Home / แฟนตาซี / รอยสวาทข้ามภพ / ตอนที่ 5 เงาอดีต

Share

ตอนที่ 5 เงาอดีต

last update Huling Na-update: 2025-12-01 21:28:02

ตอนที่ 5 เงาอดีต

สิงขรขับรถไปส่งเธอที่คฤหาสน์เทวาลัย เมื่อรถจอดสนิทหน้าคฤหาสน์ เกตุศิรินทร์ก็กล่าวขอบคุณสิงขรอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันที่จะเดินเข้าไปด้านใน ประตูใหญ่ของคฤหาสน์ก็เปิดออก พร้อมกับร่างระหงของสุริยาวดีที่ยืนสวยสง่าอยู่ตรงนั้น โคมไฟระย้าสาดส่องต้องใบหน้าสวยของเธอ ทำให้ดูโดดเด่นราวกับเจ้าหญิง

“กลับซะดึกเชียว? ไปไหนกันมาล่ะ” สุริยาวดีเอ่ยด้วยน้ำเสียงเข้มงวด เกตุศิรินทร์หน้าซีดลงเล็กน้อย

“เอ่อ คุณผู้หญิงคะ... คือว่า...นี่คุณสิงขรค่ะ”

“กลับมาแล้วก็รีบขึ้นไปพักสิ” สุริยาวดีเสียงดังขึ้นเล็กน้อย

“สวัสดีครับคุณสุริยาวดี ผมร้อยตำรวจโทสิงขร ที่เคยมาขอพบคุณเมื่อสองวันก่อนครับ” สุริยาวดีมองเขานิ่ง ก่อนจะหันกลับไปตำหนิเกตุศิรินทร์อีกครั้ง

“เข้าไปข้างในได้แล้วเกตุศิรินทร์ พรุ่งนี้เราค่อยคุยกัน” เกตุศิรินทร์ก้มหน้า

“ขอโทษค่ะคุณผู้หญิง” ว่าแล้วเธอก็รีบเดินหายเข้าไปในคฤหาสน์ด้วยท่าทางสำนึกผิด ก่อนจะแอบเหลือบมองสิงขรเล็กน้อย สุริยาวดีหันกลับมาเผชิญหน้ากับสิงขรอีกครั้ง รอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนใบหน้าสวยของเธอ

“คุณตำรวจจะเข้าไปข้างในก่อนไหมคะ?” สุริยาวดีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวานลงอย่างผิดหูผิดตา

สิงขรมองเธออย่างระมัดระวัง สังเกตทุกการเปลี่ยนแปลงในน้ำเสียงและแววตา แต่ในที่สุดก็พยักหน้าตอบรับคำเชิญนั้น เพราะโอกาสที่จะได้ใกล้ชิดและสืบสวนเธออย่างลึกซึ้งกว่าเดิมนั้นมาถึงแล้ว เขาจึงไม่อาจปล่อยให้หลุดมือไปได้

“ขอบคุณครับ” สุริยาวดีผายมือเชิญให้สิงขรเดินตามเธอเข้าไปในคฤหาสน์ จากหน้าต่างห้องนอนของเกตุศิรินทร์แอบมองลงมา เห็นสุริยาวดีกำลังพูดคุยกับสิงขรอย่างสนิทสนม ใบหน้าสวยของเจ้านายมีรอยยิ้มที่เธอไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก ความรู้สึกบางอย่างก่อตัวขึ้นในใจของเกตุศิรินทร์อย่างช้า ๆ มันคือความหมั่นไส้เล็กๆ ที่เธอเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าเพราะอะไร

ห้องรับแขกที่ตกแต่งอย่างหรูหรา สุริยาวดีนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม มองเขานิ่งด้วยแววตาหวานหยาดเยิ้ม

“ขอบคุณครับคุณสุริยาวดี” สิงขรตอบรับคำเชิญ พลางทอดสายตามองสำรวจห้องทำงานของเธออย่างละเอียด ห้องนี้ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์โบราณสีเข้ม ผนังประดับประดาด้วยภาพวาดลึกลับและวัตถุโบราณนานาชนิด แสงสลัวที่ลอดผ่านผ้าม่านหนาทึบยิ่งขับเน้นบรรยากาศวังเวงและน่าค้นหา

สุริยาวดีนั่งอยู่บนเก้าอี้เท้าแขนที่ทำจากไม้แกะสลักอย่างประณีต ดวงตาคมกริบของเธอจับจ้องมาที่สิงขรอย่างพิจารณา ราวกับกำลังอ่านความคิดของเขา

“คุณตำรวจมาที่นี่... ไม่ใช่แค่เรื่องคดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นใช่ไหมคะ?” สุริยาวดีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่สิงขรจับต้องไม่ได้ สิงขรเลิกคิ้วเล็กน้อย

“ทำไมคุณถึงคิดอย่างนั้นครับ?”

