Share

บทที่ 6 คนจากเมืองหลวง

last update Tanggal publikasi: 2026-02-11 08:56:32

บทที่ 6 คนจากเมืองหลวง

            เข้าใกล้เหมันตฤดูเข้าไปทุกทีลมหนาวที่เริ่มพัดผ่านเข้ามาพาให้ต้องขุดตัวอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนาเพื่อหาความอบอุ่น

            การมีเงินนี่มันดีจริงๆถึงจะยังไม่มีโอกาสได้ใช้แต่ก็รู้สึกอุ่นใจ

            ตอนที่โดนพาตัวกลับไปที่เมืองหลวงครั้งก่อน ซินหยานไม่มีโอกาสได้จับเงินพวกนั้นแม้แต่ตำลึงเดียวเพราะท่านแม่ของนางไม่อนุญาต ไม่ว่านางจะทำสิ่งใดก็จะโดนขัดทุกครั้งไป คล้ายกับว่าซินหยานและมารดาของนางคือคนที่ยืนอยู่คนละฝั่ง หากคนนึงเป็นไฟอีกคนก็คือลมพายุที่โหมกระหน่ำใส่กันจนทำให้ทุกอย่างรอบตัววอดวาย

            “วันนี้ให้คนเตรียมรถม้าให้ทีข้าจะออกไปใช้เงินสักหน่อย”

            “เจ้าค่ะคุณหนู” ซือเจียรับคำอย่างว่าง่าย

            การที่คุณหนูของนางสามารถจัดการเซียวฮูหยินได้ถึงสองครั้งสองคราทำให้ซือเจียเชื่อย่างสนิทใจว่าคุณหนูของนางเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ

            “ให้คนไปบอกท่านตาให้ด้วยนะ”

            “เจ้าค่ะ”

            ใช้เวลาไม่นานก็เตรียมทุกอย่างพร้อมและออกเดินทาง โดยทั่วไปแล้วสตรีที่อายุยังไม่ถึงสิบสองจะไม่ค่อยออกจากบ้านบ่อยนักเพราะถือว่าเป็นธรรมเนียม แต่มันไม่สำคัญสำหรับซินหยานในตอนนี้

            “คุณหนูเจ้าคะ นั่นมัน” ซือเจียกระซิบเสียงเบา สายตาของนางมองออกไปนอกหน้าต่างของรถม้าคันเก่า

            “หืม” ซินหยานขยับตัวเพื่อมองหน้าต่างฝั่งเดียวกับซือเจีย

            สิ่งที่เห็นทำให้ซินหยานหวั่นใจ นางทราบดีว่าความสัมพันธ์ของท่านน้าและน้าสะใภ้นั้นไม่ค่อยราบรื่นนัก แต่ก็ไม่คิดว่าน้าสะใภ้กล้าทำเรื่องเช่นนี้

            “พวกเราจะทำอย่างไรกันดีเจ้าคะ” ซือเจียที่อยู่ในอาการตกตะลึงถามด้วยความลนลาน

            “อย่าพึ่งบอกใครเงียบไว้ก่อน”

            ถึงว่าทำไมช่วงนี้ถึงเงียบไปที่แท้ก็มาทำเรื่องเสื่อมเสียอยู่นี่เอง ข้างกายของเซียวฮูหยินมีบุรุษผู้หนึ่งเดินข้างกัน ใกล้ชิดสนิทสนมไม่ต้องบอกก็รู้ว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาเป็นอย่างไร

            บุรุษผู้นั้นไม่ใช่ท่านน้าของนาง แต่ใบหน้านั้นก็พอที่จะคุ้นตาอยู่บ้าง

            “บุรุษผู้นั้นไม่ใช่สามีของสวี่ฮูหยินหรือเจ้าคะ”

            “อืม อย่างที่คิดนั่นแหละ”

             ถ้าหากจะถามว่าสวี่ฮูหยินเป็นใครนั้นตอบได้ง่ายมาก นางก็คือสหายสนิทของน้าสะใภ้นั่นเอง เป็นสหายที่โตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก ซินหยานได้แต่สงสัยว่าคนเรามันจะไร้จิตสำนึกได้ถึงขนาดไหนกัน

