Masukชายหนุ่มมองบริเวณอย่างค่อนข้างพอใจกับสภาพโดยรวม บ้านที่พีรยาหาไว้เป็นบ้านชั้นเดียวมีรั้วรอบขอบชิด มีรปภ.หมู่บ้านดูน่าจะปลอดภัยในระดับหนึ่ง
“อยู่ที่นี่ถ้ามีปัญหาอะไรอ้อมบอกเราได้เลยนะ เรื่องรพ.ไม่ต้องห่วงที่นี่ใกล้เชียงใหม่ ขับรถไปแปบเดียวถึง”
“ขอบใจนะสนที่มาส่ง แล้วจะกลับกรุงเทพฯเลยหรือพักสักคืนก่อนไหม เราว่าพักสักคืนดีกว่า” อวิกาชวนน้องชายอดีตสามีพักสักคืน
วสนต์ทำท่าคิด “จริงๆ เราไม่มีงานด่วน ลาไว้แล้วมีเวลาอีกสองวันสบายๆ แล้วลดาจะกลับวันไหนเหรอ” เขาหันไปถามลดาวัลย์
“ก็คงจะคืนพรุ่งนี้มั้ง จะได้ไปถึงเช้ามะรืนยังไม่ได้จองตั๋วเลย คงต้องดูตั๋วก่อน” ลดาวัลย์พูดถึงตั๋วรถทัวร์ วสนต์ขมวดคิ้ว
“จะไปจองทำไมก็กลับด้วยกันสิ ฉันไปรับเธอมาก็ต้องไปส่ง”
ลดาวัลย์รีบปฏิเสธ “ไม่เป็นไรหรอก ฉันกลับเองได้”
“เธอนี่น่าจะเพี้ยน มีรถกลับสบายๆ ไม่ชอบ หรือกลัวฉันจะทำอะไรเธอ” วสนต์ส่ายหน้าไปมาเบาๆ
“เปล่า ใครเขาจะไปคิดแบบนั้น” ลดาวัลย์เถียงทันที อวิกามองสองคนที่ต่อปากต่อคำกันไปมา เธอว่าเธอผิดสังเกตอะไรบางอย่างของคู่นี้แล้วแต่ไม่ทักดีกว่า ดูไปเรื่อยๆ อวิกาคิดในใจ
เย็นนั้นพวกเธอทั้งสี่คนออกไปทานอาหารที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง บรรยากาศสบายๆ อยู่ริมน้ำ ลมพัดเย็นสบายทำให้อวิกาสบายใจขึ้น จนมีเสียงหนึ่งทักขึ้น
“อ้อม ลดามาเที่ยวเหรอ” สองสาวหันไปมองรวมถึงพีรยา ทุกคนพูดพร้อมกัน
“พี่วิน” นาวินเดินตรงมาหา “เป็นไง ได้ข่าวว่าอ้อมแต่งงานตอนนั้นพี่ไม่อยู่ไทย โทษทีนะที่ไม่ได้ไปร่วมงาน”
อวิกาหน้าสลดลง “ไม่เป็นไรค่ะพี่วิน พี่วินมากับใครเหรอคะ” เธอเห็นคนกลุ่มใหญ่ที่มากับนาวิน
“พี่มาเที่ยวบ้านเพื่อนที่ลำพูนครับ นี่พระพายแฟนพี่ นั่นฟ้าจ้ะเพื่อนพระพาย ส่วนนี่พ่อเลี้ยงไอยเรศเป็นคนท้องที่” เขาแนะนำคนที่มาด้วยให้พวกเธอรู้จัก และหันไปแนะนำพวกเธอ “พายจ๊ะนี่อ้อม ลดา มดเพื่อนรุ่นน้องพี่ครับสมัยเรียนมัธยม”
