Share

ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย
ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย
Penulis: ฝอยทองหวานน้อย

บทนำ

last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-09 10:10:13

บทนำ

            หากกล่าวถึงตระกูลที่กำลังเป็นที่เลื่องลือของเมืองหลวงในตอนนี้คงจะหนีไม่พ้นตระกูลเฉิน สกุลเฉินเคยเป็นตระกูลที่มีอิทธิพลมากที่สุดแต่นั่นคงเป็นเหตุการณ์ก่อนที่ผู้นำตระกูลจะเปลี่ยนมือ ในเวลานี้ความรุ่งเรืองเฟื่องฟูที่เคยมีกลับมลายหายสิ้นภายในเวลาแค่ไม่ถึงปี กลายเป็นเรื่องเล่าตลกขบขันของเหล่าขุนนางและเหล่าประชาชน

            สตรีร่างกายซูบผอมนางหนึ่งยืนอยู่ท่ามกลางสถานที่ที่นางเคยอาศัยอยู่หลายปี ภาพความทรงจำมากมายกำลังวนเวียนในความคิด แม้ความทรงจำส่วนใหญ่จะเป็นสิ่งที่ไม่น่าจดจำก็ตาม แต่ละย่างก้าวทั้งเชื่องช้าและอ้อยอิ่ง ลมหายใจคล้ายจะขาดช่วง

            “พวกเราเดินมาถึงจุดนี้ได้อย่างไรกัน” เฉินซินหยานทรุดลงนั่งกับพื้นในห้องหนังสือของท่านปู่ที่เขามักจะใช้มันในการทำงานต่างๆมากมาย มือเรียวเอื้อมไปด้านหน้าลูบไล้โต๊ะทำงานของเขาด้วยความระลึกถึงอดีต

            “คุณหนูอย่าเสียใจไปเลยนะเจ้าคะ” ซือเจียบ่าวคนสนิทของซินหยานบอกเจ้านายของนางเสียงสั่นเครือ

            “เจ้าออกไปก่อนเถิดข้าอยากอยู่ในนี้สักพัก” ซินหยานต้องการที่จะอยู่คนเดียวเพื่อครุ่นคิดถึงเรื่องราวต่างๆที่ผ่านมา

            เมื่ออีกฝ่ายออกไปแล้วน้ำตาที่กลั้นไว้ก็ไหลพรากโดยไม่สามารถหยุดมันได้เลย ถึงจะไม่ใช่หลานผู้เป็นที่รักของท่านปู่แต่เขาก็ถือว่าเป็นคนที่มีบุญคุณกับนางไม่น้อยเลย หากในตอนนั้นนางทำอะไรสักอย่างท่านปู่ก็คงจะไม่จากไปก่อนเช่นนี้

            ถ้าจะให้หาจุดเริ่มต้นของหายนะครั้งนี้มันก็คงจะเริ่มตั้งแต่เมื่อปีที่แล้วท่านปู่ของนางล้มป่วย ในเวลานั้นท่านลุงผู้เป็นบุตรชายคนโตรีบยัดเยียดตัวเองเข้ามาจัดการทุกอย่างเพื่อครอบครองตำแหน่งหัวหน้าตระกูลจนไม่มีใครได้ตั้งตัวทัน

            ด้วยความโง่เขลาและความโลภที่มีมากจนควบคุมไม่ได้ของชายผู้นั้นทำให้ตระกูลของนางพังไม่เป็นท่า ทรัพย์สินที่เคยมีมากมายถูกนำไปใช้หนี้พนันและจ่ายให้หนี้สินมหาศาลที่ท่านลุงของนางก่อไว้ กิจการที่มีถูกท่านลุงของนางทำลายจนขาดทุนแทบจะทุกอย่าง จวนที่เคยอาศัยก็ถูกขายเพื่อนำเงินไปใช้หนี้

            สุดท้ายแค่ไม่ถึงปีตระกูลที่เคยร่ำรวยและมีอิทธิพลจนเชื้อพระวงศ์ยังต้องยำเกรงและไว้หน้าอยู่หลายส่วนก็พังทลายลงอย่างไม่มีทางให้หวนกลับ

