แชร์

1

last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-27 11:05:05

1

จวนสกุลหลงใหญ่โต ไม่ต่างจากที่เห็นในฝัน หลังคากระเบื้องราคาแพงสมกับเป็นจวนพระราชทาน ทั้งใหญ่โตโอ่อ่ากว้างขวาง เยว่หลินเดินก้มหน้าตามสาวใช้อาวุโสของอนุรองไปยังเรือนตะวันออก

เรือนหลังใหญ่บ่าวไพร่น้อยกว่าที่อื่น ราวกับว่าเจ้าของเรือนไม่ชื่นชอบให้มีผู้คนวุ่นวาย หน้าประตูมีบ่าวคนสนิทเฝ้าเพียงลำพัง บุรุษผู้นั้นเห็นสาวใช้อาวุโสก็หันไปเปิดประตูเรือนให้ การกระทำทุกสิ่งไม่มีการสนทนากันแม้ครึ่งคำ

“เจ้าเข้าไปรออยู่ข้างใน” สาวใช้อาวุโสกล่าวกับผู้ถูกซื้อมาใหม่ สวี่ฮูหยินยามนี้เป็นผู้ดูแลเรื่องหลังเรือนจวนหลง แม้ไม่ใช่มารดาของคุณชายใหญ่แต่จำต้องทำหน้าที่แทนมารดา

เนื่องจากแม่ทัพหลงลูกชายคนโตสกุลหลงเอาแต่รบทัพจับศึกอยู่ที่ด่านเว่ยซานในอวี๋หยาง ไม่สนใจเรื่องคู่ครองหรือชายตาแลสตรีคนใดเลย สวี่ฮูหยินจึงคิดว่าจะหาซื้อสาวใช้หน้าตางดงามมาเพื่อปรนนิบัติเขา

เช่นนี้เยว่หลินที่มีหน้าตางดงามราวบุปผา กิริยามารยาทล้วนแต่ถูกสั่งสอนมาเป็นอย่างดีจึงถูกซื้อเข้ามา

“เจ้าค่ะ” นางรับคำแล้วเดินเข้าไปในห้อง ภายในมีเทียนถูกจุดขึ้นเพียงเล่มเดียว บนเตียงไม้แกะสลักมีเงาร่างคนผู้หนึ่งนั่งรออยู่ ราวกับเขารู้ว่านางจะมา มือเรียวเห็นข้อกระดูกคู่นั้นถือถ้วยชาไว้ เพียงไม่รู้ว่าถ้วยชานั้นมีสีหรือลวดลายอย่างไร

หญิงสาวหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขาพลางคุกเข่าลงบนพื้นไม้เย็นเฉียบ แขนเรียวเสลายกขึ้นมาประสานก่อนนางจะเอ่ยบางอย่างขึ้นมา บุรุษตรงหน้าก็กล่าวขัดขึ้นมาเสียก่อน

“หากให้เลือกเป็นสาวใช้อยู่ที่จวนกับติดตามข้าไปในกองทัพ เจ้าจะเลือกสิ่งใด” ดังความฝันไม่ผิดเพี้ยน บุรุษตรงหน้าถามนางด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เป็นเพราะเขานั่งอยู่ภายใต้เงามืดแห่งราตรีกาลจึงไม่อาจพินิจได้ว่าใบหน้านั้นมีลักษณะเช่นใด

ฝันนั้นนางเลือกเป็นสาวใช้อุ่นเตียงอยู่ในจวนหลง เพราะนางใช้ชีวิตลำบากมาตลอดจึงคิดว่าขอเพียงมีที่พึ่งก็พอ ทว่าเมื่อเลือกแล้วนางกลับพบว่าแท้จริงชีวิตที่ผ่านมานางทุกข์ยากเพราะสิ่งใด

เช่นนั้นครานี้...

