Masukรวมเรื่องสั้นโรมานซ์-อีโรติก ที่จะมาพร้อมกับเรื่องราวที่นำไปสู่ความสัมพันธ์ที่แสนวาบหวาม *** นิยายผู้ใหญ่และผู้ที่มีความชอบเฉพาะกลุ่ม ไม่เหมาะสำหรับเด็กและเยาวชน***
Lihat lebih banyakBlue Creek, Montana
1915
Eloise runs through the woods faster than she knew her legs could take her. The leaves from the low-hanging branches of the trees slap her face, parts of her dress get caught in thorns and she hears the ripping sounds of a few tears in the hems, but she does not care. She does not stop. She cannot afford to; not after what she just saw.
Just before she leaps over a log of wood, Eloise takes a second to look back into the dark woods and notices for the first time that she is no longer running alongside Mary Lou. Her best friend must have taken a turn towards her own house, neither of them collected enough to tell the other goodbye. They had both witnessed what was probably the worst thing either one of them had ever seen.
As she runs out of the woods and heads down the pathway that leads to her house, Eloise decides to slow down. Running through the town at such speed will raise eyebrows and cause people to ask her questions that she is not willing to answer. Besides, if she runs past anybody who notices her, her name will be the first such person will say if news of what she and Mary Lou just saw ever breaks out. Eloise says a silent thanks when she does not run into anyone until she turns the corner to her street. It is very-well past nine so most of the town might be asleep. Thanks to the Wheatley family living just two houses from hers, Eloise’s street is the busiest in the entire town. Unlike Eloise and her father who live just by themselves in their little two-bedroom house, the Wheatleys have a big family of six children and seven grandchildren in addition to the matriarch, patriarch and the wives of the first two sons in their duplex.
“Hello, Eloise, why are you out so late?” Mrs. Erin Wheatley, the ample-bodied Wheatley matriarch greets Eloise as she passes in front of their duplex. She is standing on their lawn with the youngest Wheatley baby whose name Eloise cannot remember in her arms.
“I was with Mary Lou, ma’am,” Eloise says as gently as she can. She does not want to be too dismissive as not to cause suspicion.
Eloise heaves a sigh of relief when the woman lets her go without further questioning and runs straight into her house. She calls out for her father but gets no response. The house is empty. She does not intend to tell her father; she just needs the assurance of safety that comes with knowing that he is home. When she calls him two more times and gets no response, she falls in their living room and begins to weep. She wants to scream and cry as loudly as she can, let out all of the anguish that she is feeling but she knows not to. Blue Creek is a small town and someone is sure to hear her.
