LOGINเมื่อลดาวัลย์ลางานมาอยู่เป็นเพื่อนอวิกาไม่ได้ จึงเป็นหน้าที่ของพีรยาเพื่อนสนิทอีกคนของกลุ่มคือพีรยา และเธออยู่ในช่วงลาพักร้อนเธอจึงสามารถปลีกตัวมาหาเพื่อนได้
“แกไหวไหมอ้อม แล้วจะย้ายไปอยู่ที่ไหน” พีรยาถามเพื่อน เธอชงกาแฟให้ตัวเองและเทนมให้เพื่อนสาวที่กำลังตั้งครรภ์
“ตอนนี้แกอยู่ไหนมด ให้ฉันไปอยู่ด้วยได้ไหม”
อวิกาถามเพื่อน จากที่เคยคิดว่าจะแค่ลาพักร้อนชั่วระยะเวลาหนึ่งแล้วกลับไปทำงานต่อ กลายเป็นว่าเสียงซุบซิบและคำพูดของคนในโรงพยาบาลทำให้เธอไม่อยากกลับไปเหยียบที่นั่นอีกแล้ว หญิงสาวอยากไปไหนไกลๆ ที่ไหนก็ได้สักที่หนึ่ง
“เฮ้ย....ฉันทำงานที่นิคมลำพูนแกก็รู้ แกจะย้ายไปโน่นเลยเหรอ” งานของเธอคือเป็นนักเคมีด้านการจัดเก็บสารพิษหรือสินค้าอันตรายในคลังสินค้าขนส่ง ซึ่งหญิงสาวประจำสาขาที่นิคมอุตสาหกรรมลำพูน
“จริงๆ ก็อยากไปไหนไกลๆ นะ” อวิกาพูด
“เฮอะ...แม่ผัวแกเขาจะยอมเหรอ” พีรยาเดาได้ว่าไม่ว่าลูกชายจะเป็นอย่างไร แต่คุณมัญชุตาย่อมต้องยินดีอย่างยิ่งกับการตั้งครรภ์ของอวิกา
อวิกาหลับตาลงร้องไห้เงียบๆ จนถึงตอนนี้เธอก็ยังไม่อยากเชื่อว่าทั้งหมดคือเรื่องจริง คำพูดของคิมหันต์ที่บอกว่า “พี่ไม่รักอ้อมแล้ว” มันยังลอยวนไปมาในหัว
ภาพในคืนวันนั้นฉายซ้ำๆ อยู่ในความคิดและความทรงจำ จนเธอไม่รู้ว่าจะหลุดพ้นจากมันได้อย่างไร
พีรยามองเพื่อนอย่างเห็นใจ เธอช่วยอะไรไม่ได้นอกจากอยู่ข้างๆ ในยามนี้ ยามที่อ่อนแอทั้งกายและใจ หญิงสาวจับมือเพื่อนขึ้นมาบีบเบาๆ
“อ้อมอย่าคิดมากนะ เดี๋ยวจะมีผลกับลูกในท้อง เอางี้ตอนนี้ฉันอยู่หอเล็กๆ แต่ถ้าแกอยากไปที่นั่นฉันจะไปหาบ้านเป็นหลังดีๆ ที่เหมาะกับคนท้องแล้วเราเช่าอยู่ด้วยกันนะ”
######################
ในอีกสองสัปดาห์ต่อมาอวิกาก็ได้ย้ายไปอยู่ที่ลำพูน โดยมีลดาวัลย์เพื่อนสนิทและนพ.วสนต์ น้องชายของคิมหันต์เดินทางไปส่ง ส่วนพีรยาล่วงหน้าไปเตรียมหาบ้านไว้รอก่อนหน้านั้นแล้ว และขับรถยนต์ของอวิกาขึ้นไปไว้ที่ลำพูนให้เรียบร้อย
กว่าจะถึงที่นั่นก็บ่ายแก่ อวิกาที่หลับมาเกือบตลอดทางตื่นพอดีเมื่อใกล้ถึงบ้าน
