Share

2

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-27 11:05:16

2

เช้าวันต่อมา ขบวนทัพเล็กของแม่ทัพหลงจวินออกเดินทางจากเมืองหลวงมุ่งหน้าไปทางประจิมเพื่อผ่านอำเภอชงหลิง อู๋เยี่ย อู๋เฟิง แล้วจึงเข้าสู่อำเภอเว่ยซาน ซึ่งเป็นจุดหมายในการเดินทัพครั้งนี้ แม้จะผ่านเพียงสามเมืองทว่าต้องใช้เวลาถึงเดือนครึ่ง

เนื่องด้วยช่วงปลายสารทฤดูจึงมีการเปิดรับทหารใหม่ไปฝึกที่ค่ายรอบนอก หลายเดือนมานี้นอกด่านพากันซ่องสุมกำลัง ต้าหยางจึงเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

ค่ายเว่ยซานได้ทหารใหม่ติดตามมาฝึกร่วมสามร้อยนาย ในครานี้จึงไม่ได้มีเพียงทหารติดตาม ทหารใหม่นอกจากไม่ชินทางแล้วยังไม่คุ้นชินกับการเดินทางไกลเป็นเวลานาน การเดินทางจึงล่าช้ากว่าคราวก่อน ๆ

เยว่หลินเองก็เดินรวมอยู่กับเหล่าทหารใหม่ในอาภรณ์บุรุษ

“ไอ้หนุ่มเจ้าบอบบางเช่นนี้ เหตุใดมาเป็นทหาร” ชายที่มีหนวดถามขึ้น เขาเพ่งมองใบหน้าของเยว่หลินคิ้วขมวด ใบหน้ามอมแมม ดูบอบบางจนไม่น่าเป็นบุรุษ เขาคิดไม่ออกเลยว่าเด็กหนุ่มผู้นี้จะยกดาบหรือทวนได้อย่างไร แขนสองข้างดูไม่มีเรี่ยวแรงเลยเสียด้วยซ้ำ

ทว่าน่าแปลกเดินทางมานานเด็กหนุ่มผู้นี้กลับไม่มีท่าทีเหนื่อยอ่อนเหมือนทหารใหม่ผู้อื่น

“ที่บ้านข้าตายหมดแล้ว ทั้งครอบครัวมีเพียงข้า ไม่รู้ว่าควรทำสิ่งใดจึงคิดจะมาเป็นทหาร ท่านเล่าพี่ชาย” เยว่หลินกดเสียงต่ำลงเล็กน้อย ตอบชายตรงหน้าด้วยท่าทีเป็นกันเอง นางสังเกตเห็นว่าบุรุษที่เอ่ยถามยังมีน้องชายอยู่ด้วยอีกคน

“ข้าตามเจ้านี่มา” เขาว่าพลางชี้นิ้วไปหาคนข้าง ๆ เด็กหนุ่มผู้นั้นดูแล้วไม่น่าอายุห่างจากนางเท่าใดนัก แต่ร่างกายกำยำแข็งแรงกว่ามากนัก

เยว่หลินมองตามนิ้วของชายมีหนวดไปสบตากับเด็กหนุ่มพอดี เขายกมือขึ้นทักทายนางด้วยรอยยิ้มขี้เล่นหลังดื่มน้ำเสร็จ ก่อนหันไปพูดคุยกับผู้อื่นต่อ

“ข้าเยว่หลิน ไม่ทราบว่าพี่ชายชื่อแซ่ใดหรือ” นางมีเรื่องที่ต้องปิดปังจึงไม่ควรเมินเฉยต่อผู้อื่น จนพาลให้ผู้อื่นนึกสงสัยหรือเกลียดชัง ไม่เช่นนั้นหากถูกกลั่นแกล้งความลับที่มีอาจปกปิดไว้ไม่ได้

“ข้าเสี่ยวหาน น้องข้าเสี่ยวกวง” ได้ยินพี่ชายที่ไม่ค่อยจะเป็นมิตร แต่ยามนี้ผูกมิตรกับผู้อื่น เสี่ยวกวงจึงรีบหันกลับมาสนใจผู้ที่พี่ชายให้พูดคุยด้วยอยู่ น้อยนักที่พี่ชายของเขาจะผูกมิตรกับผู้อื่น