            “ดูท่าจะลางไม่ดีแล้วพวกเรากลับกันก่อนเถอะ”

            ตลอดทางที่รถม้าวิ่งไปภายในรถม้าไร้เสียงพูดคุย ทั้งสองมีแต่สีหน้าลำบากใจ

            การที่น้าสะใภ้ของนางทำแบบนี้ถ้านางเลือกที่จะเปิดโปงอีกฝ่ายก็ใช่ว่าจะเป็นผลดีเสียทีเดียว มันจะสร้างความอับอายให้ครอบครัวของนางด้วยเช่นกัน

            “คุณหนูตัดสินใจได้หรือยังเจ้าคะ”

            ก่อนที่จะลงจากรถม้าซือเจียก็ถามซินหยาน เรื่องนี้จะต้องไตร่ตรองให้ดี

            “อืม คงต้องทำอะไรสักอย่าง” หากจะให้บอกคนอื่นตรงๆเลยก็คงยากที่จะเชื่อ และอาจจะทำให้อีกฝ่ายไหวตัวทันอีกด้วย

           

            “เกิดเรื่องอีกแล้วเจ้าค่ะคุณหนู” ซือเจียโวยวายอยู่หน้าห้องของซินหยาน

            “มีเรื่องอะไรอีก” ซินหยานถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่าย

            เรื่องก่อนยังไม่ได้แก้แล้วนี่เกิดอะไรขึ้นอีก ชีวิตใหม่นี้จะมีอุปสรรคเยอะเกินไปแล้ว ไม่ให้นางได้ว่างเว้นเลย

            “มีคนมาเจ้าค่ะ” ซือเจียบอกลุกลี้ลุกลน

            “ใครกัน คงไม่ใช่สวี่ฮูหยินหรอกนะ” ซินหยานเบิกตากว้าง มือที่จับพู่กันอยู่ก็เผลอปล่อยมันจนหมึกเลอะกระดาษ

            “มิใช่เจ้าค่ะ คนจากเมืองหลวงเจ้าค่ะ”

            “คนของท่านปู่งั้นหรือ” ซินหยานขมวดคิ้วฉงน

            ชาติก่อนท่านปู่ไม่เคยส่งคนมาที่นี่เลยสักครั้ง อย่าว่าแต่ท่านปู่เลยท่านพ่อท่านแม่ก็ไม่เคยสนใจใยดีนางเลยด้วยซ้ำ ถึงท่านพ่อจะอยากทำก็คงโดนท่านแม่ห้ามไว้

            “ใช่เจ้าค่ะ เขาบอกว่าต้องการพบคุณหนู”

            “ไปๆ รีบไปช่วยข้าแต่งตัว”

            หลังจากนั้นภายในห้องของซินหยานก็คล้ายกับว่าจะมีพายุพัดอยู่ในห้อง ทั้งนายทั้งบ่าวต่างวุ่นวายพากันหยิบนู่นจับนี่

            ทุกย่างก้าวที่นางก้าวเดินนั้นภายใต้อกระส่ำอย่างควบคุมไม่ได้       

            “เชิญนั่งก่อนขอรับคุณหนู”

            น้ำเสียงเรียบนิ่งและท่าทีเย็นชาของอีกฝ่ายทำให้ซินหยานต้องนั่งลงอย่างว่าง่าย

            คนคนนี้คือคนสนิทของท่านปู่ เขามีนามว่าอวี้หลาง การที่ท่านปู่ส่งเขามาก็หมายความว่านางมีความสำคัญพอตัว

            “ท่านมาที่นี่มีธุระอันใดกับข้าหรือ” ซินหยานใช้น้ำเสียงปกติไม่ได้ตั้งแง่กับเขาหรือแสดงความเป็นมิตรจนเกินควร

            ท่าทีสุขุมและการแสดงออกของซินหยานทำให้อวี้หลางประหลาดใจไม่น้อย ตอนที่ได้รับคำสั่งให้มาดูการเป็นอยู่ของนางทำให้เขาคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ช่างไร้สาระ แต่สิ่งที่เห็นก็พอจะน่าสนใจอยู่บ้าง

            “คุณหนูสบายดีนะขอรับ”

