เข้าสู่ระบบวสนต์และลดาวัลย์เดินทางกลับในวันรุ่งขึ้น ส่วนพีรยาต้องไปทำงานตามปกติ อวิกาตื่นเช้ามาเตรียมอาหารให้ตัวเองและเผื่อเพื่อนสาวด้วย
“หอมกาแฟจังเลย มีอ้อมมาอยู่ด้วยเราอ้วนแน่ๆ” พีรยาส่งเสียงมาก่อนตัว เธอเปิดประตูห้องนอนออกมาและแต่งตัวพร้อมไปทำงาน
“กินข้าวก่อนมด ไปทำงานเช้าจังเข้างานกี่โมงน่ะ” อวิกามองเวลามันเพิ่งเจ็ดนาฬิกา
“วันนี้เข้างานเช้าน่ะ แต่พอมีเวลากินก่อนได้ ต้องไปสแกนนิ้วต้องแปดโมงเช้า” พีรยาตอบ เธอนั่งลงที่โต๊ะทานข้าวเริ่มชงกาแฟของตนเองและคุยไปด้วย
“แล้ววันนี้อ้อมอยู่คนเดียวได้ไหม” เธอถามอย่างเป็นห่วงเพื่อน
“อยู่ได้ เดี๋ยวเราจะจัดของค่อยๆ ทำไปไม่รีบ” อวิการีบพูดให้อีกฝ่ายสบายใจ ยังมีของอีกหลายกล่องที่เธอยังไม่ได้เปิดออกดู
“ฮื่อ... งั้นเดี๋ยวเราไปดูงาน ถ้าพรุ่งนี้ไม่มีอะไรมากเราจะลางานพาอ้อมไปฝากท้องนะ” พีรยาวางแผน
“รอวันหยุดก็ได้มด เราไม่รีบหรอก”
เมื่อพีรยาออกไปทำงานแล้ว หญิงสาวจึงเริ่มรื้อของที่ขนมาจากกรุงเทพฯ จัดเข้าที่เธอเปิดดูทีละกล่องไปเรื่อยๆ จนมาถึงกล่องใบหนึ่ง อวิกาขมวดคิ้วกล่องใบนี้เธอไม่ได้จะเอามา เพื่อนๆ ที่ช่วยขนคงไม่รู้หยิบมาด้วย
เธอมือสั่น หญิงสาวจำได้ดีว่ากล่องนี้เธอเก็บอัลบั้มรูปตอนแต่งงานและพรีเวดดิ้ง อวิกานึกย้อนไปถึงเรื่องในอดีต
เธอ พีรยา ลดาวัลย์และวสนต์ เป็นเพื่อนโรงเรียนเดียวกันตั้งแต่สมัยมัธยม จนเมื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยเธอสี่คนก็สอบได้ที่เดียวกัน วสนต์ติดคณะแพทย์ เธอและลดาวัลย์สอบติดเทคนิคการแพทย์ ส่วนพีรยาสอบติดคณะวิทยาศาสตร์
เมื่ออยู่ในมหาวิทยาลัยความที่เรียนคนละคณะ อาจจะมีเวลาว่างมาเจอกันน้อยลง แต่ความเป็นเพื่อนไม่หายไปไหน จนเมื่อเรียนจบแต่ละคนต่างแยกย้าย หลังเรียนจบเธอและลดาวัลย์เข้าทำงานในตำแหน่งนักเทคนิคการแพทย์คนละหน่วยงานกัน จนอีกสองปีต่อมาวสนต์ก็มาทำงานใช้ทุนที่โรงพยาบาลเดียวกับเธอ
ต่อมาในการนัดทานข้าวในกลุ่มเพื่อน ซึ่งพีรยาผู้ที่ไปทำงานไกลสุดถึงลำพูนได้ลงมากรุงเทพฯ และเธอนัดเพื่อนมาพบปะกัน วสนต์ถามว่าเธอและลดาวัลย์สนใจทำงานที่โรงพยาบาลเอกชนที่ครอบครัวเขามีหุ้นส่วนอยู่ไหม
ด้วยข้อเสนอเงินเดือนที่สูงลิ่วกว่าที่เดิม เธอทั้งสองจึงตัดสินใจย้ายและที่นั่นทำให้เธอพบกับคิมหันต์ แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมหัวใจ ที่วสนต์แนะนำว่าเป็นพี่ชายของเขาเอง
