تسجيل الدخولบทที่ 4 หมากบนโต๊ะ
สิบนาทีต่อมา กวางเดินลงมาในชุดที่ธีร์เตรียมไว้ให้ แม้จะปิดบังส่วนเว้าส่วนโค้งไปมาก ทว่าความสวยเซ็กซี่และบุคลิกมั่นใจก็ยังคงโดดเด่นอยู่ไม่น้อย รถยนต์คันหรูสีดำจอดติดเครื่องรออยู่แล้ว ธีร์ยืนเปิดประตูรถรออยู่ด้วยสีหน้าราบเรียบ “เชิญครับคุณกวาง บอสรออยู่ด้านในแล้ว” ธีร์เอ่ยเสียงเรียบ กวางก้าวเข้าไปนั่งในเบาะหลังที่กว้างขวาง ภายในรถตกแต่งอย่างหรูหรา คัตเตอร์นั่งรออยู่ก่อนแล้วในชุดสูทสีดำเต็มยศ แววตาคมเลื่อนมามองกวางในชุดใหม่ก่อนจะพยักหน้าอย่างพอใจเล็กน้อย “ดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาหน่อย” คัตเตอร์เอ่ยทักทายคำแรก “ขอบคุณสำหรับคำชมค่ะ แต่กวางคิดว่าชุดกวางเมื่อกี้สวยกว่าตั้งเยอะ” กวางเอ่ยตอบกลับอย่างไม่ลดละ รถยนต์คันหรูเคลื่อนตัวออกจากตึกเลวินกรุ๊ปทันที มุ่งหน้าสู่โรงแรมหรูระดับห้าดาวริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นสถานที่นัดหมายประชุมกับชาญ ตลอดการเดินทางภายในรถเงียบสนิท มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่กำลังทำงานดังเบาๆ ชายหนุ่มนั่งหลับตานิ่งราวกับกำลังใช้ความคิด ส่วนกวางลอบมองใบหน้าด้านข้างของเขาด้วยความรู้สึกหลากหลาย ‘คัตเตอร์ เลวิน... คุณนั่งอยู่ข้างๆ ฉันแท้ๆ แต่ทำไมฉันถึงรู้สึกเหมือนคุณกำลังสร้างกำแพงหนาทึบที่ไม่มีใครข้ามผ่านได้กันนะ’ กวางคิดในใจ มือเรียวบางบีบเข้าหากันแน่น “มองฉันขนาดนั้น มีอะไรสงสัยหรือเปล่า?” เขาเอ่ยถามน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่าเขายังคงหลับตาอยู่ ทำให้กวางสะดุ้งเล็กน้อยที่ถูกจับได้ “เปล่าค่ะ กวางแค่กำลังทบทวนข้อมูลของคุณชาญที่บอสมอบให้อยู่ค่ะ” “เหรอ? ชาญเป็นสุนัขจิ้งจอกเฒ่า จำคำฉันไว้ การเจรจาวันนี้มันไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ แต่มันคือการหักเหลี่ยมเฉือนคม ถ้าเธอเห็นหรือได้ยินอะไรในห้องประชุม ให้เก็บปากไว้ให้เงียบที่สุด เข้าใจไหม?” คัตเตอร์ลืมตาขึ้น นัยน์ตาคู่คมฉายแววที่เต็มไปด้วยความจริงจังและอันตราย “เข้าใจค่ะ” กวางคลี่ยิ้มแสร้งตอบรับ เพียงครู่เดียวรถยนต์ก็เลี้ยวเข้าสู่ลานจอดรถของโรงแรมหรู พนักงานต้อนรับรีบวิ่งมาเปิดประตูรถให้ทันที