            “แล้วท่านคิดว่าอย่างไรเล่า” ซินหยานวาดแขนทั้งสองข้างเสมอไหล่เพื่อให้อีกฝ่ายสำรวจดู

            “นายท่านฝากมาบอกว่าหากมีเรื่องขัดสนอันใดให้บอกกับข้ามาได้เลย”

            “อืม เท่านี้เองหรือ”

            นางก็นึกว่าจะมีเรื่องอะไรเสียอีก แต่การที่ท่านปู่เริ่มให้คนสนใจกับนางก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี

            “และนายท่านก็มีคำถามบางคำถามที่ฝากมาด้วยขอรับ”

            เรื่องอะไร ถ้าข้าตอบได้ข้าก็จะตอบ” นางแสดงท่าทีที่ดูเหมือนให้ความเคารพเขาแต่ก็ไม่ได้ทำเหมือนเขาคือคนที่เหนือกว่าจนนางต้องหวาดกลัว ทั้งๆที่คนผู้นี้คือคนสนิทของท่านปู่

            “คุณหนูรู้ได้อย่างไรขอรับว่าคนสกุลเฉินมีเบี้ยเลี้ยงตั้งแต่เกิด หากอายุยังไม่ครบเจ็ดปีก็ไม่สามารถทราบเรื่องนี้ได้ และคุณหนูก็จากเมืองหลวงมาที่นี่ก่อนถึงวัยที่จะต้องรู้” เขาจ้องดวงตาของเด็กสาวตรงหน้าอย่างคาดคั้น

            สายตากดดันของเขาทำให้ซินหยานอึดอัดอยู่บ้าง อวี้หลางกับน้าสะใภ้ของนางนั้นต่างกัน คนแบบนี้ต่างหากที่น่ากลัวจริงๆ

            “มันสำคัญด้วยหรือ”

            “...” อวี้หลางไม่ตอบคำ เขายังใช้สายตากดดันให้นางยอมเปิดปาก

            “นี่เป็นความลับนะ” ซินหยานเขยิบหน้าเข้าไปใกล้และป้องปากกระซิบ

            “ต้องเป็นความลับด้วยหรือ”

            “ใช่สิ ข้าเคยแอบได้ยินท่านแม่คุยกับท่านพ่อเรื่องนี้ ก็เลยบังเอิญรู้มา” ซินหยานกระซิบราวกับว่ามันเป็นความลับที่จะให้คนอื่นรับรู้ไม่ได้

            “แค่นี้หรือขอรับ” อวี้หลางหลุดแสดงสีหน้างงงวยออกมา นี่เขาคาดหวังมากไปหรือ

            “ก็ใช่สิ ไม่งั้นข้าจะรู้ได้ไงเล่า”

            “แน่ใจหรือขอรับ”

            “ข้าจะโกหกให้ได้อะไรขึ้นมา”

            ถึงนางจะพูดแบบนั้นแต่เขาก็ไม่อยากจะเชื่อเสียเท่าใดนัก เด็กผู้หญิงแปดขวบคนนึงเขียนจดหมายขนาดนั้นได้อย่างไร ตัวหนังสือที่บรรจงทุกตัวอักษร ไหนจะการเลือกใช้คำที่ไม่เหมาะกับเด็กธรรมดาๆเลยสักนิด

            “แล้วเรื่องจดหมาย...”

            “จดหมายทำไม”

            “คุณหนูเขียนเองหรือขอรับ”

            “ข้าก็ต้องเขียนเองสิ เจ้าคิดว่าข้าจะให้คนอื่นเขียนจดหมายไถเงินแทนหรือไงกัน ข้าก็อายเป็นนะ”

            พอพูดจบก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองพูดสิ่งที่ไม่ควรออกไป ซินหยานเอามือขึ้นมาปิดปากอย่างลืมตัว

            “ขอเงิน ข้าหมายถึงขอเงิน”

            “เรื่องสุดท้ายนายท่านฝากมาบอกว่าจะส่งอาจารย์มาให้คุณหนูหนึ่งคนขอรับ และข้าเองก็จะมาเยี่ยมคุณหนูทุกเดือนหากมีปัญหาอะไรสามารถเขียนจดหมายหรือแจ้งข้าได้โดยตรง”

