พุดไม่ได้รับรู้ถึงการปรากฏตัวของผู้มาใหม่เพราะกำลังตกอยู่ในห้วงฝันของตัวเอง ในฝัน...เขาได้มายืนอยู่ตรงหน้าบ้านหลังหนึ่ง ที่เหมือนกับบ้านเช่าของเขาไม่มีผิด แต่ต่างกันตรงที่บ้านหลังนี้มีคนมากมายเดินขวักไขว่อยู่ภายในบริเวณบ้าน บ้างก็ยืนสนทนากัน แต่ละคนล้วนแต่งกายในชุดที่ดูแปลกตา ผู้หญิงใส่เสื้อแขนกุดสีครีมกับผ้าซิ่นลายเรียบ ๆ บ้างก็สวมโจงกระเบน ผู้ชายใส่เสื้อคอจีนสีน้ำตาลอ่อนกับกางเกงแพรหรือโจงกระเบนสีเขียวหม่น เป็นแพทเทิร์นเดียวกันอย่างกับเป็นยูนิฟอร์มของพนักงานโรงแรมสไตล์ไทย ๆ ดูแล้วคลับคล้ายคลับคลาละครพีเรียดที่พุดเคยดูมาอย่างไรอย่างนั้น
“เฮ้...พี่ ๆ ครับ...”
ทุกคนเดินผ่านไปมาโดยไม่มีใครสนใจพุดที่ยืนหัวโด่อยู่ตรงนั้น ราวกับว่าไม่มีใครมองเห็นเขาเลยสักคน
“อะไรกันเนี่ย ทำไมไม่มีใครสนใจเราเลย เอ๊ะ! หรือนี่คือความฝัน?”
“แม่ผัน ๆ”
“เรียกฉันทำไมรึพ่อมิ่ง?”
“ฉันจะมาบอกว่าเย็นนี้ท่านชายพัฒน์อยากรับทานแกงคั่ว”
“แกงคั่วอะไร หมู ไก่ เนื้อ หรือหอย?”
“เอ่อ...ฉันลืมถามน่ะจ้ะ...”
“เอ้า! นั่นปะไร… รีบกลับไปทูลถามเสด็จท่านเลย ฉันจะได้รีบเตรียมของ ประเดี๋ยวทำไม่ทัน”
“เฮ้ย!!!”
ในขณะที่พุดยืนงง ๆ มองดูผู้คนสนทนากันอยู่นั้น จู่ ๆ ตัวเขาก็วาร์ปเข้ามาในห้องที่ลักษณะเหมือนห้องนอนของเขา แต่มีการตกแต่งห้องที่ต่างออกไป และในห้องนี้ไม่ได้มีเพียงแค่พุดเท่านั้น ยังมีชายหนุ่มอีก 2 คนที่กำลังนั่งโอบกอดกันบนเตียงนอน และสนทนากันอยู่โดยไม่มีใครสนใจมองมาที่พุดเลย
“เฮ้ยยย!!! ทำไมคนนั้นหน้าเหมือนเราเลยวะ?”
พุดเผลออุทานขึ้นเพราะได้เห็นใบหน้าชายหนุ่มทั้งสองชัดเจนเต็มสองตา มีหนึ่งคนหน้าตาเหมือนเขาไม่มีผิดเพี้ยน ต่างกันที่การแต่งกาย ชายคนนั้นใส่เสื้อคอจีนแขนสั้นสีขาว นุ่งกางเกงผ้าแพรมันวาวสีคราม ส่วนชายอีกคนรูปร่างสูงใหญ่กว่า ใส่เสื้อคอจีนแขนสั้นสีขาว นุ่งกางเกงผ้าแพรมันวาวสีกรมท่า หน้าตาผิวพรรณสะอาดสะอ้าน ดวงตาสวยคมสีนิลขับให้ใบหน้าดูหล่อเข้มสะดุดตา มองดูแล้วเหมือนผู้ดีมีฐานะไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป
พี่ชายพัฒน์จะคิดถึงพุดหรือไม่”
สิ้นคำพูดของชายหนุ่มร่างบาง พุดก็ต้องตกใจต่อกับชื่อของชายคนที่หน้าตาเหมือนเขา
“ชื่อพุดเหรอ? ชื่อเหมือนเราไปอีก!!!”
