LOGINเมื่อลดาวัลย์กลับมาถึงห้อง เธอทำงานบ้านทำโน่นนี่นั่นจนถึงตอนเย็น วสนต์ก็ไม่ได้โทรมาถามเธอว่าทำไมเธอจึงกลับออกมาก่อนเขาตื่น
'วสนต์อาจจะลำบากใจ งั้นเธอควรเป็นฝ่ายบอกเลิกสถานะแฟนหลอกๆ นี่เสียคงดีกว่า' เธอคิดในใจ
หญิงสาวเปิดโปรแกรมไลน์ เธอส่งข้อความไปหาเขาพิมพ์สั้นๆ ไปเพียงว่า
“สนต์ เราไม่สะดวกใจจะเล่นละครเป็นแฟนแกแล้ว เราขอพอแค่นี้นะ เลิกโอนเงินให้เราด้วยเราไม่อยากได้เงินของเพื่อนแล้ว”
มีสัญลักษณ์ว่าอ่านแล้วแทบจะทันที และวสนต์ไม่ได้ตอบอะไรกลับมาอีก คืนนั้นลดาวัลย์ร้องไห้จนหลับเธอไม่รู้ว่าทำไมเธอต้องเสียใจ แต่อีกใจก็บอกตัวเองว่าเป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว
เช้าวันจันทร์เธอไปทำงานด้วยอาการเหมือนคนพักผ่อนไม่พอ หญิงสาวรู้สึกว่าถูกมองแปลกๆ จากเพื่อนร่วมแผนก จนอดไม่ได้ที่จะถามบงกช
“มีอะไรกันเหรอคะพี่แบม”
หญิงสาวรุ่นพี่ในแผนกทำท่าลำบากใจ เมื่อเมื่อเห็นเธอรอคำตอบ บงกชจึงอ้อมแอ้มตอบกลับมา
“เขาพูดกันว่าเมื่อวานหมอสนต์พาผู้หญิงมาตรวจครรภ์ ท่าทางเหมือนแฟนกันด้วยนี่มันยังไงกันน่ะลดา เราไม่รู้เรื่องนี้เลยเหรอ”
“ไม่รู้เลยค่ะ ลดาไม่ได้คุยกับหมอสนต์นานแล้ว” เธอส่ายหน้ารู้สึกเจ็บแปลบในใจ กลางวันนั้นหญิงสาวไปทานข้าวกลางวันกับบงกช ได้ยินเสียงซุบซิบมาเข้าหู
“ฉันว่าล่ะ ยายนั่นเดี๋ยวก็เป็นนางฟ้าตกสวรรค์ หมอสนต์แฟนเขาสวยจะตาย หน้าตาผิวพรรณผู้ดี๊ผู้ดีไปทั้งตัว เดินไปไหนก็ออร่ากระจายขนาดท้องยังสวยมาก แล้วคนที่แค่สวยแปลกแบบยายนั่นจะมาสู้ได้ไง”
“ลดาอย่าไปสนใจเลย บางคนมีปากสักแต่ว่าพูด” บงกชปลอบใจเธอ ลดาวัลย์ยิ้มให้เธอ
“ลดาไม่เป็นไรค่ะ”
ยิ่งนานวันข่าวการแต่งงานของวสนต์ก็เข้าหูเธอมากขึ้นเรื่อยๆ และเรื่องของเธอกลายเป็นอาหารปากของชาวโรงพยาบาล เธอถามตัวเองว่าทำไมต้องทน หญิงสาวตัดสินใจมองหางานใหม่เพราะไม่อยากทนกับสายตาแปลกๆ ของเพื่อนร่วมงานอีกต่อไป
โชคดีที่เธอได้รับการเรียกตัวไปสัมภาษณ์จากโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง จากประสบการณ์การทำงานและจำนวนอายุงาน ทำให้เธอได้รับการเสนอตำแหน่งและค่าตอบแทนที่ดีกว่าที่เดิมหญิงสาวจึงไม่ลังเลที่จะยื่นลาออก
