مشاركة

ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย
ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย
مؤلف: ฝอยทองหวานน้อย

บทนำ

last update تاريخ النشر: 2026-02-09 10:10:13

บทนำ

            หากกล่าวถึงตระกูลที่กำลังเป็นที่เลื่องลือของเมืองหลวงในตอนนี้คงจะหนีไม่พ้นตระกูลเฉิน สกุลเฉินเคยเป็นตระกูลที่มีอิทธิพลมากที่สุดแต่นั่นคงเป็นเหตุการณ์ก่อนที่ผู้นำตระกูลจะเปลี่ยนมือ ในเวลานี้ความรุ่งเรืองเฟื่องฟูที่เคยมีกลับมลายหายสิ้นภายในเวลาแค่ไม่ถึงปี กลายเป็นเรื่องเล่าตลกขบขันของเหล่าขุนนางและเหล่าประชาชน

            สตรีร่างกายซูบผอมนางหนึ่งยืนอยู่ท่ามกลางสถานที่ที่นางเคยอาศัยอยู่หลายปี ภาพความทรงจำมากมายกำลังวนเวียนในความคิด แม้ความทรงจำส่วนใหญ่จะเป็นสิ่งที่ไม่น่าจดจำก็ตาม แต่ละย่างก้าวทั้งเชื่องช้าและอ้อยอิ่ง ลมหายใจคล้ายจะขาดช่วง

            “พวกเราเดินมาถึงจุดนี้ได้อย่างไรกัน” เฉินซินหยานทรุดลงนั่งกับพื้นในห้องหนังสือของท่านปู่ที่เขามักจะใช้มันในการทำงานต่างๆมากมาย มือเรียวเอื้อมไปด้านหน้าลูบไล้โต๊ะทำงานของเขาด้วยความระลึกถึงอดีต

            “คุณหนูอย่าเสียใจไปเลยนะเจ้าคะ” ซือเจียบ่าวคนสนิทของซินหยานบอกเจ้านายของนางเสียงสั่นเครือ

            “เจ้าออกไปก่อนเถิดข้าอยากอยู่ในนี้สักพัก” ซินหยานต้องการที่จะอยู่คนเดียวเพื่อครุ่นคิดถึงเรื่องราวต่างๆที่ผ่านมา

            เมื่ออีกฝ่ายออกไปแล้วน้ำตาที่กลั้นไว้ก็ไหลพรากโดยไม่สามารถหยุดมันได้เลย ถึงจะไม่ใช่หลานผู้เป็นที่รักของท่านปู่แต่เขาก็ถือว่าเป็นคนที่มีบุญคุณกับนางไม่น้อยเลย หากในตอนนั้นนางทำอะไรสักอย่างท่านปู่ก็คงจะไม่จากไปก่อนเช่นนี้

            ถ้าจะให้หาจุดเริ่มต้นของหายนะครั้งนี้มันก็คงจะเริ่มตั้งแต่เมื่อปีที่แล้วท่านปู่ของนางล้มป่วย ในเวลานั้นท่านลุงผู้เป็นบุตรชายคนโตรีบยัดเยียดตัวเองเข้ามาจัดการทุกอย่างเพื่อครอบครองตำแหน่งหัวหน้าตระกูลจนไม่มีใครได้ตั้งตัวทัน

            ด้วยความโง่เขลาและความโลภที่มีมากจนควบคุมไม่ได้ของชายผู้นั้นทำให้ตระกูลของนางพังไม่เป็นท่า ทรัพย์สินที่เคยมีมากมายถูกนำไปใช้หนี้พนันและจ่ายให้หนี้สินมหาศาลที่ท่านลุงของนางก่อไว้ กิจการที่มีถูกท่านลุงของนางทำลายจนขาดทุนแทบจะทุกอย่าง จวนที่เคยอาศัยก็ถูกขายเพื่อนำเงินไปใช้หนี้

            สุดท้ายแค่ไม่ถึงปีตระกูลที่เคยร่ำรวยและมีอิทธิพลจนเชื้อพระวงศ์ยังต้องยำเกรงและไว้หน้าอยู่หลายส่วนก็พังทลายลงอย่างไม่มีทางให้หวนกลับ