“ข้ากับเจ้าน่าจะอายุไม่ต่างกัน เจ้าเรียกข้าอากวง ข้าเรียกเจ้าอาเยว่ได้หรือไม่” เสี่ยวกวงขยับเข้ามาตรงหน้าเยว่หลิน พูดด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นก่อนจะยกมือขึ้นเกาะไหล่นางอย่างถือวิสาสะ

แม้จะตกใจอยู่บ้างแต่นางตั้งสติได้ในทันที ยามนี้นางมิใช่เยว่หลินสตรีที่ถูกขาย แต่เป็นนายทหารใหม่เยว่หลินที่องอาจ...กระมัง

“ได้เช่นนั้นอากวง พี่หาน เยว่หลินฝากตัวด้วย” นางยิ้มรับพยักหน้าแล้วยกมือขึ้นมาประสานกัน แสดงออกถึงความยินดี จะไม่ยินดีได้อย่างไรในเมื่อตลอดชีวิตที่ผ่านมาสิบกว่าปีนางไม่เคยมีสหายเลย แต่ยามนี้แต่งกายเป็นบุรุษนางกลับมีอิสระที่จะมีทั้งสหายและเลือกทางเดินชีวิตให้ตนเองได้

จากนั้นทั้งสามยังพูดคุยแลกเปลี่ยนนิสัยใจคอกันอีกไม่น้อย ใบหน้างดงามภายใต้รอยเปื้อนจากดินโคลนระบายยิ้มอยู่ตลอดเวลา โดยที่ไม่รู้เลยว่าตนเองถูกจับตามอง

“เข้ามา” ริมฝีปากหยักลึกรูปกระจับเอ่ยขึ้นขณะที่สายตายังจดจ่ออยู่กับหนังสือในมือไม่เงยหน้าขึ้นมองแม้แต่น้อย เงาสายหนึ่งในความมืดปรากฏกายขึ้นตรงหน้า

ราวกับว่าเขามีดวงตาติดอยู่รอบกาย รับรู้ได้ว่าการเคลื่อนไหวเล็กน้อยเกิดขึ้นที่ใดบ้าง จางผิงองครักษ์อีกคนยืนค้อมกายตรงหน้า เดิมทีจางผิงมีหน้าที่ติดตามรับคำสั่งอยู่ใกล้ชิด ทว่าเมื่อเขาตัดสินใจให้นางเข้ามายังกองทัพจึงให้จางผิงคอยเฝ้าจับตามอง

“คนผู้นั้นเข้าพักกับทหารใหม่ที่กระโจมใหญ่ขอรับ ในกระโจมมีทหารใหม่สิบคน” คนฟังนิ่งเฉยไม่ได้เอ่ยสิ่งใด แต่ผู้พูดกลับรับรู้ได้ว่านายกำลังฟังอย่างตั้งใจ เช่นนี้จางผิงจึงกล่าวต่อ

“ดูท่าจะสนิทสนมกับทหารใหม่จากชานเมืองไม่น้อย” จางผิงมั่นใจกว่าเจ็ดส่วนว่าผู้เป็นนายมีความรู้สึกลึกลับกับเยว่หลิน มิเช่นนั้นคงไม่อาจหาญพานางเข้ากองทัพในฐานะทหารใหม่ หลังจากหลงจวินถูกแต่งตั้งเป็นแม่ทัพสตรีมากมายถูกทาบทามให้ แม่ทัพก็ล้วนปฏิเสธเสียหมด เขาแทบไม่เคยเห็นแม่ทัพมีสัมพันธ์พิเศษกับสตรีนางใดเลย

“จางผิง”

“ขอรับท่านแม่ทัพ”

“ต่อไปเรื่องราวเล็กน้อยไม่จำเป็นต้องรายงานข้า ให้เจ้าเฝ้าดูหากนางมีปัญหาค่อยรายงานข้า” จางผิงพยักหน้ารับแล้วจึงหมุนกายกระโจมออกไป ทันทีที่จับความเคลื่อนไหวใกล้กระโจมแม่ทัพได้