            “อาจารย์ ? เอามาทำอะไร”

            “อาจารย์ก็ต้องสอนหนังสือสิขอรับคุณหนู” อวี้หลางยิ่งประหลาดใจ สรุปคุณหนูจะฉลาดโตกว่าวัยหรือพัฒนาการช้ากันแน่

            “ไม่เอาได้ไหม” ซินหยานกะพริบตาถี่ๆเป็นการขอร้อง

            “นายท่านตัดสินใจแล้วขอรับ ถ้าคุณหนูอยากจะปฏิเสธก็เขียนจดหมายหานายท่านหรือจะฝากคำพูดไปกับข้าก็ได้”

            “ก็ได้ๆ เรียนก็เรียน”

            ซินหยานไม่ได้มีปัญหากับการเรียนหนังสือ แต่การที่ท่านปู่ส่งอาจารย์มาที่นี่จะทำให้นางเคลื่อนไหวได้ลำบากเพราะจะต้องโดนจับจ้องตลอด

            “ท่านปู่...” ก่อนที่ลากันซินหยานก็เอ่ยเสียงอู้อี้แต่ก็พอที่จะได้ยิน

            “ขอรับ”

            “ท่านปู่เป็นอย่างไรบ้าง สุขภาพแข็งแรงดีไหม” มันเป็นสิ่งที่ซินหยานอยากรู้มาตลอดตั้งแต่ได้ย้อนกลับมา

            ด้วยอายุที่มากขึ้นทำให้สุขภาพของท่านปู่แย่ลงเรื่อยๆจนน่ากังวลใจ

            “นายท่านแข็งแรงดีขอรับ” ยิ่งได้คุยกับนางแล้วอวี้หลางยิ่งนึกแปลกใจ คนจวนนั้นไม่เคยมีใครถามถึงนายท่านของเขาด้วยความเป็นห่วงแบบนี้เลยสักคน แต่เด็กน้อยคนนี้ที่ไม่ได้เจอท่านปู่ของนางมาสามปีแล้วกลับถามด้วยความเป็นห่วง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทส่งท้าย

    บทส่งท้าย เป็นระยะเวลากว่าสี่ปีที่ซินหยานแต่งงานกับสามีอันเป็นที่รัก เขายังคงดีต่อนางสม่ำเสมอไม่เปลี่ยนแปร ยิ่งทวีความรักมากขึ้นเมื่อนางได้ให้กำเนิดเจ้าตัวน้อยทั้งสองคน “เจ้าก็รักแต่เจ้าใหญ่ยัยหนูรองน้อยใจแย่” คนเป็นพ่ออุ้มลูกสาวคนเล็กเอาไว้ในอ้อมอกและตระกองกอดไว้ด้วยความรักแสนทะนุถนอม “แอ้” เจ้าตัวน้อยที่อายุได้เพียงหกเดือนร้องอ้อแอ้และแย้มยิ้มให้พ่อจนเห็นเหงือกสีชมพู ดวงตากลมโตราวกับถอดแบบมารดาออกมาจ้องมองใบหน้าคมของบิดาด้วยความสงสัยใคร่รู้ “ท่านก็เอาแต่เล่นกับยัยหนูรองจนลืมเจ้าใหญ่เหมือนกันนั่นแหละ” ซินหยานหันไปมองค้อนสามีที่ชอบเข้มงวดกับบุตรชาย แต่กับบุตรสาวเขาทะนุถนอมและตามใจยิ่งกว่าพวกองค์หญิงในวังหลวงเสียอีก พอได้มาเป็นแม่คนครั้งแรกซินหยานก็คิดอะไรได้หลายๆอย่าง โดยเฉพาะเรื่องของท่านแม่ นางเคยคิดว่าที่ท่านแม่ทำไปเพราะรักแต่นั่นเป็นความคิดเพ้อฝันเข้าข้างตัวเองของนาง ความรักที่ซินหยานมีให้ลูกนั้นแตกต่างจากที่เคยได้รับจากมารดาโดยสิ้นเชิง ตอ

