LOGIN13 เรื่องไม่ซ้ำ รวมเรื่องสั้นรสเข้ม แซ่บถึงใจ 25+ ความใคร่ ความลับ และเกมอำนาจที่ไม่มีคำว่าไร้เดียงสา ไม่มีความรัก 3P/นอกใจ/เจ้านาย/เด็กในปกครอง/เพื่อน/อาจารย์ หลากหลายรสชาติให้คุณแซ่บซี้ดด จบในตอน… แต่ความร้อนยังติดผิว คำเตือน* NC25+, คำหยาบ, รุนแรง, ดิบเถื่อน, ไม่มีบทอ่อนโยน
View Moreอาจารย์ บทที่ 1
หกปีที่แล้ว
ธัชชัยเพิ่งกลับจากอเมริกา หลังเรียนจบปริญญาเอกที่ MIT ตอนนั้นเขาอายุแค่ยี่สิบเก้า หล่อเหลา เสียงต่ำเย็น ได้รับการต้อนรับเป็นดาวรุ่งของคณะ นักศึกษาหญิงกรี๊ดกันทั้งมหาลัย
เขาไม่เคยสนใจใคร
ปีแรกที่สอน เขาเกือบเสียการควบคุมครั้งแรก นักศึกษาปี สี่คนหนึ่ง หน้าตาคล้ายน้องสาวที่ตายไปตอนเขาอายุสิบเจ็ด
เธอเดินมาถามงานส่วนตัวในห้องอาจารย์ตอนดึก เขาจับมือเธอแน่นจนช้ำ แล้วพูดด้วยเสียงที่ตัวเองไม่รู้จัก
“ออกไปเดี๋ยวนี้… ก่อนที่ฉันจะทำอะไรเธอ”
เธอตกใจร้องไห้วิ่งหนี วันรุ่งขึ้นเธอขอเปลี่ยนอาจารย์ที่ปรึกษา และไม่เคยมองหน้าเขาอีกเลย
หลังจากนั้นเขาจึงเริ่มไปหาจิตแพทย์ ผลตรวจออกมาเป็นโรคภาวะทางเพศสูงเกินไปเป็นครั้งคราว หรือเมื่อพบคนที่ไปกระตุ้นความทรงจำอันเจ็บปวดในวัยเด็ก และการเก็บกดทางเพศจากการที่แม่ของเขาเคร่งศาสนา เขาไม่เคยช่วยตัวเองเลยสักครั้ง
เสียงของหมอยังก้องในหู “ถ้าคุณยังกดไว้นานกว่านี้ มันจะระเบิดหนักขึ้นทุกครั้ง และคุณจะควบคุมตัวเองไม่ได้เลย”
เขาจึงเลือกทางแก้แบบสุดโต่ง ไม่มีแฟน ไม่ดูหนังโป๊ ไม่ช่วยตัวเอง หลบผู้หญิงทุกคนที่ดูบริสุทธิ์เกินไป และมันสงบได้ห้าปีเต็ม
จนกระทั่งเขาเจอพิมพ์ลดา นักศึกษาปีหนึ่ง เทอมแรก
มันเป็นวันศุกร์สุดท้ายของสัปดาห์ปฐมนิเทศ หอประชุมคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยชื่อดัง
ธัชชัยยืนอยู่บนเวทีข้าง ๆ คณบดี เสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบ เนกไทกรมท่า กางเกงสแลคสีดำสนิท สูงหนึ่งร้อยแปดสิบเจ็ด ไหล่กว้าง ยิ้มน้อยที่สุดตามสไตล์เขา
เด็กปีหนึ่งกว่าสี่ร้อยคนนั่งเรียงแถว เสียงพูดคุยจอแจ จน กระทั่งพิธีกรประกาศ
“เชิญ รศ.ดร.ธัชชัย วรรณะ มาพูดให้โอวาทรุ่นน้องครับ”
เขาขึ้นเวทีเดินช้า ๆ ไมค์ในมือเย็นเฉียบ เสียงต่ำเย็นดังขึ้นทันทีที่เขาพูดประโยคแรก
“ยินดีต้อนรับสู่คณะวิศวกรรมศาสตร์”
เด็กทั้งหอประชุมเงียบกริบ มีแต่เสียงกรี๊ดเบา ๆ จากแถวหลัง เขาพูดต่ออีกสามนาที สายตากวาดผ่านแถวหน้าโดยไม่ตั้งใจ
