Share

3

last update Last Updated: 2026-01-27 11:05:19

3

ท่ามกลางป่ารก กระโจมทหารมากมาย ฝนห่าใหญ่ตกลงมาอย่างคาดไม่ถึง ทว่าทั้งค่ายกลับมีเพียงนางที่ยืนอยู่นอกกระโจม สายอสนีฟาดฝ่าลงกลางผืนฟ้าดำสนิทดุจสีหมึก ก่อนเข้านอนดวงจันทร์ยังทอแสงนวลตา ครู่เดียวก็แปรเปลี่ยนเป็นท้องฟ้ากลางพายุเช่นนี้

“มีผู้ใดอยู่หรือไม่” เยว่หลินตะโกนเรียกหลังเปิดเข้าไปในกระโจมกลับไม่เห็นผู้ใดอยู่เลย ค่ายชั่วคราวตั้งขึ้นใต้เชิงเขาอู่หลิงซึ่งอยู่ระหว่างรอยต่อเมืองชงหลิงกับเมืองอู๋เยี่ย

เยว่หลินเดินตามหาเหล่าสหายทหารอยู่นาน ปากก็ร้องตะโกนเรียกหาสิ่งมีชีวิตในบริเวณค่าย นอกจากไม่มีเสียงใดตอบกลับมา นางยังได้ยินเสียงครืนดังลั่น สายฟ้าผ่าลงบนยอดต้นไม้สูงที่ตีนเขา จากนั้นหน้าดินบนเชิงเขาทะลักไหลลงมาตามสายน้ำ หากดูจากน้ำที่เอ่อบนพื้นดินเกรงว่าฝนคงตกมานานนับชั่วยามแล้วกระมัง

เพียงพริบตาเดียวกระโจมมากมายถูกดินถล่มทับซ้อนอยู่ใต้โคลนของเชิงเขา หญิงสาวเบิกตากว้าง รีบวิ่งไปข้างหน้าเพื่อหนีดินถล่มไปให้ได้ หัวใจเต้นรัวเหมือนกำลังจะหลุดออกมาข้างนอก สองเท้าเหยียบย่ำบนน้ำฝนเจิ่งนอง แต่ไม่ว่าจะวิ่งอย่างไรก็ไปไม่พ้นจากที่ตั้งของค่ายเสียที

เยว่หลินจนใจกรีดร้องออกมาเสียงดังแล้วพุ่งตัวเข้าไปในกระโจมใหญ่ที่สุดตรงหน้า

“ฝันอีกแล้ว” ริมฝีปากสีชมพูอ่อนพึมพำขึ้น หลังสะดุ้งตื่น ใบหน้ากระดำกระด่างจากสีดินโคลนเต็มไปด้วยเหงื่อเม็ดโต ร่างเล็กหอบหายใจเข้าด้วยความตื่นตระหนก สำหรับผู้อื่นฝันก็เป็นเพียงฝัน

ทว่าสำหรับนางมันคือการเตือนภัย ภัยที่ไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใดแต่นางมั่นใจว่าจะเป็นคืนนี้ เพราะภูเขาในฝันคือภูเขาอู่หลิง ซึ่งหากไม่เกิดขึ้นในคืนนี้ก็ไม่มีโอกาสเกิดขึ้นอีกแล้ว

นางต้องการคิดทบทวนเหตุการณ์ในฝันจึงลุกออกจากกระโจม เพียงเลิกม่านหน้ากระโจมขึ้น สายอสนีบาตเหมือนในฝันก็ฝ่าลงมา

นัยน์ตากลมโตเบิกค้างจ้องมองสายฟ้าฟาดด้วยใจระทึก มันคือสัญญาณเตือนเหมือนที่นางคิด นางไม่สามารถปล่อยให้ทุกอย่างเป็นเหมือนในฝันได้ แต่การจะปลุกทุกคนโดยใช้เหตุผลเพียงเพราะความฝันนาง ผู้ใดจะเชื่อถือเป็นไปไม่ได้แม้แต่น้อย

