LOGIN2
เช้าวันต่อมา ขบวนทัพเล็กของแม่ทัพหลงจวินออกเดินทางจากเมืองหลวงมุ่งหน้าไปทางประจิมเพื่อผ่านอำเภอชงหลิง อู๋เยี่ย อู๋เฟิง แล้วจึงเข้าสู่อำเภอเว่ยซาน ซึ่งเป็นจุดหมายในการเดินทัพครั้งนี้ แม้จะผ่านเพียงสามเมืองทว่าต้องใช้เวลาถึงเดือนครึ่ง
เนื่องด้วยช่วงปลายสารทฤดูจึงมีการเปิดรับทหารใหม่ไปฝึกที่ค่ายรอบนอก หลายเดือนมานี้นอกด่านพากันซ่องสุมกำลัง ต้าหยางจึงเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
ค่ายเว่ยซานได้ทหารใหม่ติดตามมาฝึกร่วมสามร้อยนาย ในครานี้จึงไม่ได้มีเพียงทหารติดตาม ทหารใหม่นอกจากไม่ชินทางแล้วยังไม่คุ้นชินกับการเดินทางไกลเป็นเวลานาน การเดินทางจึงล่าช้ากว่าคราวก่อน ๆ
เยว่หลินเองก็เดินรวมอยู่กับเหล่าทหารใหม่ในอาภรณ์บุรุษ
“ไอ้หนุ่มเจ้าบอบบางเช่นนี้ เหตุใดมาเป็นทหาร” ชายที่มีหนวดถามขึ้น เขาเพ่งมองใบหน้าของเยว่หลินคิ้วขมวด ใบหน้ามอมแมม ดูบอบบางจนไม่น่าเป็นบุรุษ เขาคิดไม่ออกเลยว่าเด็กหนุ่มผู้นี้จะยกดาบหรือทวนได้อย่างไร แขนสองข้างดูไม่มีเรี่ยวแรงเลยเสียด้วยซ้ำ
ทว่าน่าแปลกเดินทางมานานเด็กหนุ่มผู้นี้กลับไม่มีท่าทีเหนื่อยอ่อนเหมือนทหารใหม่ผู้อื่น
“ที่บ้านข้าตายหมดแล้ว ทั้งครอบครัวมีเพียงข้า ไม่รู้ว่าควรทำสิ่งใดจึงคิดจะมาเป็นทหาร ท่านเล่าพี่ชาย” เยว่หลินกดเสียงต่ำลงเล็กน้อย ตอบชายตรงหน้าด้วยท่าทีเป็นกันเอง นางสังเกตเห็นว่าบุรุษที่เอ่ยถามยังมีน้องชายอยู่ด้วยอีกคน
“ข้าตามเจ้านี่มา” เขาว่าพลางชี้นิ้วไปหาคนข้าง ๆ เด็กหนุ่มผู้นั้นดูแล้วไม่น่าอายุห่างจากนางเท่าใดนัก แต่ร่างกายกำยำแข็งแรงกว่ามากนัก
เยว่หลินมองตามนิ้วของชายมีหนวดไปสบตากับเด็กหนุ่มพอดี เขายกมือขึ้นทักทายนางด้วยรอยยิ้มขี้เล่นหลังดื่มน้ำเสร็จ ก่อนหันไปพูดคุยกับผู้อื่นต่อ
“ข้าเยว่หลิน ไม่ทราบว่าพี่ชายชื่อแซ่ใดหรือ” นางมีเรื่องที่ต้องปิดปังจึงไม่ควรเมินเฉยต่อผู้อื่น จนพาลให้ผู้อื่นนึกสงสัยหรือเกลียดชัง ไม่เช่นนั้นหากถูกกลั่นแกล้งความลับที่มีอาจปกปิดไว้ไม่ได้