“ก็สายตาของคุณ... มันไม่ได้มองมาที่ฉันในฐานะผู้ต้องสงสัย หรือพยาน” สุริยาวดีแย้มรอยยิ้มบางๆ ที่ไม่ได้ทำให้ดวงตาของเธอดูอ่อนโยนลง

“มันเหมือนกับ... คุณกำลังมองหาบางสิ่งที่คุ้นเคย... ที่นี่” คำพูดของสุริยาวดีทำให้สิงขรชะงัก ความรู้สึกประหลาดที่เขามีต่อคฤหาสน์แห่งนี้ตั้งแต่แรกเห็นมันคืออะไรกันแน่? มันไม่ใช่แค่ความสนใจในสถานที่เก่าแก่ แต่มันลึกซึ้งกว่านั้น ราวกับมีสายใยบางอย่างที่เชื่อมโยงเขากับที่นี่

“ผมรู้สึกเหมือนคุ้นเคยกับที่นี่” สิงขรยอมรับความรู้สึกนั้นอย่างตรงไปตรงมา

“เดจาวู... งั้นหรือคะ?” สุริยาวดีทวนคำนั้นช้าๆ

“ก็อาจจะเป็นอย่างนั้น” สิงขรตอบ

“แล้วคุณสุริยาวดีล่ะครับ... รู้สึกคุ้นเคยกับผมบ้างไหม?” ดวงตาคมกริบของสุริยาวดีจ้องมองสิงขรอย่างลึกซึ้ง ราวกับกำลังพิจารณาบางสิ่งบางอย่างในส่วนลึกของจิตใจเขา

“อย่างที่ฉันบอกไปเมื่อครู่... ฉันรู้สึกเหมือนเคยรู้จักคุณมาก่อน...เมื่อนานมาแล้ว”

“คุณหมายถึง...?” สิงขรถามด้วยความสงสัย ใครกันที่สุริยาวดีเคยรู้จัก และทำไมเธอถึงรู้สึกคุ้นเคยกับเขา?

“ในอดีตชาติ... ฉันเคยรักชายคนหนึ่ง ใบหน้าของคุณ... คล้ายเขามาก” สุริยาวดีกล่าวเสียงแผ่วเบา ราวกับกำลังพูดถึงความทรงจำอันแสนไกล สิงขรนิ่งไปครู่หนึ่ง เขาไม่เคยเชื่อเรื่องชาติภพอย่างจริงจัง แต่คำพูดของสุริยาวดีกลับทำให้เขารู้สึกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก

ความรู้สึกวูบโหวงในใจเมื่อแรกสบตาเธอ หรือความรู้สึกคุ้นเคยกับคฤหาสน์หลังนี้... มันอาจจะมีความหมายมากกว่าที่เขาคิด

“คุณเชื่อเรื่องพวกนี้ด้วยเหรอครับ?” สิงขรถามด้วยความสงสัย

“เมื่อคุณมีชีวิตอยู่มานานพอ... คุณจะเริ่มเชื่อในสิ่งที่คนอื่นมองว่าเหลือเชื่อค่ะ” สุริยาวดีตอบด้วยรอยยิ้มลึกลับ

“แล้วคุณล่ะคะ... รู้สึกถึงอะไรบ้างไหม?” สิงขรเงียบไปครู่หนึ่ง พยายามทบทวนความรู้สึกของตัวเอง เขาไม่รู้จะอธิบายอย่างไรถึงความรู้สึกประหลาดที่เกิดขึ้น เขารู้สึกราวกับมีบางสิ่งที่เชื่อมโยงเขากับสุริยาวดีและคฤหาสน์แห่งนี้ แต่เขาไม่สามารถระบุได้ว่ามันคืออะไร

