หน้าหลัก / แฟนตาซี / รอยสวาทข้ามภพ / ตอนที่ 4 ปฏิบัติการ(แอบ)มอง

แชร์

ตอนที่ 4 ปฏิบัติการ(แอบ)มอง

ผู้เขียน: เฮียกังฟู
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-01 21:27:31

ตอนที่ 4 ปฏิบัติการ(แอบ)มอง

ทั้งสองนั่งเงียบๆ สังเกตการณ์อยู่ครู่ใหญ่ เกตุศิรินทร์และชายหนุ่มคนนั้นดื่มเครื่องดื่มและพูดคุยกันเรื่อยๆ สีหน้าของเกตุศิรินทร์ดูผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย ผิดกับท่าทีที่เขาเคยเห็นที่คฤหาสน์เทวาลัย

“ดูเหมือนจะไม่มีอะไรนี่หว่า” คมกฤชกระซิบ

ในช่วงแรก ทั้งคู่พูดคุยกันอย่างสนิทสนม เกตุศิรินทร์ดูมีรอยยิ้มที่สดใส ทว่า... เพียงไม่นาน สีหน้าของเธอก็เริ่มเปลี่ยนไป เมื่อชายหนุ่มคนนั้นเริ่มพูดบางสิ่งบางอย่างที่ดูจริงจัง ราวกับกำลังอธิบายหรือขอร้องอะไรเธอบางอย่าง สิงขรขมวดคิ้ว เขาสัมผัสได้ถึงบรรยากาศความตึงเครียดระหว่างคนทั้งคู่

“เกตุ... คุณต้องเข้าใจผมนะ ผมขัดพ่อกับแม่ไม่ได้จริงๆ” เขาพยายามอธิบายด้วยน้ำเสียงอ้อนวอนเจือไปด้วยความอึดอัดใจอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความขัดแย้งระหว่างความรู้สึกผิดต่อเกตุศิรินทร์และความจำเป็นที่ต้องทำตามความต้องการของครอบครัว

“นนท์คะ.... คุณไม่ต้องพยายามอธิบายอะไรหรอกค่ะ คือเกตุเข้าใจ อย่างน้อยคุณก็ทำถูกแล้วค่ะ” น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความเสียใจและความรู้สึกยอมรับในชะตากรรม

“แต่ผมรักคุณนะ...เกตุ ถึงแม้ผมจะแต่งงานไป แต่ผมขอคบกับคุณต่อได้มั้ยครับ แล้วผมจะหาทางหย่ากับผู้หญิงคนนั้นให้เร็วที่สุด” หนุ่มคนดังกล่าวพูดพลางยื่นมือมาจับมือเกตุศิรินทร์อย่างอ้อนวอน เกตุศิรินทร์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจแผ่วเบา

“นนท์คะ...ถ้าเกตุยอม มันก็หมายความว่าเกตุต้องเป็นมือที่สามนะคะ” ชายหนุ่มคนดังกล่าวไม่รอให้เธอตอบ เขาลุกขึ้นมานั่งข้างๆ เกตุศิรินทร์ โอบไหล่เธอเบาๆ พลางกระซิบข้างหู

“แต่ผมรักคุณจริงๆ นะเกตุ ช่วยเห็นแก่ความรักของเราเถอะ?” ชายหนุ่มโน้มตัวลงหวังจะจูบเธอ ทว่าเกตุศิรินทร์เบือนหน้าหนีเล็กน้อยอย่างชัดเจน แต่ชายหนุ่มก็ยังไม่ละความพยายาม เขายังคงจับมือเรียวของเธอขึ้นมาจูบ และพยายามโน้มตัวเข้ามาใกล้ชิดมากขึ้น ราวกับไม่สนใจท่าทีที่อึดอัดของหญิงสาว

สิงขรที่นั่งสังเกตการณ์อยู่ไม่ไกลนัก สังเกตเห็นความอึดอัดใจที่ฉายชัดบนใบหน้าของเกตุศิรินทร์ รวมถึงการรุกเร้าที่มากเกินไปของชายหนุ่มคนนั้น เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย รู้สึกถึงความไม่เหมาะสม จึงตัดสินใจลุกขึ้นจากที่นั่งเพื่อจะเดินเข้าไปทักทายทั้งคู่

“เฮ้ย!!..ไปไหนว่ะ” คมกฤชที่เห็นเพื่อนลุกพรวดพราดก็รีบร้องทัก แต่สิงขรไม่ได้หันกลับมาเสียแล้ว เขากำลังเดินตรงไปยังโต๊ะของเกตุศิรินทร์ด้วยท่าทีที่มุ่งมั่น