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 177 ครอบครัวสุขสันต์

    บทที่ 177 ครอบครัวสุขสันต์ วันนี้ถือเป็นวันพิเศษต้นวสันตฤดูแสงแดดอ่อนๆทอผ่านกิ่งไม้ ใบไม้เขียวขจีพัดไหวเบาๆตามแรงลมที่พัดโชย กลิ่นดอกไม้ที่บานสะพรั่งอบอวลในอากาศ เสียงนกร้องคลอเบา ๆ เป็นทำนองแห่งธรรมชาติ ยามเช้าหลังจากที่เรื่องเลวร้ายทั้งหมดทั้งมวลถูกกาลเวลาพัดพาออกไป ครอบครัวสกุลเฉินนั่งทานข้าวด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตา เสียงพูดคุยหัวเราะดังขึ้นเป็นระยะ ซินหยานเฝ้ามองทุกคนด้วยใจที่รู้สึกอบอุ่นและอิ่มเอมกว่าครั้งไหนๆ นางได้ย้อนกลับมาแก้ไขทุกสิ่ง ไม่ใช่แค่ช่วยแคว้นไว้ได้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือนางสามารถช่วยทุกคนในครอบครัวเอาไว้ได้ ไม่มีใครล้มหายตายจากถึงแม้ระหว่างทางจะมีเรื่องให้ต้องล้มลุกคลุกคลานอยู่บ่อยครั้ง เพี๊ยะ ! ร่างบางตีมือของพี่ชายคนโตของบ้านที่กำนั่งแย่งน่องไก่ชิ้นสุดท้ายไป เขามองนางตาขวาง แต่เมื่อเห็นสายตาคู่คมที่จ้องมองเขาราวกับศัตรูของคนที่อยู่ข้างกายนางเจียเผิงก็ยอมปล่อยน่องไก่ชิ้นนั้นไป “หึ ถือว่ามีคนปกป้องแล้วจะรังแกข้ายังไงก็ได้หรือไง” เจียเผิงบ่นเสียงเบาไม่กล้าพูดให้อีกฝั่งได้ยิน

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 176 ไม่มีทางเอาชนะได้

    บทที่ 176 ไม่มีทางเอาชนะได้ “พาเสด็จพ่อของเจ้าไปที่ห้องทรงพระอักษร” ท่านน้าขององค์ชายรองกล่าวและเดินไปรอที่ห้องนั้นตามคำของตน สารสละราชสมบัติถูกวางเอาไว้พร้อมกับแต่งตั้งองค์ชายรองขึ้นแทนฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน พระองค์มองสิ่งเหล่านั้นด้วยความทอดถอนใจมิได้เกรงกลัวต่อการข่มขู่ของคนทั้งสอง คนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมายจะมาหวาดกลัวกับเรื่องแค่นี้ได้อย่างไร และทุกอย่างก็ถูกกำหนดไว้แล้วว่าจะต้องมีจุดจบเช่นไร เขาไม่ใช่กษัตริย์ที่หลงมัวเมาในอำนาจห่วงก็แต่เพียงคนที่ขึ้นมาแทนที่คนต่อไปจะรักแคว้นและทำเพื่อแคว้นได้ไม่เท่าที่เขาทำ พระองค์ทรงประทับตามที่พระโอรสบอก มือก็คว้าตราประทับมาจับเอาไว้มั่น ในพระทัยก็ได้แต่ภาวนาว่าโอรสจะเปลี่ยนใจ “เจ้ามั่นใจแล้วนะว่าต้องการเช่นนี้” พระองค์ทรงใช้วาจาธรรมดากับโอรสองค์รอง ในที่นี้มีเพียงแค่พ่อกับลูกมิใช่กษัตริย์และพระโอรสผู้ยิ่งใหญ่ “ลูก...กระหม่อม” องค์ชายรองตัวสั่นและไม่กล้ากล่าวสิ่งใด “เจ้าอย่ามาพูดให้มากความ หน้าที่ของเจ้าตอนนี้คือต้องประทับสารสละราชสมบัติ

