Mag-log inบทที่ 5 วงศ์วิวัฒน์กุล
อาหารหรูหลายจานถูกทยอยนำมาเสิร์ฟบนโต๊ะอาหาร บรรยากาศภายในห้องกระจกปรับอากาศเย็นฉ่ำ ทว่ากลับอบอวลไปด้วยรังสีความกดดันที่แผ่ออกมาจากชายทั้งสองคน ชาญพยายามชวนคัตเตอร์คุยเรื่องธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และโปรเจกต์ใหม่ๆ เพื่อเอาใจมาเฟียหนุ่มรุ่นน้อง ทว่าสายตาของจิ้งจอกเฒ่ากลับคอยตวัดมองมาที่เลขาสาวอยู่เป็นระยะ กวางยังคงยืนนิ่งอยู่ด้านหลังเก้าอี้ของคัตเตอร์ มือเรียวประสานกันไว้ที่หน้าตัก ใบหน้าสวยเรียบเฉยราวกำแพงหิน ทว่าดวงตาคู่สวยกลับบันทึกทุกความเคลื่อนไหวไว้ในสมอง “ลองทานเนื้อแกะจานนี้ดูสิครับ นำเข้าจากออสเตรเลีย เชฟที่นี่ทำออกมาได้นุ่มมาก” ชาญเอ่ยพลางผายมือไปทางจานเนื้อแกะ “อ้อ... คุณกวางเองก็นั่งลงทานด้วยกันสิครับ ยืนนานๆ คงจะเมื่อยแย่ เป็นเลขาของคุณคัตเตอร์ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นก็ได้” “ขอบคุณในความหวังดีค่ะคุณชาญ” กวางคลี่ยิ้มแสร้งตอบรับ “แต่กวางเป็นเลขา มีหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยให้บอสค่ะ คงไม่กล้านั่งร่วมโต๊ะกับแขกคนสำคัญของบอสหรอกค่ะ” “ช่างรู้ความจริงนะคุณกวาง” ชาญหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ท่าทางเอ็นดูเธอ ทว่าสายตากลับจับผิดจนเห็นได้ชัด “คุณคัตเตอร์นี่ตาถึงจริงๆ นะครับ ได้เลขาทั้งสวย ทั้งรู้หน้าที่ แถมยัง... ปากคอเราะร้ายไม่เบาเลย” คัตเตอร์ที่กำลังใช้มีดหรูหั่นเนื้อแกะช้าๆ ชะงักมือเล็กน้อย ชายหนุ่มวางมีดและส้อมลงบนจานเสียงเบา ทว่ากลับทำเอาชาญสะดุ้ง คัตเตอร์ยกผ้าเช็ดปากขึ้นมาซับริมฝีปากช้าๆ ก่อนจะตวัดสายตาคมเข้มมองตรงไปที่คู่สนทนา “เลขาของฉัน... ฉันมีสิทธิ์วิจารณ์ได้คนเดียวคุณชาญ อีกอย่าง... ฉันชอบคนปากดี เพราะคนปากดีมักจะทำงานได้เด็ดขาดกว่าพวกที่เอาแต่พูดจาประจบประแจงไปวันๆ” “ฮ่าๆ นั่นสินะครับ คุณคัตเตอร์พูดอะไรก็ถูกหมด เอ่อ... จริงสิครับ เรื่องที่ดินตรงแถวตะเข็บชายแดนฝั่งใต้ ที่เราเคยคุยกันไว้เมื่อปีก่อน...” “เรื่องนั้นฉันให้ธีร์เป็นคนจัดการไปแล้ว” คัตเตอร์เอ่ยตัดบทอย่างไร้เยื่อใย “ถ้าคุณชาญอยากได้รายละเอียด เพิ่มเติมอะไร ก็ไปคุยกับธีร์เอาเอง วันนี้ฉันมาเพื่อเรื่องท่าเรือขนส่งสินค้าเท่านั้น และตอนนี้สัญญาก็เซ็นเรียบร้อยแล้ว” “ครับๆ เข้าใจแล้วครับ” ชาญพยักหน้ารับคำอย่างยอมจำนน แต่แล้วสายตาของเขาก็เลื่อนกลับมาจับจ้องที่กวางอีกครั้ง แววตาความสงสัยในใจมันเอ่อล้นจนเก็บไว้ไม่อยู่ ชาญวางแก้วไวน์ลงแล้วเอ่ยขึ้น “คุณกวางครับ ผมขอเสียมารยาทถามอะไรส่วนตัวสักหน่อยได้ไหม?” กวางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มจางๆ ยังคงประดับอยู่บนใบหน้าสวย “ได้ค่ะคุณชาญ ถ้าเป็นเรื่องที่กวางตอบได้นะคะ” “นามสกุลของคุณ... วงศ์วิวัฒน์กุล หรือเปล่า?” คำถามของชาญทำให้บรรยากาศในห้องเงียบลงทันที ธีร์ที่ยืนอยู่อีกมุมห้องขยับตัวเล็กน้อย ส่วนกวาง... เธอรู้สึกเหมือนหัวใจหยุดเต้นไปเสี้ยววินาที นามสกุลเก่าของครอบครัวเธอ นามสกุลของพ่อแม่เธอที่ถูกกวาดล้างไปจนหมด คนตัวเล็กลอบจิกเล็บลงบนฝ่ามือตัวเองแน่นจนเธอรู้สึกถึงความเจ็บปวด เพื่อเรียกสติไม่ให้แสดงพิรุธต่อหน้าศัตรูทั้งสองคน เธอยังคงรักษารอยยิ้มเอาไว้ได้เป็นอย่างดี ก่อนจะเอ่ยตอบเสียงใส “อัญชลี นามสกุลของกวางคือ ‘อัญชลี’ ค่ะคุณชาญ วงศ์วิวัฒน์กุลอะไรนั่น... กวางไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยค่ะ คนนามสกุลนี้เป็นญาติผู้ใหญ่ของคุณชาญเหรอคะ?” กวางแกล้งเอ่ยถามกลับด้วยท่าทางใสซื่อ ชาญจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของกวาง ราวกับกำลังพยายามค้นหาความจริง “เปล่าหรอก... ไม่ใช่ญาติผมหรอก แต่เป็น... คนรู้จักเก่า ที่สร้างความลำบากให้ผมไม่น้อยเลยล่ะ ดีนะที่ตายๆ ไปหมดแล้ว ไม่อย่างนั้นป่านนี้ธุรกิจแถวฝั่งใต้คงไม่โตขนาดนี้” คำว่า ‘ดีนะที่ตายๆ ไปหมดแล้ว’ ราวกับน้ำมันก๊าดที่ราดลงบนกองเพลิงแห่งความแค้นของกวาง เธอกำหมัดแน่นจนอยากจะหยิบมีดหั่นสเต็กบนโต๊ะก้าวเข้าไปปาดคอไอ้จิ้งจอกเฒ่าตัวนี้ให้ตายคามือ ทว่าก่อนที่เธอจะเก็บอารมณ์ไม่อยู่... เสียงของคัตเตอร์ก็ดังขัดขึ้นมาเสียก่อน “คุณชาญ” คัตเตอร์เอ่ยเรียกชื่อเขาเสียงเข้ม “ฉันบอกไปแล้วใช่ไหมว่าอย่าเสียเวลาเรื่องเลขาของฉัน หรือว่าหูของคุณเริ่มมีปัญหาเพราะความแก่?” ชาญหน้าถอดสีทันทีที่เจอแรงกดดันจากมาเฟียใหญ่อีกครั้ง “เอ่อ... ขอโทษครับคุณคัตเตอร์ ขอโทษครับ พอดีผมแค่นึกถึงเรื่องเก่าๆ ขึ้นมาน่ะครับ ไม่มีอะไรจริงๆ ครับ” “ไม่มีอะไรก็ดีแล้ว... กวาง ชงชาร้อนมาให้ฉันที ฉันอิ่มแล้ว” คัตเตอร์สั่งเสียงเรียบ “ค่ะ รอสักครู่นะคะ” กวางก้มหัวลงเล็กน้อย ก่อนจะเดินเลี่ยงออกจากห้องอาหารส่วนตัวไปทันที ทันทีที่กวางเดินพ้นประตูห้องอาหาร เธอก็รีบเดินตรงไปยังห้องน้ำหญิงที่อยู่ใกล้ที่สุด หญิงสาวเปิดประตูเข้าไปแล้วลูบหน้าลูบตาด้วยน้ำเย็น มือบางสั่นเทาด้วยความโกรธและความแค้นที่เกือบจะควบคุมไม่ได้ “แก... แกต้องชดใช้” กวางมองตัวเองในกระจก แววตาคู่สวยตอนนี้เต็มไปด้วยความอาฆาต “และคุณด้วย... คัตเตอร์ คุณทำเป็นนิ่ง ทำเป็นไม่รู้เรื่อง แต่คุณก็คือคนที่ร่วมมือกับมัน!” หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกๆ อยู่หลายครั้งเพื่อปรับอารมณ์ให้กลับมานิ่งเหมือนเดิม เธอยืนจัดเสื้อสูทกางเกงให้เรียบร้อย ก่อนจะออกจากห้องน้ำ แล้วเดินเลี่ยงไปหาพนักงานเพื่อสั่งชาร้อนตามที่เจ้านายต้องการ แล้วยกถาดน้ำชากลับเข้ามาในห้องอาหารอีกครั้ง ภายในห้องอาหาร ตอนนี้คัตเตอร์และชาญคุยงานกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ชาญกำลังเซ็นเอกสารเพิ่มเติมอีกสองสามฉบับที่ธีร์ยื่นให้ กวางเดินเข้าไปวางถ้วยชาร้อนตรงหน้าคัตเตอร์อย่างเบามือที่สุด “ชาร้อนได้แล้วค่ะ” คัตเตอร์ไม่ได้พูดอะไร ชายหนุ่มเพียงแค่เลื่อนสายตามองมือของเธอที่วางถ้วยชา เขาเห็นรอยแดงจางๆ ที่ฝ่ามือจากการที่เธอจิกเล็บตัวเองเมื่อครู่ นัยน์ตาคมไหววูบไปแว๊บหนึ่งด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะคาดเดา ก่อนจะยกถ้วยชาขึ้นจิบ “อืม... รสชาติดี” คัตเตอร์เอ่ยน้ำเสียงเรียบ “ถ้าทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ผมขอตัวกลับก่อนนะครับคุณคัตเตอร์ ยินดีที่ได้ร่วมงานกันครับ” ชาญลุกขึ้นยืน โค้งคำนับให้คัตเตอร์ด้วยความนอบน้อม “เดินทางปลอดภัยคุณชาญ หวังว่าท่าเรือฝั่งใต้จะไม่มีปัญหาอะไรตามมาทีหลังนะ” คัตเตอร์เอ่ยเตือนน้ำเสียงเรียบ “ไม่มีแน่นอนครับคุณคัตเตอร์ ผมเอาหัวเป็นประกันเลย” ชาญยิ้มกว้างก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องอาหารไปพร้อมกับบอดี้การ์ดของตัวเอง เมื่อความวุ่นวายผ่านพ้นไป ภายในห้องอาหารเหลือเพียงคัตเตอร์ กวาง และธีร์ ชายหนุ่มวางถ้วยชาลงแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของคนตัวเล็ก ระยะห่างที่ใกล้ชิดทำให้กวางต้องเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาตรงๆ “เป็นยังไงบ้าง... งานแรกในฐานะเลขาส่วนตัวของฉัน?” คัตเตอร์เอ่ยถาม “ตื่นเต้นและได้ความรู้มากเลยค่ะ” กวางเอ่ยตอบเสียงนิ่ง “คุณชาญดูเป็นนักธุรกิจที่... น่าสนใจดีนะคะ” “เหรอ? แต่ฉันว่าเธอชอบเขาไม่น้อยเลยนะกวาง... จ้องเขาตาไม่กระพริบขนาดนั้น นึกว่าอยากจะย้ายไปเป็นเลขาให้เขาแทนฉันเสียอีก” คัตเตอร์เอ่ยพูด แววตาคมจับจ้องมองปฏิกิริยาของคนตัวเล็ก “บอสพูดเล่นแล้วค่ะ กวางบอกแล้วไงคะว่ากวางอยากทำงานกับคนที่มีอิทธิพลที่สุด