เธอเลือกการลาออกที่ให้มีผลทันที เพราะตำแหน่งของเธอที่นี่ไม่ได้สำคัญมากถึงขนาดขาดไม่ได้ คนทำงานแทนมีได้อีกหลายคน จากนั้นเธอไปเก็บของออกจากที่พักของพนักงาน การที่เธออยู่ที่นี่มาหลายปีทำให้มีของใช้มากพอสมควรจนต้องจ้างรถปิคอัพมาช่วยขน
เธอย้ายออกท่ามกลางสายตาของเพื่อนร่วมหอ หญิงสาวไม่สนใจเพราะนี่เป็นวันสุดท้ายที่เธอจะพบกับเรื่องแบบนี้ และเธอเองก็ไม่ได้คุยกับวสนต์อีกเลยตั้งแต่วันที่เธอไลน์ไปบอกเขาว่าขอยกเลิกสถานะการคบหากัน
หญิงสาวมองตึกที่เคยเป็นที่พักมาหลายปีอย่างอาวรณ์ ลดาวัลย์คืนกุญแจให้ผู้ดูแลตึก ฝ่ายนั้นมองเธออย่างเห็นใจและอวยพรให้
“ขอให้โชคดีนะลดา ไปที่ใหม่มีตำแหน่งดีเจอเพื่อนดีคนดีๆ นะ”
“ขอบคุณค่ะพี่” เธอได้ที่พักใหม่ใกล้ที่ทำงานเป็นคอนโดที่เสียค่าเช่าเอง แต่เมื่อบวกลบกับเงินเดือนที่สูงขึ้นเธอยังเหลือมากกว่าอยู่ที่นี่ ตอนแรกเธอตั้งใจจะกลับไปอยู่บ้านที่อยู่ในเขตปริมณฑลแต่คิดแล้วคงสู้กับการจราจรไม่ไหว
ลดาวัลย์ก้าวขึ้นรถแท็กซี่ที่จ้างให้ขับนำรถขนของไป ตอนออกไปเธอสวนกับวสนต์ที่ขับรถเข้ามา เขามองมายังเธอเหมือนจะร้องเรียกแต่เขาก็ไม่ได้จอดรถ เธอเองก็ไม่ได้บอกให้คนขับแท็กซี่ชะลอแต่อย่างใด
'คงจะต้องหาซื้อรถไว้ใช้สักคันแล้ว' เธอคิดในใจ ลดาวัลย์ยังมีเวลาพักอีกสามสี่วันกว่าจะเริ่มงานกับที่ทำงานใหม่ คงใช้เวลาช่วงนี้จัดห้องและไปดูรถสักคัน เงินเก็บเธอมีมากพอที่จะซื้อรถคันเล็กๆ ด้วยเงินสด หญิงสาวจึงไม่กังวลเรื่องนี้
พิชญะเดินกอดคอมากับโอบเอื้อ ทั้งสองเป็นเด็กชายวัยรุ่นอายุ 14 ปีเท่ากัน เรียนที่เดียวกันและเป็นเพื่อนสนิทกันเหมือนกับแม่ของเด็กทั้งสองคือพีรยาและอวิกาโอบเอื้อเป็นลูกชายคนที่สองของอวิกากับหมอคิมหันต์ เกิดปีเดียวกับพิชญะ บ้านอยู่ใกล้กันพ่อแม่สนิทกัน เด็กชายสองคนจึงเป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่เด็กปีนี้เด็กชายทั้งคู่อายุ 14 เรียนชั้น ม. 3 ส่วนอุษมาหรือน้องเอื้อลูกสาวคนโตของหมอคิมและอวิกา อายุมากกว่า 4 ปีเธออายุเต็ม 18 กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัย โอบเอื้อมาอยู่ที่บ้านของไอยเรศ เพราะว่าพ่อแม่ต้องย้ายกลับไปทำงานที่กทม. แต่เด็กชายไม่อยากย้ายที่เรียนกลางคัน