คัตเตอร์ก้าวขาลงจากรถก่อนตามด้วยกวางและธีร์ ทั้งสามคนเดินตรงไปยังห้องอาหารส่วนตัวที่ถูกจองไว้ล่วงหน้า เมื่อประตูห้องอาหารเปิดออก ร่างของชายวัยกลางคนรูปร่างท้วมในชุดสูทภูมิฐานก็นั่งรออยู่ก่อนแล้ว เขาคนนั้นคือ ‘ชาญ’ อดีตเพื่อนสนิทของพ่อกวาง ทันทีที่เห็นคัตเตอร์ ชาญรีบลุกขึ้นยืนพร้อมรอยยิ้มประจบสอพลอ “สวัสดีครับคุณคัตเตอร์ ยินดีเหลือเกินครับที่วันนี้คุณให้เกียรติมาพบผมด้วยตัวเอง” ชาญยื่นมือมาทักทาย คัตเตอร์ยื่นมือไปจับตอบตามมารยาทธุรกิจ แววตาราบเรียบไร้ความรู้สึก “สวัสดีครับคุณชาญ เชิญนั่งเถอะครับ จะได้เริ่มคุยงานกัน” สายตาของชาญเลื่อนมองมาที่กวางที่ยืนอยู่เยื้องด้านหลังของคัตเตอร์ ชายหนุ่มวัยกลางคนชะงักไปเล็กน้อย แววตาฉายแววความสงสัยและระแวงออกมาแวบหนึ่งเมื่อมองใบหน้าสวยของเลขาสาว “เอ่อ... แม่หนูคนนี้คือ?” ชาญเอ่ยถามด้วยความสงสัย เพราะปกติแล้วไม่เคยเห็นเขาจะพาเลขาสาวมาด้วย ปกติจะมาก็แค่ลูกน้องคนสนิทที่ชื่อธีร์เท่านั้น “นี่กวาง... เลขาส่วนตัวคนใหม่ของฉันเอง” คัตเตอร์แนะนำเสียงเรียบ “สวัสดีอย่างเป็นทางการค่ะคุณชาญ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” กวางยกมือไหว้พร้อมรอยยิ้มหวาน ทว่าในอกของเธอกลับร้อนรุ่มไปด้วยเพลิงแค้นที่แทบจะระเบิดออกมา สองคนที่ทำลายชีวิตครอบครัวเธอ ตอนนี้อยู่ตรงหน้าเธอพร้อมกันแล้ว “อ๋อ... ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณกวาง หน้าตาคุ้นๆ เหมือนเคยเจอที่ไหนมาก่อนเลยนะ” ชาญเอ่ยพึมพำ พร้อมกับจ้องมองมาที่หญิงสาวไม่วางตา “คนสวยๆ บนโลกนี้ก็หน้าตาคล้ายๆ กันหมดแหละครับคุณชาญ อย่าเสียเวลาเรื่องเลขาของฉันเลย เรามาเข้าเรื่องผลประโยชน์ของท่าเรือฝั่งใต้กันดีกว่า” คัตเตอร์เอ่ยขัดจังหวะด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ดึงความสนใจของชาญกลับไปที่กระดานธุรกิจทันที กวางลอบสูดหายใจเข้าลึกๆ ดึงสติและสวมหน้ากากเลขาผู้ซื่อสัตย์กลับคืนมาทันที สงครามประสาทและความแค้นที่เธอรอคอยมานับสิบกว่าปี กำลังขยับหมากตัวสำคัญขึ้นเรื่อยๆ “นั่นสินะครับ เรื่องธุรกิจต้องมาก่อน” ชาญหัวเราะกลบเกลื่อน พลางผายมือให้นั่ง “ข้อนำเสนอของผมรอบนี้ คุณคัตเตอร์ได้ดูพิมพ์เขียวโครงสร้างท่าเรือฝั่งใต้ที่ส่งไปให้หรือยังครับ?” คัตเตอร์ทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ตัวใหญ่ทันที “ดูแล้ว แต่ตัวเลขเปอร์เซ็นต์ส่วนแบ่งที่ได้จากสินค้าผ่านท่าเรือ มันดูตลกไปหน่อยนะคุณชาญ สามสิบเปอร์เซ็นต์เนี่ยนะ?” “โธ่~~ ท่าเรือนี้ฝั่งผมต้องเคลียร์ทางกับผู้ใหญ่ฝั่งท้องถิ่นตั้งหลายคน แถมความเสี่ยงก็สูง” ชาญรีบเอ่ยชี้แจงทันที “ความเสี่ยงของฝ่ายคุณมันก็แค่เงิน แต่ความเสี่ยงของเลวินกรุ๊ปคือเส้นทางขนส่งทั้งหมด” คัตเตอร์เคาะนิ้วลงบนโต๊ะ “กวาง... เอาแฟ้มสัญญาตัวใหม่ให้คุณชาญดูซิ” “ค่ะบอส” กวางขยับตัวก้าวมาข้างหน้า มือเรียวเปิดกระเป๋าเอกสารแล้วส่งแผ่นสัญญาแผ่นใหม่วางลงตรงหน้าชาญอย่างสุภาพ ร่างบางจงใจสบสายตาจิ้งจอกเฒ่าตรงๆ พร้อมส่งยิ้มหวานไปให้ ชาญหยิบเอกสารขึ้นมาดู สายตาไล่อ่านก่อนจะเบิกตากว้างทันที “นี่มัน... ห้าสิบห้าสิบเหรอครับ! แบบนี้ฝั่งผมก็แทบไม่เหลือกำไรเลยนะครับ” “ถ้าคิดว่าไม่เหลือกำไร ก็ไม่ต้องเซ็นครับ” คัตเตอร์ตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาคมไร้ความปรานี “เลวินกรุ๊ปไม่ได้ง้อคุณชาญ ท่าเรือฝั่งใต้มีอีกสามเจ้าที่พร้อมจะเสนอสัญญาระดับเจ็ดสิบสามสิบให้ฉันด้วยซ้ำ แต่ที่ฉันมานั่งคุยที่นี่... เพราะเห็นแก่ประวัติเก่าๆของคุณหรอกนะ” คำว่าประวัติเก่าทำให้หัวใจของกวางกระตุกวูบ เธอรู้ดีว่าประวัติเก่าที่ว่ามันคือเรื่องอะไร เรื่องสกปรกที่พวกมันทำไว้กับครอบครัวเธอยังไงล่ะ “คุณคัตเตอร์... อย่าตัดรอนกันแบบนี้สิครับ” ชาญเริ่มมีเหงื่อซึมตามไรผม สายตาเลื่อนมองไปหาข้อมูลจากเลขาสาวอย่างกวางคล้ายหาพวก “คุณกวางครับ ในฐานะที่คุณเป็นเลขา คุณคิดว่าสัญญานี้มันไม่โหดร้ายเกินไปสำหรับพันธมิตรอย่างผมเหรอครับ?” กวางแสร้งทำสีหน้าเห็นอกเห็นใจ ทว่าน้ำเสียงกลับเต็มไปด้วยความเรียบนิ่ง “กวางคิดว่า... ตัวเลขที่บอสประเมินออกมา เป็นตัวเลขที่สมเหตุสมผลที่สุดสำหรับคุณชาญแล้วนะคะ เพราะถ้าไม่มีเลวินกรุ๊ปคอยหนุนหลัง... ท่าเรือฝั่งใต้อาจจะถูกเจ้าหน้าที่ตรวจสอบจนไม่เหลืออะไรเลยก็ได้ค่ะ” ชาญสะดุ้งเมื่อถูกเลขาสาวตอกกลับอย่างทันเกม “คุณกวางนี่... พูดจาฉลาดกว่าจะเป็นแค่เลขาทั่วไปนะครับ แววตาท่าทางแบบนี้... ทำให้ผมคิดถึงคนรู้จักคนหนึ่งเลยจริงๆ” “เหรอคะ? แปลว่ากวางหน้าโหลสินะคะเนี่ย” กวางหัวเราะเบาๆ กลบเกลื่อน “พอได้แล้ว” คัตเตอร์เอ่ยขัดขึ้น เสียงเข้มตัดทุกบทสนทนาที่ไร้สาระ “ฉันไม่ได้มาฟังพวกเธอทบทวนความหลังหรือเปรียบเทียบหน้าตาใคร ตกลงจะเซ็นสัญญาห้าสิบห้าสิบนี้ไหมคุณชาญ? ถ้าไม่... ฉันจะได้กลับ” ชาญสูดหายใจเข้าลึกๆ มือหนาสั่นเล็กน้อย ก่อนจะยอมหยิบปากกาหรูขึ้นมาเซ็นเอกสารตรงหน้า “เซ็นครับ ผมเซ็น ร่วมงานกับเลวินกรุ๊ปยังไงก็ปลอดภัยที่สุด” ชาญตวัดปากกาลงบนเนื้อกระดาษทันที หญิงสาวลอบยิ้มสะใจในใจ หมากตัวแรกในเกมนี้เริ่มเดินแล้ว ชาญยอมคุกเข่าให้คัตเตอร์ และคัตเตอร์ก็คิดว่าตัวเองควบคุมทุกอย่างได้ “กวาง เก็บเอกสาร” คัตเตอร์เอ่ยสั่งน้ำเสียงเรียบ “ค่ะ” กวางเดินเข้าไปหยิบแฟ้มสัญญามาถือไว้ในอ้อมอก “ยินดีที่ได้ร่วมงานกันอีกครั้งครับคุณคัตเตอร์ หวังว่าอาหารมื้อนี้จะถูกปากนะครับ” ชาญเอ่ยประจบ พลางยกแก้วไวน์ขึ้น คัตเตอร์ขยับแก้วไวน์ในมือเบาๆ สายตาคมไม่ได้มองชาญ แต่เลื่อนตรงมาจับจ้องที่ใบหน้าสวยของกวางที่ยืนอยู่ด้านหลัง “อืม... หวังว่ามื้อนี้จะอร่อย และไม่มีกวางตัวไหนหลงทางจนโดนเสือคาบไปกินซะก่อน” กวางสบสายตาคมของคัตเตอร์อย่างไม่เกรงกลัว รอยยิ้มท้าทายผุดขึ้นบนใบหน้าสวย สงครามประสาทครั้งนี้... มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นต่างหากบทที่ 76 เดตแบบคนธรรมดา“พี่คัตเตอร์คะ วันนี้พี่ทำตัวดีมากค่ะ”กวางเอ่ยขึ้นหลังจากเดินออกจากบริษัทพร้อมชายหนุ่ม เธอถือกระเป๋าเอกสารไว้ในมือ ส่วนมืออีกข้างถูกคัตเตอร์กุมเอาไว้แน่นเหมือนเช่นทุกวัน สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความพอใจ เพราะตลอดทั้งบ่ายเขาไม่ได้เดินผ่านโต๊ะทำงานของเธอทุกสิบห้านาทีอย่างที่ขู่ไว้ และยังยอมปล่อยให้เธอทำงานร่วมกับธันวาโดยไม่แสดงท่าทีหึงหวงออกมาอีก“พี่ควรได้รางวัลใช่ไหมครับ?”คัตเตอร์ถามพร้อมช้อนสายตามองเธออย่างคาดหวัง รอยยิ้มมุมปากของเขาทำให้กวางรู้ทันทีว่าชายหนุ่มกำลังรอคำตอบบางอย่างอยู่“ได้ค่ะ กวางจะพาพี่ไปทานข้าวเย็น”“ร้านไหนครับ?”“ยังไม่บอกค่ะ”“ต้องเป็นร้านที่พี่จองไว้หรือเปล่าครับ?”“ไม่ใช่ค่ะ”“ร้านอาหารบนดาดฟ้า?”