Masukตอนที่ 4 ตอก ๆ ย้ำ ๆ ให้จำขึ้นใจ
แม้จะเป็นเพียงเช้าวันเสาร์ธรรมดา แต่บรรยากาศในบ้านของแคทกลับเต็มไปด้วยความอึดอัด เธอรับรู้ได้จากน้ำเสียงของแม่ที่เริ่มถามโน่นถามนี่มากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่เธอแต่งตัวดีเกินไป หรือกลับบ้านช้ากว่าปกติ “แคท ช่วงนี้ลูกไปไหนบ่อยเหรอ” “ไปบ้านเพื่อนค่ะแม่” “เพื่อนชื่ออะไร อยู่แถวไหนเหรอ” แคทกลืนน้ำลายเล็กน้อย ใจเต้นแรง ไม่ใช่เพราะกลัวถูกจับได้เรื่องโกหก แต่เพราะเธอไม่พร้อมจะพูดความจริง เธอไม่พร้อมจะบอกว่าทุกคืนที่พ่อแม่หลับ เธอแอบมุดรั้วไปยังบ้านหลังข้าง ๆ เพื่อไปนอนกอดผู้ชายที่อ่อนกว่าพ่อเธอเล็กน้อย แต่กลับทำให้หัวใจเธอเต้นแรงทุกครั้งที่อยู่ใกล้ บ้านของอีธานเหมือนโลกอีกใบสำหรับแคท เต็มไปด้วยกลิ่นหอมของกาแฟ กำแพงไม้สีเข้ม และแมวสายพันธุ์ต่างประเทศที่น่ารักเกินบรรยาย โดยเฉพาะเจ้าโซระ ที่ดูเหมือนจะติดเธอจนกระโดดขึ้นตักทุกครั้งที่เห็นหน้า เช้านั้นเธอแอบเดินเข้าบ้านอีธานตามปกติ แคทชอบเวลานั่งอยู่ในสวน เงียบๆ มีเสียงอ้อนและเดินไปมา แล้วมีอีธานนั่งอ่านหนังสือข้างๆ เธอ แต่แล้วจู่ ๆ เสียงเรียกจากหน้าบ้านก็ดังขึ้น “ขอโทษนะคะ...แมวของคุณหลงเข้ามาบ้านฉันค่ะ” เสียงที่เธอจำได้ดีว่าเป็น แม่ ของเธอ หัวใจแคทแทบหยุดเต้น เธอหันควับไปตรงทางเดินสวนและแน่นอน แม่ของเธอยืนอยู่ตรงนั้น พร้อมกับอุ้มเจ้าออสตินไว้ในอ้อมแขน แคททำอะไรไม่ถูก เธอลุกขึ้นทันที ถอยออกห่างจากอีธานที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ พยายามเก็บสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด “เอ่อ ขอบคุณมากครับ” อีธานลุกขึ้นรับแมวตัวสีขาวเสียงเรียบ “แคท ลูกมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” แม่ถามอย่างสงสัย “หนูแวะมาเล่นกับแมวค่ะ...แมวของคุณลุงน่านักขี้อ้อน หนูเลยมาดู” อีธานชะงัก หันมามองเธอทันที สีหน้าที่เมื่อครู่ยังเรียบนิ่งเริ่มเปลี่ยนเป็นแข็งขึ้นเล็กน้อย “ลุงเหรอ...” เขาพึมพำเบาๆ แคทเม้มริมฝีปากแน่น ไม่กล้าสบตาเขา “ขอบคุณนะคะที่ให้แคทแวะมาเล่นกับแมว เด็กคนนี้คลั่งแมวมาตั้งแต่เล็ก ๆ แล้ว” แม่ของเธอยังคงยิ้มสุภาพ ก่อนจะเอ่ย “ยินดีครับ” อีธานตอบเสียงเรียบ ไม่ได้หันมามองแคทอีกเลย หลังจากแม่กลับไป อีธานก็เดินเข้าไปในบ้านโดยไม่พูดอะไร แคทเดินตามเขาไปเงียบๆ แต่ก็รู้ดีว่าเขากำลังโกรธ หรืออย่างน้อย ก็เสียใจ “อีธาน หนู” “เมื่อกี้นี้เราดูห่างเหินกันมากเลยนะ” เขาพูดโดยไม่หันมา “หนู..