ซึ่งก็คือบอสคนเดียวเท่านั้นค่ะ” กวางเอ่ยตอบกลับทันที พร้อมส่งยิ้มหวานให้เขาอีกครั้ง คัตเตอร์ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ชายหนุ่มเอื้อมมือไปจับข้อมือบางของเธอขึ้นมาเบาๆ ก่อนจะออกแรงบีบเล็กน้อยจนกวางต้องขมวดคิ้ว “ปากดี แต่มือเธอสั่นนะกวาง กลัวอะไรอยู่หรือเปล่า?” กวางรีบดึงมือกลับจากการเกาะกุมของเขาทันที “เปล่าค่ะ กวางแค่หนาวแอร์ในห้องนี้เฉยๆ ค่ะ” “งั้นก็กลับแล้ว ช่วงบ่ายเธอยังมีงานเอกสารที่ต้องเคลียร์อีกเยอะ” คัตเตอร์เอ่ยออกสั่งพลางเดินนำออกไปก่อน โดยมีธีร์เดินตามหลังไปติดๆ กวางลอบถอนหายใจยาวๆ มือเรียวสวยลูบข้อมือข้างที่เพิ่งถูกคัตเตอร์จับเมื่อครู่ ความรู้สึกร้อนผ่าวจากฝ่ามือหนาของเขายังคงติดอยู่บนผิวขาวเนียน เธอสะบัดหัวไล่ความรู้สึกบ้าๆ นั้นออกไป ก่อนจะรีบเดินตามชายหนุ่มทั้งสองคนไปที่ลานจอดรถทันที ตลอดการเดินทางกลับตึกเลวินกรุ๊ป บรรยากาศภายในรถหรูยังคงเงียบสนิทเหมือนขามา คัตเตอร์นั่งกอดอกหลับตานิ่งราวกับกำลังพักผ่อน ส่วนกวางนั่งมองออกไปนอกหน้าต่างรถ สายตามองการจราจรที่ติดขัดบนท้องถนนในเมืองหลวง สมองของเธอกำลังคิดคำนวณหมากตัวต่อไปในเกมแก้แค้นครั้งนี้ “กวาง” เสียงทุ้มต่ำของคัตเตอร์ดังทำลายความเงียบขึ้นมาดื้อๆ โดยที่ชายหนุ่มยังคงไม่ลืมตา “คะ?” กวางหันกลับมาขานรับ “คืนนี้... มีงานเลี้ยงต้อนรับพันธมิตรจากต่างประเทศที่คาสิโนของเลวินกรุ๊ป เธอต้องไปกับฉัน” คัตเตอร์เอ่ยสั่งเสียงเรียบ “งานเลี้ยงเหรอคะ? แต่กวางเพิ่งเริ่มงานวันแรก...” “ฉันสั่ง ไม่ได้ขอความคิดเห็น” คัตเตอร์ลืมตาขึ้น นัยน์ตาคู่คมจ้องมองมาที่เธอ “และคืนนี้ ฉันอยากให้เธอใส่ชุดเดรสสีแดงตัวเมื่อเช้า ชุดนั้นแหละ... เหมาะกับบรรยากาศที่คาสิโนที่สุดแล้ว” กวางชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะคลี่ยิ้มหวานตอบรับด้วยแววตาท้าทาย “ได้ค่ะ ในเมื่อบอสขอมา... กวางก็จัดให้ค่ะ” “ก็ลองดู... มาดูกันว่าคืนนี้ ระหว่างสมาธิของฉันกับตัวเธอ... อะไรมันจะหลุดก่อนกัน”บทที่ 58 ผูกพันสัมผัสหวานละมุนจากจูบยามค่ำคืนยังคงอบอวลอยู่ในความรู้สึก คัตเตอร์ถอนริมฝีปากออกอย่างเชื่องช้า ทว่าสายตาคมเข้มยังคงทอดมองใบหน้าหวานที่ขึ้นสีแดงระเรื่อภายใต้แสงจันทร์ ชายหนุ่มยกมือขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ปลิวมาปะทะแก้มใสของกวางอย่างเบามือ“เข้าไปข้างในกันเถอะ ลมเริ่มแรงแล้ว เดี๋ยวจะไม่สบายเอา” เสียงทุ้มเอ่ยกระซิบข้างหูกวางพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย มือเรียวกระชับเสื้อคลุมตัวใหญ่ของเขาไว้แน่น ก่อนที่คัตเตอร์จะโอบไหล่บางพาเดินกลับเข้ามาภายในตัวบ้านพักภายในบ้านเงียบสงบและเต็มไปด้วยความอบอุ่น คัตเตอร์พากวางเดินขึ้นไปยังห้องนอนใหญ่ชั้นบนสุด ซึ่งเป็นห้องนอนเดิมของเธอที่ถูกบูรณะและจัดแต่งใหม่จนสะอาดสะอ้าน เฟอร์นิเจอร์ไม้โทนอุ่นและโทนสีห้องถูกคงไว้เหมือนในความทรงจำวัยเด็กทุกประการ“พี่ให้คนเข้ามาทำความสะอาดและดูแลห้องนี้ไว้ตลอด” คัตเตอร์เอ่ยพลางเปิดไฟสัวๆ ในห้อง “ลองดูสิว่ามีอะไรขาดตกบกพร่องไหม”กวางก้าวเท้าเดินสำรวจไปรอบๆ ห้อง นัยน์ตาสุกใสฉายแววตื้นตัน โต๊ะเขียนหนังสือ กล่องดนตรีไม้ชิ้นเก่า หรือแม้กระทั่งตุ๊กตาหมีตัวโปรดบนหัวเตียง ทุกอย่างถูกวางไว้ในตำแหน่งเดิมอย่างใส่ใจ หญิงสาวหมุนตั
บทที่ 57 คืนรังรถสปอร์ตสีดำคันหรูเลี้ยวผ่านประตูรั้วเหล็กดัดขนาดใหญ่ เข้าสู่เขตบ้านพักตระกูลเดิมของกวาง บรรยากาศรอบข้างที่เคยเงียบเหงาและเต็มไปด้วยความทรงจำที่เจ็บปวด ตอนนี้กลับดูอบอุ่นอย่างน่าประหลาด ไฟสวนตลอดสองข้างทางเปิดสว่างไสว ต้นไม้ใหญ่และแปลงดอกไม้ได้รับการตัดแต่งอย่างสวยงามสมบูรณ์แบบ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของคนที่คอยดูแลรักษาบ้านหลังนี้ไว้ตลอดหลายปีที่ผ่านมากวางมองลอดกระจกรถออกไป นัยน์ตากลมโตเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความตื้นตัน ความทรงจำวัยเด็กยามที่มีพ่อกับแม่คอยโอบอุ้มหลั่งไหลเข้ามาในความคิด แต่คราวนี้มันไม่ได้นำพาความโกรธแค้นหรือบาดแผลมาให้อีกต่อไปแล้ว หากแต่เป็นความอบอุ่นใจที่ได้กลับคืนสู่ ‘บ้าน’ ที่แท้จริงคัตเตอร์จอดรถที่หน้าเรือนใหญ่ ชายหนุ่มก้าวลงมารับและกุมมือเรียวของกวางไว้แน่น ประคองพาเธอเดินขึ้นบันไดหินอ่อนเข้าไปภายในตัวบ้านภายในบ้านถูกทำความสะอาดอย่างหมดจด เฟอร์นิเจอร์เดิมของครอบครัวถูกจัดวางไว้ในตำแหน่งเดิมอย่างเป๊ะๆ ราวกับกาลเวลาไม่เคยหมุนผ่าน คัตเตอร์พากวางเดินตรงไปยังห้องโถงกลาง ซึ่งเป็นที่ตั้งของโต๊ะหมู่บูชาและรูปถ่ายของพ่อและแม่ของเธอที่ถูกทำความสะอาดจนไม