“เจ้าน่าจะรู้คำตอบ เหตุอันใดจึงมาถามพี่เช่นนี้”
“ก็ห่างกันแสนไกลเพียงนี้ พุดกลัวว่าพี่ชายพัฒน์จะไปชมชอบแหม่มผมทองจนลืมพุดเสียสิ้นกระมัง”
ชายหนุ่มผู้มีชื่อและใบหน้าเหมือนพุดกำลังพูดตัดพ้ออีกฝ่ายด้วยท่าทางไม่จริงจัง แต่สายตาก็ฉายแววกังวลออกมาจนอีกฝ่ายสังเกตได้
“เจ้าก็รู้ว่าเจ้าจะเป็นคนที่พี่คะนึงหาที่สุดในหัวใจ พี่ต่างหากที่กลัวว่าเจ้าจะไม่รอพี่”
“ไม่มีวัน หัวใจนี้พุดมอบให้พี่ชายพัฒน์ไปหมดแล้ว พี่ชายพัฒน์อยู่ที่ไหน หัวใจของพุดก็จะอยู่ที่นั่น พี่ชายพัฒน์ต้องนำมันกลับมาให้พุด สัญญานะ”
“พี่สัญญา พ่อพุดก็ต้องสัญญากับพี่ว่าจะรอพี่เรียนจบกลับมา หัวใจนี้ยกให้พี่แล้ว ห้ามเอากลับคืนเด็ดขาด”
ชายหนุ่มที่ชื่อพุดเงยหน้าขึ้นไปจุมพิตที่แก้มคนพี่แทนคำตอบ
“แค่หอมแก้ม พี่ไม่ถือว่าเป็นการสัญญา” คนตัวโตเอ่ยด้วยแววตาเจ้าเล่ห์
“ละ...แล้วต้องทำอย่างไร? ...”
“ต้องประทับตรา...”
“...”
ชายหนุ่มคนที่ถูกเรียกว่าพี่ชายพัฒน์ค่อย ๆ พลิกตัวคนตรงหน้าให้หันหน้ามาทางตน พร้อมกับเอามือลูบหัวเบา ๆ จนอีกฝ่ายใบหน้าเริ่มขึ้นสีระเรื่อ คนตัวเล็กสบตากลับด้วยสายตาลึกซึ้ง คนพี่โน้มตัวลงมาจุมพิตหน้าผากแล้วค่อย ๆ ไล้ลงมาที่เปลือกตา ริมฝีปากหนาของเขาเลื่อนลงมาที่แก้มนุ่มจนไปหยุดอยู่ที่ริมฝีปากบางสีอมชมพู ใบหน้าของชายหนุ่มที่ชื่อพุดเริ่มเห่อร้อนขึ้นเพราะความเขินอาย แต่นอกจากเขา ก็มีพุดอีกคนที่ยืนตาค้างอยู่อีกฟากฝั่งของผนังห้อง พุดไม่อยากเชื่อสายตากับภาพตรงหน้า พวงแก้มของเขาขึ้นเป็นสีแดงระเรื่อไม่ต่างจากชายที่ชื่อเดียวกันคนนั้นเลย ตอนนี้ภายในใจของเขาเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะแล้ว
“ฝันอะไรวะเนี่ยเรา...”
พุดมองภาพเบื้องหน้าด้วยใบหน้าที่เห่อร้อนและไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมถึงมีความรู้สึกวาบหวามแบบนี้ แต่รับรู้และสัมผัสได้ว่าทั้ง 2 คนตรงหน้ามีความรักที่ลึกซึ้งต่อกันมาก ในขณะที่พุดกำลังตีกับความคิดของตัวเองอยู่นั้น ชายหนุ่ม 2 คน ตรงหน้าก็ถอดเสื้อออกไปทั้งคู่ตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ คนร่างหนาผลักคนตัวเล็กให้นอนราบลงไปบนเตียงพร้อมเอาตัวเองทาบทับตามไป
“บ้าน่ะ!!! อย่าบอกนะว่าพวกคุณ 2 คนกำลังจะ...”
“ประทับตราแบบนี้สิ ถึงจะเป็นคำสัญญา”
“พี่ชายพัฒน์...”
คนใต้ร่างเปล่งเสียงแผ่วเบาด้วยความเขินอาย
“เจ้าหายกังวลแล้วหรือยัง? หืม...”
คนด้านบนเอ่ยถามด้วยความอ่อนโยน พร้อมกับเอามือลูบหัวอีกฝ่ายเบา ๆ
“ยะ...ยัง”
ที่จริงเขาหายกังวลแล้ว เพียงแต่อยากออดอ้อนอีกฝ่ายเท่านั้น อีกฝ่ายก็รู้ทันกัน เผยรอยยิ้มพร้อมแววตาชวนวาบหวามจ้องมองเขาราวกับหมาป่าที่อยากจะลิ้มลองเนื้อแกะ
“งั้น...พี่ต้องประทับตราไปทั้งร่างกายเจ้าเสียแล้วกระมัง”
หลังพูดจบเขาก็โน้มตัวลงไปประกบริมฝีปากกับคนด้านล่างด้วยความหนักหน่วง เรียวลิ้นทั้งสองสอดประสานเกี่ยวพันดูดกลืนความหวานของกันและกัน ผลัดกันขบเม้มดูดดึงริมฝีปากจนเกิดเสียงน่าอาย คนตัวเล็กเอื้อมแขนโอบรัดลูบไล้แผ่นหลังใหญ่ด้วยความหลงใหล
“อ๊ะ...”