“ขอโทษนะครับ” สิงขรเอ่ยเสียงเรียบทว่าแววตาจับจ้องไปยังชายหนุ่มข้างกายของเกตุศิรินทร์อย่างประเมิน เสียงทุ้มนุ่มนั้นดึงให้ทั้งคู่หันมามอง

วินาทีนั้นเกตุศิรินทร์รีบลุกขึ้นมาคว้าแขนสิงขรเอาไว้แน่น นิ้วเรียวเล็กบีบกระชับราวกับต้องการความช่วยเหลือ พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เจือไปด้วยความประหม่าและแฝงเร้นความหวัง

“อ่าวคุณ!!!มาพอดีเลย... คุณนนท์คะ..นี่คุณสิงขร... แฟนใหม่เกตุเองค่ะ” สิงขรมองหน้าเกตุศิรินทร์อย่างเข้าใจในทันที เขารับรู้ถึงความอึดอัดและความต้องการความช่วยเหลือจากเธอ จึงแสร้งส่งยิ้มเป็นมิตรให้กับแฟนหนุ่มของเธอ

“สวัสดีครับ...คุณ!!” สิงขรทักทายด้วยท่าทีสบายๆ ทว่าในใจกลับระแวดระวัง ชายคนดังกล่าวมองสิงขรด้วยความไม่เป็นมิตรอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะหันไปมองเกตุศิรินทร์ด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว จากความอ่อนโยนกลายเป็นความโกธรและสงสัย

“แฟนใหม่เหรอเกตุ? ทำไมไม่เห็นบอกผมเลย” น้ำเสียงของเขาเริ่มแข็งกระด้างขึ้นเล็กน้อย

“อ๋อ!!!..พอดี... เราเพิ่งเริ่มคบน่ะค่ะ”

“เอ่อคุณสิงขรคะ นี่คุณชานนท์ค่ะ เป็นเพื่อนเกตุเองค่ะ พอดีเค้ากำลังจะแต่งงาน” เกตุศิรินทร์รีบบอกเหมือนพยายามอธิบายให้สิงขรเข้าใจ

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ...คุณชานนท์” สิงขรเอ่ยทักทายอีกครั้ง

“ครับ” ชานนท์กล่าวขึ้นอย่างไม่ค่อยพอใจนัก

“คุณเป็นแฟนกับเกตุตั้งแต่เมื่อไหร่” น้ำเสียงไม่เป็นมิตรเอ่ยถามทันที

“ประมาณ... สองอาทิตย์ค่ะ” เกตุศิรินทร์เป็นคนตอบแทน เธอมองมาที่สิงขรเล็กน้อยเหมือนจะให้เขาช่วยรับสมอ้าง

“นี่คุณแอบนอกใจผมเหรอเกตุ” ชานนท์ถามเสียงต่ำ

“นนท์คะ... เรื่องของเราก็ให้มันจบแค่นี้เถอะค่ะ ยังไงมันก็เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว คุณไปเตรียมตัวแต่งงานเถอะค่ะ” น้ำเสียงของเธอเด็ดเดี่ยวขึ้น ก่อนจะรีบเกาะแขนของสิงขรเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย

ชานนท์จ้องหน้าสิงขรแล้วเดินจากไป เมื่อชานนท์เดินพ้นไปแล้ว เกตุศิรินทร์ก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก “ขอบคุณมากนะคะคุณตำรวจ!!!” เธอพูดด้วยความรู้สึกผิด

“ไม่เป็นไรครับ” สิงขรตอบ

“เชิญนั่งก่อนสิคะ”

“จะดื่มอะไรก่อนมั้ยคะ เดี๋ยวเกตุเลี้ยงเอง...ถือเป็นการขอบคุณ”

“ขอบคุณครับ แต่เอ่อ..ผมมีเพื่อนมาด้วย ถ้าไม่รังเกียจเชิญคุณเกตุที่โต๊ะผมดีกว่าครับ” เขาถือโอกาสเรียกชื่อเล่นของเธอ เลขาฯ สาว พยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเดินตามเขามานั่งที่โต๊ะ สิงขรแนะนำคมกฤชเพื่อนของเขาให้เกตุศิรินทร์รู้จัก เธอเอ่ยทักทายคมกฤชด้วยท่าท่าเป็นมิตร  จากนั้นสิงขรสั่งเครื่องดื่มเบาๆ ให้เธอ