“ไม่ใช่ค่ะ”“ร้านโปรดของกวาง?”“ก็ไม่ใช่อีกค่ะ”กวางตอบทุกคำถามพร้อมรอยยิ้มลึกลับ จนคัตเตอร์ขมวดคิ้วเล็กน้อย ความรู้สึกสงสัยเริ่มเข้ามาแทนที่ความพอใจ เขาไม่คุ้นเคยกับการไม่รู้แผนการของตัวเอง โดยเฉพาะเมื่อเรื่องนั้นเกี่ยวข้องกับคนที่เขารัก“ถ้าอย่างนั้นพี่ขอถามได้ไหมครับว่าเราจะไปที่ไหน?”“ไม่ได้ค่ะ เพราะถ้าบอกก็ไม่เซอร์ไพรส์สิคะ”“พี่ไม่ค่อยชอบ
ตอนที่ 75 เจ้านายหวงเลขา“วันนี้กวางเก่งมากครับ”คัตเตอร์เอ่ยขึ้นทันทีที่เดินกลับเข้ามาในห้องทำงาน หลังจากการประชุมคณะกรรมการครั้งแรกของกวางจบลง ชายหนุ่มยังคงกุมมือเธอไว้ไม่ปล่อย แม้ทั้งคู่จะเดินผ่านพนักงานหลายคนที่กำลังทำงานอยู่ก็ตามกวางหันไปมองเขา รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า ความรู้สึกโล่งใจจากการประชุมยังคงตกค้างอยู่ในใจ แต่คำชมจากคัตเตอร์กลับทำให้หัวใจของเธอพองโตยิ่งกว่าเดิม“พี่ชมกวางตั้งแต่เดินออกจากห้องประชุมแล้วนะคะ”“ก็พี่ภูมิใจนี่ครับ”“กวางแค่พูดตามข้อมูลที่เตรียมมาเองค่ะ”“ไม่ใช่ทุกคนที่มีข้อมูลแล้วจะกล้าพูดอย่างกวางนะครับ”คัตเตอร์ตอบพร้อมยกมือของเธอขึ้นกดจูบเบาๆ ตรงแหวนหมั้น แววตาของเขาเต็มไปด้วยความชื่นชมอย่างเปิดเผยจนกวางต้องหลบสายตา เธอรู้ว่าการประชุมครั้งนี้เป็นเพียงก้าวแรกของการทำงานในฐานะผู้ถือหุ้น แต่การที่คัตเตอร์ไม่แย่งโอกาสไปจากเธอ ทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่ามากขึ้น“พี่คัตเตอร์คะ”“ครับ?”“ขอบคุณที่ไม่พูดแทนกวางนะคะ”“พี่สัญญาแล้วครับว่าจะอยู่ข้างกวาง ไม่ใช่อยู่ข้างหน้าแล้วบังทุกอย่างจนกวางมองไม่เห็นทาง”คำพูดของเขาทำให้กวางชะงัก หัวใจของเธออ่อนลงด้วยคว
บทที่ 74 คุณนายประธานฝึกงาน“ตื่นได้แล้วครับ วันนี้มีประชุมคณะกรรมการตอนสิบโมง”เสียงทุ้มของคัตเตอร์ดังขึ้นข้างเตียง พร้อมสัมผัสอุ่นที่แตะลงบนหน้าผาก กวางค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย ก่อนจะพบว่าชายหนุ่มกำลังยืนอยู่ข้างเตียงในชุดสูทสีเข้มเรียบร้อยแล้ว“วันนี้พี่ไม่ปลุกตอนเก้าโมงเหรอคะ?”