Masukตอนที่ 3ความลับมายขยับกายเข้าไปคุกเข่าอยู่ตรงกึ่งกลางระหว่างขา ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดทำเอาปอนด์ถึงกับสะท้านเยือก เขาเอนหลังพิงหัวเตียง กลั้นหายใจลุ้นระทึกกับสิ่งที่สาวน้อยตรงหน้ากำลังจะทำเธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้แก่นกายลำเขื่องที่สั่นผงกหัวรับไออุ่น ปลายจมูกรั้นโดนสัมผัสกับส่วนหัวที่ฉ่ำวาวเบา ๆ กลิ่นกายชายที่ดุดันและกลิ่นคาวหวานที่คละคลุ้งยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณบางอย่างในตัวเธอ มายแลบลิ้นเล็กสีชมพูออกมา แตะไล้ลงบนส่วนปลายที่เปียกชื้นอย่างกล้า ๆ กลัวๆ"ซี๊ดดด... มาย... อาส์" ปอนด์หลุดเสียงครางทุ้มต่ำ มือหนาขยุ่มลงบนผ้าปูที่นอนจนยับย่นเมื่อสัมผัสได้ถึงความนุ่มชื้นที่แตะต้องจุดอ่อนไหวที่สุดเมื่อเห็นปฏิกิริยาของเขา มายจึงเริ่มมีความมั่นใจมากขึ้น เธออ้าปากออกกว้างแล้วค่อย ๆ ครอบครองส่วนยอดที่บวมเป่งเข้าไปช้า ๆ ความร้อนระอุและขนาดที่ใหญ่โตทำเอาเธอแทบสำลัก แต่นั่นกลับยิ่งทำให้เธออยากเอาชนะ มายห่อริมฝีปากนุ่มรูดรั้งเข้าออกเนิบนาบ พลางใช้ลิ้นเล็กพัวพันหยอกเย้าอยู่ภายใน"โอ้ว มาย... อย่างนั้นแหละ... ซี๊ดดด" ปอนด์แอ่นสะพะโพกเข้าหาปากอุ่นอย่างลืมตัว ความเสียวซ่านแล่นปราดเข้าสู่ไขสันหลังจนเขาต้องหง
ตอนที่ 2ของลองใช้ปาก NC25+มายยิ้มหวาน ดวงตาคู่สวยฉ่ำวาวด้วยประกายแห่งความปรารถนาที่ไม่อาจปิดซ่อน เธอขยับกายเข้าหาเขาอย่างท้าทาย"ถ้างั้น... ก็อย่าหยุดสิคะ"สิ้นคำท้าทายที่เหมือนหยาดน้ำมันรดลงบนกองไฟ ปอนด์คว้าร่างบางเข้าหาตัวอย่างแรงจนทรวงอกนุ่มหยุ่นบดเบียดกับแผงอกแกร่ง เขาจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่เผยอรออยู่นั้นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะฉกจูบลงมาครอบครองอย่างหิวกระหาย จูบของเขาดูดดื่มและเร่าร้อนจนมายสั่นสยิว ปลายลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปตักตวงความหวานปานจะกลืนกินมือหนาเลื่อนลงมาบดคลึงที่เอวคอดก่อนจะกดสะโพกเธอให้แนบชิดกับความแข็งขรึมของร่างกายเขา จนมายเผลอส่งเสียงครางแผ่วในลำคอ แขนเรียวตวัดกอดรอบคอชายหนุ่ม นิ้วมือเรียวสอดประสานเข้ากับเส้นผมของเขา กระชากดึงให้เขาบดจูบลงมาให้หนักหน่วงยิ่งขึ้น ความร้อนลุ่มแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูผิวจนไม่มีช่องว่างให้อากาศไหลผ่านเมื่อเขาถอนริมฝีปากออก ทั้งคู่ต่างหอบหายใจกระชั้นชิด เสียงหัวใจเต้นโครมครามพยายามประท้วงความต้องการที่พุ่งสูง"มาย..." เสียงของเขาแหบพร่าสั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์ที่พยายามกดข่ม "แน่ใจใช่ไหม... "มายสบตาเขาอย่างไม่ลดละ ดวงตาของเธอมันเยิ้มด้วยไฟสว