พระพายพยักหน้าทักทาย รวมถึงนภดาราด้วย จนไอยเรศพูดขึ้นว่า “ไหนๆ ก็เป็นเพื่อนนายวิน เรารวมโต๊ะกันเลยไหมครับ ในฐานะที่ผมเป็นคนท้องถิ่น ขออนุญาตเลี้ยงต้อนรับทุกคนเลยละกัน”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พ่อเลี้ยง เราเป็นเพื่อนพี่วินแต่ไม่ใช่เพื่อนพ่อเลี้ยง คงไม่รบกวนขนาดนั้นขอบคุณมากนะคะ” พีรยากล่าวขึ้นมา เธอไม่ชอบการนั่งทานอาหารร่วมกับคนที่ไม่สนิทสนม
ไอยเรศยิ้ม “ไม่เป็นไรหรอกครับน้องมด พี่ชอบเลี้ยงข้าวคน เรียกพี่ว่าพี่ช้างก็ได้นะครับ อย่าเรียกพ่อเลี้ยงเลยมันดูห่างเหิน”
วสนต์พูดขึ้นกลางวงว่า “แหม..พี่ช้างกับน้องมด ฟังดูน่ารักนะครับ เหมือนบุพเพเลย”
“หมอสนต์ ไม่พูดไม่มีใครว่าหมอเป็นใบ้นะคะ” ลดาวัลย์เหน็บแนมวสนต์
ไอยเรศโบกมือเรียกพนักงาน “ขยายโต๊ะให้เป็นโต๊ะใหญ่เลย ผมเลี้ยงเอง”
นั่งทานอาหารกันไปสักระยะ จนไอยเรศทราบว่าอวิกาเพิ่งจะเดินทางมาถึงและมีแผนจะมาอยู่ที่นี่ในฐานะคนพื้นที่เขาจึงบอกเธอว่า
“ถ้าสนใจทำงานที่นี่บอกพี่ได้นะครับ เผื่อพี่ช่วยแนะนำได้”
“ขอบคุณค่ะพี่ช้าง” อวิกาขอบคุณเขา อย่างน้อยการมาวันแรกก็ยังได้พบคนมีน้ำใจ
“แล้วพักกันที่ไหนเหรอครับ” อวิกาบอกสถานที่ไป และขยายความต่อ
“เลือกเช่าบ้านแถวนั้นเพราะใกล้ที่ทำงานมดน่ะค่ะ มดเป็นนักเคมีในนิคม” ไอยเรศพยักหน้ารับรู้ เขาชวนคุยเรื่องอื่นๆ ต่อนับได้ว่าเขามีอัธยาศัยดีมาก
พิชญะเดินกอดคอมากับโอบเอื้อ ทั้งสองเป็นเด็กชายวัยรุ่นอายุ 14 ปีเท่ากัน เรียนที่เดียวกันและเป็นเพื่อนสนิทกันเหมือนกับแม่ของเด็กทั้งสองคือพีรยาและอวิกาโอบเอื้อเป็นลูกชายคนที่สองของอวิกากับหมอคิมหันต์ เกิดปีเดียวกับพิชญะ บ้านอยู่ใกล้กันพ่อแม่สนิทกัน เด็กชายสองคนจึงเป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่เด็กปีนี้เด็กชายทั้งคู่อายุ 14 เรียนชั้น ม. 3 ส่วนอุษมาหรือน้องเอื้อลูกสาวคนโตของหมอคิมและอวิกา อายุมากกว่า 4 ปีเธออายุเต็ม 18 กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัย โอบเอื้อมาอยู่ที่บ้านของไอยเรศ เพราะว่าพ่อแม่ต้องย้ายกลับไปทำงานที่กทม. แต่เด็กชายไม่อยากย้ายที่เรียนกลางคัน เขาขออยู่ที่ลำพูนพีรยาจึงรับดูแลแทนเพื่อให้อวิกายอมให้ลูกชายอยู่ลำพูนต่อ“แม่มีอะไรให้กินบ้างไหมครับ” พิชญะถามมารดา พวกเขาเพิ่งกลับจากเตะบอล