            เฉินซินหยานนั่งนิ่งอยู่อย่างนั้นจนไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด ความเหนื่อยล้าจากการอดหลับอดนอนมาหลายวันทำให้ร่างบางหลับตาลงทีละนิด ภาพเบื้องหน้าจึงมืดสนิท มือที่เคยจับโต๊ะอยู่ก็ร่วงหล่น นี่คงเป็นความรู้สึกผ่อนคลายครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่ผ่านมาตั้งแต่ท่านปู่จากไป

            ซินหยานไม่รู้ว่านางหลับไปนานถึงขนาดไหน นางเพียงรับรู้ได้ถึงแสงสว่างบางอย่างที่พาให้ต้องลืมตาขึ้นมา แต่ก็หลับตาลงอีกครั้งเพราะแสงที่จ้าจนเกินไป

            “ซินซิน” เสียงเรียกแผ่วเบาของใครบางคนทำให้เฉินซินหยานชะงัก

            เสียงเรียกที่คุ้นเคยแต่ไม่ได้ยินมาเนิ่นนานทำให้ร่างบางเบิกตาโพลง ภาพของคนที่นางคุ้นเคยยืนอยู่เบื้องหน้า ไม่ทันได้คิดอะไรให้มากความซินหยานก็พุ่งตัวไปกอดเขาไว้

            “ท่านตา ท่านตาจริงๆด้วย” ซินหยานพึมพำด้วยความดีใจ

            น้ำเสียงสั่นเครือของเด็กน้อยทำให้ผู้เป็นตาต้องเป็นกังวล แรงกอดของเด็กตัวเล็กไม่ได้ทำให้เขาอึดอัดแต่อย่างใด แต่เขากลับรู้สึกได้ว่านางกอดเขาไว้สุดแรง เขาจึงยกแขนขึ้นมากอดนางไว้เช่นกัน

            “ซินซินของตาบอกตาได้ไหมลูกว่าเป็นอะไร” เขาถามด้วยความเป็นห่วง

            “ข้า ฮึก ข้าไม่ได้เป็นอะไรเจ้าค่ะ”

            นางรับรู้ได้ว่าร่างกายของนางมีบางอย่างแปลกไป ส่วนสูงที่เมื่อเทียบกับท่านตาแล้วเขาต้องย่อตัวลงเพื่อกอดนาง

            ร่างบางค่อยๆคลายอ้อมกอดออกทีละนิด สายตาของนางมองไปตามเนื้อตัวก็สังเกตได้ว่าขนาดของแขนและขาเล็กกว่าเดิมมากนัก

            ถ้านี่คือความฝันแล้วนั้นซินหยานก็อยากจะฝันต่อไปนานๆ ไม่ต้องตื่นขึ้นมาเลยก็ได้

            เฉินซินหยานถูกส่งตัวไปอยู่กับท่านตาของนางตั้งแต่อายุห้าขวบเพราะเหตุการณ์บางอย่าง นางจึงผูกพันกับท่านตาเป็นอย่างมาก แต่เมื่ออายุได้สิบสามก็ถูกเรียกตัวกลับเมืองหลวงและไม่มีโอกาสได้กลับมาที่นี่อีกเลย

            “ถ้าไม่ได้เป็นอะไรแล้วร้องไห้ทำไมกัน” น้ำเสียงของเขาก็ยังคงอบอุ่นอยู่เสมอไม่ว่าเมื่อใด

            “ข้าฝันร้ายเจ้าค่ะ มันเป็นฝันที่น่ากลัวมากจริงๆ” นางพยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติ น้ำตาที่เคยคลอเคลียก็ถูกเช็ดออกไปจนหมด

            “งั้นหรือ เช่นนั้นตาก็คงจะต้องปลอบใจเจ้าเสียหน่อยแล้ว”

            “ปลอบใจหรือเจ้าคะ”