สิงขรและคมกฤชนั่งฟังเกตุศิรินทร์ระบายความรู้สึกอึดอัดใจเกี่ยวกับแฟนหนุ่มของเธอ เลขาฯ สาวเล่าด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความสับสน

“จริงๆ แล้วพ่อแม่เขาเป็นคนจัดการเรื่องแต่งงาน... ทั้งหมด ชานนท์เองก็ไม่ได้เต็มใจเท่าไหร่ แต่ก็ขัดไม่ได้”

“แต่ถ้าเป็นผม..ลองไม่ได้รักละก็ ผมค้านหัวชนฝาเลยครับ สมัยนี้มันหมดยุคคลุมถุงชนกันแล้ว” คมกฤชเสนอความคิด

“เขาต้องการจะคบกับฉันต่อค่ะ แต่ฉันคงทำแบบนั้นไม่ได้” เกตุศิรินทร์ส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ

“คุณทำถูกแล้วครับ คุณเกตุ” สิงขรรีบบอก คมกฤชรีบยิ้มให้เพื่อนอย่างรู้ทัน เกตุศิรินทร์ยิ้มบางๆ ให้ทั้งสอง

“แล้วคุณเกตุจะเอายังไงต่อครับ?” คมกฤชถามด้วยความเป็นห่วง เกตุศิรินทร์ถอนหายใจ

“ก็คงต้องปล่อยให้เขาไปแต่งงานค่ะ ส่วนฉัน... ก็คงต้องเริ่มต้นใหม่” บรรยากาศเงียบลงเล็กน้อย สิงขรรู้สึกเห็นใจเกตุศิรินทร์อย่างจับใจ ความเข้มแข็งที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าหวานเศร้าของเธอนั้นน่าประทับใจ

“ถ้าคุณเกตุต้องการให้ช่วยอะไร บอกพวกผมได้เลยนะครับ” สิงขรเอ่ยด้วยความจริงใจ

“ขอบคุณมากค่ะคุณสิงขร คุณคมกฤช” เกตุศิรินทร์ยิ้มให้ทั้งสองอีกครั้ง

เมื่อเวลาผ่านไป สองเพื่อนซี้สังเกตได้ว่าสีหน้าของเกตุศิรินทร์เริ่มผ่อนคลายลง รอยยิ้มบางๆ กลับมาปรากฏบนริมฝีปากสวยอีกครั้ง ความเศร้าหมองในแววตาค่อยๆ จางหายไป ราวกับได้รับการปลอบประโลมจากบทสนทนาของทั้งคู่ จนกระทั่งเข็มนาฬิกาใกล้จะเที่ยงคืน เกตุศิรินทร์ก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเกรงใจว่าเธอคงต้องกลับแล้ว เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมเรียกแท็กซี่ ทว่าสิงขรกลับเสนอตัวขึ้นมาอย่างไม่ลังเล

“ให้ผมไปส่งคุณดีกว่าครับ ดึกดื่นแบบนี้กลับแท็กซี่มันอันตราย” สิงขรเอ่ยด้วยความเป็นห่วงที่แท้จริง ซึ่งในห้วงลึกของความรู้สึกนั้น กลับมีบางสิ่งที่มากกว่าความต้องการที่จะตามไปสืบสวนคดีแฝงอยู่ด้วย

เกตุศิรินทร์ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะสบตากับสิงขร แววตาของเธอเต็มไปด้วยความลังเล แต่ก็แฝงไว้ด้วยความรู้สึกขอบคุณ

“เอ่อ... จะเป็นการรบกวนหรือเปล่าคะ?” เธอถามเสียงแผ่ว

สิงขรยิ้มอย่างอ่อนโยนก่อนจะตอบเธอ “ไม่เลยครับ ผมยินดี”

คมกฤชซึ่งนั่งสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ อดไม่ได้ที่จะยักคิ้วให้กับท่าทีที่เปลี่ยนไปของเพื่อนอย่างขำขัน ทว่าเขาก็ไม่ได้เอ่ยขัดขวางใดๆ ในใจของคมกฤชนั้นพอจะมองออกว่า สิงขรไม่ได้เพียงแค่แสดงความมีน้ำใจตามมารยาทเท่านั้น... แต่ดูเหมือนเสน่ห์ของสาวสวยตรงหน้าจะเริ่มมีอิทธิพลต่อเพื่อนรักของเขาเสียแล้ว

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • รอยสวาทข้ามภพ   ตอนที่ 32 ตอนจบ