เหงื่อเต็มตัวและหิวซ่กได้ที่“มีแต่ของโปรดเราทั้งคู่ หมูสับทอดกระเทียม ต้มยำกุ้ง แกงเทโพ แต่ไปอาบน้ำกันก่อนเลย” พีรยาบอกเด็กชายทั้งสองคนที่หน้าตาดูหิวโหยเหลือเกินพิชญะและโอบเอื้อขึ้นไปอาบน้ำก่อนจะกลับลงมาทานอาหารเย็น “ปีหน้าจะเรียนต่อที่ไหนกันลูก” พีรยาถามลูกชาย“พีอยากต่อม.ปลายที่เดิมครับ โ
เธอเม้มปากไม่รู้จะตอบอะไร“ย้ายมาอยู่ด้วยกันทุกวันเลยดีไหมลดา” ช่วงนี้เขาใกล้เรียนจบเฉพาะทาง ทั้งงานทั้งเรียนหนักขึ้นทุกทีหากได้เห็นหน้าเธอทุกวันน่าจะดีกว่าพบกันแค่ช่วงสุดสัปดาห์“รถมันติดน่ะสนต์” ที่ทำงานของเธออยู่ไกลจากที่นี่พอสมควร เดินทางตอนเช้าไม่ต่ำกว่าหนึ่งชม. เธอเหนื่อยเกินไปที่จะสู้กับการจราจรแบบนั้น ตัวงานก็ถือว่าเครียดแล้ว“งั้นวันทำงานฉันไปอยู่กับเธอที่โน่นดีไหม” วสนต์กอดรอบเอวเธอจากด้านหลัง เขารวบผมของเธอไปไว้อีกทางจูบลงบนต้นคอแผ่วเบา“อื้อ..สนต์” เธอเริ่มคิดอะไรไม่ออกถ้าคุยกันแบบนี้“นะ ลดา..” เขาเลื่อนจูบไปตามไหล่เนียน ฝ่ามือใหญ่ที่กอดรอบเอวเริ่มขยับลงไปที่ท้องน้อย“ก็.. ก็ได้” ลดาวัลย์เงยหน้าให้เขาฝังจูบไปตามซอกคอได้ถนัดขึ้น เธอรับคำเสียงพร่าก่อนจะถูกช้อนตัวอุ้มไปที่เตียง###############เช้าวันจันทร์ลดาวัลย์ใช้สิทธิ์เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลตรวจร่างกาย ผลการตรวจออกมาว่าเธอเป็นโรคกระเพาะและพักผ่อนน้อย ไม่พบการตั้งครรภ์แต่อย่างใด“สนต์ ฉันไม่ได้ท้อง” เธอบอกเขาในคืนนั้นเมื่อชายหนุ่มกลับจากทำงาน เขาย้ายมาอยู่ที่ห้องของเธอในวันทำงานตามที่ตกลงกันไว้“ฮื่อ.. แล้วไง”
หนึ่งปีต่อจากนั้น ลดาวัลย์กับวสนต์ยังคบหากันสถานะเหมือนเดิม ทั้งสองมีแผนจะแต่งงานกันเมื่อวสนต์เรียนจบเฉพาะทาง หากแต่เช้าวันหนึ่งวันนั้นเป็นวันเสาร์ลดาวัลย์มาค้างที่ห้องชุดของวสนต์ตามปกติเธอตื่นขึ้นมาด้วยอาการคลื่นไส้เวียนศีรษะ หญิงสาวรีบลุกไปอาเขียนในห้องน้ำเสียงนั้นปลุกให้วสนต์ตื่นขึ้นมาอีกคน ชายหนุ่มตามมาลูบหลังให้เธอ เขามีสีหน้าวิตกกังวลจนเห็นได้ชัด“เป็นไงบ้างลดา ปวดหัวมีไข้ไหม” เขาอังมือกับหน้าผากของเธอ ลดาวัลย์ไม่มีไข้ ตัวเธอติดจะเย็นด้วยซ้ำเธอส่ายหน้ายังพูดไม่ออก