            “พวกเราไปกินซาลาเปาที่ตลาดกันดีหรือไม่ ร้านโปรดของหลาน”

            “อื้อ ! ไปเจ้าค่ะ”

            “รอยยิ้มแบบนี้สิถึงจะถูกต้อง” เขาเอื้อมมือไปหยิกแก้มของหลานสาวอย่างเบามือด้วยความเอ็นดู

            ถึงแม้ซินหยานจะยังสงสัยกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่เพราะความกลัวว่านี่จะเป็นเพียงแค่ฝันนางจึงตัดสินใจที่จะลืมทุกอย่างไปให้หมดก่อน และใช้เวลาอันมีค่านี้ให้คุ้มค่าที่สุด

            สองตาหลานพากันซื้ออาหารและขนมที่ตลาดจนของล้นมือ ท่านตาของนางถึงจะไม่ได้ร่ำรวยเท่าท่านปู่แต่ก็ไม่ได้ขัดสนหรือลำบากอันใดมากมาย แต่คนพวกนั้นกลับรังเกียจที่บ้านฝั่งแม่ของนางไม่ได้ร่ำรวยหรือมีอำนาจเหมือนกับพวกเขา

            เมื่อกลับมาถึงบ้านซินหยานก็ต้องหุบยิ้มลงทันที นางคงมีความสุขมากเกินไปจนลืมไปว่าที่แห่งนี้ไม่ได้มีเพียงท่านตาของนางแค่คนเดียว

            “เจ้าบังคับให้ท่านตาของเจ้าซื้อของให้มากมายขนาดนี้เลยหรือหลานรัก”

            น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่กลับทำให้คนฟังรู้สึกหนาวเหน็บเย็นยะเยือก หากเป็นเมื่อสิบปีก่อนซินหยานคงกลัวจนร้องไห้ไปแล้ว แต่นางในตอนนี้ไม่ใช่เด็กขี้แยคนนั้นอีกแล้ว ซินหยานเงยหน้าขึ้นเพื่อเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายด้วยสายตาท้าทาย

            “ท่านน้าสะใภ้มีปัญหาอะไรหรือเจ้าคะ หรือว่าเงินที่ข้าใช้มันเป็นของท่านงั้นหรือ”

            เสียงของเด็กน้อยถึงจะไม่ได้ฟังแล้วดูน่าเกรงขามแต่น้ำเสียงและท่าทางของนางกลับทำให้คนฟังชะงัก

            “หึ กล้าทำตัวปากเก่งแบบนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน”

            ถึงจะแปลกใจกับท่าทีของเด็กน้อยตรงหน้าแต่ต่อให้เด็กคนนี้จะเปลี่ยนไปมากแค่ไหน แต่ความจริงที่ซินหยานเป็นเด็กที่โดนบิดาและมารดาทิ้งทำให้เด็กคนนี้ไม่มีคนปกป้องก็ยังไม่หายไป

            “ใครมันจะไปปากดีเท่าท่านน้าสะใภ้กัน ข้าไม่กล้าเทียบหรอกเจ้าค่ะ” รอยยิ้มยียวนปรากฏบนใบหน้าจิ้มลิ้ม

            “เจ้า ! เจ้ามันก็แค่เด็กกำพร้ากล้าพูดจากับข้าอย่างนี้ได้อย่างไร” นางไม่เคยโดนเด็กนี่แสดงท่าทีแบบนี้ใส่มาก่อนก็เริ่มเก็บอารมณ์ไม่อยู่

            “พอๆ พอได้แล้ว หลานก็ตัวแค่นี้จะดุด่าอะไรกันนักหนา” คนเป็นตาที่ทนฟังไม่ไหวก็ยกมือห้าม

            “ท่านพ่อเข้าข้างนางเด็กกำพร้าคนนี้หรือเจ้าคะ ถึงข้าจะเป็นลูกสะใภ้ของท่านแต่ท่านอย่าลืมสิว่าท่านพ่อของข้าเป็นใคร”