“ข้าเสี่ยวหาน น้องข้าเสี่ยวกวง” ได้ยินพี่ชายที่ไม่ค่อยจะเป็นมิตร แต่ยามนี้ผูกมิตรกับผู้อื่น เสี่ยวกวงจึงรีบหันกลับมาสนใจผู้ที่พี่ชายให้พูดคุยด้วยอยู่ น้อยนักที่พี่ชายของเขาจะผูกมิตรกับผู้อื่น
“ข้ากับเจ้าน่าจะอายุไม่ต่างกัน เจ้าเรียกข้าอากวง ข้าเรียกเจ้าอาเยว่ได้หรือไม่” เสี่ยวกวงขยับเข้ามาตรงหน้าเยว่หลิน พูดด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นก่อนจะยกมือขึ้นเกาะไหล่นางอย่างถือวิสาสะ
แม้จะตกใจอยู่บ้างแต่นางตั้งสติได้ในทันที ยามนี้นางมิใช่เยว่หลินสตรีที่ถูกขาย แต่เป็นนายทหารใหม่เยว่หลินที่องอาจ...กระมัง
“ได้เช่นนั้นอากวง พี่หาน เยว่หลินฝากตัวด้วย” นางยิ้มรับพยักหน้าแล้วยกมือขึ้นมาประสานกัน แสดงออกถึงความยินดี จะไม่ยินดีได้อย่างไรในเมื่อตลอดชีวิตที่ผ่านมาสิบกว่าปีนางไม่เคยมีสหายเลย แต่ยามนี้แต่งกายเป็นบุรุษนางกลับมีอิสระที่จะมีทั้งสหายและเลือกทางเดินชีวิตให้ตนเองได้
จากนั้นทั้งสามยังพูดคุยแลกเปลี่ยนนิสัยใจคอกันอีกไม่น้อย ใบหน้างดงามภายใต้รอยเปื้อนจากดินโคลนระบายยิ้มอยู่ตลอดเวลา โดยที่ไม่รู้เลยว่าตนเองถูกจับตามอง
“เข้ามา” ริมฝีปากหยักลึกรูปกระจับเอ่ยขึ้นขณะที่สายตายังจดจ่ออยู่กับหนังสือในมือไม่เงยหน้าขึ้นมองแม้แต่น้อย เงาสายหนึ่งในความมืดปรากฏกายขึ้นตรงหน้า
ราวกับว่าเขามีดวงตาติดอยู่รอบกาย รับรู้ได้ว่าการเคลื่อนไหวเล็กน้อยเกิดขึ้นที่ใดบ้าง จางผิงองครักษ์อีกคนยืนค้อมกายตรงหน้า เดิมทีจางผิงมีหน้าที่ติดตามรับคำสั่งอยู่ใกล้ชิด ทว่าเมื่อเขาตัดสินใจให้นางเข้ามายังกองทัพจึงให้จางผิงคอยเฝ้าจับตามอง
“คนผู้นั้นเข้าพักกับทหารใหม่ที่กระโจมใหญ่ขอรับ ในกระโจมมีทหารใหม่สิบคน” คนฟังนิ่งเฉยไม่ได้เอ่ยสิ่งใด แต่ผู้พูดกลับรับรู้ได้ว่านายกำลังฟังอย่างตั้งใจ เช่นนี้จางผิงจึงกล่าวต่อ
“ดูท่าจะสนิทสนมกับทหารใหม่จากชานเมืองไม่น้อย” จางผิงมั่นใจกว่าเจ็ดส่วนว่าผู้เป็นนายมีความรู้สึกลึกลับกับเยว่หลิน มิเช่นนั้นคงไม่อาจหาญพานางเข้ากองทัพในฐานะทหารใหม่ หลังจากหลงจวินถูกแต่งตั้งเป็นแม่ทัพสตรีมากมายถูกทาบทามให้ แม่ทัพก็ล้วนปฏิเสธเสียหมด เขาแทบไม่เคยเห็นแม่ทัพมีสัมพันธ์พิเศษกับสตรีนางใดเลย
“จางผิง”
“ขอรับท่านแม่ทัพ”