เช่นนั้นคงมีคนเพียงผู้เดียวที่จะทำให้ทั้งค่ายย้ายออกจากบริเวณเชิงเขา โดยไม่มีผู้ใดกล้าขัด...แม่ทัพหลงจวิน

คิดได้จึงมุ่งหน้าไปยังกระโจมใหญ่ ใกล้ต้นไม้สูงต้นหนึ่ง ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็สามารถมองเห็นได้ชัดเจน แม้จะยังไม่ได้ฝึกยุทธ์แต่ฝีเท้านางกลับเบาจนไม่ทำให้ทหารใหม่ตื่น

นางมาถึงด้านข้างของกระโจมแม่ทัพ หยาดพิรุณก็เริ่มโปรยปรายลงมา อีกไม่เกินสองชั่วยามดินจะต้องถล่มลงมาเป็นแน่ นางยืนนิ่งอยู่หน้ากระโจมชั่งใจว่าจะเข้าไปดีหรือไม่ เข้าไปก็ไม่รู้ว่าควรต้องพูดอย่างไร

ก้าวเท้าไปด้านหน้าหนึ่งก้าวจากนั้นถอยกลับมายืนที่เดิม ทำซ้ำไปมาอยู่สักพัก กระทั่ง...

“จะเข้ามาหรือไม่” เสียงทุ้มกังวานดังขึ้นราวกับอนุญาตให้ผู้ที่อยู่ภายนอกเข้ามา เยว่หลินสูดลมหายใจเดินเข้าไปอย่างรีบร้อน น้ำเสียงเมื่อครู่ไม่มีความขุ่นมัวหรือง่วงงุนแม้แต่น้อย

หมายความว่ายามนี้เขายังไม่หลับ นัยน์ตากระจ่างใสกวาดมองภายในกระโจมดูว่าเจ้าของนั่งอยู่ที่ใด เทียนถูกจุดไว้สองแห่งแต่นางกลับมองไม่เห็นเขาในบริเวณที่มีแสงสว่าง

เงาร่างสูงโปร่งคุ้นเคยอยู่ภายใต้เงามืดสลัว ร่างนั้นนั่งเท้าคางลงบนโต๊ะ จ้องมายังบุรุษร่างเล็กที่เพิ่งเข้ามา เขาไม่เอ่ยถามสิ่งใดแม้แต่ครึ่งคำ

จริงอยู่ที่นางฝีเท้าแผ่วเบาแต่ผู้ฝึกยุทธ์ซ้ำยังเก่งกาจเช่นเขาจะไม่รู้ได้อย่างไร อีกทั้งเขายังได้ยินสัญญาณจากจางผิงจึงมั่นใจได้ว่าผู้ที่อยู่ด้านนอกคือเยว่หลิน

“คารวะท่านแม่ทัพ ขออภัยที่มารบกวนแม่ทัพดึกถึงเพียงนี้”

“มีสิ่งใดก็พูดมา รบกวนหรือไม่ก็มาแล้ว”

“ข้ามีเรื่องอยากรบกวนท่านแม่ทัพ แม้ว่าจะไม่สมเหตุสมผลแต่ข้าอยากให้ท่านแม่ทัพเชื่อโดยไม่สงสัย” หญิงสาวคุกเข่าประสานมือตรงหน้า พูดจบก็กัดริมฝีปากตนเองกังวลอยู่ว่าหากเขาไม่เชื่อจะทำอย่างไร คำพูดของนางมันไม่มีเหตุผลเลย

“ข้าเชื่อเจ้าได้ แต่ไม่สงสัยไม่ได้”

“หากไม่รีบทำยามนี้เกรงว่าคงไม่ทันแล้ว” เรื่องฝันก็ไม่ใช่ว่าบอกไปไม่ได้ แต่เกรงว่าบอกไปแล้วเขาจะไม่เชื่อเท่านั้น ชายหนุ่มตรงหน้าลุกจากที่นั่งหยุดยืนตรงหน้านาง ใบหน้าเฉื่อยชาไร้อารมณ์แต่ดวงตากลับสุกใสเสียยิ่งกว่าดวงดารา

