล้วอวี้หลางยิ่งนึกแปลกใจ คนจวนนั้นไม่เคยมีใครถามถึงนายท่านของเขาด้วยความเป็นห่วงแบบนี้เลยสักคน แต่เด็กน้อยคนนี้ที่ไม่ได้เจอท่านปู่ของนางมาสามปีแล้วกลับถามด้วยความเป็นห่วง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 19 ท่านไม่เคยเปลี่ยนไปเลย

    บทที่ 19 ท่านไม่เคยเปลี่ยนไปเลย ผ้าไหมกองพะเนินถูกนำมาวางไว้บนเตียงของซินหยาน โดยมีซือเจียคอยจัดแยกตามสีของพวกมัน “ท่านมหาเสนาบดีคงเอ็นดูคุณหนูมากเลยนะเจ้าคะ” ซือเจียยิ้มดีอกดีใจที่คุณหนูได้รับความรักจากคนในครอบครัว “คงทั้งเอ็นดูและสงสารนั่นแหละ” ซินหยานเหยียดยิ้มแต่มันกลับดูเป็นรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา ซินหยานลูบสัมผัสเนื้อผ้าไหมแต่ละผืนในหัวก็คิดถึงสิ่งที่พึ่งเห็น ไม่ว่านางจะเปลี่ยนแปลงตัวเองแค่ไหนก็ไม่สามารถลดความเกลียดชังที่ท่านแม่มีต่อนางได้ “คุณหนู” ซือเจียเรียกเสียงละห้อย “ช่างมันเถอะ ฝากเจ้าจัดการผ้าพวกนี้ทีนะข้าจะนอนแล้ว” ซินหยานบอกเสียงเรียบ เมื่อซือเจียนำผ้าทั้งหมดไปเก็บแล้วพวกนางก็เข้านอนตามปกติ ซินหยานนอนพลิกตัวไปมาทั้งคืนไม่สบายตัว กว่าจะหลับจริงๆก็เกือบเช้า เช้าวันถัดมาซินหยานยังไม่ทันได้ล้างหน้าก็มีบ่าวมาแจ้งว่าท่านพ่อและท่านแม่ของนางให้ไปพบในอีกครึ่งชั่วยาม เมื่อซินหยานเดินมาถึงห้องรับรองในเรือนของบิดาก็พบว่ามีคนหลายคนรออยู่ก่อนแล้ว ทั้งป้าสะใภ้ ท่านแม่ ท่านป้ารอ

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 18 ความสุขเพียงชั่วครู่

    บทที่ 18 ความสุขเพียงชั่วครู่ ซินหยานและพี่ชายพากันเดินเข้าร้านนู้นออกร้านนี้จนของเต็มมือ และมาถึงร้านที่ให้ทายปริศนาโคมไฟ “ข้าเข้าไปเล่นได้ไหมเจ้าคะท่านปู่” ซินหยานเขย่ามือท่านปู่ของนางเพื่อขออนุญาต ถึงโคมไฟเหล่านี้จะไม่ได้วิเศษกว่าโคมไฟทั่วไป แต่วิธีการที่ได้มันมาต่างหากที่ทำให้มันมีคุณค่า คนหลายสิบคนที่แย่งกันตอบปริศนายิ่งทำให้มันน่าเข้าร่วมการแข่ง “ไปสิ” “พี่รอง ไปกันเจ้าค่ะ” ซินหยานปล่อยมือจากท่านปู่ของนางและลากพี่ชายของนางเข้าไปในหมู่ผู้คน ชายชรายืนรอหลานๆของเขาอยู่ด้านนอก ดวงตาทอดมองความร่าเริงของหลานสาวแล้วก็พลอยทำให้เรื่องเครียดที่สะสมไว้เหมือนจะเบาลง “รางวัลปริศนาอันต่อไปคือโคมไฟอันนี้ ทุกท่านพร้อมหรือยังขอรับ” เจ้าของร้านกำลังถือโคมไฟที่จะเป็นรางวัลอันต่อไปอยู่ในมือ “พร้อม ! ” เสียงคนเกือบร้อยคนพูดพร้อมกัน “พี่รอง ท่านต้องแย่งมาให้ได้นะเจ้าคะ” ซินหยานหันไปบอกกับพี่ชายน้ำเสียงจริงจัง “อยากได้ขนาดนั้นเลยหรือ ให้ท่านปู่ซื้อให้ก็ได้นี่” “มันไม่เหมื