            เฉินซินหยานตวัดสายตามองอีกฝ่ายด้วยแววตาแข็งกร้าว เป็นแบบนี้ทุกครั้งไป พอมีเรื่องอะไรก็ยกบ้านตัวเองมาขู่ตลอด คิดว่าท่านตากลัวหรือไงกัน ท่านตาของนางแค่ไม่อยากให้มีเรื่องขุ่นข้องหมองใจกันก็แค่นั้น

            “หลานก็ตัวแค่นี้เจ้าจะอะไรกับเด็กนักหนา เจ้าเข้าห้องไปก่อนแล้วกันซินซิน” ประโยคหลังเขาหันไปพูดกับหลานสาวให้นางหลบหน้าไปก่อน

            ซินหยานยอมทำตามแต่โดยดี แต่ก็ยังไม่พ้นที่จะจ้องน้าสะใภ้ของนางเขม็ง จนอีกฝ่ายทำท่าจะพุ่งตัวเข้ามาหานางแต่ท่านตาก็ห้ามไว้

            ก่อนจะเปิดประตูห้องโถงกลางบ้านเพื่อกลับไปยังห้องของตัวเองซินหยานก็หันหน้ากลับมาหาน้าสะใภ้ของนางอีกครั้ง ซินหยานทำท่าแลบลิ้นล้อเลียนทำให้อีกฝ่ายโมโหและโวยวายชี้หน้านางราวกับจะกินเลือดกันเนื้อให้ได้

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทส่งท้าย

    บทส่งท้าย เป็นระยะเวลากว่าสี่ปีที่ซินหยานแต่งงานกับสามีอันเป็นที่รัก เขายังคงดีต่อนางสม่ำเสมอไม่เปลี่ยนแปร ยิ่งทวีความรักมากขึ้นเมื่อนางได้ให้กำเนิดเจ้าตัวน้อยทั้งสองคน “เจ้าก็รักแต่เจ้าใหญ่ยัยหนูรองน้อยใจแย่” คนเป็นพ่ออุ้มลูกสาวคนเล็กเอาไว้ในอ้อมอกและตระกองกอดไว้ด้วยความรักแสนทะนุถนอม “แอ้” เจ้าตัวน้อยที่อายุได้เพียงหกเดือนร้องอ้อแอ้และแย้มยิ้มให้พ่อจนเห็นเหงือกสีชมพู ดวงตากลมโตราวกับถอดแบบมารดาออกมาจ้องมองใบหน้าคมของบิดาด้วยความสงสัยใคร่รู้ “ท่านก็เอาแต่เล่นกับยัยหนูรองจนลืมเจ้าใหญ่เหมือนกันนั่นแหละ” ซินหยานหันไปมองค้อนสามีที่ชอบเข้มงวดกับบุตรชาย แต่กับบุตรสาวเขาทะนุถนอมและตามใจยิ่งกว่าพวกองค์หญิงในวังหลวงเสียอีก พอได้มาเป็นแม่คนครั้งแรกซินหยานก็คิดอะไรได้หลายๆอย่าง โดยเฉพาะเรื่องของท่านแม่ นางเคยคิดว่าที่ท่านแม่ทำไปเพราะรักแต่นั่นเป็นความคิดเพ้อฝันเข้าข้างตัวเองของนาง ความรักที่ซินหยานมีให้ลูกนั้นแตกต่างจากที่เคยได้รับจากมารดาโดยสิ้นเชิง ตอ

