Masuk"ฉันไม่สนหรอกนะว่าเธอจะพูดอะไร แต่ถ้าเธอคิดจะเล่นกับฉัน ระวังตัวไว้ให้ดีก็แล้วกัน แล้วอย่าหาว่าฉันไม่เตือนล่ะ" แขนแกร่งออกแรงกอดรัดอิ่มเอมแน่นกว่าเดิมจนเธอรู้สึกอึดอัด เธอรับรู้ได้ถึงแรงมหาศาลของเขาว่ามันน่ากลัวแค่ไหนเพราะเธอไม่สามารถที่จะขยับหนีไปไหนได้เลยแม้แต่นิดเดียว
"อิ่มเอม เธอไปอยู่ที่ไหนเนี่ย" คาร่าตะโกนหาเพื่อนสนิทพลางกวาดสายตาไปทั่วบริเวณงานด้วยความเป็นห่วง
"ฉันเตือนเธอแล้วนะ ถ้าอยากจะลองดีก็ลองดู จะได้รู้ว่าฉันพูดจริงหรือแค่ขู่ ถ้าคิดจะท้าทายคนอย่างฉันก็ลองดู ไปได้ละ! น้องสาวฉันตามหาเธออยู่" มือหนาผลักร่างนุ่มออกจากตัวอย่างแรงจนอิ่มเอมฟุบลงไปกองกับพื้นสนามหญ้า เพราะเขาไม่คิดที่จะยั้งมือผลักเธอออกไปแบบนั้นเลยแม้แต่น้อย
อิ่มเอมรีบทำสีหน้าให้เป็นปกติ ทั้ง ๆ ที่เธอแทบหัวใจหยุดเต้นเมื่อได้เห็นสายตาคมดุของพี่ชายเพื่อน สายตาที่ดุดัน แข็งกร้าว จนแทบจะเชือดเฉือนเธอไปทั้งตัวแบบนั้น
"อิ่มเอม เธอไปที่ไหนมาเนี่ย ฉันเป็นห่วงแทบแย่"
"ฉันเดินเล่นดูบรรยากาศรอบ ๆ แถวนี้น่ะ"
"งั้นเรามานั่งกันเถอะ นี่อิ่มเอม เราก็ไม่ค่อยได้คุยกันเลยนะ ฉันอยากรู้จังว่าเธอจะเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่ไหน" ทั้งสองเดินไปที่โต๊ะจัดเลี้ยง ก่อนจะนั่งคุยกันโดยไม่ได้สนใจคนรอบข้าง ทำให้เพื่อน ๆ ที่เรียนที่เดียวกันกับคาร่าต่างก็ตกใจที่คาร่าทำตัวสนิทสนมกับคนที่สวมชุดนักเรียนราคาถูก ๆ แบบนั้น
"ฉันกำลังรอผลโควตาที่สมัครไปน่ะ ฉันสมัครไปสามมหาวิทยาลัย เป็นโควตาทุนเรียนฟรีทั้งนั้นเลย ฉันก็ได้แต่ภาวนาให้ติดสักที่ ก็เป็นมหาวิทยาลัยที่ใกล้ ๆ บ้านทั้งนั้นแหละ ฉันคงไปเรียนไกล ๆ ไม่ได้หรอกเพราะต้องดูแลพี่ชายด้วย"
"นี่เธอรอทุนอย่างเดียวเลยหรืออิ่มเอม แล้วสมมุติว่าเธอไม่ได้สักที่ล่ะ เธอได้เตรียมแผนสำรองไว้แล้วหรือยัง ฉันไม่ได้แช่งเธอนะ ฉันแค่เป็นห่วงน่ะ เธอควรจะคิดแผนสำรองไว้ด้วยเพราะนักเรียนทุนจะต้องมีคู่แข่งเยอะแน่ ๆ"
"ถ้าไม่ได้ทุนก็คงจะเรียนมหาวิทยาลัยเปิดน่ะ เพราะถ้าฉันไม่มีทุนก็คงไม่มีเงินค่าเทอมแน่ ๆ"
"แต่ถึงจะได้ทุนเธอก็ต้องทำงานไปด้วยอยู่ดีใช่ไหมล่ะ"
"ใช่...เพราะค่าใช้จ่ายในแต่ละวันทุกอย่าง ฉันก็ต้องจัดการเองหมด แถมต้องดูแลพี่ชายอีก ถ้าฉันไม่ทำงานฉันก็ไม่มีรายได้เลยน่ะสิ"
"ฉันพอจะช่วยอะไรเธอได้บ้างไหม เวลาฉันอยากช่วยเธอเรื่องเงิน เธอก็มักจะบ่ายเบี่ยงตลอดเลย"