แล้วมันก็หยุดนิ่ง
แถวที่สามจากหน้า ขวาสุด เด็กผู้หญิงคนหนึ่งยกมือขึ้นสูง ผมยาวดำตรง ตาโต ใส่เสื้อนักศึกษาขาวสะอาดเอี่ยมอ่อง ผิวขาวจนดูซีดใต้แสงไฟสปอตไลต์ เธอยกมือถามด้วยน้ำเสียงใสแจ๋ว
“อาจารย์คะ… วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ต้องเก่งคณิตศาสตร์มากไหมคะ”
คำถามธรรมดา ๆ ที่ถามกันทุกปี แต่กลิ่นแชมพูส้มอ่อน ๆ ของเธอ ลอยขึ้นมาถึงเวทีชัดเจนราวกับมีคนเปิดขวดแชมพูตรงหน้าเขา
ในเสี้ยววินาทีนั้น ทุกอย่างในตัวเขาหยุดทำงาน
หัวใจเต้นแรงจนเจ็บหน้าอก เลือดสูบฉีดลงล่างทันที ท่อนเนื้อใต้กางเกงกระตุกครั้งเดียวแรง ๆ จนเขาต้องขยับขาเล็กน้อยเพื่อกลบ เหงื่อเย็นผุดขึ้นเต็มหลังคอ
เขายืนนิ่งสองวินาทีเต็ม ๆ ไมค์ในมือสั่นเบา ๆ เด็กทั้งหอ ประชุมเริ่มซุบซิบ เขาบังคับตัวเองตอบสั้น ๆ
“ต้องเก่ง… แต่ถ้าตั้งใจจริง ไม่มีอะไรยาก” เขารีบวางไมค์ทันที ก้าวลงจากเวทีเร็วมากจนคณบดีสงสัย
อาจารย์หนุ่มพุ่งเข้าห้องน้ำชั้นล่าง ล็อกประตู ถกกางเกงลง ลำแกร่งสีอ่อนแข็งเต็มที่จนเส้นเลือดปูด ท่อนในมือร้อนผ่าวมีน้ำใสไหลออกได้กลิ่นคาวฟุ้ง เขาเอามือกุมแล้วก้มตัวลง หายใจหอบเหมือนคนวิ่งมานาน
“ไม่… ไม่ได้…” เขาพึมพำกับตัวเอง แต่ภาพเธอยังติดตา ตาใส ๆ นั้น กลิ่นส้มนั้น
คืนนั้นเขาเข้าโรงพยาบาลเป็นครั้งแรก ความดันขึ้นสูงเป็นครั้งแรกในรอบห้าปี หมอต้องฉีดยาคลายกล้ามเนื้อถึงสองเข็ม เขานอนร้องไห้คนเดียวในห้อง ICU เพราะรู้ตัวทันทีว่า
เด็กคนนั้นคือ “ทริกเกอร์” ที่อันตรายที่สุดในชีวิตเขา
และชื่อของเธอคือ พิมพ์ลดา สิริวัฒน์
หลังจากนั้น เขาขอเปลี่ยนรายชื่อนักศึกษาที่เขารับเป็นที่ปรึกษาทุกครั้งที่เห็นชื่อเธอ ขีดฆ่า ขอเปลี่ยน ขอสลับ
จนปีนี้ หัวหน้าภาคบังคับ
“ธัชชัย... คุณต้องรับพิมพ์ลดาเป็นผู้ช่วยวิจัยโปรเจกต์ลับนี้ให้ได้ เด็กคนนี้เก่งที่สุดในรุ่น ถ้าไม่รับ ผมจะตัดงบคุณ”
เขาพยักหน้าเงียบ ๆ แต่ในใจรู้ดี นี่คือโทษประหารชีวิตของเขา
วันจันทร์แรกของเทอม เสียงรองเท้าส้นเตี้ยเคาะพื้น พิมพ์ลดาเดินเข้ามา ยกมือไหว้ “สวัสดีค่ะ อาจารย์”
กลิ่นส้มอ่อน ๆ ลอยมาเต็ม ๆ ธัชชัยกำปากกาแน่นจนหักครึ่ง เหงื่อเย็น ๆ ผุดเต็มฝ่ามือ
เขารู้ทันที ครั้งนี้เขาแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มต่อสู้ และสิ่งที่อยู่ในร่างกายหลังจากสงบมาสามปีเต็มนับจากเจอเธอ กำลังจะกลับมาอย่างโหดร้ายกว่าที่เคยเป็นมา