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 177 ครอบครัวสุขสันต์

    บทที่ 177 ครอบครัวสุขสันต์ วันนี้ถือเป็นวันพิเศษต้นวสันตฤดูแสงแดดอ่อนๆทอผ่านกิ่งไม้ ใบไม้เขียวขจีพัดไหวเบาๆตามแรงลมที่พัดโชย กลิ่นดอกไม้ที่บานสะพรั่งอบอวลในอากาศ เสียงนกร้องคลอเบา ๆ เป็นทำนองแห่งธรรมชาติ ยามเช้าหลังจากที่เรื่องเลวร้ายทั้งหมดทั้งมวลถูกกาลเวลาพัดพาออกไป ครอบครัวสกุลเฉินนั่งทานข้าวด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตา เสียงพูดคุยหัวเราะดังขึ้นเป็นระยะ ซินหยานเฝ้ามองทุกคนด้วยใจที่รู้สึกอบอุ่นและอิ่มเอมกว่าครั้งไหนๆ นางได้ย้อนกลับมาแก้ไขทุกสิ่ง ไม่ใช่แค่ช่วยแคว้นไว้ได้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือนางสามารถช่วยทุกคนในครอบครัวเอาไว้ได้ ไม่มีใครล้มหายตายจากถึงแม้ระหว่างทางจะมีเรื่องให้ต้องล้มลุกคลุกคลานอยู่บ่อยครั้ง เพี๊ยะ ! ร่างบางตีมือของพี่ชายคนโตของบ้านที่กำนั่งแย่งน่องไก่ชิ้นสุดท้ายไป เขามองนางตาขวาง แต่เมื่อเห็นสายตาคู่คมที่จ้องมองเขาราวกับศัตรูของคนที่อยู่ข้างกายนางเจียเผิงก็ยอมปล่อยน่องไก่ชิ้นนั้นไป “หึ ถือว่ามีคนปกป้องแล้วจะรังแกข้ายังไงก็ได้หรือไง” เจียเผิงบ่นเสียงเบาไม่กล้าพูดให้อีกฝั่งได้ยิน

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 176 ไม่มีทางเอาชนะได้

    บทที่ 176 ไม่มีทางเอาชนะได้ “พาเสด็จพ่อของเจ้าไปที่ห้องทรงพระอักษร” ท่านน้าขององค์ชายรองกล่าวและเดินไปรอที่ห้องนั้นตามคำของตน สารสละราชสมบัติถูกวางเอาไว้พร้อมกับแต่งตั้งองค์ชายรองขึ้นแทนฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน พระองค์มองสิ่งเหล่านั้นด้วยความทอดถอนใจมิได้เกรงกลัวต่อการข่มขู่ของคนทั้งสอง คนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมายจะมาหวาดกลัวกับเรื่องแค่นี้ได้อย่างไร และทุกอย่างก็ถูกกำหนดไว้แล้วว่าจะต้องมีจุดจบเช่นไร เขาไม่ใช่กษัตริย์ที่หลงมัวเมาในอำนาจห่วงก็แต่เพียงคนที่ขึ้นมาแทนที่คนต่อไปจะรักแคว้นและทำเพื่อแคว้นได้ไม่เท่าที่เขาทำ พระองค์ทรงประทับตามที่พระโอรสบอก มือก็คว้าตราประทับมาจับเอาไว้มั่น ในพระทัยก็ได้แต่ภาวนาว่าโอรสจะเปลี่ยนใจ “เจ้ามั่นใจแล้วนะว่าต้องการเช่นนี้” พระองค์ทรงใช้วาจาธรรมดากับโอรสองค์รอง ในที่นี้มีเพียงแค่พ่อกับลูกมิใช่กษัตริย์และพระโอรสผู้ยิ่งใหญ่ “ลูก...กระหม่อม” องค์ชายรองตัวสั่นและไม่กล้ากล่าวสิ่งใด “เจ้าอย่ามาพูดให้มากความ หน้าที่ของเจ้าตอนนี้คือต้องประทับสารสละราชสมบัติ