ขอโทษ ก็แม่อยู่ตรงนั้น หนูไม่รู้จะทำยังไง” “เธออายที่จะบอกว่าเราเป็นอะไรกันใช่ไหม” คำพูดนั้นเหมือนใบมีดกรีดใจเธอ เธอรีบเดินไปคว้ามือเขาไว้แน่น “ไม่ใช่นะ...หนูแค่ยังไม่พร้อมจะเจอกับคำถามของพ่อกับแม่” “แต่เธอพร้อมจะมุดรั้วมาเล่นกับฉันทุกคืน” “หนู...ไม่ได้คิดว่าเรื่องของเราจะต้องบอกใครตอนนี้” เธอพยายามอธิบาย น้ำเสียงเริ่มสั่น อีธานหลบตา แล้วเดินเลี่ยงไปทำอย่างอื่น แคททำตัวไม่ถูกจึงได้เดินกลับบ้านมาก่อน เสียงจักจั่นร้องระงมอยู่ในความเงียบของค่ำคืน แคทยืนลังเลอยู่หลังพุ่มไม้ข้างรั้วบ้านของอีธาน หัวใจเต้นแรงแทบทะลุอก เธอรู้ว่าเขาน้อยใจ เรื่องที่เธอเรียกเขาว่า “คุณลุง” ต่อหน้าแม่ ถึงแม้จะเป็นเพียงแค่การแสดง แต่สายตาที่เขามองเธอก่อนจะเดินหนีไป มันเจ็บลึกจนเธอทนไม่ไหว เท้าเปล่าของเธอเหยียบลงบนพื้นหญ้าเย็นเฉียบ กลิ่นดินหลังฝนตกอ่อน ๆ ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ แคทย่องผ่านสนามหญ้าข้างบ้านตรงไปยังประตูหลังบ้านซึ่งรู้ดีว่าไม่ได้ล็อก แสงไฟสลัวจากห้องรับแขกสาดออกมา เธอผลักประตูเบา ๆ แล้วเดินเข้าไปช้า ๆ ชายหนุ่มวัยกลางคนในชุดนอนสีเทาและยืนอยู่หน้ากระจก กำลังจิบวิสกี้ช้า ๆ เขาหันมาเมื่อได้ยินเสียง แล้วสบตากับเธอ แววตาของเขาแข็งกระด้างนิ่ง เหมือนน้ำแข็งที่เกาะตัวแน่น “มาอีกแล้วเหรอ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาเรียบ ๆ “เธอเรียกฉันว่าลุงต่อหน้าแม่ของเธอได้ แต่พอค่ำคืนเงียบเหงาก็แอบมาหาแบบนี้เหรอ” แคทเม้มริมฝีปากแน่น เดินเข้าไปใกล้โดยไม่พูดอะไร เธอรู้ว่าเขากำลังน้อยใจ “วันนี้แม่หนูมา” เธอเริ่มพูดเบา ๆ แต่เขาตัดบท “ฉันเห็นแล้ว” เขาหัวเราะในลำคอ ดวงตาหยั่งลึกสะท้อนความผิดหวัง “เห็นเธอทำเป็นไม่รู้จักฉัน เหมือนฉันไม่ใช่คนสำคัญอะไรเลย” “ไม่จริง...” แคทพูดเสียงสั่น ก่อนจะก้าวเข้าไปหาเขา “อีธาน... หนูไม่ได้คิดแบบนั้นเลย หนูแค่ยังไม่กล้าบอกแม่ หนูกลัวว่าแม่จะไม่เข้าใจ” “แล้วเธอคิดว่าฉันไม่เจ็บเหรอ” เขาตอบกลับเสียงต่ำ “หนูขอโทษ” แคทเงยหน้าขึ้น ดวงตาใสแจ๋วสั่นระริก เธอยกมือแตะแผ่นอกเขาเบา ๆ แต่อีธานจับข้อมือเธอไว้แน่น “อย่ามาเล่น ๆ กับความรู้สึกของฉัน” เขาพูดชิดใบหู เสียงแหบพร่าทำให้หัวใจเธอสั่นสะท้าน “หนูไม่ได้เล่น... หนูมาง้อคุณจริง ๆ อีธาน หนูชอบคุณ” แคทพูดเสียงเบา คำพูดนั้นเหมือนทำให้อีธานชะงักเล็กน้อย ดวงตาของเขาหยั่งลึกเข้าไปในใจเธออย่างตั้งใจ ก่อนที่มือใหญ่จะยื่นมาโอบเอวเธอแล้วดึงเข้าไปแนบอก “ถ้างั้นก็พิสูจน์สิ” เขาพูดด้วยเสียงที่เคร่งขรึม “พิสูจน์ว่าเธอไม่ได้ล้อเล่นกับความรู้สึกของฉัน” แคทไม่พูดอะไร เธอจ้องตาเขา ขยับเข้าไปใกล้อีกนิด ก่อนจะเขย่งจูบริมฝีปากเขาเบา ๆ ไม่ใช่จูบหวาน ไม่ใช่จูบที่เรียบร้อย แต่มันเต็มไปด้วยความรู้สึกอัดแน่นในใจที่เธอเก็บมาตลอดทั้งวัน ริมฝีปากของเขาตอบกลับอย่างรุนแรง ราวกับต้องการลงโทษเธอในที แต่แคทก็ไม่ถอย เธอรู้ดีว่าคืนนี้ เธอจะต้องปลอบใจเขาให้ได้ไม่ใช่แค่ด้วยคำพูดแต่ต้องใช้หัวใจ เขาตอบจูบของเธออย่างกระหาย เหมือนรอเวลานี้มานานเกินอดกลั้น มือหนาข้างหนึ่งกระชากต้นแขนเธอแน่น ก่อนจะพลิกตัวเธอชนกับผนังเย็นเฉียบ ร่างของเขาประชิดติดเธอจนแทบไม่มีช่องว่าง “อยากให้ฉันเชื่อใช่ไหมว่าเธอไม่ได้เห็นฉันเป็นลุงข้างบ้านที่เธอจะแวะมาหาเวลาเหงา...” เสียงของเขาแหบต่ำ ตาแวววาวเหมือนสัตว์นักล่าที่ขังเหยื่อไว้ในมุมมืด ยังไม่ทันที่เธอจะตอบอะไร เสื้อยืดของเธอก็ถูกดึงขึ้นพรวดเดียวจนหลุดพ้นตัว ปลายนิ้วหยาบลากไล้ผิวเธออย่างไม่ปรานี ริมฝีปากร้อนจัดขบเม้มตรงเนินอกอย่างแรงจนเธอสะดุ้ง แต่กลับไม่ได้หลบหนี... มีเพียงเสียงหอบเบา ๆ ที่หลุดจากริมฝีปาก เขาผละหน้าออกเพียงเสี้ยววินาที ดึงผ้าห่มจากโซฟาโยนลงพื้นแล้วผลักร่างเธอลงไปตามแรง น้ำหนักของเขาทาบทับลงมาทั้งตัว มือข้างหนึ่งจับข้อเท้าเธอแล้วลากให้เขาอยู่ตรงกลางระหว่างขา ขณะที่อีกมือฉีกเสื้อชั้นในเธอออกจนเสียงดัง “คืนนี้ไม่มีคำว่าเบา ไม่มีคำว่าอ้อนวอน แค่อยู่เฉย ๆ แล้วปล่อยให้ฉันลงโทษเธอให้สาสมกับที่ทำให้ฉันต้องเจ็บใจ แล้วจำเอาไว้ว่าอย่างเรียกผัวว่าลุง!” เสียงเขาเข้มจัด ราวกับกำลังสั่งให้เธอยอมจำนน และแคทก็ยอมจำนน... ทั้งกายและใจ เขาลากลิ้นไปตามแนวท้องน้อยอย่างเชื่องช้าแต่เต็มไปด้วยเจตนา ทุกสัมผัสรุนแรงและจงใจจะทำให้เธอจำ ไม่ใช่แค่คืนนี้ แต่ให้ฝังอยู่ในตัวเธอไปตลอด เมื่อเขารั้งสะโพกเธอขึ้นจนเธอเผลอคราง มือหนาก็จัดการรูดกางเกงนอนของตัวเองลงอย่างรวดเร็ว ไม่ให้เวลาหายใจแม้แต่วินาทีเดียว ไม่มีการเตรียมตัว ไม่มีการไต่ระดับ เขากระแทกเข้ามาเต็มแรงจนเธอร้องเสียงหลง