LOGIN“แมงมุมลายตัวนั้น ฉันเห็นมัน อยู่บนหลังคา
วันหนึ่งมันถูกฝน ไหลหล่นจากบนหลังคา
พระอาทิตย์ส่องแสง น้ำแห้งเหือดไปลับตา
มันรีบไต่ขึ้นฝา หันหลังมาทำตาลุกวาว”
เสียงของน้องเอื้อดังตรงท่อน “ลุกวาว” เสียงดังอย่างสนุกสนานเมื่อแม่ร้องถึงท่อนสุดท้าย คิมหันต์ตื่นนานแล้วแต่เขายังอยากนอนฟังสองแม่ลูกร้องเพลงกัน
ชายหนุ่มหลับสนิทตั้งแต่ทานอาหารกลางวันเสร็จ เขาหลับที่โซฟาเบดที่ห้องนั่งเล่นชั้นล่าง น้องเอื้อเห็นพ่อทำเปลือกตาขยุกขยิกจึงเดินมาหา เด็กหญิงทำท่าจะจับหน้าพ่อแต่คิมหันต์แกล้งหลับพอลูกสาวเดินมาใกล้ๆ เขาก็จับตัวน้องเอื้อลอยจากพื้นขึ้นมานั่งบนอก
น้องเอื้อร้องวี๊ด แล้วก็หัวเราะสนุกสนานที่พ่อเล่นด้วย อวิกาเห็นดังนั้นเธอจึงลุกขึ้นจากพื้นพรม ที่เมื่อครู่นั่งเล่นกับลูกสาวอยู่ เธอเดินเข้าไปในครัวเพื่อจดรายการซื้อของสำหรับพรุ่งนี้ให้แม่บ้านไปตลาด
คิมหันต์มองตามแล้วคิดว่าถ้าเป็นแบบนี้ทุกวันคงจะดี มันคงเป็นครอบครัวจริงๆ ที่เขาเพิ่งเคยสัมผัส ชายหนุ่มมองหน้าน้องเอื้อที่เล่นกระดุมเสื้อของเขา เขาพึมพำว่า
“พ่อขอโทษนะลูก ขอโทษที่เคยไม่ต้องการหนู” เด็กหญิงเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างไม่เข้าใจ เธอเอื้อมมือเล็กๆ มาเช็ดน้ำตาให้พ่อ ทำเสียงบอกเขาว่า
“โอ๋....ม่ายร้อง” เด็กหญิงจดจำและเลียนแบบมารดาของเธอเอง เวลาปลอบลูกสาวเมื่อกลัวอะไร
“ขอบคุณครับลูก พ่อจะไปอาบน้ำก่อนหนูอยู่กับแม่ก่อนไหม” คิมหันต์ยังไม่ได้อาบน้ำตั้งแต่กลับมา รู้สึกเหนียวตัวมาก เขายันตัวลุกขึ้นนั่ง อวิกาออกมาจากในครัวพอดี
“น้องเอื้อมาดูอะไรกับแม่ดีกว่า” เธอเรียกลูกสาว เด็กหญิงส่ายศีรษะ ซบหน้าลงกับบ่าของพ่อเป็นการปฏิเสธ
“ไม่มาจริงๆ ใช่ไหม งั้นแม่ไปคนเดียวนะ” อวิกาทำท่าไม่สนใจเธอเดินออกไปทางหน้าบ้าน น้องเอื้อเห็นดังนั้นก็ร้องตาม
“อ้าว จะเอายังไงคะ แม่ว่าจะไปดูปลา ไปไหม” คราวนี้เด็กหญิงรีบดิ้นจะลงไปหามารดา คิมหันต์จึงปล่อยลูกลงเดิน สองแม่ลูกออกไปหน้าบ้าน เขาเห็นอวิกาทำบ่อปลาคาร์ฟขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ปลูกไม้ไทยส่งกลิ่นหอมไว้นานาชนิดคล้ายๆ กับบ้านเรือนหอที่กทม.