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 175 คำสารภาพใต้แสงจันทร์

    บทที่ 175 คำสารภาพใต้แสงจันทร์ ลมหนาวพัดผ่านหน้าต่างที่เปิดไว้เพียงครึ่ง ทุกอย่างรอบกายสงบนิ่งมีเพียงเสียงหวีดหวิวของสายลมที่ปะทะกับต้นไม้ด้านนอก อากาศเย็นเฉียบราวกับจงใจให้ร่างบางต้องขยับตัวเข้าหาอ้อมกอดแสนอบอุ่นของเขา มีเพียงแสงไฟริบหรี่จากข้างเตียงที่ทำให้นางมองเห็นใบหน้าคมที่กำลังทำหน้าจริงจัง คำพูดที่เหมือนกับหยุดทุกสิ่งรอบกายของเขาทำให้ซินหยานแทบจะวิญญาณหลุดจากร่าง แค่เขาถามนางว่าอยากอยู่กับเขาไปทั้งชีวิตหรือไม่ในใจมันก็กู่ร้องกังวาน “ข้าพูดจริงๆนะซินหยาน” เขาเน้นย้ำคำพูดของตนเมื่อนางนิ่งเงียบไป จุดประสงค์แรกที่มาหานางนั้นไม่ได้มาเพื่อทำเรื่องนี้ แต่เมื่อได้สวมกอดนางเอาไว้เขาก็รู้ตัวทันทีว่าชีวิตเขาขาดนางไปไม่ได้อีกแล้ว หากไม่รีบก็อาจจะช้าเกินไป เขาจะปล่อยให้นางหลุดมือไปไม่ได้ “ท่านชอบข้าหรือ” ซินหยานถามด้วยสีหน้าสับสน นางรู้ตัวว่าชอบเขามาก แต่ไม่เคยนึกถึงอีกฝ่ายเลยว่าจะชอบนางเหมือนกันหรือไม่ เพราะความไม่ประสาในเรื่องความรักทำให้ซินหยานไม่รู้ว่าควรทำตัวเช่นไร คำถามง่ายๆสั้นๆแต่ทำให้เข

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 174 เบื้องหลังฝันร้าย

    บทที่ 174 เบื้องหลังฝันร้าย ท่ามกลางความมืดมิดที่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ เฉินซินหยานยืนอยู่ท่ามกลางห้วงแห่งภวังค์ที่ดูเหมือนจะเป็นสถานที่ที่คุ้นเคย เสียงกระซิบคลอดังระงมรอบตัว นางหันมองไปรอบๆ แต่เห็นเพียงหมอกหนาและแสงสีจางๆ ที่ลอยล่องอย่างไม่มีทิศทาง ภาพด้านซ้ายคือข้างในของจวนสกุลเฉิน และด้านอื่นๆมีทั้งในวังและในห้องมืดๆอับชื้น เสียงกระซิบดังระงมจนซินหยานปวดหัวต้องยกมือขึ้นมาปิดหูทั้งสองข้าง เมื่อเสียงนั้นดังขึ้นเรื่อยๆ ร่างบางจึงเริ่มก้าวเท้าเดินหนีไปยังสถานที่ที่นางรู้สึกว่าปลอดภัยที่สุดนั่นก็คือจวนสกุลเฉิน แม้จะรู้ตัวว่าเป็นความฝันแต่ก็มิอาจปลุกตัวเองให้ตื่นได้ ทำได้เพียงหาทางออกจากห้วงแห่งนี้ให้เร็วที่สุด ด้านในจวนมีสภาพคล้ายกับในชีวิตจริง เว้นแต่ในความฝันมันดูทรุดโทรมกว่ามากหากจะให้เปรียบเทียบมันเหมือนกับจวนสกุลเฉินในตอนที่ท่านปู่เริ่มล้มป่วยในกาลก่อน “เจ้าจงนำพิษนี้ไปให้ตาแก่นั่นกินแล้วข้าจะยกหนี้พนันให้เจ้าทั้งหมด” เสียงเย็นเยียบชวนขนลุกทำให้ซินหยานเดินเข้าไปใกล้ทางนั้นมากขึ้น คนสองคนยืนพ