“ว่าอย่างไร เจ้าจะเลือก…”

“ข้าขอติดตามคุณชายไปยังกองทัพในฐานะบุรุษ” นางจะไม่ดำเนินชีวิตอย่างเรียบง่ายอีกต่อไป ที่ผ่านมานางไม่รู้ว่าตนเองควรมีชีวิตไปเพื่อสิ่งใด แต่ยามนี้นางรู้แล้วว่าควรจะอยู่ไปเพื่อสิ่งใด

หากอยากแก้แค้นผู้มีอำนาจถึงเพียงนั้นนางทำได้เพียงมีอำนาจให้เทียบเท่า แล้วคนในราชวงศ์ยังจะกลัวสิ่งใดได้อีก หากมิใช่อำนาจทางทหาร เมื่อเป็นเช่นนี้นางก็จะเป็นแม่ทัพที่ชื่อเสียงเกรียงไกร ไม่ว่าผู้ใดก็ต้องรู้จักจะทำให้บุรุษผู้นั้นรับรู้ว่า แม้เป็นสตรีนางก็ไม่ใช่คนอ่อนแอ

“ในฐานะบุรุษ?” แม่ทัพหลงเอ่ยย้ำพร้อมกับวางถ้วยชาในมือ ยืดตัวเต็มความสูงเคลื่อนตัวออกจากเงามืดที่ทอดยาว ทั้ง ๆ ที่กำลังเหยียบย่างอยู่บนพื้นไม้ ทว่าฝีเท้ากลับเบาราวเหยียบอยู่บนเมฆา ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเขาเป็นผู้ฝึกยุทธ์ฝีมือเก่งกาจ

“เจ้าค่ะ บ่าวต้องการตามคุณชายไปในฐานะบุรุษ”

“เหตุใดจึงอยากเข้าไปในค่าย”

“เป็นคุณชายมิใช่หรือที่อยากให้บ่าวตามไป ไม่เช่นนั้นคุณชายคงไม่ถามเช่นนี้” นางถือโอกาสคาดเดาความคิดของบุรุษตรงหน้า ทั้งที่เพิ่งเคยเจอกันแต่เขาให้ตัวเลือกแปลก ๆ เช่นนี้แก่หญิงสาวซึ่งถูกซื้อมาเพื่อปรนนิบัติ เห็นได้ชัดว่าประหลาดถึงกระนั้นนางก็จะไม่ถามเหตุผล เพราะตัวนางเองก็มีเรื่องที่บอกผู้ใดไม่ได้เช่นกัน

“เอาเถอะ เจ้าเลือกแล้วข้าจะไม่ถามให้มากความ เรื่องให้เจ้าเข้าไปในฐานะบุรุษข้ารับปาก แต่คงไม่อาจปกป้องเจ้าตลอดเวลาได้ เจ้าจะต้องทำทุกสิ่งด้วยตนเอง”

“ขอบคุณคุณชาย บุญคุณนี้บ่าวไม่มีวันลืม และจะไม่ทำให้ตนเองเป็นภาระคุณชายอย่างแน่นอน”

“ต่อไปเรียกข้าว่าท่านแม่ทัพเหมือนเฉินเฟยและจางผิง อย่าให้ผู้ใดสงสัย” แม่ทัพที่ควบคุมทหารเรือนแสนไหนเลยพูดง่ายเช่นนี้ ความเคลือบแคลงทะลักทลายมากยิ่งขึ้น เขามีบางสิ่งแฝงเร้นนางมั่นใจ ไม่เช่นนั้นเขาจะยอมให้นางเข้าไปอยู่ในค่ายทหารได้อย่างไร หากถูกจับได้จะต้องถูกโทษหลอกลวงเบื้องสูง

คิ้วเรียวดุจกิ่งหลิวขมวดแน่นพอดีกับที่ร่างสูงโปร่งตรงหน้าหลุดจากเงามืดด้านหลัง หญิงสาวเงยหน้ามองเจ้าของเงาร่างสูงด้วยแววตาตื่นตะลึง

ไม่คิดว่าในชีวิตนี้นางจะได้พบบุรุษที่มีใบหน้าหล่อเหลาได้ถึงเพียงนี้ คิ้วกระบี่พาดเหนือนัยน์ตาเฟิ่งหวงคู่งาม แววตาลึกล้ำดุจดั่งห้วงสมุทร จมูกโด่งเชิดดูแล้วให้ความรู้สึกหยิ่งยโส เข้าถึงได้ยาก ริมฝีปากสีแดงสดไม่รู้ว่าริมฝีปากและผลอิงเถาสิ่งใดสดกว่ากัน

ใบหน้าหล่อเหลาเช่นนี้หากเคยพบนางจะลืมได้อย่างไร ทว่านางก็รู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด...