เขาขออยู่ที่ลำพูนพีรยาจึงรับดูแลแทนเพื่อให้อวิกายอมให้ลูกชายอยู่ลำพูนต่อ“แม่มีอะไรให้กินบ้างไหมครับ” พิชญะถามมารดา พวกเขาเพิ่งกลับจากเตะบอล เหงื่อเต็มตัวและหิวซ่กได้ที่“มีแต่ของโปรดเราทั้งคู่ หมูสับทอดกระเทียม ต้มยำกุ้ง แกงเทโพ แต่ไปอาบน้ำกันก่อนเลย” พีรยาบอกเด็กชายทั้งสองคนที่หน้าตาดูหิวโหยเหลือเกินพิชญะและโอบเอื้อขึ้นไปอาบน้ำก่อนจะกลับลงมาทานอาหารเย็น “ปีหน้าจะเรียนต่อที่ไหนกันลูก” พีรยาถามลูกชาย“พีอยากต่อม.ปลายที่เดิมครับ โ
เธอเม้มปากไม่รู้จะตอบอะไร“ย้ายมาอยู่ด้วยกันทุกวันเลยดีไหมลดา” ช่วงนี้เขาใกล้เรียนจบเฉพาะทาง ทั้งงานทั้งเรียนหนักขึ้นทุกทีหากได้เห็นหน้าเธอทุกวันน่าจะดีกว่าพบกันแค่ช่วงสุดสัปดาห์“รถมันติดน่ะสนต์” ที่ทำงานของเธออยู่ไกลจากที่นี่พอสมควร เดินทางตอนเช้าไม่ต่ำกว่าหนึ่งชม. เธอเหนื่อยเกินไปที่จะสู้กับการจราจรแบบนั้น ตัวงานก็ถือว่าเครียดแล้ว“งั้นวันทำงานฉันไปอยู่กับเธอที่โน่นดีไหม” วสนต์กอดรอบเอวเธอจากด้านหลัง เขารวบผมของเธอไปไว้อีกทางจูบลงบนต้นคอแผ่วเบา“อื้อ..สนต์” เธอเริ่มคิดอะไรไม่ออกถ้าคุยกันแบบนี้“นะ ลดา..” เขาเลื่อนจูบไปตามไหล่เนียน ฝ่ามือใหญ่ที่กอดรอบเอวเริ่มขยับลงไปที่ท้องน้อย“ก็.. ก็ได้” ลดาวัลย์เงยหน้าให้เขาฝังจูบไปตามซอกคอได้ถนัดขึ้น เธอรับคำเสียงพร่าก่อนจะถูกช้อนตัวอุ้มไปที่เตียง###############เช้าวันจันทร์ลดาวัลย์ใช้สิทธิ์เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลตรวจร่างกาย ผลการตรวจออกมาว่าเธอเป็นโรคกระเพาะและพักผ่อนน้อย ไม่พบการตั้งครรภ์แต่อย่างใด“สนต์ ฉันไม่ได้ท้อง” เธอบอกเขาในคืนนั้นเมื่อชายหนุ่มกลับจากทำงาน เขาย้ายมาอยู่ที่ห้องของเธอในวันทำงานตามที่ตกลงกันไว้“ฮื่อ.. แล้วไง”
หนึ่งปีต่อจากนั้น ลดาวัลย์กับวสนต์ยังคบหากันสถานะเหมือนเดิม ทั้งสองมีแผนจะแต่งงานกันเมื่อวสนต์เรียนจบเฉพาะทาง หากแต่เช้าวันหนึ่งวันนั้นเป็นวันเสาร์ลดาวัลย์มาค้างที่ห้องชุดของวสนต์ตามปกติเธอตื่นขึ้นมาด้วยอาการคลื่นไส้เวียนศีรษะ หญิงสาวรีบลุกไปอาเขียนในห้องน้ำเสียงนั้นปลุกให้วสนต์ตื่นขึ้นมาอีกคน ชายหนุ่มตามมาลูบหลังให้เธอ เขามีสีหน้าวิตกกังวลจนเห็นได้ชัด“เป็นไงบ้างลดา