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 17 ไปเทศกาลโคมไฟกันเถอะ

    บทที่ 17 ไปเทศกาลโคมไฟกันเถอะ เฉินซินหยานไปชวนพี่ชายของนางไปเที่ยวเทศกาลหยวนเซียวด้วยกัน พี่ชายก็ชวนท่านพ่อกับท่านแม่ และก็ชวนกันต่อไปเป็นทอดๆทำให้ตอนนี้รถม้าของสกุลเฉินถูกนำออกมาใช้ครบทุกคัน ท่านปู่ของนางมีบุตรทั้งหมดสี่คนประกอบด้วยลุงใหญ่ ป้ารอง ท่านพ่อ และท่านอา ท่านอามีอายุต่างจากพี่น้องคนอื่นเกินสิบปีเป็นคนที่ซินหยานสนิทใจด้วยที่สุดในบรรดาพี่น้องของพ่อ ลุงใหญ่มีลูกชายและลูกสาวอย่างละคน ป้ารองมีฝาแฝดชายหญิง และท่านอาของนางนั้นยังไม่มีบุตร โชคยังเข้าข้างซินหยานที่ท่านปู่ของนางให้นั่งรถม้าคันเดียวกัน เด็กสาวจึงลากพี่ชายของตัวเองมานั่งด้วยกัน “ท่านพี่ไม่สบายหรือเปล่าเจ้าคะ” ซินหยานถามด้วยความเป็นห่วง ด้วยความกังวลซินหยานจึงเอามือทาบหน้าผากพี่ชายเพราะเขามีท่าทีแปลกๆ ตั้งแต่ขึ้นรถม้าก็ก้มหน้าตลอดทาง และสีหน้าก็ไม่ค่อยดี “ปะ...เปล่า” จงอิ้นตอบตะกุกตะกัก แต่ก็ยังไม่ยอมสบตาใคร “แล้วทำไมสีหน้าของท่าน” ซินหยานยังคงไม่วางใจ “พี่ไม่ได้เป็นอะไร แค่นอนไม่หลับเลยเพลียๆ” เขาบ่ายเบี่ยงเพราะอ

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 16 รางวัลของหลานสาว

    บทที่ 16 รางวัลของหลานสาว ระหว่างการประชุมมีขุนนางบางคนที่ไม่เห็นด้วยกับความคิดของเด็กสาวตัวน้อยที่นั่งก้มหน้าอ่านตำราเหมือนเมื่อครู่ไม่ได้ก่อเรื่องใหญ่หลวงเอาไว้ สิ่งที่น่าขันคือผู้เป็นใหญ่ที่สุดในห้องอย่างอัครมหาเสนาบดียอมเชื่อและทำตามคำของเด็กตัวแค่นี้ เขารีบสั่งการส่งม้าเร็วไปสำรวจพื้นที่นั้นทันที “กว่าจะได้คำตอบคงเป็นพรุ่งนี้เช้า พวกเราก็แยกย้ายกันก่อน” เสียงทรงอำนาจออกคำสั่ง “แต่นี่คือเรื่องเร่งด่วนนะขอรับใต้เท้าเฉิน ถ้าพวกเราไม่รีบเคลื่อนทัพตอนนี้จะกลายเป็นพวกเราที่เสียเปรียบ” อัครมหาเสนาบดีเฉินตวัดสายตามองคนพูดทันควัน เหมือนคนพวกนี้จะลืมไปแล้วว่าเขาเป็นใคร “แล้วถ้าทหารนับพันนับหมื่นต้องล้มป่วยเพราะความใจร้อนของเจ้า เจ้าจะรับผิดชอบอย่างไร” เฉินรุ่ยเซียวถามเสียงเย็น ท่าทางน่าเกรงขามของเขาทำให้คนอื่นๆในห้องต้องปิดปากเงียบไม่มีใครกล้าเอ่ยอะไรขึ้นมาอีก ซินหยานกำลังรื้อฟื้นความทรงจำที่เคยเรียนในบทเรียนเมื่อชาติที่แล้ว นางอาจจะไม่เคยรับรู้ตอนที่เกิดสงครามแต่ได้มาเรียนประวัติของแคว้นในตอนโต