ตอนนี้อยากนอนอย่างเดียวเท่านั้น“หรือว่ามีน้อง หืม..” วสนต์เดาต่อ ทำให้ลดาวัลย์เบิกตาโต“ไม่มั้ง ก็เธอป้องกันตลอดไม่ใช่เหรอ” ทั้งสองคนยังไม่พร้อมจะมีลูก คู่รักทั้งสองจึงเห็นตรงกันว่าควรคุมกำเนิดและที่ผ่านมาวสนต์ก็เป็นฝ่ายป้องกันเองเสมอ เพราะไม่อยากผลักภาระให้ลดาวัลย์เป็นฝ่ายกินยาคุม“มันก็พลาดได้ เธอก็รู้นี่ว่าไม่มีการคุมกำเนิดแบบไหนได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ ถุงรั่ว ถุงแตกมีเยอะแยะไป” ฝ่ายชายคาดเดา ไม่ได้การละเขาคงต้องให้แม่ไปสู่ขอลดาวัลย์ให้แล้ว ไวเท่าความคิด วสนต์โทรหามารดาทันที“แม่ครับ แม่คงต้องไปสู่ข
“สนต์ หยุดเถอะ..” สองมือเธอขยุ้มเส้นผมเขาขณะที่วสนต์จูบลงไปตามท้องน้อย ลาดหน้าท้องราบเรียบจนถึงเนินดอกไม้กลางตัวเธอ หญิงสาวเกร็งตัวเมื่อความรู้สึกพุ่งสูงจนเกินควบคุม มันมากไปจนเธอจะขาดใจ“หยุดไม่ได้แล้วลดา หยุดตอนนี้ฉันตายแน่” เขาจับมือบางไปเกาะกุมความแข็งแรงที่แทบจะระเบิดด้วยความปรารถนา เธอหน้าแดงก่ำเมื่อเขาจับมือเธอให้ลูบขึ้นลง รู้สึกได้ถึงการตอบสนองตุ๊บๆ ของสิ่งที่อยู่ในมือ ขนาดมันโอฬารขนาดนี้เธอมิได้ตายก่อนหรือ“ฉันว่าฉันไม่ไหว มะ..มันใหญ่ไป” เธอปล่อยมือทำท่าจะพลิกตัวหนีแต่เขายึดไหล่เธอไว้กับที่นอนแน่น“เธอก็เรียนกายวิภาคมาต้องรู้สิว่าร่างกายปรับตัวได้” วสนต์โน้มน้าวใจ เขารู้ว่าเธอก็อยากลองแต่ก็ยังกลัวก็นั่นมันในตำรา...หญิงสาวคิดหน้าแดงจัด เธอหลับตาเมื่อเขาเริ่มจดจ่อตัวตนที่ปากทางรัก เขี่ยไปมาจนเธอเริ่มสั่นสะท้าน“อื้อ..สนต์ อย่า..” เขาไม่รู้เหรอว่ามันทรมาน เธอจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว“อย่าช้าใช่ไหม..ได้เลยคนสวย” ลดาวัลย์กัดริมฝีปากเมื่อรู้สึกถึงความอึดอัดคับแน่นที่สอดแทรกเข้ามา ความร้อนไหลวนไปทั่วร่างริมฝีปากหนาของวสนต์แนบลงมาบนเรียวปากอิ่ม หลอกล่อให้เธอสนใจกับจูบเร่าร