เหมือนวสนต์จะรู้ว่าพี่ชายสนใจเพื่อนของตัวเอง เขาจึงชวนอวิกาและลดาวัลย์มาทานข้าวที่บ้าน จากนั้นความสัมพันธ์ของคนทั้งสองก็เติบโตขึ้นเรื่อยๆ
ปีต่อมาทั้งสองคนแต่งงานกันท่ามกลางความเห็นชอบของทุกฝ่าย ครอบครัวของคิมหันต์ทุกคนเต็มใจต้อนรับเธอ ชีวิตแต่งงานของทั้งคู่เป็นไปอย่างปกติ มีปัญหาบ้างแต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่จนถึงวันที่คิมหันต์ขอหย่า จึงทำให้เธอช็อกมาก
อวิกาเปิดสมุดภาพไปเรื่อยๆ ทุกภาพในวันแต่งงานยังชัดเจนในความรู้สึกของเธอเหมือนเพิ่งผ่านไปไม่นาน
คืนส่งตัวเข้าหอเธอจำได้ดีว่าตอนนั้นเธอตัวสั่นเป็นลูกนก คิมหันต์ไม่เคยล่วงเกินเธอก่อนแต่งงาน เขาเป็นสุภาพบุรุษตั้งแต่วันที่ได้พบจนถึงวันที่ทั้งสองได้ร่วมชีวิตกัน
หญิงสาวกอดสมุดภาพไว้แนบอก เธอปล่อยให้ตัวเองร้องไห้อย่างเต็มที่ จนเมื่อน้ำตาแห้งไปเธอเก็บสมุดภาพนั้นใส่กล่องล็อกกุญแจไว้ เธอบอกตัวเองว่าจะต้องเข้มแข็ง จะต้องมีชีวิตอยู่เพื่อคนที่อยู่ในท้องให้ได้
สัปดาห์ต่อมาอวิกาไปฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลในตัวจังหวัดลำพูน มีพีรยาไปเป็นเพื่อน หลังจากนั้นเธอตกลงใจจ้างแม่บ้านหนึ่งคนอยู่เป็นเพื่อนเธอที่บ้าน และคอยดูแลเธอเวลาไปหาหมอตามนัด ซึ่งคุณมัญชุตาแม่ย่าก็เห็นดีด้วย
ครรภ์ของอวิกาไม่แข็งแรงนักเพราะเธอบอบช้ำทางใจ ในช่วงไตรมาสที่สองของการตั้งครรภ์ หมอบอกว่าตรวจไม่พบหัวใจของเด็ก หมอแห่งแรกแนะนำให้ดูดทารกออกแต่เธอไม่ยอม อวิกาไปตรวจอีกโรงพยาบาลที่เชียงใหม่ ซาวน์อีกครั้งจนพบว่าเด็กมีพัฒนาการปกติในวีคที่ 24
จากนั้นเธอพบปัญหาแท้งคุกคามในตอนใกล้คลอด จนต้องแอดมิทก่อนกำหนดคลอดหลายวัน จนในที่สุดคุณหมอที่ฝากครรภ์ตัดสินใจให้เธอคลอดก่อนกำหนดสามวัน ช่วงนั้นพอดีกับที่วสนต์และคุณมัญชุตามาเยี่ยมเธอ จึงได้ร่วมกันคิดและตัดสินใจไปด้วยเลย
พิชญะเดินกอดคอมากับโอบเอื้อ ทั้งสองเป็นเด็กชายวัยรุ่นอายุ 14 ปีเท่ากัน เรียนที่เดียวกันและเป็นเพื่อนสนิทกันเหมือนกับแม่ของเด็กทั้งสองคือพีรยาและอวิกาโอบเอื้อเป็นลูกชายคนที่สองของอวิกากับหมอคิมหันต์ เกิดปีเดียวกับพิชญะ บ้านอยู่ใกล้กันพ่อแม่สนิทกัน เด็กชายสองคนจึงเป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่เด็กปีนี้เด็กชายทั้งคู่อายุ 