Share

1

last update Last Updated: 2026-01-27 11:05:05

1

จวนสกุลหลงใหญ่โต ไม่ต่างจากที่เห็นในฝัน หลังคากระเบื้องราคาแพงสมกับเป็นจวนพระราชทาน ทั้งใหญ่โตโอ่อ่ากว้างขวาง เยว่หลินเดินก้มหน้าตามสาวใช้อาวุโสของอนุรองไปยังเรือนตะวันออก

เรือนหลังใหญ่บ่าวไพร่น้อยกว่าที่อื่น ราวกับว่าเจ้าของเรือนไม่ชื่นชอบให้มีผู้คนวุ่นวาย หน้าประตูมีบ่าวคนสนิทเฝ้าเพียงลำพัง บุรุษผู้นั้นเห็นสาวใช้อาวุโสก็หันไปเปิดประตูเรือนให้ การกระทำทุกสิ่งไม่มีการสนทนากันแม้ครึ่งคำ

“เจ้าเข้าไปรออยู่ข้างใน” สาวใช้อาวุโสกล่าวกับผู้ถูกซื้อมาใหม่ สวี่ฮูหยินยามนี้เป็นผู้ดูแลเรื่องหลังเรือนจวนหลง แม้ไม่ใช่มารดาของคุณชายใหญ่แต่จำต้องทำหน้าที่แทนมารดา

เนื่องจากแม่ทัพหลงลูกชายคนโตสกุลหลงเอาแต่รบทัพจับศึกอยู่ที่ด่านเว่ยซานในอวี๋หยาง ไม่สนใจเรื่องคู่ครองหรือชายตาแลสตรีคนใดเลย สวี่ฮูหยินจึงคิดว่าจะหาซื้อสาวใช้หน้าตางดงามมาเพื่อปรนนิบัติเขา

เช่นนี้เยว่หลินที่มีหน้าตางดงามราวบุปผา กิริยามารยาทล้วนแต่ถูกสั่งสอนมาเป็นอย่างดีจึงถูกซื้อเข้ามา

“เจ้าค่ะ” นางรับคำแล้วเดินเข้าไปในห้อง ภายในมีเทียนถูกจุดขึ้นเพียงเล่มเดียว บนเตียงไม้แกะสลักมีเงาร่างคนผู้หนึ่งนั่งรออยู่ ราวกับเขารู้ว่านางจะมา มือเรียวเห็นข้อกระดูกคู่นั้นถือถ้วยชาไว้ เพียงไม่รู้ว่าถ้วยชานั้นมีสีหรือลวดลายอย่างไร

หญิงสาวหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขาพลางคุกเข่าลงบนพื้นไม้เย็นเฉียบ แขนเรียวเสลายกขึ้นมาประสานก่อนนางจะเอ่ยบางอย่างขึ้นมา บุรุษตรงหน้าก็กล่าวขัดขึ้นมาเสียก่อน

“หากให้เลือกเป็นสาวใช้อยู่ที่จวนกับติดตามข้าไปในกองทัพ เจ้าจะเลือกสิ่งใด” ดังความฝันไม่ผิดเพี้ยน บุรุษตรงหน้าถามนางด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เป็นเพราะเขานั่งอยู่ภายใต้เงามืดแห่งราตรีกาลจึงไม่อาจพินิจได้ว่าใบหน้านั้นมีลักษณะเช่นใด

ฝันนั้นนางเลือกเป็นสาวใช้อุ่นเตียงอยู่ในจวนหลง เพราะนางใช้ชีวิตลำบากมาตลอดจึงคิดว่าขอเพียงมีที่พึ่งก็พอ ทว่าเมื่อเลือกแล้วนางกลับพบว่าแท้จริงชีวิตที่ผ่านมานางทุกข์ยากเพราะสิ่งใด

เช่นนั้นครานี้...