“เจ้ามีสิ่งใดอยากถามใช่หรือไม่”

“มีเจ้าค่ะ บ่าวอยากถามท่านแม่ทัพ...”

“แต่ข้าไม่อยากตอบ เฉินเฟย” เยว่หลินยังถามไม่จบประโยคดีเขาก็ขัดขึ้นมาเสียก่อน ช่างเป็นผู้ที่ไม่อาจคาดเดาอารมณ์ได้เลย เขาพูดราวกับอยากให้นางถามแต่เมื่อเอ่ยถามเขากลับไม่อยากตอบ

เขาเป็นนาย นางเป็นบ่าว หากไม่อยากตอบนางจะทำสิ่งใดได้ เยว่หลินเงียบไปก่อนจะพยักหน้ารับแผ่วเบา

เงาร่างสายหนึ่งวูบผ่านด้านหลังของนางทันทีที่ถูกเรียกชื่อ คล้ายกับคนผู้นี้แฝงตัวอยู่ภายในหน้าต่างหรือประตูอย่างไรอย่างนั้น และคนผู้นี้ก็เป็นบุรุษในฝันของนางเช่นกัน

“ขอรับ ท่านแม่ทัพ”

“พานางไปห้องพัก จัดหาเสื้อผ้าบุรุษและของใช้ในนาง พรุ่งนี้ออกเดินทางพร้อมกัน กลับอวี๋หยาง” เฉินเฟยรับคำแล้วเร่งไปทำตามคำสั่งของผู้เป็นนาย เยว่หลินจึงกล่าวลาตามออกไป

แคว้นอวี๋หยางตั้งอยู่ทางประจิมของอาณาจักรต้าหยาง เขตเหนือสุดของแคว้นติดกับเขตนอกด่านที่มีหิมะตกตลอดปี ใต้สุดติดเขตทะเลทรายสิบปีหิมะตกที

ไม่ว่าจะเหนือหรือใต้สุดล้วนแต่มักถูกรุกรานโดยพวกนอกด่านอยู่เสมอ รอบแคว้นจึงมีค่ายทหารคอยดูแล

สกุลหลงเองก็เป็นหนึ่งในห้าแม่ทัพใหญ่คอยปกป้องอาณาจักรต้าหยางแห่งนี้ เดิมแม่ทัพนำทหารของค่ายเว่ยซานคือบิดาของหลงจวิน ซึ่งก็คือแม่ทัพหลงเฉวียนหมิง แต่ภายหลังบาดเจ็บหนักจนไม่อาจนำทัพได้อีก

ฮ่องเต้ทรงเห็นแก่ความดีเรียกกลับเมืองหลวง แต่งตั้งเป็นโหวใช้ชีวิตในเมืองหลวง เขาจึงมอบหน้าที่นำทหารให้บุตรชายคนโตที่เพิ่งอายุสิบหก หลงจวินเข้ารับตำแหน่งแทนเป็นคราแรกก็กำชัยกลับมา เพราะความสามารถในการนำทัพจึงถูกแต่งตั้งเป็นแม่ทัพของค่ายเว่ยซานในเวลาต่อมา

“ข้าได้พบเจ้าจนได้” ชายหนุ่มพึมพำก่อนหมุนตัวกลับเข้าไปนั่งอยู่ในเงามืดอีกครั้ง หลังจากองครักษ์พานางออกไป