ลดาวัลย์เองก็อยากคุยกับเขาเหมือนกัน เพราะนับตั้งแต่เธอบอกเลิกสถานะแฟนปลอมๆ เขายังโอนเงินประจำเดือนมาให้อีกสองครั้งตามกำหนดเดิม ครั้งหลังนี่มากกว่าเดิมด้วยเท่าตัว วสนต์ขับรถมาที่ห้องพักของเขา ลดาวัลย์ที่ตอนแรกไม่ได้มองทางเธอหันมามองเขาตาขุ่น“เธอพาฉันมาที่นี่ทำไม” เขาจอดรถในที่จอดประจำ ก่อนจะวิ่งลงไปเปิดประตูฝั่งของเธอจับมือลดาวัลย์ลงมาเหมือนกลัวเธอวิ่งหนี“ฉันเหนื่อย อยากหาที่คุยแบบสบายๆ”“แต่ฉันไม่อยากขึ้นไปบนห้องเธอ” ลดาวัลย์ดึงมือออกจากการเกาะกุม เธอสงสัยว่าวสนต์จะเคยเข้าใจเรื่องความลำบากใจของเธอไหม “เธอกลัวอะไร ขึ้นห้องแฟนมันเสียหายยังไง” เขาพูดเสียงห้วนขณะที่ลากเธอเดินตามจนตัวปลิว“ฉันไม่ได้เป็นแฟนเธอแล้วนะสนต์ นี่เธอแกล้งลืมเหรอ” หญิงสาวเริ่มโวยวายเมื่อเข้ามาอยู่ลิฟต์จนได้ ลิฟต์ตัวนี้เป็นตัวพิเศษเฉพาะหุ้นส่วนโรงพยาบาลแบบเขาใช้ จึงไม่มีคนอื่นใช้ร่วมกันในตอนนั้น“ตอนเป็นแฟนก็ตกลงกันสองคน นี่ฉันไม่เคยตกลงเลิกกับเธอตอนไหนเลยนะลดา” เขากดตัวเธอแนบชิดกับผนังลิฟต์ ความเย็นของโลหะทำให้เธอใจหายวาบ“จะทำอะไร ปล่อยนะ” ลดาวัลย์ขืนตัวไม่ยอมเดินตามแรงดึงของเขา ไม่รู้อ
วสนต์กลับเข้าบ้านด้วยท่าที่เหนื่อยอ่อน วันนี้เขาเข้าไปเอาของที่ห้องพักเจอลดาวัลย์บนรถแท็กซี่ เธอคงจะไปไหนสักแห่งเขาจึงไม่เรียกเธอไว้เพราะธุระของเขามันรีบด่วนกว่าเขาเพิ่งปฏิเสธการช่วยเหลือคนรักเก่าด้วยการแต่งงานกู้หน้าให้เธอตามที่เธอต้องการ เธอกลับมาหาเขาเมื่อสองเดือนก่อนและขอให้เขาช่วยเป็นพ่อของลูกให้ เพราะพัชรมณีบอกเลิกคนที่เป็นพ่อตัวจริงไปแล้ว ตอนแรกเขาเห็นแก่เด็กในท้องจึงแบ่งรับแบ่งสู้ แต่ได้มารดาเตือนสติว่าสิ่งที่พัชรมณีขอไม่ใช่การแก้ปัญหา แต่มันคือการเพิ่มปัญหาต่างหาก เมื่อจัดการเรื่องพัชรมณีแล้วเขาจึงคิดจะไปคุยกับลดาวัลย์ เธอส่งข้อความมาบอกเลิกเขาเมื่อเดือนก่อนคงจะเพราะเห็นข้อความของพัชรมณีที่ไลน์มาหาเขา ในช่วงที่เขาหลับในวันสุดท้ายที่เจอกันวสนต์ไม่ได้ตอบกลับเธอเพราะคิดว่าเรื่องนี้มันยาวเกินกว่าที่จะคุยกันทางนี้ เขาอยากอธิบายให้เธอฟังเอง ชายหนุ่มไม่ได้เห็นเธอเป็นแฟนหลอกๆ มาตั้งนานแล้ว ลืมเรื่องข้อตกลงนั้นไปแล้วด้วยซ้ำ“สนต์รู้เรื่องที่โรงพยาบาลรึยังลูก” คุณมัญชุตาเข้ามาถามบุตรชายคนเล็กในห้องส่วนตัวของเขา“เรื่องอะไรครับแม่” เขาลืมตาทันที“ลดาลาออกจากงานไปแล้ว ย้ายอ