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 15 คุณหนูหกเฉิน

    บทที่ 15 คุณหนูหกเฉิน คุณหนูหกสกุลเฉินยืนถือถ้วยยารออยู่หน้าห้องทำงานของผู้เป็นปู่อย่างท่านอัครมหาเสนาบดีเฉินมาได้สักพักจนรู้สึกได้ว่ามือกำลังสั่นเล็กๆ “คุณหนู มาทำอะไรขอรับ” อวี้หลางที่ได้รับการแจ้งว่ามีคนขอเข้าพบนายท่านของเขาเปิดประตูออกมาก็เจอซินหยานยืนรออยู่ “ข้าเอายาบำรุงมาให้ท่านปู่เจ้าค่ะ” ซินหยานบอกเสียงสดใสพร้อมรอยยิ้ม “เอ่อ นายท่านกำลังคุยเรื่องสำคัญอยู่ขอรับ” อวี้หลางมีสีหน้าลำบากใจ ตามปกติแล้วในเวลาแบบนี้จะไม่อนุญาตให้คนอื่นเข้าไปเด็ดขาดเพราะเรื่องที่พูดคุยกันนั้นเป็นเรื่องสำคัญ แต่สายตาวิบวับของเด็กน้อยตรงหน้าก็ทำให้เขาเหมือนจะใจอ่อน “ข้าต้มยามาให้ท่านปู่ ถ้านานกว่านี้ยาก็จะเย็น ทำยังไงดีอวี้หลาง” เฉินซินหยานทำหน้าสลด ดวงตาที่เคยวาววับก็หม่นลง “คุณหนูรอสักครู่นะขอรับ” ท้ายที่สุดอวี้หลางก็ยอมใจอ่อน เขาเข้าไปในห้องนั้นได้ไม่นานก็ออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม “เชิญขอรับคุณหนู” อวี้หลางผายมือให้ซินหยานเข้าไปด้านในและเดินตามหลังนางเข้าไป ซินหยานก้มหัวให้คนอื่นๆที่นั่ง

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 14 ลืมสนิท

    บทที่ 14 ลืมสนิท หลังจากมื้ออาหารที่ไม่มีใครได้แตะแม้แต่ตะเกียบจบลงทุกคนก็แยกย้ายกลับเรือนของตนเองโดยไม่มีใครกล้าเอ่ยอะไรออกมาอีกแม้แต่คำเดียว “คุณหนูไม่เป็นอะไรนะเจ้าคะ” ซือเจียรีบปรี่เข้าหาคุณหนูของนางด้วยความเป็นห่วง “ไม่ต้องห่วง ข้าสบายดี” นางโกหก เจอเรื่องแบบนี้มาคงไม่มีใครสบายใจได้หรอก ถึงภายในจะบอบช้ำแค่ไหนแต่การแสดงความอ่อนแอก็ไม่ได้ช่วยอะไรเช่นกัน น้ำตาไม่ได้ช่วยเยียวยาบาดแผลทางใจ “คุณหนู” ซือเจียพึมพำเสียงอ่อน แววตาทอความเวทนา “เดิมทีข้าก็ไม่ได้มาที่นี่เพื่อเรียกร้องความรักจากใครอยู่แล้ว เป้าหมายของข้าใหญ่กว่านั้นมาก” ซินหยานบอกน้ำเสียงจริงจัง ต่อให้พยายามทำตัวเข้มแข็งแค่ไหนแต่ตัวนางก็รู้ดี แม้แต่ร่างกายของนางยังประท้วงกับสิ่งที่นางพูด ในอกมีความรู้สึกหน่วงจนเจ็บ “คุณหนูอยากทำอะไรเจ้าคะบอกซือเจียได้หรือไม่ ซือเจียอยากช่วยคุณหนูจริงๆ ทุกเรื่องที่คุณหนูแบกไว้ให้ซือเจียช่วยดีไหมเจ้าคะ” ซือเจียเอื้อมมือไปกอบกุมมือเล็กๆของเจ้านายไว้ ในความคิดของซือเจียนั้นซินหยานก็เหมือนน้อ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status