เสียงเนื้อกระทบกันดังสลับกับเสียงหอบหายใจหนักหน่วงของเขา มือของอีธานตะปบสะโพกเธอไว้แน่น บังคับจังหวะทุกจังหวะด้วยแรงดิบ บางครั้งก็เอียงสะโพกเธอขึ้น บางครั้งก็ยกขาเธอพาดไหล่ บังคับให้ลึกยิ่งขึ้น... แรงยิ่งขึ้น “ยังกล้าเรียกฉันว่าลุงอยู่อีกมั้ย...” เขาคำรามใส่ใบหูเธอ ขณะซอยไม่ยั้ง แคทส่ายหน้าพลางเสียงครางปนกันไปหมด “ม…ไม่แล้ว... อีธาน ได้โปรด” แต่เขาไม่ฟัง เขายังกระแทกเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง ดวงตาคมกริบจับจ้องแค่เธอเพียงคนเดียว “ฉันจะทำให้เธอจำไว้ ว่าคนที่อยู่บนตัวเธอ ไม่ใช่ลุง แต่เป็นผัว” เขากระแทกแรงขึ้น เร็วขึ้น จนร่างของเธอสั่นสะท้าน น้ำเสียงครางที่หลุดออกมาไม่มีแม้แต่จะกั้นไว้ได้อีก เธอจิกเล็บลงกับแขนเขาแน่นอย่างบ้าคลั่ง ร่างกายแทบแหลกคามือเขา แล้วในจังหวะที่เขากดตัวเข้ามาลึกสุดแรง ร่างของเธอก็เกร็งกระตุกสุดปลายปล่อย เธอครางชื่อเขาเสียงหลง ขณะเขาก้มลงขบซอกคอเธออย่างหิวกระหาย ก่อนจะปล่อยความร้อนจัดเข้าไปในตัวเธอในที่สุด อีธานถอนหายใจหนัก ๆ ก่อนจะทิ้งตัวทาบลงมา ใช้มือเกลี่ยเส้นผมที่ติดเหงื่อออกจากใบหน้าเธอ “เธอจะไม่เรียกฉันว่าลุงอีก... เข้าใจไหม” แคทหอบหายใจ หน้าแดงจัดเหมือนจะร้องไห้ แต่ก็พยักหน้าเบา ๆ “อือ... อีธาน...” เขาก้มลงจูบริมฝีปากเธออีกครั้ง คราวนี้อ่อนโยนลงกว่าเดิมเล็กน้อย ก่อนกระซิบชิดหูว่า... “คืนนี้ยังไม่จบหรอก... ฉันยังลงโทษเธอไม่พอเลย” ร่างกายของแคทยังไม่ทันได้พักหายใจดี อีธานก็พลิกตัวขึ้นนั่ง ดวงตาคมนั้นจ้องมองเธอราวกับเสือที่ยังไม่อิ่มเหยื่อ มือหนาเอื้อมมาโอบเอวเธอดึงให้ขึ้นคร่อมบนตัวเขา “คิดว่าจะจบแค่นั้นเหรอ” เสียงของเขาต่ำลึก มีทั้งแววท้าทายและความกระหายปะปนกันอยู่ “อ อีธาน...” เธอเรียกชื่อเขาเสียงแผ่ว หอบหายใจถี่ ร่างทั้งร่างยังสั่นจากรอบก่อน แต่ไม่มีเวลาคัดค้าน เขายกสะโพกเธอขึ้นแล้วกดลงทันทีโดยไม่ให้ตั้งตัว ความลึกที่พุ่งเข้ามาในช็อตเดียวทำเอาเธอกัดปากแน่น ร้องครางออกมาโดยไม่ทันได้กั้น อีธานแสยะยิ้มก่อนจะจับสะโพกเธอแน่น บังคับให้ขยับตามจังหวะของเขา มืออีกข้างเอื้อมขึ้นบีบหน้าอกเธออย่างดุดัน สัมผัสทุกจุดรุนแรงราวเยี่ยงการลงโทษ เสียงเนื้อกระทบกันดังลั่นไปทั่วห้อง แคทหมดแรงจะขยับเองแล้ว แต่เขายังไม่หยุด เธอได้แต่เกาะไหล่เขาแน่น ปล่อยให้เขาควบคุมทุกอย่างอีกครั้ง ร่างทั้งร่างกระตุกถี่ขึ้นเรื่อย