“ต่อไปเรื่องราวเล็กน้อยไม่จำเป็นต้องรายงานข้า ให้เจ้าเฝ้าดูหากนางมีปัญหาค่อยรายงานข้า” จางผิงพยักหน้ารับแล้วจึงหมุนกายกระโจมออกไป ทันทีที่จับความเคลื่อนไหวใกล้กระโจมแม่ทัพได้
หลังจางผิงออกไปไม่นานนัก หน้ากระโจมก็มีเสียงเข้มเสียงหนึ่ง
“ท่านแม่ทัพ ข้าน้อยโจวต้า”
“เข้ามา” เจ้าของกระโจมเอ่ยอนุญาตพร้อมปิดตำราในมือ มองไปยังทหารที่มาใหม่ โจวต้าคือหัวหน้าฝึกทหารใหม่คงเข้ามาเพื่อรายงานสถานการณ์ทหารใหม่ในวันนี้
โจวต้าเป็นทหารรูปร่างกำยำผิวคล้ำเพราะแถบค่ายเว่ยซานแสงอาทิตย์สาดส่องตลอดปี ทหารจึงมีผิวหยาบคล้ำมากกว่าที่อื่น แม้โจวต้าจะอายุมากกว่าหลงจวินถึงหนึ่งรอบทว่าเขายินยอมเคารพหลงจวินในฐานะผู้นำทหารมากความสามารถ
ด้วยชายหนุ่มนำทัพออกรบคราแรกตอนอายุสิบหกแล้วยังกำชัยกลับมา เชี่ยวชาญการใช้กลศึกมากมายทหารในกองทัพเทียนชัวจึงยินยอมรับใช้พลีชีพภายใต้การนำทัพของแม่ทัพหลงจวิน
“เป็นอย่างไร มีที่ใช้ได้บ้างหรือไม่”
“มีหลายคนที่ท่าทางใช้ได้ แต่คงต้องรอให้กลับถึงเว่ยซานทดลองจริงจังเสียก่อนจึงจะดูออก ทว่าบางคนก็ดูไม่น่าจะใช้การได้เกรงว่าคงเป็นได้เพียงทหารในโรงครัวหรือไม่ก็ทหารในโรงหมอขอรับ” ชายหนุ่มพยักหน้า ตรองในใจเห็นทีทหารบางคนที่โจวต้ากล่าวจะเป็นนายทหารใหม่รูปร่างบอบบาง ตัวกระดำกระด่างเพราะจงใจหาโคลนมาทาฉาบผิวขาวกระจ่างของตนเองเอาไว้กระมัง
มุมปากหยักลึกยกขึ้น โจวต้าสังเกตเห็นตกใจจนนึกว่าตนเองตาฝาด ไหนเลยจะเคยเห็นแม่ทัพผู้เฉื่อยชาเช่นเขายิ้ม แม่ทัพคงรู้ตัวจึงหุบยิ้มลงกล่าวกับหัวหน้าทหาร
“เอาตามที่ท่านว่า รอกลับถึงค่ายจัดการทดสอบอีกครั้งค่อยตัดสินใจ หากไม่มีสิ่งใดแล้วก็ไปเถิด”
“ลาท่านแม่ทัพ” โจวต้าออกไปแล้ว เขาจึงเงยหน้ามองผ่านหน้าต่างกระโจม ดวงจันทร์กลมโตส่องแสงสีเหลืองนวลเรื่อ ๆ อยู่กลางท้องฟ้ามืดมิด
คืนนั้นพระจันทร์ก็กลมโตเช่นนี้เหมือนกัน…
