LOGIN“อ้อมนี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมเขาเม้าท์กันทั้งโรงพยาบาลว่าหมอคิมผัวแก กำลังจะย้ายไปอยู่ที่อังกฤษกับหมอดาริน”
ลดาวัลย์เพื่อนนักเทคนิคการแพทย์โทรมาถามด้วยความร้อนใจ เมื่อเรื่องของเพื่อนสาวกลายเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ภายในเวลาชั่วข้ามคืน
“เราหย่ากันแล้วเมื่อเช้านี้เอง” อวิกาตอบเพื่อน เธออยู่บนรถยนต์ส่วนตัวที่ลานจอดรถของโรงพยาบาล หญิงสาวเพิ่งมาถึงที่ทำงานหลังจากแยกจากคิมหันต์ที่เขต
“อ้าว.....” ลดาวัลย์พูดค้าง ก่อนที่จะถามต่อว่า “ตอนนี้แกอยู่ไหนอ้อมแกไหวไหม”
“ฉันอยู่ตรงที่จอดรถ เพิ่งมาถึงโรงพยาบาลวันนี้งานยุ่งไหม ฉันอยากจะลาสักครึ่งวัน..” อวิกาฝืนใจถามถึงงานแต่เธอก็ไม่คิดว่าตัวเองจะทำงานไหว
“งานมันก็ยุ่งของมันทุกวันเป็นปกติ ว่าแต่แกเถอะถ้าไม่ไหวก็ลาเต็มวันไปเลย เดี๋ยวฉันบอกหัวหน้าให้แล้วจะลงไปหาแก ไม่ต้องขึ้นมานะ”
ลดาวัลย์พูดแล้วตัดสาย เธอรีบไปจัดการลางานให้เพื่อนกับหัวหน้าแผนกก่อนจะรีบลงไปหาอวิกา ซึ่งหัวหน้าแผนกก็อนุมัติเป็นกรณีพิเศษด้วยความเห็นใจ
เธอลงมาหาอวิกาในสิบนาทีต่อมา หญิงสาวเคาะกระจกรถของเพื่อนเบาๆ ก่อนจะเปิดกระตูฝั่งข้างคนขับขึ้นนั่งเคียงข้าง อวิกาโผเข้ากอดเพื่อนสาวก่อนจะร้องไห้ออกมาอย่างกลั้นไม่ไหว
ลดาวัลย์กอดตอบลูบหลังเพื่อนเธอไม่พูดอะไร นอกจากนั่งอยู่กับอวิกาเงียบๆ รอจนหญิงสาวสงบลงเอง
อวิกาผละออกจากอ้อมกอดของเพื่อนสาว เมื่อได้ระบายจนรู้สึกดีขึ้น
“ขอบใจแกมากนะ” เธอเช็ดน้ำตา
“มันเกิดอะไรขึ้น” ลดาวัลย์ถาม
“เขาขอหย่าเมื่อวาน เขาบอกว่าเขาไม่ได้รักฉันแล้ว เขาเจอคนที่อยากสร้างครอบครัวจริงๆ แล้ว” อวิกาพูดน้ำตาที่กำลังจะแห้งเอ่อล้นมาอีกรอบ
“ชั่วที่สุด ทั้งผู้หญิงทั้งผู้ชาย” ลดาวัลย์อดไม่ได้ที่จะต่อว่า
“แล้วแกไม่บอกเขาเหรอว่าแกท้อง”
“บอกแล้ว พี่คิมบอกว่าฉันจะทำยังไงก็แล้วแต่ฉัน ถ้าฉันจะเก็บลูกไว้เขาจะทำหน้าที่พ่อให้ลูก แต่ถ้าฉันจะไม่เอาลูกไว้ก็ไม่ว่ากัน” อวิกาถ่ายทอดคำพูดของอดีตสามีให้เพื่อนฟัง
“ชั่วคูณสอง เขาเป็นหมอแน่เหรอเปล่าถึงคิดเรื่องฆ่าลูกได้หน้าตาเฉย” ลดาวัลย์โมโหถึงที่สุด
“แล้วแกจะทำไงต่อไป จะทำงานไหวไหมสักพักร้อนสักพักดีหรือเปล่า” ลดาวัลย์เสนอ แค่เรื่องถูกสามีขอหย่าในวันครบรอบวันแต่งงานก็แย่พอแล้ว แต่ตอนนี้เรื่องของอวิกา คิมหันต์และผู้หญิงคนใหม่ที่เป็นหมอในโรงพยาบาลเดียวกัน กำลังเป็นอาหารปากของคนในโรงพยาบาลอย่างสนุกปาก