วสนต์ช่วยขนของของอวิกาลงมาจากรถ จริงๆ เขารุ่นราวคราวเดียวกับอวิกาและเพื่อนๆ และยังเคยเรียนโรงเรียนเดียวกันในสมัยมัธยม เพียงแต่ไม่สนิทกับอวิกาเท่ากับลดาวัลย์และพีรยา
“ลุกไหวไหมครับมด” เจ้าบ่าวหมาดๆ พยุงเจ้าสาวให้ลุกจากท่านั่งพับเพียบกับพื้นจนขาเธอชาไปหมด“ไม่ไหวค่ะ เหน็บกิน” เธอบ่น“งั้นนั่งนี่ พี่นวดให้” ชายหนุ่มจับขาเธอจากที่นั่งห้อยเท้าเป็นวางราบบนที่นอน เขาเริ่มนวดจากข้อเท้าขึ้นไปน่อง นวดวนไปมาทั้งสองข้างจนเธอรู้สึกดีขึ้น “พอแล้วค่ะพี่ช้าง” พีรยาบอก เธออยากเปลี่ยนชุดอาบน้ำสระผม รำคาญกิฟหลายสิบตัวที่ช่างประโคมติดบนศีรษะ“พี่ช่วยถอดชุดให้” ไอยเรศแกะตะขอชุดด้านหลังรูดซิปลงให้จนสุด พีรยาก้าวออกจากชุดเจ้าสาวที่ทั้งหนาและหนักเหลือเพียงสลิปซับในเต็มตัวเนื้อบางและชุดชั้นใน เธอหันไปมองเจ้าบ่าวที่ยืนมอง“พี่ช้างอาบน้ำก่อนก็ได้ค่ะ มดจะล้างเครื่องสำอางกับแกะผม” “จ้ะ ให้พี่ช่วยก็ได้นะ” เขาเสนอตัวแต่เธอปฏิเสธ “ไม่ต้องหรอกค่ะ มดทำเองได้น่าจะเร็วกว่า” เมื่อชายหนุ่มออกมาจากห้องน้ำ พีรยาเข้าไปจัดการตัวเองต่อ เธอใช้เวลาในห้องน้ำนานมากเกือบชม.เต็ม เมื่อออกมาพบว่าไอยเรศดับไฟกลางห้องแล้ว เหลือเพียงดาวน์ไลท์ดวงเล็ก พีรยาเช็ดผมจนเกือบแห้งแล้วเธอจึงล้มตัวนอนเพราะความเหนื่อย ไอยเรศพลิกตัวมากอดทันที“พี่รอจนเกือบหลับ มดอาบน้ำนานมาก” “สระผมด้วยค่ะ ผมฉ
หญิงสาวมองไปรอบตัวแต่คราวนี้ในความฝันของเธอไม่มืดอีกแล้ว มันสว่างและดูสวยงาม อากาศเย็นสบาย“แก้วเจ้าจันทร์” เธอหันไปตามเสียงเรียก“แก้วคำพา” พีรยาพึมพำ มองดูแก้วคำพาที่วันนี้ไม่ได้ห่มผ้าทองอีก เธอสวมชุดของสตรีชาวเวียงรุ่ง ใบหน้าเธอสวยงามไม่มีริ้วรอยความคับแค้นใจใดๆ“พี่ได้รับบุญที่เจ้าพี่ถวายคุ้มให้เป็นสมบัติชาติแล้ว ทุกดวงวิญญาณล้วนได้รับการปลดปล่อย” แก้วคำพาหันไปจูงเด็กชายคนที่เธอเคยเห็นในความฝันคนนั้น“ลูก” พีรยาเรียก“ลูกของเจ้า พี่จะดูแลเขาไว้ให้จนกว่าเขาจะถึงเวลาไปสู่ภพภูมิใหม่ แล้วเมื่อถึงเวลานั้นพี่จะไปสะสมบารมีรอเวลาไปชดใช้กรรม” “แล้วเขาจะมาเกิดเป็นลูกข้าใช่ไหม” พีรยาถามเด็กชายยิ้ม “เมื่อถึงเวลา เราจะได้พบกันนะแม่จ๋า” “แก้วเจ้าจันทร์ เจ้าจงมีความสุขเถอะ ส่วนผู้หญิงคนนั้นอย่าไปคิดมากเลย เดี๋ยวนางก็ได้รับกรรมของนาง” แก้วคำพาหมายถึงบราลี แปลกที่พีรยาสามารถสื่อใจนางได้แก้วคำพาพยักหน้า “รวมถึงคนที่ปล่อยข่าวให้เจ้าเสื่อมเสียด้วย เจ้านางบัวแก้ว อีกไม่ช้านางจะได้รับกรรมของนางเอง พี่ไปล่ะ เราจะได้พบกันอีกเมื่อถึงเวลาในภพชาติไหนสักชาตินึง” ร่างทั้งสองเลือนหายไปก