ฝนเทลงมาเหมือนฟ้าจะถล่มโลก เสียงมันกระหน่ำกระจกห้องแล็บชั้นเก้าไม่ขาดสาย จนทุกอย่างรอบตัวกลายเป็นเพียงเสียงสีเทา
ธัชชัยยืนพิงกรอบประตู มือข้างหนึ่งกำลูกบิดแน่นจนข้อนิ้วซีด อีกข้างยกขึ้นกุมขมับที่กำลังปวดตุบ ๆ เขาบอกตัวเองมาตลอดบ่ายว่า วันนี้ต้องให้เธอกลับก่อนมืด
แต่เด็กคนนั้นยิ้มหวานแล้วพูดว่า “อีกนิดเดียวค่ะอาจารย์”
แค่นั้นแหละเขาก็แพ้ อาคารทั้งหลังมืดสนิท ไฟฟ้าดับมานานเกินสิบนาที ไฟฉุกเฉินสีเลือดสลัว ๆ เป็นแสงเดียวที่หลงเหลือ
แสงฟ้าผ่าที่สาดเข้ามาเป็นช่วง ๆ ทำให้ทุกอย่างดูเหมือนหนังสยองขวัญราคาถูก
เธอนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เพียงดวงเดียวที่ยังสว่าง ผมยาวเปียกชุ่มเพราะวิ่งฝนขึ้นมา เสื้อนักศึกษาขาวบางติดผิวจนเห็นเสื้อในสีครีมชัดเจน
กลิ่นแชมพูส้มเปียกฝนลอยเต็มห้อง มันคือกลิ่นที่เขาหลบมาตลอดสามปี
เขายืนนิ่งอยู่นาน พยายามหายใจเข้าลึก ๆ ทางปากเหมือนที่หมอสอน แต่ยิ่งหายใจ กลิ่นนั้นยิ่งแทรกเข้าไปในปอด
เข้าไปในเลือด เข้าไปในจุดที่เขาไม่เคยอยากให้ใครแตะ
แล้วไฟฉุกเฉินก็กะพริบครั้งสุดท้าย ดับยาว ความมืดกลืนทุกอย่าง มีเพียงแสงจอสีฟ้าอ่อน ๆ กับเสียงฝนที่หนักกว่าเดิม
ธัชชัยก้าวเข้าไปในห้อง ฝีเท้าแต่ละก้าวเหมือนไม่ได้เป็นของเขาเอง เสียงฝนกลบทุกอย่าง แม้แต่เสียงหัวใจตัวเองที่กำลังเต้นผิดจังหวะ
“พิมพ์…”
ชื่อเธอหลุดออกจากปากเขาเป็นเสียงแหบพร่าที่เขาไม่รู้จัก เธอหันมา ใบหน้าเด็ก ๆ ใต้แสงฟ้าผ่า
“ค่ะอาจารย์… ไฟจะดับนานไหมคะ”
แสงฟ้าผ่าสาดเข้ามาพอดี เห็นหน้าเขา
สักทีว่ะทน! กูจะขึ้นไปสูบบุหรี่ข้างบนได้บ่ หรือมึงจะต่ออีกรอบ?”พี่ทนหัวเราะหอบ ๆ แล้วตะโกนตอบลงไป“ขึ้นมาเลยลุง”พริ้งหน้าแดงก่ำ รีบดึงผ้าซิ่นลงปิดตัว แต่ลุงบุญมีขึ้นมาพอดี ยิ้มจนตาหยี“ไม่ต้องอายลูกพริ้ง ลุงเห็นหมดแล้ว… แต่ลุงปากไม่ใช่คนปากเปราะ รับรองไม่บอกใครเด็ดขาด”เขานั่งลงข้าง ๆ พี่ทน ตบไหล่เพื่อนสนิท แล้วกระซิบเบา ๆ “สาวดีขนาดนี้ เก็บไว้ให้ดี ๆ นะทน อย่าให้หลุดมือ”พี่ทนยิ้มมุมปาก กอดไหล่พริ้งเบา ๆ “ไม่หลุดแน่นอนลุง… ไม่หลุดไปไหนแน่นอน”หลังจากวันนั้นที่บ้านลุงบุญมี ความลับของทั้งคู่ยิ่งแนบแน่น แต่ร่องรอยบนร่างกายกลับซ่อนยากขึ้นทุกวันในเช้าวันหนึ่ง น้องดวงตื่นขึ้นมาทำกับข้าวเหมือนทุกวัน แต่คราวนี้เธอสังเกตเห็นรอยแดงช้ำที่คอเสื้อพี่ทนชัดเจนกว่าปกติรอยนั้นไม่ใช่รอยแมลงกัด แต่เป็นรอยดูดรอยกัดรูปวงกลมหลายดวง เรียงกันตั้งแต่ใต้ใบหูลงไปถึงไหปลาร้าที่เสื้อปิดไม่ถึง เธอขมวดคิ้ว มองสามีที่กำลังกินข้าวเหนียวเงียบ ๆ&
