Share

วิศวะร้าย 3

last update Tanggal publikasi: 2026-10-08 20:54:02

แกร๊ก!

​เสียงลูกบิดประตูห้องสโมฯ ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงเปิดประตูที่สลัดความเงียบในห้องจนแตกกระจาย

​ฉันสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ รีบเด้งตัวถอยห่างจากพี่หมอกจนหลังแทบจะกระแทกเข้ากับขอบโต๊ะไม้ด้านหลัง หัวใจเต้นตึกตักรุนแรงยิ่งกว่าเดิม แต่พี่หมอกกลับไม่ได้มีท่าทีลนลานแม้แต่น้อย เขเพียงแค่ผละใบหน้าออกไปอย่างช้าๆ รอยยิ้มมุมปากยังคงแต่งแต้มอยู่บนใบหน้าหล่อเหลานั้นอย่างคนใจเย็น

​"เอ่อ... กูเอาขนมกับน้ำมาเพิ่ม..."

​พี่นิก ก้าวเข้ามาในห้องพร้อมถุงพลาสติกในมือ แต่แล้วเขาก็ชะงักกึกไปทันที สายตาของพี่นิกมองสลับไปมาระหว่างฉันที่ยืนหน้าแดงเจ่อ ร่างกายเกร็งจนแทบไม่กล้าหายใจ กับพี่หมอกที่กำลังยืนเอามือซุกกระเป๋ากางเกง ยักไหล่ด้วยท่าทางสบายๆ อยู่ข้างป้ายผ้าที่ทาสีค้างไว้

​บรรยากาศภายในห้องสโมฯ อึดอัดและกระอักกระอ่วนขึ้นมาในทันตา ความเงียบโรยตัวครอบคลุมจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงแอร์

​"ทำอะไรกันอยู่วะ?" พี่นิกถามขึ้นมา น้ำเสียงไม่ได้ติดเล่นเหมือนทุกที ดินแดนความร่าเริงในตาของเขาดูหม่นลงอย่างเห็นได้ชัดขณะจ้องมองเพื่อนสนิท

​"ก็..." ฉันอ้ำอึ้ง พยายามจะหาเสียงตัวเองเพื่ออธิบาย "คือแก้มใสทำสีเลอะ... พี่หมอกเลยเข้ามาช่วยเช็ดให้ค่ะ"

​"อ๋อเหรอ..." พี่นิกพยักหน้ารับช้าๆ เดินถือถุงขนมเข้ามาวางลงบนโต๊ะกลางห้อง แต่สายตายังคงจับจ้องไปที่พี่หมอกไม่วางตา "แล้วต้องเช็ดกันใกล้ขนาดนั้นเลยเหรอวะไอ้หมอก? เมื่อกี้กูเห็นมึงก้มลงไปจนหน้าจะติดกันอยู่แล้ว"

​ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะจมน้ำตาย ความรู้สึกผิดและความเกร็งมันอัดแน่นอยู่ในอก ทั้งที่ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด แต่สายตาของพี่นิกที่มองมามันเต็มไปด้วยความผิดหวังและตั้งคำถาม

​ทว่า... คนตัวการอย่างพี่หมอกกลับยิ้มขำในคอเบาๆ เขาเดินเข้าไปตบบ่าพี่นิกหนึ่งทีด้วยท่าทางไม่สะทกสะท้าน

​"มึงจะคิดมากทำไมวะไอ้นิก" พี่หมอกพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับเรื่องเมื่อครู่เป็นแค่เรื่องไร้สาระ "กูก็แค่แกล้งเด็กมันเล่นนิดหน่อย น้องแก้มใสเขาซุ่มซ่ามทำสีเปรอะ กูเลยช่วยเช็ดให้... มึงไม่เชื่อใจกูเหรอ?"