“ว่าอย่างไร เจ้าจะเลือก…”

“ข้าขอติดตามคุณชายไปยังกองทัพในฐานะบุรุษ” นางจะไม่ดำเนินชีวิตอย่างเรียบง่ายอีกต่อไป ที่ผ่านมานางไม่รู้ว่าตนเองควรมีชีวิตไปเพื่อสิ่งใด แต่ยามนี้นางรู้แล้วว่าควรจะอยู่ไปเพื่อสิ่งใด

หากอยากแก้แค้นผู้มีอำนาจถึงเพียงนั้นนางทำได้เพียงมีอำนาจให้เทียบเท่า แล้วคนในราชวงศ์ยังจะกลัวสิ่งใดได้อีก หากมิใช่อำนาจทางทหาร เมื่อเป็นเช่นนี้นางก็จะเป็นแม่ทัพที่ชื่อเสียงเกรียงไกร ไม่ว่าผู้ใดก็ต้องรู้จักจะทำให้บุรุษผู้นั้นรับรู้ว่า แม้เป็นสตรีนางก็ไม่ใช่คนอ่อนแอ

“ในฐานะบุรุษ?” แม่ทัพหลงเอ่ยย้ำพร้อมกับวางถ้วยชาในมือ ยืดตัวเต็มความสูงเคลื่อนตัวออกจากเงามืดที่ทอดยาว ทั้ง ๆ ที่กำลังเหยียบย่างอยู่บนพื้นไม้ ทว่าฝีเท้ากลับเบาราวเหยียบอยู่บนเมฆา ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเขาเป็นผู้ฝึกยุทธ์ฝีมือเก่งกาจ

“เจ้าค่ะ บ่าวต้องการตามคุณชายไปในฐานะบุรุษ”

“เหตุใดจึงอยากเข้าไปในค่าย”

“เป็นคุณชายมิใช่หรือที่อยากให้บ่าวตามไป ไม่เช่นนั้นคุณชายคงไม่ถามเช่นนี้” นางถือโอกาสคาดเดาความคิดของบุรุษตรงหน้า ทั้งที่เพิ่งเคยเจอกันแต่เขาให้ตัวเลือกแปลก ๆ เช่นนี้แก่หญิงสาวซึ่งถูกซื้อมาเพื่อปรนนิบัติ เห็นได้ชัดว่าประหลาดถึงกระนั้นนางก็จะไม่ถามเหตุผล เพราะตัวนางเองก็มีเรื่องที่บอกผู้ใดไม่ได้เช่นกัน

“เอาเถอะ เจ้าเลือกแล้วข้าจะไม่ถามให้มากความ เรื่องให้เจ้าเข้าไปในฐานะบุรุษข้ารับปาก แต่คงไม่อาจปกป้องเจ้าตลอดเวลาได้ เจ้าจะต้องทำทุกสิ่งด้วยตนเอง”

“ขอบคุณคุณชาย บุญคุณนี้บ่าวไม่มีวันลืม และจะไม่ทำให้ตนเองเป็นภาระคุณชายอย่างแน่นอน”

“ต่อไปเรียกข้าว่าท่านแม่ทัพเหมือนเฉินเฟยและจางผิง อย่าให้ผู้ใดสงสัย” แม่ทัพที่ควบคุมทหารเรือนแสนไหนเลยพูดง่ายเช่นนี้ ความเคลือบแคลงทะลักทลายมากยิ่งขึ้น เขามีบางสิ่งแฝงเร้นนางมั่นใจ ไม่เช่นนั้นเขาจะยอมให้นางเข้าไปอยู่ในค่ายทหารได้อย่างไร หากถูกจับได้จะต้องถูกโทษหลอกลวงเบื้องสูง

คิ้วเรียวดุจกิ่งหลิวขมวดแน่นพอดีกับที่ร่างสูงโปร่งตรงหน้าหลุดจากเงามืดด้านหลัง หญิงสาวเงยหน้ามองเจ้าของเงาร่างสูงด้วยแววตาตื่นตะลึง

ไม่คิดว่าในชีวิตนี้นางจะได้พบบุรุษที่มีใบหน้าหล่อเหลาได้ถึงเพียงนี้ คิ้วกระบี่พาดเหนือนัยน์ตาเฟิ่งหวงคู่งาม แววตาลึกล้ำดุจดั่งห้วงสมุทร จมูกโด่งเชิดดูแล้วให้ความรู้สึกหยิ่งยโส เข้าถึงได้ยาก ริมฝีปากสีแดงสดไม่รู้ว่าริมฝีปากและผลอิงเถาสิ่งใดสดกว่ากัน

ใบหน้าหล่อเหลาเช่นนี้หากเคยพบนางจะลืมได้อย่างไร ทว่านางก็รู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด...