            เฉินซินหยานนั่งนิ่งอยู่อย่างนั้นจนไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด ความเหนื่อยล้าจากการอดหลับอดนอนมาหลายวันทำให้ร่างบางหลับตาลงทีละนิด ภาพเบื้องหน้าจึงมืดสนิท มือที่เคยจับโต๊ะอยู่ก็ร่วงหล่น นี่คงเป็นความรู้สึกผ่อนคลายครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่ผ่านมาตั้งแต่ท่านปู่จากไป

            ซินหยานไม่รู้ว่านางหลับไปนานถึงขนาดไหน นางเพียงรับรู้ได้ถึงแสงสว่างบางอย่างที่พาให้ต้องลืมตาขึ้นมา แต่ก็หลับตาลงอีกครั้งเพราะแสงที่จ้าจนเกินไป

            “ซินซิน” เสียงเรียกแผ่วเบาของใครบางคนทำให้เฉินซินหยานชะงัก

            เสียงเรียกที่คุ้นเคยแต่ไม่ได้ยินมาเนิ่นนานทำให้ร่างบางเบิกตาโพลง ภาพของคนที่นางคุ้นเคยยืนอยู่เบื้องหน้า ไม่ทันได้คิดอะไรให้มากความซินหยานก็พุ่งตัวไปกอดเขาไว้

            “ท่านตา ท่านตาจริงๆด้วย” ซินหยานพึมพำด้วยความดีใจ

            น้ำเสียงสั่นเครือของเด็กน้อยทำให้ผู้เป็นตาต้องเป็นกังวล แรงกอดของเด็กตัวเล็กไม่ได้ทำให้เขาอึดอัดแต่อย่างใด แต่เขากลับรู้สึกได้ว่านางกอดเขาไว้สุดแรง เขาจึงยกแขนขึ้นมากอดนางไว้เช่นกัน

            “ซินซินของตาบอกตาได้ไหมลูกว่าเป็นอะไร” เขาถามด้วยความเป็นห่วง

            “ข้า ฮึก ข้าไม่ได้เป็นอะไรเจ้าค่ะ”

            นางรับรู้ได้ว่าร่างกายของนางมีบางอย่างแปลกไป ส่วนสูงที่เมื่อเทียบกับท่านตาแล้วเขาต้องย่อตัวลงเพื่อกอดนาง

            ร่างบางค่อยๆคลายอ้อมกอดออกทีละนิด สายตาของนางมองไปตามเนื้อตัวก็สังเกตได้ว่าขนาดของแขนและขาเล็กกว่าเดิมมากนัก

            ถ้านี่คือความฝันแล้วนั้นซินหยานก็อยากจะฝันต่อไปนานๆ ไม่ต้องตื่นขึ้นมาเลยก็ได้

            เฉินซินหยานถูกส่งตัวไปอยู่กับท่านตาของนางตั้งแต่อายุห้าขวบเพราะเหตุการณ์บางอย่าง นางจึงผูกพันกับท่านตาเป็นอย่างมาก แต่เมื่ออายุได้สิบสามก็ถูกเรียกตัวกลับเมืองหลวงและไม่มีโอกาสได้กลับมาที่นี่อีกเลย

            “ถ้าไม่ได้เป็นอะไรแล้วร้องไห้ทำไมกัน” น้ำเสียงของเขาก็ยังคงอบอุ่นอยู่เสมอไม่ว่าเมื่อใด

            “ข้าฝันร้ายเจ้าค่ะ มันเป็นฝันที่น่ากลัวมากจริงๆ” นางพยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติ น้ำตาที่เคยคลอเคลียก็ถูกเช็ดออกไปจนหมด

            “งั้นหรือ เช่นนั้นตาก็คงจะต้องปลอบใจเจ้าเสียหน่อยแล้ว”

            “ปลอบใจหรือเจ้าคะ”

            “พวกเราไปกินซาลาเปาที่ตลาดกันดีหรือไม่ ร้านโปรดของหลาน”

            “อื้อ ! ไปเจ้าค่ะ”

            “รอยยิ้มแบบนี้สิถึงจะถูกต้อง” เขาเอื้อมมือไปหยิกแก้มของหลานสาวอย่างเบามือด้วยความเอ็นดู

            ถึงแม้ซินหยานจะยังสงสัยกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่เพราะความกลัวว่านี่จะเป็นเพียงแค่ฝันนางจึงตัดสินใจที่จะลืมทุกอย่างไปให้หมดก่อน และใช้เวลาอันมีค่านี้ให้คุ้มค่าที่สุด