ๆ จนเธอทรุดตัวเข้ากับอกเขา เขาอุ้มเธอขึ้นทั้งอย่างนั้นแล้ววางลงกับเตียงอีกครั้ง ไม่พูดพร่ำเขาเริ่มรอบใหม่ทันที คราวนี้อีธานกดเธอกับเตียง ขาเธออ้าออกจนกว้างปลายเท้าชี้เพดาน มือทั้งสองข้างของเธอถูกตรึงไว้เหนือศีรษะ เสียงร้องของเธอเบาบางลงเรื่อย ๆ เหลือเพียงเสียงหอบถี่ ร่างเล็ก ๆ สั่นสะท้านใต้เขา มือบางกำผ้าปูแน่นจนข้อนิ้วซีด ขณะที่เขายังกระแทกไม่หยุดยั้ง และในจังหวะที่เธอปล่อยตัวหมดแรง หัวใจเต้นถี่เหมือนจะหลุดออกมา เขาก็กดตัวเข้ามาแน่นลึกสุด จิกสะโพกเธอไว้แน่นแล้วปลดปล่อยอารมณ์เฮือกสุดท้ายเข้าใส่เธออีกครั้ง “อ๊า…อีธาน” แคทร้องเสียงแผ่วก่อนสติจะดับวูบ หลับไปในสภาพหมดแรงทั้งตัว อีธานถอนหายใจแรง ๆ นอนลงข้างเธอ ดึงร่างเล็กมากอดไว้แน่น ผ้าห่มถูกดึงขึ้นคลุมพวกเขาทั้งคู่ ทิ้งไว้เพียงลมหายใจเนิบนาบและกลิ่นอายของค่ำคืนที่เร่าร้อน เช้าตรู่ แสงแดดอ่อนส่องผ่านผ้าม่านเบา ๆ แคทยังนอนนิ่งในอ้อมแขนเขา ขณะที่อีธานหลับสนิทเหมือนคนเพิ่งหมดแรงไปพร้อมกัน ทันใดนั้นประตูหน้าบ้านก็ดัง ก๊อกๆๆ “อีธาน! อยู่มั้ย” เสียงผู้หญิงคนหนึ่งเรียกอย่างเร่งรีบ ก่อนจะลองหมุนลูกบิดเข้าไป แม่ของแคท หน้าตาเต็มไปด้วยความกังวล เธอไม่เห็นลูกสาวนอนอยู่ในห้อง ทั้งที่ล็อกบ้านอย่างดี แต่ก็ไม่มีร่องรอยแคทอยู่ในบ้าน เธอเอะใจจนเดินมาหาที่บ้านของอีธานในเช้าตรู่ เสียงฝีเท้าของเธอเดินขึ้นบันไดในบ้านหลังใหญ่ไปอย่างรวดเร็ว เปิดประตูห้องนอนเขาอย่างไม่ได้รับอนุญาต แล้วภาพที่เห็นก็ทำให้เธอแทบกรีดร้อง ทั้งอีธานและแคทนอนเปลือยเปล่ากอดกันอยู่บนเตียง ผ้าห่มร่นลงจนเห็นไหล่เปลือยของลูกสาวกับแผงอกของชายหนุ่มวัยเดียวกับเธอเอง แม่ของแคทยืนอึ้ง เหงื่อซึมเต็มหน้าผาก... ดวงตาเบิกกว้างกับสิ่งที่เห็น... เสียงหลุดจากริมฝีปากเบา ๆ อย่างตกตะลึง... “แคท!”ตอนที่ 2บททดสอบของ ผอ.อรุณีส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ที่แฝงไปด้วยแรงอารมณ์ เธอรับรู้ได้ถึงความแข็งขึงที่ดุนดันอยู่ใต้ร่างผ่านเนื้อผ้าชั้นดี มือเรียวเล็กค่อย ๆ เลื่อนลงต่ำอย่างรู้หน้าที่ ทิ้งน้ำหนักสัมผัสไปที่กึ่งกลางลำตัวของหนุ่มใหญ่จนเขาต้องสูดปากด้วยความสยิว"ดูเหมือนด้านล่างของ ผอ. จะต้องการออกมาทักทายณีเหมือนกันนะคะ... ให้ณีช่วยปลดปล่อยมันออกมาไหมคะ"คำถามนั้นมาพร้อมกับปลายนิ้วที่สะกิดเข้าที่หัวเข็มขัดโลหะของเขาเบา