​พี่นิกมองหน้าเพื่อนสนิทอยู่นาน ความตึงเครียดในอากาศหมุนวนอยู่พักใหญ่ ก่อนที่พี่นิกจะถอนหายใจออกมาแผ่วเบา ยอมลดอาการตั้งการ์ดลงเล็กน้อย

​"เปล่า... กูแค่อยากเตือนมึง" พี่นิกพูดเสียงนิ่ง พลางหันมามองฉันด้วยสายตาที่อ่อนโยนลง "มึงบอกเองนะไอ้หมอกว่าจะไม่ยุ่งกับน้องคนนี้ มึงเปิดทางให้กูจีบแล้ว... อย่ามาทำให้แก้มใสเขาตกใจดิ"

​"เออรู้แล้วน่า มึงนี่จริงจังไปได้" พี่หมอกหัวเราะ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นชั่วครู่ตอนที่เขาปัดสายตากลับมามองฉัน "พี่ขอโทษด้วยละกันนะ 'น้องแก้มใส' ที่ทำให้ตกใจ... ต่อไปพี่จะ 'เว้นระยะห่าง' ให้มากกว่านี้นะครับ"

​คำว่า เว้นระยะห่าง ของเขา ฟังดูก็รู้ว่าเขาประชดและไม่ได้หมายความตามนั้นเลยสักนิด นัยน์ตาพราวพราวคู่นั้นยังมีแววความสนุกสนานและท้าทาย ราวกับเรื่องตึงเครียดเมื่อครู่เป็นเพียงแค่น้ำจิ้มในเกมของเขาเท่านั้น

​"แก้มใส..." พี่นิกยื่นแก้วชาเย็นมาให้ฉัน พร้อมส่งยิ้มอบอุ่นมาให้ "กินน้ำก่อนครับ หน้าแดงหมดแล้ว... เดี๋ยวจัดซุ้มเสร็จ พี่ไปส่งที่หอนะ"

​"ข...ขอบคุณค่ะพี่นิก" ฉันรับแก้วน้ำมาถือไว้ รู้สึกเกรงใจพี่นิกจนไม่กล้าสบตาตรงๆ

​ในขณะที่พี่นิกหันไปเปิดถุงขนม พี่หมอกก็เดินผ่านหลังฉันเพื่อจะไปหยิบกระป๋องสีใบใหม่ ในเสี้ยววินาทีที่เขาเดินผ่าน... ไหล่กว้างของเขาเบียดชิดกับไหล่ฉันเบาๆ พร้อมกับเสียงกระซิบแผ่วเบาที่มีแค่ฉันคนเดียวที่ได้ยิน

​"เมื่อกี้... หัวใจเราเต้นแรงมากเลยนะ"

​กระแสความร้อนผ่าวแล่นผ่านผิวแก้มฉันอีกครั้ง ฉันรีบก้มหน้ามองแก้วชาเย็นในมือ นึกต่อว่าคนเจ้าเล่ห์ในใจอย่างทำอะไรไม่ได้... ทั้งที่ต่อหน้าเพื่อน เขารับคำอย่างดีว่าจะถอยและเปิดทางให้ แต่ลับหลัง เขากลับใช้สายตาและคำพูดเข้ามาสั่นคลอนหัวใจฉันอย่างเอาแต่นึกสนุก

​ฉันจะรับมือกับพี่หมอก... ผู้ชายอันตรายคนนี้ไปได้อีกนานแค่ไหนกันนะ!

หลังจากจัดซุ้มกิจกรรมเสร็จจนดึก พี่นิกก็อาสาขับรถยนต์พาฉันมาส่งที่หน้าหอพักหญิงด้วยความห่วงใย ตลอดทางพี่นิกชวนคุยอย่างสุภาพและคอยถามว่าฉันเหนื่อยไหม ทำให้ฉันรู้สึกเกรงใจและอุ่นใจในความหวังดีของเขา

​"ขอบคุณมากนะคะพี่นิกที่มาส่ง" ฉันยกมือไหว้พลางส่งยิ้มให้ ขณะก้าวลงมาจากรถ

​"พักผ่อนเยอะๆ นะครับแก้มใส ฝันดีนะครับ" พี่นิกยิ้มอบอุ่น โบกมือให้ก่อนจะค่อยๆ เคลื่อนรถยนต์สีดำออกไปจากหน้าหอพัก

​ฉันถอนหายใจออกมาด้วยความผ่อนคลาย ก้าวเท้าเตรียมจะเดินเข้าประตูหอพักใต้คอนโดเพื่อขึ้นห้องไปอาบน้ำนอนให้หายเหนื่อยเสียที...