หลังจางผิงออกไปไม่นานนัก หน้ากระโจมก็มีเสียงเข้มเสียงหนึ่ง

“ท่านแม่ทัพ ข้าน้อยโจวต้า”

“เข้ามา” เจ้าของกระโจมเอ่ยอนุญาตพร้อมปิดตำราในมือ มองไปยังทหารที่มาใหม่ โจวต้าคือหัวหน้าฝึกทหารใหม่คงเข้ามาเพื่อรายงานสถานการณ์ทหารใหม่ในวันนี้

โจวต้าเป็นทหารรูปร่างกำยำผิวคล้ำเพราะแถบค่ายเว่ยซานแสงอาทิตย์สาดส่องตลอดปี ทหารจึงมีผิวหยาบคล้ำมากกว่าที่อื่น แม้โจวต้าจะอายุมากกว่าหลงจวินถึงหนึ่งรอบทว่าเขายินยอมเคารพหลงจวินในฐานะผู้นำทหารมากความสามารถ

ด้วยชายหนุ่มนำทัพออกรบคราแรกตอนอายุสิบหกแล้วยังกำชัยกลับมา เชี่ยวชาญการใช้กลศึกมากมายทหารในกองทัพเทียนชัวจึงยินยอมรับใช้พลีชีพภายใต้การนำทัพของแม่ทัพหลงจวิน

“เป็นอย่างไร มีที่ใช้ได้บ้างหรือไม่”

“มีหลายคนที่ท่าทางใช้ได้ แต่คงต้องรอให้กลับถึงเว่ยซานทดลองจริงจังเสียก่อนจึงจะดูออก ทว่าบางคนก็ดูไม่น่าจะใช้การได้เกรงว่าคงเป็นได้เพียงทหารในโรงครัวหรือไม่ก็ทหารในโรงหมอขอรับ” ชายหนุ่มพยักหน้า ตรองในใจเห็นทีทหารบางคนที่โจวต้ากล่าวจะเป็นนายทหารใหม่รูปร่างบอบบาง ตัวกระดำกระด่างเพราะจงใจหาโคลนมาทาฉาบผิวขาวกระจ่างของตนเองเอาไว้กระมัง

มุมปากหยักลึกยกขึ้น โจวต้าสังเกตเห็นตกใจจนนึกว่าตนเองตาฝาด ไหนเลยจะเคยเห็นแม่ทัพผู้เฉื่อยชาเช่นเขายิ้ม แม่ทัพคงรู้ตัวจึงหุบยิ้มลงกล่าวกับหัวหน้าทหาร

“เอาตามที่ท่านว่า รอกลับถึงค่ายจัดการทดสอบอีกครั้งค่อยตัดสินใจ หากไม่มีสิ่งใดแล้วก็ไปเถิด”

“ลาท่านแม่ทัพ” โจวต้าออกไปแล้ว เขาจึงเงยหน้ามองผ่านหน้าต่างกระโจม ดวงจันทร์กลมโตส่องแสงสีเหลืองนวลเรื่อ ๆ อยู่กลางท้องฟ้ามืดมิด