“ผมไม่แน่ใจ” สิงขรตอบอย่างตรงไปตรงมา

“แต่ผมรู้สึกว่า... มีบางอย่างที่เชื่อมโยงผมกับที่นี่” สุริยาวดีพยักหน้าช้าๆ ดวงตาของเธอเป็นประกายเล็กน้อย “บางที... มันอาจจะเป็นเรื่องจริงก็ได้” ความเงียบปกคลุมห้องอีกครั้ง ทั้งสองต่างจมอยู่ในความคิดของตนเอง บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความตึงเครียดและความลึกลับ

“กลับมาที่เรื่องคดีฆาตกรรมนะครับ” สิงขรเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบนั้น เขาต้องการกลับเข้าสู่ประเด็นหลักของการมาที่นี่ “คุณรู้จักนายธนา เหยื่อรายล่าสุดใช่ไหมครับ?” สุริยาวดีนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“ฉันเคยเจอเขาที่งานเลี้ยงที่นี่ค่ะ เขาเป็นแขกคนหนึ่ง”

“คุณได้คุยกับเขาเป็นการส่วนตัวบ้างไหมครับ?”

“คุยกันบ้างเล็กน้อยตามมารยาท”

“คุณพอจะจำรายละเอียดอะไรเกี่ยวกับการสนทนานั้นได้ไหมครับ?” สิงขรจ้องมองใบหน้าของเธออย่างคาดหวัง สุริยาวดีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

“ไม่มากนักค่ะ เป็นเพียงบทสนทนาทั่วไป” สิงขรรู้สึกว่าสุริยาวดีกำลังปกปิดบางอย่าง น้ำเสียงและท่าทีของเธอดูไม่เป็นธรรมชาติ

“คุณเป็นคนสุดท้ายที่อยู่กับเขาใช่ไหมครับ?” สิงขรถามตรงประเด็น สุริยาวดีสบตากับเขานิ่ง

“ฉันไม่แน่ใจค่ะ ในงานเลี้ยงมีคนมากมาย” สิงขรรู้สึกว่าการพูดคุยกับสุริยาวดีในตอนนี้คงไม่ได้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติม เขาจึงเปลี่ยนประเด็น

“ผมสนใจศิลาจารึกโบราณที่คุณเก็บรักษาไว้” สิงขรเอ่ยขึ้น

“คุณพอจะทราบประวัติความเป็นมาของมันไหมครับ?” ดวงตาของสุริยาวดีเป็นประกายวูบหนึ่ง

“มันเป็นของสะสมเก่าแก่ค่ะ ฉันได้มันมานานแล้ว”

“คุณพอจะทราบไหมครับว่าตัวอักษรที่สลักอยู่บนนั้นมีความหมายว่าอย่างไร?” สุริยาวดีส่ายหน้า

“ฉันไม่ทราบค่ะ” สิงขรรู้สึกว่าสุริยาวดีไม่ต้องการให้ข้อมูลเกี่ยวกับศิลาจารึกแผ่นนั้น

“ขอบคุณนะครับ ที่สละเวลา ผมคงรบกวนเวลาคุณเท่านี้” สิงขรลุกขึ้นยืน

“หากผมต้องการข้อมูลเพิ่มเติม จะขออนุญาตติดต่อมาอีกครั้งนะครับ”

“ด้วยความยินดีค่ะคุณตำรวจ” สุริยาวดีเองก็ลุกขึ้นยืนเช่นกัน รอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนใบหน้าของเธออีกครั้ง “หวังว่าคุณจะคลี่คลายคดีนี้ได้ในเร็ววัน” สิงขรพยักหน้าให้เธอ ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องรับแขก ความรู้สึกประหลาดเกี่ยวกับสุริยาวดีและคฤหาสน์แห่งนี้ยังคงวนเวียนอยู่ในความคิดของเขา

สุริยาวดีมองตามแผ่นหลังของเขาด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา

“ฉันจะรอ... รอวันที่คุณจำฉันได้...”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • รอยสวาทข้ามภพ   ตอนที่ 32 ตอนจบ