​บรึ๊น...

​เสียงเครื่องยนต์ทุ้มต่ำอันเป็นเอกลักษณ์ของรถบิ๊กไบค์คันใหญ่ดังขึ้นเบาๆ จากมุมมืดใต้อาคาร แสงไฟหน้ารถวูบวาบตัดผ่านความมืด ทำให้ฉันต้องยกมือขึ้นบดบังสายตา ก่อนจะเพ่งมองร่างสูงโปร่งที่กำลังก้าวลงมาจากรถมอเตอร์ไซค์คันหรูสีดำสนิท

​ผู้ชายเรือนผมสีดำสนิท สวมเสื้อยืดสีดำทับด้วยเสื้อช็อปวิศวะตัวเดิม... พี่หมอก

​ฉันชะงักกึกไปทันที หัวใจตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม "พ...พี่หมอก! มาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ?"

​เขาไม่ได้ตอบทันที แต่กลับค่อยๆ ก้าวเท้าเข้ามาหาฉันอย่างช้าๆ ท่ามกลางแสงไฟจางๆ ใต้ใต้อาคาร หอพักยามดึกเงียบสงบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงยินก้าวของเขา สายตาคู่คมกริบคู่นั้นจับจ้องมาที่ฉัน ราวกับนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม

​"มารอน่ะสิ" น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขานุ่มนวล แต่กลับมีความเยียบเย็นอย่างแปลกประหลาด "นั่งรถมาสบายไหมครับ? เห็นคุยกันกระจุ๋งกระจิ๋งน่ารักเชียว"

​"พี่หมอก... พี่ตามแก้มใสมาเหรอคะ?" ฉันก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว "แล้วไหนพี่บอกพี่นิกว่าจะเว้นระยะห่างไงคะ!"

​พี่หมอกหลุดหัวเราะในคอเบาๆ เขาไม่ได้หยุดก้าวตาม จนกระทั่งแผ่นหลังของฉันชนเข้ากับเสาปูนใต้อาคาร เขาเอื้อมมือข้างหนึ่งขึ้นมาเท้ากับเสาเหนือหัวฉัน บล็อกทางหนีของฉันเอาไว้โดยสมบูรณ์ กลิ่นหอมเย็นสะอาดยวนใจของเขาอบอวลไปทั่วความมืด

​"พี่บอกว่าจะเว้นระยะห่างต่อหน้าไอ้นิก..." เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน นัยน์ตาคมพราวพราวไปด้วยความเจ้าเล่ห์และความถือดี "แต่พี่ไม่ได้บอกสักหน่อย ว่าจะเว้นระยะห่างตอนอยู่กัน 'สองต่อสอง'"

​"พี่หมอก!" ฉันเอ็ดเสียงแผ่ว หน้าร้อนผ่าวจนคิดว่าคงแดงจนมองเห็นได้แม้ในความมืด "ทำไมพี่ชอบทำแบบนี้คะ? พี่นิกเขาชอบแก้มใสจริงๆ นะ แล้วพี่ก็เป็นเพื่อนเขา..."

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รวมเรื่องสั้นเสียวๆจบในตอน เล่มที่4   วิศวะร้าย 7