“ก็อาจจะลา ฉันไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไรเลย” อวิกายอมรับไหนจะปัญหาทางใจ ไหนจะเรื่องแพ้ท้อง
“แล้วบ้านแกจะทำไง” เธอถามเพื่อนสาวต่อ
“เขาบอกว่ายกให้ฉัน ให้ทนายจัดการเอกสารให้หมดแล้ว” อวิกาเช็ดน้ำตาที่ยังไหลไม่หยุด เธอพูดต่อว่า
“แต่ฉันคงไม่อยู่ที่นั่นต่อ ทำใจไม่ไหว”
เพราะที่นั่นคือเรือนหอ ที่ก่อนแต่งงานเขาและเธอช่วยกันเลือกของต่างๆ ในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ดอกไม้ในบ้าน เฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นถูกสั่งทำอย่างตั้งใจ ผ้าม่านแต่ละผืน สีที่เลือกใช้ในแต่ละห้องมีความทรงจำระหว่างกันแทบจะทุกตารางนิ้วในบ้านหลังนั้น เธอจะทำใจอยู่ต่อไปได้อย่างไรไหว
“ฉันเข้าใจแล้วแกจะทำงานที่นี่ไหวไหม คนพูดเรื่องแกกับหมอคิมทั้งโรงบาล กลายเป็นเรื่องสนุกปากไปแล้ว” ลดาวัลย์ถามอย่างเห็นใจเพื่อน เธอรู้ว่าอวิกาไม่มีความผิดอะไรเลย ไม่มีความจำเป็นต้องหนี
“ฉันอยากลาพักร้อนสักอาทิตย์ จะได้หาที่อยู่ใหม่ด้วย” อวิกาตัดสินใจ
“ฉันอยากลาด้วยนะ แต่เราคงลาพร้อมกันไม่ได้” ลดาวัลย์ละล้าละลัง อวิกาไม่สมควรอยู่คนเดียวในช่วงนี้
“ไม่เป็นไรลดาฉันอยู่ได้” อวิกาพูด
“ฉันกลับบ้านก่อนนะ ขอบใจที่ลางานให้”
อวิกาแยกจากเพื่อน เธอขับรถตรงไปที่บ้าน แต่เมื่อใกล้ถึงเธอเห็นรถของคิมหันต์จอดอยู่ เขาคงมาเก็บของ..เธอคิด ก่อนที่จะเปลี่ยนใจ ขับรถเลยบ้านไปวนออกจากหมู่บ้านอีกด้านหนึ่ง
คิมหันต์หันมาเห็นรถของอวิกาพอดี เขาใจหายที่เห็นอดีตภรรยาขับรถเลยบ้านไป ชายหนุ่มเข้าใจว่าเธอเห็นว่าเขาอยู่ในบ้าน คงไม่อยากมาเจอกันอีก ใจนึงเขาอยากถามถึงครรภ์ของอวิกา แต่ก็ไม่อยากสร้างความผูกพันมากไปกว่านี้ เขากลัวตัวเองจะรู้สึกรักลูกที่กำลังจะเกิดจนผิดคำพูดที่รับปากกับดารินไว้
ความรับผิดชอบมีได้หลายแบบ ถ้าหมดรักต่อกันการส่งเสียเงินก็น่าจะดีที่สุด ชายหนุ่มตัดสินใจ และค่ำวันนั้นเขาและคนรักคนใหม่ก็เดินทางออกนอกประเทศตามที่ตั้งใจไว้