52คนทั้งจวนหลงต่างรีบพากันมารับราชโองการจากวังหลวง ทุกชีวิตคุกเข่าอยู่กลางลานใหญ่ รอฟังราชโองการที่หลิวกงกงเชิญมา“จิ้งอันโหวรับราชโองการ เนื่องด้วยจิ้งอันโหวมีความชอบฐานจับกบฏ ซินเจ๋ออ๋องได้ เราขอมอบสมรสพระราชทานให้แก่จิ้งอันโหวและเยว่เหมย บุตรสาวคนเดียวของป้อมตระกูลเยว่ จบราชโองการ”“ข้าน้อยจิ้งอันโหวน้อมรับราชโองการ” จิ้งอันโหวรับราชโองการไว้ในมือ ปากก็ยิ้มไม่หุบ เขาไม่คิดเช่นกันว่าฮ่องเต้จะทรงพระราชทานสมรสให้เขาและเยว่เหมยขณะที่ทั้งหมดกำลังจะลุกขึ้น หลิวกงกงก็หยิบราชโองการอีกอันมาถือเอาไว้ พร้อมประกาศเสียงดัง“เยว่หลินรับราชโองการ... เยว่หลินมีความชอบช่วยราษฎรให้พ้นภัยหิมะ และยังสามารถสังหารแม่ทัพซยงหนูช่วยด่านเฉิงซานพ้นภัย เราขอประกาศราชโองการ แต่งตั้งให้เยว่หลินเป็นเสียนจู่ ราชทินนามรุ่ยเสียนจู่และเป็นรองแม่ทัพแห่งค่ายเว่ยซาน เราหวังว่าเจ้าจะช่วยปกป้องดินแดนด้วยความสุขุม ป้องกันต้าหยางโดยไม่ประมาท สร้างสันติและความสงบ สืบทอดปณิธานดูแลราษฎรต้าหยางสืบไป จบราชโองการ”“ข้าน
51สองวันต่อมาเยว่หลินและเยว่เหมยพากันเข้าวังเพื่อกราบทูลเรื่องราวทั้งหมดที่ทั้งสองประสบพบเจอมา ส่วนซินเจ๋ออ๋องถูกขังอยู่ในคุกหลวง ถูกทรมานให้รับสารภาพแม้หลักฐานต่าง ๆ จะแน่นหนามากแล้วก็ตาม“เยว่เหมย ข้าไม่เคยคิดเลยว่าเจ้าต้องเผชิญหน้ากับเรื่องเหล่านี้เพียงลำพัง ทั้งที่ข้าเป็นถึงฮ่องเต้แต่กลับไม่สามารถช่วยเหลือเจ้าได้เลย เช่นนั้นข้าจะเป็นฮ่องเต้ไปเพื่อสิ่งใดกัน ไม่สู้สละบัลลังก์ไม่ดีกว่าหรือ” ฮ่องเต้อิงตี๋เองก็มีมุมประชดประชันเช่นนี้ด้วย เขากล่าวอย่างน้อยใจแม้แต่ฮองเฮาเองยังขบขัน ทั้งเยว่เหมยและกู้จวินในตอนนั้นล้วนแยกย้ายกันเติบโตไปแล้วในตอนนี้หลงเหลือเพียงสายสัมพันธ์พี่น้องเท่านั้น...“อย่าประชดประชันไปเลยเพคะ ที่หม่อมฉันไม่บอกก็เพราะกลัวเยว่หลินจะเป็นอันตราย เราอยู่ในที่แจ้งคนผู้นั้นอยู่ในที่มืด หม่อมฉันจะยอมเสี่ยงได้อย่างไร”“ฝ่าบาทอย่าทรงกริ้วไปเลยเพคะ” เยว่หลินเองก็เล่าทุกเรื่องที่ตนประสบให้ฮ่องเต้อิงตี๋ฟังเช่นกัน รวมถึงเรื่องที่นางปลอมตัวเป็นบุรุษเข้าไปอยู่ในค่ายทหาร แทนที่พระอ