"ไม่เอาหรอก นี่มันเป็นปัญหาของฉันนะ ฉันไม่ได้คบกับเธอเพราะต้องการเงิน แต่เพราะฉันอยากจะรักษามิตรภาพของเราไว้ตลอดไปต่างหาก ฉันเป็นห่วงเธอมากนะคาร่า จากนี้เราอาจจะไม่ได้เจอกันบ่อยแน่ เพราะเราต่างก็ต้องไปเรียนที่มหาวิทยาลัยแล้ว ต่างก็ต้องไปมีชีวิตเป็นของตัวเอง ฉันก็ได้แต่หวังว่าเธอจะมีจิตใจที่เข้มแข็งขึ้นนะ เธอจะต้องปกป้องตัวเองให้ได้นะคาร่า"
"พูดอย่างกับว่าจะไม่ได้เจอกันแล้วงั้นแหละ แน่นอนสิ ฉันต้องเข้มแข็งอยู่แล้วเพราะว่าฉันมีเธอเป็นกำลังใจให้ไง เพราะว่ามีเธอที่คอยเป็นพลังบวกให้ฉันเสมอ จากผู้หญิงที่เป็นคนอ่อนแอ โดนเพื่อนแกล้งตลอด ตอนนี้ฉันกลายเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งขึ้น เธอก็ต้องอยู่เคียงข้างฉันไปตลอดด้วยนะ"
"แน่นอนสิ" อิ่มเอมแอบทำสายตาเศร้า ช่วงเวลาดี ๆ แบบนี้จะมีอีกจริง ๆ หรือเปล่า เพราะที่ผ่านมาเธอก็โดนครอบครัวของเพื่อนรักกดดันมาตลอด เพียงแค่เพราะเธอไม่ได้มีฐานะร่ำรวย ไม่ได้มีชื่อเสียงเงินทอง ไม่ได้เป็นลูกหลานคนมีอำนาจ แต่ที่คบกันมาจนถึงทุกวันนี้เป็นเพราะคาร่าที่เป็นฝ่ายเข้ามาหาเธอมากขึ้น แม้ว่าเธอจะพยายามหลบเลี่ยงตามคำสั่งของพี่ชายเพื่อนสนิทก็ตาม ครอบครัวของคาร่าจึงไม่สามารถทำอะไรได้
"นี่คาร่า ฉันขอโทษนะที่ไม่มีของขวัญอะไรให้เธอเลย"
"อะไรกัน เรื่องแค่นี้เอง แค่เธอมาร่วมฉลองกับฉันก็ดีใจมากแล้วล่ะ นี่อิ่มเอม สามคนนี้เป็นเพื่อนร่วมชั้นของฉันเอง เป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดในห้องแล้วล่ะ"
"ยินดีที่ได้รู้จักนะ" อิ่มเอมกล่าวทักทายผู้หญิงสามคนที่เดินมาหาคาร่าที่โต๊ะ เป็นสามคนที่ก่อนหน้านี้เคยนึกว่าเธอเป็นลูกของแม่บ้าน เป็นสามคนที่สั่งให้เธอไปเอาเครื่องดื่มมาให้
ทั้งสามคนไม่ได้ยินดีกับการที่ได้รู้จักกับอิ่มเอม ซึ่งอิ่มเอมก็ไม่แปลกใจที่จะได้รับการปฏิบัติแบบนั้น
"คาร่า…เธอคบเพื่อนจน ๆ แบบนี้ด้วยหรือ? ฉันนึกว่าเป็นลูกคนใช้เสียอีก"
"พวกเธออย่าพูดกับเพื่อนของฉันแบบนี้อีกนะ คนนี้คือเพื่อนที่ฉันรักมาก ไม่งั้นฉันเคืองจริง ๆ ด้วย ว่าแต่มาทำความรู้จักกันด้วยสิเพราะทุกคนคือเพื่อนของฉันทั้งนั้น รู้จักกันไว้ก็ดี พวกเธอนั่งลงสิ เดี๋ยวฉันจะไปหาเฮียครูซแป๊บนะ"
"เธอเนี่ยนะเป็นเพื่อนกับยัยคาร่าคนนั้นน่ะ แต่จะว่าไปก็เหมาะสมกันดีนี่" พอคาร่าออกไปจากโต๊ะ เพื่อนของคาร่าก็พากันแสดงกิริยาแตกต่างจากก่อนหน้านี้ทันที
"ทำไมพวกเธอถึงพูดถึงคาร่าแบบนั้นล่ะ พวกเธอเป็นเพื่อนสนิทของคาร่าไม่ใช่หรือไง แล้วนี่พูดอะไรกัน"