“วันนี้พี่ให้เวลาคุณนายประธานนอนเพิ่มครับ เมื่อคืนกว่าจะจัดห้องเสร็จก็เกือบเที่ยงคืน”คัตเตอร์ตอบพร้อมรอยยิ้ม ขณะที่กวางเหลือบมองไปรอบห้อง ผ้าม่านสีเทาเข้มที่เพิ่งติดตั้งเมื่อช่วงเช้าปล่อยให้แสงแดดส่องผ่านเข้ามาเพียงเล็กน้อย ข้างเตียงมีโคมไฟใหม่วางอยู่ ส่วนกล่องกระดาษหลายใบถูกจัดเรียงไว้ชิดผนังอย่างเป็นระเบียบเธอจำได้ว่าเมื่อคืนทั้งคู่ช่วยกันจัดห้องจนแทบไม่มีแรงเหลือ กวางเป็นคนเลือกตำแหน่งโคมไฟ ส่วนคัตเตอร์เป็นคนยกกล่องและประกอบชั้นวางของ แม้จะเหนื่อยจนแทบหลับคาพื้น แต่เธอกลับรู้สึกมีความสุขอย่างประหลาด เพราะทุกอย่างในห้องนี้เกิดจากการตัดสินใจร่วมกันของพวกเขา“วันนี้ต้องประชุมเรื่องอะไรคะ?”“แผนงานไตรมาสหน้า และการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ครับ”“คณะกรรมการชุดใหม่?”กวางขยับตัวลุกขึ้นนั่ง สีหน้าง่วงนอนเป
บทที่ 73 ศึกเลือกผ้าม่าน“กวางครับ ตื่นได้แล้วครับ วันนี้ทีมตกแต่งจะเข้ามาตอนเก้าโมง”เสียงทุ้มของคัตเตอร์ดังขึ้นใกล้ๆ พร้อมสัมผัสแผ่วเบาที่หน้าผาก กวางขยับตัวอยู่ใต้ผ้าห่มแล้วพลิกหนีไปอีกด้าน แม้จะยังหลับตา แต่ริมฝีปากกลับยกยิ้มขึ้นเมื่อได้ยินเสียงของเขา“กี่โมงแล้วคะ?”“เจ็ดโมงครึ่งครับ”“ยังเหลือเวลาอีกตั้งเยอะเลยค่ะ”“เหลือเวลาให้กวางนอนต่อสิบห้านาทีครับ หลังจากนั้นพี่จะอุ้มไปอาบน้ำ”คำขู่ของเขาทำให้กวางลืมตาขึ้นทันที เธอหันไปมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างเตียงด้วยสีหน้าจริงจัง ก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมถึงปลายจมูก“พี่คัตเตอร์ขี้โกงค่ะ เมื่อวานเพิ่งตั้งกฎว่าต้องเคารพเวลาส่วนตัวของกันและกัน”“พี่กำลังเคารพอยู่ครับ พี่ให้เวลาส่วนตัวกวางสิบห้านาที”“แล้วหลังจากสิบห้านาทีล่ะคะ?”“หลังจากนั้นเป็นเวลาของพี่ครับ”คัตเตอร์ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ กวางรู้ว่าเขาตั้งใจแกล้ง จึงคว้าหมอนใบเล็กขึ้นมาปาใส่เขาเบาๆ ชายหนุ่มรับไว้ได้อย่างง่ายดาย ก่อนจะก้มลงจูบหน้าผากเธอแล้วลุกขึ้นจากเตียง“พี่ลงไปเตรียมกาแฟให้ครับ”“กวางขอชาร้อนค่ะ”“พี่จำได้ครับ”คัตเตอร์เดินออกจากห้