ๆ สายตาของเธอจ้องมองสบตาเขาอย่างท้าทายและร้องขอในที"ดะ... ดี... ดีเลย" ธนาธรตอบเสียงสั่นพร่า ความเป็นชายที่พองขยายจนอึดอัดกำลังร้องเรียกหาอิสระและการปรนเปรอจากมือคู่นี้อรุณีไม่ได้ขยับหนีไปไหน เธอยังคงนั่งทับอยู่บนตักกว้างขณะที่มือไม้ทำหน้าที่อย่างแคล่วคล่อง"งั้น... ประเมินผลงานประจำไตรมาสนี้ ผอ. คิดเห็นยังไงบ้างคะ ณีพอจะมีหวังได้รับคะแนนเต็มกับเขาบ้างไหม"ธนาธรแค่นเสียงหัวเราะในลำคอที่แหบแห้ง เขาคว้าหมับเข้าที่เอวคอดกิ่วของครูสาวก่
ตอนที่ 1ปิดปากผอ. ด้วยสองเต้าท่ามกลางไอร้อนระอุของบ่ายวันหนึ่งในตัวจังหวัดที่การจราจรภายนอกยังคงขวักไขว่ แต่ภายในรั้วโรงเรียนมัธยมขนาดใหญ่แห่งนี้กลับดูเงียบสงบอย่างผิดปกติ อรุณี ครูสาวผู้ขึ้นชื่อเรื่องความสะสวยสะอาดตาจนเป็นที่หมายปองของเพื่อนร่วมงานและผู้ปกครอง เดินนวยนาดผ่านทางเดินหินอ่อนมุ่งตรงไปยังห้องของผู้บริหารสูงสุดของโรงเรียนตามคำสั่งเรียกพบด่วนเธอจัดระเบียบชุดที่รัดรึงเข้ากับส่วนเว้าส่วนโค้งของร่างกายให้ดูเรียบร้อยที่สุด มือเรียวบางเอื้อมไปผลักประตูไม้บานหนาออกช้า ๆ พร้อมกับส่งยิ้มพิมพ์ใจที่ใช้สะกดใจผู้คนมานักต่อนัก"ผอ. มีอะไรให้ณีรับใช้คะ" เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นทันทีที่ก้าวเข้าไปในห้องทำงานของผู้อำนวยการสัมผัสแรกที่กระทบผิวกายคือความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศที่เปิดไว้จนต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ กลิ่นน้ำหอมบุรุษจาง ๆ ทำให้บรรยากาศดูน่าเกรงขาม ธนาธร ผู้อำนวยการหนุ่มใหญ่ในวัยสี่สิบห้าปี นั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ใบหน้าคมเข้มแฝงไปด้วยความเด็ดขาดจ้องมองเธอผ่านเล็บสายตาที่ดูอ่านยาก"คุณอรุณี... เชิญนั่งก่อนสิ" น้ำหนักเสียงของเขาเรียบสนิท แต่มันกลับทำให้คนฟังรู้สึกเย็นสันหลังวาบ
ตอนที่ 7คนคลั่งเมียสามเดือนต่อมา...แสงแดดยามบ่ายสาดส่องเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวของเจ้าของรีสอร์ท แต่ผ้าม่านผืนหนากลับถูกปิดลงจนมืดสนิท บนโต๊ะทำงานที่เคยเต็มไปด้วยเอกสาร บัดนี้กลับมีร่างบางของ น้ำเพชร นั่งอยู่บนตักหายใจรัวอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่มที่ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘ผัว’ ของเธออย่างเต็มตัวตลอดสามเดือนที่ผ่านมา