"ก็เป็นเพื่อนไง พวกฉันกับคาร่าก็คบกันเพราะครอบครัวของพวกเรารู้จักกันน่ะสิ คุณพ่อบอกว่าเพื่อผลประโยชน์ของธุรกิจในอนาคต ให้ตีสนิทกับคาร่าไว้ แล้วฉันทำอะไรผิด แล้วเธอเข้าหาคาร่าไม่ใช่เพราะเงินหรือไง คนจน ๆ แบบเธอก็คงหวังเศษเงินจากคาร่าอยู่สินะ"
"พวกเธอคิดบ้าอะไรกัน เป็นเพื่อนกันแท้ ๆ ทำไมพวกเธอถึงได้แต่พูดถึงเรื่องผลประโยชน์แบบนี้ล่ะ" อิ่มเอมเห็นคาร่าเดินมาพอดีจึงไม่ได้พูดอะไรต่ออีก เพราะไม่อยากให้เพื่อนที่เธอรักต้องมารับรู้เรื่องที่อาจจะทำให้กระทบต่อจิตใจได้
ชีวิตหลังแต่งงานผ่านไปสี่ปีแล้ว วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่สำคัญในชีวิตที่อิ่มเอม วันที่เธอรอคอยอย่างใจจดใจจ่อมาตลอด ชีวิตของนักศึกษาที่เธอได้มีโอกาสกลับไปเรียนอีกครั้งพร้อมกับคาร่า ชีวิตในตอนกลางวันที่เป็นนักศึกษา ส่วนกลางคืนก็เป็นภรรยาและมารดาของลูกชาย ซึ่งอิ่มเอมก็ทำหน้าที่ทั้งสองอย่างได้ดีมาโดยตลอดที่มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังของประเทศ อิ่มเอมและคาร่าในชุดครุยสีเข้ม ที่มีคนสำคัญในชีวิตมาร่วมแสดงความยินดีกันถ้วนหน้า"คุณแม่ครับ คินยินดีกับคุณแม่ด้วยนะครับ วันนี้คุณแม่สวยมาก ๆ เลย""ขอบคุณนะครับลูกชายของแม่ ดอกไม้สวยมากเลยครับ""คินเลือกเองเลยนะครับ คินไปเลือกกับแด๊ดมา แล้วก็คุณย่าคุณปู่ แล้วก็ป้าหญิงกับลุงโอบด้วยครับ แล้วก็มียายลินกับลุงพจน์ด้วยนะครับเสียงของหลานชายตัวน้อยที่พูดเสียงเจื้อยแจ้วก็เรียกเสียงหัวเราะให้ทุกคนได้เป็นอย่างดี"อคินซื้อดอกไม้มาให้อาคาร่าด้วยไหมครับ""นี่ครับของอาคาร่า คินเลือกเองเลยนะครับ""ขอบใจนะครับหลานรักของอา""เดี๋ยววันนี้มีเลี้ยงฉลองที่บ้านด้วยนะลูก แม่ให้คนจัดสถานที่ไว้รอแล้ว""คุณแม่จะจัดให้ยุ่งยากทำไมคะ ไม่เห็นต้องลำบากเลยค่ะ" คาร่าเข้าไปกอดมารดาของตัว
พิธีมงคลสมรสของคู่บ่าวสาวคู่ใหม่ที่จัดงานยิ่งใหญ่สมเกียรติแก่ทั้งสองตระกูลดัง โดยตอนเช้าจะเป็นพิธีหมั้นและจัดพิธีแต่งในวันเดียวกันทั้งหมดแขกเหรื่อมาร่วมแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาวคู่ใหม่กันอย่างคับคั่ง โดยสถานที่จัดงานเป็นโรงแรมหรูอันดับหนึ่งระดับประเทศซึ่งได้เช่าพื้นที่จัดงานชั้นบนสุดโดยเช่าตึกไว้ทั้งชั้นสำหรับจัดงานแต่งของวันนี้โดยเฉพาะงานแต่งงานของครูซและอิ่มเอมที่จัดงานกันอย่างยิ่งใหญ่สมฐานะ ก็มีทั้งดารานักแสดง นักธุรกิจ นักลงทุนและคนรู้จักต่างก็มาร่วมงานกันอย่างล้นหลาม