    ตอนที่ 32 ตอนจบศาสตราจารย์ฌอง-ปิแอร์ยืนหยัดอยู่เบื้องหลังคมกฤช มือของเขาถือตำราโบราณ ดวงตาจดจ่ออยู่กับอักขระศักดิ์สิทธิ์บนแท่นหินนั้น เสียงสวดมนต์ภาษาโบราณเริ่มดังขึ้นแผ่วเบา ท่ามกลางเสียงดาบที่ปะทะเนื้อหนังเหวอะหวะและเสียงคำรามด้วยความเจ็บปวดของเหล่าผีดิบ คมกฤชกัดฟันแน่น เขาต้องปกป้องอาจารย์ของเขาให้สวดจนจบพิธี ไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม ดาบอัสนีบาตยังคงวาดลวดลายสังหารเหล่าสมุนของมนทิราณีเทวีอย่างต่อเนื่อง แสงสีฟ้าที่เปล่งออกมาทุกครั้งที่ดาบฟาดฟัน ราวกับสายฟ้าที่พิฆาตเหล่าภูตผีปีศาจ“หยุดเดี๋ยวนี้องค์หญิง เลิกก่อกรรมได้แล้ว!” เสียงคำรามกึกก้องของสิงขรกระหึ่มไปทั่วห้องโถง ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือมนทิราณีเทวีกำลังยืนตระหง่านอยู่เหนือร่างของเกตุศิรินทร์ แววตาของนางแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยอำนาจ ราวกับพญามารที่กำลังจะช่วงชิงวิญญาณนางแค่นเสียงหัวเราะเยือกเย็น ก่อนจะมือขึ้นโบกเบาๆ พลังงานสีดำมืดมิดพลันแผ่ออกมาราวกับคลื่นพายุ ซัดเข้าใส่ร่างของสิงขรอย่างรุนแรงจนเขากระเด็นไป“คิดว่า...เจ้าจะขัดขวางข้าได้งั้นรึ หมื่นสุนทรเทวา?” เสียงของนางเย็นยะเยือกราวกับน้ำแข็งบาดลึก“ข้ามาไกลเกินกว่าจะถอยกลั

  • รอยสวาทข้ามภพ   ตอนที่ 31 คำสาปบนแผ่นศิลา

    ตอนที่ 31 คำสาปบนแผ่นศิลาเสียงคำรามดังกึกก้องของผีดิบธนา มันพุ่งร่างอันน่าสะพรึงเข้าใส่สิงขรราวกับพายุคลั่ง หมายจะขัดขวางไม่ให้นายตำรวจหนุ่มตามไปช่วยคนรักได้สำเร็จ อดีตสัญชาตญาณความเป็นนักรบของหมื่นสุนทรเทวาทำงานทันทีในร่างของสิงขร เขาตัดสินใจใช้ความว่องไวที่มี เบี่ยงตัวหลบร่างมหึมาที่โถมเข้ามาอย่างฉิวเฉียด ก่อนจะออกตัววิ่งสุดกำลัง มุ่งตรงไปยังเป้าหมายเดียว...คือช่วยเหลือเกตุศิรินทร์ให้ทันก่อนที่พิธีบูชายัญจะเริ่มขึ้น!ผีดิบธนากู่ร้องด้วยความเดือดดาล เมื่อเหยื่อเป้าหมายของมันหลุดมือ มันตะเกียกตะกายไล่ตามสิงขรมาอย่างไม่ลดละ เสียงเท้าหนักๆ กระแทกพื้นดินดังก้องกังวาน แต่สิงขรก็ไม่ย่อท้อ เขาทิ้งระยะห่างจากอสูรกายร้ายตนนั้นได้ทีละน้อยๆ และเข้าใกล้แท่นบูชายัญเข้าไปทุกขณะเบื้องหน้าแท่นหินโบราณ มนทิราณีเทวีกำลังร่ายมนต์ด้วยน้ำเสียงอันทรงพลัง แสงสีดำแผ่รังสีออกจากมือเรียวของหล่อน แต่แล้วดวงตาคมกริบของนางก็เบิกโพลงด้วยความตกตะลึง เมื่อเห็นร่างของสิงขรทะยานฝ่าฝูงผีดิบเข้ามาอย่างรวดเร็ว ดาบอัตนิบาสในมือของนายตำรวจหนุ่มส่องประกายวาววับ ราวกับสายฟ้าที่พร้อมจะฟาดฟันทุกสิ่งที่ขวางหน้า ความมั่นใจบนใ