“พ่อเลี้ยงอิรวัตตรอมใจตายเมื่อรู้ว่าถูกหลอก ส่วนแม่ของพ่อช้างก็อาการทรุดเพราะบราลีไปบอกว่าตัวเองเป็นเมียของทั้งพ่อและลูก บอกว่าผัวกับลูกชายมีเมียคนเดียวกัน แม่ของพ่อช้างเลยอาการทรุดจนเสียไปในเดือนนั้นเอง” “เรื่องนี้เป็นเรื่องดังของลำพูน เป็นขี้ปากชาวบ้านไปเกือบปีจนพ่อช้างไม่อยากพูดเรื่องนี้อีก” ท่านทิ้งท้ายว่า “ถ้ามดไม่เชื่อถามคนเก่าคนแก่ในคุ้มดู” หนานอินตอบเป็นคนแรก “เรื่องที่อาจารย์เล่าจริงครับคุณมด ทุกคนรู้แต่ไม่มีใครอยากพูดเพราะมีคนตายถึงสองคน ไม่มีใครอยากรื้อฟื้น” แม่บ้านอีกคนที่เธอคุ้นเคยดีเสริม “จริงค่ะคุณมด ความจริงเรื่องนี้คุณมดถามคนนอกคุ้ม ที่เป็นคนพื้นที่ก็ยังน่าจะรู้เลยค่ะ เขาพูดกันไปทั่วเมืองจริงๆ”ชายวัยกลางคนที่มาตามหลังพูดขึ้นบ้าง “ผมในฐานะทนายขอยืนยันครับ นี่คือสัญญาก่อนจดทะเบียนของคุณไอยเรศกับบราลีที่เคยทำไว้ คุณพีรยาลองอ่านดู” เขาส่งเอกสารนั้นให้เธอดูหญิงสาวรับมาอ่านคร่าวๆ เนื้อหาสัญญาบอกเรื่องราวไม่ผิดเพี้ยนจากที่คุณวารุณีเล่าทนายส่งเอกสารอีกฉบับ “ส่วนนี่คือผลการตรวจดีเอ็นเอของบุตรชายคุณบราลีครับ ตอนแรกคุณไอยเรศให้ตรวจเพื่อที่ว่าถ้า
ไอยเรศตามไปหาพีรยาที่บ้าน อวิกาบอกว่าพีรยาเข้าห้องปิดประตูเงียบตั้งแต่กลับมา เรียกก็ไม่ตอบ ชายหนุ่มจึงไปเคาะประตูเรียกเธอ“มด มดครับ เปิดประตูให้พี่ก่อน พี่อธิบายได้” พีรยาที่อยู่ในห้อง เธอร้องไห้ด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งโกรธและเสียใจ“มดฟังพี่ก่อนสิ” เขาเรียกอีกหลายครั้งแต่เธอไม่ตอบพีรยากำลังคิดว่างานแต่งงานในวันมะรืนเธอจะทำยังไง พรุ่งนี้เธอต้องกลับไปเตรียมตัวที่บ้านแล้ว ยกเลิกงานพ่อแม่จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนไอยเรศเงียบไปนานแล้ว อวิกามาเคาะประตูเรียก“มด พี่ช้างเขากลับไปแล้วออกมาเถอะ” หญิงสาวเปิดประตูโผเข้ากอดเพื่อน