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 175 คำสารภาพใต้แสงจันทร์

    บทที่ 175 คำสารภาพใต้แสงจันทร์ ลมหนาวพัดผ่านหน้าต่างที่เปิดไว้เพียงครึ่ง ทุกอย่างรอบกายสงบนิ่งมีเพียงเสียงหวีดหวิวของสายลมที่ปะทะกับต้นไม้ด้านนอก อากาศเย็นเฉียบราวกับจงใจให้ร่างบางต้องขยับตัวเข้าหาอ้อมกอดแสนอบอุ่นของเขา มีเพียงแสงไฟริบหรี่จากข้างเตียงที่ทำให้นางมองเห็นใบหน้าคมที่กำลังทำหน้าจริงจัง คำพูดที่เหมือนกับหยุดทุกสิ่งรอบกายของเขาทำให้ซินหยานแทบจะวิญญาณหลุดจากร่าง แค่เขาถามนางว่าอยากอยู่กับเขาไปทั้งชีวิตหรือไม่ในใจมันก็กู่ร้องกังวาน “ข้าพูดจริงๆนะซินหยาน” เขาเน้นย้ำคำพูดของตนเมื่อนางนิ่งเงียบไป จุดประสงค์แรกที่มาหานางนั้นไม่ได้มาเพื่อทำเรื่องนี้ แต่เมื่อได้สวมกอดนางเอาไว้เขาก็รู้ตัวทันทีว่าชีวิตเขาขาดนางไปไม่ได้อีกแล้ว หากไม่รีบก็อาจจะช้าเกินไป เขาจะปล่อยให้นางหลุดมือไปไม่ได้ “ท่านชอบข้าหรือ” ซินหยานถามด้วยสีหน้าสับสน นางรู้ตัวว่าชอบเขามาก แต่ไม่เคยนึกถึงอีกฝ่ายเลยว่าจะชอบนางเหมือนกันหรือไม่ เพราะความไม่ประสาในเรื่องความรักทำให้ซินหยานไม่รู้ว่าควรทำตัวเช่นไร คำถามง่ายๆสั้นๆแต่ทำให้เข

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 174 เบื้องหลังฝันร้าย

    บทที่ 174 เบื้องหลังฝันร้าย ท่ามกลางความมืดมิดที่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ เฉินซินหยานยืนอยู่ท่ามกลางห้วงแห่งภวังค์ที่ดูเหมือนจะเป็นสถานที่ที่คุ้นเคย เสียงกระซิบคลอดังระงมรอบตัว นางหันมองไปรอบๆ แต่เห็นเพียงหมอกหนาและแสงสีจางๆ ที่ลอยล่องอย่างไม่มีทิศทาง ภาพด้านซ้ายคือข้างในของจวนสกุลเฉิน และด้านอื่นๆมีทั้งในวังและในห้องมืดๆอับชื้น เสียงกระซิบดังระงมจนซินหยานปวดหัวต้องยกมือขึ้นมาปิดหูทั้งสองข้าง เมื่อเสียงนั้นดังขึ้นเรื่อยๆ ร่างบางจึงเริ่มก้าวเท้าเดินหนีไปยังสถานที่ที่นางรู้สึกว่าปลอดภัยที่สุดนั่นก็คือจวนสกุลเฉิน แม้จะรู้ตัวว่าเป็นความฝันแต่ก็มิอาจปลุกตัวเองให้ตื่นได้ ทำได้เพียงหาทางออกจากห้วงแห่งนี้ให้เร็วที่สุด ด้านในจวนมีสภาพคล้ายกับในชีวิตจริง เว้นแต่ในความฝันมันดูทรุดโทรมกว่ามากหากจะให้เปรียบเทียบมันเหมือนกับจวนสกุลเฉินในตอนที่ท่านปู่เริ่มล้มป่วยในกาลก่อน “เจ้าจงนำพิษนี้ไปให้ตาแก่นั่นกินแล้วข้าจะยกหนี้พนันให้เจ้าทั้งหมด” เสียงเย็นเยียบชวนขนลุกทำให้ซินหยานเดินเข้าไปใกล้ทางนั้นมากขึ้น คนสองคนยืนพ