ในงานธีมสีขาวที่จัดแต่งด้วยดอกกุหลาบสีขาวไปทั่วทั้งงานอย่างยิ่งใหญ่อลังการ จนเป็นที่ประทับใจของแขกที่มาร่วมงานเป็นอย่างมาก"เหนื่อยไหมครับเจ้าสาวของพี่" หลังจากงานแต่งงานเสร็จสิ้นแล้ว ทั้งสองคนก็อยู่ในห้องหอที่เป็นห้องของครูซ โดยที่เตียงตกแต่งด้วยกลีบกุหลาบสีขาวบริสุทธิ์ที่ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วห้องกว้างเป็นอย่างดีห้องนอนที่เธอคุ้นเคย เป็นห้องนอนที่เธอจำได้ไม่มีวันลืม เพราะห้องนี้เป็นห้องที่เต็มไปด้วยความทรงจำที่แสนเศร้า แต่อิ่มเอมก็ได้แต่แปลกใจที่ตัวเองกลับไม่ได้รู้สึกกลัวเหมือนกับตอนนั้นอีกแล้ว เพราะตอนนี้เธ
ภาพพาดหัวข่าวของครูซและอิ่มเอมที่ขอแต่งงานกันในงานแต่งของโอบอุ้ม ก็กลายเป็นข่าวดังไปในชั่วข้ามคืน ทั้งสื่อออนไลน์ หนังสือพิมพ์และนิตยสารต่าง ๆ ก็พากันเล่นข่าวนี้กันมากมาย เพราะครูซถือเป็นนักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่แนวหน้าของประเทศในตอนนี้ที่ทุกคนต่างก็จับตามอง แถมยังมีหวานใจเป็นถึงหลานของเจ้าสัวผู้ยิ่งใหญ่ที่มีโรงงานอุตสาหกรรมมากมายในประเทศด้วยถือเป็นข่าวที่สะเทือนวงการธุรกิจเป็นอย่างมาก เพราะสองครอบครัวตระกูลดังที่มีอิทธิพลต่อวงการธุรกิจกำลังเกี่ยวดองกัน ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อทั้งสองตระกูลเป็นหนึ่งในครอบครัวเดียวกันแล้ว นั่นก็หมายถึงความยิ่งใหญ่และน่าเกรงขามของสองตระกูลก็ยิ่งมีมากขึ้นอีกเท่าตัวหลังจากที่ครูซได้คุกเข่าขอแต่งงานกับอิ่มเอมแล้ว วันต่อมาเขาก็พาครอบครัวมากราบขอขมาและมาแนะนำตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้งกับคนสำคัญของอิ่มเอมด้วยผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายต่างก็พูดคุยและปรึกษากันถึงข่าวดีที่จะเกิดขึ้นอีกในเร็ว ๆ นี้ โดยที่อิ่มเอมก็จ้องไปที่บิดาของครูซที่เป็นชาวต่างชาติแทบไม่วางตา ใบหน้าคมหล่อเหลาที่เหมือนว่าที่สามีของเธอราวกับถอดมาจากพิมพ์เดียวกัน จนเธอไม่แปลกใจเลยว่าเขาได้ใบหน้าหล่อเหลาแบบนี้ม
บรรยากาศในบริเวณคฤหาสน์หรูของเจ้าสัวสุพจน์ก็เป็นไปด้วยความชื่นมื่น มีแขกเหรื่อมาร่วมแสดงความยินดีกับงานแต่งงานสุดยิ่งใหญ่ของคู่บ่าวสาวที่มาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างคับคั่งงานแต่งงานของหลานชายเจ้าสัวตระกูลใหญ่ที่มีสื่อมวลชนและแขกมากมายเนืองแน่น