อานนท์พิสูจน์ให้เธอเห็นแล้วว่า ความกังวลเรื่องที่เขาจะหันกลับไปหาผู้ชายนั้นเป็นเรื่องไร้สาระ เพราะเขา ‘คลั่ง’ ในตัวเธอหนักขึ้นทุกวัน จากอดีตเกย์รุกมาดเนี้ยบ กลายเป็นชายหนุ่มที่หิวกระหายในตัวเมียตัวเองจนแทบไม่เป็นอันทำงาน“นนท์... พะ... พอแล้ว ตรงนี้มันห้องทำงานนะ อื้อออ”น้ำเพชรประท้วงเสียงแผ่ว ขณะที่อานนท์ซุกใบหน้าลงกับซอกคอขาวระหง มือหนาทั้งสองข้างบีบเค้นสะโพกมนอย่างมันมือ “ทำไมจะไม่ได้... ฉันเป็นเจ้าของที่นี้ ใครจะกล้าเข้ามา”อานนท์พึมพำเสียงพร่า ก่อนจะขยับกายเข้าหาเธออย่างหนักหน่วง บทรักที่เร่าร้อนและดิบเถื่อนยังคงเป็นเอกลักษณ์ของเขา แต่มันแฝงไปด้วยความรักที่เอ่อล้น “ที่รักยังคิดอยู่ไหม... ว่าฉันจะกลับไปกินผู้ชาย” เขาถามพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ปรือปรอยของเธอ พร้อมกับส
เยิ้มรอเลยนะน้ำเพชร“น้ำเพชร... กูไม่อยากเป็นเพื่อนกับมึงแล้ว มาเป็นเมียกูเถอะนะ มาใช้ชีวิตร่วมกัน”ประโยคที่ย้ำชัดทำให้สติของน้ำเพชรที่กำลังพะวงเรื่องความสัมพันธ์เพื่อนหลุดลอยไปทันที หูเธออื้ออึงไปหมด ใจหนึ่งเธอกำลังกลัวว่าจะต้องตัดขาดกับเพื่อนรัก แต่อีกใจกลับตั้งรับไม่ทันกับคำว่าเมีย ที่หลุดออกมาจากปากเกย์รุกมาดขรึมอย่างเขา“กูบอกว่ามึงไม่ต้องคิดมากไง เรื่องแค่นี้มึงจะเลิกเป็นเพื่อนกับกูเลยเหรอ... ห๊ะ มะ... เมียเหรอ!”น้ำเพชรตกใจจนตาค้าง ร่างกายแข็งทื่อเหมือนหินประดับสวน เธอยังไม่ทันจะได้ประมวลผลคำพูดนั้น’ ให้ถี่ถ้วน อานนท์ก็คว้าคอเธอเข้าไปบดจูบอย่างดูดดื่ม ลิ้นร้อนแทรกซึมเข้ามาตักตวงความหวานอย่างโหยหา เป็นจูบที่เต็มไปด้วยการประกาศศักดาและความเป็นเจ้าของ จนน้ำเพชรที่กำลังตะลึงต้องประท้วงด้วยการทุบอกแกร่งแล้วดันเขาสุดแรง“แฮก... เมื่อกี้... เมื่อกี้มึงว่าอะไรนะ” น้ำเพชรหอบหายใจรัว มือยังยันหน้าอกเขาไว้ ใบหน้าแดงก่ำไปถึงคอ “มึงจะให้กูเป็นอะไรนะนนท์ มึงเมาใช่ไหมหรือมึงบ้าไปแล้ว”อานนท์ไม่ได้ถอยหนี เขาเพียงแค่ยืนนิ่ง จ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ลนลานของเธอ มุมปากหยักยกยิ้มร้ายที่เป็นรอยยิ้ม