พิชญะเดินกอดคอมากับโอบเอื้อ ทั้งสองเป็นเด็กชายวัยรุ่นอายุ 14 ปีเท่ากัน เรียนที่เดียวกันและเป็นเพื่อนสนิทกันเหมือนกับแม่ของเด็กทั้งสองคือพีรยาและอวิกาโอบเอื้อเป็นลูกชายคนที่สองของอวิกากับหมอคิมหันต์ เกิดปีเดียวกับพิชญะ บ้านอยู่ใกล้กันพ่อแม่สนิทกัน เด็กชายสองคนจึงเป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่เด็กปีนี้เด็กชายทั้งคู่อายุ 14 เรียนชั้น ม. 3 ส่วนอุษมาหรือน้องเอื้อลูกสาวคนโตของหมอคิมและอวิกา อายุมากกว่า 4 ปีเธออายุเต็ม 18 กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัย โอบเอื้อมาอยู่ที่บ้านของไอยเรศ เพราะว่าพ่อแม่ต้องย้ายกลับไปทำงานที่กทม. แต่เด็กชายไม่อยากย้ายที่เรียนกลางคัน เขาขออยู่ที่ลำพูนพีรยาจึงรับดูแลแทนเพื่อให้อวิกายอมให้ลูกชายอยู่ลำพูนต่อ“แม่มีอะไรให้กินบ้างไหมครับ” พิชญะถามมารดา พวกเขาเพิ่งกลับจากเตะบอล เหงื่อเต็มตัวและหิวซ่กได้ที่“มีแต่ของโปรดเราทั้งคู่ หมูสับทอดกระเทียม ต้มยำกุ้ง แกงเทโพ แต่ไปอาบน้ำกันก่อนเลย” พีรยาบอกเด็กชายทั้งสองคนที่หน้าตาดูหิวโหยเหลือเกินพิชญะและโอบเอื้อขึ้นไปอาบน้ำก่อนจะกลับลงมาทานอาหารเย็น “ปีหน้าจะเรียนต่อที่ไหนกันลูก” พีรยาถามลูกชาย“พีอยากต่อม.ปลายที่เดิมครับ โ
เธอเม้มปากไม่รู้จะตอบอะไร“ย้ายมาอยู่ด้วยกันทุกวันเลยดีไหมลดา” ช่วงนี้เขาใกล้เรียนจบเฉพาะทาง ทั้งงานทั้งเรียนหนักขึ้นทุกทีหากได้เห็นหน้าเธอทุกวันน่าจะดีกว่าพบกันแค่ช่วงสุดสัปดาห์“รถมันติดน่ะสนต์” ที่ทำงานของเธออยู่ไกลจากที่นี่พอสมควร เดินทางตอนเช้าไม่ต่ำกว่าหนึ่งชม. เธอเหนื่อยเกินไปที่จะสู้กับการจราจรแบบนั้น ตัวงานก็ถือว่าเครียดแล้ว“งั้นวันทำงานฉันไปอยู่กับเธอที่โน่นดีไหม” วสนต์กอดรอบเอวเธอจากด้านหลัง เขารวบผมของเธอไปไว้อีกทางจูบลงบนต้นคอแผ่วเบา“อื้อ..สนต์” เธอเริ่มคิดอะไรไม่ออกถ้าคุยกันแบบนี้“นะ ลดา..” เขาเลื่อนจูบไปตามไหล่เนียน ฝ่ามือใหญ่ที่กอดรอบเอวเริ่มขยับลงไปที่ท้องน้อย“ก็.. ก็ได้” ลดาวัลย์เงยหน้าให้เขาฝังจูบไปตามซอกคอได้ถนัดขึ้น เธอรับคำเสียงพร่าก่อนจะถูกช้อนตัวอุ้มไปที่เตียง###############เช้าวันจันทร์ลดาวัลย์ใช้สิทธิ์เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลตรวจร่างกาย ผลการตรวจออกมาว่าเธอเป็นโรคกระเพาะและพักผ่อนน้อย ไม่พบการตั้งครรภ์แต่อย่างใด“สนต์ ฉันไม่ได้ท้อง” เธอบอกเขาในคืนนั้นเมื่อชายหนุ่มกลับจากทำงาน เขาย้ายมาอยู่ที่ห้องของเธอในวันทำงานตามที่ตกลงกันไว้“ฮื่อ.. แล้วไง”