Eloise gathers herself from the floor of the living room and walks to the window. The moon and the lamp are doing a poor job of lighting up the dark night so she cannot see much but one thing is clear to Eloise, she cannot be in this town for much longer; not after what she just saw.
เจ้าของร่างกำยำตอนนี้คลานอยู่กับพื้น รับบทหมีตัวใหญ่ที่กำลังโดนพรานสาวอย่างเพลินพราวกำลังไล่ล่าและควบคุมหลอดน้ำผึ้งที่เธอถืออยู่ใช้หลอกล่อเจ้าหมีตัวนั้นให้ทำตามคำสั่ง“หมีอยากกินน้ำผึ้งแล้ว” ธาดาผู้รับบทเจ้าหมีผู้อาภัพพูดแล้วเลียริมฝีปากไปรอบๆหญิงสาวเดินไปนั่งที่โซฟาตัวยาวในห้องโถงรับแขก อ้าขาออกกว้างแล้วเทน้ำผึ้งราดที่กลีบกุหลาบและเม็ดคริสตัลสีชมพูใสแววตาของเขามองลุกวาว ไม่อยากเชื่อว่าเธอจะร่วมสนุกไปกับเขาได้อย่างน่าตื่นเต้นแบบนี้“มาเลียน้ำผึ้งสิเจ้าหมี เลียเสร็จแล้วฉันจะพาเล่นอะไรสนุกๆ” เธอรับบทบาทเป็นพรานสาวที่เจ้าเล่ห์และยั่วยวน และให้เขารับบทผู้ถูกกระทำอย่างที่เขาชอบธาดาค่อยๆ คลานเข้าไปหาแล้วแยกเข่าทั้งสองออกให้กว้างขึ้น จากนั้นก็มุดหน้าเลียกินน้ำผึ้งจากกลีบดอกไม้สีหวานอย่างตะกละตะกลามเพลินพราวรู้สึกเพลิดเพลินไปกับบทบาทสมมติเหล่านี้ มันทำให้เธอตื่นเต้นและชักจะติดใจกับการแสดงในบทบาทต่างๆ มันทำให้ชีวิตเซ็กส์ไม่น่าเบื่ออีกต่อไป“เลียหนักๆ สิเจ้าหมี เลียหนักๆ ซี้ด อ๊าส์ เลียให้ฉันน้ำแตกไปเลย” เธอพูดหยาบโลนเพื่อกระตุ้นอารมณ์ปรารถนาปลายลิ้นสากละเลงเลียลงไปที่จุดเสียวอย่างบ้าคลั่
สัญญาซื้อขายถูกเซ็นครบพร้อมกับวางมัดจำในจำนวนที่ตกลงกันเอาไว้ ทุกอย่างผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีอะไรต้องพูดคุยกันให้เสียเวลา“ต้องขอบคุณคุณธาดามากนะคะ ที่ไว้ใจให้พราวได้ดูแลบ้านหลังนี้ให้”“ครับ ถ้าผมได้ลูกค้าที่ต้องการบ้านอีก ผมก็จะแนะนำโครงการนี้ครับ ในตอนนั้นก็คงจะต้องรบกวนคุณพราวอีกอย่างแน่นอน” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้ดูเหมือนคนเจ้าชู้ใส่เธอ ทุกอย่างเป็นไปตามปกติดูไม่มีอะไรผิดสังเกต“ขอบคุณมากจริงๆ นะครับพี่วางใจให้เราดูแล” วาทิตพูดย้ำอีกครั้ง เขารู้สึกโล่งใจมากที่อีกฝ่ายไม่ได้มีท่าทีสนใจเพลินพราว ไม่อย่างนั้นเขาคงทนไม่ได้แน่เพราะรู้กิตติศัพท์ของเขาดี“ยินดีมากครับรับรองว่ามีหลังต่อๆ ไปแน่” เขาพูดแล้วยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู บ่งบอกเป็นนัยว่ามีเวลาไม่มาก“เดี๋ยวพราวเดินไปส่งที่รถนะคะ” พนักงานขายสาวพูดด้วยความยินดี เธอจะได้ค่าคอมมิชชั่นจากงานนี้ใหม่น้อยก็ต้องดูแลเขาให้ดีหน่อย“พราวไม่ต่อออกไปก็ได้ครับ ไม่สบายอยู่ไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวผมออกไปส่งคุณธาดาเอง” วาทิตรับอาสาที่จะเดินออกไปส่งลูกค้ารายใหญ่คนนี้แทนแต่หญิงสาวก็ไม่ได้ยินยอม “ไม่เป็นไรค่ะ ตอนออกไปดูบ้านพราวก็ยังออกไปได้ พราวไหวค่ะ” เธ
วันต่อมาเพลินพราวมาทำงานตามปกติ และวันนี้เป็นวันที่ธาดานัดเอาไว้ว่าจะเข้ามาเดินดูบ้านพอเป็นพิธีและเซ็นสัญญาซื้อขายในวันนี้วาทิตเห็นว่าเธอมาถึงก็เดินเข้าไปทักทายด้วยความหวังดี “หายดีแล้วเหรอครับ”“ยังรู้สึกไม่สบายตัวนิดหน่อยค่ะ แต่วันนี้นัดคุณธาดาเอาไว้แล้วเลยมาเซ็นสัญญา พราวไม่อยากพลาดค่าคอมมิชชั่นน่ะค่ะ” หญิงสาวพูดด้วยรอยยิ้มที่สุภาพและเป็นมิตรเธอต้องออกตัวไว้ก่อน เพราะคืนนี้แน่นอนว่าธาดาจะต้องจัดหนักส่งท้ายก่อนจะยุติความสัมพันธ์ชั่วคราวในครั้งนี้ และพรุ่งนี้ก็เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์จึงต้องมีข้ออ้างในการลาที่สมเหตุสมผล“งั้นวันนี้ถ้าคุณธาดาเขาเซ็นสัญญาซื้อขายเสร็จ พราวลาพักได้เลยนะ พรุ่งนี้ไม่ไหวก็ไม่ต้องมา”“ขอบคุณค่ะผู้จัดการ” เธอรับคำพูดนั้นแล้วแอบถอนหายใจเบาๆ อย่างโล่งอกเมื่อวานนี้เขาไปรับประทานอาหารค่ำตามคำเชิญของมารดา ด้วยความที่เป็นเจ้าบ้านที่ดีเธอต้องต้อนรับเขาตามมารยาท และใช้ข้ออ้างในการป่วยขอตัวกลับเข้าไปพักผ่อนไม่ได้อยู่คุยกับเขาต่อ“ตอนเที่ยงพี่จะซื้ออาหารมาให้ พราวไม่ต้องออกไปนะ ออกจากห้องแอร์ไปเจออากาศข้างนอกร้อนๆ เดี๋ยวจะยิ่งแย่”“ค่ะ ผู้จัดการ” เธอยิ้มให้เขาบางๆ ที่ม
ในตอนเช้าสภาพของเพลินพราวดูอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัดเจน เธอนั่งกินอาหารเช้าฝีมือมารดาอย่างเงียบๆ เหมือนคนกำลังใช้ความคิด“มีอะไรเล่าให้แม่ฟังไหม” นภาถามด้วยน้ำเสียงที่ห่วงใย จะดีเลวอย่างไรคนตรงหน้าก็คือลูกที่คลอดมาเองกับมือ“เปล่าหรอกค่ะ แค่คิดว่าจะลางานดีไหม” เธอตอบตามตรง เพราะว่าสภาพที่ถูกเขาจัดหนักจัดเต็มมันทำให้เธอเดินแปลกๆ เพราะแสบขัดที่น้องสาว“แม่ว่าลาก็ดี ยังไม่ได้แต่งตัวนี่ พราวคงคิดจะลาอยู่แล้วใช่ไหม” นภาถามอย่างรู้ทัน เพลินพราวจึงพยักหน้ายอมรับออกมาตามตรง เพราะเธอเทใจไปทางอยากจะลามากกว่า “ค่ะ ก็คิดว่าจะลา แต่ปัญหามันอยู่ที่นี่ล่ะคะ” เธอถอนหายใจด้วยความหนักอก หากผู้จัดการหนุ่มรู้เข้า เขาจะต้องหาเรื่องมาเยี่ยมเยียนเธอถึงบ้านแน่“ทำงานหนักมาทั้งปีแล้ว ลาหยุดไม่กี่วันคงไม่เป็นไรหรอก”“ก็คงอย่างนั้นค่ะ ครั้งนี้พราวเพลียมากเลยจริงๆ ค่ะ” เธอพูดเสียงอ่อย รู้ว่ามารดาต้องเดาออกอยู่แล้วว่าเธอไปทำอะไรเมื่อคืนนี้ เพียงแต่เธอไม่พูดออกมาเท่านั้นและแล้วก็เป็นไปตามคาด เมื่อเธอโทรศัพท์ไปลางานในช่วงเช้า พอถึงเวลาพักกลางวันสิทธาก็มาเยี่ยมเธอถึงบ้าน และเป็นการมาเยี่ยมแบบเป็นส่วนตัวไม่ได้ชวนเพื
ธาดามีฉลาดพอที่จะยังไม่ตกลงซื้อบ้านในตอนนี้ เพราะตราบใดที่เขายังไม่ได้เชยชมเพลินพราวสมใจ ก็ยังไม่วางใจอะไรทั้งสิ้น“คุณธาดามีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ ติดขัดตรงไหนบอกผมได้นะครับ” ผู้จัดการโครงการถามอย่างร้อนใจ กลัวว่าจะเสียลูกค้ารายใหญ่ไปเพราะปกติหากเขาสนใจก็จะซื้อโดยไม่ต่อรอง“ผมลังเลใจระหว่างหลังแรก
ผลการตรวจหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์แบบเร่งด่วนอยู่ในมือของกรณ์ ข้างกายเขาคือไซด์ไลน์สาวที่นั่งนิ่งมาตลอดทางด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก“เราสองคนปลอดภัยทั้งคู่”“คุณอยากทำแบบนั้นจนต้องลงทุนพาฉันไปตรวจเลยเหรอคะ” เธอถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจทั้งๆ ที่รู้ว่าเขามีอำนาจมากกว่าแต่ก็เกินไปมาก
เราใช้เวลาศึกษาดูลีลากันอยู่นานเกือบสองเดือน พี่พีทเข้าออกบ้านฉันและฉันก็ไปบ้านเขาบ่อยๆ จนเป็นที่ชินตาของเพื่อนบ้านและซุบซิบเรื่องความสัมพันธ์ของเรา“มาบ่อยๆ แบบนี้เกรงใจน้าส้มมากเลยครับ” เขาออกตัวพูดอย่างสุภาพ“ไม่ต้องไปสนใจเพื่อนบ้านปากเสียพวกนั้นหรอก แต่ว่าถ้าพีทกับซอจะคบหากันจริงๆ น้าก็โอเคนะ จ
ในตอนเช้าวันจันทร์ที่แสนสดใส ฉันลุกขึ้นมาพร้อมกับใส่ชุดนักศึกษาเตรียมตัวออกไปฝึกงานที่บริษัทแล้วยิ้มมองตัวเองที่หน้ากระจกด้วยความพอใจ‘นมเป็นนม ก้นเป็นก้น อกเอวเว้าโค้งสวยแบบนี้พี่พีทถึงได้หลงสินะ’ ฉันชื่นชมรูปร่างของตัวเองแล้วยิ้มให้กับความวาบหวามและหฤหรรษ์ของเมื่อคืนนี้ที่เล่นเอาเกือบตื่นไม่ไหว“






Ulasan-ulasan