ปวดหัวมีไข้ไหม” เขาอังมือกับหน้าผากของเธอ ลดาวัลย์ไม่มีไข้ ตัวเธอติดจะเย็นด้วยซ้ำเธอส่ายหน้ายังพูดไม่ออก ตอนนี้อยากนอนอย่างเดียวเท่านั้น“หรือว่ามีน้อง หืม..” วสนต์เดาต่อ ทำให้ลดาวัลย์เบิกตาโต“ไม่มั้ง ก็เธอป้องกันตลอดไม่ใช่เหรอ” ทั้งสองคนยังไม่พร้อมจะมีลูก คู่รักทั้งสองจึงเห็นตรงกันว่าควรคุมกำเนิดและที่ผ่านมาวสนต์ก็เป็นฝ่ายป้องกันเองเสมอ เพราะไม่อยากผลักภาระให้ลดาวัลย์เป็นฝ่ายกินยาคุม“มันก็พลาดได้ เธอก็รู้นี่ว่าไม่มีการคุมกำเนิดแบบไหนได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ ถุงรั่ว ถุงแตกมีเยอะแยะไป” ฝ่ายชายคาดเดา ไม่ได้การละเขาคงต้องให้แม่ไปสู่ขอลดาวัลย์ให้แล้ว ไวเท่าความคิด วสนต์โทรหามารดาทันที“แม่ครับ แม่คงต้องไปสู่ข
“สนต์ หยุดเถอะ..” สองมือเธอขยุ้มเส้นผมเขาขณะที่วสนต์จูบลงไปตามท้องน้อย ลาดหน้าท้องราบเรียบจนถึงเนินดอกไม้กลางตัวเธอ หญิงสาวเกร็งตัวเมื่อความรู้สึกพุ่งสูงจนเกินควบคุม มันมากไปจนเธอจะขาดใจ“หยุดไม่ได้แล้วลดา หยุดตอนนี้ฉันตายแน่” เขาจับมือบางไปเกาะกุมความแข็งแรงที่แทบจะระเบิดด้วยความปรารถนา เธอหน้าแดงก่ำเมื่อเขาจับมือเธอให้ลูบขึ้นลง รู้สึกได้ถึงการตอบสนองตุ๊บๆ ของสิ่งที่อยู่ในมือ ขนาดมันโอฬารขนาดนี้เธอมิได้ตายก่อนหรือ“ฉันว่าฉันไม่ไหว มะ..มันใหญ่ไป” เธอปล่อยมือทำท่าจะพลิกตัวหนีแต่เขายึดไหล่เธอไว้กับที่นอนแน่น“เธอก็เรียนกายวิภาคมาต้องรู้สิว่าร่างกายปรับตัวได้” วสนต์โน้มน้าวใจ เขารู้ว่าเธอก็อยากลองแต่ก็ยังกลัวก็นั่นมันในตำรา...หญิงสาวคิดหน้าแดงจัด เธอหลับตาเมื่อเขาเริ่มจดจ่อตัวตนที่ปากทางรัก เขี่ยไปมาจนเธอเริ่มสั่นสะท้าน“อื้อ..สนต์ อย่า..” เขาไม่รู้เหรอว่ามันทรมาน เธอจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว“อย่าช้าใช่ไหม..ได้เลยคนสวย” ลดาวัลย์กัดริมฝีปากเมื่อรู้สึกถึงความอึดอัดคับแน่นที่สอดแทรกเข้ามา ความร้อนไหลวนไปทั่วร่างริมฝีปากหนาของวสนต์แนบลงมาบนเรียวปากอิ่ม หลอกล่อให้เธอสนใจกับจูบเร่าร