    "เกมงั้นเหรอ?" พี่หมอกยกมือขึ้นเกลี่ยเส้นผมที่ปลิวมาปัดหน้าฉันออกไปทัดที่ใบหูอย่างเบามือ สัมผัสอบอุ่นจากปลายสิ้วของเขาทำให้หัวใจฉันกระตุกวูบอย่างห้ามไม่ได้ "เราคิดว่าพี่ว่างขนาดที่จะต้องลงทุนขับรถตามมาดักรอใต้หอ แอบกุมมือใต้โต๊ะ หรือตามมาเคลียร์ถึงชายหาด เพราะแค่อยากเอาชนะไอ้นิกเหรอ?"​"แล้วมันไม่ใช่หรือไงคะ..." ฉันเค้นเสียงตอบ หลบสายตาร้อนแรงของเขา​"ตอนแรก... พี่ก็คิดว่ามันคงเป็นแค่เรื่องสนุกๆ" พี่หมอกเชิดคางฉันขึ้นช้าๆ บังคับให้ฉันต้องสบตากับนัยน์ตาพราวระยับที่บัดนี้เต็มไปด้วยความจริงจังจนน่ากลัว "พี่ตั้งใจจะเปิดทางให้ไอ้นิกจริงๆเพราะพี่ไม่เคยคิดจะจริงจังกับใคร... แต่พอเห็นเราอยู่ใกล้ไอ้นิก เห็นเรายิ้มให้มัน หัวใจพี่มันดันไม่รักดี รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาซะงั้น"​"..." ฉันแช่แข็งไปทั้งตัว ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อได้ยินคำสารภาพตรงๆ จากปากผู้ชายเจ้าชู้คนนี้​"พี่รู้ว่าพี่เจ้าชู้ รู้ว่าพี่มันเจ้าเล่ห์... แต่กับเรา พี่ไม่ได้เล่นเกมนะครับแก้มใส" พี่หมอกโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกของเราเฉียดกันเบาๆ ลมหายใจอุ่นๆ รดผื่นผิวแก้ม "พี่หึงเรา... และพี่ก็ไม่คิดจะยอมยกเราให้ไอ้นิกอีกต่อไปแล้วด้วย"​คำว่

  • รวมเรื่องสั้นเสียวๆจบในตอน เล่มที่4   วิศวะร้าย 6

    เช้าวันรุ่งขึ้น บรรยากาศรอบพูลวิลล่าเงียบสงบ แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสะท้อนผิวน้ำในสระว่ายน้ำเป็นประกาย เพื่อนๆ คนอื่นยังคงหลับสนิทอยู่ในห้องพักหลังจากปาร์ตี้หนักเมื่อคืน ฉันตัดสินใจตื่นแต่เช้า ออกมานั่งสูดอากาศรับลมทะเลเย็นๆ ที่เก้าอี้ชายหาดริมสระคนเดียว หวังว่าจะช่วยให้สมองปลอดโปร่งขึ้นจากเรื่องปวดหัวเมื่อคืน​แต่แล้ว เสียงก้าวเท้าแผ่วเบาก็ดังมาจากด้านหลัง​"ตื่นเช้าจังเลยนะแก้มใส..."​ฉันหันไปมอง พี่นิก เดินถือแก้วกาแฟร้อนสองใบเข้ามาหา เขาสวมเสื้อยืดสีเทากับกางเกงขาสั้นสบายๆ ส่งยิ้มสดใสให้ฉันเหมือนทุกที แต่นัยน์ตาของเขากลับดูมีร่องรอยของความครุ่นคิดและความกังวลลึกๆ ซ่อนอยู่​"อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่นิก" ฉันส่งยิ้มตอบ รับแก้วกาแฟที่เขายื่นมาให้ "พอดีตื่นแล้วไม่ค่อยหลับน่ะค่ะ"​พี่นิกทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ชายหาดข้างๆ ฉัน เขายกกาแฟขึ้นจิบช้าๆ พลางทอดสายตามองออกไปที่ทะเลไกลสุดสายตา ความเงียบโรยตัวอยู่ครู่หนึ่งจนฉันเริ่มรู้สึกอึดอัดอย่างประหลาด​"แก้มใส..." อยู่ๆ พี่นิกก็เอ่ยขึ้น เสียงของเขาเรียบและนิ่งกว่าปกติ "พี่ขอถามอะไรเราตรงๆ สักเรื่องได้ไหมครับ?"​หัวใจฉันตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที ความรู้สึก