ลุงบุญมี บ้านอยู่ปลายหมู่บ้าน ติดทุ่งนา ลุงบุญมียิ้ม ๆ แล้วเดินไปนั่งใต้ถุนบ้าน จุดบุหรี่มวนใหญ่รอพี่ทนจูงมือพริ้งขึ้นบันไดไม้ไปเลย ไม่พูดพร่ำทำเพลง ประตูปิดดัง “ปัง”ข้างในบ้านเป็นโถงโล่งมีเสื่อผืนเดียวกับหมอนใบใหญ่ พี่ทนผลักพริ้งลงนอนทันที แล้วก้มลงจูบปากเธออย่างหิวโหย มือใหญ่ปลดกระดุมเสื้อสีขาวทีละเม็ด หน้าอกคู่ใหญ่เด้งออกมาเต็มตาเขาก้มลงดูดปากเธอต่ออีกครั้ง ลิ้นใหญ่สอดเข้าไปวนในปากเล็ก ๆ อย่างดุเดือด ดูดเม้มริมฝีปากล่างของพริ้งจนแดงช้ำ แล้วถอนออกมาพร้อมเส้นน้ำลายใส ๆ ที่ขาดพรืดจากนั้นก้มลงดูดเลียหัวนมทั้งสองข้างสลับกันอย่างบ้าคลั่ง ใช้ฟันกัดเบา ๆ สลับดูดแรงจนหน้าอกขาว ๆ ช้ำแดงเป็นดวง พริ้งครางชื่อเขาเบา ๆ“พี่ทน… เสียว…” มือจิกเสื่อแน่น กลัวเสียงลอดลงไปถึงลุงบุญมีที่อยู่ใต้ถุน“พริ้ง อ่า”เขาจับไหล่พริ้งลุกขึ้นยืนหันหลังให้ทันที ดันแผ่นหลังขาวเนียนเบา ๆ ให้เธอโก้งโค้งมือยันผนังไม้ไผ่ ก้นขาวผายขึ้นสูงเด่นชัดตรงหน้าพี่ทนถลกผ้าซิ่นขึ้นพาดเอวจนเห็นร่องเนื้อเปียกชุ่ม เข
“ตับ แรงดีไหม อ่า เอ็งชอบให้พี่เอาแรง ๆ ไหม”“พี่ทนนน อ่า อ๊า พริ้งเสียว”พริ้งร้องครางจนเสียงแหบแห้ง น้ำตาด้วยความเสียวซ่านไปทั้งตัวพี่ทนยิ่งกระแทกหนักขึ้นเรื่อย ๆ จนดินสั่นสะเทือน ใบใบใต้ต้นหญ้าใต้ร่างกระจาย เขาก้มลงจูบปากเธอจากด้านข้าง ลิ้นสอดเข้าไปวนพร้อมกับจังหวะกระแทกหนักหน่วง“เสียว อ่า พี่จะแตกอีกแล้วพริ้ง ซี้ด... ของเอ็งมันเด้งดูดหัวถอกพี่”“อือ พี่ทนน หนูไม่ไหวแล้ว แตกอีกแล้วว”ร่างของเธอกระตุกซ้ำอีกครั้งแตกน้ำไหลออกจนเปียกดิน พี่ทนยิ่งส่งแรงด้วยการเสือกสะโพกตับ ตับ เสียงน้ำแฉะ ร่องสาวดูดกินลำเนื้อหนุ่มชาวนายิ่งทำให้ทนซ่านเสียว“พี่เสียวไม่ไหวแล้ว เอ็ง... พี่จะแตก”พี่ทนก้มลงกัดไหล่เธอ แล้วกระแทกเข้าเต็มลำค้างไว้ลึกสุด“อ๊า... อ่า อ๊า พริ้งงงงง พี่แตกแล้ววว”ทั้งคู่เกร็งตัวพร้อมกัน หายใจหอบเมื่อท่อนยาวของพี่ทนกระตุกในช่องสวาทที่บีบรัด หัวถอกพ่นน้ำคาวสีขาวระเบิดออกพุ่งพุ่งลึกจนเต็มเปี่ยมพี่ทนทรุดตัวลงทับหลังเธอ หายใจหอบ ๆ ที่