14 เรียนชั้น ม. 3 ส่วนอุษมาหรือน้องเอื้อลูกสาวคนโตของหมอคิมและอวิกา อายุมากกว่า 4 ปีเธออายุเต็ม 18 กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัย โอบเอื้อมาอยู่ที่บ้านของไอยเรศ เพราะว่าพ่อแม่ต้องย้ายกลับไปทำงานที่กทม. แต่เด็กชายไม่อยากย้ายที่เรียนกลางคัน เขาขออยู่ที่ลำพูนพีรยาจึงรับดูแลแทนเพื่อให้อวิกายอมให้ลูกชายอยู่ลำพูนต่อ“แม่มีอะไรให้กินบ้างไหมครับ” พิชญะถามมารดา พวกเขาเพิ่งกลับจากเตะบอล เหงื่อเต็มตัวและหิวซ่กได้ที่“มีแต่ของโปรดเราทั้งคู่ หมูสับทอดกระเทียม ต้มยำกุ้ง แกงเทโพ แต่ไปอาบน้ำกันก่อนเลย” พีรยาบอกเด็กชายทั้งสองคนที่หน้าตาดูหิวโหยเหลือเกินพิชญะและโอบเอื้อขึ้นไปอาบน้ำก่อนจะกลับลงมาทานอาหารเย็น “ปีหน้าจะเรียนต่อที่ไหนกันลูก” พีรยาถามลูกชาย“พีอยากต่อม.ปลายที่เดิมครับ โ
เธอเม้มปากไม่รู้จะตอบอะไร“ย้ายมาอยู่ด้วยกันทุกวันเลยดีไหมลดา” ช่วงนี้เขาใกล้เรียนจบเฉพาะทาง ทั้งงานทั้งเรียนหนักขึ้นทุกทีหากได้เห็นหน้าเธอทุกวันน่าจะดีกว่าพบกันแค่ช่วงสุดสัปดาห์“รถมันติดน่ะสนต์” ที่ทำงานของเธออยู่ไกลจากที่นี่พอสมควร เดินทางตอนเช้าไม่ต่ำกว่าหนึ่งชม. เธอเหนื่อยเกินไปที่จะสู้กับการจราจรแบบนั้น ตัวงานก็ถือว่าเครียดแล้ว“งั้นวันทำงานฉันไปอยู่กับเธอที่โน่นดีไหม” วสนต์กอดรอบเอวเธอจากด้านหลัง เขารวบผมของเธอไปไว้อีกทางจูบลงบนต้นคอแผ่วเบา“อื้อ..สนต์” เธอเริ่มคิดอะไรไม่ออกถ้าคุยกันแบบนี้“นะ ลดา..” เขาเลื่อนจูบไปตามไหล่เนียน ฝ่ามือใหญ่ที่กอดรอบเอวเริ่มขยับลงไปที่ท้องน้อย“ก็.. ก็ได้” ลดาวัลย์เงยหน้าให้เขาฝังจูบไปตามซอกคอได้ถนัดขึ้น เธอรับคำเสียงพร่าก่อนจะถูกช้อนตัวอุ้มไปที่เตียง###############เช้าวันจันทร์ลดาวัลย์ใช้สิทธิ์เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลตรวจร่างกาย ผลการตรวจออกมาว่าเธอเป็นโรคกระเพาะและพักผ่อนน้อย ไม่พบการตั้งครรภ์แต่อย่างใด“สนต์ ฉันไม่ได้ท้อง” เธอบอกเขาในคืนนั้นเมื่อชายหนุ่มกลับจากทำงาน เขาย้ายมาอยู่ที่ห้องของเธอในวันทำงานตามที่ตกลงกันไว้“ฮื่อ.. แล้วไง”