  • รวมเรื่องสั้นเสียวๆจบในตอน เล่มที่4   วิศวะร้าย 5

    ​‘พี่หมอก!’ ฉันส่งสายตาดุๆ ไปให้เขาใต้แสงไฟปิงปอง​แต่คนเจ้าเล่ห์กลับยิ้มกริ่มอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า พี่หมอกทอดสายตามองฉันเนิ่นนาน ก่อนที่เขาจะค่อยๆ เอื้อมมือลงไปใต้โต๊ะไม้ตัวยาว...​พรึ่บ!​สัมผัสอบอุ่นและแข็งแรงจากฝ่ามือหนาคว้าเข้าที่หลังมือของฉันใต้มุมอับของโต๊ะอาหาร! เรียวนิ้วยาวของเขาสอดประสานเข้ากับนิ้วมือของฉันช้าๆ กุมไว้แน่นจนฉันไม่สามารถถอนมือหนีได้เลย​ฉันแช่แข็งไปทั้งตัว หน้าผ่าวร้อนขึ้นมาจนคิดว่าคงแดงแข่งกับไฟประดับรอบสระแน่ๆ ทุกคนรอบโต๊ะยังคงคุยและหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน พี่นิกยังคงย่างบาร์บีคิวพลางเล่าเรื่องขำขันในคณะ โดยที่ไม่รู้เลยว่าใต้โต๊ะอาหารตัวเดียวกันนี้... เพื่อนสนิทของเขากำลังกุมมือฉันไว้แน่น!​"เอ่อ... แก้มใส เป็นอะไรหรือเปล่าจ๊ะ? หน้าแดงๆ นะ" เพื่อนสาวข้างๆ หันมาถามด้วยความห่วงใย​"ป...เปล่าจ้ะ! อากาศมันคงร้อนน่ะ" ฉันตอบเสียงสั่น พยายามดึงมือออกจากการกุมของพี่หมอก แต่เขากลับยิ่งกระชับฝ่ามือแน่นขึ้น แถมยังใช้นิ้วโป้งเกลี่ยเบาๆ บนหลังมือฉันอย่างยั่วเย้า​พี่หมอกละสายตาจากกลุ่มเพื่อน หันมามองฉันตรงๆ อีกครั้ง เขาก้มหน้าลงเล็กน้อย ขยับริมฝีปากพูดแบบไม่มีเสียง ข้าม

  • รวมเรื่องสั้นเสียวๆจบในตอน เล่มที่4   วิศวะร้าย 4

    ​"แล้วไงล่ะ?" พี่หมอกขยับรอยยิ้มมุมปากที่ดูอันตรายและทรงเสน่ห์ขึ้นอีกนิด "ไอ้นิกมันชอบเรา... แต่พี่ก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าในหัวของน้องแก้มใสตอนนี้ มีแต่เรื่องไอ้นิก หรือมีเรื่องของพี่อยู่ด้วย?"​"ไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้นค่ะ!" ฉันตอบเสียงสั่น พยายามดันอกกว้างของเขาออก แต่มือไม้กลับสั่นไปหมดเมื่อสัมผัสได้ถึงแผงอกแน่นแข็งแรงภายใต้เสื้อช็อป​พี่หมอกเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างยั่วเย้า เขาก้มหน้าลงมาใกล้อีกจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดข้างแก้ม เสียงกระซิบพร่าทุ้มของเขาทำให้หัวใจฉันกระตุกวูบและเต้นระส่ำจนแทบจะทะลุออกมานอกอก​"โกหกไม่เนียนเลยนะครับ... หัวใจเต้นแรงขนาดนี้ ยังจะบอกว่าไม่ได้คิดอะไรอีกเหรอ?"​"..." ฉันพูดอะไรไม่ออก ได้แต่นั่งแช่แข็งสบสายตาพราวพราวคู่นั้นอย่างแพ้พ่าย​"คืนนี้ขึ้นห้องไป... ฝันถึงพี่ด้วยนะ 'น้องแก้มใส'"​พี่หมอกยิ้มกริ่มอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า เขายอมผละตัวถอยออกไปอย่างอ้อยอิ่ง ยื่นมือมาขยี้ผมฉันเบาๆ อย่างถือสิทธิ์ ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปที่บิ๊กไบค์คันใหญ่ สตาร์ตเครื่องยนต์แล้วขับทะยานออกไปในความมืด ทิ้งให้ฉันยืนขาอ่อน หัวใจเต้นตึกตักรุนแรงอยู่ใต้หอพักเพียงลำพัง...