“หากเจ้าบอกเหตุผลได้ ข้าจะทำตาม” เยว่หลินลุกขึ้นยืนกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบ เชื่องช้า ทว่าชัดเจนมั่นคง

“หากข้าบอกท่านแม่ทัพจะเชื่อหรือไม่”

“ลองบอกมา ข้าจะตัดสินเองว่าควรเชื่อหรือไม่” หญิงสาวนึกกังวลไม่น้อยกลัวว่าบอกไปเขาจะไม่เชื่อซ้ำยังถูกลงโทษ แต่หากไม่บอกก็จะมีการตายหมู่เกิดขึ้น นางไม่อยากให้เป็นเช่นนั้นจึงไม่มีทางเลือกอื่น

“อีกไม่เกินสองชั่วยามที่นี่จะถูกดินถล่ม หากไม่รีบไปตอนนี้เกรงว่าคงหนีไม่ทันแล้ว”

“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าที่นี่จะถูกดินถล่ม หากหนีแล้วไม่เกิดจะทำอย่างไร”

“ดินจะต้องถล่มลงมาภายในสองชั่วยาม หากหนีแล้วไม่เกิดข้ายินดีรับโทษทางทหาร ไม่ว่าจะเป็นโทษใด ขอเพียงท่านแม่ทัพยินยอมเชื่อและสั่งย้ายค่ายโดยเร็ว” แม่ทัพหนุ่มไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ เพียงยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นจึงกล่าวกับหญิงสาวตรงหน้า

“เจ้ากลับไปที่กระโจม รีบเก็บข้าวของ”

“ขอบคุณท่านแม่ทัพ” พูดจบนางรีบปรี่ออกไปทันที คล้อยหลังครู่เดียวแม่ทัพหลงจวินก็เอ่ยเสียงเบาออกมา

“เฉินเฟยไปแจ้งหัวหน้าย้ายค่ายเก็บของให้เสร็จภายในครึ่งชั่วยาม”

“ท่านแม่ทัพ จะเชื่อนางจริงหรือขอรับ แม้ฝนจะตกหนักแต่ดินถล่มไม่ใช่ว่าเกิดขึ้นได้ง่าย ๆ เลย” เฉินเฟยยืนอยู่ในเงามืดตลอดจึงได้ยินสิ่งที่ผู้เป็นนายพูดกับหญิงบอบบางผู้นั้น เขาไม่เชื่อเลยแม้แต่น้อยว่าดินจะถล่มลงมาได้อย่างคำกล่าวของนาง

“เจ้ารีบไป” แต่เมื่อผู้เป็นนายออกคำสั่งเขาจะขัดได้อย่างไร เฉินเฟยประสานมือค้อมตัวแล้วจากไป จัดการแจ้งแก่หัวหน้าทั้งสามเพื่อให้เก็บของ เคลื่อนย้ายค่ายชั่วคราวโดยเร็ว

เขาเชื่อคำนางแต่กระนั้นก็ยังสงสัยว่าเหตุใดนางจึงมั่นใจมากถึงเพียงนี้ เรื่องดินฟ้าอากาศไหนเลยเชื่อได้เต็มที่ สำหรับเขาแล้วการย้ายค่ายไม่ยุ่งยากเท่ากับการที่ทหารทั้งค่ายถูกฝังทั้งเป็น

เช่นนั้นการเชื่อคำนางจึงไม่มีผลเสียกับเขา ดีกว่าไม่เชื่อแล้วถูกฝังกันขึ้นมาจริง ๆ อีกทั้งเขาเชื่อมั่นในตัวนาง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   52