“เจ้ามีสิ่งใดอยากถามใช่หรือไม่”

“มีเจ้าค่ะ บ่าวอยากถามท่านแม่ทัพ...”

“แต่ข้าไม่อยากตอบ เฉินเฟย” เยว่หลินยังถามไม่จบประโยคดีเขาก็ขัดขึ้นมาเสียก่อน ช่างเป็นผู้ที่ไม่อาจคาดเดาอารมณ์ได้เลย เขาพูดราวกับอยากให้นางถามแต่เมื่อเอ่ยถามเขากลับไม่อยากตอบ

เขาเป็นนาย นางเป็นบ่าว หากไม่อยากตอบนางจะทำสิ่งใดได้ เยว่หลินเงียบไปก่อนจะพยักหน้ารับแผ่วเบา

เงาร่างสายหนึ่งวูบผ่านด้านหลังของนางทันทีที่ถูกเรียกชื่อ คล้ายกับคนผู้นี้แฝงตัวอยู่ภายในหน้าต่างหรือประตูอย่างไรอย่างนั้น และคนผู้นี้ก็เป็นบุรุษในฝันของนางเช่นกัน

“ขอรับ ท่านแม่ทัพ”

“พานางไปห้องพัก จัดหาเสื้อผ้าบุรุษและของใช้ในนาง พรุ่งนี้ออกเดินทางพร้อมกัน กลับอวี๋หยาง” เฉินเฟยรับคำแล้วเร่งไปทำตามคำสั่งของผู้เป็นนาย เยว่หลินจึงกล่าวลาตามออกไป

แคว้นอวี๋หยางตั้งอยู่ทางประจิมของอาณาจักรต้าหยาง เขตเหนือสุดของแคว้นติดกับเขตนอกด่านที่มีหิมะตกตลอดปี ใต้สุดติดเขตทะเลทรายสิบปีหิมะตกที

ไม่ว่าจะเหนือหรือใต้สุดล้วนแต่มักถูกรุกรานโดยพวกนอกด่านอยู่เสมอ รอบแคว้นจึงมีค่ายทหารคอยดูแล

สกุลหลงเองก็เป็นหนึ่งในห้าแม่ทัพใหญ่คอยปกป้องอาณาจักรต้าหยางแห่งนี้ เดิมแม่ทัพนำทหารของค่ายเว่ยซานคือบิดาของหลงจวิน ซึ่งก็คือแม่ทัพหลงเฉวียนหมิง แต่ภายหลังบาดเจ็บหนักจนไม่อาจนำทัพได้อีก

ฮ่องเต้ทรงเห็นแก่ความดีเรียกกลับเมืองหลวง แต่งตั้งเป็นโหวใช้ชีวิตในเมืองหลวง เขาจึงมอบหน้าที่นำทหารให้บุตรชายคนโตที่เพิ่งอายุสิบหก หลงจวินเข้ารับตำแหน่งแทนเป็นคราแรกก็กำชัยกลับมา เพราะความสามารถในการนำทัพจึงถูกแต่งตั้งเป็นแม่ทัพของค่ายเว่ยซานในเวลาต่อมา

“ข้าได้พบเจ้าจนได้” ชายหนุ่มพึมพำก่อนหมุนตัวกลับเข้าไปนั่งอยู่ในเงามืดอีกครั้ง หลังจากองครักษ์พานางออกไป