ชายหนุ่มถอนใจเมื่อคิดถึงตอนนี้ เขาเป็นคนทำทุกอย่างพังเองกับมือ และที่พังมากที่สุดคงเป็นใจของอวิกา แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังเลี้ยงลูกออกมาได้ดีมาก จนเขาแทบไม่กล้าฝันไปถึงการได้กลับมาเป็นครอบครัวจริงๆ กับเธออีกเลย
เขาขึ้นชั้นบนไปอาบน้ำแต่งตัวใหม่ในห้องเดิมที่เคยนอน เมื่อวานชายหนุ่มขนเสื้อผ้ากลับมาบางส่วน ตั้งแต่อวิกาให้เขามานอนที่นี่ได้ในช่วงสุดสัปดาห์
เมื่อเย็นวันศุกร์ที่ผ่านมา ชวกรเพื่อนหมอเด็กที่กทม. ส่งข่าวมาบอกว่าตอนนี้ พญ.ดารินกลับมาไทยแล้ว
คิมหันต์ : แล้วมึงบอกกูทำไม
ชวกร : อ้าว กูนึกว่ามึงยังรักเขาอยู่ มึงถึงขั้นเคยขอหย่ากับเมียไปอยู่กับผู้หญิงคนนี้เลยนะเว้ย
คิมหันต์ : ถ้ากูบอกว่ากูไม่เคยรักเขาเลย มึงจะเชื่อไหม
ชวกร : เชื่อ แต่ความเชื่อของกูไม่มีผลว่ะ มึงต้องถามอ้อมมากกว่า
พิชญะเดินกอดคอมากับโอบเอื้อ ทั้งสองเป็นเด็กชายวัยรุ่นอายุ 14 ปีเท่ากัน เรียนที่เดียวกันและเป็นเพื่อนสนิทกันเหมือนกับแม่ของเด็กทั้งสองคือพีรยาและอวิกาโอบเอื้อเป็นลูกชายคนที่สองของอวิกากับหมอคิมหันต์ เกิดปีเดียวกับพิชญะ บ้านอยู่ใกล้กันพ่อแม่สนิทกัน เด็กชายสองคนจึงเป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่เด็กปีนี้เด็กชายทั้งคู่อายุ 14 เรียนชั้น ม. 3 ส่วนอุษมาหรือน้องเอื้อลูกสาวคนโตของหมอคิมและอวิกา อายุมากกว่า 4 ปีเธออายุเต็ม 18 กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัย โอบเอื้อมาอยู่ที่บ้านของไอยเรศ เพราะว่าพ่อแม่ต้องย้ายกลับไปทำงานที่กทม. แต่เด็กชายไม่อยากย้ายที่เรียนกลางคัน เขาขออยู่ที่ลำพูนพีรยาจึงรับดูแลแทนเพื่อให้อวิกายอมให้ลูกชายอยู่ลำพูนต่อ“แม่มีอะไรให้กินบ้างไหมครับ” พิชญะถามมารดา พวกเขาเพิ่งกลับจากเตะบอล เหงื่อเต็มตัวและหิวซ่กได้ที่“มีแต่ของโปรดเราทั้งคู่ หมูสับทอดกระเทียม ต้มยำกุ้ง แกงเทโพ แต่ไปอาบน้ำกันก่อนเลย” พีรยาบอกเด็กชายทั้งสองคนที่หน้าตาดูหิวโหยเหลือเกินพิชญะและโอบเอื้อขึ้นไปอาบน้ำก่อนจะกลับลงมาทานอาหารเย็น “ปีหน้าจะเรียนต่อที่ไหนกันลูก” พีรยาถามลูกชาย“พีอยากต่อม.ปลายที่เดิมครับ โ
เธอเม้มปากไม่รู้จะตอบอะไร“ย้ายมาอยู่ด้วยกันทุกวันเลยดีไหมลดา” ช่วงนี้เขาใกล้เรียนจบเฉพาะทาง ทั้งงานทั้งเรียนหนักขึ้นทุกทีหากได้เห็นหน้าเธอทุกวันน่าจะดีกว่าพบกันแค่ช่วงสุดสัปดาห์“รถมันติดน่ะสนต์” ที่ทำงานของเธออยู่ไกลจากที่นี่พอสมควร เดินทางตอนเช้าไม่ต่ำกว่าหนึ่งชม. เธอเหนื่อยเกินไปที่จะสู้กับการจราจรแบบนั้น ตัวงานก็ถือว่าเครียดแล้ว“งั้นวันทำงานฉันไปอยู่กับเธอที่โน่นดีไหม” วสนต์กอดรอบเอวเธอจากด้านหลัง เขารวบผมของเธอไปไว้อีกทางจูบลงบนต้นคอแผ่วเบา“อื้อ..