คืนนั้นพระจันทร์ก็กลมโตเช่นนี้เหมือนกัน…

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   8

    8ศาลาว่าการอำเภออู๋เยี่ยผู้ตรวจการลับจากเมืองหลวงมาถึงอู๋เยี่ยตั้งแต่เช้า เมื่อได้สติแม่ทัพหลงจวินจึงให้จางผิงส่งจดหมายถึงผู้ตรวจการลับให้มาตัดสินคดีที่ศาลาว่าการคนของนายอำเภอล่ายอี้ที่ล้อมหอเฟิงเยี่ยถูกจับกุมไว้ทั้งหมด หลักฐานสำคัญมู่ฉีก็ขโมยจากห้องเก็บของนายอำเภอแถบชานเมืองแล้ว สตรีเมื่อคืนก็ถูกขังไว้ในคุก รอเพียงการไต่สวนจากแม่ทัพหลงจวินเท่านั้นเขาจะตัดสินคดีนี้เองก็ทำได้เพียงแต่หากกราบทูล คงมีคนไม่น้อยหาทางโจมตีเขาด้วยเรื่องนี้ เมื่อเป็นเช่นนั้นการเชิญผู้ตรวจการมาร่วมพิจารณาคดีนี้ด้วย ภายหลังยังมีแผนการรองรับ“ล่ายอี้เจ้ามีความผิดฐานยักยอกเสบียงหลวง ใช้เงินซื้อขายตำแหน่ง ใช้อำนาจข่มเหงประชา ใส่ร้ายขุนนางในราชสำนัก เพียงโทษยักยอกเสบียงหลวงก็เพียงพอให้ตัดหัวของเจ้าแล้วรู้หรือไม่ ทุกสิ่งที่เจ้ากระทำต่อให้ประหารเจ็ดชั่วโคตรก็ไม่ถือว่ามากไป” แม่ทัพหนุ่มเอ่ยอย่างไม่รีบร้อน พูดจบก็ลุกจากตำแหน่งของผู้ตัดสินโทษประจำศาลาว่าการ ร่างสูงสง่าหยุดยืนเบื้องหน้าน

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   7

    7หลังโรงเตี้ยมท้ายตรอกเยว่หลินมาถึงก่อนผู้อื่นในอาภรณ์สตรีจากหอเฟิงเยี่ย นางสวมชุดของสตรีจึงหลบออกมาอย่างง่ายดาย ทั้งหมดแยกกันหนีเพื่อไม่ให้เป็นจุดสนใจแล้วนัดมาพบกันที่นี่“เหตุใดจึงมาช้านัก คงไม่ได้เกิดสิ่งใดกระมัง” เจ้าของเสียงหวานพึมพำกับตนเองแผ่วเบา ขณะนั่งเฝ้าม้าของแม่ทัพหนุ่มนางมาถึงก่อนจึงถือโอกาสเปลี่ยนเป็นชุดบุรุษตัวเดิม“เจ้ามาทำสิ่งใดที่ม้าของผู้อื่น” หญิงสาวตกใจจึงโยนหญ้าแห้งในมือทิ้ง ชูสองมือแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าตนเองไม่ได้ทำสิ่งใดแปลก ๆ กับม้า คนพูดเห็นท่าทางตกใจราวสตรีของเขาก็หัวเราะออกมา“ตกใจราวสตรี” เขาพูดด้วยน้ำเสียงขบขันพลางเอนหลังพิงเสาไม้ของโรงฝากม้ามู่ฉีไม่ชอบคบค้ากับผู้อื่นเพราะมักถูกชมหน้าตาที่โดดเด่น จึงทำตัวลึกลับไม่ติดต่อผู้คนมากนัก ทว่าเมื่อเห็นเยว่หลินในอาภรณ์บุรุษแต่ยังไม่ได้ทาผิวด้วยน้ำดินน้ำโคลนก็รู้สึกถูกชะตาขึ้นมานางมีผิวพรรณขาวเนียนละเอียดดุจหิมะแรก ใบหน้าก็งดงามไม่ต่างจากสตรี ทำให้เขาสนใจไม่น้อย