            สองตาหลานพากันซื้ออาหารและขนมที่ตลาดจนของล้นมือ ท่านตาของนางถึงจะไม่ได้ร่ำรวยเท่าท่านปู่แต่ก็ไม่ได้ขัดสนหรือลำบากอันใดมากมาย แต่คนพวกนั้นกลับรังเกียจที่บ้านฝั่งแม่ของนางไม่ได้ร่ำรวยหรือมีอำนาจเหมือนกับพวกเขา

            เมื่อกลับมาถึงบ้านซินหยานก็ต้องหุบยิ้มลงทันที นางคงมีความสุขมากเกินไปจนลืมไปว่าที่แห่งนี้ไม่ได้มีเพียงท่านตาของนางแค่คนเดียว

            “เจ้าบังคับให้ท่านตาของเจ้าซื้อของให้มากมายขนาดนี้เลยหรือหลานรัก”

            น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่กลับทำให้คนฟังรู้สึกหนาวเหน็บเย็นยะเยือก หากเป็นเมื่อสิบปีก่อนซินหยานคงกลัวจนร้องไห้ไปแล้ว แต่นางในตอนนี้ไม่ใช่เด็กขี้แยคนนั้นอีกแล้ว ซินหยานเงยหน้าขึ้นเพื่อเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายด้วยสายตาท้าทาย

            “ท่านน้าสะใภ้มีปัญหาอะไรหรือเจ้าคะ หรือว่าเงินที่ข้าใช้มันเป็นของท่านงั้นหรือ”

            เสียงของเด็กน้อยถึงจะไม่ได้ฟังแล้วดูน่าเกรงขามแต่น้ำเสียงและท่าทางของนางกลับทำให้คนฟังชะงัก

            “หึ กล้าทำตัวปากเก่งแบบนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน”

            ถึงจะแปลกใจกับท่าทีของเด็กน้อยตรงหน้าแต่ต่อให้เด็กคนนี้จะเปลี่ยนไปมากแค่ไหน แต่ความจริงที่ซินหยานเป็นเด็กที่โดนบิดาและมารดาทิ้งทำให้เด็กคนนี้ไม่มีคนปกป้องก็ยังไม่หายไป

            “ใครมันจะไปปากดีเท่าท่านน้าสะใภ้กัน ข้าไม่กล้าเทียบหรอกเจ้าค่ะ” รอยยิ้มยียวนปรากฏบนใบหน้าจิ้มลิ้ม

            “เจ้า ! เจ้ามันก็แค่เด็กกำพร้ากล้าพูดจากับข้าอย่างนี้ได้อย่างไร” นางไม่เคยโดนเด็กนี่แสดงท่าทีแบบนี้ใส่มาก่อนก็เริ่มเก็บอารมณ์ไม่อยู่

            “พอๆ พอได้แล้ว หลานก็ตัวแค่นี้จะดุด่าอะไรกันนักหนา” คนเป็นตาที่ทนฟังไม่ไหวก็ยกมือห้าม

            “ท่านพ่อเข้าข้างนางเด็กกำพร้าคนนี้หรือเจ้าคะ ถึงข้าจะเป็นลูกสะใภ้ของท่านแต่ท่านอย่าลืมสิว่าท่านพ่อของข้าเป็นใคร”

            เฉินซินหยานตวัดสายตามองอีกฝ่ายด้วยแววตาแข็งกร้าว เป็นแบบนี้ทุกครั้งไป พอมีเรื่องอะไรก็ยกบ้านตัวเองมาขู่ตลอด คิดว่าท่านตากลัวหรือไงกัน ท่านตาของนางแค่ไม่อยากให้มีเรื่องขุ่นข้องหมองใจกันก็แค่นั้น

            “หลานก็ตัวแค่นี้เจ้าจะอะไรกับเด็กนักหนา เจ้าเข้าห้องไปก่อนแล้วกันซินซิน” ประโยคหลังเขาหันไปพูดกับหลานสาวให้นางหลบหน้าไปก่อน

            ซินหยานยอมทำตามแต่โดยดี แต่ก็ยังไม่พ้นที่จะจ้องน้าสะใภ้ของนางเขม็ง จนอีกฝ่ายทำท่าจะพุ่งตัวเข้ามาหานางแต่ท่านตาก็ห้ามไว้