    ตอนที่ 32 ตอนจบศาสตราจารย์ฌอง-ปิแอร์ยืนหยัดอยู่เบื้องหลังคมกฤช มือของเขาถือตำราโบราณ ดวงตาจดจ่ออยู่กับอักขระศักดิ์สิทธิ์บนแท่นหินนั้น เสียงสวดมนต์ภาษาโบราณเริ่มดังขึ้นแผ่วเบา ท่ามกลางเสียงดาบที่ปะทะเนื้อหนังเหวอะหวะและเสียงคำรามด้วยความเจ็บปวดของเหล่าผีดิบ คมกฤชกัดฟันแน่น เขาต้องปกป้องอาจารย์ของเขาให้สวดจนจบพิธี ไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม ดาบอัสนีบาตยังคงวาดลวดลายสังหารเหล่าสมุนของมนทิราณีเทวีอย่างต่อเนื่อง แสงสีฟ้าที่เปล่งออกมาทุกครั้งที่ดาบฟาดฟัน ราวกับสายฟ้าที่พิฆาตเหล่าภูตผีปีศาจ“หยุดเดี๋ยวนี้องค์หญิง เลิกก่อกรรมได้แล้ว!” เสียงคำรามกึกก้องของสิงขรกระหึ่มไปทั่วห้องโถง ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือมนทิราณีเทวีกำลังยืนตระหง่านอยู่เหนือร่างของเกตุศิรินทร์ แววตาของนางแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยอำนาจ ราวกับพญามารที่กำลังจะช่วงชิงวิญญาณนางแค่นเสียงหัวเราะเยือกเย็น ก่อนจะมือขึ้นโบกเบาๆ พลังงานสีดำมืดมิดพลันแผ่ออกมาราวกับคลื่นพายุ ซัดเข้าใส่ร่างของสิงขรอย่างรุนแรงจนเขากระเด็นไป“คิดว่า...เจ้าจะขัดขวางข้าได้งั้นรึ หมื่นสุนทรเทวา?” เสียงของนางเย็นยะเยือกราวกับน้ำแข็งบาดลึก“ข้ามาไกลเกินกว่าจะถอยกลั

  • รอยสวาทข้ามภพ   ตอนที่ 31 คำสาปบนแผ่นศิลา

    ตอนที่ 31 คำสาปบนแผ่นศิลาเสียงคำรามดังกึกก้องของผีดิบธนา มันพุ่งร่างอันน่าสะพรึงเข้าใส่สิงขรราวกับพายุคลั่ง หมายจะขัดขวางไม่ให้นายตำรวจหนุ่มตามไปช่วยคนรักได้สำเร็จ อดีตสัญชาตญาณความเป็นนักรบของหมื่นสุนทรเทวาทำงานทันทีในร่างของสิงขร เขาตัดสินใจใช้ความว่องไวที่มี เบี่ยงตัวหลบร่างมหึมาที่โถมเข้ามาอย่างฉิวเฉียด ก่อนจะออกตัววิ่งสุดกำลัง มุ่งตรงไปยังเป้าหมายเดียว...คือช่วยเหลือเกตุศิรินทร์ให้ทันก่อนที่พิธีบูชายัญจะเริ่มขึ้น!ผีดิบธนากู่ร้องด้วยความเดือดดาล เมื่อเหยื่อเป้าหมายของมันหลุดมือ มันตะเกียกตะกายไล่ตามสิงขรมาอย่างไม่ลดละ เสียงเท้าหนักๆ กระแทกพื้นดินดังก้องกังวาน แต่สิงขรก็ไม่ย่อท้อ เขาทิ้งระยะห่างจากอสูรกายร้ายตนนั้นได้ทีละน้อยๆ และเข้าใกล้แท่นบูชายัญเข้าไปทุกขณะเบื้องหน้าแท่นหินโบราณ มนทิราณีเทวีกำลังร่ายมนต์ด้วยน้ำเสียงอันทรงพลัง แสงสีดำแผ่รังสีออกจากมือเรียวของหล่อน แต่แล้วดวงตาคมกริบของนางก็เบิกโพลงด้วยความตกตะลึง เมื่อเห็นร่างของสิงขรทะยานฝ่าฝูงผีดิบเข้ามาอย่างรวดเร็ว ดาบอัตนิบาสในมือของนายตำรวจหนุ่มส่องประกายวาววับ ราวกับสายฟ้าที่พร้อมจะฟาดฟันทุกสิ่งที่ขวางหน้า ความมั่นใจบนใ