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   52

    52คนทั้งจวนหลงต่างรีบพากันมารับราชโองการจากวังหลวง ทุกชีวิตคุกเข่าอยู่กลางลานใหญ่ รอฟังราชโองการที่หลิวกงกงเชิญมา“จิ้งอันโหวรับราชโองการ เนื่องด้วยจิ้งอันโหวมีความชอบฐานจับกบฏ ซินเจ๋ออ๋องได้ เราขอมอบสมรสพระราชทานให้แก่จิ้งอันโหวและเยว่เหมย บุตรสาวคนเดียวของป้อมตระกูลเยว่ จบราชโองการ”“ข้าน้อยจิ้งอันโหวน้อมรับราชโองการ” จิ้งอันโหวรับราชโองการไว้ในมือ ปากก็ยิ้มไม่หุบ เขาไม่คิดเช่นกันว่าฮ่องเต้จะทรงพระราชทานสมรสให้เขาและเยว่เหมยขณะที่ทั้งหมดกำลังจะลุกขึ้น หลิวกงกงก็หยิบราชโองการอีกอันมาถือเอาไว้ พร้อมประกาศเสียงดัง“เยว่หลินรับราชโองการ... เยว่หลินมีความชอบช่วยราษฎรให้พ้นภัยหิมะ และยังสามารถสังหารแม่ทัพซยงหนูช่วยด่านเฉิงซานพ้นภัย เราขอประกาศราชโองการ แต่งตั้งให้เยว่หลินเป็นเสียนจู่ ราชทินนามรุ่ยเสียนจู่และเป็นรองแม่ทัพแห่งค่ายเว่ยซาน เราหวังว่าเจ้าจะช่วยปกป้องดินแดนด้วยความสุขุม ป้องกันต้าหยางโดยไม่ประมาท สร้างสันติและความสงบ สืบทอดปณิธานดูแลราษฎรต้าหยางสืบไป จบราชโองการ”“ข้าน

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   51

    51สองวันต่อมาเยว่หลินและเยว่เหมยพากันเข้าวังเพื่อกราบทูลเรื่องราวทั้งหมดที่ทั้งสองประสบพบเจอมา ส่วนซินเจ๋ออ๋องถูกขังอยู่ในคุกหลวง ถูกทรมานให้รับสารภาพแม้หลักฐานต่าง ๆ จะแน่นหนามากแล้วก็ตาม“เยว่เหมย ข้าไม่เคยคิดเลยว่าเจ้าต้องเผชิญหน้ากับเรื่องเหล่านี้เพียงลำพัง ทั้งที่ข้าเป็นถึงฮ่องเต้แต่กลับไม่สามารถช่วยเหลือเจ้าได้เลย เช่นนั้นข้าจะเป็นฮ่องเต้ไปเพื่อสิ่งใดกัน ไม่สู้สละบัลลังก์ไม่ดีกว่าหรือ” ฮ่องเต้อิงตี๋เองก็มีมุมประชดประชันเช่นนี้ด้วย เขากล่าวอย่างน้อยใจแม้แต่ฮองเฮาเองยังขบขัน ทั้งเยว่เหมยและกู้จวินในตอนนั้นล้วนแยกย้ายกันเติบโตไปแล้วในตอนนี้หลงเหลือเพียงสายสัมพันธ์พี่น้องเท่านั้น...“อย่าประชดประชันไปเลยเพคะ ที่หม่อมฉันไม่บอกก็เพราะกลัวเยว่หลินจะเป็นอันตราย เราอยู่ในที่แจ้งคนผู้นั้นอยู่ในที่มืด หม่อมฉันจะยอมเสี่ยงได้อย่างไร”“ฝ่าบาทอย่าทรงกริ้วไปเลยเพคะ” เยว่หลินเองก็เล่าทุกเรื่องที่ตนประสบให้ฮ่องเต้อิงตี๋ฟังเช่นกัน รวมถึงเรื่องที่นางปลอมตัวเป็นบุรุษเข้าไปอยู่ในค่ายทหาร แทนที่พระอ