            ก่อนจะเปิดประตูห้องโถงกลางบ้านเพื่อกลับไปยังห้องของตัวเองซินหยานก็หันหน้ากลับมาหาน้าสะใภ้ของนางอีกครั้ง ซินหยานทำท่าแลบลิ้นล้อเลียนทำให้อีกฝ่ายโมโหและโวยวายชี้หน้านางราวกับจะกินเลือดกันเนื้อให้ได้

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 19 ท่านไม่เคยเปลี่ยนไปเลย

    บทที่ 19 ท่านไม่เคยเปลี่ยนไปเลย ผ้าไหมกองพะเนินถูกนำมาวางไว้บนเตียงของซินหยาน โดยมีซือเจียคอยจัดแยกตามสีของพวกมัน “ท่านมหาเสนาบดีคงเอ็นดูคุณหนูมากเลยนะเจ้าคะ” ซือเจียยิ้มดีอกดีใจที่คุณหนูได้รับความรักจากคนในครอบครัว “คงทั้งเอ็นดูและสงสารนั่นแหละ” ซินหยานเหยียดยิ้มแต่มันกลับดูเป็นรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา ซินหยานลูบสัมผัสเนื้อผ้าไหมแต่ละผืนในหัวก็คิดถึงสิ่งที่พึ่งเห็น ไม่ว่านางจะเปลี่ยนแปลงตัวเองแค่ไหนก็ไม่สามารถลดความเกลียดชังที่ท่านแม่มีต่อนางได้ “คุณหนู” ซือเจียเรียกเสียงละห้อย “ช่างมันเถอะ ฝากเจ้าจัดการผ้าพวกนี้ทีนะข้าจะนอนแล้ว” ซินหยานบอกเสียงเรียบ เมื่อซือเจียนำผ้าทั้งหมดไปเก็บแล้วพวกนางก็เข้านอนตามปกติ ซินหยานนอนพลิกตัวไปมาทั้งคืนไม่สบายตัว กว่าจะหลับจริงๆก็เกือบเช้า เช้าวันถัดมาซินหยานยังไม่ทันได้ล้างหน้าก็มีบ่าวมาแจ้งว่าท่านพ่อและท่านแม่ของนางให้ไปพบในอีกครึ่งชั่วยาม เมื่อซินหยานเดินมาถึงห้องรับรองในเรือนของบิดาก็พบว่ามีคนหลายคนรออยู่ก่อนแล้ว ทั้งป้าสะใภ้ ท่านแม่ ท่านป้ารอ

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 18 ความสุขเพียงชั่วครู่

    บทที่ 18 ความสุขเพียงชั่วครู่ ซินหยานและพี่ชายพากันเดินเข้าร้านนู้นออกร้านนี้จนของเต็มมือ และมาถึงร้านที่ให้ทายปริศนาโคมไฟ “ข้าเข้าไปเล่นได้ไหมเจ้าคะท่านปู่” ซินหยานเขย่ามือท่านปู่ของนางเพื่อขออนุญาต ถึงโคมไฟเหล่านี้จะไม่ได้วิเศษกว่าโคมไฟทั่วไป แต่วิธีการที่ได้มันมาต่างหากที่ทำให้มันมีคุณค่า คนหลายสิบคนที่แย่งกันตอบปริศนายิ่งทำให้มันน่าเข้าร่วมการแข่ง “ไปสิ” “พี่รอง ไปกันเจ้าค่ะ” ซินหยานปล่อยมือจากท่านปู่ของนางและลากพี่ชายของนางเข้าไปในหมู่ผู้คน ชายชรายืนรอหลานๆของเขาอยู่ด้านนอก ดวงตาทอดมองความร่าเริงของหลานสาวแล้วก็พลอยทำให้เรื่องเครียดที่สะสมไว้เหมือนจะเบาลง “รางวัลปริศนาอันต่อไปคือโคมไฟอันนี้ ทุกท่านพร้อมหรือยังขอรับ” เจ้าของร้านกำลังถือโคมไฟที่จะเป็นรางวัลอันต่อไปอยู่ในมือ “พร้อม ! ” เสียงคนเกือบร้อยคนพูดพร้อมกัน “พี่รอง ท่านต้องแย่งมาให้ได้นะเจ้าคะ” ซินหยานหันไปบอกกับพี่ชายน้ำเสียงจริงจัง “อยากได้ขนาดนั้นเลยหรือ ให้ท่านปู่ซื้อให้ก็ได้นี่” “มันไม่เหมื