  • รอยสวาทข้ามภพ   ตอนที่ 30 ดาบอัสนีบาต

    ตอนที่ 30 ดาบอัสนีบาต“ก็ด้วยจิตวิญญาณของข้าผูกพันอยู่กับอำนาจแห่งคำสาปที่ข้าได้สลักเสลาไว้ เพื่อติดตามล้างความเป็นอมตะของพระองค์ ไม่ว่าพระองค์จะหลีกเร้นไป ณ ที่แห่งใดก็ตามแต่”“ออกญาพิพัฒราชรณ คือดอกเตอร์ฌองกลับชาติมาเกิดอย่างนั้นเหรอ” สิงขรพึมพำด้วยความตกใจ เขามองหน้าศาสตราจารย์ฌอง-ปิแอร์สลับกับสุริยาวดีอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาและหูศาสตราจารย์ฌอง-ปิแอร์หันมาเผชิญหน้ากับสุริยาวดี แววตาของเขาแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น“การหลบหนีขององค์หญิงได้สิ้นสุดลงแล้ว”“นี่!!! สุริยาวดี...คือพระนางมนทิราณีเทวีจริง ๆ เหรอเนี่ย โอ้แม่เจ้า!!!!?” คมกฤชอุทานอีกครั้ง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจศาสตราจารย์ฌอง-ปิแอร์ถอนหายใจยาว ก่อนจะหันมาอธิบายด้วยน้ำเสียงหนักแน่น“ที่องค์หญิงพูดเป็นความจริงเหรอครับ....ดอกเตอร์!!!” สิงขรหันมาถามศาสดาจารย์ฌอง“ใช่แล้วครับ!!!...ผมกลับชาติมาเกิดหลายภพหลายชาติ เพื่อตามล่าทำลายความเป็นอมตะของพระนางมนทิราณีเทวี...”“ผมแทบไม่เชื่อเลยอาจารย์!?” คมกฤชตกตะลึง“แต่พระนางนี้สิ! หนีรอดผมไปได้ทุกครั้ง...” ศาสตราจารย์ฌอง-ปิแอร์กล่าวพลางจ้องมองสุริยาวดีตาเขม็ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นกับ

  • รอยสวาทข้ามภพ   ตอนที่ 29 เงาอดีต

    ตอนที่ 29 เงาอดีตภายใต้แสงไฟสีนวลที่ส่องสว่างภายในห้องทำงาน ซึ่งรายล้อมไปด้วยข้าวของเครื่องใช้โบราณนานาชนิด ราวกับเป็นห้องเก็บรักษาสมบัติจากยุคสมัยที่ล่วงลับ ศาสตราจารย์ฌอง-ปิแอร์ค่อยๆ ยื่นปิ่นปักผมทองคำโบราณให้กับเกตุศิรินทร์ที่นอนพักผ่อนอยู่บนเตียงอย่างอ่อนโยน“ถือนี่เอาไว้ครับคุณเกตุศิรินทร์...” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สงบแต่หนักแน่นเกตุศิรินทร์รับปิ่นปักผมมาไว้ในมืออย่างแผ่วเบา โลหะเย็นเยียบปะทะฝ่ามือ ราวกับเจ็บปวดในครั้งหนึ่งแล่นร้าวไปทั่วสมอง ลวดลายสลักเสลาอันวิจิตรบรรจงดูราวกับมีชีวิต เธอมองมันด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก ทั้งคุ้นเคยและรู้สึกเจ็บปวดทุกครั้งที่มอง“ผ่อนคลายนะครับ...ปล่อยใจให้สบาย...” ศาสตราจารย์ฌอง-ปิแอร์เริ่มกระบวนการสะกดจิต..ไปเรื่อย ๆ พยายามให้เธอเข้าสู่ภวังค์ น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนแต่ทรงพลัง ราวกับคลื่นเสียงที่ค่อยๆ กล่อมเกลาจิตใจทุกขณะ“จงจดจ่ออยู่กับปิ่นปักผมในมือ...สัมผัสความเย็นของมันแล้วผ่อนคลาย...และลองเปิดใจรับรู้ถึงความทรงจำที่อาจซ่อนอยู่ในนั้น...”“ตอนนี้...จงค่อยๆ ย้อนกลับไป...มองหาภาพ...มองหาเสียง...มองหาความรู้สึกที่คุณผูกพันอยู่กับปิ่นปักผมอันนี