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   50

    50เมื่อสิบเจ็ดปีก่อนนางได้ช่วยชีวิตจิ้งอันโหวเอาไว้ และเพราะนางไม่มีที่ไปเขาจึงได้พานางกลับมายังจวนหลง พอนางมาอยู่ใกล้ๆ ทำให้เขารู้จักนางมากขึ้นสุดท้ายก็หลงรักนาง เขาต้องการให้นางอยู่ด้วยตลอดไปทว่าเยว่เหมยกลับมีความต้องการที่เขาไม่สามารถให้นางได้ยามนี้ได้รู้ว่านางมีฐานะสูงส่ง อีกทั้งยังเป็นนางในดวงใจของฮ่องเต้มีหรือเขาจะสามารถแข่งขันด้วยได้“เรื่องลงโทษข้าจะจัดการให้เจ้าสองแม่ลูกอย่างแน่นอน พวกเจ้าสองแม่ลูกเพิ่งได้เจอกัน พักในวังดีหรือไม่จะได้อยู่พูดคุยกันก่อน” ฮ่องเต้ทรงเสนอด้วยความตื่นเต้น คิดถึงนางมาตลอดสิบเจ็ดปีบัดนี้นางอยู่ตรงหน้าจะให้เขาทำใจแข็งได้อย่างไร ฮองเฮาอมยิ้มแล้วลุกเดินมายืนข้างกายสวามีตนพร้อมเอ่ยเย้าด้วยเสียงเบา“พระองค์ไม่เห็นหรือเพคะว่าทั้งเยว่เหมยและเยว่หลินต่างมีผู้ที่รอนางอยู่แล้ว” ได้ยินคำพูดนี้จากฮองเฮา ฮ่องเต้อิงตี๋ต้องรีบเหลียวกลับมามองบุรุษอีกสองคนในโถง ก่อนนี้เขาหลงดีใจจนลืมไปว่าเยว่เหมยมากับจิ้งอันโหว ส่วนเยว่หลินมาแม่ทัพใหญ่หลง ตระกูลหลงอีกแล้ว...“เช่นน

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   49

    49“ไม่เพียงแต่สมคบศัตรูเท่านั้น ซินเจ๋องอ๋องยังวางแผนฆ่าล้างป้อมตระกูลเยว่เมื่อสิบเจ็ดปีก่อนอีกด้วยพ่ะย่ะค่ะ” ทันทีที่จิ้งอันโหวกล่าวถึงเรื่องเมื่อสิบเจ็ดปีก่อน นัยน์ตากรุ่นโกรธของฮ่องเต้เมื่อครู่ก็วาววับขึ้นมา ราวกับเขาโกรธเรื่องเมื่อสิบเจ็ดปีก่อนมากกว่าเรื่องที่ซินเจ๋ออ๋องวางแผนก่อกบฏ เสียอีก“เรื่องนี้เป็นเช่นไร จิ้งอันโหวเจ้ารีบพูดต่อสิ”“ฝ่าบาทใจเย็น ๆ เถอะเพคะ” ฮ่องเต้รีบถามต่ออย่างเร่งร้อนจนฮองเฮาที่อยู่ข้าง ๆ ต้องเอ่ยปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ฮองเฮารู้ดีว่าสวามีของตนเสียใจกับเรื่องเมื่อสิบเจ็ดปีก่อนมากเพียงใด แม้พระนางจะอยู่ในตำแหน่งฮองเฮามานาน แต่พระนางรู้ดีว่ายังมีสตรีอีกผู้หนึ่งที่ครองใจพระองค์มานานกว่านาง“ป้อมตระกูลเยว่มีกฎว่าต้องเป็นบุตรชายจึงจะสามารถสืบทอดวิชาลับได้ เช่นนี้ซินเจ๋ออ๋องจึงวางแผนให้ได้แต่งงานกับแม่นางเยว่เหมย เพื่อหวังให้นางให้กำเนิดบุตรชาย ทว่าเมื่อแม่นางเยว่ให้กำเนิดบุตรสาวจึงไม่สามารถสืบทอดวิชาลับได้ ซินเจ๋ออ๋องจึงจ้างนักฆ่าเพื่อกำจัดตระกูลเยว่แย่งชิงวิชาลับ แม