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 17 ไปเทศกาลโคมไฟกันเถอะ

    บทที่ 17 ไปเทศกาลโคมไฟกันเถอะ เฉินซินหยานไปชวนพี่ชายของนางไปเที่ยวเทศกาลหยวนเซียวด้วยกัน พี่ชายก็ชวนท่านพ่อกับท่านแม่ และก็ชวนกันต่อไปเป็นทอดๆทำให้ตอนนี้รถม้าของสกุลเฉินถูกนำออกมาใช้ครบทุกคัน ท่านปู่ของนางมีบุตรทั้งหมดสี่คนประกอบด้วยลุงใหญ่ ป้ารอง ท่านพ่อ และท่านอา ท่านอามีอายุต่างจากพี่น้องคนอื่นเกินสิบปีเป็นคนที่ซินหยานสนิทใจด้วยที่สุดในบรรดาพี่น้องของพ่อ ลุงใหญ่มีลูกชายและลูกสาวอย่างละคน ป้ารองมีฝาแฝดชายหญิง และท่านอาของนางนั้นยังไม่มีบุตร โชคยังเข้าข้างซินหยานที่ท่านปู่ของนางให้นั่งรถม้าคันเดียวกัน เด็กสาวจึงลากพี่ชายของตัวเองมานั่งด้วยกัน “ท่านพี่ไม่สบายหรือเปล่าเจ้าคะ” ซินหยานถามด้วยความเป็นห่วง ด้วยความกังวลซินหยานจึงเอามือทาบหน้าผากพี่ชายเพราะเขามีท่าทีแปลกๆ ตั้งแต่ขึ้นรถม้าก็ก้มหน้าตลอดทาง และสีหน้าก็ไม่ค่อยดี “ปะ...เปล่า” จงอิ้นตอบตะกุกตะกัก แต่ก็ยังไม่ยอมสบตาใคร “แล้วทำไมสีหน้าของท่าน” ซินหยานยังคงไม่วางใจ “พี่ไม่ได้เป็นอะไร แค่นอนไม่หลับเลยเพลียๆ” เขาบ่ายเบี่ยงเพราะอ

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 16 รางวัลของหลานสาว

    บทที่ 16 รางวัลของหลานสาว ระหว่างการประชุมมีขุนนางบางคนที่ไม่เห็นด้วยกับความคิดของเด็กสาวตัวน้อยที่นั่งก้มหน้าอ่านตำราเหมือนเมื่อครู่ไม่ได้ก่อเรื่องใหญ่หลวงเอาไว้ สิ่งที่น่าขันคือผู้เป็นใหญ่ที่สุดในห้องอย่างอัครมหาเสนาบดียอมเชื่อและทำตามคำของเด็กตัวแค่นี้ เขารีบสั่งการส่งม้าเร็วไปสำรวจพื้นที่นั้นทันที “กว่าจะได้คำตอบคงเป็นพรุ่งนี้เช้า พวกเราก็แยกย้ายกันก่อน” เสียงทรงอำนาจออกคำสั่ง “แต่นี่คือเรื่องเร่งด่วนนะขอรับใต้เท้าเฉิน ถ้าพวกเราไม่รีบเคลื่อนทัพตอนนี้จะกลายเป็นพวกเราที่เสียเปรียบ” อัครมหาเสนาบดีเฉินตวัดสายตามองคนพูดทันควัน เหมือนคนพวกนี้จะลืมไปแล้วว่าเขาเป็นใคร “แล้วถ้าทหารนับพันนับหมื่นต้องล้มป่วยเพราะความใจร้อนของเจ้า เจ้าจะรับผิดชอบอย่างไร” เฉินรุ่ยเซียวถามเสียงเย็น ท่าทางน่าเกรงขามของเขาทำให้คนอื่นๆในห้องต้องปิดปากเงียบไม่มีใครกล้าเอ่ยอะไรขึ้นมาอีก ซินหยานกำลังรื้อฟื้นความทรงจำที่เคยเรียนในบทเรียนเมื่อชาติที่แล้ว นางอาจจะไม่เคยรับรู้ตอนที่เกิดสงครามแต่ได้มาเรียนประวัติของแคว้นในตอนโต