  • รอยสวาทข้ามภพ   ตอนที่ 30 ดาบอัสนีบาต

    ตอนที่ 30 ดาบอัสนีบาต“ก็ด้วยจิตวิญญาณของข้าผูกพันอยู่กับอำนาจแห่งคำสาปที่ข้าได้สลักเสลาไว้ เพื่อติดตามล้างความเป็นอมตะของพระองค์ ไม่ว่าพระองค์จะหลีกเร้นไป ณ ที่แห่งใดก็ตามแต่”“ออกญาพิพัฒราชรณ คือดอกเตอร์ฌองกลับชาติมาเกิดอย่างนั้นเหรอ” สิงขรพึมพำด้วยความตกใจ เขามองหน้าศาสตราจารย์ฌอง-ปิแอร์สลับกับสุริยาวดีอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาและหูศาสตราจารย์ฌอง-ปิแอร์หันมาเผชิญหน้ากับสุริยาวดี แววตาของเขาแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น“การหลบหนีขององค์หญิงได้สิ้นสุดลงแล้ว”“นี่!!! สุริยาวดี...คือพระนางมนทิราณีเทวีจริง ๆ เหรอเนี่ย โอ้แม่เจ้า!!!!?” คมกฤชอุทานอีกครั้ง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจศาสตราจารย์ฌอง-ปิแอร์ถอนหายใจยาว ก่อนจะหันมาอธิบายด้วยน้ำเสียงหนักแน่น“ที่องค์หญิงพูดเป็นความจริงเหรอครับ....ดอกเตอร์!!!” สิงขรหันมาถามศาสดาจารย์ฌอง“ใช่แล้วครับ!!!...ผมกลับชาติมาเกิดหลายภพหลายชาติ เพื่อตามล่าทำลายความเป็นอมตะของพระนางมนทิราณีเทวี...”“ผมแทบไม่เชื่อเลยอาจารย์!?” คมกฤชตกตะลึง“แต่พระนางนี้สิ! หนีรอดผมไปได้ทุกครั้ง...” ศาสตราจารย์ฌอง-ปิแอร์กล่าวพลางจ้องมองสุริยาวดีตาเขม็ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นกับ

  • รอยสวาทข้ามภพ   ตอนที่ 29 เงาอดีต

    ตอนที่ 29 เงาอดีตภายใต้แสงไฟสีนวลที่ส่องสว่างภายในห้องทำงาน ซึ่งรายล้อมไปด้วยข้าวของเครื่องใช้โบราณนานาชนิด ราวกับเป็นห้องเก็บรักษาสมบัติจากยุคสมัยที่ล่วงลับ ศาสตราจารย์ฌอง-ปิแอร์ค่อยๆ ยื่นปิ่นปักผมทองคำโบราณให้กับเกตุศิรินทร์ที่นอนพักผ่อนอยู่บนเตียงอย่างอ่อนโยน“ถือนี่เอาไว้ครับคุณเกตุศิรินทร์...” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สงบแต่หนักแน่นเกตุศิรินทร์รับปิ่นปักผมมาไว้ในมืออย่างแผ่วเบา โลหะเย็นเยียบปะทะฝ่ามือ ราวกับเจ็บปวดในครั้งหนึ่งแล่นร้าวไปทั่วสมอง ลวดลายสลักเสลาอันวิจิตรบรรจงดูราวกับมีชีวิต เธอมองมันด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก ทั้งคุ้นเคยและรู้สึกเจ็บปวดทุกครั้งที่มอง“ผ่อนคลายนะครับ...ปล่อยใจให้สบาย...” ศาสตราจารย์ฌอง-ปิแอร์เริ่มกระบวนการสะกดจิต..ไปเรื่อย ๆ พยายามให้เธอเข้าสู่ภวังค์ น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนแต่ทรงพลัง ราวกับคลื่นเสียงที่ค่อยๆ กล่อมเกลาจิตใจทุกขณะ“จงจดจ่ออยู่กับปิ่นปักผมในมือ...สัมผัสความเย็นของมันแล้วผ่อนคลาย...และลองเปิดใจรับรู้ถึงความทรงจำที่อาจซ่อนอยู่ในนั้น...”“ตอนนี้...จงค่อยๆ ย้อนกลับไป...มองหาภาพ...มองหาเสียง...มองหาความรู้สึกที่คุณผูกพันอยู่กับปิ่นปักผมอันนี