หนึ่งปีต่อจากนั้น ลดาวัลย์กับวสนต์ยังคบหากันสถานะเหมือนเดิม ทั้งสองมีแผนจะแต่งงานกันเมื่อวสนต์เรียนจบเฉพาะทาง หากแต่เช้าวันหนึ่งวันนั้นเป็นวันเสาร์ลดาวัลย์มาค้างที่ห้องชุดของวสนต์ตามปกติเธอตื่นขึ้นมาด้วยอาการคลื่นไส้เวียนศีรษะ หญิงสาวรีบลุกไปอาเขียนในห้องน้ำเสียงนั้นปลุกให้วสนต์ตื่นขึ้นมาอีกคน ชายหนุ่มตามมาลูบหลังให้เธอ เขามีสีหน้าวิตกกังวลจนเห็นได้ชัด“เป็นไงบ้างลดา ปวดหัวมีไข้ไหม” เขาอังมือกับหน้าผากของเธอ ลดาวัลย์ไม่มีไข้ ตัวเธอติดจะเย็นด้วยซ้ำเธอส่ายหน้ายังพูดไม่ออก ตอนนี้อยากนอนอย่างเดียวเท่านั้น“หรือว่ามีน้อง หืม..” วสนต์เดาต่อ ทำให้ลดาวัลย์เบิกตาโต“ไม่มั้ง ก็เธอป้องกันตลอดไม่ใช่เหรอ” ทั้งสองคนยังไม่พร้อมจะมีลูก คู่รักทั้งสองจึงเห็นตรงกันว่าควรคุมกำเนิดและที่ผ่านมาวสนต์ก็เป็นฝ่ายป้องกันเองเสมอ เพราะไม่อยากผลักภาระให้ลดาวัลย์เป็นฝ่ายกินยาคุม“มันก็พลาดได้ เธอก็รู้นี่ว่าไม่มีการคุมกำเนิดแบบไหนได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ ถุงรั่ว ถุงแตกมีเยอะแยะไป” ฝ่ายชายคาดเดา ไม่ได้การละเขาคงต้องให้แม่ไปสู่ขอลดาวัลย์ให้แล้ว ไวเท่าความคิด วสนต์โทรหามารดาทันที“แม่ครับ แม่คงต้องไปสู่ข
“สนต์ หยุดเถอะ..” สองมือเธอขยุ้มเส้นผมเขาขณะที่วสนต์จูบลงไปตามท้องน้อย ลาดหน้าท้องราบเรียบจนถึงเนินดอกไม้กลางตัวเธอ หญิงสาวเกร็งตัวเมื่อความรู้สึกพุ่งสูงจนเกินควบคุม มันมากไปจนเธอจะขาดใจ“หยุดไม่ได้แล้วลดา หยุดตอนนี้ฉันตายแน่” เขาจับมือบางไปเกาะกุมความแข็งแรงที่แทบจะระเบิดด้วยความปรารถนา เธอหน้าแดงก่ำเมื่อเขาจับมือเธอให้ลูบขึ้นลง รู้สึกได้ถึงการตอบสนองตุ๊บๆ ของสิ่งที่อยู่ในมือ ขนาดมันโอฬารขนาดนี้เธอมิได้ตายก่อนหรือ“ฉันว่าฉันไม่ไหว มะ..มันใหญ่ไป” เธอปล่อยมือทำท่าจะพลิกตัวหนีแต่เขายึดไหล่เธอไว้กับที่นอนแน่น“เธอก็เรียนกายวิภาคมาต้องรู้สิว่าร่างกายปรับตัวได้” วสนต์โน้มน้าวใจ เขารู้ว่าเธอก็อยากลองแต่ก็ยังกลัวก็นั่นมันในตำรา...หญิงสาวคิดหน้าแดงจัด เธอหลับตาเมื่อเขาเริ่มจดจ่อตัวตนที่ปากทางรัก เขี่ยไปมาจนเธอเริ่มสั่นสะท้าน“อื้อ..สนต์ อย่า..” เขาไม่รู้เหรอว่ามันทรมาน เธอจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว“อย่าช้าใช่ไหม..ได้เลยคนสวย” ลดาวัลย์กัดริมฝีปากเมื่อรู้สึกถึงความอึดอัดคับแน่นที่สอดแทรกเข้ามา ความร้อนไหลวนไปทั่วร่างริมฝีปากหนาของวสนต์แนบลงมาบนเรียวปากอิ่ม หลอกล่อให้เธอสนใจกับจูบเร่าร