หนึ่งปีต่อจากนั้น ลดาวัลย์กับวสนต์ยังคบหากันสถานะเหมือนเดิม ทั้งสองมีแผนจะแต่งงานกันเมื่อวสนต์เรียนจบเฉพาะทาง หากแต่เช้าวันหนึ่งวันนั้นเป็นวันเสาร์ลดาวัลย์มาค้างที่ห้องชุดของวสนต์ตามปกติเธอตื่นขึ้นมาด้วยอาการคลื่นไส้เวียนศีรษะ หญิงสาวรีบลุกไปอาเขียนในห้องน้ำเสียงนั้นปลุกให้วสนต์ตื่นขึ้นมาอีกคน ชายหนุ่มตามมาลูบหลังให้เธอ เขามีสีหน้าวิตกกังวลจนเห็นได้ชัด“เป็นไงบ้างลดา ปวดหัวมีไข้ไหม” เขาอังมือกับหน้าผากของเธอ ลดาวัลย์ไม่มีไข้ ตัวเธอติดจะเย็นด้วยซ้ำเธอส่ายหน้ายังพูดไม่ออก ตอนนี้อยากนอนอย่างเดียวเท่านั้น“หรือว่ามีน้อง หืม..” วสนต์เดาต่อ ทำให้ลดาวัลย์เบิกตาโต“ไม่มั้ง ก็เธอป้องกันตลอดไม่ใช่เหรอ” ทั้งสองคนยังไม่พร้อมจะมีลูก คู่รักทั้งสองจึงเห็นตรงกันว่าควรคุมกำเนิดและที่ผ่านมาวสนต์ก็เป็นฝ่ายป้องกันเองเสมอ เพราะไม่อยากผลักภาระให้ลดาวัลย์เป็นฝ่ายกินยาคุม“มันก็พลาดได้ เธอก็รู้นี่ว่าไม่มีการคุมกำเนิดแบบไหนได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ ถุงรั่ว ถุงแตกมีเยอะแยะไป” ฝ่ายชายคาดเดา ไม่ได้การละเขาคงต้องให้แม่ไปสู่ขอลดาวัลย์ให้แล้ว ไวเท่าความคิด วสนต์โทรหามารดาทันที“แม่ครับ แม่คงต้องไปสู่ข
“สนต์ หยุดเถอะ..” สองมือเธอขยุ้มเส้นผมเขาขณะที่วสนต์จูบลงไปตามท้องน้อย ลาดหน้าท้องราบเรียบจนถึงเนินดอกไม้กลางตัวเธอ หญิงสาวเกร็งตัวเมื่อความรู้สึกพุ่งสูงจนเกินควบคุม มันมากไปจนเธอจะขาดใจ“หยุดไม่ได้แล้วลดา หยุดตอนนี้ฉันตายแน่” เขาจับมือบางไปเกาะกุมความแข็งแรงที่แทบจะระเบิดด้วยความปรารถนา เธอหน้าแดงก่ำเมื่อเขาจับมือเธอให้ลูบขึ้นลง รู้สึกได้ถึงการตอบสนองตุ๊บๆ ของสิ่งที่อยู่ในมือ ขนาดมันโอฬารขนาดนี้เธอมิได้ตายก่อนหรือ“ฉันว่าฉันไม่ไหว มะ..มันใหญ่ไป” เธอปล่อยมือทำท่าจะพลิกตัวหนีแต่เขายึดไหล่เธอไว้กับที่นอนแน่น“เธอก็เรียนกายวิภาคมาต้องรู้สิว่าร่างกายปรับตัวได้” วสนต์โน้มน้าวใจ เขารู้ว่าเธอก็อยากลองแต่ก็ยังกลัวก็นั่นมันในตำรา...หญิงสาวคิดหน้าแดงจัด เธอหลับตาเมื่อเขาเริ่มจดจ่อตัวตนที่ปากทางรัก เขี่ยไปมาจนเธอเริ่มสั่นสะท้าน“อื้อ..สนต์ อย่า..” เขาไม่รู้เหรอว่ามันทรมาน เธอจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว“อย่าช้าใช่ไหม..ได้เลยคนสวย” ลดาวัลย์กัดริมฝีปากเมื่อรู้สึกถึงความอึดอัดคับแน่นที่สอดแทรกเข้ามา ความร้อนไหลวนไปทั่วร่างริมฝีปากหนาของวสนต์แนบลงมาบนเรียวปากอิ่ม หลอกล่อให้เธอสนใจกับจูบเร่าร