  • รวมเรื่องสั้นเสียวๆจบในตอน เล่มที่4   วิศวะร้าย 3

    แกร๊ก!​เสียงลูกบิดประตูห้องสโมฯ ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงเปิดประตูที่สลัดความเงียบในห้องจนแตกกระจาย​ฉันสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ รีบเด้งตัวถอยห่างจากพี่หมอกจนหลังแทบจะกระแทกเข้ากับขอบโต๊ะไม้ด้านหลัง หัวใจเต้นตึกตักรุนแรงยิ่งกว่าเดิม แต่พี่หมอกกลับไม่ได้มีท่าทีลนลานแม้แต่น้อย เขเพียงแค่ผละใบหน้าออกไปอย่างช้าๆ รอยยิ้มมุมปากยังคงแต่งแต้มอยู่บนใบหน้าหล่อเหลานั้นอย่างคนใจเย็น​"เอ่อ... กูเอาขนมกับน้ำมาเพิ่ม..."​พี่นิก ก้าวเข้ามาในห้องพร้อมถุงพลาสติกในมือ แต่แล้วเขาก็ชะงักกึกไปทันที สายตาของพี่นิกมองสลับไปมาระหว่างฉันที่ยืนหน้าแดงเจ่อ ร่างกายเกร็งจนแทบไม่กล้าหายใจ กับพี่หมอกที่กำลังยืนเอามือซุกกระเป๋ากางเกง ยักไหล่ด้วยท่าทางสบายๆ อยู่ข้างป้ายผ้าที่ทาสีค้างไว้​บรรยากาศภายในห้องสโมฯ อึดอัดและกระอักกระอ่วนขึ้นมาในทันตา ความเงียบโรยตัวครอบคลุมจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงแอร์​"ทำอะไรกันอยู่วะ?" พี่นิกถามขึ้นมา น้ำเสียงไม่ได้ติดเล่นเหมือนทุกที ดินแดนความร่าเริงในตาของเขาดูหม่นลงอย่างเห็นได้ชัดขณะจ้องมองเพื่อนสนิท​"ก็..." ฉันอ้ำอึ้ง พยายามจะหาเสียงตัวเองเพื่ออธิบาย "คือแก้มใสทำสีเลอะ... พี่หม

  • รวมเรื่องสั้นเสียวๆจบในตอน เล่มที่4   วิศวะร้าย 2

    หัวใจฉันตุกวูบ ความรู้สึกร้อนผ่าวแล่นขึ้นมาถึงใบหน้าเมื่อโดนดวงตาคมกริบคู่นั้นจ้องมอง แต่สิ่งที่ทำให้ฉันทำตัวไม่ถูกยิ่งกว่าเดิม คือการกระทำถัดมาของเขา...​พี่หมอกไม่ได้ทำเป็นไม่รู้จักฉัน เขาไม่ได้ละสายตาหนี แต่กลับยกมือขึ้นมาในระดับอกแบบที่เพื่อนในกลุ่มเขาไม่มีทางเห็น แล้วใช้นิ้วชี้แตะที่ริมฝีปากตัวเองเบาๆ เป็นสัญญาณว่า ‘เงียบไว้’​จากนั้น เขาก็กระตุกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาฉายแววเจ้าเล่ห์และพราวพราวยิ่งกว่าเดิม พลางใช้นิ้วเดิมเปลี่ยนเป็นชี้มาที่ฉัน แล้วขยับปากพูดแบบไม่มีเสียงออกมาอย่างช้าๆ ทีละคำ...​‘ระ-วัง-เดิน-ชน-เสา-นะ-ครับ’​"เอ๊ะ..."​ฉันสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ ร่างกายปฏิกิริยาไวตามคำพูดเขา จนก้าวขาพลาดไปชนเข้ากับขอบม้านั่งหินอ่อนแถวนั้นเข้าจริงๆ!​กึก!​"โอ๊ย!" ฉันร้องออกมาเบาๆ เสียหลักจนเอกสารในมือเกือบหลุดร่วง​เสียงร้องของฉันทำให้กลุ่มสาวๆ หันมามองเป็นตาเดียว ฉันรีบก้มหน้าชิดอก แก้มร้อนฉ่าจนคิดว่ามันคงแดงแข่งกับสีดวงอาทิตย์ตกดินไปแล้ว ฉันรีบสับเท้าเดินหนีออกมาจากตรงนั้นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้​แต่ก่อนที่ฉันจะพ้นระยะสายตา เสียงหัวเราะในคอทุ้มต่ำและแสนจะยั่วเย้าของพี่หมอกก็แว่ว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status