ตอนที่ 1บ้านหลังใหญ่เงียบสงัดเกินกว่าที่มายเคยชิน ตั้งแต่พ่อแม่บินไปต่างประเทศ เหลือเพียงเธอวัยสิบเก้าปีอยู่ตามลำพัง ส่วนพี่มอสพี่ชายแท้ ๆ ก็แทบไม่อยู่บ้าน อาศัยจังหวะนี้ที่พ่อแม่ไม่อยู่ไปค้างกับแฟนจนลืมเวลาไม่ค่อยจะกลับบ้านทางออกเดียวที่พี่มอสคิดได้ คือฝาก ปอนด์ เพื่อนสนิทของเขาที่โตมาโดยกันตั้งแต่ประถมจนเรียนมหาวิทยาลัย ให้มาช่วยดูแลน้องสาวแทนสำหรับมอสทปอนด์คือเพื่อนที่ไว้ใจ แต่สำหรับมาย เขาคือคนที่เธอแอบชอบมาตลอดหลายปี ตั้งแต่วันที่เขาเคยแวะมาส่งพี่ชาย ยิ้มให้เธอเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง มายก็เก็บความรู้สึกนั้นไว้เงียบ ๆ มาตลอดจนวันนี้ในที่สุดโชคก็เข้าข้างปอนด์ยืนอยู่กลางบ้าน พยายามทำตัวให้เป็นธรรมชาติที่สุด ทั้งที่หัวใจกลับเต้นไม่เป็นจังหวะ ภาพมายในวันนี้แตกต่างจากเด็กผู้หญิงที่เขาเคยเห็นอย่างสิ้นเชิง เธอเติบโตขึ้น สวยขึ้น และมีบางอย่างที่ทำให้สายตาเขาเผลอหยุดอยู่มองเธอนานกว่าที่ควร มายเองก็รู้ตัว รู้ว่าเขามอง และยอมรับว่าเธอตั้งใจ“พี่ปอนด์… ขอบคุณนะคะที่มาอยู่เป็นเพื่อน” เธอพูดเสียงเบา เขาหันไปมอง ดวงตาคมสบกับแววตาที่เธอไม่เคยกล้าใช้กับเขามาก่อน“อืม” เขาตอบสั้น ๆ จริงแล้วมายดี
ในที่สุดก็ถึงวันที่รอคอย บรรยากาศในห้องจัดเลี้ยงของโรงแรมหรูถูกประดับประดาด้วยดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ แสงไฟระยิบระยับจากโคมระย้าคริสตัลส่องสว่างไปทั่วงาน แขกเหรื่อผู้มีชื่อเสียงในแวดวงธุรกิจและพนักงานในบริษัทต่างมาร่วมเป็นพยานให้กับความรักครั้งนี้ที่ปลายสุดของพรมสีขาวสะอาดภาสกร ยืนสง่างามในชุดสูทเจ้าบ่าวสีขาวตัดเย็บประณีต เขายืนตัวตรงอย่างมั่นคง ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยดูดุดัน บัดนี้กลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจและแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความสุข เขายืนรอคอยผู้หญิงที่เป็นดั่งปาฏิหาริย์ในชีวิตของเขาเสียงเพลงคลาสสิกบรรเลงขึ้นอย่างนุ่มนวล ประตูบานใหญ่เปิดออกมินตรา ปรากฏตัวในชุดเจ้าสาวลูกไม้สีขาว ทรงหางปลาที่เน้นส่วนโค้งเว้าอย่างงดงาม เธอสวยจนสะกดลมหายใจของคนทั้งงาน โดยเฉพาะเจ้าบ่าวที่มองเธอราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนเมื่อเธอเดินมาถึงจุดที่เขายืนอยู่ ภาสกรยื่นมือไปรับมือของมินตรามาเกี่ยวกระหวัดไว้แน่น“เธอดูสวยที่สุดเลย” เขาประซิบข้างหูเธอเบา ๆ จนมินตราหน้าแดงซ่านด้วยความเขินอายทั้งคู่ยืนอยู่ต่อหน้าประธานในพิธี ภาสกรหันมาสบตาเธอและกล่าวคำสัตย์ปฏิญาณด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น“ขอบคุณที่เข้ามาในว