    52คนทั้งจวนหลงต่างรีบพากันมารับราชโองการจากวังหลวง ทุกชีวิตคุกเข่าอยู่กลางลานใหญ่ รอฟังราชโองการที่หลิวกงกงเชิญมา“จิ้งอันโหวรับราชโองการ เนื่องด้วยจิ้งอันโหวมีความชอบฐานจับกบฏ ซินเจ๋ออ๋องได้ เราขอมอบสมรสพระราชทานให้แก่จิ้งอันโหวและเยว่เหมย บุตรสาวคนเดียวของป้อมตระกูลเยว่ จบราชโองการ”“ข้าน้อยจิ้งอันโหวน้อมรับราชโองการ” จิ้งอันโหวรับราชโองการไว้ในมือ ปากก็ยิ้มไม่หุบ เขาไม่คิดเช่นกันว่าฮ่องเต้จะทรงพระราชทานสมรสให้เขาและเยว่เหมยขณะที่ทั้งหมดกำลังจะลุกขึ้น หลิวกงกงก็หยิบราชโองการอีกอันมาถือเอาไว้ พร้อมประกาศเสียงดัง“เยว่หลินรับราชโองการ... เยว่หลินมีความชอบช่วยราษฎรให้พ้นภัยหิมะ และยังสามารถสังหารแม่ทัพซยงหนูช่วยด่านเฉิงซานพ้นภัย เราขอประกาศราชโองการ แต่งตั้งให้เยว่หลินเป็นเสียนจู่ ราชทินนามรุ่ยเสียนจู่และเป็นรองแม่ทัพแห่งค่ายเว่ยซาน เราหวังว่าเจ้าจะช่วยปกป้องดินแดนด้วยความสุขุม ป้องกันต้าหยางโดยไม่ประมาท สร้างสันติและความสงบ สืบทอดปณิธานดูแลราษฎรต้าหยางสืบไป จบราชโองการ”“ข้าน

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   51

    51สองวันต่อมาเยว่หลินและเยว่เหมยพากันเข้าวังเพื่อกราบทูลเรื่องราวทั้งหมดที่ทั้งสองประสบพบเจอมา ส่วนซินเจ๋ออ๋องถูกขังอยู่ในคุกหลวง ถูกทรมานให้รับสารภาพแม้หลักฐานต่าง ๆ จะแน่นหนามากแล้วก็ตาม“เยว่เหมย ข้าไม่เคยคิดเลยว่าเจ้าต้องเผชิญหน้ากับเรื่องเหล่านี้เพียงลำพัง ทั้งที่ข้าเป็นถึงฮ่องเต้แต่กลับไม่สามารถช่วยเหลือเจ้าได้เลย เช่นนั้นข้าจะเป็นฮ่องเต้ไปเพื่อสิ่งใดกัน ไม่สู้สละบัลลังก์ไม่ดีกว่าหรือ” ฮ่องเต้อิงตี๋เองก็มีมุมประชดประชันเช่นนี้ด้วย เขากล่าวอย่างน้อยใจแม้แต่ฮองเฮาเองยังขบขัน ทั้งเยว่เหมยและกู้จวินในตอนนั้นล้วนแยกย้ายกันเติบโตไปแล้วในตอนนี้หลงเหลือเพียงสายสัมพันธ์พี่น้องเท่านั้น...“อย่าประชดประชันไปเลยเพคะ ที่หม่อมฉันไม่บอกก็เพราะกลัวเยว่หลินจะเป็นอันตราย เราอยู่ในที่แจ้งคนผู้นั้นอยู่ในที่มืด หม่อมฉันจะยอมเสี่ยงได้อย่างไร”“ฝ่าบาทอย่าทรงกริ้วไปเลยเพคะ” เยว่หลินเองก็เล่าทุกเรื่องที่ตนประสบให้ฮ่องเต้อิงตี๋ฟังเช่นกัน รวมถึงเรื่องที่นางปลอมตัวเป็นบุรุษเข้าไปอยู่ในค่ายทหาร แทนที่พระอ