คนน้องเผลอครางออกมาด้วยความเสียวซ่าน เพราะถูกคนพี่สัมผัสที่ปลายยอดหน้าอก ปลายนิ้วใหญ่ค่อย ๆ วนคลึงเคล้ายอดสีอ่อน พร้อมขยำเบา ๆ ด้วยความมันเขี้ยว
“ขอพี่ชิมหน่อยนะ”
ร่างหนากระซิบเบา ๆ ที่ข้างใบหูของคนใต้ร่าง เขาเริ่มขบเม้มที่ติ่งหูอ่อนนุ่มก่อนลากลิ้นลงมาโลมเลียที่ซอกคอ และไล่ลงมาจนถึงยอดตุ่มไตสีหวานที่กำลังแข็งชูชันท้าทายสายตา
“อื้อ...พี่ชายพัฒน์”
คนใต้ร่างเริ่มครางเสียงดังขึ้น เนื้อตัวเริ่มเป็นสีเลือดฝาดเพราะเลือดในกายสูบฉีดจนร้อนรุ่มไปหมด เสียงครางเรียกของเขากระตุ้นไฟราคะของคนด้านบนให้ทวีความรุนแรงขึ้นจนต้องขบกรามแน่นเพราะความปวดหนึบตรงกลางกาย ท่อนเอ็นที่แข็งขืนจนนูนออกมาของทั้งสองร่างกำลังบดเบียดกันผ่านร่มผ้า
“อืม...”
คนด้านบนครางเสียงต่ำออกมาด้วยความพอใจ
“...”
ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำเอาพุดที่ยืนมองอยู่ข้างผนังห้องตัวแข็งเกร็ง แก้มแดงระเรื่อ หัวสมองเริ่มว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออก ได้แต่ลุ้นไปกับเหตุการณ์ตรงหน้าว่ามันจะไปจบลงที่ตรงไหน
ก๊อกๆๆๆ ก๊อกๆๆๆ
“ท่านชายขอรับ! ท่านชาย! ท่านชายอยากรับทานแกงคั่วอะไรดีขอรับกระหม่อม!”
เสียงเคาะประตูทำให้ทุกคนในห้องหยุดการเคลื่อนไหว
“เฮือก!!!”
พุดเด้งตัวสะดุ้งตื่นจากความฝันด้วยความเหนื่อยหอบ
“แฮ่กๆๆ ฝันบ้าอะไรวะเนี่ย...เชี่ยยยยย ผีหลอก!!!”
คนเพิ่งตื่นจากฝันต้องสะดุ้งสุดตัวอีกครั้งเมื่อปรับสายตาได้แล้วมองเห็นผู้ชายที่หน้าตาเหมือนพี่ชายพัฒน์ในฝันเมื่อสักครู่ไม่มีผิดเพี้ยนกำลังนั่งยิ้มให้เขาอยู่ข้าง ๆ
“พุธโธ ธัมโม สังโฆ นะโมตัสสะ อย่ามาหลอกมาหลอนกันเลย ฮืออออออ”
คนตัวเล็กตัวสั่นงันงกหลับตาปี๋ ยกมือขึ้นมาพนมพร้อมกับยำบทสวดมนต์เพื่อหวังให้คนตรงหน้าหายไป
“เจ้ายังจำพี่ไม่ได้หรือ?”
“โอ๊ยยยย พูดกับเราได้ด้วย ฮือออออ กลัวแล้ว อย่าทำอะไรลูกช้างเลย”
“พี่ไม่มีวันทำร้ายเจ้า...”
ชายหนุ่มตรงหน้าพูดขึ้นด้วยนำเสียงที่อ่อนโยน แต่ตอนนี้พุดไม่มีสติพอที่จะรับรู้อะไรแล้ว ชั่วขณะที่รับรู้ว่าคนตรงหน้าเอื้อมมือมาสัมผัสที่เส้นผม พุดก็สลบไปในทันที
“ไม่เป็นไร เจ้านอนพักเถิด พี่รอคอยเจ้ามาได้เกือบร้อยปีแล้ว รออีกสักหน่อยจะเป็นไร พี่จะทำให้เจ้าจำพี่ให้จงได้...”