ลดาวัลย์เองก็อยากคุยกับเขาเหมือนกัน เพราะนับตั้งแต่เธอบอกเลิกสถานะแฟนปลอมๆ เขายังโอนเงินประจำเดือนมาให้อีกสองครั้งตามกำหนดเดิม ครั้งหลังนี่มากกว่าเดิมด้วยเท่าตัว วสนต์ขับรถมาที่ห้องพักของเขา ลดาวัลย์ที่ตอนแรกไม่ได้มองทางเธอหันมามองเขาตาขุ่น“เธอพาฉันมาที่นี่ทำไม” เขาจอดรถในที่จอดประจำ ก่อนจะวิ่งลงไปเปิดประตูฝั่งของเธอจับมือลดาวัลย์ลงมาเหมือนกลัวเธอวิ่งหนี“ฉันเหนื่อย อยากหาที่คุยแบบสบายๆ”“แต่ฉันไม่อยากขึ้นไปบนห้องเธอ” ลดาวัลย์ดึงมือออกจากการเกาะกุม เธอสงสัยว่าวสนต์จะเคยเข้าใจเรื่องความลำบากใจของเธอไหม “เธอกลัวอะไร ขึ้นห้องแฟนมันเสียหายยังไง” เขาพูดเสียงห้วนขณะที่ลากเธอเดินตามจนตัวปลิว“ฉันไม่ได้เป็นแฟนเธอแล้วนะสนต์ นี่เธอแกล้งลืมเหรอ” หญิงสาวเริ่มโวยวายเมื่อเข้ามาอยู่ลิฟต์จนได้ ลิฟต์ตัวนี้เป็นตัวพิเศษเฉพาะหุ้นส่วนโรงพยาบาลแบบเขาใช้ จึงไม่มีคนอื่นใช้ร่วมกันในตอนนั้น“ตอนเป็นแฟนก็ตกลงกันสองคน นี่ฉันไม่เคยตกลงเลิกกับเธอตอนไหนเลยนะลดา” เขากดตัวเธอแนบชิดกับผนังลิฟต์ ความเย็นของโลหะทำให้เธอใจหายวาบ“จะทำอะไร ปล่อยนะ” ลดาวัลย์ขืนตัวไม่ยอมเดินตามแรงดึงของเขา ไม่รู้อ
วสนต์กลับเข้าบ้านด้วยท่าที่เหนื่อยอ่อน วันนี้เขาเข้าไปเอาของที่ห้องพักเจอลดาวัลย์บนรถแท็กซี่ เธอคงจะไปไหนสักแห่งเขาจึงไม่เรียกเธอไว้เพราะธุระของเขามันรีบด่วนกว่าเขาเพิ่งปฏิเสธการช่วยเหลือคนรักเก่าด้วยการแต่งงานกู้หน้าให้เธอตามที่เธอต้องการ เธอกลับมาหาเขาเมื่อสองเดือนก่อนและขอให้เขาช่วยเป็นพ่อของลูกให้ เพราะพัชรมณีบอกเลิกคนที่เป็นพ่อตัวจริงไปแล้ว ตอนแรกเขาเห็นแก่เด็กในท้องจึงแบ่งรับแบ่งสู้ แต่ได้มารดาเตือนสติว่าสิ่งที่พัชรมณีขอไม่ใช่การแก้ปัญหา แต่มันคือการเพิ่มปัญหาต่างหาก เมื่อจัดการเรื่องพัชรมณีแล้วเขาจึงคิดจะไปคุยกับลดาวัลย์ เธอส่งข้อความมาบอกเลิกเขาเมื่อเดือนก่อนคงจะเพราะเห็นข้อความของพัชรมณีที่ไลน์มาหาเขา ในช่วงที่เขาหลับในวันสุดท้ายที่เจอกันวสนต์ไม่ได้ตอบกลับเธอเพราะคิดว่าเรื่องนี้มันยาวเกินกว่าที่จะคุยกันทางนี้ เขาอยากอธิบายให้เธอฟังเอง ชายหนุ่มไม่ได้เห็นเธอเป็นแฟนหลอกๆ มาตั้งนานแล้ว ลืมเรื่องข้อตกลงนั้นไปแล้วด้วยซ้ำ“สนต์รู้เรื่องที่โรงพยาบาลรึยังลูก” คุณมัญชุตาเข้ามาถามบุตรชายคนเล็กในห้องส่วนตัวของเขา“เรื่องอะไรครับแม่” เขาลืมตาทันที“ลดาลาออกจากงานไปแล้ว ย้ายอ