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   48

    48“ฮ่องเต้และฮองเฮาเสด็จ” สิ้นเสียงของขันทีพิธีการผู้คนทั้งโถงรีบลุกมายืนต้อนรับ เมื่อทั้งสองพระองค์เสด็จผ่านก็พากันคุกเข่าก้มศีรษะแสดงความเคารพนอบน้อม กษัตริย์อิงตี๋เหลือบเห็นจิ้งอันโหวก็ทรงแย้มพระโอษฐ์ให้ ก่อนจะเดินไปยังที่ประทับของตนเอง พลางสั่งให้ลุกขึ้นแล้วกลับที่นั่ง เริ่มงานเลี้ยงสารทฤดูขึ้นทันที“ท่านพ่อ ท่านเตรียมครบแล้วหรือไม่” หลงจวินกล่าวกับจิ้งอันโหวขณะขยับตะเกียบคีบอาหารให้เยว่หลิน แม้จะหนักใจทว่านางกลับไม่สามารถปฏิเสธเขาได้ ร่างกายอยากปฏิเสธเพื่อไม่ให้เขาต้องถูกครหาว่าเป็นบุรุษตัดแขนเสื้อ แต่หัวใจนางกลับยินดีรับทุกสิ่งที่เขามอบให้อย่างเต็มใจเสียอย่างนั้น“เจ้าแน่ใจแล้วหรือไม่”“...” หลงจวินพยักหน้าแล้วหันไปมองกษัตริย์อิงตี๋ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ ทั้งสองสบตากันครู่หนึ่งกษัตริย์อิงตี๋ก็เบือนสายตาไปยังขุนนางของตนเอง ทั้งยังเป็นคนฝั่งตระกูลฮองเฮาอีกด้วย“กราบทูลฝ่าบาท” เสียงอึกทึกก่อนนี้เงียบลงเมื่อขุนนางผู้หนึ่งปรี่เข้ามาหมอบกราบอยู่เบื้องหน้า ทุกสายตาในท้องพระโรงยามนี้จับ

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   47

    47เยว่หลินมาถึงหมิงหยางก่อนฉลองวันสารทฤดูเพียงสี่วัน แต่แม่ทัพกลับให้นางพักที่โรงเตี้ยมโดยมีมู่ฉีคอยระวังอยู่รอบตัว แม้จะอยู่รอบ ๆ ตัวนางทว่าเขากลับไม่ปรากฏกายให้นางเห็นเลย สักวันที่นางไม่จำเป็นต้องมีความลับกับผู้ใดอีก นางจะต้องถามเหตุผลจากเขาให้ได้“นี่เป็นอาภรณ์ที่ท่านแม่ทัพเตรียมไว้ให้ท่าน” เยว่หลินรับกล่องอาภรณ์มาจากมือของมู่ฉี เดิมคิดจะถามเขาว่าเหตุใดต้องให้อาภรณ์แก่นางแต่พอนึกดี ๆ แล้วจึงเข้าใจได้ว่าคืนนี้ทุกคนต้องเข้าวัง หากแต่งกายไม่เหมาะสมก็คงเป็นการไม่ให้เกียรติแก่เชื้อพระวงศ์แม่ทัพหลงจวินเองก็คงคิดเหมือนนางไม่อย่างนั้นคงไม่เตรียมของไว้ให้นาง ช่างใส่ใจ...มือเล็กคว้ากล่องอาภรณ์มาถือเอาไว้ก่อนจะใช้อีกมือเปิดดูของในกล่องที่เขาผู้นั้นเตรียมให้ชุดบุรุษสีขาวสะอาด มองแล้วให้ความสบายตา ดูอบอุ่น อ่อนโยนให้ความรู้สึกน่าถนอมไม่น้อย ทั้งที่นางเป็นผู้ฝึกทหารแต่กลับได้รับชุดที่งดงามถึงเพียงนี้ อีกทั้งยังเป็นของที่เขาให้ ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มกว้าง บ่งบอกว่าชื่นชอบกับของสิ่งนี้อย่างปิดไม่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status