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   8

    8ศาลาว่าการอำเภออู๋เยี่ยผู้ตรวจการลับจากเมืองหลวงมาถึงอู๋เยี่ยตั้งแต่เช้า เมื่อได้สติแม่ทัพหลงจวินจึงให้จางผิงส่งจดหมายถึงผู้ตรวจการลับให้มาตัดสินคดีที่ศาลาว่าการคนของนายอำเภอล่ายอี้ที่ล้อมหอเฟิงเยี่ยถูกจับกุมไว้ทั้งหมด หลักฐานสำคัญมู่ฉีก็ขโมยจากห้องเก็บของนายอำเภอแถบชานเมืองแล้ว สตรีเมื่อคืนก็ถูกขังไว้ในคุก รอเพียงการไต่สวนจากแม่ทัพหลงจวินเท่านั้นเขาจะตัดสินคดีนี้เองก็ทำได้เพียงแต่หากกราบทูล คงมีคนไม่น้อยหาทางโจมตีเขาด้วยเรื่องนี้ เมื่อเป็นเช่นนั้นการเชิญผู้ตรวจการมาร่วมพิจารณาคดีนี้ด้วย ภายหลังยังมีแผนการรองรับ“ล่ายอี้เจ้ามีความผิดฐานยักยอกเสบียงหลวง ใช้เงินซื้อขายตำแหน่ง ใช้อำนาจข่มเหงประชา ใส่ร้ายขุนนางในราชสำนัก เพียงโทษยักยอกเสบียงหลวงก็เพียงพอให้ตัดหัวของเจ้าแล้วรู้หรือไม่ ทุกสิ่งที่เจ้ากระทำต่อให้ประหารเจ็ดชั่วโคตรก็ไม่ถือว่ามากไป” แม่ทัพหนุ่มเอ่ยอย่างไม่รีบร้อน พูดจบก็ลุกจากตำแหน่งของผู้ตัดสินโทษประจำศาลาว่าการ ร่างสูงสง่าหยุดยืนเบื้องหน้าน

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   7

    7หลังโรงเตี้ยมท้ายตรอกเยว่หลินมาถึงก่อนผู้อื่นในอาภรณ์สตรีจากหอเฟิงเยี่ย นางสวมชุดของสตรีจึงหลบออกมาอย่างง่ายดาย ทั้งหมดแยกกันหนีเพื่อไม่ให้เป็นจุดสนใจแล้วนัดมาพบกันที่นี่“เหตุใดจึงมาช้านัก คงไม่ได้เกิดสิ่งใดกระมัง” เจ้าของเสียงหวานพึมพำกับตนเองแผ่วเบา ขณะนั่งเฝ้าม้าของแม่ทัพหนุ่มนางมาถึงก่อนจึงถือโอกาสเปลี่ยนเป็นชุดบุรุษตัวเดิม“เจ้ามาทำสิ่งใดที่ม้าของผู้อื่น” หญิงสาวตกใจจึงโยนหญ้าแห้งในมือทิ้ง ชูสองมือแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าตนเองไม่ได้ทำสิ่งใดแปลก ๆ กับม้า คนพูดเห็นท่าทางตกใจราวสตรีของเขาก็หัวเราะออกมา“ตกใจราวสตรี” เขาพูดด้วยน้ำเสียงขบขันพลางเอนหลังพิงเสาไม้ของโรงฝากม้ามู่ฉีไม่ชอบคบค้ากับผู้อื่นเพราะมักถูกชมหน้าตาที่โดดเด่น จึงทำตัวลึกลับไม่ติดต่อผู้คนมากนัก ทว่าเมื่อเห็นเยว่หลินในอาภรณ์บุรุษแต่ยังไม่ได้ทาผิวด้วยน้ำดินน้ำโคลนก็รู้สึกถูกชะตาขึ้นมานางมีผิวพรรณขาวเนียนละเอียดดุจหิมะแรก ใบหน้าก็งดงามไม่ต่างจากสตรี ทำให้เขาสนใจไม่น้อย