บทที่ 56 ร่มเงาช่วงบ่ายของวันเดียวกันกลิ่นหอมอบอวลของกาแฟเอสเปรสโซและความวุ่นวายเล็กๆ ในห้องประชุมใหญ่ถูกแทนที่ด้วยความเงียบสงบ กวางเดินถือแฟ้มสรุปการประชุมเดินตามหลังคัตเตอร์กลับเข้ามาในห้องทำงานประธานบริหาร ทันทีที่ประตูห้องกระจกหนาปิดลง ความเป็นทางการทั้งหมดก็คล้ายจะเจือจางไปในอากาศคัตเตอร์ปลดกระดุมเสื้อสูทออกแล้วพาดไว้กับเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ ก่อนจะเดินไปหยุดยืนอยู่หน้าบานกระจกทรงสูงที่มองเห็นวิวเมืองหลวงกว้างไกล สายตาคมเข้มทอดมองออกไปภายนอกด้วยความรู้สึกผ่อนคลายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนกวางวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานของเขาอย่างเบามือ แล้วเดินก้าวเข้าไปหยุดยืนข้างๆ ร่างสูง“เหนื่อยไหมคะวันนี้? ประชุมตั้งสองชั่วโมง แถมยังต้องตอบคำถามบอร์ดบริหารอีก” หญิงสาวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลพลางเอียงคอมองใบหน้าหล่อเหลาด้านข้างคัตเตอร์หมุนตัวกลับมาหาเธอ นัยน์ตาคมเข้มฉายแววอ่อนโยน ชายหนุ่มยื่นมือหนาไปคว้าเอวบางของกวางแล้วรั้งเข้ามาชิดตัวเบาๆ โดยที่คนตัวเล็กไม่ได้ขัดขืนแม้แต่น้อย“ถ้าบอกว่าเหนื่อย... จะได้รางวัลอะไรไหม?” เสียงทุ้มเอ่ยเย้ากระซิบชิดใบหูใบหน้าหวานขึ้นสีแดงระเรื่อทันที กวางสบสายต
บทที่ 55 จุดเริ่มต้นใหม่หลายวันผ่านไปแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าของวันทำงานวันแรกหลังจากผ่านพ้นมรสุมใหญ่ ส่องสว่างผ่านกระจกบานโตของตึกสูงใจกลางเมือง กวางในชุดทำงานสีพาสเทลเรียบหรูเดินก้าวเข้ามาในตึกด้วยท่าทางที่เปลี่ยนไปความหมองเศร้า ความระแวง และแววตาที่เคยอมความแค้นบดบังไว้ ได้ถูกแทนที่ด้วยความสดใส มั่นใจ และรอยยิ้มจางๆ ที่ประดับบนใบหน้าหวานพนักงานในบริษัทที่เดินผ่านไปมาต่างทักทายเธอด้วยรอยยิ้ม กวางยิ้มรับทุกคนด้วยความอ่อนโยน หัวใจของเธอเบาหวิว ราวกับยกภูเขาลูกใหญ่ออกจากอกลิฟต์ผู้บริหารเคลื่อนตัวขึ้นมาถึงชั้นสูงสุด ประตูกระจกเปิดออกเผยให้เห็นโต๊ะทำงานประจำตำแหน่งเลขาที่คุ้นเคย กวางวางกระเป๋าลง เตรียมจัดแจงเอกสารและชงกาแฟดำซึ่งเป็นของโปรดของประธานบริหารตามหน้าที่ที่ทำมาตลอดทว่ายังไม่ทันที่เธอจะเดินไปถึงประตูห้องทำงานใหญ่ก็ถูกเปิดออกเสียก่อน ร่างสูงของคัตเตอร์ในชุดสูทสีเข้มเดินก้าวออกมา สายตาคมเข้มที่เคยเย็นชา ทว่าตอนนี้กลับฉายแววอ่อนโยนอย่างเปิดเผย ชายหนุ่มหยุดยืนมองเลขาสาวตรงหน้า พลางยกยิ้มมุมปากเพียงเล็กน้อย“มาทำงานสายไปสามนาทีนะ” เสียงทุ้มเอ่ยทักทายเรียบๆ ทว่าน้ำเสียงกลับแฝงไปความเ