ลดาวัลย์เองก็อยากคุยกับเขาเหมือนกัน เพราะนับตั้งแต่เธอบอกเลิกสถานะแฟนปลอมๆ เขายังโอนเงินประจำเดือนมาให้อีกสองครั้งตามกำหนดเดิม ครั้งหลังนี่มากกว่าเดิมด้วยเท่าตัว วสนต์ขับรถมาที่ห้องพักของเขา ลดาวัลย์ที่ตอนแรกไม่ได้มองทางเธอหันมามองเขาตาขุ่น“เธอพาฉันมาที่นี่ทำไม” เขาจอดรถในที่จอดประจำ ก่อนจะวิ่งลงไปเปิดประตูฝั่งของเธอจับมือลดาวัลย์ลงมาเหมือนกลัวเธอวิ่งหนี“ฉันเหนื่อย อยากหาที่คุยแบบสบายๆ”“แต่ฉันไม่อยากขึ้นไปบนห้องเธอ” ลดาวัลย์ดึงมือออกจากการเกาะกุม เธอสงสัยว่าวสนต์จะเคยเข้าใจเรื่องความลำบากใจของเธอไหม “เธอกลัวอะไร ขึ้นห้องแฟนมันเสียหายยังไง” เขาพูดเสียงห้วนขณะที่ลากเธอเดินตามจนตัวปลิว“ฉันไม่ได้เป็นแฟนเธอแล้วนะสนต์ นี่เธอแกล้งลืมเหรอ” หญิงสาวเริ่มโวยวายเมื่อเข้ามาอยู่ลิฟต์จนได้ ลิฟต์ตัวนี้เป็นตัวพิเศษเฉพาะหุ้นส่วนโรงพยาบาลแบบเขาใช้ จึงไม่มีคนอื่นใช้ร่วมกันในตอนนั้น“ตอนเป็นแฟนก็ตกลงกันสองคน นี่ฉันไม่เคยตกลงเลิกกับเธอตอนไหนเลยนะลดา” เขากดตัวเธอแนบชิดกับผนังลิฟต์ ความเย็นของโลหะทำให้เธอใจหายวาบ“จะทำอะไร ปล่อยนะ” ลดาวัลย์ขืนตัวไม่ยอมเดินตามแรงดึงของเขา ไม่รู้อ
วสนต์กลับเข้าบ้านด้วยท่าที่เหนื่อยอ่อน วันนี้เขาเข้าไปเอาของที่ห้องพักเจอลดาวัลย์บนรถแท็กซี่ เธอคงจะไปไหนสักแห่งเขาจึงไม่เรียกเธอไว้เพราะธุระของเขามันรีบด่วนกว่าเขาเพิ่งปฏิเสธการช่วยเหลือคนรักเก่าด้วยการแต่งงานกู้หน้าให้เธอตามที่เธอต้องการ เธอกลับมาหาเขาเมื่อสองเดือนก่อนและขอให้เขาช่วยเป็นพ่อของลูกให้ เพราะพัชรมณีบอกเลิกคนที่เป็นพ่อตัวจริงไปแล้ว ตอนแรกเขาเห็นแก่เด็กในท้องจึงแบ่งรับแบ่งสู้ แต่ได้มารดาเตือนสติว่าสิ่งที่พัชรมณีขอไม่ใช่การแก้ปัญหา แต่มันคือการเพิ่มปัญหาต่างหาก เมื่อจัดการเรื่องพัชรมณีแล้วเขาจึงคิดจะไปคุยกับลดาวัลย์ เธอส่งข้อความมาบอกเลิกเขาเมื่อเดือนก่อนคงจะเพราะเห็นข้อความของพัชรมณีที่ไลน์มาหาเขา ในช่วงที่เขาหลับในวันสุดท้ายที่เจอกันวสนต์ไม่ได้ตอบกลับเธอเพราะคิดว่าเรื่องนี้มันยาวเกินกว่าที่จะคุยกันทางนี้ เขาอยากอธิบายให้เธอฟังเอง ชายหนุ่มไม่ได้เห็นเธอเป็นแฟนหลอกๆ มาตั้งนานแล้ว ลืมเรื่องข้อตกลงนั้นไปแล้วด้วยซ้ำ“สนต์รู้เรื่องที่โรงพยาบาลรึยังลูก” คุณมัญชุตาเข้ามาถามบุตรชายคนเล็กในห้องส่วนตัวของเขา“เรื่องอะไรครับแม่” เขาลืมตาทันที“ลดาลาออกจากงานไปแล้ว ย้ายอ