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   6

    6มีดสั้นที่เหน็บอยู่ตรงเอวถูกชักออกมา ก่อนจะปักลงอย่างแม่นยำกลางฝ่ามือใหญ่ ชั่วขณะหนึ่งตอนมีสติเขาคิดใช้ความรู้สึกเจ็บปวดบรรเทาพิษจากกำยานปลุกกำหนัด“ไม่ได้ผลหรอกเจ้าค่ะคุณชาย มิสู้ชมเชยเรือนร่างข้าเพื่อบรรเทาพิษดีกว่าหรือ” นางกล่าวเชิญชวน เขากำลังจะหมดสติรับรู้สำนึกผิดชอบชั่วดีแล้วจริง ๆเฉินเฟยข้าให้เจ้าไปขโมยบัญชีต้องใช้เวลานานถึงเพียงนี้เลยหรือชายหนุ่มคิดในใจก่อนจะเอนกายลงบนพื้นตามที่ถูกการกระทำของสตรีตรงหน้าชักนำ นางตามมาคร่อมทับร่างกายสูงใหญ่อย่างเชี่ยวชำนาญ ก้มหน้าหมายจะจุมพิตดับสำนึกดีของเขาให้หมดสิ้น“ไร้ยางอาย” สิ้นเสียงเล็กร่างหญิงสาวผู้นั้นล้มลง หากไม่ถูกดึงคงล้มทับร่างของแม่ทัพหนุ่มไปแล้ว คนตีนางปัดมือแรง ๆ เหมือนกำจัดสิ่งสกปรก ก่อนจะข้ามร่างสตรีบนพื้นไปหาบุรุษที่ไม่รู้สติ“ท่านเป็นอย่างไรบ้าง” เยว่หลินประคองเขาขึ้นมาพร้อมกับตีแก้มเขาเพื่อเรียกสติแผ่วเบา“ท่านแม่ทัพได้ยินหรือไม่” จางผิงถามด้วยความเป็นห่วง หากมาไม่ทันไม่รู้ว่าป่านนี้แม่ทัพของเขาจะถูกข่มเหงอย่างไร เคราะห์ดีที่เยว่หลินยืนกรานหนักแน่นแม้ไม่มั่นใจแต่ก็อดหวั่นใจไม่ได้สุดท้ายก็พ่ายแพ้ให้กับท่าทางมั่นอกมั่นใจร

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   5

    5ฟ้าสางขบวนทหารออกเดินทางเข้าสู่เมืองอู๋เยี่ย พ้นเขตภูเขาอู่หลิงเป็นที่ราบหินจึงไม่เฉอะแฉะหลังฝนตก นับว่าเหมาะแก่การตั้งค่าย ค่ายชั่วคราวถูกตั้งขึ้นโดยใช้เวลาไม่นาน และยังวางทหารลาดตระเวนไว้มากเพื่อคอยดูความปลอดภัยรอบค่ายนอกจากนี้ยังส่งทหารสอดแนมไปตรวจดูความเรียบร้อยของเส้นทางล่วงหน้า“ท่านแม่ทัพ เส้นทางข้างหน้าถูกตัดขาดเพราะน้ำท่วม กว่าน้ำจะลดคงใช้เวลาอีกสองถึงสามวัน” โจวต้าเป็นหัวหน้า เมื่อทหารสอดแนมกลับมาแจ้งข่าวแก่หัวหน้าตน เช่นนี้จึงเป็นหน้าที่ของโจวต้ามารายงานต่อแม่ทัพของค่าย“พักที่นี่ก่อน พาทหารใหม่ฝึกเบื้องต้นไปก็แล้วกัน” ไม่คิดเลยว่าฝนที่ตกเพียงสองชั่วยามจะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันเช่นนี้ได้ นี่ก็นับว่าสวรรค์เข้าข้างเพราะเขาต้องทำการตรวจสอบที่ว่าการเมืองอู๋เยี่ย“ข้าจะอ่านรายงาน อย่าให้ผู้ใดมารบกวน ทุกอย่างในค่ายให้เจ้าตัดสินใจ” ชายหนุ่มกล่าวจบก็เข้ากระโจมตนเองไป ไม่รอให้โจวต้าเอ่ยทัดทานหรือสอบถามสิ่งใดอีก นี่เป็นโอกาสดีเขาจะออกไปสืบข่าวด้วยตนเองเครื่องแบบทหารถูกปลดออกเปลี่ยนเป็นอาภรณ์ธรรมดาสีเขียวอ่อนไม่สะดุดตา แต่ก็ไม่ซอมซ่อจนเกินไป ตอนฟ้ายังไม่สางเขาให้มู่ฉีไปสืบข่าวที่ห