50เมื่อสิบเจ็ดปีก่อนนางได้ช่วยชีวิตจิ้งอันโหวเอาไว้ และเพราะนางไม่มีที่ไปเขาจึงได้พานางกลับมายังจวนหลง พอนางมาอยู่ใกล้ๆ ทำให้เขารู้จักนางมากขึ้นสุดท้ายก็หลงรักนาง เขาต้องการให้นางอยู่ด้วยตลอดไปทว่าเยว่เหมยกลับมีความต้องการที่เขาไม่สามารถให้นางได้ยามนี้ได้รู้ว่านางมีฐานะสูงส่ง อีกทั้งยังเป็นนางในดวงใจของฮ่องเต้มีหรือเขาจะสามารถแข่งขันด้วยได้“เรื่องลงโทษข้าจะจัดการให้เจ้าสองแม่ลูกอย่างแน่นอน พวกเจ้าสองแม่ลูกเพิ่งได้เจอกัน พักในวังดีหรือไม่จะได้อยู่พูดคุยกันก่อน” ฮ่องเต้ทรงเสนอด้วยความตื่นเต้น คิดถึงนางมาตลอดสิบเจ็ดปีบัดนี้นางอยู่ตรงหน้าจะให้เขาทำใจแข็งได้อย่างไร ฮองเฮาอมยิ้มแล้วลุกเดินมายืนข้างกายสวามีตนพร้อมเอ่ยเย้าด้วยเสียงเบา“พระองค์ไม่เห็นหรือเพคะว่าทั้งเยว่เหมยและเยว่หลินต่างมีผู้ที่รอนางอยู่แล้ว” ได้ยินคำพูดนี้จากฮองเฮา ฮ่องเต้อิงตี๋ต้องรีบเหลียวกลับมามองบุรุษอีกสองคนในโถง ก่อนนี้เขาหลงดีใจจนลืมไปว่าเยว่เหมยมากับจิ้งอันโหว ส่วนเยว่หลินมาแม่ทัพใหญ่หลง ตระกูลหลงอีกแล้ว...“เช่นน
49“ไม่เพียงแต่สมคบศัตรูเท่านั้น ซินเจ๋องอ๋องยังวางแผนฆ่าล้างป้อมตระกูลเยว่เมื่อสิบเจ็ดปีก่อนอีกด้วยพ่ะย่ะค่ะ” ทันทีที่จิ้งอันโหวกล่าวถึงเรื่องเมื่อสิบเจ็ดปีก่อน นัยน์ตากรุ่นโกรธของฮ่องเต้เมื่อครู่ก็วาววับขึ้นมา ราวกับเขาโกรธเรื่องเมื่อสิบเจ็ดปีก่อนมากกว่าเรื่องที่ซินเจ๋ออ๋องวางแผนก่อกบฏ เสียอีก“เรื่องนี้เป็นเช่นไร จิ้งอันโหวเจ้ารีบพูดต่อสิ”“ฝ่าบาทใจเย็น ๆ เถอะเพคะ” ฮ่องเต้รีบถามต่ออย่างเร่งร้อนจนฮองเฮาที่อยู่ข้าง ๆ ต้องเอ่ยปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ฮองเฮารู้ดีว่าสวามีของตนเสียใจกับเรื่องเมื่อสิบเจ็ดปีก่อนมากเพียงใด แม้พระนางจะอยู่ในตำแหน่งฮองเฮามานาน แต่พระนางรู้ดีว่ายังมีสตรีอีกผู้หนึ่งที่ครองใจพระองค์มานานกว่านาง“ป้อมตระกูลเยว่มีกฎว่าต้องเป็นบุตรชายจึงจะสามารถสืบทอดวิชาลับได้ เช่นนี้ซินเจ๋ออ๋องจึงวางแผนให้ได้แต่งงานกับแม่นางเยว่เหมย เพื่อหวังให้นางให้กำเนิดบุตรชาย ทว่าเมื่อแม่นางเยว่ให้กำเนิดบุตรสาวจึงไม่สามารถสืบทอดวิชาลับได้ ซินเจ๋ออ๋องจึงจ้างนักฆ่าเพื่อกำจัดตระกูลเยว่แย่งชิงวิชาลับ แม