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 173 รักที่ไม่ต้องหลบซ่อ

    บทที่ 173 รักที่ไม่ต้องหลบซ่อน ข่าวเรื่องการล้มป่วยหนักของท่านอัครมหาเสนาบดีถูกแพร่กระจายเป็นวงกว้าง แทบจะไม่มีใครในเมืองหลวงที่จะไม่รู้เรื่องนี้ ข่าวลือนั้นลุกลามอย่างรวดเร็ว จวนสกุลเฉินปิดประตูแน่นไม่ให้ใครเข้าออกโดยไม่ได้รับอนุญาต ลูกหลานแต่ละคนถูกสั่งห้ามพบปะพูดคุยกับบุคคลภายนอกโดยเด็ดขาด มีเพียงแม่ทัพโจวที่สามารถเข้านอกออกในจวนนี้ได้ แต่สิ่งที่ทำให้ซินหยานแปลกใจคือคนสองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าของนาง คนสองคนที่เคยบอกว่าไม่ได้มีความรู้สึกต่อกัน และดูเหมือนคนที่ไม่ถูกกันมากกว่า ทั้งสองกำลังยืนจับมือกันอยู่ตรงหน้าร่างบาง พี่ชายของนางดูสายตาแน่วแน่จริงจังกว่าครั้งไหนๆ ริมฝีปากบางกดยิ้มด้วยความเอ็นดูทั้งคู่ “ซินซิน” เสียงเข้มเรียกน้องสาว เฉินจงอิ้นบีบมือคนข้างกายแน่นขึ้นเมื่อกำลังจะพูดความลับของทั้งสองออกไป เขาเก็บความลับนี้ไว้มานานเป็นปีและวันนี้มันก็ถึงเวลาอันเหมาะสมแล้ว “ว่าอย่างไรเจ้าคะพี่รอง” ซินหยานแสดงสีหน้าที่เป็นปกติ คนที่ควรตกใจอย่างซินหยานกลับสงบนิ่งกว่าคนที่กำล

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 97 เคราะห์ร้ายมาเยือน

    บทที่ 97 เคราะห์ร้ายมาเยือน หลังจากที่เร่งรีบคุยธุระจนเสร็จเฉินรุ่ยเซียวก็รีบทำการไล่เจ้าคนหน้าด้านออกไปจากจวนของเขา และสั่งให้คนตามหลานสาวมาหาเขาที่ห้องหนังสือ เมื่อสั่งการเรียบร้อยเขาก็เดินกลับไปรอนาง ระหว่างรอก็จิบชาไปพลางๆแต่ในใจกลับไม่สงบ แค่สายตาของโจวหานเฟิงเขาก็มองออ

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 94 หน้าที่ใหม่

    บทที่ 94 หน้าที่ใหม่ รถม้าวิ่งออกมาจากจวนสกุลเฉินใช้เวลาไปนานพอสมควรจนมาถึงทางทิศใต้ของตลาดก็หยุดลง “มาปู่ช่วย” เฉินรุ่ยเซียวช่วยประคองหลานสาวลงจากรถม้า รอบด้านทั้งสี่ทิศถูกเหล่าผู้คุ้มกันนับสิบรอบไว้จนหมด เขาไม่เปิดโอกาสให้คนนอกได้เห็นหลานสาวสุดหวงของเขา

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 92 เจ้าลูกสุนัข

    บทที่ 92 เจ้าลูกสุนัข โจวหานเฟิงก้มมองใบหน้าของสตรีที่สูงแค่ช่วงไหล่ของเขาเพื่อที่จะได้เห็นชัดๆ เวลาที่นางเบะปากมันทำให้เขาอยากจะดึงมันสักทีให้หายมันเขี้ยว “เจ้ายังไม่ได้บอกข้าเลยว่าเป็นลูกหลานสกุลใด” เขาจ้องมองปากที่เชิดรั้นขึ้นจนเกือบชิดจมูกของนางละสายตาไม่ได้

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 90 คำตอบที่รอคอย

    บทที่ 90 คำตอบที่รอคอย นับตั้งแต่ที่ซินหยานได้พูดคุยกับถังอี้เฉินก็ผ่านมาหลายวันมากแล้ว นางเฝ้ารอวันที่เขาจะตอบรับคำขอทุกวี่วันโดยหวังว่าเขาจะตอบตกลง ระยะเวลาที่เขาจะให้คำตอบก็คงจะเป็นวันนี้ซินหยานค่อนข้างมั่นใจ และมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ “ท่านหมอถังมาเจ้าค่ะคุณหนู

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status