แต่สำหรับพี่ทนกับพริ้ง ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมดแล้วกลางวัน พวกเขายังทักทายกันเหมือนญาติผู้ใหญ่กับหลาน สาวบ้านข้าง ๆ“ไปไหนมาเหรอพริ้ง”“ไปช่วยยายตัดมันสำปะหลังจ้ะพี่”แต่พอพระอาทิตย์คล้อยหลังเขา ความเงียบของทุ่งนาและสวนมันกลายเป็นที่ของพวกเขาพี่ทนจะส่งสัญญาณด้วยการเอาเสื้อกล้ามสีดำตัวเก่าผูกไว้กับกิ่งมะขามต้นใหญ่ปลายสวนพริ้งเห็นเสื้อสีดำนั้นจากระยะไกล หัวใจเต้นแรงจนเจ็บอก เธอรอจนมืดสนิท บอกแม่ว่าจะไปหาเพื่อน แล้วเดินออกจากบ้านด้วยไฟฉายเล็ก ๆ ในมือสวนมันมืดมิด มีเพียงแสงจันทร์ข้างแรมส่องลงมาเป็นลำแสงสีเงินพี่ทนยืนรออยู่ใต้ต้นมะขามใหญ่ ใส่กางเกงขาสั้นตัวเดียว อกเปลือย กล้ามเนื้อคล้ำ ๆ เงางามใต้แสงจันทร์ เขาเห็นเงาพริ้งเดินมา หัวใจก็เต้นแรงไม่แพ้กันไม่พูดอะไรสักคำพี่ทนดึงข้อมือเธอเข้ามากอดแน่นทันที แล้วผลักแผ่นหลังเธอเบียดชิดกับลำต้นมะขามหยาบ ๆ จนเปลือกไม้กรีดผิวคล้ำเป็นรอยแดงบาง ๆปากร้อนของเขาประกบปากพริ้งอย่างหิวกระหาย ลิ้นใหญ่สอดเข้าไปวนในปากเธอรุนแรงจนเธอครางในลำคอ ม
มันประท้วงด้วยเสียงเอียดเบา ๆ คล้ายเสียงครางเขาใช้นิ้วถูที่ติ่งเล็กแล้วสอดเข้าไปอีกครั้งช้า ๆ สบตาเธอขณะลงลิ้น“อ่า พี่เป็ก”เสียงครางของเธอดังขึ้น พอ ๆ กับเสียงน้ำในปากของเขา น้ำเหนียวหนืดแต่ใสทะลักจากเนินสวาท เขากวาดด้วยสองนิ้วงอ ละเลงไปมาด้วยลิ้น แล้วดัน
ดูดเนื้อของเธอขึ้น ดึงแล้วปล่อย มีเสียงครางในทรวงอกเป็นระยะ เขาเลื้อยลิ้นไปทางซอกเล็ก ดูดแคมก่อนจะเลื่อนขึ้นมาด้านบนอีก ดูดหัวเหน่า เขาปล่อยปากออก มองแล้วก้มลงดูดอีก“อือ” เธอครางสะดุ้งเมื่อเขาสอดนิ้วเข้าไปสองนิ้ว ตาโตผงกหัวขึ้นมอง แต่เขาไม่หยุด แค่สบตาเธอ เธอลึกลงไปขยับไปมา เข
ในช่วงนี้ของทุกปี น้ำฝนมักจะเดินไปเรียนเองเสมอ ไม่ใช่เพราะอะไร นอกจากหยาดน้ำที่ตกลงจากท้องฟ้าใบหน้างดงามน่ารักสมวัยมหาวิทยาลัยปีที่หนึ่งในชุดระเบียบเรียบร้อย ผมยาวปล่อยสยายยักลอนเล็กน้อยอย่างสมัยใหม่เธอเป็นเด็กต่างจังหวัด แต่มาเรียนในกรุงเทพและพักกับพี่ชาย ที่เรียนอีกที่หนึ่ง
“ซี้ด...”เขาถามข้างหูใช้ลิ้นเลียล้วงรูหูขณะเริ่มกระแทกช้าๆ ดึงออกจนน้ำเงี่ยนอาบหยาดลงแล้วกระแทกเข้า เธอสะดุ้งครางในลำคอ เขาดึงลำเนื้อออกเกือบสุดอีก เลื่อนมือลงเต้านมบิดหัวนมจากด้านหลัง กระทุ้งท่อนลำใหญ่เข้าแรง ๆ“อือ คุณภีม”“อ่า ซี้ด... เธอตอดแ