  • รอยสวาทข้ามภพ   ตอนที่ 28 ปิ่นปักผมแห่งความทรงจำ

    ตอนที่ 28 ปิ่นปักผมแห่งความทรงจำห้องทำงานของศาสตราจารย์ฌองปิแอร์ หลังจากผ่านการสะกดจิตอันลึกล้ำ แสงไฟสลัวยามค่ำคืนส่องกระทบใบหน้าเคร่งขรึมของสิงขร เขาถูกสะกดจิตไปเกือบสองชั่วโมงเต็ม ๆดวงตาของนายตำรวจหนุ่มค่อยๆ เปิดขึ้นช้าๆ ราวกับความทรงจำที่หลับใหลมานานได้หวนคืนสู่ห้วงสำนึกอย่างสมบูรณ์ ศาสตราจารย์ฌอง-ปิแอร์ยืนมองอยู่ข้างเตียงด้วยใบหน้าเปี่ยมด้วยความใคร่รู้ เช่นเดียวกับคมกฤชที่ยืนเท้าแขนมองด้วยความสงสัย“เป็นอย่างไรบ้าง คุณสิงขร?” ศาสตราจารย์ฌอง-ปิแอร์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลสิงขรลืมตาขึ้นมองเพดานครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมาสบตากับนักโบราณคดีชาวฝรั่งเศส แววตาของเขาฉายความเข้าใจและความทรงจำที่ชัดเจน“ผม!!!... ผมเห็นทุกอย่างแล้วครับอาจารย์” สิงขรเอ่ยเสียงแผ่ว แต่ก็เต็มไปด้วยความอัศจรรย์ใจ“ผมจำ เรื่องราวของหมื่นสุนทรเทวาอดีตชาติของผม... พระนางยโสธราที่เสียชีวิตระหว่างทำศึก...และเหตุการณ์ที่เลวร้ายก่อนตาย”“หมายความว่ายังไงวะไอ้สิงห์? มึงจำเรื่องในอดีตชาติได้แล้วงั้นเหรอ?” คมกฤชขมวดคิ้ว “ใช่ เดี๋ยวฉันจะเล่าให้แกฟัง หลัก ๆ มันคือ โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นในนครสิงหปุระบรรพตตามตำราของดอกเตอร์เลย”

  • รอยสวาทข้ามภพ   ตอนที่ 27 เงาอมตะและศิลาแห่งคำสาป

    ตอนที่ 27 เงาอมตะและศิลาแห่งคำสาปภายหลังความสูญเสียอันแสนสาหัส ทหารที่เหลือรอดชีวิตจากสมรภูมิอันน่าเศร้านั้น ได้นำร่างไร้วิญญาณของหมื่นสุนทรเทวาและพระนางยโสธราเทวีกลับสู่พระนคร บรรยากาศในเมืองหลวงเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและการร่ำไห้ เมื่อข่าวการสิ้นพระชนม์ของพระธิดาองค์เล็กผู้เปี่ยมด้วยความสดใส และวีรบุรุษผู้กล้าหาญเป็นที่รักแพร่สะพัดไปทั่วพระเจ้าธรณินทร์ทรงโทมนัสยิ่งนัก พระองค์ทรงกริ้วโกรธต่อการกระทำของพระนางมนทิราณีเทวีจนแทบคลั่ง ความสูญเสียครั้งนี้ราวกับคมศรที่ปักลึกกลางพระทัย พระองค์ทรงมีราชโองการเรียกตัว ออกญาพิพัฒน์ราชรณ แม่ทัพใหญ่ผู้มากด้วยประสบการณ์และเล่ห์เหลี่ยมทางการรบ ให้เข้ามาบัญชาการศึกแทนหมื่นสุนทรเทวาโดยทันทีในท้องพระโรงอันเงียบงัน พระเจ้าธรณินทร์ประทับบนบัลลังก์ทอง พระพักตร์เศร้าสร้อยแต่แข็งกร้าวราวกับศิลา ออกญาพิพัฒน์ราชรณคุกเข่าเบื้องหน้าด้วยความเคารพ“พิพัฒน์ราชรณ...” พระเจ้าธรณินทร์ตรัสด้วยสุรเสียงต่ำ ทว่าแฝงไว้ด้วยอำนาจ“เจ้าจงนำทัพหลวง ปราบปรามความอหังการของมนทิราให้สิ้นซาก จงนำความสงบและความยุติธรรมกลับคืนสู่แผ่นดินของเรา... และจงล้างแค้นให้แก่ยโสธราด้วย” ออกญ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status