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 15 คุณหนูหกเฉิน

    บทที่ 15 คุณหนูหกเฉิน คุณหนูหกสกุลเฉินยืนถือถ้วยยารออยู่หน้าห้องทำงานของผู้เป็นปู่อย่างท่านอัครมหาเสนาบดีเฉินมาได้สักพักจนรู้สึกได้ว่ามือกำลังสั่นเล็กๆ “คุณหนู มาทำอะไรขอรับ” อวี้หลางที่ได้รับการแจ้งว่ามีคนขอเข้าพบนายท่านของเขาเปิดประตูออกมาก็เจอซินหยานยืนรออยู่ “ข้าเอายาบำรุงมาให้ท่านปู่เจ้าค่ะ” ซินหยานบอกเสียงสดใสพร้อมรอยยิ้ม “เอ่อ นายท่านกำลังคุยเรื่องสำคัญอยู่ขอรับ” อวี้หลางมีสีหน้าลำบากใจ ตามปกติแล้วในเวลาแบบนี้จะไม่อนุญาตให้คนอื่นเข้าไปเด็ดขาดเพราะเรื่องที่พูดคุยกันนั้นเป็นเรื่องสำคัญ แต่สายตาวิบวับของเด็กน้อยตรงหน้าก็ทำให้เขาเหมือนจะใจอ่อน “ข้าต้มยามาให้ท่านปู่ ถ้านานกว่านี้ยาก็จะเย็น ทำยังไงดีอวี้หลาง” เฉินซินหยานทำหน้าสลด ดวงตาที่เคยวาววับก็หม่นลง “คุณหนูรอสักครู่นะขอรับ” ท้ายที่สุดอวี้หลางก็ยอมใจอ่อน เขาเข้าไปในห้องนั้นได้ไม่นานก็ออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม “เชิญขอรับคุณหนู” อวี้หลางผายมือให้ซินหยานเข้าไปด้านในและเดินตามหลังนางเข้าไป ซินหยานก้มหัวให้คนอื่นๆที่นั่ง

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 14 ลืมสนิท

    บทที่ 14 ลืมสนิท หลังจากมื้ออาหารที่ไม่มีใครได้แตะแม้แต่ตะเกียบจบลงทุกคนก็แยกย้ายกลับเรือนของตนเองโดยไม่มีใครกล้าเอ่ยอะไรออกมาอีกแม้แต่คำเดียว “คุณหนูไม่เป็นอะไรนะเจ้าคะ” ซือเจียรีบปรี่เข้าหาคุณหนูของนางด้วยความเป็นห่วง “ไม่ต้องห่วง ข้าสบายดี” นางโกหก เจอเรื่องแบบนี้มาคงไม่มีใครสบายใจได้หรอก ถึงภายในจะบอบช้ำแค่ไหนแต่การแสดงความอ่อนแอก็ไม่ได้ช่วยอะไรเช่นกัน น้ำตาไม่ได้ช่วยเยียวยาบาดแผลทางใจ “คุณหนู” ซือเจียพึมพำเสียงอ่อน แววตาทอความเวทนา “เดิมทีข้าก็ไม่ได้มาที่นี่เพื่อเรียกร้องความรักจากใครอยู่แล้ว เป้าหมายของข้าใหญ่กว่านั้นมาก” ซินหยานบอกน้ำเสียงจริงจัง ต่อให้พยายามทำตัวเข้มแข็งแค่ไหนแต่ตัวนางก็รู้ดี แม้แต่ร่างกายของนางยังประท้วงกับสิ่งที่นางพูด ในอกมีความรู้สึกหน่วงจนเจ็บ “คุณหนูอยากทำอะไรเจ้าคะบอกซือเจียได้หรือไม่ ซือเจียอยากช่วยคุณหนูจริงๆ ทุกเรื่องที่คุณหนูแบกไว้ให้ซือเจียช่วยดีไหมเจ้าคะ” ซือเจียเอื้อมมือไปกอบกุมมือเล็กๆของเจ้านายไว้ ในความคิดของซือเจียนั้นซินหยานก็เหมือนน้อ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status