สนต์” เธอเริ่มคิดอะไรไม่ออกถ้าคุยกันแบบนี้“นะ ลดา..” เขาเลื่อนจูบไปตามไหล่เนียน ฝ่ามือใหญ่ที่กอดรอบเอวเริ่มขยับลงไปที่ท้องน้อย“ก็.. ก็ได้” ลดาวัลย์เงยหน้าให้เขาฝังจูบไปตามซอกคอได้ถนัดขึ้น เธอรับคำเสียงพร่าก่อนจะถูกช้อนตัวอุ้มไปที่เตียง###############เช้าวันจันทร์ลดาวัลย์ใช้สิทธิ์เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลตรวจร่างกาย ผลการตรวจออกมาว่าเธอเป็นโรคกระเพาะและพักผ่อนน้อย ไม่พบการตั้งครรภ์แต่อย่างใด“สนต์ ฉันไม่ได้ท้อง” เธอบอกเขาในคืนนั้นเมื่อชายหนุ่มกลับจากทำงาน เขาย้ายมาอยู่ที่ห้องของเธอในวันทำงานตามที่ตกลงกันไว้“ฮื่อ.. แล้วไง”
หนึ่งปีต่อจากนั้น ลดาวัลย์กับวสนต์ยังคบหากันสถานะเหมือนเดิม ทั้งสองมีแผนจะแต่งงานกันเมื่อวสนต์เรียนจบเฉพาะทาง หากแต่เช้าวันหนึ่งวันนั้นเป็นวันเสาร์ลดาวัลย์มาค้างที่ห้องชุดของวสนต์ตามปกติเธอตื่นขึ้นมาด้วยอาการคลื่นไส้เวียนศีรษะ หญิงสาวรีบลุกไปอาเขียนในห้องน้ำเสียงนั้นปลุกให้วสนต์ตื่นขึ้นมาอีกคน ชายหนุ่มตามมาลูบหลังให้เธอ เขามีสีหน้าวิตกกังวลจนเห็นได้ชัด“เป็นไงบ้างลดา ปวดหัวมีไข้ไหม” เขาอังมือกับหน้าผากของเธอ ลดาวัลย์ไม่มีไข้ ตัวเธอติดจะเย็นด้วยซ้ำเธอส่ายหน้ายังพูดไม่ออก ตอนนี้อยากนอนอย่างเดียวเท่านั้น“หรือว่ามีน้อง หืม..” วสนต์เดาต่อ ทำให้ลดาวัลย์เบิกตาโต“ไม่มั้ง ก็เธอป้องกันตลอดไม่ใช่เหรอ” ทั้งสองคนยังไม่พร้อมจะมีลูก คู่รักทั้งสองจึงเห็นตรงกันว่าควรคุมกำเนิดและที่ผ่านมาวสนต์ก็เป็นฝ่ายป้องกันเองเสมอ เพราะไม่อยากผลักภาระให้ลดาวัลย์เป็นฝ่ายกินยาคุม“มันก็พลาดได้ เธอก็รู้นี่ว่าไม่มีการคุมกำเนิดแบบไหนได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ ถุงรั่ว ถุงแตกมีเยอะแยะไป” ฝ่ายชายคาดเดา ไม่ได้การละเขาคงต้องให้แม่ไปสู่ขอลดาวัลย์ให้แล้ว ไวเท่าความคิด วสนต์โทรหามารดาทันที“แม่ครับ แม่คงต้องไปสู่ข
“สนต์ หยุดเถอะ..” สองมือเธอขยุ้มเส้นผมเขาขณะที่วสนต์จูบลงไปตามท้องน้อย ลาดหน้าท้องราบเรียบจนถึงเนินดอกไม้กลางตัวเธอ หญิงสาวเกร็งตัวเมื่อความรู้สึกพุ่งสูงจนเกินควบคุม มันมากไปจนเธอจะขาดใจ“หยุดไม่ได้แล้วลดา หยุดตอนนี้ฉันตายแน่” เขาจับมือบางไปเกาะกุมความแข็งแรงที่แทบจะระเบิดด้วยความปรารถนา เธอหน้าแดงก่ำเมื่อเขาจับมือเธอให้ลูบขึ้นลง รู้สึกได้ถึงการตอบสนองตุ๊บๆ ของสิ่งที่อยู่ในมือ ขนาดมันโอฬารขนาดนี้เธอมิได้ตายก่อนหรือ“ฉันว่าฉันไม่ไหว มะ..มันใหญ่ไป” เธอปล่อยมือทำท่าจะพลิกตัวหนีแต่เขายึดไหล่เธอไว้กับที่นอนแน่น“เธอก็เรียนกายวิภาคมาต้องรู้สิว่าร่างกายปรับตัวได้” วสนต์โน้มน้าวใจ เขารู้ว่าเธอก็อยากลองแต่ก็ยังกลัวก็นั่นมันในตำรา...หญิงสาวคิดหน้าแดงจัด เธอหลับตาเมื่อเขาเริ่มจดจ่อตัวตนที่ปากทางรัก เขี่ยไปมาจนเธอเริ่มสั่นสะท้าน“อื้อ..สนต์ อย่า..” เขาไม่รู้เหรอว่ามันทรมาน เธอจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว“อย่าช้าใช่ไหม..ได้เลยคนสวย” ลดาวัลย์กัดริมฝีปากเมื่อรู้สึกถึงความอึดอัดคับแน่นที่สอดแทรกเข้ามา ความร้อนไหลวนไปทั่วร่างริมฝีปากหนาของวสนต์แนบลงมาบนเรียวปากอิ่ม หลอกล่อให้เธอสนใจกับจูบเร่าร