บทที่ 54 สัญญาสายลมยามค่ำคืนพัดผ่านระเบียงร้านอาหารบนเนินเขา นำพาความเย็นฉ่ำมาปะทะผิวแก้มเนียน คัตเตอร์ยิ้มมุมปากเล็กน้อยกับคำตอบของเลขาสาว มือหนายังคงกุมมือเรียวของกวางไว้แน่นไม่ยอมปล่อยนัยน์ตาคมเข้มจ้องมองใบหน้าหวานที่เริ่มขึ้นสีระเรื่อภายใต้แสงไฟเหลืองนวล“แน่ใจนะว่าจะไม่เปลี่ยนใจ?” คัตเตอร์เอ่ยเย้า น้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงความหยอกล้อ “ประธานบริหารหน้าซีเรียสคนนี้ดุมากนะ แถมชอบใช้งานเลขาข้ามเวลาด้วย”“กวางชินแล้วค่ะ” หญิงสาวเอ่ยกลั้วหัวเราะ ดวงตากลมโตฉายแววสดใสอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “อีกอย่าง... ถ้ากวางไม่อยู่ คอยดูสิคะว่าใครจะยอมทนรับอารมณ์เย็นชาของบอสได้”“ก็คงไม่มี” ชายหนุ่มตอบทันควัน “เพราะฉันก็ไม่คิดจะเปิดโอกาสให้ใครเข้ามายืนตรงนี้แทนเธอเหมือนกัน”ประโยคสั้นๆ แต่ทว่าหนักแน่น ทำเอาหัวใจของกวางเต้นระรัวอย่างรุนแรง ความอบอุ่นสายหนึ่งแล่นผ่านมือที่กุมกันอยู่ตรงไปถึงหัวใจคำว่า ‘ตรงนี้’ ของเขา ไม่ได้หมายถึงแค่ตำแหน่งเลขาหน้าห้องทำงาน แต่หมายถึงพื้นที่ข้างกายและพื้นที่ในหัวใจของเขาอีกด้วยมื้ออาหารยามค่ำดำเนินไปอย่างผ่อนคลาย ไร้ซึ่งรังสีแห่งความกดดัน ความแค้น หรือเรื่องราวที่หนักอึ้งใ
บทที่ 53 รุ่งอรุณใหม่แสงแดดยามเช้าทอดผ่านม่านขาวนวลเข้ามาในห้องนอน หญิงสาวค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกโล่งสบายอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนตลอดหลายวันที่ผ่านมาเธอลุกขึ้นนั่งบนเตียง สายตามองไปยังแฟ้มเอกสารสีน้ำเงินที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน แม้ความจริงเรื่องการจากไปของพ่อแม่และโฉมหน้าแท้จริงของอาอนันต์จะยังคงทิ้งร่องรอยบาดแผลไว้ในใจ แต่การได้รู้ว่าเธอไม่ได้สู้เพียงลำพัง และมีใครบางคนคอยยืนหยัดปกป้องเธออยู่เสมอ ก็ทำให้บาดแผลนั้นเริ่มได้รับการเยียวยากวางหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู ก็พบข้อความสั้นๆ จากคัตเตอร์ที่ส่งมาตั้งแต่ช่วงเช้า‘อย่าลืมกินข้าวเช้า วันนี้พักผ่อนให้เต็มที่ มีอะไรด่วนโทรหาฉันได้ตลอด’รอยยิ้มจางๆ จุดขึ้นบนใบหน้าเนียนอย่างห้ามไม่ได้ กวางพิมพ์ข้อความตอบกลับด้วยความรู้สึกปลอดภัย ก่อนที่จะตัดสินใจใช้เวลาในวันหยุดยาวนี้เพื่อจัดระเบียบชีวิตใหม่เธอเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า นำกล่องเก็บของเก่าที่เคยเต็มไปด้วยเอกสารสืบสวนและภาพถ่ายความทรงจำที่เจ็บปวดออกมา เธอค่อยๆ จัดเก็บมันไว้อย่างเป็นระเบียบ ไม่ใช่เพื่อซ่อนความแค้นอีกต่อไป แต่เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำว่าเธอได้ผ่านพ้นฝันร้ายนั้นมาแล