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   6

    6มีดสั้นที่เหน็บอยู่ตรงเอวถูกชักออกมา ก่อนจะปักลงอย่างแม่นยำกลางฝ่ามือใหญ่ ชั่วขณะหนึ่งตอนมีสติเขาคิดใช้ความรู้สึกเจ็บปวดบรรเทาพิษจากกำยานปลุกกำหนัด“ไม่ได้ผลหรอกเจ้าค่ะคุณชาย มิสู้ชมเชยเรือนร่างข้าเพื่อบรรเทาพิษดีกว่าหรือ” นางกล่าวเชิญชวน เขากำลังจะหมดสติรับรู้สำนึกผิดชอบชั่วดีแล้วจริง ๆเฉินเฟยข้าให้เจ้าไปขโมยบัญชีต้องใช้เวลานานถึงเพียงนี้เลยหรือชายหนุ่มคิดในใจก่อนจะเอนกายลงบนพื้นตามที่ถูกการกระทำของสตรีตรงหน้าชักนำ นางตามมาคร่อมทับร่างกายสูงใหญ่อย่างเชี่ยวชำนาญ ก้มหน้าหมายจะจุมพิตดับสำนึกดีของเขาให้หมดสิ้น“ไร้ยางอาย” สิ้นเสียงเล็กร่างหญิงสาวผู้นั้นล้มลง หากไม่ถูกดึงคงล้มทับร่างของแม่ทัพหนุ่มไปแล้ว คนตีนางปัดมือแรง ๆ เหมือนกำจัดสิ่งสกปรก ก่อนจะข้ามร่างสตรีบนพื้นไปหาบุรุษที่ไม่รู้สติ“ท่านเป็นอย่างไรบ้าง” เยว่หลินประคองเขาขึ้นมาพร้อมกับตีแก้มเขาเพื่อเรียกสติแผ่วเบา“ท่านแม่ทัพได้ยินหรือไม่” จางผิงถามด้วยความเป็นห่วง หากมาไม่ทันไม่รู้ว่าป่านนี้แม่ทัพของเขาจะถูกข่มเหงอย่างไร เคราะห์ดีที่เยว่หลินยืนกรานหนักแน่นแม้ไม่มั่นใจแต่ก็อดหวั่นใจไม่ได้สุดท้ายก็พ่ายแพ้ให้กับท่าทางมั่นอกมั่นใจร

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   5

    5ฟ้าสางขบวนทหารออกเดินทางเข้าสู่เมืองอู๋เยี่ย พ้นเขตภูเขาอู่หลิงเป็นที่ราบหินจึงไม่เฉอะแฉะหลังฝนตก นับว่าเหมาะแก่การตั้งค่าย ค่ายชั่วคราวถูกตั้งขึ้นโดยใช้เวลาไม่นาน และยังวางทหารลาดตระเวนไว้มากเพื่อคอยดูความปลอดภัยรอบค่ายนอกจากนี้ยังส่งทหารสอดแนมไปตรวจดูความเรียบร้อยของเส้นทางล่วงหน้า“ท่านแม่ทัพ เส้นทางข้างหน้าถูกตัดขาดเพราะน้ำท่วม กว่าน้ำจะลดคงใช้เวลาอีกสองถึงสามวัน” โจวต้าเป็นหัวหน้า เมื่อทหารสอดแนมกลับมาแจ้งข่าวแก่หัวหน้าตน เช่นนี้จึงเป็นหน้าที่ของโจวต้ามารายงานต่อแม่ทัพของค่าย“พักที่นี่ก่อน พาทหารใหม่ฝึกเบื้องต้นไปก็แล้วกัน” ไม่คิดเลยว่าฝนที่ตกเพียงสองชั่วยามจะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันเช่นนี้ได้ นี่ก็นับว่าสวรรค์เข้าข้างเพราะเขาต้องทำการตรวจสอบที่ว่าการเมืองอู๋เยี่ย“ข้าจะอ่านรายงาน อย่าให้ผู้ใดมารบกวน ทุกอย่างในค่ายให้เจ้าตัดสินใจ” ชายหนุ่มกล่าวจบก็เข้ากระโจมตนเองไป ไม่รอให้โจวต้าเอ่ยทัดทานหรือสอบถามสิ่งใดอีก นี่เป็นโอกาสดีเขาจะออกไปสืบข่าวด้วยตนเองเครื่องแบบทหารถูกปลดออกเปลี่ยนเป็นอาภรณ์ธรรมดาสีเขียวอ่อนไม่สะดุดตา แต่ก็ไม่ซอมซ่อจนเกินไป ตอนฟ้ายังไม่สางเขาให้มู่ฉีไปสืบข่าวที่ห