โดยโอบอุ้มกับสมหญิงที่ยืนต้อนรับแขกที่ซุ้มดอกไม้สีขาวขนาดใหญ่พร้อมกับครอบเจ้าสัวสุพจน์และภรรยาที่ยืนต้อนรับแขกอยู่ด้วยอิ่มเอมกับอคินที่เป็นเจ้าของงานก็แต่งตัวด้วยชุดหรูของแบรนด์เนมชื่อดังที่สั่งตัดเป็นพิเศษเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ส่วนอคินก็วิ่งวุ่นทักทายแขกไปทั่วด้วยความสนุกสนานตามประสาเด็ก แขกในงานต่างก็อมยิ้มด้วยความเอ็นดูในความฉลาดของเด็กชายตัวน้อยบรรยากาศเป็นไปด้วยความชื่นมื่น มีแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของคนในงานที่อิ่มเอมกับบรรยากาศแห่งความสุขนี้ จนงานมงคลสมรสก็เข้าสู่ช่วงสุดท้ายของงาน เป็นช่วงเวลาที่สาว ๆ ในงานต่างก็ตื่นเต้น เพราะจะเป็นช่วงที่เจ้าสาวต้องโยนช่อดอกไม้ก่อนจะจบงานมงคลนี้อิ่มเอมก็มองหาลูกชายไปทั่วงานด้วยความเป็นห่วง เพราะกลัวเหลือเกินว่าลูกชายจะไปเล่นซนที่ไหน โดยไม่ได้สนใจเสียงกรีดร้องของสาว ๆ ที่กำลังรอรับช่อดอกไม้ของเจ้าสาวก
"อะไรนะลูก จริงหรือที่ว่าลูกชายของคุณคริสและคุณมุนีคือพ่อของอคินหลานป้า" ไพลินตกใจกับข่าวใหม่เป็นอย่างมาก เพราะเธอทราบดีว่าลูกสาวของเธอชอบครูซมากขนาดไหน ถึงแม้ทั้งสองคนจะไม่ได้ติดต่อหรือพูดคุยกันอีกแล้ว แต่เธอก็รู้ว่าลูกสาวของเธอยังอาลัยอาวรณ์ชายหนุ่มอยู่ไม่น้อย"ค่ะคุณป้า""ถึงว่าแหละ ลูกชายของคุณมุนีถึงอยากจะมาที่นี่หลายครั้ง ป้าก็ยังงง ๆ อยู่ว่าทำไมเขาถึงได้อยากจะมาไหว้ป้ากับลุงอย่างเป็นทางการ ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง ตอนแรกป้าก็คิดว่าเขาอยากจะมาทาบทามเพราะอยากคุยกับนับดาวต่อเสียอีก"อิ่มเอมไม่ได้พูดอะไรต่อ เพราะเธอก็ไม่รู้จะทำยังไงต่อไปเหมือนกัน หลังจากย้ายมาอยู่ที่นี่ก็ไม่ได้เจอหน้ากันมาสองสัปดาห์แล้ว ก็มีแค่คาร่าที่มาที่นี่ประจำเพราะเป็นปกติของคาร่าที่จะมาหาเธอและอคินบ่อย ๆ อยู่แล้ว"แล้วนี่เอมจะเอายังไงต่อล่ะลูก เรื่องราวร้าย ๆ ที่ผ่านมามันอาจจะทำให้หนูฝังใจ ไม่ว่าหนูจะตัดสินใจทางไหนป้าก็เคารพการตัดสินใจของหนูนะลูก เพราะไม่ว่ายังไงถึงหนูจะไม่ให้อภัยผู้ชายคนนั้น ป้าก็มั่นใจว่าจะเลี้ยงดูอคินให้ดีที่สุดอยู่แล้ว ป้าอยากให้หนูทำตามหัวใจที่ตัวเองต้องการเถอะ""ค่ะคุณป้า เอมขอเวลาตัดสิ
สี่เดือนผ่านไปอิ่มเอมกับอคินและโอบอุ้มพร้อมภรรยาอยู่กันพร้อมหน้าในบ้านของตัวเอง โดยมีเจ้าสัวสุพจน์และภรรยาอยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตาด้วย หลังจากที่โอบอุ้มได้ทำกายภาพบำบัดรักษาตัวเองจนหายเป็นปกติ แล้วกลับมาพักที่บ้านได้หนึ่งสัปดาห์ส่วนเจ้าสัวสุพจน์และภรรยาก็เดินทางมาเยี่ยมเยียนอิ่มเอมและหลานชายเป็นประจำอยู่แล้ว