ภาพที่เห็นนั้นทำร้ายมินตราอย่างรุนแรง ร่างบางมินตราเจ็บหน่วงไปทั้งหัวใจ ความรู้สึกชาแล่นไปทั่วร่าง มือของเธอสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ จนเผลอทำกาแฟร้อนที่อยู่ในถ้วยเซรามิกหกใส่หลังมือของเธอ“อ๊ะ!”เธอร้องเสียงแผ่วเบาด้วยความเจ็บปวดจากความร้อนแก้วกาแฟร่วงลงพื้นทันที เสียงแก้วกระทบพื้นและแตกเป็นเสี่ยง ๆ ดังเพล้ง เรียกความสนใจของคนทั้งสองที่กำลังกอดกันอยู่ภาสกรรีบหันกลับมาทันที เขาผละลินดาออกอย่างรวดเร็ว สิ่งที่เขาเห็นคือดวงตาของมินตราที่แดงก่ำและเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา มือข้างหนึ่งของเธอกำลังกุมหลังมือที่ถูกลวกไว้แน่นมินตราพยายามควบคุมเสียงที่สั่นเครือ ก่อนจะพูดประโยคที่ทำร้ายหัวใจของภาสกรที่สุด“มินขอโทษค่ะที่เข้ามา... รบกวน”เธอพูดเพียงแค่นั้น น้ำตาที่กลั้นไว้ไม่ไหว จากนั้นเธอก็รีบหันหลังกลับ และวิ่งออกจากห้องทำงานไปทันที“มินตรา”ภาสกรตะโกนเรียกเธอด้วยความตกใจและกังวลอย่างถึงที่สุด เขารู้ทันทีว่ามินตราเข้าใจผิดอย่างมหันต์ลินดายิ้มเยาะอย่างสมใจที่แผนของเธอสำเร็จ แต่รอยยิ้มของเธอก็ต้องสลายไป เมื่อเห็นสีหน้าของภาสกรที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและเจ็บปวด ภาสกรไม่สนใจลินดาอีกต่อไป เขารีบวิ่งตา
ตอนที่ 11 ลินดากำโทรศัพท์แน่นจนข้อนิ้วขาวความตกใจแรกถูกแทนที่ด้วยความโกรธแค้นและความหวาดกลัวอย่างรุนแรง“เป็นไปไม่ได้ ภาสจะกลับมาเดินได้ได้ยังไง” เธอพึมพำกับตัวเองเสียงสั่น“หมอบอกว่ามันไม่มีทางหาย”ความคิดของเธอกำลังตีกันวุ่นวาย ภาพของภาสกรที่เธอมองข้ามไปในตอนนั้น... กำลังกลับมาหลอกหลอนเธอ ในขณะที่ตอนนี้ ชายชู้ที่เธอทิ้งทุกอย่างมาหาเขา กลับทิ้งเธอไปอย่างไม่ไยดี เงินก้อนที่เหลือก็เริ่มร่อยหรอลงไปทุกวันถ้าภาสกรกลับมาเดินได้ เขาก็คือประธานกรรมการผู้ทรงอิทธิพล ไม่ใช่ไอ้คนพิการที่ต้องนั่งรถเข็นอย่างที่เธอเคยเข้าใจแล้วผู้หญิงคนนั้นคือใคร ทำไมถึงไปคล้องแขนกันอย่างเปิดเผยแบบนั้น เธอนี่โง่จริงๆ ที่ทิ้งเพชรพลอยไว้ข้างหลังแล้วไปคว้าเศษขยะลินดาครุ่นคิดกัดริมฝีปากตัวเองแน่น ความหวาดกลัวเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นที่จะกอบกู้สถานการณ์“ไม่ ฉันเป็นเมียคุณภาสมาก่อน ยังไงฉันก็ต้องกลับไป”เธอคิดอย่างบ้าคลั่ง“ทรัพย์สินทุกอย่างมันยังเป็นชื่อของฉันอยู่ ฉันจะอ้างว่าฉันแค่ออกไปพักใจเพราะทนเห็นเขาเต็บป่วยไม่ได้ ฉันจะบอกว่าฉันไม่สบายใจ แล้วขอโอกาสกลับไปดูแลภาสอีกครั้ง”“ฉันต้องรีบกลับไปจัดการผู้หญิงคนนั้น”เ