ลดาวัลย์เองก็อยากคุยกับเขาเหมือนกัน เพราะนับตั้งแต่เธอบอกเลิกสถานะแฟนปลอมๆ เขายังโอนเงินประจำเดือนมาให้อีกสองครั้งตามกำหนดเดิม ครั้งหลังนี่มากกว่าเดิมด้วยเท่าตัว วสนต์ขับรถมาที่ห้องพักของเขา ลดาวัลย์ที่ตอนแรกไม่ได้มองทางเธอหันมามองเขาตาขุ่น“เธอพาฉันมาที่นี่ทำไม” เขาจอดรถในที่จอดประจำ ก่อนจะวิ่งลงไปเปิดประตูฝั่งของเธอจับมือลดาวัลย์ลงมาเหมือนกลัวเธอวิ่งหนี“ฉันเหนื่อย อยากหาที่คุยแบบสบายๆ”“แต่ฉันไม่อยากขึ้นไปบนห้องเธอ” ลดาวัลย์ดึงมือออกจากการเกาะกุม เธอสงสัยว่าวสนต์จะเคยเข้าใจเรื่องความลำบากใจของเธอไหม “เธอกลัวอะไร ขึ้นห้องแฟนมันเสียหายยังไง” เขาพูดเสียงห้วนขณะที่ลากเธอเดินตามจนตัวปลิว“ฉันไม่ได้เป็นแฟนเธอแล้วนะสนต์ นี่เธอแกล้งลืมเหรอ” หญิงสาวเริ่มโวยวายเมื่อเข้ามาอยู่ลิฟต์จนได้ ลิฟต์ตัวนี้เป็นตัวพิเศษเฉพาะหุ้นส่วนโรงพยาบาลแบบเขาใช้ จึงไม่มีคนอื่นใช้ร่วมกันในตอนนั้น“ตอนเป็นแฟนก็ตกลงกันสองคน นี่ฉันไม่เคยตกลงเลิกกับเธอตอนไหนเลยนะลดา” เขากดตัวเธอแนบชิดกับผนังลิฟต์ ความเย็นของโลหะทำให้เธอใจหายวาบ“จะทำอะไร ปล่อยนะ” ลดาวัลย์ขืนตัวไม่ยอมเดินตามแรงดึงของเขา ไม่รู้อ
วสนต์กลับเข้าบ้านด้วยท่าที่เหนื่อยอ่อน วันนี้เขาเข้าไปเอาของที่ห้องพักเจอลดาวัลย์บนรถแท็กซี่ เธอคงจะไปไหนสักแห่งเขาจึงไม่เรียกเธอไว้เพราะธุระของเขามันรีบด่วนกว่าเขาเพิ่งปฏิเสธการช่วยเหลือคนรักเก่าด้วยการแต่งงานกู้หน้าให้เธอตามที่เธอต้องการ เธอกลับมาหาเขาเมื่อสองเดือนก่อนและขอให้เขาช่วยเป็นพ่อของลูกให้ เพราะพัชรมณีบอกเลิกคนที่เป็นพ่อตัวจริงไปแล้ว ตอนแรกเขาเห็นแก่เด็กในท้องจึงแบ่งรับแบ่งสู้ แต่ได้มารดาเตือนสติว่าสิ่งที่พัชรมณีขอไม่ใช่การแก้ปัญหา แต่มันคือการเพิ่มปัญหาต่างหาก เมื่อจัดการเรื่องพัชรมณีแล้วเขาจึงคิดจะไปคุยกับลดาวัลย์ เธอส่งข้อความมาบอกเลิกเขาเมื่อเดือนก่อนคงจะเพราะเห็นข้อความของพัชรมณีที่ไลน์มาหาเขา ในช่วงที่เขาหลับในวันสุดท้ายที่เจอกันวสนต์ไม่ได้ตอบกลับเธอเพราะคิดว่าเรื่องนี้มันยาวเกินกว่าที่จะคุยกันทางนี้ เขาอยากอธิบายให้เธอฟังเอง ชายหนุ่มไม่ได้เห็นเธอเป็นแฟนหลอกๆ มาตั้งนานแล้ว ลืมเรื่องข้อตกลงนั้นไปแล้วด้วยซ้ำ“สนต์รู้เรื่องที่โรงพยาบาลรึยังลูก” คุณมัญชุตาเข้ามาถามบุตรชายคนเล็กในห้องส่วนตัวของเขา“เรื่องอะไรครับแม่” เขาลืมตาทันที“ลดาลาออกจากงานไปแล้ว ย้ายอ