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   4

    4ครึ่งชั่วยามผ่านไปทหารทั้งค่ายพากันตั้งแถวออกจากบริเวณเชิงเขาอู่หลิง ทหารบางนายแม้ไม่แสดงออกแต่ภายในไม่พอใจแม่ทัพหลงจวินอยู่มาก การเดินทางทั้งวันทำให้เมื่อยล้าอยู่แล้ว ทว่ายังนอนไม่เพียงพอก็ถูกปลุกให้เดินทางต่ออีก ฝนก็ยังตกลงมาไม่หยุด สายฟ้าผ่าหนแล้วหนเล่าน่าหวาดหวั่นพรั่นพรึง ทั้งที่เป็นต้นเหมันต์ไม่ควรมีพายุหนักเช่นนี้“เจ้าว่าท่านแม่ทัพคิดสิ่งใดอยู่จึงเร่งให้เดินทางยามฝนตกเช่นนี้” เสี่ยวกวงเอ่ยถามเยว่หลินซึ่งขณะนี้เดินอยู่ข้างกัน“ท่านแม่ทัพคงกลัวว่าดินจะถล่มกระมัง” เสียงที่ถูกดัดให้ทุ้มต่ำกล่าวแผ่วเบาพลางส่งยิ้มเล็ก ๆ ให้สหายใหม่“จะเป็นไปได้อย่างไร ฝนเพิ่งตกเพียงชั่วยามเดียวไหนเลยจะทำให้เกิดดินถล่มได้” ทหารหนุ่มร่างกำยำเอ่ยขึ้นหลังได้ฟังความคิดของสหายร่างบอบบางข้างน้องชายตนเอง เยว่หลินมิได้ตอบสิ่งใดออกไปเพียงหัวเราะเบา ๆ คล้ายเห็นด้วยกับที่เสี่ยวหานกล่าวหลังออกเดินมาจากบริเวณเชิงเขาหนึ่งก้านธูปแม่ทัพก็สั่งให้หยุดพักเพื่อรอฟ้าสาง ทหารใหม่และทหารประจำกองทัพพากันพักผ่อนตามคำสั่ง กระโจมและข้าวของยังคงถูกเก็บไว้เนื่องจากใกล้เวลาฟ้าสางแล้วแม่ทัพจึงไม่ได้ให้ตั้งกระโจม“แย่แล้ว ๆ” ทหา

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   3

    3ท่ามกลางป่ารก กระโจมทหารมากมาย ฝนห่าใหญ่ตกลงมาอย่างคาดไม่ถึง ทว่าทั้งค่ายกลับมีเพียงนางที่ยืนอยู่นอกกระโจม สายอสนีฟาดฝ่าลงกลางผืนฟ้าดำสนิทดุจสีหมึก ก่อนเข้านอนดวงจันทร์ยังทอแสงนวลตา ครู่เดียวก็แปรเปลี่ยนเป็นท้องฟ้ากลางพายุเช่นนี้“มีผู้ใดอยู่หรือไม่” เยว่หลินตะโกนเรียกหลังเปิดเข้าไปในกระโจมกลับไม่เห็นผู้ใดอยู่เลย ค่ายชั่วคราวตั้งขึ้นใต้เชิงเขาอู่หลิงซึ่งอยู่ระหว่างรอยต่อเมืองชงหลิงกับเมืองอู๋เยี่ยเยว่หลินเดินตามหาเหล่าสหายทหารอยู่นาน ปากก็ร้องตะโกนเรียกหาสิ่งมีชีวิตในบริเวณค่าย นอกจากไม่มีเสียงใดตอบกลับมา นางยังได้ยินเสียงครืนดังลั่น สายฟ้าผ่าลงบนยอดต้นไม้สูงที่ตีนเขา จากนั้นหน้าดินบนเชิงเขาทะลักไหลลงมาตามสายน้ำ หากดูจากน้ำที่เอ่อบนพื้นดินเกรงว่าฝนคงตกมานานนับชั่วยามแล้วกระมังเพียงพริบตาเดียวกระโจมมากมายถูกดินถล่มทับซ้อนอยู่ใต้โคลนของเชิงเขา หญิงสาวเบิกตากว้าง รีบวิ่งไปข้างหน้าเพื่อหนีดินถล่มไปให้ได้ หัวใจเต้นรัวเหมือนกำลังจะหลุดออกมาข้างนอก สองเท้าเหยียบย่ำบนน้ำฝนเจิ่งนอง แต่ไม่ว่าจะวิ่งอย่างไรก็ไปไม่พ้นจากที่ตั้งของค่ายเสียทีเยว่หลินจนใจกรีดร้องออกมาเสียงดังแล้วพุ่งตัวเข้าไปในก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status