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   4

    4ครึ่งชั่วยามผ่านไปทหารทั้งค่ายพากันตั้งแถวออกจากบริเวณเชิงเขาอู่หลิง ทหารบางนายแม้ไม่แสดงออกแต่ภายในไม่พอใจแม่ทัพหลงจวินอยู่มาก การเดินทางทั้งวันทำให้เมื่อยล้าอยู่แล้ว ทว่ายังนอนไม่เพียงพอก็ถูกปลุกให้เดินทางต่ออีก ฝนก็ยังตกลงมาไม่หยุด สายฟ้าผ่าหนแล้วหนเล่าน่าหวาดหวั่นพรั่นพรึง ทั้งที่เป็นต้นเหมันต์ไม่ควรมีพายุหนักเช่นนี้“เจ้าว่าท่านแม่ทัพคิดสิ่งใดอยู่จึงเร่งให้เดินทางยามฝนตกเช่นนี้” เสี่ยวกวงเอ่ยถามเยว่หลินซึ่งขณะนี้เดินอยู่ข้างกัน“ท่านแม่ทัพคงกลัวว่าดินจะถล่มกระมัง” เสียงที่ถูกดัดให้ทุ้มต่ำกล่าวแผ่วเบาพลางส่งยิ้มเล็ก ๆ ให้สหายใหม่“จะเป็นไปได้อย่างไร ฝนเพิ่งตกเพียงชั่วยามเดียวไหนเลยจะทำให้เกิดดินถล่มได้” ทหารหนุ่มร่างกำยำเอ่ยขึ้นหลังได้ฟังความคิดของสหายร่างบอบบางข้างน้องชายตนเอง เยว่หลินมิได้ตอบสิ่งใดออกไปเพียงหัวเราะเบา ๆ คล้ายเห็นด้วยกับที่เสี่ยวหานกล่าวหลังออกเดินมาจากบริเวณเชิงเขาหนึ่งก้านธูปแม่ทัพก็สั่งให้หยุดพักเพื่อรอฟ้าสาง ทหารใหม่และทหารประจำกองทัพพากันพักผ่อนตามคำสั่ง กระโจมและข้าวของยังคงถูกเก็บไว้เนื่องจากใกล้เวลาฟ้าสางแล้วแม่ทัพจึงไม่ได้ให้ตั้งกระโจม“แย่แล้ว ๆ” ทหา

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   3

    3ท่ามกลางป่ารก กระโจมทหารมากมาย ฝนห่าใหญ่ตกลงมาอย่างคาดไม่ถึง ทว่าทั้งค่ายกลับมีเพียงนางที่ยืนอยู่นอกกระโจม สายอสนีฟาดฝ่าลงกลางผืนฟ้าดำสนิทดุจสีหมึก ก่อนเข้านอนดวงจันทร์ยังทอแสงนวลตา ครู่เดียวก็แปรเปลี่ยนเป็นท้องฟ้ากลางพายุเช่นนี้“มีผู้ใดอยู่หรือไม่” เยว่หลินตะโกนเรียกหลังเปิดเข้าไปในกระโจมกลับไม่เห็นผู้ใดอยู่เลย ค่ายชั่วคราวตั้งขึ้นใต้เชิงเขาอู่หลิงซึ่งอยู่ระหว่างรอยต่อเมืองชงหลิงกับเมืองอู๋เยี่ยเยว่หลินเดินตามหาเหล่าสหายทหารอยู่นาน ปากก็ร้องตะโกนเรียกหาสิ่งมีชีวิตในบริเวณค่าย นอกจากไม่มีเสียงใดตอบกลับมา นางยังได้ยินเสียงครืนดังลั่น สายฟ้าผ่าลงบนยอดต้นไม้สูงที่ตีนเขา จากนั้นหน้าดินบนเชิงเขาทะลักไหลลงมาตามสายน้ำ หากดูจากน้ำที่เอ่อบนพื้นดินเกรงว่าฝนคงตกมานานนับชั่วยามแล้วกระมังเพียงพริบตาเดียวกระโจมมากมายถูกดินถล่มทับซ้อนอยู่ใต้โคลนของเชิงเขา หญิงสาวเบิกตากว้าง รีบวิ่งไปข้างหน้าเพื่อหนีดินถล่มไปให้ได้ หัวใจเต้นรัวเหมือนกำลังจะหลุดออกมาข้างนอก สองเท้าเหยียบย่ำบนน้ำฝนเจิ่งนอง แต่ไม่ว่าจะวิ่งอย่างไรก็ไปไม่พ้นจากที่ตั้งของค่ายเสียทีเยว่หลินจนใจกรีดร้องออกมาเสียงดังแล้วพุ่งตัวเข้าไปในก

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status