อวิกาลูบหลังเพื่อนสนิทด้วยความเห็นใจ“พี่ช้างเขากลับไปแล้ว เขาบอกว่าเขาอธิบายได้ เขากำลังไปพาพยานมายืนยันว่าเขากับผู้หญิงคนนั้นไม่ได้เป็นอะไรกัน” อวิกาพูดต่อ“เขาจดทะเบียนสมรสกัน ถ้าไม่ได้เป็นจะจดทำไม” พีรยาแย้ง สิ่งที่เห็นด้วยตามันชัดเจนมาก“ก็ลองฟังเขาก่อนไหม แล้วค่อยว่ากัน” อวิกาแนะนำในชม.ต่อมารถของไอยเรศเคลื่อนเข้ามาจอด และต่อท้ายด้วยรถของที่บ้านเขาอีกคัน พ่อเลี้ยงหนุ่มเดินนำคุณยายวารุณี คุณยายของนภดาราเข้ามา เนื่องจากท่านเป็นผู้ใหญ่ที่ทุกคนนับถ
“ครับ ผ้าผืนนี้ทอแบบพิเศษมีอยู่พับเดียว สอดดิ้นเงินแท้มีน้ำเงินเข้มชอบไหมครับมด” ตอนท้ายเขาหันมาถามว่าที่เจ้าสาว“สวยมากเลยค่ะ สวยจนไม่อยากตัดเลย” พีรยาลูบเนื้อผ้า“ถ้าขายราคาอยู่สักเท่าไหร่คะพ่อเลี้ยง” คุณนงถาม“ผ้าแบบนี้ราคาในตลาดขายอยู่ที่พับละห้าหมื่นครับ เป็นดิ้นเงินแท้ ความยาวผ้า 2.2 เมตร หน้ากว้าง 1 เมตร ตัดชุดไทยได้หนึ่งชุด” เขาบอกราคา“มดตกลงเอาผืนนี้นะ” เขาลองทาบผ้าผืนนั้นกับตัวพีรยา สีน้ำเงินเข้มนั้นขับให้ผิวเธอดูสว่างขึ้น “สวยค่ะ แต่จะตัดทันเหรอคะ” หญิงสาวไม่แน่ใจ“ตัดค่ะน้องมด พี่จะระดมช่างให้เลย รับรองอาทิตย์หน้าน้องมดมาลองชุดได้เลยค่ะ” คุณนงรับปาก เธอหันมาทางไอยเรศ“แล้วชุดพ่อเลี้ยงลองวันนี้เลยไหมคะ” “ครับ”เหตุการณ์ดูสงบดี จนใกล้ถึงวันแต่งงาน พีรยาเริ่มรู้สึกว่ามีเสียงซุบซิบในที่ทำงานเกี่ยวกับตัวเธอ หลายคนมองเธอแปลกๆ หญิงสาวพยายามถามใครก็ไม่มีใครบอก จนกระทั่งมีเด็กรุ่นน้องที่คุยถูกคอกันดีมาบอกเธอ“พี่มด เขาคุยกันทั้งออฟฟิศเลยว่าพี่เป็นเมียน้อย” เธอตกใจมาก คำว่าเมียน้อยสำหรับเธอไม่เคยมีในหัว“อะไรนะ ใครพูด เอาอะไรมาพูดกัน” รุ่นน้องคนนั้นเปิดให้เธอดูภาพในกรุ
“ปู่อาจารย์อยู่พอดี แม่เลยมาขอฤกษ์น่ะ นี่เอ็งไม่ได้ท้องใช่ไหมนังหนู จะได้ไม่รีบ” แม่ถามแบบตรงมาก“แม๊...