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   50

    50เมื่อสิบเจ็ดปีก่อนนางได้ช่วยชีวิตจิ้งอันโหวเอาไว้ และเพราะนางไม่มีที่ไปเขาจึงได้พานางกลับมายังจวนหลง พอนางมาอยู่ใกล้ๆ ทำให้เขารู้จักนางมากขึ้นสุดท้ายก็หลงรักนาง เขาต้องการให้นางอยู่ด้วยตลอดไปทว่าเยว่เหมยกลับมีความต้องการที่เขาไม่สามารถให้นางได้ยามนี้ได้รู้ว่านางมีฐานะสูงส่ง อีกทั้งยังเป็นนางในดวงใจของฮ่องเต้มีหรือเขาจะสามารถแข่งขันด้วยได้“เรื่องลงโทษข้าจะจัดการให้เจ้าสองแม่ลูกอย่างแน่นอน พวกเจ้าสองแม่ลูกเพิ่งได้เจอกัน พักในวังดีหรือไม่จะได้อยู่พูดคุยกันก่อน” ฮ่องเต้ทรงเสนอด้วยความตื่นเต้น คิดถึงนางมาตลอดสิบเจ็ดปีบัดนี้นางอยู่ตรงหน้าจะให้เขาทำใจแข็งได้อย่างไร ฮองเฮาอมยิ้มแล้วลุกเดินมายืนข้างกายสวามีตนพร้อมเอ่ยเย้าด้วยเสียงเบา“พระองค์ไม่เห็นหรือเพคะว่าทั้งเยว่เหมยและเยว่หลินต่างมีผู้ที่รอนางอยู่แล้ว” ได้ยินคำพูดนี้จากฮองเฮา ฮ่องเต้อิงตี๋ต้องรีบเหลียวกลับมามองบุรุษอีกสองคนในโถง ก่อนนี้เขาหลงดีใจจนลืมไปว่าเยว่เหมยมากับจิ้งอันโหว ส่วนเยว่หลินมาแม่ทัพใหญ่หลง ตระกูลหลงอีกแล้ว...“เช่นน

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   49

    49“ไม่เพียงแต่สมคบศัตรูเท่านั้น ซินเจ๋องอ๋องยังวางแผนฆ่าล้างป้อมตระกูลเยว่เมื่อสิบเจ็ดปีก่อนอีกด้วยพ่ะย่ะค่ะ” ทันทีที่จิ้งอันโหวกล่าวถึงเรื่องเมื่อสิบเจ็ดปีก่อน นัยน์ตากรุ่นโกรธของฮ่องเต้เมื่อครู่ก็วาววับขึ้นมา ราวกับเขาโกรธเรื่องเมื่อสิบเจ็ดปีก่อนมากกว่าเรื่องที่ซินเจ๋ออ๋องวางแผนก่อกบฏ เสียอีก“เรื่องนี้เป็นเช่นไร จิ้งอันโหวเจ้ารีบพูดต่อสิ”“ฝ่าบาทใจเย็น ๆ เถอะเพคะ” ฮ่องเต้รีบถามต่ออย่างเร่งร้อนจนฮองเฮาที่อยู่ข้าง ๆ ต้องเอ่ยปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ฮองเฮารู้ดีว่าสวามีของตนเสียใจกับเรื่องเมื่อสิบเจ็ดปีก่อนมากเพียงใด แม้พระนางจะอยู่ในตำแหน่งฮองเฮามานาน แต่พระนางรู้ดีว่ายังมีสตรีอีกผู้หนึ่งที่ครองใจพระองค์มานานกว่านาง“ป้อมตระกูลเยว่มีกฎว่าต้องเป็นบุตรชายจึงจะสามารถสืบทอดวิชาลับได้ เช่นนี้ซินเจ๋ออ๋องจึงวางแผนให้ได้แต่งงานกับแม่นางเยว่เหมย เพื่อหวังให้นางให้กำเนิดบุตรชาย ทว่าเมื่อแม่นางเยว่ให้กำเนิดบุตรสาวจึงไม่สามารถสืบทอดวิชาลับได้ ซินเจ๋ออ๋องจึงจ้างนักฆ่าเพื่อกำจัดตระกูลเยว่แย่งชิงวิชาลับ แม