48“ฮ่องเต้และฮองเฮาเสด็จ” สิ้นเสียงของขันทีพิธีการผู้คนทั้งโถงรีบลุกมายืนต้อนรับ เมื่อทั้งสองพระองค์เสด็จผ่านก็พากันคุกเข่าก้มศีรษะแสดงความเคารพนอบน้อม กษัตริย์อิงตี๋เหลือบเห็นจิ้งอันโหวก็ทรงแย้มพระโอษฐ์ให้ ก่อนจะเดินไปยังที่ประทับของตนเอง พลางสั่งให้ลุกขึ้นแล้วกลับที่นั่ง เริ่มงานเลี้ยงสารทฤดูขึ้นทันที“ท่านพ่อ ท่านเตรียมครบแล้วหรือไม่” หลงจวินกล่าวกับจิ้งอันโหวขณะขยับตะเกียบคีบอาหารให้เยว่หลิน แม้จะหนักใจทว่านางกลับไม่สามารถปฏิเสธเขาได้ ร่างกายอยากปฏิเสธเพื่อไม่ให้เขาต้องถูกครหาว่าเป็นบุรุษตัดแขนเสื้อ แต่หัวใจนางกลับยินดีรับทุกสิ่งที่เขามอบให้อย่างเต็มใจเสียอย่างนั้น“เจ้าแน่ใจแล้วหรือไม่”“...” หลงจวินพยักหน้าแล้วหันไปมองกษัตริย์อิงตี๋ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ ทั้งสองสบตากันครู่หนึ่งกษัตริย์อิงตี๋ก็เบือนสายตาไปยังขุนนางของตนเอง ทั้งยังเป็นคนฝั่งตระกูลฮองเฮาอีกด้วย“กราบทูลฝ่าบาท” เสียงอึกทึกก่อนนี้เงียบลงเมื่อขุนนางผู้หนึ่งปรี่เข้ามาหมอบกราบอยู่เบื้องหน้า ทุกสายตาในท้องพระโรงยามนี้จับ
47เยว่หลินมาถึงหมิงหยางก่อนฉลองวันสารทฤดูเพียงสี่วัน แต่แม่ทัพกลับให้นางพักที่โรงเตี้ยมโดยมีมู่ฉีคอยระวังอยู่รอบตัว แม้จะอยู่รอบ ๆ ตัวนางทว่าเขากลับไม่ปรากฏกายให้นางเห็นเลย สักวันที่นางไม่จำเป็นต้องมีความลับกับผู้ใดอีก นางจะต้องถามเหตุผลจากเขาให้ได้“นี่เป็นอาภรณ์ที่ท่านแม่ทัพเตรียมไว้ให้ท่าน” เยว่หลินรับกล่องอาภรณ์มาจากมือของมู่ฉี เดิมคิดจะถามเขาว่าเหตุใดต้องให้อาภรณ์แก่นางแต่พอนึกดี ๆ แล้วจึงเข้าใจได้ว่าคืนนี้ทุกคนต้องเข้าวัง หากแต่งกายไม่เหมาะสมก็คงเป็นการไม่ให้เกียรติแก่เชื้อพระวงศ์แม่ทัพหลงจวินเองก็คงคิดเหมือนนางไม่อย่างนั้นคงไม่เตรียมของไว้ให้นาง ช่างใส่ใจ...มือเล็กคว้ากล่องอาภรณ์มาถือเอาไว้ก่อนจะใช้อีกมือเปิดดูของในกล่องที่เขาผู้นั้นเตรียมให้ชุดบุรุษสีขาวสะอาด มองแล้วให้ความสบายตา ดูอบอุ่น อ่อนโยนให้ความรู้สึกน่าถนอมไม่น้อย ทั้งที่นางเป็นผู้ฝึกทหารแต่กลับได้รับชุดที่งดงามถึงเพียงนี้ อีกทั้งยังเป็นของที่เขาให้ ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มกว้าง บ่งบอกว่าชื่นชอบกับของสิ่งนี้อย่างปิดไม่