เพียงแค่ความนึกคิดของคนนัยน์ตาโศก ผ้าม่านก็คลายปมตัวเองลงมาบดบังแสงจากภายนอก เขาต้องการให้พุดหลับสบายโดยไม่มีแสงสว่างมารบกวน มือใหญ่ค่อย ๆ ลูบผมคนที่นอนหลับใหลเบา ๆ ราวกับต้องการกล่อมนอน เขาทำอยู่อย่างนั้นครึ่งค่อนคืนจนรุ่งสางจึงได้หายไป...
เช้าวันต่อมา...
พุดเดินใจลอยเข้าออฟฟิศเพื่อไปทำงานวันแรก เขาสับสนอยู่ว่าตกลงเรื่องเมื่อคืนที่เจอเป็นความจริงหรือความฝันกันแน่ ภาพเหตุการณ์เหมือนจริงชัดเจนในความทรงจำ แต่เขากลับตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่นเหมือนคนหลับลึกและได้พักผ่อนแบบเต็มที่ คิดแล้วคิดอีกวนเวียนตั้งแต่ตื่นนอน ขึ้นรถเมล์ ต่อรถไฟฟ้า จนเดินมาถึงออฟฟิศเขาก็ยังคิดไม่ตก
“อ๊ะ!”
เขาเดินเหม่อจนเผลอไปเดินชนเข้ากับชายคนหนึ่ง
“ขะ...ขอโทษครับ”
“ไม่เป็นไรครับ...คุณ...คุณพุทธชาด พนักงานคนใหม่ใช่มั้ยครับ?”
“ใช่ครับ คุณรู้จักผมด้วยเหรอครับ?”
“ผมต้องเห็นประวัติคนที่จะมาเป็นพนักงานใหม่ของผมอยู่แล้วสิ”
ชายหนุ่มกล่าวน้ำเสียงเป็นมิตร พร้อมยิ้มกว้างให้กับพุด
“คุณคือ...”
“ผมบดินทร์ เป็น MD ของที่นี่”
“คุณบดินทร์!!! สวัสดีครับ”
พุดรีบกล่าวสวัสดีเจ้านายใหม่ด้วยสีหน้าตื่นตกใจเพราะมาวันแรกก็เดินชนเจ้านายของตัวเองเสียแล้ว
“ครับ เรียกผมว่าพี่ดินก็ได้นะ ที่นี่เราอยู่กันแบบครอบครัวน่ะ ทำตัวสบาย ๆ ไม่ต้องเกร็ง เออ...พี่เรียกว่าน้องพุดได้ใช่มั้ยครับ?”
“ดะ...ได้สิครับ”
พุดรู้สึกโล่งใจที่เจ้านายใหม่ของตนดูเป็นคนที่ใจดีมาก ๆ บดินทร์เอื้อมมือมาจับไหล่ของพุดพร้อมกับบีบเบา ๆ
“ยินดีที่ได้รู้จักนะ มีอะไรไม่เข้าใจตรงไหนถามพี่ได้เลย”
“ครับ!”
พุดยิ้มร่าตอบรับ ทำให้เห็นฟันสีขาวเรียงสะอาดตาตัดกับริมฝีปากบางอมชมพู บดินทร์ลอบกลืนน้ำลายลงคอโดยที่พุดไม่ทันสังเกต
“น้องพุดนี่...ยิ้มน่ารักมากเลยนะครับ”
“ครับ?”
“อ๋อ...ไม่มีอะไร ตั้งใจทำงานนะ เดี๋ยวพี่ไปประชุมก่อน”
“ครับ! ผมจะตั้งใจเต็มที่”
พุดตอบด้วยน้ำเสียงฮึกเหิม แววตามุ่งมั่นเป็นประกาย วาดฝันอนาคตที่สวยงามในหน้าที่การงาน โดยไม่ทันสังเกตเห็นสายตาของเพื่อนร่วมงานรอบ ๆ ที่มองเขาอยู่
“แก ชั้นว่าคนนี้โดนหมายหัวละ”
“อืม ไม่รอดว่ะ ตัวเล็ก ๆ ขาว ๆ ตากลม ๆ แบบนี้ สเปคบอสเลย”
“เราจะไปเตือนเค้าดีมั้ย?”
“โอ๊ย...เอาตัวเองให้รอดเถอะ อย่าไปยุ่งเรื่องคนอื่น งานยิ่งหายาก ๆ อยู่”
เสียงซุบซิบคุยกันอย่างเมามันของกลุ่มพนักงานรุ่นพี่บ่งบอกถึงอันตรายที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่น่าเสียดายที่พุดไม่ได้ยินมัน