หนูไม่ได้ท้อง” พีรยาเสียงสูงเธอหน้าแดง อวิกาที่อยู่ใกล้ๆ ยังอดขำไม่ได้“แม่ไม่ได้ว่าอะไรลูก แม่คนยุคใหม่รับได้” มารดายังพูดมา ในขณะที่เสียงหัวเราะทางโน้นดังไม่หยุด“จ้ะ รับได้ แต่หนูไม่ท้องไงแม่” พีรยายืนกราน“เออๆๆ แค่นี้ล่ะ แม่แค่โทรมาถาม” แล้วนางก็วางสายไปอวิกาอมยิ้ม “บ้านมดน่ารักกันดีนะ ดูอบอุ่นจัง” พีรยายิ้มตาม “อบอุ่น แต่ก็ยุ่งหน่อยๆ นะ” สักพักไอยเรศโทรมา พีรยารับสายคนรัก“ค่ะพี่ช้าง”“ได้ฤกษ์แต่งอีกสองเดือนนะคะมด” เสียงทุ้มที่พูดผ่านโทรศัพท์ทำให้เธอตาโต“เร็วไปไหมคะ จะทำอะไรทัน” เธอบ่น“มดไม่ต้องทำอะไรเลยจ้ะ ทำสวยอย่างเดียวพอ” พ่อเลี้ยงหนุ่มพูดอย่างอารมณ์ดี“แหม..มันก็ต้องมีไปตัดชุด โน่นนี่นั่นสองเดือนไม่ทันหรอกค่ะ เรื่องบ้านอ้อมด้วยนะคะพี่ช้าง” “บ้านอ้อมทำไมจ๊ะ” ชายหนุ่มสงสัย“อ้อมอยากหาซื้อบ้านก่อนที่เราจะแต่งงานค่ะ มดก็เห็นด้วยจะได้ไม่ต้องห่วงอ้อมกับน้องเอื้อ” เธอปรึกษาคนรัก“พี่พอรู้จักคนที่บอกขายบ้านดีๆ ระบบความปลอดภัยดี เดี๋ยวพี่หาให้เอง” ไอยเรศอาสาจ
“ไม่ค่ะ เดี๋ยวใครมาเจอ” เมื่อพีรยายังไม่ยินยอมเขาจึงไม่ฝืนใจเธอ เขาดึงสาบเสื้อของเธอมาทบกัน กอดเธอไว้นิ่งๆ“พี่รักมดนะ” เรื่องราวในอดีตทำให้เขาเรียนรู้ที่จะรอ ไม่ทำอะไรตามใจตนเองอีก สองหนุ่มสาวนั่งอิงแอบกันอยู่แบบนั้นพักใหญ่ จนพีรยาเป็นฝ่ายขยับตัว ชายหนุ่มจึงปล่อยเธอให้แต่งตัวให้เรียบร้อย“ไป
พีรยาตื่นขึ้นมาในความฝันอีกครั้ง คราวนี้เธอเห็นตัวเองกลับกลายเป็นเด็กหญิงอายุราวๆ 8 ขวบ และข้างเธอมีเด็กหญิงอายุรุ่นเดียวกันหน้าตาคล้ายคลึงกัน ข้อมือทั้งสองของเด็กหญิงสองคนถูกผูกเข้าด้วยกันด้วยด้ายแดง เธอพยายามจะแกะด้ายแดงนั้นแต่มันก็ไม่มีปมให้แกะ และเหนียวจนดึงไม่ขาด“โยมพีรยา อยู่เฉยๆ” เสียงหน
“อย่าเอ็ดไปล่ะ โหรหลวงว่าเจ้านางทั้งสองเป็นกาลกิณีต่อเวียงยอง ขนาดเผาแล้วกระดูกยังถูกส่งกลับไปเวียงรุ่งเลย” พีรยาฟังคำพูดเหล่านั้นด้วยใจที่แตกสลาย“เป็นยังไง ได้ยินแล้วเจ้ายังรักเขาอยู่อีกไหม ถ้ายังไม่พอข้าจะไปพาไปดูอีก” เสียงแก้วคำพาดังขึ้นก่อนที่รอบตัวพีรยาจะเปลี่ยนเป็นตอนกลางคืน“ลูกพ่อ พรุ
คิมหันต์มาถึงเชียงใหม่กลางดึก เขาตรงไปถามหาอวิกาและลูกที่ห้องประชาสัมพันธ์ของโรงพยาบาล พอทราบว่าน้องเอื้อแอดมิทที่ห้องไหนก็รีบตามขึ้นไปทันที“อ้อม” ลดาวัลย์เรียกเพื่อน เธอหันไปเห็นว่าลดาวัลย์มาพร้อมกับวสนต์และคิมหันต์“น้องเอื้อเป็นไงบ้าง” วสนต์ถาม ในขณะที่คิมหันต์ดูอาการของลูกสาว เขามีสีหน้