  • รอยสวาทข้ามภพ   ตอนที่ 28 ปิ่นปักผมแห่งความทรงจำ

    ตอนที่ 28 ปิ่นปักผมแห่งความทรงจำห้องทำงานของศาสตราจารย์ฌองปิแอร์ หลังจากผ่านการสะกดจิตอันลึกล้ำ แสงไฟสลัวยามค่ำคืนส่องกระทบใบหน้าเคร่งขรึมของสิงขร เขาถูกสะกดจิตไปเกือบสองชั่วโมงเต็ม ๆดวงตาของนายตำรวจหนุ่มค่อยๆ เปิดขึ้นช้าๆ ราวกับความทรงจำที่หลับใหลมานานได้หวนคืนสู่ห้วงสำนึกอย่างสมบูรณ์ ศาสตราจารย์ฌอง-ปิแอร์ยืนมองอยู่ข้างเตียงด้วยใบหน้าเปี่ยมด้วยความใคร่รู้ เช่นเดียวกับคมกฤชที่ยืนเท้าแขนมองด้วยความสงสัย“เป็นอย่างไรบ้าง คุณสิงขร?” ศาสตราจารย์ฌอง-ปิแอร์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลสิงขรลืมตาขึ้นมองเพดานครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมาสบตากับนักโบราณคดีชาวฝรั่งเศส แววตาของเขาฉายความเข้าใจและความทรงจำที่ชัดเจน“ผม!!!... ผมเห็นทุกอย่างแล้วครับอาจารย์” สิงขรเอ่ยเสียงแผ่ว แต่ก็เต็มไปด้วยความอัศจรรย์ใจ“ผมจำ เรื่องราวของหมื่นสุนทรเทวาอดีตชาติของผม... พระนางยโสธราที่เสียชีวิตระหว่างทำศึก...และเหตุการณ์ที่เลวร้ายก่อนตาย”“หมายความว่ายังไงวะไอ้สิงห์? มึงจำเรื่องในอดีตชาติได้แล้วงั้นเหรอ?” คมกฤชขมวดคิ้ว “ใช่ เดี๋ยวฉันจะเล่าให้แกฟัง หลัก ๆ มันคือ โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นในนครสิงหปุระบรรพตตามตำราของดอกเตอร์เลย”

  • รอยสวาทข้ามภพ   ตอนที่ 27 เงาอมตะและศิลาแห่งคำสาป

    ตอนที่ 27 เงาอมตะและศิลาแห่งคำสาปภายหลังความสูญเสียอันแสนสาหัส ทหารที่เหลือรอดชีวิตจากสมรภูมิอันน่าเศร้านั้น ได้นำร่างไร้วิญญาณของหมื่นสุนทรเทวาและพระนางยโสธราเทวีกลับสู่พระนคร บรรยากาศในเมืองหลวงเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและการร่ำไห้ เมื่อข่าวการสิ้นพระชนม์ของพระธิดาองค์เล็กผู้เปี่ยมด้วยความสดใส และวีรบุรุษผู้กล้าหาญเป็นที่รักแพร่สะพัดไปทั่วพระเจ้าธรณินทร์ทรงโทมนัสยิ่งนัก พระองค์ทรงกริ้วโกรธต่อการกระทำของพระนางมนทิราณีเทวีจนแทบคลั่ง ความสูญเสียครั้งนี้ราวกับคมศรที่ปักลึกกลางพระทัย พระองค์ทรงมีราชโองการเรียกตัว ออกญาพิพัฒน์ราชรณ แม่ทัพใหญ่ผู้มากด้วยประสบการณ์และเล่ห์เหลี่ยมทางการรบ ให้เข้ามาบัญชาการศึกแทนหมื่นสุนทรเทวาโดยทันทีในท้องพระโรงอันเงียบงัน พระเจ้าธรณินทร์ประทับบนบัลลังก์ทอง พระพักตร์เศร้าสร้อยแต่แข็งกร้าวราวกับศิลา ออกญาพิพัฒน์ราชรณคุกเข่าเบื้องหน้าด้วยความเคารพ“พิพัฒน์ราชรณ...” พระเจ้าธรณินทร์ตรัสด้วยสุรเสียงต่ำ ทว่าแฝงไว้ด้วยอำนาจ“เจ้าจงนำทัพหลวง ปราบปรามความอหังการของมนทิราให้สิ้นซาก จงนำความสงบและความยุติธรรมกลับคืนสู่แผ่นดินของเรา... และจงล้างแค้นให้แก่ยโสธราด้วย” ออกญ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status