บทที่ 72 บ้านที่ยังไม่เป็นบ้าน“ถึงบ้านแล้วครับ”คัตเตอร์เอ่ยขึ้นทันทีที่รถยนต์คันหรูเลี้ยวเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์หลังใหม่ แสงไฟสีส้มตามทางเดินส่องสว่างต้อนรับคนทั้งสอง บริเวณสวนด้านหน้าถูกจัดแต่งไว้เรียบร้อยแล้ว แต่ภายในบ้านยังคงมีกล่องกระดาษวางเรียงรายอยู่หลายจุด เพราะทีมตกแต่งเพิ่งขนของบางส่วนเข้ามาเมื่อช่วงบ่ายกวางมองบ้านตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม ดวงตาคู่สวยเป็นประกายเมื่อคิดว่านี่คือบ้านที่เธอกับคัตเตอร์จะใช้ชีวิตร่วมกันในทุกๆ วัน“พี่คัตเตอร์แน่ใจนะคะว่าเราจะอยู่ที่นี่คืนนี้ ไม่ใช่กลับไปนอนบ้านเดิม?”“แน่ใจครับ”คัตเตอร์ลงจากรถแล้วเดินอ้อมมาเปิดประตูให้เธอ ชายหนุ่มยื่นมือไปรับมือเรียวเล็กของกวางขึ้นมาประคองไว้ ก่อนจะพาเธอเดินผ่านประตูบ้านไปอย่างไม่รีบร้อน“แต่ข้างในยังมีของเต็มไปหมดเลยนะคะ”“ไม่เป็นไรครับ เราค่อยๆ จัดไปด้วยกัน”คำตอบของเขาทำให้กวางหันไปมองใบหน้าคมคายด้วยความรู้สึกอบอุ่น เธอเคยคิดว่าบ้านที่สมบูรณ์แบบจะต้องสะอาด เรียบร้อย และพร้อมสำหรับการอยู่อาศัยตั้งแต่วันแรก แต่เมื่อได้ยินคัตเตอร์พูดว่าเราจะจัดมันไปด้วยกัน เธอกลับรู้สึกว่าความไม่สมบูรณ์เหล่านั้นไม่ได้เป็นปัญหาเลยเพราะต
บทที่ 71 ตารางชีวิตของเรา“พี่คัตเตอร์จะพากวางไปทานข้าวที่ไหนคะ?”กวางเอ่ยถามขณะเดินเคียงข้างชายหนุ่มออกจากห้องทำงาน มือเรียวของเธอยังคงถูกเขากุมเอาไว้แน่น แหวนเพชรบนนิ้วนางข้างซ้ายสะท้อนแสงไฟในโถงทางเดินเป็นประกายจนหญิงสาวอดก้มลงมองไม่ได้“ร้านอาหารชั้นล่างของตึกครับ”“ร้านนั้นเหรอคะ?”“ครับ พี่จองโต๊ะไว้แล้ว”“แต่ร้านนั้นต้องจองล่วงหน้าหลายวันไม่ใช่เหรอคะ?”“พี่โทรจองตอนเช้าครับ”คัตเตอร์ตอบอย่างเป็นธรรมชาติ แต่ความจริงที่ว่าเขายกเลิกโต๊ะของคณะผู้บริหารที่จองไว้เพื่อพากวางไปทานอาหารกลางวัน ทำให้หัวใจของเธออ่อนลงอย่างห้ามไม่ได้ เขาจำได้แม้กระทั่งว่าเธอชอบนั่งโต๊ะริมกระจกและไม่ชอบบริเวณที่มีเสียงดังเกินไป“พี่คัตเตอร์ยกเลิกนัดกับผู้บริหารเพื่อมากินข้าวกับกวางหรือเปล่าคะ?”“ไม่เชิงครับ”“หมายความว่ายังไงคะ?”“พี่เลื่อนนัดออกไปหนึ่งชั่วโมง เพราะมื้อกลางวันกับกวางสำคัญกว่า”คัตเตอร์ตอบด้วยสีหน้าจริงจัง จนกวางต้องหันหน้าหนีเพื่อซ่อนรอยยิ้ม ความรู้สึกอุ่นซ่านค่อยๆ แผ่ไปทั่วหัวใจ เธอรู้ว่าตัวเองไม่ควรดีใจเพียงเพราะเขาเลื่อนประชุม แต่สำหรับคนที่เคยเห็นคัตเตอร์ให้ความสำคัญกับงานมากกว่าสิ่งอื่