มาเป็นเมียกูเถอะ เขาลากเก้าอี้ไม้มานั่งลงข้างเตียง จ้องมองใบหน้าสวยที่หลับสนิทเพราะความเพลียจัด มือหนาเอื้อมไปเกลี่ยไรผมที่ปรกหน้าเธอออกอย่างเบามือ ในหัวของเขากำลังตีกันวุ่นวายที่เพิ่งค้นพบรสชาติใหม่ “ถ้ามึงตื่นมาแล้วเกลียดกู มิตรภาพที่สะสมมาหลายปีจะจบลงตรงห้องเก็บไวน์นั่นใช่ไหม” อานนท์มองหน้าเธอ แต่ความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้คือ ร่างกายของเขายังคงสั่นสะท้านเมื่อนึกถึงตอนที่เธอโอบรัดเขาไว้ รูรักที่คับแน่นและเสียงกรีดร้องของเธอมันเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปอย่างที่ผู้ชายคนไหนก็ให้ไม่ได้“กูจะเอายังไงต่อดีวะเพชร...” อานนท์พึมพำเสียงแผ่ว “ถ้าจะให้กูกลับไปเป็นเพื่อนนั่งปรึกษาเรื่องผู้ชายกับมึงเหมือนเดิม... กูทำไม่ได้แล้วว่ะ”เช้ามืดวันต่อมา ความเจ็บแปลบแล่นปลาบขึ้นมาจากกึ่งกลางกายทันทีที่ น้ำเพชร พยายามจะชันตัวลุกขึ้นจากเตียงหนานุ่ม เธอนิ่วหน้าด้วยความระบม ร่างกายเหมือนจะแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ โดยเฉพาะจุดอ่อนไหวที่รู้สึกบวมช้ำและแสบขัดจนก้าวขาแทบไม่ออกเธอกวาดสายตามองไปรอบห้องด้วยความตื่นตระหนก... ห้องนอนอานนท์ภาพเหตุการณ์ดิบเถื่อนเมื่อคืนไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวเป็นฉากๆ ทั้งสัมผัสจากปาก ท่าทางที่
ตายไปพร้อมกับกูนี่แหละ"ซี๊ดดดด เพชร มึงเป็นอะไร... ทำไมรัดกูแน่นขนาดนี้!"อานนท์คำรามกึกก้อง เขาต้องกัดริมฝีปากตัวเองจนห้อเลือดเพื่อข่มความเสียวซ่านที่พุ่งทะลุจุดเดือด เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นตามไรผมและแผ่นหลังกว้าง เขาพยายามจะขยับสะโพกต่อแต่กลับทำได้ยากลำบาก เพราะภายในตัวของน้ำเพชรกำลังบีบคั้นท่อนเอ็นของเขาเหมือนจะรีดเอาวิญญาณออกมาให้ได้"อื้อออ... กูไม่ไหว... มัน... มันเสียวเกินไป...กุเสร็จแล้ว"มึงกำลังะเสร็จเหรอ กูคิดว่ามึงจะชักตาย" อานนท์ถามเสียงพร่าหอบ ความเข้าใจเริ่มกระจ่างแจ้งเมื่อเห็นอาการของคนใต้ร่าง เขาไม่เคยเห็นผู้หญิงเสร็จสมมาก่อน แต่ปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายน้ำเพชรมันช่างรุนแรงและดิบเถื่อนจนเขารู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากภายในผนังนุ่มอุ่นจัดตอดตุบๆ ราวกับจังหวะหัวใจที่เต้นรัว มันบีบเค้นท่อนเอ็นสีเข้มของเขาจนอานนท์แทบจะทนไม่ไหว อาการคลั่งรอบสองพุ่งขึ้นถึงขีดสุด เขาไม่รอให้เธอนิ่งลง แต่กลับเลือกที่จะสวน ความแข็งขึงเข้าไปย้ำ






![4P ฮาเร็มของเลวาริน [เรย์xคริสxดีแลนxแทนคุณ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