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 173 รักที่ไม่ต้องหลบซ่อ

    บทที่ 173 รักที่ไม่ต้องหลบซ่อน ข่าวเรื่องการล้มป่วยหนักของท่านอัครมหาเสนาบดีถูกแพร่กระจายเป็นวงกว้าง แทบจะไม่มีใครในเมืองหลวงที่จะไม่รู้เรื่องนี้ ข่าวลือนั้นลุกลามอย่างรวดเร็ว จวนสกุลเฉินปิดประตูแน่นไม่ให้ใครเข้าออกโดยไม่ได้รับอนุญาต ลูกหลานแต่ละคนถูกสั่งห้ามพบปะพูดคุยกับบุคคลภายนอกโดยเด็ดขาด มีเพียงแม่ทัพโจวที่สามารถเข้านอกออกในจวนนี้ได้ แต่สิ่งที่ทำให้ซินหยานแปลกใจคือคนสองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าของนาง คนสองคนที่เคยบอกว่าไม่ได้มีความรู้สึกต่อกัน และดูเหมือนคนที่ไม่ถูกกันมากกว่า ทั้งสองกำลังยืนจับมือกันอยู่ตรงหน้าร่างบาง พี่ชายของนางดูสายตาแน่วแน่จริงจังกว่าครั้งไหนๆ ริมฝีปากบางกดยิ้มด้วยความเอ็นดูทั้งคู่ “ซินซิน” เสียงเข้มเรียกน้องสาว เฉินจงอิ้นบีบมือคนข้างกายแน่นขึ้นเมื่อกำลังจะพูดความลับของทั้งสองออกไป เขาเก็บความลับนี้ไว้มานานเป็นปีและวันนี้มันก็ถึงเวลาอันเหมาะสมแล้ว “ว่าอย่างไรเจ้าคะพี่รอง” ซินหยานแสดงสีหน้าที่เป็นปกติ คนที่ควรตกใจอย่างซินหยานกลับสงบนิ่งกว่าคนที่กำล

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 85 วันวุ่นวายที่ร้านผ้า

    บทที่ 85 วันวุ่นวายที่ร้านผ้า กลางสารทฤดูลมหนาวเริ่มก่อตัว ซินหยานเดินเล่นในสวนที่อยู่ด้านหลังของเรือนเหมือนที่ทำเป็นประจำ ทุกฝีก้าวจะได้ยินเสียงใบไม้ที่แห้งกรอบ “ซือเจีย ! ” ซินหยานตะโกนเรียกสาวใช้คนสนิท เสียงฝีเท้าของซือเจียรีบเร่งมาทางด้านนี้ พร้อมกับร่างเจ้าข

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 62 แค่หยอกล้อ

    บทที่ 62 แค่หยอกล้อ ภายใต้บรรยากาศการเรียนที่กำลังวุ่นวายเพราะการเรียนวันนี้เป็นแบบถามตอบ ท่านอาจารย์จะถามคำถามและให้ทุกคนแสดงความเห็น มีเพียงเฉินซินหยานที่นั่งหน้ามุ่ยตั้งแต่เช้าที่เดินทางมาถึงโถงศึกษา ปกติซินหยานมักจะยกมือตอบคำถามอยู่บ่อยๆ นางสนุกกับการเรียนมากขึ้นเรื่อยๆไ

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 25 คนเลี้ยงไหม

    บทที่ 25 คนเลี้ยงไหม “ซือเจียเจ้าเห็นปิ่นปักผมที่ข้าซื้อมาจากบ้านท่านตาหรือไม่” ซินหยานถามด้วยความร้อนใจ นางพึ่งนึกขึ้นได้ว่าก่อนที่จะเดินทางกลับเมืองหลวงนางได้ซื้อของฝากคนในครอบครัวเอาไว้หลายอย่าง กระทั่งท่านลุงกับท่านป้านางก็ได้มอบให้ไปแล้ว เหลือเพียงปิ่นปักผมที่ซินหยานไม่

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 11 อ้อมกอดที่คิดถึง

    บทที่ 11 อ้อมกอดที่คิดถึง ภายในรถม้ามีคนสองคนกำลังนั่งอยู่ด้วยกันแต่ความรู้สึกภายในนั้นกลับต่างกันโดยสิ้นเชิง คนที่มีแต่ความตื่นเต้นและดีใจที่จะได้เจอลูกสาวอย่างเซียวเฉิงคุนนั้นบีบมือเข้าหากันจนเหงื่อตก แต่สำหรับซินหยานนั้นต่างกัน นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรจะแสดงสีหน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status