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   48

    48“ฮ่องเต้และฮองเฮาเสด็จ” สิ้นเสียงของขันทีพิธีการผู้คนทั้งโถงรีบลุกมายืนต้อนรับ เมื่อทั้งสองพระองค์เสด็จผ่านก็พากันคุกเข่าก้มศีรษะแสดงความเคารพนอบน้อม กษัตริย์อิงตี๋เหลือบเห็นจิ้งอันโหวก็ทรงแย้มพระโอษฐ์ให้ ก่อนจะเดินไปยังที่ประทับของตนเอง พลางสั่งให้ลุกขึ้นแล้วกลับที่นั่ง เริ่มงานเลี้ยงสารทฤดูขึ้นทันที“ท่านพ่อ ท่านเตรียมครบแล้วหรือไม่” หลงจวินกล่าวกับจิ้งอันโหวขณะขยับตะเกียบคีบอาหารให้เยว่หลิน แม้จะหนักใจทว่านางกลับไม่สามารถปฏิเสธเขาได้ ร่างกายอยากปฏิเสธเพื่อไม่ให้เขาต้องถูกครหาว่าเป็นบุรุษตัดแขนเสื้อ แต่หัวใจนางกลับยินดีรับทุกสิ่งที่เขามอบให้อย่างเต็มใจเสียอย่างนั้น“เจ้าแน่ใจแล้วหรือไม่”“...” หลงจวินพยักหน้าแล้วหันไปมองกษัตริย์อิงตี๋ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ ทั้งสองสบตากันครู่หนึ่งกษัตริย์อิงตี๋ก็เบือนสายตาไปยังขุนนางของตนเอง ทั้งยังเป็นคนฝั่งตระกูลฮองเฮาอีกด้วย“กราบทูลฝ่าบาท” เสียงอึกทึกก่อนนี้เงียบลงเมื่อขุนนางผู้หนึ่งปรี่เข้ามาหมอบกราบอยู่เบื้องหน้า ทุกสายตาในท้องพระโรงยามนี้จับ

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   47

    47เยว่หลินมาถึงหมิงหยางก่อนฉลองวันสารทฤดูเพียงสี่วัน แต่แม่ทัพกลับให้นางพักที่โรงเตี้ยมโดยมีมู่ฉีคอยระวังอยู่รอบตัว แม้จะอยู่รอบ ๆ ตัวนางทว่าเขากลับไม่ปรากฏกายให้นางเห็นเลย สักวันที่นางไม่จำเป็นต้องมีความลับกับผู้ใดอีก นางจะต้องถามเหตุผลจากเขาให้ได้“นี่เป็นอาภรณ์ที่ท่านแม่ทัพเตรียมไว้ให้ท่าน” เยว่หลินรับกล่องอาภรณ์มาจากมือของมู่ฉี เดิมคิดจะถามเขาว่าเหตุใดต้องให้อาภรณ์แก่นางแต่พอนึกดี ๆ แล้วจึงเข้าใจได้ว่าคืนนี้ทุกคนต้องเข้าวัง หากแต่งกายไม่เหมาะสมก็คงเป็นการไม่ให้เกียรติแก่เชื้อพระวงศ์แม่ทัพหลงจวินเองก็คงคิดเหมือนนางไม่อย่างนั้นคงไม่เตรียมของไว้ให้นาง ช่างใส่ใจ...มือเล็กคว้ากล่องอาภรณ์มาถือเอาไว้ก่อนจะใช้อีกมือเปิดดูของในกล่องที่เขาผู้นั้นเตรียมให้ชุดบุรุษสีขาวสะอาด มองแล้วให้ความสบายตา ดูอบอุ่น อ่อนโยนให้ความรู้สึกน่าถนอมไม่น้อย ทั้งที่นางเป็นผู้ฝึกทหารแต่กลับได้รับชุดที่งดงามถึงเพียงนี้ อีกทั้งยังเป็นของที่เขาให้ ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มกว้าง บ่งบอกว่าชื่นชอบกับของสิ่งนี้อย่างปิดไม่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status