จึงทำให้ได้มีโอกาสพบกับโอบอุ้มและภรรยาพอดีในช่วงที่กลับมาจากต่างประเทศหลังจากที่โอบอุ้มได้ฟังความจริงต่าง ๆ ทั้งหมดผู้ใหญ่ทั้งสอง เขาก็ไม่คาดคิดเลยว่าน้องสาวต่างมารดาของตัวเองจะเป็นถึงลูกหลานคนมีชื่อเสียงและมีฐานะชาติตระกูลที่สูงส่งแบบนี้ ถึงจะรู้อยู่แล้วว่าอิ่มเอมไม่ใช่น้องสาวแท้ ๆ มาตลอดก็ตาม แต่สิ่งที่เขาได้รับรู้ก็ทำให้เขาตกใจไม่น้อยเลยโอบอุ้มมองไปที่น้องสาวกับหลานชายตัวน้อย ๆ ที่หลับปุ๋ยอยู่ในอ้อมกอดของอิ่มเอม ก่อนจะตัดสินใจพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดทันที"เอม...ตลอดชีวิตที่ผ่านมาของเราสองคน เอมก็รู้ว่าเราลำบากกันมากแค่ไหน พี่รู้ตัวเองมาตลอดว่าพี่ยังไม่สามารถดูแลเอมได้ดีพอ ทั้ง ๆ ที่พี่รับปากต่อหน้าโลงศพพ่อกับแม่ว่าจะดูแลเอมให้ดีที่สุดแท้ ๆ แต่พี่ก็ยังทำให้เอมลำบากมาตลอด ตอ
ช่วงเวลาเกือบหนึ่งปีที่เธอได้อุ้มท้องหนึ่งชีวิตด้วยความยากลำบาก ช่วงเวลาเหล่านั้นของเธอก็ได้สิ้นสุดลงแล้ว อิ่มเอมน้ำตาไหลออกมาด้วยความตื้นตันใจ เมื่อได้ยินเสียงแหลมเล็กของเด็กตัวน้อยที่แผดร้องออกมาเสียงดังลั่นห้องทำคลอดช่วงเวลาแห่งความเจ็บปวดและทรมานของเธอก็ได้สิ้นสุดแล้ว อิ่มเอมหอบหายใจออกมาอย่าง
"ขอบคุณมากนะคะพี่หลิน ที่ดูแลหนูอย่างดีมาตลอดเลย พอรู้ว่าตัวเองจะต้องออกไปลาคลอดแล้วก็รู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูกเลยล่ะค่ะ""อายุครรภ์ตั้งเจ็ดเดือนแล้ว แถมยังโตขึ้นเยอะมากเลย พี่ว่าเธอน่ะควรพักผ่อนได้แล้วล่ะ แล้วก็ห้ามขาดการติดต่อกันด้วย ถ้าใกล้คลอดก็ต้องโทรหาพี่นะ เดี๋ยวพี่จะพาเธอไปที่โรงพยาบาลเอง"
"ถ้าเธอมานั่งคุยกับพวกเราไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวเย็นนี้ขอนัดเจอได้หรือเปล่า""ฉันไม่ว่างน่ะค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะ ถ้าคุณมีอะไรจะพูดก็พูดตรงนี้ได้เลยค่ะ""ฉันจะไปต่างประเทศหลายเดือนน่ะสิ ก็เลยจะมาบอกเธอไว้ก่อน""เอ่อ...ความจริงไม่ต้องบอกฉันก็ได้นะคะ""ไม่ได้หรอก เดี๋ยวจะมีคนแถวนี้นับวันรอฉันอีกน่ะสิ
สามเดือนต่อมา"เห็นข่าวนี่หรือยัง ดูสิ ดูเหมือนว่าคนในตระกูลดังเขาจะมีข่าวดีในอนาคตแน่นอนแล้วนะ""อ๋อ...ข่าวลูกท่านเจ้าสัวใช่ไหม เขาก็ประโคมข่าวกันมาตั้งหลายเดือนแล้วนี่ ก็ช่วงหลังเวลามีงานที่ไหนก็มักจะเห็นสองครอบครัวนี้ไปด้วยกันตลอด""ใช่ ถ้าสองตระกูลดังได้เป็นทองแผนเดียวกันนะ โอ้โห...ไม่อยากจะคิด