ลดาวัลย์เองก็อยากคุยกับเขาเหมือนกัน เพราะนับตั้งแต่เธอบอกเลิกสถานะแฟนปลอมๆ เขายังโอนเงินประจำเดือนมาให้อีกสองครั้งตามกำหนดเดิม ครั้งหลังนี่มากกว่าเดิมด้วยเท่าตัว วสนต์ขับรถมาที่ห้องพักของเขา ลดาวัลย์ที่ตอนแรกไม่ได้มองทางเธอหันมามองเขาตาขุ่น“เธอพาฉันมาที่นี่ทำไม” เขาจอดรถในที่จอดประจำ ก่อนจะวิ่งลงไปเปิดประตูฝั่งของเธอจับมือลดาวัลย์ลงมาเหมือนกลัวเธอวิ่งหนี“ฉันเหนื่อย อยากหาที่คุยแบบสบายๆ”“แต่ฉันไม่อยากขึ้นไปบนห้องเธอ” ลดาวัลย์ดึงมือออกจากการเกาะกุม เธอสงสัยว่าวสนต์จะเคยเข้าใจเรื่องความลำบากใจของเธอไหม “เธอกลัวอะไร ขึ้นห้องแฟนมันเสียหายยังไง” เขาพูดเสียงห้วนขณะที่ลากเธอเดินตามจนตัวปลิว“ฉันไม่ได้เป็นแฟนเธอแล้วนะสนต์ นี่เธอแกล้งลืมเหรอ” หญิงสาวเริ่มโวยวายเมื่อเข้ามาอยู่ลิฟต์จนได้ ลิฟต์ตัวนี้เป็นตัวพิเศษเฉพาะหุ้นส่วนโรงพยาบาลแบบเขาใช้ จึงไม่มีคนอื่นใช้ร่วมกันในตอนนั้น“ตอนเป็นแฟนก็ตกลงกันสองคน นี่ฉันไม่เคยตกลงเลิกกับเธอตอนไหนเลยนะลดา” เขากดตัวเธอแนบชิดกับผนังลิฟต์ ความเย็นของโลหะทำให้เธอใจหายวาบ“จะทำอะไร ปล่อยนะ” ลดาวัลย์ขืนตัวไม่ยอมเดินตามแรงดึงของเขา ไม่รู้อ
วสนต์กลับเข้าบ้านด้วยท่าที่เหนื่อยอ่อน วันนี้เขาเข้าไปเอาของที่ห้องพักเจอลดาวัลย์บนรถแท็กซี่ เธอคงจะไปไหนสักแห่งเขาจึงไม่เรียกเธอไว้เพราะธุระของเขามันรีบด่วนกว่าเขาเพิ่งปฏิเสธการช่วยเหลือคนรักเก่าด้วยการแต่งงานกู้หน้าให้เธอตามที่เธอต้องการ เธอกลับมาหาเขาเมื่อสองเดือนก่อนและขอให้เขาช่วยเป็นพ่อของลูกให้ เพราะพัชรมณีบอกเลิกคนที่เป็นพ่อตัวจริงไปแล้ว ตอนแรกเขาเห็นแก่เด็กในท้องจึงแบ่งรับแบ่งสู้ แต่ได้มารดาเตือนสติว่าสิ่งที่พัชรมณีขอไม่ใช่การแก้ปัญหา แต่มันคือการเพิ่มปัญหาต่างหาก เมื่อจัดการเรื่องพัชรมณีแล้วเขาจึงคิดจะไปคุยกับลดาวัลย์ เธอส่งข้อความมาบอกเลิกเขาเมื่อเดือนก่อนคงจะเพราะเห็นข้อความของพัชรมณีที่ไลน์มาหาเขา ในช่วงที่เขาหลับในวันสุดท้ายที่เจอกันวสนต์ไม่ได้ตอบกลับเธอเพราะคิดว่าเรื่องนี้มันยาวเกินกว่าที่จะคุยกันทางนี้ เขาอยากอธิบายให้เธอฟังเอง ชายหนุ่มไม่ได้เห็นเธอเป็นแฟนหลอกๆ มาตั้งนานแล้ว ลืมเรื่องข้อตกลงนั้นไปแล้วด้วยซ้ำ“สนต์รู้เรื่องที่โรงพยาบาลรึยังลูก” คุณมัญชุตาเข้ามาถามบุตรชายคนเล็กในห้องส่วนตัวของเขา“เรื่องอะไรครับแม่” เขาลืมตาทันที“ลดาลาออกจากงานไปแล้ว ย้ายอ







